Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 10 ตัวอันตราย?

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ตัวอันตราย?

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 199

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2561 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ตัวอันตราย?
แบบอักษร

ตอนที่ 10 ตัวอันตราย**?**

                หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าของสวน Garden EternalZ หน่วยช่วยเหลือของPrimalที่ประจำการที่นี่ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือแต่พวกเขา ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อพวกเขามาก็พอดีกับเหตุการณ์ที่เหล่าTarorixวิ่งพุ่งชนบาเรียม่านพลังงาน ที่มีความสูงเฉียดฟ้า และบนนั้นฉันสังเกตเห็น Primalฝึกหัดที่สวมชุดสูท ฉันคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ฉันแทบไม่เชื่อสายตา เพราะไม่มีสูทตัวไหนที่สามารถบินได้ เพราะการบินนั้นสำหรับสูทตัวเดียวมันจะเป็นภาระที่หนักหนาของผู้สวมสูทที่ฝืนให้ ชุดสูทสามารถบินได้ ไม่ต้องพูดว่าจะบินได้สูงเท่านั้นเลย แค่ รอยเหนือพื้นได้สัก10เมตรเป็นเวลา1นาที ก็ถือว่าเก่งแล้ว

                แต่นี่มันเหนือกว่าสิ่งที่ฉันจะเข้าใจได้ ฉันได้รับรายงานว่า Primalฝึกหัดทุกคนได้อพยพมาที่นี่กันหมดแล้ว จะ เหลือก็แต่พี่หลงเอ๋อ ทันใดนั้นเหมือนฉันจะคิดอะไรได้ ที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าของสวนตรงนั้นต้องเป็น พี่หลงเอ๋อแน่ๆ ฉันแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่ อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลง ฉันวิ่งไปหากลุ่มPrimalฝึกหัดที่อพยพเข้ามา ที่นั้นฉันเห็นพี่หลิวเอ๋อ กำลังทำสีหน้าเคร่งขรึมมองไปที่ น่านฟ้าตรงนั้น ฉันบอกได้เลยว่ามันเป็นภาพที่ฉันจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต  สูทที่สามารถบินได้ตัวแรกและยังสามารถบินสูงเฉียดฟ้า ม่านพลังงาน เสาแสง อุปกรณ์เทคโนโลยี ต่างๆ หลายต่อหลายชั้นที่กางออกมา

 ฉันคิดไม่ออกเลยว่าเพื่อจะควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดพวกนี้  จะต้องใช่พลังจิตมากขนาดไหน และร่างกายจะต้องแบกรับภาระและผลกระทบจากพลังคืนมาเท่าไหร่  ฉันคิดสภาพของพี่หลงเอ๋อไม่ได้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไง  ฉันร้อนใจมาก

ฉันพยายามทำใจมองไปรอบๆเพื่อยืนยันว่าจะพบพี่หลงเอ๋อที่นี่ แต่ไม่มี ฉันไม่เห็นพี่หลงเอ๋อ ฉันเดินเข้าไปด้วยสีหน้ากังวลแข้งขาเหมือนจะไร้เรี่ยวแรง ฉันถามพี่ฉันว่า พี่หลงเอ๋ออยู่ที่ไหนเพื่อเป็นการยืนยันและมันก็เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้ฉันรู้สึกสบายใจได้บ้าง แต่สิ่งที่ฉันได้ยินจากพี่หลิวเอ๋อ “หลงเอ๋อ อึก! อยู่ข้างบนนั้นตรงน่านฟ้า”

                สีหน้าฉันขาวซีดในหัวเหมือนจะโล่งไปหมดฉันแทบจะยืนไม่ไหว ถ้าไม่ได้พี่หลิวเอ๋อประคองไว้ฉันคงล้มลงไปที่พื้นแล้ว ฉันมองไปบนน่านฟ้าที่ พี่หลงเอ๋ออยู่ตรงนั้น  ฉันไม่รู้ว่าพี่จินเซียงพี่ฟาหลันกับพี่เหม่ยฮวา มาตอนไหน แต่ฉันเห็นพี่จินเซียงพูดออกมาว่า “นี่มัน! หลงเอ๋อบ้าไปแล้วหรือไง! ใช้พลังงานจากอุปกรณ์และควบคุมมันทั้งหมดทีเดียวมากขนาดนั้น ผลจากการใช้พลังงานมันมากเกินไปแล้วนะ ไม่ต้องถามถึงม่านพลังที่ต้องใช้พลังจิตกระตุ้นเพื่อสั่งการเปิดใช้งาน เอาแค่เสาแสงต้นเดียวก็มากเกินคนธรรมจะใช้แล้ว แล้วไหนจะเครื่องขยายพลังพวกนั้นอีก นี่หลงเอ๋อจะฆ่าตัวตายรึไง!”

