Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 11 ประชุมปรึกษา

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ประชุมปรึกษา

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 206

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 01:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ประชุมปรึกษา
แบบอักษร

ตอนที่ 11 ประชุมปรึกษา

Xenious’Jeva ศักราชที่ 10034 เดือน ตุลาคม วันที่7

                ณ ห้องประชุมผู้บัญชาการระดับสูงแห่งกองทัพPrimalและวุฒิสมาชิกสภาระดับสูงแห่งXenious’Jeva ผู้มีอำนาจและตัวแทนมากมายถูกเรียกมาในองค์ประชุมเนื่องด้วยเรื่องสำคัญของเผ่าพันธุ์และประชาการของXenious’Jeva ขุมอำนาจต่างๆได้มารวมตัวกันในห้องประชุมขนาดใหญ่ของยาน หลังจากผ่านไปแล้ว2เดือนที่เกิดเหตุการณ์ทำให้ ลูกของผู้บัญชาการสูงสุดผู้นำยานสำรวจมิติต้องเข้าการรักษา เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นที่สะเทือนใจของผู้คนและเป็นวีรกรรมที่ถูกเล่ากันอย่างมากมายในหมู่ชนชั้นต่างๆ หลังจากพักรักษาตัวอยู่2เดือนเหมือนอาการปางตายของหลงเอ๋อที่มีสภาพในวันนั้นจะเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของทุกคน


                เพราะระดับการรักษาตัวและฟื้นสภาพร่างกายของหลงเอ๋อสูงมาก เมื่อเทียบกับผลกระทบที่ได้รับ แต่ยังไงซะ เรื่องที่ควรประชุมก็ถูกเลื่อนมาจนถึงวันนี้เพราะว่าผู้บัญชาการ หลันไป๋เหลา ต้องคอยเฝ้าดูอาการของบุตรของตน ทุกคนรู้ว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้มีเรื่องอะไรกับบุตรของเขาได้เนื่องมาจากว่า ตระกูลหลันทุกรุ่นมีภาระหน้าที่ต้องแบกรับมากเกินกว่าที่พวกเรามองเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อ หลันหลงเอ๋อหายจากอาการบาดเจ็บ ก็ถึงเวลาของเรื่องที่ค้างคามานานเสียทีหลังจากการเดินทางในช่องว่างมิติของจักรวาลเป็นเวลานาน


                ในที่สุดยานสำรวจมิติXenious’Jeva ก็ค้นพบดาวเคราะห์ที่สามารถอยู่อาศัยได้  มันเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวแม่ของพวกเราประมาณ 10เท่า ดาวเคราะห์นี้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลและมหาสมุทร มีแผ่นดินและหมู่เกาะมากมาย บนดาวเคราะห์ แรงดึงดูดของดาวเคราะห์มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่าดาวแม่ของพวกเราเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีพืชพรรณธรรมชาติมากมาย  มีแร่บางชนิดที่ยังไม่ถูกค้นพบ มีสัตว์และสิ่งมีชีวิตมากมาย และเหมือนว่าบางชนิดจะมีสติปัญญาในระดับสูง


                มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์ถิ่นฐานของดาวดวงนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับบรรพบุรุษของพวกเรา เนื่องจากวิทยาการของเราก้าวล้ำไปไกลมากในช่วงหลายหมื่นปีแห่งการสำรวจ พวกเราทุกคนในดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่เกิดมาก็ได้ทำการเสริมสร้างร่างกายของพวกเราให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการ อาบสสารParalaxตั้งแต่เกิด ทำให้เรามีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้า สามารถใช้พลังจิตได้ ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น และเพื่อช่วยให้เราอยู่อาศัยได้ในสภาพแวดล้อมภูมิภาคและแรงต้านทานที่ต่างกันได้

