Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 9 อาวุธอนุภาค?

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 อาวุธอนุภาค?

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 267

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2561 19:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 อาวุธอนุภาค?
แบบอักษร

ตอนที่ 9  อาวุธอนุภาค**?**

Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน กรกฎาคม วันที่ 20 เวลา 21**:15****น.**

                ขณะที่เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นคล้ายเสียงระเบิดออกมาจากภูเขา ผมกับเสี่ยวหลิง และหนิงเอ๋อ กำลังคุยเรื่องสับเพเหระกันเรื่อยเปื่อยไปตามภาษากำลังสนุก และนั่งย่างเนื้อย่างกินไปพลาง แต่เมื่อเกิดเสียงดังขึ้น พวกเราก็พลันหยุดการพูดคุยลงอย่างกะทันหัน แล้วมองหน้ากันไปมา ขณะที่นั่งรอบกองไฟในบังเกอร์ ครู่ต่อมาสัญญานจากนาฬิกาTarorixหรืออุปกรณ์ควบคุมพลังของผมที่หลงเอ๋อเป็นคนให้มาก็มีเสียงดังขึ้น เมื่อผมส่งกระแสจิตเพื่อตอบรับเข้าไปในนาฬิกาข้อมือ ทันใดนั้น ตัวTarorixที่อยู่ในนาฬิกาก็สะท้อนแสงออกมา

                ก่อนที่ในหัวของผมจะได้ยินเสียงของหลงเอ๋อผ่านการติดต่อสื่อสารมาโดยใช้โหมดสื่อสาร สิ่งที่หลงเอ๋ออธิบายทางกระแสจิตใช้เวลาแค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่ผมได้ฟังจากสิ่งที่หลงเอ๋อเล่านั้นแทบทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ไหวอยากจะระบายความโกรธที่ปะทุขึ้นมาในใจ ผมได้แต่กำหมัดแน่นและพยายามสงบอารมณ์ตัวเอง สิ่งที่ผมได้ฟังมันทำให้ผมโกรธมาก เมื่อได้ฟังสิ่งที่เกิดขึ้น ในหัวนิ่งเงียบฟังสิ่งที่หลงเอ๋ออธิบายผ่านการสื่อสารทางกระแสจิต ผมเริ่มหน้าซีดเมื่อฟังว่าตอนนี้ในภูเขากำลังมีฝูงTarorixที่ตื่นตะหนกกำลังแตกฝูงวิ่งไปทางแคมป์

                “หลิวเอ๋อ เป็นอะไรรึเปล่า?ค่ะ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ” เสี่ยวหลิงถามผมเมื่อเธอเห็นผมนิ่งไป ผมมองไปที่หลิงหลิงพยามสูดลมหายใจเข้าเพื่อควบคุมอารมณ์โกรธและอธิบายออกมา

                “หลงเอ๋อ กับ จินตี้อวี้ พวกเขา ออกไปเก็บตัวอย่างเคมีกันในภูเขา  จินตี้อวี้ชวนหลงเอ๋อเข้าไปที่กลางภูเขาTarorix

เธอวางแผนแกล้ง หลงเอ๋อแต่ไม่สำเร็จ สุดท้าย กับดักที่เธอวางไว้ดันไปทำลายรังของพวกTarorix ทำให้พวกมันตื่นตกใจและเกิดการแตกฝูง  แล้วตอนนี้พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่แคมป์” ผมกัดฟันและสงบสติอารมณ์อธิบายเพื่อให้พวกเธอเข้าใจสถานการณ์ เมื่อพวกเธอได้ฟังสีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนไป เสี่ยวหลิงหน้าซีดทันที ในขณะที่หลิงหลิงสีหน้าครึ้มสีดำมืด

                “ละ..แล้วพะ..พวกเราจะทำยังไงกันดี ถ้าพวกTarorixวิ่งกันไปทางแคมป์ งั้นทุกคนที่อยู่ที่จุดตรวจสอบของบังเกอร์และทุกคนที่อยู่ที่แคมป์ก็จะได้รับความเสียหายนะสิ! แล้วเราจะทำยังไงกันดี!?” เสี่ยวหลิงกล่าวออกมาอยากตะกุกตะกักและตื่นตะหนก

                “ใจเย็นๆเสี่ยวหลิง สงบสติอารมณ์ตัวเองก่อน”หนิงหนิงกล่าวเตือนเสี่ยวหลิงที่ตอนนี้กำลังตื่นตกใจและสั่นกลัว