                อาจจะเพราะพี่จินเซียงสามารถเข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่พี่หลงเอ๋อกำลังใช้ มากกว่าพวกฉันที่ไม่ค่อยไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ พี่ฟาหลันกับพี่เหม่ยที่ยืนเงียบอยู่นานจึงถามว่า

“หมายความว่ายังไงจินเซียง?อธิบายให้พวกเราเขาใจด้วยสิ”พี่ฟาหลันพูดพลางคิ้มขมวดมองไปที่น่านฟ้า

“นั้นสิ อธิบายให้ชัดเจนที” พี่เหม่ยฮวากล่าวเสริมโดยที่สีหน้าก็กลักลุ้มไม่แพ้คนอื่นๆเลย

“อุปกรณ์พวกนั้นอาจจะมีแกนพลังที่หลงเอ๋อสร้างขึ้นมาเองก็จริงแต่มันก็ต้องใช้พลังจิตบางส่วนในการกระตุ้นให้ทำงาน

การเปิดใช้พวกมันพร้อมกันนั้นเป็นอะไรที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อพลังจิตของคนเรา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้พวกมันพร้อมกันมากขนาดนี้อย่างที่หลงเอ๋อกำลังทำ คนธรรมดาไม่สามารถแบกรับผลกระทบที่จะตามมาของพลังได้หรอกนะ อย่างดีสุดก็อาจจะเสียสติ ถ้าหนักหน่อยอาจจะตายได้” หลังจากสิ้นเสียงของพี่จินเซียง ทุกคนก็มีสีหน้านิ่งขรึมยิ่งกว่าเดิม พี่ฟาหลันเหมือนจะยืนไม่ไหวแล้วซบอยู่ที่อกพี่เหม่ยฮวา เธอน้ำตาไหลออกมา พลางก็พึมพำว่า “ฉันจะไปหาหลงเอ๋อ” แต่พี่เหม่ยฮวาก็กอดเธอไว้แน่นแล้วปลอบเธอว่า “หลงเอ๋อจะไม่เป็นอะไร”ถึงจะพูดแบนั้นแต่เธอก็มีสีหน้ากังวลเช่นกัน

                พวกเราเอาแต่มองดูม่านพลังหลากสีที่ปรากฎเหนื่อน่านฟ้า และเสาแสงพลังมากมายที่ปะทุขึ้นกางเป็นบาเรียป้องกันเราไว้จากพวกTarorixที่กำลังคลั่ง พี่หลงเอ๋อกำลังปกป้องพวกเราทุกคน ฉันไม่รู้ว่าจะต้องช่วยยังไงนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเขาใจว่าตัวฉัน ไร้พลังไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยสักอย่าง ฉันหวังว่าพี่หลงเอ๋อจะปลอดภัย ไม่นานพี่จินเซียงก็บอกให้พี่หลิวเอ๋อเอาอุปกรณ์สร้างบาเรียออกมาและแจกจ่ายให้ทุกคนไป ปักรอบๆแคมป์ และสั่งให้เปิดใช้งาน  หลังจากเปิดใช้ บาเรียทรงกลมก็ถูกกางรอบแคมป์ ต่อมาก็เกิดคลื่นช๊อคเวฟพลังจิตตามมากระแทกเข้ากับบาเรียของแคมป์

                สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนได้แต่ตกตะลึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าTarorixก็เหมือนจะสงบลง ม่านพลังแสงสีต่างๆบนท้องฟ้าค่อยๆสลายหายไป  ฉันเห็นพี่หลงเอ๋อที่อยู่บนน่านฟ้าล่วงตกลงไปในป่าอย่างรวดเร็วและมีเสียงกระแทกตามมาคล้ายเสียงอุกาบาตรตกกระทบพื้น หลังจากม่านพลังหายไปพวกเราก็เริ่มรู้สึกตัว ผู้บัญชาการ หลันไป๋เหลา สั่งให้ ทีมช่วยเหลือเข้าไปในป่าเพื่อทำการกู้ภัย ไม่นานนักหลังจาก10นาที ทีมกู้ภัยก็ออกมา พวกเขาออกมาพร้อมกับแคปซูลขนส่งคนฉุกเฉิน

           มันคล้ายเตียงแคปซูลใสที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ พวกเราแหวกฝูงชนออกไปและฉันก็ได้เห็น   สภาพของพี่หลงเอ๋อ ที่อยู่ในแคปซูล เลือดไหลอาบทั่วร่าง เหมือนว่าเพิ่งไปผ่านสงครามเลือดมาอย่างโฉกโฉนตามตัวมีรอยแผล ตามตัว เต็มไปด้วยรอยขีดยาวเป็นแผลลึกบ้างบางบ้าง และเหมือนจะเห็นก้อนอะไรดำดำอยู่ข้างในสักอย่าง ฉันไม่รู้ว่าคืออะไร รู้แค่ว่าตอนนั้นเหมือนหัวใจของฉันถูกกรีด ภาพที่ฉันเห็นเป็นภาพที่สะเทือนใจมาก ถ้าหากว่าพี่หลงเอ๋อเป็นอะไรไปพวกเราคงเจ็บปวดกันมากเกินจะรับไหว

แคปซูลถูกพาผ่านประตูมิติไปยังฝั่งของสถาบันที่ตอนนี้ได้มีการติดต่อทีมแพทย์ของฝั่งนั้นไว้แล้ว ทีมกู้ภัยไม่สามารถผ่านข้ามประตูไปได้ มีแต่ต้องส่งแคปซูลผ่านประตูเท่านั้น ทีมแพทย์ที่ถูกเตรียมไว้รับแคปซูลที่พี่หลงเอ๋ออยู่ข้างในแล้วรีบพาไปยังสถาบันแพทย์ อาการของพี่หลงเอ๋อเข้าขั้นโคม่า เราพยายามจะตามไป แต่ผู้บัญชาการหลันไป๋เหลา สั่งให้ทุกคนดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป และขอให้เพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกหน่อย พวกเราจึงจำใจทำได้แค่กลับไปที่เต็นท์ พี่เหม่ยฮวาและพี่จินเซียง ปลอบฉันและพี่ฟาหลันทั้งคืนจนพวกเรา4คนอ่อล้าและหลับไปในที่สุด

                พี่หลิวเอ๋อกลับไปที่บังเกอร์ตรงด่านที่ตั้งในป่าเพื่อไปสำรวจความเสียหายกับPrimalและครูฝึก ฉันภาวนาขอให้พี่หลงเอ๋อปลอดภัยและจมลงสู่ห้วงนิทรา...