                วิทยาการและภูมิปัญญาของดาวดวงนี้อยู่ในระดับที่เป็นสังคมและมีอารยธรรมในชั้นที่เรียกว่าดีในระดับนึงดาวดวงนี้เพิ่งจะเกิดได้ไม่นานมากดูจากประวัติศาสตร์ของยุคสมัยจากข้าวของเครื่องใช้และ เสื้อผ้าแล้ว  อาวุธของพวกเขายังใช้แค่ ธนูล่าสัตว์ ดาบ หอก และโล่อยู่ เทียบกับพวกเราแล้วพวกเขายังห่างชั้นกันไกลจากพวกเราหลายล้านปีแสง ความเชื่อของพวกเขา ยังเป็นความเชื่อโบราณ มีการติดต่อสื่อสารและค้าขายเป็นสังคมธุรกิจยุคแรกๆ จากการที่เราส่งยานสอดแนมเข้าไปในดาวเคราะห์ เราพบว่าพวกเขาไม่มีวิทยาการทางเทคโนโลยีอะไรเลยที่จะสามารถต่อต้านเราได้


                จากการสำรวจของยานสอดแนม สังคมของพวกเขา เป็นสังคมชนชั้น จักรพรรดิ และขุนนางปกครอง และแยกตัวออกเป็นหลายๆ ก๊ก  ความเชื่อและศาสนาแตกต่างกับพวกเรา มันอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของผู้คนหรืออาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนบนดาวดวงนี้อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามแบบไม่รู้จบหากเรา  ไม่ศึกษาพวกเขาหรือทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนเกินไป เราจำเป็นต้องทำการสำรวจทุกอย่างและความเป็นไปได้ต่างๆมากมายก่อนที่  เราจะทำการติดต่อกับพวกเขาอย่างเป็นทางการ


                “เราจะทำการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลพวกเขาอีกสักพักว่าเราจะสามารถแบ่งปันและอยู่ร่วมอาศัยกับพวกเขาได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องที่ส่งผลเสียหายในอนาคต” หัวหน้าฝ่ายกรมข้อมูลข่าวสารกล่าวอธิบายในวาระประชุม

                “จะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาไม่ยอมรับพวกเรา  ความเชื่อของพวกเขานั้นล้าหลังไปมาก พวกเราไม่สามารถคุยเหตุผลธรรมดาทั่วไปกับพวกเขาได้หากไม่มีสิ่งที่ทำให้พวกเขาเคารพและให้เกียรติเราพอ พวกเขาก็จะไม่สนใจเหตุผลของพวกเราเลย แล้วเราควรจะทำยังไง?” หัวหน้าฝ่ายการทูตกล่าวออกมา เมื่อทุกคนในห้องประชุมได้ยินก็เงียบไป


                “เราต้องค่อย ๆ ทำให้พวกเขาเชื่อใจเรา เราต้องใช้ความต่างขององค์ความรู้ทำให้พวกเขาเคารพ สิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ มีความกลัวและความเชื่อ เราควรใช้ความเชื่อของพวกเขาให้เป็นประโยชน์ดีหรือไม่?”หัวหน้าแพทย์ฝ่ายจิตวิทยาของกองทัพกล่าวเสนอความคิด

                “แบบนั้นมันก็..ใช้ความเชื่อเพื่อมาชักจูงไม่ใช่หรือ? แบบนั้นก็เท่ากับเราทำการหลอกลวงพวกเขานะสิ”หัวหน้าหน่วยกระทรวงความยุติธรรมของกองทัพกล่าวขึ้น


                “ไม่หรอก..เราไม่ได้หลอกพวกเขาซะหน่อยเราใช้ความเชื่อของความต่างทำให้พวกเขายอมรับ  ไม่ได้ทำไปเพราะต้องการกดขี่พวกเขา  พวกเราทำเพื่อให้พวกเขาเข้าใจเจตจำนงของเรา และมันต้องใช้เวลาหยั่งถึงความรู้และแบ่งปันทุกสิ่งอย่างของพวกเราให้พวกเขา อาจใช้เวลานานถึงหลายพันปี ถึงตอนนั้นพวกเขาก็คงยอมรับได้แล้ว อีกอย่างถ้าพูดถึงความเชื่อของพวกเขา เราก็มีคนที่เหมาะสมอยู่ด้วย”หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของกองทัพกล่าว