                “ตอนนี้หลงเอ๋อต้องการความช่วยเหลือ เหมือนว่าหลงเอ๋อจะมีแผนแล้วแต่เราต้องช่วยด้วย พวกเธอสองคนก็ต้องช่วยตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบายแต่ช่วยเอาของพวกนี้ไปแจกจ่ายให้แต่ละบังเกอร์ แล้วเอาไปวางไว้ที่จุดที่กำหนด!” ผมเรียกเอาอุปกรณ์กระเป๋าสร้างบาเรียออกมา ข้างในจะเป็นหลอดแก้วใสที่มีก้อนปริซึม6เหลี่ยมลอยอยู่ข้างใน ถูกบรรจุไว้เต็มกระกระเป๋า และเรียกเอาอุปกรณ์ ขยายพลังPsychoJenesisออกมามันเป็นอุปกรณ์ที่หลงเอ๋อวางแผนจะใช้ขยายช่วงพลังจิตของตัวเองให้สูงขึ้นเผื่อว่าจะทำให้เขาสามารถสื่อสารหรือควบคุมพลังของเขาได้ในระยะไกล ผมเอาอุปกรณ์ทั้งหมดใส่เข้าไปในกระเป๋า2ใบแล้วให้กับ เสี่ยวหลิงและหนิงหนิงไปแจกจ่ายให้คนที่อยู่ในแต่ละบังเกอร์ แล้วพวกเธอก็ออกไป

ผมอยู่ในเต็นท์และกำลังจะตามพวกเธอออกไป ทันใดนั้นที่หน้าทางเข้าของบังเกอร์ผมก็เห็นจินตี้อวี้ ที่กำลังมองมาที่ผมอย่างสงสัย ทันใดนั้นอารมณ์โกรธที่อยู่ข้างในก็เหมือนจะปะทุออกมาอีกครั้ง ผมจ้องมองเธอด้วยสายตาเยือกเย็นก่อนจะรีบออกจากบังเกอร์ไปโดยไม่สนใจเธอ ผมต้องรีบเอาของพวกนี้ไปติดตั้งไว้ในจุดที่กำหนดไม่งั้นมันจะสายเกินไป

ถ้าผมทำพลาดละก็ ที่นี่อาจจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่แน่ๆ แล้วตอนนี้หลงเอ๋อก็กำลังช่วยทุกคนอย่างสุดความสามารถ รอก่อนนะหลงเอ๋อ เดี๋ยวฉันเสร็จงานตรงนี้เมื่อไหร่จะรีบไปหา ผมรีบเร่งความเร็วของเสื้อสูทไปที่เกราะขาให้เพิ่มความเร็วขึ้นก่อนจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก

.

.

.

.

.

                ครั้งแรกที่ฉันได้พบกับหลันหลงเอ๋อ คือวันที่พวกเรากองกำลังฝึกหัดของPrimal ได้ไปเข้าร่วมพิธีอภิปรายของกองทัพและสถาบันวิจัยเกี่ยวกับการทัศนศึกษา เพื่อฝึกฝนประสบการณ์ของเหล่าPrimalและศึกษาวิทยาการและความรู้ของสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่มีฐานของพลังงานใหม่เป็นตัวขับเคลื่อน ฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากที่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของXenious’Jevaกับลังจะพัฒนาไปอีกขั้น ทั่งเรื่องการแพทย์ การดำลงชีวิต และเทคโนโลยีกำลังได้รับการพัฒนามันกำลังเป็นไปในทางที่ดี

                พวกเราอาจสามารถทำให้ชีวิตของประชากรสะดวกสบายขึ้น สามารถรักษาโรคต่างๆได้มากขึ้น มีความรู้ที่จะนำไปสู่การพัฒนาในรูปแบบใหม่และ กลยุทธต่าง ๆที่ใช้ในการปกป้องและดำรงอยู่ของพวกเรา ตอนที่พวกเราได้รับข่าวว่า

นักวิจัยได้ค้นพบพลังงานใหม่ฉันก็คิดว่ามันสุดยอดมากเลย และเมื่อเบื่องบนออกมาบอกว่า ผู้ที่ค้นพบคือ ศ.หลัน เที่ยนลู่