.

.

.

.

                ผมแทบจะทนไม่ไหวเมื่อเห็นสภาพของหลงเอ๋อที่โคม่า ตามตัวมีเลือดอาบเต็มแคปซูลขนย้ายผู้บาดเจ็บ  ผมแทบอยากจะวิ่งเข้าไปตอนนั้นเพื่อขอดูอาการของหลงเอ๋อแต่ก็กลัวจะทำให้การช่วยเหลือล่าช้า  ผมโกรธมากที่ตัวเองไม่สามารถช่วยหลงเอ๋อได้มากกว่าที่ทำอยู่  ผมไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่นนอกจากพวกเราที่อยู่ในบังเกอร์เดียวกัน  ส่วน จินตี้ อวี้ ผมอยากจะฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ กับสิ่งที่เธอทำให้หลงเอ๋อมีสภาพเป็นแบบนี้ เรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น  ถ้าเธอไม่สร้างปัญหาขึ้นมา

                ชีวิตของหลงเอ๋อแขวนอยู่บนเส้นด้าย ผมจ้องไปที่เธอ ที่เอาแต่หน้าซีด และอยู่ในอาการ หวาดกลัว เธอสบตาเข้ากับผมและเบนสายตาหนีไป ชิ! ผมจะรอจนหลงเอ๋อฟื้นก่อน ชีวิตของเธอผมจะให้หลงเอ๋อเป็นคนตัดสินใจ ตอนนี้ ผมทำได้แค่ทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการไป๋เหลาเท่านั้น เมื่อเรากลับไปถึงบังเกอร์ ก็มีครูฝึกมาบอกว่าให้เราทำการสำรวจและเฝ้าระวังที่บังเกอร์ต่อไปจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่จากผู้บัญชาการ เมื่อครูฝึกจากไป ก็เหลือ พวกเรา4คนที่อยู่ ในบังเกอร์

ผมเอาแต่จ้อง จินตี้อวี้ ตลอดเวลา และก็พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้เข้าไปฆ่าเธอในตอนนี้

                บรรยากาศเริ่มอึดอัด ไม่มีใครพูดอะไร ได้ยินแค่เสียงของกองไฟที่ดัง แกร๊ก! แกร๊ก! จากสะเก็ดถ่านที่ถูกเผา

ผมมองเธอที่เอาแต่ก้มหน้าและตัวสั่น ตัวสั่นเหรอ? ฮึ!คงจะกลัวว่าตัวเองจะได้รับโทษละสิ! ภายในบังเกอร์เงียบมาก

อากาศรอบด้านเริ่มเย็น ทั้งๆที่ก็มีกองไฟให้ความอบอุ่น ผมไม่อยากจะคิดว่าถ้าเกิดหลงเอ๋อเป็นอะไรไปจริงๆ ผมคงจะห้ามตัวเองไม่ได้ที่จะฆ่าเธอ สำหรับหลงเอ๋อผมจะไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด เมื่อทุกคนไม่พูดอะไรกันเลยความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมหนักขึ้น

                “เอ๋อชั้นว่าพวกเราควรพักผ่อนกันได้แล้ว น่ะ ฮะฮะ แบบ เรื่องก็คลี่คลายแล้ว พวกเราเลิกทำหน้าน่ากลัวเถอะ มาย่างเนื้อกินกันดีกว่าไหมคะ?” เสี่ยวหลิงกล่าวขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศ แต่ภายในบังเกอร์ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรอบใดๆ

และไม่นานหลังจากความเงียบ หนิงหนิงก็กล่าวเสริมขึ้นว่า

                “ถ้าอย่างนั้นฉันจะรับหน้าที่เฝ้าเวรกับหลิวเอ๋อเองเพราะงั้น ฉันกับหลิวเอ๋อจะออกไปเฝ้าข้างนอก ส่วนเสี่ยวหลิง กับพี่อวี้ก็พักผ่อนได้แล้ว เก็บแรงไว้ตอนเช้า”หลังจากกล่าวจบเธอก็เดินออกจากเต็นท์ไป

                ผมจ้องมองจินตี้อวี้ก่อนจะเดินตามเธอออกจากเต็นท์ผมคิดว่าแบบนี้คงดีแล้วที่ไม่ต้องเห็นหน้าคนที่ทำร้ายหลงเอ๋อ ผมกล่าวกับหนิงหนิงที่อยู่ทางเข้าบังเกอร์ว่า “จะไปที่ลำธารใกล้ๆจะไปทำให้หัวเย็นลงสักหน่อย แล้วอีกสักพักจะกลับ”

ถึงผมจะพูดแบบนั้นแต่ใจจริง แค่อยากจะออกไปให้ไกลจากจินตี้อวี้ก็เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผมคอยจิตตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผมได้แต่หวังว่า หลงเอ๋อจะไม่เป็นไร ขอHaa’va ทรงปกป้องหลงเอ๋อด้วย..

