ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 17: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ยอมรับความจริง 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 17: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ยอมรับความจริง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 01:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 17: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ยอมรับความจริง 100%
แบบอักษร

​HATE LOVE 17: ยอมรับความจริง​


ร้าน DDM GEMS....

หลังจากที่เซ็นใบหย่าแยกทางกับอัญชนาเรียบร้อยแล้วปวันก็กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองตามปกติ เขายอมเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการที่จะมีอิสระอีกครั้งและใช้ชีวิตอยู่กับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตอนนี้แม้ว่าจะรู้สึกดีขึ้นมากกว่าเดิมแต่ก็ยังคงคิดอยู่ว่าที่เขารู้สึกแย่เป็นเพราะเสียใจจริงๆหรือเพียงแค่เสียเวลาไปกับการแต่งงานและความรักหลอกๆที่อัญชนาแสดงต่อเขา


สิ่งที่เขาต้องทำนั่นคือ...การยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้


ก็อกๆ


ปวันหันไปมองทางประตูก็เห็นกันตาเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่เรียบร้อย หญิงสาวมีสีหน้ากังวลจนเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย "รู้หรือเปล่าว่าผมเรียกกันย์เข้ามาทำไม?"


"ค่ะ" กันตาถอนหายใจหนักๆออกมา "กันย์ขอโทษนะคะ"


"ทำไมล่ะครับ ไม่ชอบงานที่นี่หรอ?"


กันตาส่ายหน้าช้าๆ "เปล่าค่ะ งานก็ดี เงินเดือนก็ดีค่ะ แค่กันย์ไม่สบายใจเฉยๆที่เป็นพาร์ทไทม์แต่ได้ค่าแรงเท่าๆกับพนักงานประจำ แถมคนอื่นจะเอาไปนินทาเอาได้"


ปวันยิ้มพร้อมกับหัวเราะออกมา "กันย์คิดมากไปหรือเปล่า? เอาเป็นว่าผมไม่อนุมัติการลาออกหรอกนะ"


"คุณปวัน... กันย์ลำบากใจจริงๆนะคะ"


"คิดมากน่ะ" ปวันเดินเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ เขายิ้มให้กับเธอเชิงสื่อว่าให้กำลังใจอยู่ "ไม่มีเหตุผลอื่นๆเลยนะ ที่ผมให้เงินเดือนของกันย์เท่าๆกับพนักงานประจำก็เพราะกันย์เป็นเด็กดี ใจดี ขยัน ส่วนคนอื่นๆผมก็พิจารณาตามความสามารถของแต่ละคนรวมถึงการทำงานด้วย ฉะนั้น...คิดใหม่ได้ไหมครับ กันย์เองก็ังต้องเรียนหนังสือ ผมคิดว่าลำพังเงินจาก กยศ. แล้วก็พาร์ทไทม์นิดหน่อยคงจะไม่พอ"


"แต่..."


"ไม่มีแต่แล้วล่ะครับ" ชายหนุ่มปล่อยมือจากไหล่ของเธอแล้วหันหลังกลับไปทำงานของตน "จริงๆแล้วผมเองก็มีเรื่องจะคุยกับกันย์อีกเรื่องนะ"


"คะ?" กันตาทำสีหน้าประหลาดใจแต่ก็ยอมที่จะอยู่ต่อ


ปวันนั่งลงบนเก้าอี้นวมแล้วยิ้ม เขาเท้าแขนบนโต๊ะทำงานของตนเองแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "คุณภาคย์ส่งข้อความมาขอกันย์ไปช่วยเป็นพริตตี้ในงานของเขาหน่อยน่ะ อันที่จริงค่าแรงโอเคเลยนะแค่วันเดียวกันย์ก็สามารถซื้อคอมพิวเตอร์หรือว่า...โน้ตบุ๊คได้แล้วล่ะ" วันก่อนช่วงเลิกงานเขาเห็นเธอไปยืนมองพวกคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ้คที่โซนขายสินค้าไอที คงอยากจะได้มาไว้ใช้ทำงานล่ะมั้ง


"แต่กันย์ไม่ได้สวยแบบไออุ่นเลยนะคะ เอาไปจะเป็นภาระซะเปล่าๆ" เธอยังคงถ่อมตัวอยู่เสมอทำให้เขายิ่งรู้สึกเอ็นดูมากกว่าเดิม


"ไม่หรอกครับ คิดซะว่าทำงานเป็นเพื่อนไออุ่นก็ได้แถมยังมีน้องภิชาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณภาคย์ด้วยนะ เอาเป็นว่ากันย์ตกลงนะครับ"  ปวันมองหน้ากันตาด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวลองคิดคำนวณจากรายได้ทั้งสองวันแล้วเธอสามรถซื้อสิ่งของจำเป็นได้มากมาย สุดท้ายก็ตอบตกลงไปแม้จะรู้สึกกังวลก็ตาม


######


อีกด้านหนึ่ง...