                “เรื่องนี้เรายังต้องปรึกษากันอีกมาก แต่ว่าหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงที่คุณบอกว่าคนที่เหมาะสมสำหรับความเชื่อพวกเขาคุณอาจจะหมายถึงคนที่จะเข้าไปเชื่อมความสัมพันธ์ติดต่อกับพวกเขาผู้ที่เหมาะสมกับภารกิจนี้น่ะหรอ? คุณหมายถึงใครกันละ?”หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของกองทัพกล่าวถามด้วยความสงสัย หลังจากคำถามนี้ถูกกล่าวออกมาผู้คนในห้องก็ถกเถียงกันอยู่พักนึง ในขณะที่ตรงกลางห้องโต๊ะประชุมของผู้บัญชาการหลันไปเหล๋า มีการแสดงออกทางสีหน้าของเขาแลดูอึมครึมขึ้นมาทันทีคนที่พอเข้าใจหลายคนเริ่มรู้สึกตงิดใจอยู่แล้วว่าอาจจะเป็นใครไปไม่ได้คงมีคนที่เหมาะสมแค่คนเดียว


“แน่นอนผมต้องขอบอกทุกคนที่อยู่ที่นี่ก่อนว่า คนที่เหมาะสมที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลูกของท่านผู้บัญชาการหลันไป๋เหลานั้นแหละครับ ทุกท่านคงทราบกันดีถึงไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าเพราะเหตุใดหลันหลงเอ๋อถึงเหมาะสมสินะครับ จากวีรกรรมและสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็เป็นขอพิสูจน์ถึงความสามารถ สติปัญญา และศักยภาพของหลันหลงเอ๋อ และที่เหมาะสมไปมากกว่านั้นก็คือ ตระกูลหลันสืบทอดเจตจำนงของHaa’vaมาเนินนาน ถึงจะบอกว่าเขาเป็นเทพเซียนในความเชื่อก็ไม่ผิดหรอกครับเพราะ บุตรของเทพ ก็ยังเป็นเทพอยู่ดีถึงจะเป็นแค่


หนึ่งในร้อยหรือ หนึ่งในพันต่อให้มีสายเลือดของเทพยังไงก็ยังเป็นเทพ ในคัมภีร์ของบางศาสนา จากทั้งหมดของแต่ละดาวเคราะห์ก็มีระบุไว้นี่เพราะงั้นสำหรับพวกเราแล้วการให้ หลันหลงเอ๋อเป็นผู้ที่เหมาะสมก็ถือว่าถูกต้อง และไม่ได้เป็นการหลอกลวงผู้คนบนดาวเคราะห์นี่ด้วย พวกเขาอยู่ในยุคสังคมศักดินา  ก็มีความเชื่อของพวกเขา เราแค่ปล่อยให้พวกเขาเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเห็น ไม่ได้ทำร้ายพวกเขา ทุกท่านคิดว่าเป็นยังไง”หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของกองทัพกล่าวเสริม เมื่อคำกล่าวนี้ถูกปล่อยออกมา บรรยากาศในห้องก็เหมือนคลื่นที่ถาโถมเข้ามา  มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและคัดค้าน ที่ประชุมเริ่มถกเถียงกันมากขึ้น  ทุกคนอยู่ในความสับสน และไม่นานนักก็มีเสียงสั่งให้คลื่นลมเหล่านี้สงบลง


                “เงียบได้แล้ว! เราจะปรึกษากันอีกที หลังจากเราได้ข้อสรุปผลที่แน่นนอนแล้ว เราจะประกาศมันอีกที!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยพลังอำนาจ และความเยือกเย็นซึมลึกเข้าไปในอากาศฉับพลันทั้งห้องก็เงียบลง ดวงตาเย็นชาสีม่วงดำคู่นั้นเมื่อมองไปทางใดก็ไม่มีคนกล้าสบตาได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความยำเกรง “ถ้างั้นเลิกประชุม!”น้ำเสียงทุ้มต่ำกล่าวออกมาเป็นสัญญานปลดปล่อยความอึดอัดที่มีทั้งหมดให้หายไป

.

.

.

.