.

.

.

.

                หลังจากม่านพลังและเสาแสงหายไป ไป๋เหลา บอกให้ฉันไปเตรียมการทีมแผนและรออีกฝั่งของประตูมิติ ฉันรออยู่ที่อีกฝั่งของประตูพร้อมกับทีมแพทย์ที่พร้อมที่สุดหากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น มีรถของสถาบันแพทย์และมีการเปิดเส้นทางให้สามารถเดินทางไปถึงสถาบันแพทย์ด้วยความเร็วที่สุด ฉันรออย่างใจจดใจจ่อ อยู่อีกฝั่งของประตู ไม่นาน ฉันก็เห็นแคปซูลขนย้ายผู้บาดเจ็บเข้ามาใกล้  เมื่อมันใกล้เข้ามา ใจฉันแทบจะแหลกตกนั้น ฉันเอามือมาปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เผลอร้องออกมาแต่น้ำตาฉันก็ดันไหลออกมาแบบหยุดไม่ได้

                สิ่งที่ฉันเห็นมันทำให้ฉันแทบจะขาดใจ เหมือนมีเหล็กร้อนคอยกรีดลงกลางใจของฉัน หลงเอ๋อนอนหมดสติอยู่ข้างในแคปซูลร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย ตามตัวมีแต่คาบเลือดเต็มไปหมด ฉันรีบสั่งให้นำหลงเอ๋อขึ้น รถของสถาบันแพทย์ก่อนฉันจะตามขึ้นไป  ฉันคอยเกาะอยู่ข้างแคปซูลตลอดเวลา สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันแน่ใจว่าหลงเอ๋อยังมีชีวิตอยู่คือ เครื่องวัดชีพจรของแคปซูลที่ยังแสดงอัตราเต้นของหัวใจอยู่  พวกเรามุ่งหน้าถึงสถาบันแพทย์ภายในไม่กี่นาทีเราก็มาถึง ฉันสั่งให้พาหลงเอ๋อไปห้องฉุกเฉินที่เตรียมไว้โดยเร็วที่สุด

                เราได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดและดีที่สุดไว้หมดแล้วและยังมีทีมแพทย์ที่เป็นหัวกะทิอยู่ที่นี่ด้วย พวกเขากำลังรอที่จะรักษาหลงเอ๋อเมื่อแคปซูลถูกย้ายเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินทีมแพทย์ก็เริ่มลงมือทำการรักษา ฉันคอยมองดูหลงเอ๋อ จากอีกฝั่งของห้องที่มีกระจกขั้นไว้ ไม่นาน ทีมแพทย์ก็เหมือนจะอุ้มห่อผ้าอะไรสักอย่างออกมาก่อนจะนำมามอบให้ฉัน

                ฉันสงสัยมากว่ามันคืออะไรแพทย์คนนั้นบอกฉันว่า “เราพบมันอยู่กับลูกของคุณ ลูกคุณกอดมันไว้ไม่ยอมปล่อยตอนนี้เราคงต้องขอให้คุณดูแลมันสักพัก” เมื่อพูดเสร็จเขาก็กลับเข้าห้องฉุกเฉินไป ฉันสงสัยว่าห่อผ้านี่คืออะไรกันแน่

มันนุ่มนิ่ม และมีน้ำหนัก ฉันเปิดห่อผ้าออกมาดูทันใดนั้นฉันก็ตกตกใจ เอ๋!? นี่มันลูกTarorixไม่ใช่? ทำไมมันถึงมาอยู่กับหลงเอ๋อได้ละ? เมื่อฉันมองดูมัน ที่กำลังนอนหายใจอย่างสงบในห่อผ้า ฉันคิดว่าเรื่องนี่มันเริ่มจะไม่ปกติแล้ว ฉันมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจ  แต่คงต้องรอให้หลงเอ๋อปลอดภัยก่อน ฉันคงต้องดูแลมันสักพักก่อนที่หลงเอ๋อจะฟื้นขึ้นมา

                ขอองค์Haa’vaทรงปกป้องหลงเอ๋อให้ปลอดภัย..

.

.

.

.

                นี่ก็ผ่านมา3วันแล้วนับตั้งแต่ปรากฏการม่านพลังแสงเหนือน่านฟ้าของสวนGarden EternalZ ตารางงานและการดำเดินการต่างๆถูกเปลี่ยนไปหมด  จากกำหนดการกิจกรรมที่กำหนด3วัน กลายเป็นเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด อนึ่งเพราะว่าประตูมิติถูกเปิดค้างไว้แบบนั้นและไม่มีใครที่สามารถปิดมันได้ ผู้คนส่วนใหญ่ ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นว่าต้นเหตุมาจากอะไร ทำได้เพียงแค่เชื่อรายงานที่สรุปผลเอาเท่านั้นว่า เกิดการปะทุของลาวาในภูเขาไฟระเบิดออกสร้างความเสียเป็นวงกว้างทำให้เหล่าTarorixแตกฝูงเนื่องมาจาก แร่พลังงานบางชนิดในหุบเขาล่วงลงไปทำปฏิกิริยาสร้างแรงระเบิดและความเสียหายขนาดใหญ่