​โรงแรม Voruntiana...


อินทุกรกำลังนั่งอ่านสคริปด้วยความเคร่งเครียดอยู่บนโซฟาภายในห้องทำงานของภาคย์ เธอไม่มีความรู้ทางด้านเครื่องยนต์เลยยิ่งเป็นรถสปอร์ตด้วยแล้วยิ่งไม่เคยได้สนใจ เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่สร้างความลำบากให้แก่เธอมากที่สุดในเวลานี้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งไม่เข้าใจ...บัดนนี้ใบหน้าของเธอย่นจนแทบจะยับยู่ยี่ไปหมด ภาคย์ที่ยังคงทำงานอย่างเงียบๆ เขามองภาพนั้นแล้วก็เผลอหัวเราะออกมา


"ตลกขนาดนั้นเลยหรอคะ?" อินทุกรถามเขาเชิงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย 


ภาคย์ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาใกล้ๆเธอ เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยมองกระดาษที่เธอถืออยู่ "ท่องจำง่ายๆทำไมถึงทำไม่ได้สักที"


"ก็อุ่นไม่มีความรู้เรื่องรถนี่คะ แค่ไม่กี่วันใครจะไปจำได้" หญิงสาวถอนหายใจหนักๆออกมา 


ภาคย์จับแขนเธอเชิงบังคับให้ยืนขึ้น เขาพามานั่งยังเก้าอี้ทำงานของตนเองก่อนจะหมุนให้หันหน้าตรงกับคอมพิวเตอร์ ภาคย์เปิดไฟล์รูปภาพรถหรูที่จะจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ที่จะถึงนี้ขึ้นมา "ดูรูปพวกนี้นะ แต่ละอันจัดเรียงให้ตามสคริปที่อุ่นอ่านแล้ว ถ้าเรื่องเครื่องยนต์ล่ะก็จำแค่อันที่สำคัญก็พอ...."


อินทุกรเงียบและฟังเขาอธิบายแต่ละส่วนอย่างตั้งใจ เธอเองก็เคยคิดว่าภาคย์จะมีมุมที่ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นได้เหมือนกัน หลายๆครั้งที่เผลอสติหลุดมองเขาอยู่หลายๆครั้ง พอถูกจับได้ก็พยายามหันสายตาไปทางอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง แต่อีกคนเหมือนกับจงใจแกล้งเธอเสียมากกว่า...ภาคย์ครอบตัวเธอจากด้านหลังในขณะที่คลิกเมาส์ไปด้วย ใบหน้าเวลาที่กำลังพูดนั้นแนบชิดเธอจนได้ยินเสียงลมหายใจของเขา


ใจสั่นหวั่นไหวไปหมดแล้ว...


​หลายวันต่อมา....

งานมอเตอร์โชว์ถูกจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมของศูนย์การค้า...


ภายในงานนั้นมีรถหรูหลากหลายสัญชาตินำมาจัดแสดงรวมกันไว้ที่นี่ กลุ่มคนที่มีรสนิยมทางนี้หรือพวกกระเป่าหนักๆทั้งหลายต่างก็ซื้อบัตรเข้ามาเพื่อเลือกชม และจับจองเป็นเจ้าของกันในงานนี้ แต่สิ่งที่เรียกความสนใจได้ไม่ต่างกับคาราวานรถนั้นก็คือพรีเซ็นเตอร์คนใหม่และพริตตี้จำเป็นทั้งสามของงานนี่แหละ


"ชุดนี้รัดเกินไปอ่ะ ภิชาอึดอัด" ภิชาภัสมองตัวเองในกระจกพร้อมขนาดเท่าตัวเอง เธอหันซ้ายขวาก็รู้สึกอายสายตาผู้คนเช่นกัน


"นั่นสิ! กันย์ไม่เคยใส่ชุดสั้นแบบนี้มาก่อนเลย" กันตาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเพื่อเงินแล้วเธอต้องสลัดความกังวลทิ้งไปให้หมด