ฉันคิดว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่สุดยอดมากแน่ๆเลย  เธอสามารถค้นพบฐานพลังงานใหม่ที่มีความบริสุทธิ์ไม่ก่อให้เกิดผลร้ายกับสิ่งแวดล้อม เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งไม่แพ้พวกผู้ชายเลย

                แถมเธอยังเป็นภรรยาของผู้บัญชาการยานXenious’Jevaอีกพวกเขาเป็นคนที่สุดยอดมากเลยถ้าเทียบกับตัวฉันแล้วก็แทบทำอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นไม่ได้ ฉันเลยรู้สึกให้ความเคารพ หลัน เที่ยนลู่อย่างสุดใจ ฉันคิดว่าสักวันฉันก็อยากจะเป็นผู้หญิงแบบเธอบ้างจัง  มีชื่อเสียง มีผู้คนเคารพ มีชีวิตที่ดี มีเกียรติ  และที่ฉันมาอยู่ในแถวอภิปรายที่สถาบันวิจัยแห่งนี้ก็เพราะว่าผู้บัญชาการPrimalกำลังอภิปรายรายละเอียดอยู่ที่เวที หลังจากนั้นก็ตามด้วยผู้บัญชาการยาน ท่าน หลันไป๋เหลา

                หลังจากที่เขากล่าวรายละเอียดอีกเล็กน้อยและบอกว่าที่โปรเจคการค้นคว้าและฝึกฝนนี้ได้รับการร่วมมือกับผู้มีคุณวุฒ ฉันตื่นเต้นมากเพราะว่าคนที่คิดค้นและให้ความร่วมมือได้จะเป็นคนหน้าตายังไงกันนะฉันส่งสัยมาก อาจะเป็นคนที่มีอำนาจสูงๆหรืออาจจะเป็นคนรวย ฉันคิดไปต่างๆนาๆแต่ไม่ใช่เลย ความจริงนั้นได้ลบเอาสิ่งที่ฉันคิดออกไปจนหมด

คนที่ปรากฎตัวขึ้นและกล่าวอภิปรายต่อจากผู้บัญชาการคือ หลงเอ๋อ ฉันแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ตาเห็น แต่ความรู้สึกแรกที่ฉันเห็นหลงเอ๋อครั้งแรกคือ

                เด็ก?เด็กผู้หญิง? เธอสวยมาก น่าจะเป็นลูกสาวของผู้บัญชาการไปเหลากับศ.เที่ยนลู่ เธอสวยเหมือนแม่เลย อายุอาจจะน้อยกว่าฉันด้วยซ้ำ เด็กคนนี้หรอ?ที่เป็นผู้ให้การสนับสนุน ฉันไม่ได้เชื่ออะไรมากนักแต่สิ่งต่อมาที่เกิดขึ้นก็ทำให้ฉันตะลึงและต้องยอมรับว่าถึงเธออาจไม่ใช้คนสร้างแต่ก็อาจได้รับอิทธิพลและแรงสนับสนุนจากพ่อและแม่ให้เข้าร่วมโปรเจคนี้ก็ได้ เธอเรียกเอา ประตูมิตาบานใหญ่ออกมา และพาเราไปยังสวนGarden EternalZ ผ่านประตูมิติที่เธอเรียกออกมา มันสวยงามราวกับว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าสรรค์สร้างเป็นงานศิลปะชิ้นเอกเลยก็ว่าได้

                และเมื่อเริ่มการสาธิตทดลงฉันก็เห็นเธอปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับฝานโหวหลิว ฉันไม่แปลกใจที่ฝานโหวหลิวอยู่ที่นี่ เพราะฉันทราบดีว่า ฝานโหวหลิวเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ แต่ทำไมลูกของผู้บัญชาการไป๋เหลาถึงมาอยู่ที่นี่ได้? เมื่อฉันได้ยินว่า หลงเอ๋อจะมาสาธิตต่อสู้กับครูฝึกจินตี้ จง ฉันก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง แต่ฉันยังมองดูต่อไป ถึงแม้ว่า พี่อวี้ น้องสาวของครูฝึกจะไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่แต่เธอก็ ยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า “เด็กคนนั้นไม่มีทางเอาชนะพี่ฉันได้หรอก ฮะฮะ”ฉันก็คิดว่ามันก็คงเป็นยังงั้นจนกระทั้ง  หลงเอ๋อสามารถชนะครูฝึกได้

                ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเหมือนว่า พี่อวี้จะโกรธมาก เธอคงรู้สึกเสียหน้าจริงๆที่พี่สาวที่เธอยึดถือเป็นแบบอย่างมาแพ้ให้กับเด็กที่อายุน้อยกว่าเธอ หลังจากนั้นครูฝึกก็พา หลิวเอ๋อกับหลงเอ๋อมาหาเราและบอกว่าให้อยู่กลุ่มด้วยกัน เหมือนว่าพี่อวี้จะไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ แต่ก็เก็บอาการไว้ไม่แสดงออกต่อหน้าครูฝึก พวกเราออกไปสร้างบังเกอร์เพื่อทำภารกิจสำรวจที่ได้รับมอบหมาย เกิดเรื่องต่างๆมากมายที่ทำให้ตกใจจากหลงเอ๋อ  เธอทำให้เราแปลกใจหลายครั้งทุกครั้งที่เธอใช้สิ่งประดิษฐ์ที่ฉันไม่เคยเห็น

                มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยละฉันรู้สึกชื่นชมเธอและเธอก็เป็นคนนิสัยดีไม่ถือตัว ดูเป็นเด็กสาวที่สวยและร่าเริงมาก  จนกระทั่งเกิดเสียงระเบิดดังออกมาจากในหุบเขาของป่าTarorix พวกเราที่อยู่ในบังเกอร์รู้สึกตกใจมากกับเสียงที่ได้ยิน หลังจากเสียงระเบิดนั้นดังได้สักพักหลิวเอ๋อก็ได้รับการสื่อสารมาจากหลงเอ๋อสิ่งที่ฉันฟังหลิวเอ๋อเล่าแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองฉันนึกไม่ถึงเลยว่า พี่อวี้ไม่ชอบหลงเอ๋อถึงขนาดทำกันถึงขั้นนี้ เมื่อหลิวเอ๋อบอกสถาการณ์เสร็จก็ให้พวกเราเอาอุปกรณ์ที่เขาให้มาไปแจกให้แต่ละบังเกอร์และบอกวิธีใช่คราวๆมา

                โดยที่เขาบอกให้พวกเราแยกกัน เขาจะไปทางทิศตะวันตก ส่วนฉันกับเสี่ยวหลิงจะไปทางบังเกอร์สำรวจตามจุดฝั่งตะวันออก หลังจากเราได้รับอุปกรณ์พวกเราก็รีบมุ่งหน้าออกไปทันทีเพราะจะรอช้าไม่ได้  ฝูงTarorixหลายสายพันธุ์กำลังคลั่งเพราะความตกใจ พวกเรามุ่งหน้าไปบังเกอร์ต่าง ๆพร้อมก็แจกอุปกรณ์ที่หลิวเอ๋อให้มาและขอความรวบมือกับทุกคนเท่าที่จะทำได้ ฉันหวังว่าสิ่งนี้จะใช้งานได้สำเร็จไม่งั้นที่นี่คงเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันหวังว่าทุกคนคงจะปลอดภัย

.

.

.

.

                ตอนนี้ฉันกำลังช่วยหนิงเอ๋อ แจกอุปกรณ์ที่ได้มาและบอกให้Primalฝึกหัดนำไปวางไว้แต่ละจุดของแต่ะบังเกอร์แล้วมุ่งหน้าไปบังเกอร์ต่อไป ฉันตกใจมากตอนที่ฉันได้ยินหลิวเอ๋อเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากเสียงระเบิดที่ดังออกมาจากภูเขา

ตอนนี้ฉันก็เริ่มมองเห็นพวกTarorixเริ่มกระจัดกระจายออกมาบ้างแล้วถึงจะไม่เยอะแต่อีกสักพักพวกมันคงจะมากันถึงที่นี่ถ้าไม่รีบหยุดมันคงต้องไปถึงแคมป์แน่ ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีเลย ฉันกลัวมากได้แต่คิดว่าต้องทำยังไงดีถ้าไม่ได้หนิงเอ๋อช่วยเตือนละก็ป่านนี้ฉันก็คงทำอะไรไม่ถูกแน่