                ณ ห้องพักผู้ป่วยVIPของสถาบันแพทย์ ตอนนี้ผมกำลังเตรียมตัวที่จะออกจากที่นี่ หลังจากการพักรักษาตัว และทำตามคำแนะนำการรักษาของแพทย์อย่างเคร่งครัด มันช่วยไม่ได้หรอกเพราะถ้าผมไม่ทำแบบนี้อย่างจริงจังคงต้องทำให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะแม่ และผมเองก็ไม่ได้อย่างจะนอนอยู่ที่นี่ตลอดหรอกมันออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ วันนี้เป็นวันที่ผมจะออกจากโรงพยาบาลเพราะงั้น ทุกคนเลยอยากจะไปฉลองกันที่ผมหายจากอาการบาดเจ็บ ถึงจะพูดอย่างงั้นก็แค่ไปเดินเที่ยวหาของกินตามภาษาเด็กมัธยมละนะ


                ไม่นานเมื่อผมเตรียมตัวเสร็จก็ออกจากโรงพยาบาลโดยมีรถ คล้ายรีมูซีนสีดำมารับทุกคนรอผมอยู่ในรถก่อนแล้ว เมื่อผมมาถึงผมก็กล่าวทักทายทุกคนอย่างง่ายๆก่อนจะขึ้นรถ   เรากำลังจะเดินทางไปที่โซนB สถานที่ที่ร่วมสิ่งบันเทิงต่างๆไว้ที่นั้นและร้านอาหารมากมายผมต้องบอกเลยว่า ผมเบื่ออาหารของโรงพยาบาลมาก ต้องกินของที่ถูกกำหนดให้เพื่อการเสริมสร้างร่างกายให้หายเป็นปกติโดยไวที่สุด มันทำให้ผมมีความอยากอาหารมากในตอนนี้ รายชื่ออาหารและของหวานในหัวผมมีให้เลือกกินเยอะมากผมไม่รู้จะเลือกกินอะไรดี ขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องของกินในหัว


                “พี่หลงเอ๋อค่ะ รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ออกจากโรงพยาบาล?”อิงเอ๋อกล่าวถามสายตาของเธอเต็มไปด้วยความระยิบระยับและความเป็นห่วงเมื่อมองผม


                “รู้สึกดีมากเลยที่จะได้ไม่ต้องทนกินอาหารจำเจแล้วนอนเป็นผักตลอดเวลาในโรงพยาบาลละนะ ฮะฮะ” ผมกล่าวติดตลกเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดในรถ


                “ยังมีแรงมาพูดเล่นอีกนะ ใช้พลังงานเกินโอเวอร์ลิมิตแบบนั้นน่ะบ้ามากเลยรู้ตัวรึเปล่า ฝืนใช้พลังมากมายขนาดนั้นถ้าเป็นคนปกติคงไม่รอดแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ ลูกTarorix ที่พวกเราเห็นนั้นมันอะไรกัน? มันเอาแต่นอนตลอดเลยตั้งแต่ที่ฉันเห็น”จินเซียงกล่าวขึ้นเมื่อผมกล่าวติดตลก


                “นั้นสิค่ะทำแบบนี้พวกเราเป็นห่วงมากเลยนะ ต้องระวังตัวมากกว่านี้หน่อยนะค่ะ ถ้าเกิดเป็นไรขึ้นมาจริงๆพวกเราคงเสียใจกันทุกคนแน่ เพราะงั้นอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ รับปากได้ไหม?”ฟาฟา กล่าวขอร้องด้วยสีน่าเป็นห่วง ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มีต่อผมนะ มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น ผมเลยได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้ารับอย่างนั้น


                “ใช่แล้วหลงเอ๋อถ้าเกิดมีเรื่องอะไรก็บอกพวกเราสิเราจะได้ช่วยกันแก้ไข จะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกสัญญาด้วยเกียรติของPrimalเลย”หลิวเอ๋อร์กล่าวคำมั่นสัญญาออกมากับผม นี่สินะที่คนเขามักพูดถึงกันว่ามิตรภาพระหว่างผู้ชาย


                “ทำอะไรก็ระวังหน่อยสิ  เธอเป็นแกนนำของพวกเรานะหลงเอ๋อ”คนที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างเหม่ยเอ๋อกล่าวออกมาถึงเธอจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ร้อยยิ้มและความอบอุ่นในดวงตาก็เหมือนการบอกเป็นในๆว่าฉันเป็นห่วงเธอนะ  ดวงตาที่แสนอ่อนโยนนั้นที่ทุกคนมองมาแต่เอ๋?ทำไมหลิวเอ๋อถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้นด้วยละ? เป็นเด็กที่แปลกจริงๆเลย