"แค่สองวันเองนะ สู้ๆ" อินทุกรไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจกันเท่านั้น ผ่านสองวันนี้ไปได้ก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะ สามสาวเดินออกมาจากด้านหลังเวทีก็ตรงเข้าไปประจำตำแหน่งที่ผู้จัดงานวางเอาไว้ให้


แสงแฟลชในงานสว่างวาบเป็นจังหวะ อินทุกร กันตาและภิชาภัสทำหน้าที่ที่เธอได้รับมอบหมายมาเป็นอย่างดี แถมชุดที่ใส่ในวันนี้ก็นอกเหนือความคาดหมายของพวกเธอเป็นอย่างมาก ชุดสีน้ำเงินรัดรูปจนเห็นสัดส่วนของเธอล่อตาล่อใจพวกเสือพวกตะเข้! โดยเฉพาะกับภิชญ์ที่สะพายกล้องตามถ่ายรูปอินทุกรทุกช็อต แม้ว่าจะรู้สึกเขินอายมากแต่ไหนอินทุกรพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้เพื่อให้งานทุกอย่างผ่านพ้นไป


โซนรับรองของผู้บริหารที่ตั้งอยู่อีกฝั่ง...


ภาคย์นั่งนองทุกเหตุการณ์อยู่บนโซฟากว้างพร้อมด้วยภีมะ ปวันและนนท์ธวัช แน่นอนว่าตอนนี้ในใจของเขากำลังว้าวุ่นยิ่งเห็นภิชญ์ทำทีเป็นสนิทสนมกับอินทุกร ไม่เพียงเท่านั้น...หญิงสาวยังยิ้มตอบด้วยความอ่อนหวานเสียอีก ชุดนั้นก็เผยเนื้อหนังมังสาแถมกระโปรงยังสั้นเสียเกินงามไปอีก


ถ้าเขารู้ก่อนคงไม่มีทางที่จะได้ใส่ชุดแบบนี้แน่ๆ...


"สาวๆน่ารักดีครับ ขอบคุณที่ชวนผมมานะ" ปวันยิ้มขอบคุณเจ้าของงานที่ส่งบัตรเชิญไปให้ "แต่ว่าชุดที่ใส่ก็โป๊พอสมควรนะ"


"ขอโทษทีนะครับ มันเร่งด่วนจริงๆและกว่าจะหาที่เข้ากับธีมงานนี้ได้ก็แทบไม่ทันแล้วล่ะครับ" ภีมะกล่าวด้วยความรู้สึกผิด เขาเองที่ตัดสินใจช้าเลยทำให้ทุกอย่างฉุกหุกไปหมด


นนท์ธวัชแตะไหล่ะภีมะเบาๆ "เอาเถอะ...ปกติเห็นเป็นสาวถึก ได้เห็นภิชาในลุคนี้พี่ถือว่าคุ้มมากแล้วล่ะ อ้อแล้วก็น้องไออุ่นกับเพื่อนนี่ก็แจ่มไม่แพ้กันเลยนะ ใช่ไหมไอ้ภาคย์!?" ดูเหมือนว่าคนถูกถามจะเริ่มไม่สบอารมณ์กับอะไรเสียแล้ว ภาคย์จ้องไปยังภาพตรงหน้าโดยที่ไม่กระพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว 


"เปลี่ยนพริตตี้ตอนนี้ทันไหมวะ?" น้ำเสียงเรียบเย็น ใครได้ฟังก็สามารถเดาอารมณ์ของภาคย์ในตอนนี้ได้เลย


ควับ !!


ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างหันหน้ามาหาเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียง นนท์ธวัชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ผู้กองหนุ่มยกมือโบกไปมาผ่านใบหน้าของเพื่อนสนิท...


"ฮัลโหล!! มึงป่วยหรอไอ้ภาคย์?"


แปะ !!