                นักวิทยาศาสตร์หลายคนทำการศึกษาและพยายามที่จะควบคุมประตูมิติที่เปิดแต่กลายเป็นวาตลอดระยะเวลา3วัน ไม่มีใครสามารถปิดมันได้ เพราะว่าประตูได้ทำการเข้ารหัสและโค้ดระดับสูงไว้มันจำเป็นต้องใช้กุญแจตัวเดียวกันกับตอนเปิดหรือพูดง่ายๆคือ ใครเปิดคนนั้นก็ต้องเป็นคนปิด พวกเราลองใช้อุปกรณ์ต้นแบบที่ได้จากคนออกแบบคนเดียวกันแต่ผลสรุปก็เหมือนเดิมตราบใดที่เจ้าตัวไม่ได้สั่งการประตูก็ยังจะเปิดทิ้งไว้แบบนั้น และคนที่ฉันกล่าวมาตอนนี้ ก็กำลังนอนหลับหมดสนิทบนเตียงเบื้องหน้าฉัน

                ใช่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นฉันรู้ว่าฉันไม่มีหน้ามาพบเด็กคนนี้ได้เลย ฉันรู้ว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นและเป็นคนที่เกือบจะพรากชีวิตของทุกคนรวมถึงเด็กคนนี้ ฉันรู้ดีว่าฉันแย่แค่ไหน ที่พยายามแกล้งเธอจนมีสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ เธอนอนหลับตามขาและแขนรอบคอถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล ผลจากการตรวจร่างกายพบว่า พระดูกขาซ้ายร้าว ซี่โครง หัก3ซี่ กระดูกคอร้าว กระดูแขนขวาเคลื่อนและมีการร้าวเกิดขึ้น แผลภายนอกส่วนใหญ่อาจจะหายดีแล้วมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น แต่ภายในบอบช้ำมากกว่าที่เห็น

                ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมฉันถึงมายืนอยู่ตรงนี้ อาจจะเพราะว่าฉันรู้สึกผิด หรือว่าเพราะฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น ครั้งแรกที่ได้พบกัน  ฉันก็เหมือนมีอคติกับเธอคนนี้ แต่ก็เพราะว่าเธอเอาชนะพี่สาวฉันได้เท่านั้นมันเลยทำให้ฉันพาลไม่ชอบไปด้วย แต่มันไม่ใช้ความผิดของเธอเลย  ทั้งๆที่เธอคอยทำตามคำสั่งและยิ้มให้ฉันทุกครั้ง ฉันคิดว่ารอยยิ้มของเธอมันเป็นแค่การเสแสร้งประจบ แต่ไม่เลยมันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจ ฉันไม่รู้ว่าฉันโง่แค่ไหนที่คิดว่ารอยยิ้มนั้นเป็นสิ่งไม่ดี

                ฉันรู้สึกผิดจากก้นบึ้งของหัวใจ วันนั้นที่เธอฝืนใช้พลังทั้งหมดที่มี หยุดยั้งเหตุการณ์ไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรม

ฉันเป็นคนที่ทำลายเธอนางฟ้าองค์นี้ เธอปกป้องทุกสิ่งในขณะที่ฉันลงมือทำร้าย เธอไม่เคยด่าว่าหรือกล่าวโทษฉัน จะมีก็แต่รอยยิ้มนั้นที่ยิ้มให้ฉันตลอดเวลา ฉันเข้าใจได้ว่าเธอเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดและฉันเป็นคนที่เลวแค่ไหน ฉันไม่ได้ต้องการจะให้มันเป็นแบบนี้เลย ฉันหวังว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว  ฉันมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะกล่าวกับเธอ ฉันจะขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

                ฉันไม่ขอให้เธออภัยให้ฉันหรือหายโกรธแต่ฉันแค่อยากให้เธอฟื้นขึ้นมาและปลอดภัย  ที่ฉันไม่ถูกลงโทษตอนนี้ก็อาจจะเป็นเพราะเธอสั่งให้ทุกคนในบังเกอร์เก็บความลับไว้  ตอนนี้ฝานโหวหลิวเรียกฉันไปพบ เขาบอกว่าที่เป็นแบบนี่ก็เพราะฉัน บอกว่าหลงเอ๋อเป็นคนสั่งให้เก็บความลับไว้ ไม่งั้นมันจะเกิดผลเสียหายกับคนอื่นๆรวมถึงพี่สาวฉันอาจจะถูกไล่ออกจากกองทัพด้วย ที่ฉันยังอยู่ในกองทัพได้ก็เป็นเพราะหลงเอ๋อสั่งให้ปกปิดไว้ฉันรู้สึกผิดมากความละอายผุดขึ้นมาในใจฉันมากล้น ฉันรู้สึกว่าฉันทำอะไรลงไป ทำไมถึงได้ทำร้าย สิ่งบริสุทธิ์ขนาดนี้ได้

ถ้าย้อนเวลากลับได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฉันอยากจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอ จะอยู่ข้างเธอคอยช่วยเหลือและทำตามคำสั่ง เล่นและปรึกษาสิ่งต่างๆด้วยกันมันน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้มากก็ได้  ฉันไม่กล้ามาเยี่ยมเธอต่อหน้าทุกคน ได้แต่แอบมาหาตอนที่ไม่มีใครอยู่ และไม่แน่เมื่อเธอตื่นมาฉันยังจะมีหน้าเจอเธอหได้รึเปล่า เธออาจจะเกลียดฉันมากก็ได้ตอนนั้น แต่ฉันก็จะไม่กล่าวว่าอะไรหรอกเพราะต้นเหตุทั้งหมดมันก็เป็นเพราะฉันเป็นคนทำ  ฉันหวังว่า

ฉันจะสามารถลบล้างความรู้สึกผิดในใจฉันได้บ้าง

                ฉันรู้สึกผิดและอยากขอโทษจากใจจริง ขอองค์Haa’vaทรงปกป้องเด็กคนนี้ด้วย เด็กที่ราวกับนางฟ้าองค์น้อยๆ

บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ ฉันขอสาบานว่าฉันจะแลกทุกอย่างที่มีเพื่อเธอคนนี้ถ้าฉันสามารถทำได้ฉันจะขอเป็นคนที่แบกรับบาดแผลเหล่านี้แทนเอง

.