                ‘ฉันเพิ่งจะ14เองนะฉันยัง เป็นสาวน้อยน่ารักบริสุทธ์ ยังไม่เคยมีแฟนเลย ฉันมีหลายสิ่งที่อยากทำ ฉันอยากจะมีอนาคตที่สดใส ฉันวางแผนไว้ว่า เข้ามาเป็นPrimalฝึกหัด จะได้ช่วยที่บ้านแบ่งเบาภาระ ตั้งใจเรียนพอฝึกจบหลักสูตรทำงาน

มีเงินหาผู้ชายดีดี หล่อๆรวยๆสักคนแล้วแต่งงานมีลูกสัก2 3 คนกำลังดี ไม่น่า! ฉันยังไม่อยากตายอ่า! ฮือฮือ

ฉันหวังว่าสิ่งที่หลิวเอ๋อให้เรามาจะสามารถทำตามแผนที่เขาบอกได้หวังว่ามันจะช่วยได้บาง ฮือฮือแง ถ้ารู้ยังงี้ฉันควรจะรีบมีแฟนซะตั้งแต่ตอนนี้จะได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขอีกสักหน่อย

                หรือไม่ก็ไปเที่ยวในโซนBให้มากหน่อยกินของหรูๆให้เยอะหน่อยคงดี’ ตอนนี้คงได้แต่ทำตามแผนที่หลิวเอ๋อบอกก่อนละนะ เรามุ่งผ่านบังเกอร์แจกจ่ายอุปกรณ์อย่างไม่มีเวลาพักหายเราเหนื่อยมากจากการที่ฝืนใช้พลังจิตเร่งชุดสูดเพื่อเดินทางไปบังเกอร์ต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถมาหยุดตรงนี้ได้  ไม่งั้นทุกคนที่นี่ร่วมถึงฉันคงไม่มีทางรอดชีวิต ตลอดทางหนิงหนิงส่งข้อความบอกเล่าสถานการณ์ที่Tarorixคลั่ง ให้ครูฝึกที่อยู่แคมป์ได้ทราบ แต่ก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรถึงไม่มีการตอบกลับจากทางแคมป์เลย ‘ฉันหวังให้ทุกคนไม่เป็นอะไรนะ เฮ้อ’

.

.

.

.

                ตอนนี้ฝูงTarorixกำลังไล่ตามผมมาติดๆ ผมกำลังมุ่งหน้าด้วยความเร็วสูงจากชุดสูทเพื่อทิ้งระยะหางและวางกับดักแรงโน้มถ่วงตามทางเพื่อเป็นการยื้อให้เหล่าTarorixที่กำลังคลั่งช้าลงบ้าง โดยที่อุ้มหลิงหลิงน้อยไปด้วย  ผมไม่คิดเลยว่าจินตี้ อวี้จะทำอะไรไม่คิดถึงผลที่จะตามมาแบบนี้เธออาจะคิดน้อยไป จะเรียกว่า ความแค้นบังตาก็ไม่น่าจะผิดเลย แต่แบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อยนะ  ระหว่างทางที่ผมมานอกจากจะวางกับดักแรงโน้มถ่วงแล้ว ก็ยัง ปล่อยอปุกรณ์ขยายพลังจิตไปด้วยโดยให้โดรนคอยบินและถือมันไว้ตามจุดต่างๆ ในป่า

                ผมเรียกโดรนออกมาจากสร้อยตัวแล้วตัวเล่า ผมหวังว่าวิธีที่ผมทำคงจะใช้ได้ผล ผมไม่เคยลองมาก่อน ปกติTarorixสามารถเข้าใจภาษาคนได้แต่นั้นก็เป็นตอนที่มันปกติไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะคลั่ง เพราะถ้าเป็นยังงั้นวิธีที่จะหยุดพวกมันก็มีแต่ต้องฆ่าพวกมันทั้งหมด หรือ ไม่ก็ใช้กระแสจิตสื่อสารกับพวกมันแต่จะให้เอาหน้าผากสัมผัสก็คงไม่ใช่เรื่อง ผมเลยคิดว่าถ้าขยายคลื่นพลังจิตออกไปแล้วสื่อสารกับพวกมันน่าจะช่วยให้สถานการณ์ในตอนนี้คลี่คลายได้  ผมหลบผ่านลำธารปละพุ่มไม้ไป  และสักพักเหมือนว่าหลิงหลิงน้อยจะได้สติกลับมาแล้ว

                ‘อะ!เวียนหัว มีผีเสื้อบินเต็มปาย..หมด..เยย งือ’ เสียงของหลิงเอ๋อดังขึ้นในหัวของผมส่งสัยคงจะตาลายจากที่ผมเร่งความเร็วสินะ