                ระหว่างเดินทางทุกคนดูเหมือนจะสนใจ หลิงหลิงน้อยลูกTarorixที่หลับอยู่มาก ผมเลยเล่าเรื่องที่ผมพบกับหลิงน้อยได้ยังไง โดยการเล่าแบบละเอียดแต่เลี่ยงเรื่องของ จินตี้ อวี้ ไปเพราะว่า ถ้าเกิดเรื่องนี้รู้ถึงเบื้องบน ทั้งเธอและพี่สาวคงต้องลำบากแน่ อีกอย่างจากที่ฟังหลิวเอ๋อเล่ามาก็เหมือนเธอจะสำนึกผิดแล้วด้วย ขอแค่เธอไม่มาทำอะไรผมอีก ผมก็ไม่ทำอะไรเธอหรอก ถึงก่อนหน้านี้ในใจ อยากจะจับเธอ มาตีก้นให้รู้สำนึกก็เถอะนะ


                ไม่นานเราก็มาถึงโซนB พวกเราลงจากรถและบอกคนขับรถให้กลับไปก่อนเลย  เมื่อจะกลับผมจะติดต่ออีกที เพราะอาจจะกลับดึกผมฝากให้คนขับรถบอกพ่อกับแม่ของผม แล้วพวกผมก็เริ่มไปเดินเที่ยวกันตามภาษาเด็กละนะ


พวกเราอยู่ในคลาสSSSแน่นอนว่าพวกเรามักจะเป็นที่จับตามอง มีเด็กนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเราเข้ามาถามและพูดคุยเป็นระยะ บ้างก็มาขอถ่ายรูปด้วย ก็น่ะก็รู้สึกแปลกๆดีที่มีคนมาขอถ่ายรูปด้วย  พวกเราถูกหลายคนจับตามอง บางกลุ่มก็มองด้วยสายตาชื่นชมและเขินอาย


                แต่ถ้าจะพูดว่าคนที่เนื้อหอมที่สุดคงจะเป็นหลิวเอ๋อเพราะมีทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นพี่สาวสวยมาขอถ่ายรูปด้วย ผมชักรู้สึกอิจฉาแล้วสิ ถึงผมจะมีคนมาขอถ่ายรูปด้วยก็เถอะแต่ก็น้อยมากเลยที่จะขอผมถ่ายรูปหรือคุยด้วยทั้งๆที่ทุกคนในกลุ่มก็พูดคุยกับคนอื่นได้อย่างสบายแท้ๆแต่ทำไมมีแค่ผมละที่ ไม่มีคนเขามาพูดคุยด้วยเลย หรือว่าผมจะยังดูไม่ดียังไม่สง่าหรอ?อืมก็อาจจะเป็นงั้นก็ทำตัวสุขุมเพิ่มขึ้นอีกนิดและก็แผ่กลิ่นอายของคนมีสง่าราศีดูอิกนิดอาจจะมีคนเข้ามาหาผมเพิ่มขึ้นก็ได้ อืม?แต่ไหนๆวันนี้ก็มาเที่ยวกันละไปสนุกกันดีกว่า


                พวกเราเดินเล่นและไปหลายที่ เริ่มแรกเราไปกินข้าวที่ภัตตาคารอาหารแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วก็ไป เดินย่อยอาหาร ซื้อของShopingในห้าง ซื้อของบ้าง แต่ว่าของแต่ละอย่างที่ทุกคนซื้อทำให้ผมแทบกระอักเลือด เด็กพวกนี้ใช้เงินมือเติบจริง  ผมเดินไปดูเสื้อกันหนาวตัวนึงเพราะคิดว่ามันสวยดีแต่เมื่อผมพลิกเสื้อมาดูป้ายราคาทำให้ผมหยุดมือสั่นแทบไม่ได้ 200000เครดิต ถ้าเทียบกับเงินเดือนหมอที่ได้ต่อเดือนก็จะตกที่220000เครดิต/ต่อเดือน นี้มันเงินเดือนของหมอทั้งเดือนเลยนะผมพยายามทำใจให้สงบระงับมือที่สั่นก่อนจะแขวนมันกลับที่เดิม