"ป่วยบ้าอะไรวะไอ้นนท์!!" ภาคย์ปัดมือเพื่อนรักออกด้วยความหงุดหงิด "ไปไกลๆกูเลยนะ" ผู้กองหนุ่มหัวเราะเชิงส่งสายตาล้อเลียน ทั้งปวันและภีมะเองต่างก็รู้สึกประหลาดใจกับอาการของภาคย์เช่นกัน ไม่นานภัทธิราที่เสร็จจากการแต่งหน้าให้บรรดาพริตตี้ในงานก็เดินเข้ามานั่งข้างๆพี่ชายฝาแฝดของเธอ 


"เป็นอะไรหรอภาคย์? งานไม่ค่อยโอเคหรอ?" เธอถามแฝดพี่ด้วยรอยยิ้ม แต่พอได้เห็นภาพที่ภิชญ์กำลังยืนอยู่ข้างๆอิทุกรก็ร้องอ๋อขึ้นมาในทันที "เข้าใจแล้วล่ะ ภัทรไม่ถามต่อแล้วก็ได้"


นนท์ธวัชเขยินเข้ามาใกล้ๆ "จริงๆไอ้ภาคย์มันป่วยนะภัทร ว่างๆพามันไปหาหมอหน่อยสิ สงสัยว่าจะเป็นโรค...ลมเพชรหึง! ดูสิหน้ามืดเลยเชียว"


ภัทธิรามองหน้าภาคย์แล้วสังเกตอาหารของเขาอีกครั้ง เธอส่ายหัวไปมาให้กับแฝดผู้พี่ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ "ภาคย์ จะทำนิสัยแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน จะต้องรอให้ไออุ่นไปจริงๆก่อนหรือยังไง?"


"..." ภาคย์ไม่ตอบแต่ในใจของเขาก็รู้สึกตามคำพูดของภัทธิรา ภาพที่เขาเห็นตอนนี้ก็คือเธอดูมีความสุขและยิ้มอยู่ตลอดเวลาผิดกับตอนที่อยู่กับเขา แทบไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอเลย


เวลาผ่านไปสักพัก...


ภิชญ์เดินสะพายกล้องตัวใหญ่แล้วยิ้มกว้างอย่างสะบายอารมณ์ เขาตรงเข้ามาหาฝาแฝดชายหญิงอันเป็นพี่บังเกิดเกล้าโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าพี่ชายคนโตเลยแม้แต่น้อย มือหนาจับกล้องตัวโปรดวางลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอมเป็นที่สุด "พี่ๆเป็นอะไรกันครับ ทำไมนั่งนิ่งกันจัง สาวๆในงานนี่แจ่มๆทั้งนั้นเลยนะเห็นแล้วเบิกบานสายตาโดยเฉพาะ...น้องไออุ่นของผมนี่แหละ สวยสุดๆไปเลย"


นนท์ธวัชแค่นยิ้มแล้วเอนตัวไปทางภีมะก่อนจะกระซิบข้อความเบาๆ "ชะตามันกำลังจะขาด มันยังไม่รู้ตัวอีกหรือยังไง?"


ภีมะพยักหน้าช้าๆ "ปล่อยให้เป็นเรื่องของครอบครัวเขาดีกว่าครับ" เขาถอนหายใจออกมาช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วจัดเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อย "เดี๋ยวผมขอตัวไปดูสาวๆก่อนนะครับ ป่านนี้น่าจะหิวกันแล้ว"


ปวันเห็นดังนั้นก็ยกมือขึ้นทันที "ผม...ผมไปด้วยนะครับ เห็นแอสตัน มาร์ติน คันสีขาวตรงนั้นน่าสนใจ รบกวนคุณภีมแนะนำให้หน่อยนะครับ"


"ได้...ได้สิครับ"


"ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ภีม ผมกะว่าจะชวนสาวๆไปทานข้างนอกงานน่ะครับ งั้น...ผมฝากกล้องสักชั่วโมงนะครับ" จังหวะที่ภิชญ์กำลังค้นหากระเป๋าสตางค์ของตนเองนั้นภาคย์ก็ยึดของเขาไปเสียดื้อๆ "เฮ้ย!! ขอคืนเถอะครับพี่ภาคย์"


"ภาคย์!!" ภัทธิราเองก็เริ่มเหนื่อยใจที่จะต้องมาห้ามทัพพี่ชายและน้องชายขอเธอ "เอาคืนให้น้องไปเถอะ"


ภาคย์ยังคงทำสีหน้านิ่งและพยายามเก็บความรู้สึกของเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้คงจะปิดไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะมั้ง "ทีมงานจัดเตรียมอาหารไว้หมดแล้ว เวลาแค่ชั่วโมงเดียวเดี๋ยวจะกลับเข้างานไม่ทัน" ชายหนุ่มไม่ยอมคืนกระเป๋าสตางค์ให้น้องชายแถมยังใช้น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขากำลัง...อิจฉา "คุณปวันจะดูรถใช่ไหมครับ? เชิญไปด้วยกันเลยดีกว่า ผมจะลองให้ไออุ่นฝึกแนะนำเครื่องยนต์ด้วย"


ปวันเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่ส่อถึงว่ากำลังจะเกิดศึกชิงนาง แต่เขาเองก็พูดอะไรไม่ได้ "ขอบคุณครับคุณภาคย์" ภาคย์โยนกระเป๋าสตางค์ใบนั้นคืนเจ้าของก่อนจะเดินนำออกไป ภีมะมองสลับระหว่างลูกพี่ลูกน้องทั้งสองของไม่นานก็เดินตามออกไป ภิชญ์ที่เริ่มหัวเสียกะจะเดินออกไปเคลียร์ให้รู้เรื่องแต่ภัทธิราก็รั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน


"พี่ภาคย์กวนผมก่อนนะ พี่ภัทรจะเข้าข้างอีกหรอ?"


"พอเถอะภิชญ์ เราเองก็น่าจะรู้ได้แล้วนะว่าที่ภาคย์เป็นแบบนี้เพราะอะไร!!" ภัทธิราพยายามอธิบายให้น้องชายของตนได้มองเห็นถึงเหตุผลนั้นเสียที


นนท์ธวัชที่นิ่งอยู่นานก็ส่ายหัวไปมา "นี่มึงดูไม่ออกจริงๆหรอไอ้ภิชญ์ มึงไปอยู่ในกระดองไหนมาเนี่ย! พี่ชายมึงน่ะกำลังหึงและหวงน้องไออุ่นอยู่ มันนั่งสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยเมื่อกี้ตอนเห็นมึงกับคู่หมั้นของมันยืนเล่นกัน"


"นนท์!" ภัทธิราทำเสียงปรามผู้กองหนุ่มที่อยู่ข้างๆ "อยู่กับพี่ตรงนี้แหละภิชญ์ ทำใจเย็นๆก่อน"


"ฮึ่ย!!" ตากล้องหนุ่มนั่งลงกับโซฟาด้วยความหัวเสีย จะเอาแบบไหนก็ไม่ยอมพูดทีนี้ล่ะทำเป็นหวง สงสัยจะต้องจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังเสียแล้วล่ะมั้ง


เวลายังคงเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงสามทุ่มตรง...


งานในวันนี้ได้จบลงแล้ว อินทุกร กันตาและภิชาภัสต่างรู้สึกอ่อนล้ากับการทำหน้าที่พริตตี้ในวันนี้ แม้จะเป็นมือใหม่พวกเธอก็ทำมันออกมาได้ดี ดูเหมือนว่ามันจะเป็นงานง่ายๆแต่จริงๆแล้วไม่เลย การจำข้อมูลในการตอบคำถาม การให้คำแนะในเรื่องของรถยนต์ต้องใช้ความพยายามในการจำเป็นอย่างมากและจะพลาดไม่ได้ และการยืนติดต่อกันเป็นเวลานานก็ทำเอาเมื่อยไปทั้งตัว


"งื้อ ภิชาไม่อยากเดินแล้วอ่ะ เหนื่อยจัง" ภิชาภัสฟุบหน้าลงกับโต๊ะสีขาวขนาดกว้าง


"นั่นสิ! คิดว่างานพริตตี้จะง่ายเหมือนที่เห็นซะอีก เหนื่อยมากจริงๆ" กันตาคงเปลี่ยนทัศนคติกับอาชีพพริตตี้ไปตลอดกาล ไม่ว่าจะงานไหนๆมันก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งนั้น


อินทุกรมองเพื่อนทั้งสองก็ยิ้มบางๆ "เหลือพรุ่งนี้อีกแค่วันเดียวเองนะ เดี๋ยวก็ไม่มีแล้วล่ะ" หญิงสาวหยิบเสื้อผ้าของเธอออกจกกระเป๋าเป้ใบขนาดกลางที่เตรียมมา "อุ่นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ"


"จ้ะ" อีกสองคนตอบพร้อมกันก่อนที่จะแยกย้ายไปจัดการธุระส่วนตัวของตนเองเช่นกัน


ห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก...