                ‘เป็นไรรึเปล่าหลิงหลิงน้อย อดทนหน่อยนะเดี๋ยวก็จบแล้ว’ผมบอกเธอแบบนั้นพลางก็หลบหลีกไปด้วยวางอุปกรณ์และกับดักไปด้วย

                ‘ช้า ลง..ช้าลง งื้อหมุนติ้วปาย..หมดแล่ว’เธอพึมพำออกมา สงสัยคงตาลายจริงๆ ไม่นานหลังจากที่ผมถ่วงเวลาไว้หลิวเอ๋อก็ติดต่อกลับมาว่าทำตามที่ผมบอกเรียบร้อย แล้ว และถามว่าผมอยู่ที่ไหนเดี๋ยวจะไปหา ผมเลยรีบบอกเขาว่าไม่ต้องและให้เขาไปบอก หนิงหนิงกับเสี่ยวหลิงและPrimalฝึกหัดทุกคนให้อพยพไปที่แคมป์ซะเดี๋ยวผมจัดการอะไรตรงนี้นิดหน่อยแล้วจะตามไป

                ผมชะลอความเร็วลงแล้วเนื่องจาก หลิงหลิงน้อย รู้สึกปวดหัวและผมก็ทิ้งระยะห่างจากฝูง Tarorixที่แตกตื่นมาได้ไกลพอควร ผมยังคงวางอุปกรณ์ขยายพลังจิตให้มากเท่าที่จะมากได้  และก็คิดว่าเผื่อในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ผมก็เลยเรียกเอา อุปกรณ์สร้างม่านพลังบาเรีย วางไว้ โดยเว้นระยะห่างตลอด 10เมตรเผื่อจะช่วยถ่วงเวลาได้อีกหน่อยผมไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้นหรอกนะ

                ที่จริงคิดว่าหน่วยPrimalของกองทัพที่ทำหน้าที่ควบคุม สวนGarden EternalZอาจมาช่วย แต่อย่างน้อยกว่าจะมาถึงจุดที่เราตั้งแคมป์ จากศูนย์สังเกตการณ์ที่อยู่ในสวนก็ใช้เวลาราวๆ2ชั่วโมงได้ ก็พอเข้าใจได้ละนะว่ามันต้องใช้เวลาเดินทางแถมรูหนอนก็ไม่ได้สะดวกเท่าประตูมิติของผมหนำซ้ำผมเปิดประตูทิ้งไว้ด้วยเพื่อกันไม่ให้มีคนหลงอยู่ที่นี่ผมเลยบอกให้พวกหลิวเอ๋อไปอพยพคนไปที่จุดตั้งแคมป์

.

.

.

.

                ฉันไม่เข้าใจอะไรเลยเมื่อกลับมาถึงบังเกอร์ฝานโหว หลิวก็มองฉันด้วยความรู้สึกแบบนั้นคล้ายกับเกลียดชังฉันเข้ากระดูกดำ เขามองฉันด้วยสายตาเยือกเย็นทำให้ใจฉันรู้สึกไม่สงบ ฉันคิดว่ามันคงไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นหรอก ส่วนหลันหลงเอ๋อเด็กนั้นคงจะเจ็บตัวนิดหน่อยแต่ก็คงไม่เป็นไรมากอาจจะบาดเจ็บเล็กน้อย ก็เก่งอยู่แล้วนี่ ฮึ! หลังจาก ฝานโหวหลิวออกไป ฉันก็ตามออกไปทางที่พวก เสี่ยวหลิงและเสี่ยวหนิงไป ตลอดทางที่ฉันไปฉันเห็นที่บังเกอร์ต่าง ๆ ของPrimalฝึกหัด มีอุปกรณ์เครื่องมือหน้าตาแปลกๆตั้งอยู่ พวกเขาพยายามติดตั้งมันอย่างรีบร้อน

                ด้วยความสงสัยฉันจึงเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นจาก1ในคนที่ติดตังตั้งเครื่องมือที่บังเกอร์

“นี่!นายนะ อธิบายทีสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”ฉันถามเขาไปเสียงดังเพราะรอบๆบังเกอร์กำลังวุ่นวายมาก หลังจากฉันถามไปแบบนั้นทุกคนก็หันมามองฉันครู่หนึ่งก่อนจะลงมือติดตั้งเครื่องมือต่อ คนที่เป็นคนคอยสั่งการเดินมาอธิบายให้ฉันฟัง