                หลังจากนั้นพวกเราก็ไปดูหนังกัน เราดูหนังแฟนตาซีโรแมนติก บอกได้เลยว่าเอฟเฟกในยุคนี้ถือว่าสุดยอดมากทั้งภาพและเสียง รวมถึงดารานักแสดงก็ตีบทแตกและเป็นมืออาชีพมาก  มีอะไรใหม่ๆที่ผมไม่รู้จักอยู่เยอะแยะไปหมดแถมนักแสดงสาวที่เป็นตัวนำเรื่องก็เข้าถึงบทบาทแถมยังน่ารักด้วยเธอน่าจะอายุ20กว่าๆ สเปคผมเลยละเห้ออยากพบเธอจังเมื่อพวกเราออกมาจากโรงหนังเราก็ไปเดินหาของทานเล่นกันอีกนิดหน่อย  แต่ตลอดทางผมเหมือนสัมผัสได้ถึงสายตาที่คอยจ้องมองพวกเราตลอดไม่สิเหมือนจะเพ่งเล็งผมคนเดียว


                ผมเลยบอกทุกคนว่าอยากไปเข้าห้องน้ำและปีกตัวออกมาคนเดียว เมื่อผมแยกออกมาแล้ว ก็เดินเลี้ยวไปที่มุมของห้องน้ำ เหมือนรู้สึกว่าจะมีคนตามมาจริงๆ ผมเลยเดินเลี้ยวอีกมุมหนึ่งตรงที่มีตู้ขายของอัตโนมัติและหลบข้างหลังตู้เพื่อแอบดูว่าเป็นใครที่ตามผมมา ตู้ขายของอัตโนมัติอยู่ทางเข้าของทางเดินหน้าห้องน้ำ เมื่อผมแน่ใจว่าคนที่ตามผมมาเป็นใคร ผมก็ถึงกับอึ้งไปเลยคนที่แอบตามมาคือ จินตี้อวี้ เธอกำลังมองหาผมอยู่ แต่เธอตามผมมาเพราะอะไรละ? หรือเธอต้องการจะมาปิดปากผมเหรอ?นี้มันไม่โหดไปหน่อยเหรอผมก็ไม่ได้ทำอะไรเธอแล้วนิ!?


                ใจผมเต้นรัวและเร็วมาก ความคิดต่างๆในหัวคิดเหตุผลร้อยแปดพันประการว่าเธอแอบตามผมมาเพราะอะไรกันแน่? เมื่อผมรู้ตัวแล้วว่าเธอแอบตามผมมา ผมก็มองสำรวจดูเธอว่าเธอคงไม่ได้พกระเบิดมือ มีด หรืออุปกรณ์อันตรายอะไรมาด้วยหรอกนะ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วผมก็พยายามสงบใจลงและเดินออกมาจากหลังตู้ขายของอัตโนมัติ และกล่าวถามออกไป “เธอตามผมมาทำไม?ต้องการอะไรจากผม?”ผมกล่าวถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเพราะผมไม่รู้ว่าอารมณ์ของเธอตอนนี้รู้สึกยังไง


                ผมยังจำบทเรียนเมื่อตอนอยู่ที่สวนGarden EternalZในค่ายได้เธออารมณ์แปรปรวนมากและเจ้าแผนการ เมื่อผมกล่าวออกไปผมก็ไม่ลืมรอยยิ้มจริงใจที่ผมมักจะฝึกหน้ากระจกอยู่ทุกวันให้กับเธอ เมื่อเธอรู้ตัวว่าถูกจับได้เหมือนเธอจะตกใจสะดุ้งนิดหน่อย แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นก่อนเธอจะหันหลังกลับมาหาผม เราสบตากันแต่เธอก็ยังเอาแต่เงียบไม่ตอบอะไรผมเดาอะไรไม่ออกเลยจากสายตาที่เธอมองมา เธอกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่? มันทำให้ผมกังวลหนักมาก เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นเต็มหลัง ในใจรู้สึกถึงบรรยากาศอึดอัด