.

.

.

                ‘อึก! ที่นี่ที่ไหนกัน มืดไปหมด ผมอยู่ที่ไหนกันตอนนี้มองไม่เห็นอะไรเลย เอ๋!?ความรู้สึกพวกนี้คืออะไรกันมันเหมือนกับผมกำลังลอยเคว้งไปในห้วงจักรวาลที่มืดมิดและกว้างใหญ่ลอยไปอย่างไร้จุดหมาย’ทันใดนั้นอยู่ๆก็เริ่มมีภาพสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นลอยผ่านหน้าผมไปผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆที่กำลังลอยเข้ามาคล้ายภาพฉายที่แสดงเรื่องราวต่างๆมากมาย นี่มันทุกคน พ่อแม่ และตัวผม ผมมองดูพวกเขาผ่านเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ใช่แล้วผมเริ่มจำได้แล้วว่าผมเป็นคนหยุดฝูงTarorixตอนนั้นและก็เหมือนว่าจะสลบไปหลังจากนั้น

                ถ้างั้นที่นี่มันที่ไหนกันผมพยายามนึกคิดและมองสำรวจไปรอบๆแต่ตัวผมก็เอาแต่ลอยเคว้งอยู่ที่นี่เหมือนจะลอยอย่างไร้จุดหมายไร้ทิศทางไปเรื่อยๆ สักพักทันใดนั้นก็มีเสียงพูดจากความมืดดังออกมา

‘เจ้าเป็นคนที่ทำดีจนถึงที่สุดเลยจริงๆนะ! เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้างกับชีวิตที่สองนี้ เพื่อน ครอบครัว ชีวิตที่มีความสุข’เสียงปริศนาดังขึ้นจากความมืดในขณะที่ผมพยายามมองหาที่มาของเสียงแต่ก็ไม่พบ รู้สึกว่าเสียงจะเป็นน้ำเสียงของผู้หญิงแต่เท่าที่นึกดูก็ไม่มีผู้หญิงที่ผมรู้จักมีเสียงแบบนี้ เหมือนเธอมีประสบการณ์และมีชีวิตมาอย่างยาวนาน น้ำเสียงอ่อนนุ่มปนความเกลียดคล้านอยูส่วนหนึ่ง

‘นั้นใครกันคุณเป็นใคร? และผมอยู่ที่ไหน?’ผมถามกลับไปด้วยความสงสัย ผมรู้สึกระแวงนิดหน่อยที่ไม่รู้ที่มาและไม่เห็นหน้าของเจ้าของเสียง อาจจะเป็นเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนรอบคอบละนะ

‘ข้าเป็นใครมันสำคัญด้วยหรือ? ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะรู้ และเจ้าก็ไม่ควรจะมานอนเกียจคล้านอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็รออีก สองหรือสามร้อยปีค่อยมาก็ไม่สาย  ตอนนี้ข้ามีอะไรจะกล่าวกับเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดี มีผู้คนคอยเป็นห่วงเจ้าและรักเจ้าเสมอ ข้ารู้ดีถึงการกระทำทุกสิ่ง ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้ชีวิตในครั้งนี้ให้ สนุกและมีความสุข เจ้าเป็นคนดีหลันหลงเอ๋อ ข้าได้มอบของขวัญเล็กน้อยไว้ให้เจ้าแล้ว เราจะได้พบกันอีกเมื่อถึงเวลา สุดท้ายข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดี’ หลังจากสิ้นเสียงคำพูดนั้นทุกสิ่งก็มลายหายไปเหมือนผมที่ลอยตัวอยู่ในความมืดถูกดึงตกลงมาจากที่สูงหลายหมื่นเมตร

                พอรู้สึกตัวอีกทีก็ อึก!เจ็บ เจ็บมาก! รู้สึกเหมือนร่างกายจะแยกออกจากกันเลย ปวดหัวเป็นบ้าเหมือนอาการแฮงจากกินเหล้า แขนขวาเหมือนจะขยับไม่ค่อยได้ ขาก็ปวดไปหมด ปวดทั่วทั้งตัวเลย เหมือนมีคนเอาไม้มาฟาดหัวผมเลย หนักหัวชะมัด! ผมพยายามลืมตาตื่นขึ้นเหมือนจะมีเสียงเรียกผมเบาๆด้วยสิแล้วใครกันนะเสียงนี้?ผมค่อยๆลืมตาขึ้นแสงสว่างจ้าแสบตาสอดเข้ามา ผมพยายามลืมตาขึ้นช้าๆ เพื่อปรับการมองเห็น