อินทุกรเปิดประตูเข้าแล้วเปิดไฟให้ห้อวนี้สว่าง กระจกขนาดใหญ่สะท้อนเห็นเธอทั้งตัว หญิงสาวพยายามปลดซิปด้านหลังชุดของเธอแต่มันไม่สำเร็จเสียที จนเวลาผ่านไปสักระยะก็ยังถอดชุดอันแสนอึดอัดชุดนี้ไม่ได้เสียที ไม่นานนักสายตาก็เห็นว่ามีใครบางคนเข้ามาในห้องนี้เงียบๆ คนๆนั้นมองเธอโดยที่ไม่มีคำพูดใดๆออกมาหรือส่งเสียงให้เธอรู้ตัว


เฮือก!!


ด้วยความตกใจเธอจึงหันไปทางผู้มาเยือนในทันที "พี่ภาคย์!! มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วรู้ได้ยังไงว่าอุ่นอยู่ห้องนี้?"


"แล้วมีอะไรที่เกี่ยวกับอุ่นที่พี่ไม่รู้" เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้จนแนบชิดกับร่างกายของเธอ อินทุกรร่นถอยหลังไปสองก้าวแต่สุดท้ายก็ต้องหยุดเพราะไม่มีทางให้เธอได้ขยับ


ครืด !!


ภาคย์เอื้อมมือปลดซิปด้านหลังจากชุดเจ้าปัญหาของเธอแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาข้างใบหูนิ่งพร้อมกับกระซิบถ้อยคำแผ่วเบา "ขอบใจ...วันนี้อุ่นเก่งมากนะ"


คนฟังเริ่มมีสีหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ อินทุกรยิ้มแล้วยกมือขึ้นทาบแผงอกของเขาก่อนจะดันคนตัวใหญ่ให้ออกห่างไปเล็กน้อย "ก็อุ่นตกลงแล้วนี่คะ ต้องทำให้ดีที่สุด...แต่พี่ภาคย์ออกไปข้างนอกก่อนได้ไหมคะ อุ่นจะเปลี่ยนชุด"


ภาคย์มองคนตัวเล็กแล้วเชยคางเธอขึ้นมา เขาก้มลงจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากเอิบอิ่มนั้นโดยที่ไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว อินทุกรหัวใจเต้นแรงอีกครั้งกับการกระทำของเขา เธอไม่ได้ปฏิเสธแถมยังตอบรับการกระทำของเขาเสียด้วยและสัมผัสได้ว่ามันมาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ 


ผู้ชายเย็นชาคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว...


เมื่อถอนริมฝีปากออก ภาคย์ก็มองคู่หมั้นสาวของตัวเองอีกครั้ง "ให้เวลาห้านาที พี่จะรออยู่หน้าเวที...ถ้าช้าหรือว่าพี่หาอุ่นไม่เจอ กลับไปรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น"


"ค่ะ" คำขู่ที่ไม่เหมือนคำขู่นั้นเธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เห็นเงียบๆแบบนี้จริงๆแล้วภาคย์ก็เป็นผู้ชายที่ร้ายลึกอยู่ไม่น้อย เขายิ้มให้กับคำตอบของเธอก่อนจะออกไปจากห้องแต่งตัวแต่โดยดี ส่วนอีกคน...รู้สึกว่าหัวใจมันพองโตจนแทบจะทะลักออกมาจากร่างกาย เธอส่งเสียงประณามเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "คนบ้า!!"


ด้านของภาคย์ที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยใบหน้าฉาบรอยิ้ม แต่เขาก็ต้องหุบมันลงในทันทีเมื่อเห็นเจ้าน้องชายตัวดีเดินเข้ามาหา ภิชญ์มีท่าทีหาเรื่องก็ไม่ปาน


"เรามีเรื่องต้องคุยกันนะพี่ภาคย์ สรุปแล้วที่พยายามขวางผมทุกทางนี่ก็คือ...พี่รักน้องไออุ่นของผมใช่ไหม?"


ภาคย์มองกลับด้วยแววตาที่ยากแก่การคาดเดาความคิด "ไออุ่นไม่ใช่ของแกแต่เป็นของฉัน! และเป็นของฉันแค่คนเดียว!!"


__________________________________ 100% ______________________________________________________


พี่ภาคย์คนป่วย ป่วยทางใจนะจ๊ะ

มาลงครบแล้วจ้าาา มาช้าต้องขออภัยแต่จะมาบ่อยๆนะคะ

กดติดตามเพจของไรท์กันด้วยนะจ๊าาา

ปล..ขอบคุณทุกยอดอ่านและคอมเม้นนะคะ อ่านทุกคอมเม้น แต่ตอบไม่ทันจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น