                เวลาผ่านไปเพียงจิบชาเดียว เธอก็กล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ฉะ ฉันขอโทษ! ขอโทษเธอนะหลงเอ๋อ! ยกโทษให้ฉันได้ไหม!?”เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเกร็งๆ สั่นเล็กน้อยและเธอก็ก้มหน้าลงในระดับอก ผมไม่รู้ว่าควรจะตอบรับเธอยังไงดี ผมไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใจเธอได้รึเปล่า ผมเป็นคนขี้ระแวงสุดๆเลยยิ่งกับเธอผมยิ่งไม่ค่อยวางใจ ผมรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยแต่ก็ถามเธอต่อว่า


                “แค่นี้รึเปล่าเรื่องที่จะบอกผมน่ะ?”ผมถามพลางมองท่าทีเธอไปพลางก็แอบเปิดโหมดป้องกันผ่านกระแสจิตไปที่สร้อยคอเป็นการระวังตัวไว้ก่อน


                “ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดีกับเธอหลงเอ๋อแต่ว่าฉันขอโทษจริงๆ! ฉันไม่ขอให้เธอหายโกรธฉัน !แต่ฉันสำนึกและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ฉันทำไปจริงๆ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะชดใช้ได้ ฉันจะทำทุกอย่าง!”เธอกล่าวน้ำเสียงจริงจังแล้วช้อนสายตานั้นมาทางผม สีหน้าเธอน่าเชื่อถือมากแต่ในใจผมก็ยังระแวงเธออยู่ดีคงต้องหยั่งเชิงเธอไปก่อน


                “อะไรก็ได้? เธอจะทำตามที่ผมสั่งทุกอย่างเลย?”ผมถามเพื่อความแน่ใจและมองเธอตลอดผมไม่อยากจะให้มีอะไรที่เป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อยๆ เกิดขึ้นกับผมหลังจากเพิ่งออกจากโรงพยาบาลหรอก เรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น!


                “อะไรก็ได้! ทุกอย่างเลย!ขอแค่บอกมา ฉันจะทำ!”สีหน้าของเธอดูขึงขังขึ้นเหมือนเธอจะมีน้ำตาซึมออกมาด้วย เธออาจจะพูดจริงก็ได้และผมอาจจะกังวลมากไป ผมลดความกังวลลง และกล่าวกับเธอว่า


                “ผมไม่ได้โกรธเธอแล้วละตอนนี้  เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้ แค่เธอไม่ทำร้ายผม ผมก็ไม่ได้จะทำอะไรกับเธอหรอก เราอยู่กันดีดีก็ได้นะ ถ้าเธอกังวลเรื่องในวันนั้น มันไม่เป็นไรหรอกผมจะไม่บอกใครและผมจะสั่งให้ทุกคนเก็บเป็นความลับด้วยเรื่องนี้ผมให้สัญญากับเธอได้”ผมกล่าวอธิบายกับเธอและยืนยันว่าผมจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเพราะว่าตามรายงานของกองทัพที่ส่งคนมาถาม ผมก็บอกไปว่า มันเกิดเพราะว่า แร่พลังงานในภูเขาตกลงไปในบ่อลาวาทำให้เกิดการระเบิดขึ้นก็เท่านั้น เรื่องมันก็จบไปแล้วก็แล้วไป ยังไงผมก็ยังอยู่ครบสมบูรณ์ไม่สึกหรออะไรแล้วตอนนี้


                “หลันหลงเอ๋อ เธอไม่โกรธฉันจริงๆ?  อึก งือ แง๊!ฮือฮือ!”เมื่อเธอกล่าวออกมาแบบนั้นไม่นานเธอก็เริ่มร้องไห้และปล่อยโฮออกมา ผมตกใจมากจากการตอบสนองของเธอ ผมทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่คิดว่าอยู่ดีดีเธอก็ร้องไห้ออกมาซะงั้นแถมยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยด้วย  ช่างเป็นผู้หญิงที่อารมณ์แปรปรวนซะจริงถ้าไม่เพราะบาดเจ็บผมก็คงต้องตกใจตายเพราะเธออารมณ์แปรปรวนเข้าสักวัน


                “ฮือ! แต่ว่าแบบนั้นไม่ได้หรอก ฮือ!อึก! ในใจฉันรู้สึกผิดมากถ้าไม่ได้ทำอะไรไถ่โทษละก็ ฮือ! ฉันไม่มีวันสบายใจหรอกนะ ฮือ!”เธอกล่าวออกมาพลางก็ร้องไห้ไปด้วยฟังไม่ได้ศัพท์เลยแต่ก็พอจะเข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อได้อยู่หรอก