“หลงเอ๋อ ตื่นได้แล้วนะนี่มันนานมากแล้วนะ รู้ไหมว่าไม่มีใครบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในวันนั้น เธอปกป้องทุกคนไว้ได้หมดเลย ทุกคนเป็นห่วงเธอมากเลยนะตอนนี้รู้บ้างไหม ตื่นเถอะนะพวกเราคิดถึงเธอมากเลย”เสียงใสแผ่วเบาแฝงความห่วงใยและมีน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อยปนอยู่ข้างใน

                “อึก! เจ็บจัง หืม ใครน่ะ? อือ..เหม่ยเหม่ย?”ผมพยายามปรับวิสัยทัศและมองไปที่ที่มาของเสียง ผมพยายามเปล่งเสียงตอบรับแต่กลับไม่มีแรงจะเปล่งออกมามีแค่เสียงแหบแห้ง เหมือนคอเป็นผงเลย เหมือนคนที่ขาดน้ำในทะเลทรายผมพยามมองไปทั่วๆ ตอนนี้ผมอยู่ในห้องที่เป็นเหมือนห้องพักฟื้นที่นี่มีอุปกรณ์และเฟอนิเจอร์มากมายที่ให้การอำนวยความสะดวกมีแสงไฟประดับที่เพดานห้อง ที่กลางห้องมีที่นั่งพักเป็นโซฟาครึ่งวงกลมล้อมโต๊ะไว้ เหมือนมีคนกำลังนั่งกันอยู่

และตอนนี้ผมก็นอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่คล้ายเตียงของโรงแรมระดับดาวหรูอย่างนั้นและคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็เหมือนจะเป็นเหม่ยเหม่ย

                “หลงเอ๋อ! ฟื้นแล้ว! หลงเอ๋อ!เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”เหม่ยเหม่ยถามออกมาอย่างดีใจ นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่เธอจะมีการแสดงออกแบบนี้ปกติเธอจะเป็นคนสุขุมและเป็นผู้ใหญ่มาก น้อยครั้งที่เธอจะแสดงออกแบบนี้ และเหมือนเสียงที่เธอกล่าวออกไปจะทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟารู้สึกตัวแล้วพากันมาล้อมผม

                “อ่า..ทุกคนอยุ่กันหมดเลย ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” ทุกคนอยู่ที่นี่หมดเลยสีหน้าของพวกเขาเหมือนจะกังวลและเป็นห่วงมาก แถมพวกจินเซียง ฟาฟาและอิงเอ๋อก็เหมือนจะเริ่มร้องไห้ออกมาแล้วด้วย พ่อกับแม่ก็เหมือนจะอยู่ที่นี่ด้วยสิผมกล่าวขอโทษทุกคน  รู้สึกผิดเลยแฮะที่ทำให้คนอื่นกังวลขนาดนี้

                เพราะว่าเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายและมีหลายอย่างที่พวกเขาอยากจะถามแต่เพราะว่าผมเพิ่งตื่นพวกเขาจึงยังไม่อยากจะรบกวนผมมากนัก  แม่จะมาเฝ้าผมทุกวัน และคนอื่นๆก็จะมาเยี่ยมผมทุกวันเช่นกัน แม่บอกว่าผมหลับแบบนี้ตลอด2อาทิตย์ เพราะว่าเป็นผลกระทบจากการใช้พลังจิตมากเกินไป แม่เป็นห่วงผมมากที่สุด ผมได้แต่จำใจปลอบแม่ทั้งยังงั้นแต่สภาพของผมก็ใช่ว่าจะทำอะไรได้มากนอนเดี้ยงและได้แต่ฟังทุกคนบ่นถึงสิ่งที่ผมทำและวีรกรรมต่างๆ แต่เพราะอย่างนั้นทุกคนก็กล่าวชมผมว่าทำได้ดีมากและยิ้มกันออกมา

                นี้มันคงจะถือเป็นบทเรียนของผมเลยละว่าผมยังระวังไม่พอและประมาทมากเกินไป  มันไม่ค่อยดีถ้าจะทำให้ทุกคนคอยแต่กังวลว่าผมจะเป็นแบบนี้เสมอ หลังจากคุยกันได้ไม่นาน ทีมแพทย์ก็เข้ามาตรวจเช็คสภาพร่างกายของผม

พวกเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนและผมก็ได้อยู่กับแม่ตามลำพัง

                “หลงเอ๋อแม่รู้ว่าแม่ไม่อาจห้ามให้ลูกทำอะไรที่ไม่อันตรายได้ แต่ว่าอย่าฝืนตัวเองแบบนี้อีกได้ไหม ลูกพยายามแบกรับทุกอย่างไว้ด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ สัญญากับแม่สิว่าจะไม่ทำให้พวกเราเป็นห่วงแบบนี้อีก แม่คงจะรับไม่ไหวอีกแน่  ถ้าเกิดลูกทำอะไรแบบนี้แม่ใจแทบสลายตอนเห็นสภาพลูกวันนั้น สัญญากับแม่ได้ไหม?”แม่กล่าวออกมาทั้งอย่างนั้นเจือเสียงสะอื้นในลำคอ เธอพยายามกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้แม่เป็นห่วงขนาดนี้

                “ผมสัญญาครับ ผมจะไม่ฝืนตัวเองมากเกินไปและถ้าอันตรายเกินไปผมจะถอนตัวจากสิ่งที่ทำผมสัญญาครับ”ผมกล่าวให้สัญญากับแม่และพยายามทำให้เธอสบายใจ

                “งั้นตอนนี้ลูกก็ควรจะพักผ่อนจนกว่าจะหายและต้องไม่วิ่งเข้าไปหาปัญหาต่างๆในตอนนี้พักจนกว่าจะหายดี ส่วนเรื่องประตูมิติลูกไม่ต้องห่วง พ่อของลูกได้สั่งให้มีการเคลื่อนย้ายและการฝึกทั้งหมดไปอยู่ที่สถาบันการศึกษาและสวนGarden EnternalZ ไปอยู่ที่อีกฝากของประตูพร้อมทีมกู้ภัยในหน่วยที่ประจำอยู่คอยเฝ้าระวังตลอดเวลา  ช่วงนี้ก็ปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ไปก่อนเราได้ประโยชน์จากประตูที่ลูกสร้างขึ้นมาอย่างมาก สิ่งที่ลูกควรทำตอนนี้แค่ปล่อยวางและนอนพักผ่อนให้หาย”แม่กล่าวออกมาเพื่อเตือนผมและบอกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

                “ได้ครับผมจะทำตามที่แม่บอก”ผมกล่าวกับแม่เพื่อให้แม่คลายกังวล มันก็ดีเหมือนกันที่ประตูที่ผมเปิดทิ้งไว้มีประโยชน์สำหรับพวกเขา วิทยาการต่างๆของเรากำลังได้รับการศึกษาจากสิ่งที่ผมเป็นคนสร้างถ้าเกิดว่ามันถูกนำไปใช้ในทางที่ดีและเป็นประโยชน์ก็ไม่เป็นปัญหา นอกจากนี่ผมยังฝังระบบทำลายตัวเองลงในสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเพื่อกันคนนำไปดัดแปลงและใช้ในทางที่ไม่ดี กิจกรรมจากกำหนด3วันกลายเป็นยืดระยะเวลาออกไปจนกว่าผมจะหายประตูมิติจะถูกเปิดทิ้งไว้ทั้งอย่างนั้น ตอนนี้คงต้องพักรักษาตัวไปก่อน เห้อ มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเลยสินะ

                เหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่างแต่คิดไม่ออกสักทีว่าลืมอะไร เอ๋? ลืมอะไรน่า? เอาเถอะวันนี้พักผ่อนก่อนละกันถ้าคิดออกพรุ้งนี้ค่อยว่ากัน

Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน สิงหาคม วันที่ 6

                หลันหลงเอ๋อกลายเป็นคนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในตอนนี้ จากวีรกรรมที่เขาทำมีผู้คนมากมายยกย่องเขาให้เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรม บ้างก็ถึงกับคลั่งไคล้ และกล่าวชื่นชมเขาลงบนสื่อต่างๆและเว๊บไซต์มากมาย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเขากำลังเป็นที่กล่าวถึงของหัวข้อร้อนแรงในตอนนี้

และคนที่โหมกระพือชื่อเสียงและสิ่งต่างๆของเขาก็คือ เพื่อนๆและพ่อกับแม่ของเขา สื่อที่เข้ามาสอบถามได้รับการให้ข่าวและให้สัมภาษส่วนมากจะถามเกี่ยวกับหลันหลงเอ๋อก็จะมีแต่ข่าวสนับสนุนในด้านดีดีทั้งนั้น

พวกคลั่งไคล้บางคนถึงกับสร้างฐานแฟนคลับเอาเขาไปเทียบกับพวกดาราหรือนักร้องไอดอลเลย และพอมีกระแสและสื่อนี่ออกมา คนที่กระพือไฟให้โหมดพัดแรงขึ้นกว่าเก่าคงไม่พ้น แม่ของเขาหลันเที่ยนลู่ที่เมื่อได้อ่านข่าวก็ทำการปล่อยภาพของเขาในชุดเจ้าหญิงตอนอายุ4ขวบลงบนเว็บไซต์ จึงทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าหลันหลงเอ๋อเป็นเด็กผู้หญิง

ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดคุยในสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นหลักๆก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลงเอ๋อ ส่วน หลิงน้อยที่แม่เขานำมาดูแลตอนนี้ก็นอนอยู่บนเตียงสำหรับสัตว์เลี้ยงข้างๆเตียงของเขานั้นแหละเพียงแต่ไม่มีใครได้ทันสังเกตเพราะหลงเอ๋อเพิ่งตื่นจากอาการโคม่าก็เท่านั้น

*ไม่มีคนคิดว่าหลงเอ๋อเป็นเด็กผู้ชายเลย ส่วนหนึ่งมาจากรูปร่างหน้าตาของเขาเอง สองมาจากแม่ของเขาที่ชอบทำให้ทุกคนเข้าใจผิด เช่นบอกให้หลงเอ๋อไว้ผมยาว จับหลงเอ๋อมาแต่งตัวแทนตุ๊กตา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่หลงเอ๋อก็ไม่ได้ขัดสิ่งที่แม่เขาทำเพราะคิดว่า  เธออาจจะเครียดเพราะงานและหาทางระบายออกโดยการทำแบบนี้

**กว่าหลงเอ๋อจะทันได้รู้ความจริงจากสิ่งเหล่านี่ก็ผ่านไปเป็นเวลาหลายปีแล้ว และบางครั้งก็มีข่าวลือแปลกๆเกี่ยวกับรสนิยมของเขาด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น