                “ถ้างั้น ถ้าเธอสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายผมอีก ผมจะให้เธอช่วยงานอะไรสักอย่างเป็นการไถ่โทษก็ได้แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก เพราะงั้นถ้าเธอสัญญาเดี๋ยวผมจะบอกอีกที”ผมกล่าวบอกเธอไปแบบนั้นเพราะก็รู้สึกปวดหัวกับเสียงร้องไห้ของเธอ


ในอนาคตเธออาจจะมีประโยชน์กับผมก็ได้ ถ้าจะให้ช่วยเรื่องการทดสอบ สูทเกราะTypeที่พัฒนาขึ้น เพราะแค่หลิวเอ๋อคนเดียวคงเหนื่อยแย่เพราะงั้นมีคนมาช่วยเพิ่มอีกคนน่าจะดี


                “ได้! ได้เลยฉันสัญญา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรฉันก็จะทำทั้งนั้น!”เธอกล่าวออกมาพลางก็ก้มหน้าสะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้นมันเป็นภาพที่ดูแล้วน่าเศร้าจังน่านี่ผมทำให้เด็กผู้หญิงร้องไห้ นี่รู้สึกแย่ชะมัด ผมเลยปลอบเธอให้หยุดร้องไห้


                “เธอหยุดร้องได้แล้ว ผมไม่ได้โกรธจริงๆ เพราะงั้นผมหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะ เอาไปสิผมให้” ผมเดินเข้าไปหาเธอพลางมือก็หยิบผ้าเช็ดหน้าส่งไปให้เธอเช็ดน้ำตา เมื่อเธอเห็นผ้าเช็ดหน้าเธอก็สะอึกสะอื้นไปอีกรอบ เห้อผมสงสัยใจจริงๆว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นแบบเธอรึเปล่า


 เธอรับผ้าเช็ดหน้าของผมไปเช็ดน้ำตาจากนั้นก็เอาแต่กล่าวว่า “ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ!” เธอเช็ดหน้าเช็ดตาและผมก็ปลอบเธอสักพักก่อนจะกล่าวกับเธอว่าให้กลับไปพักผ่อนและพอถึงเวลาเดี๋ยวผมจะบอกกับเธอตอนนี้เราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้เมื่อกล่าวจบผมก็บอกลาเธอก่อนจะ กลับไปหาทุกคน


“กลับมาแล้วไปนานจังค่ะ? เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?”ฟาฟากล่าวถาม ผมทำหน้าปกติและกล่าวโกหกไปว่า เผอิญเดินดูอะไรเพลินไปหน่อยระหว่างทางไปห้องน้ำ


“ถ้างั้นเดียวอีกสักพักพวกเราแยกย้ายกันกลับได้แล้วละนี่ก็ค่ำแล้วด้วย อีกอย่างหลงเอ๋อเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังต้องพักผ่อนอีกหน่อย”เหม่ยเอ๋อกล่าวกับทุกคน เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็ติดต่อทางบ้านให้ส่งรถมารับ พวกเราเดินไปรออยู่ที่หน้าตึกของห้างเพื่อรอคนมารับ ไม่นานพวกเราก็แยกย้ายกันกลับ

                วันนี้มีอะไรหลายอย่างทำให้ตกใจมากแต่ก็เป็นวันที่สนุกดีได้เที่ยวเล่นกับเพื่อน คิดถึงเมื่อก่อนจังไม่รู้ว่าเพื่อนผมที่โลกก่อนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ ไม่นานผมก็กลับถึงบ้านตลอดทางผมคอยมองดูเมืองและบ้านช่องที่ทันสมัยต่างๆ เมื่อมาถึงบอดี้การ์ดก็มาบอกผมว่า ผู้บัญชาการหลันไป๋เหลาเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงาน ผมจึงเดินมุ่งหน้าไปพบพ่อด้วยความสงสัยว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า? หรืออาจจะเพราะผมเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเลยมีเรื่องจะถามก็ได้ยังไงก็ไปเจอพ่อก่อนละกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น