“ตอนนี้เรากำลังประสบกับภัยอันตรายอยู่  ที่ภูเขาTarorixเมื่อไม่นานมานี้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น คาดว่าน่าจะเป็นเสียงลาวาในภูเขาไฟปะทุทำให้เกิดความเสียหายต่อพวกTarorixมันจึงคลั่งและแตกฝูงกัน ตอนนี้พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อีกไม่เกินชั่วโมงคงถึงที่นี่ อุปกรณ์พวกนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เห็นบอกว่ามันจะช่วยยับยังความเสียหายได้ส่วนหนึ่งและที่บังเกอร์อื่นๆก็กำลังทำการติดตั้งมันอยู่เหมือนกัน หลังจากเราติดตั้งเสร็จก็จะเริ่มอพยพไปที่แคมป์ เธอมากับเราก็ได้เราใกล้จะเสร็จแล้ว”

                หลังจากเขาอธิบายเสร็จในหัวฉันก็เกิดเสียงดัง ‘ตึ่ง! เหมือนเสียง ขีปนาวุธถูกหย่อนลงกลางหัว ฉันรู้สึกเหมือนจะยืนไม่มั่นคงกับสิ่งที่ได้ยิน ฝูงTarorixคลั่ง!ถ้าพวกมันคลั่งขึ้นมาก็ไม่มีอะไรหยุดพวกมันได้เลย หนำซ้ำฉันยังเป็นคนทำให้พวกมันคลั่งขึ้นมาอีก ถ้าเกิดว่าทุกคนเป็นอะไรไปมันก็จะเป็นความผิดของฉัน ไม่! ไม่นะ!ฉันแค่อยากจะสั่งสอนหลันหลงเอ๋อเฉยๆไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ ทำยังไงดี!?ตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เลย  ได้แต่ยืนเหม่อลอย ในหัวคิดแต่เรื่องนี้วนไปมาไม่หยุด ฉันเป็นคนสร้างปัญหา ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้นะ!’

.

.

.

.

                ผ่านไปได้สักพักตอนนี้ผมก็วางอุปกรณ์และติดตั้งเครื่องมือต่างๆไปพอสมควรแล้ว ทาง หลิวเอ๋อก็บอกว่าทุกคนอพยพออกมาจากป่า และอยู่ที่แคมป์กันหมดแล้วรวมทั้ง จินตี้ อวี้ด้วย เธอยืนนิ่งสงบเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดอะไรอยู่ในแคมป์ เหลือแค่ผมที่อยู่ที่นี่ พอผมได้ฟังแบบนี้ก็ค่อยโล่งใจ จะได้เริ่มแผนการที่วางไว้ซะที  ก็ไม่รู้ว่าวิธีนี่จะได้ผลไหม? ก็เพิ่งจะเคยลองใช้เหมือนกัน

                ผมสั่งคำสั่งใช้โหมดFlying เพื่อใช้คำสังบิน ทันใดนั้น สูทที่ผมใสก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังงานทั้งหมดของชุดสูทส่วนใหญ่ถูกกระตุ้นและเริ่มไหลไปที่เกราะขาของสูท ทันใดนั้น เกราะขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงพลันมีพลังงานอัดเข้าไปที่เกราะขาแล้วแรงอัดอากาศที่ถูกประจุเข้าไปก็ถูกปล่อยออกมาคล้ายไอพ่น “ ปุ๊! วี๊ด! ซูม!” หลังสิ้นเสียงไอพ่นที่เกราะขาก็ผลักดันผมให้ลอยขึ้นสูงด้วยความเร็วที่ไม่อยากจะเชื่อ ผมลอยสูงขึ้นเลื่อยๆพลางก็มองเห็นป่าเริ่มเล็กลง เล็กจนสามารถมองเห็นฝูงTarorixที่แตกตื่นได้จากข้างบนนี้

                “หว่า! ได้ผล! โหมดFlying ได้ผล!”ตอนนี้ผมกำลังบินอยู่ มันไม่ระเบิดละผมคิดว่าน่าจะต้องใช้เวลาสักพักทำให้พลังงานมันเสถียรก่อนแต่แบบนี้ก็พอใช้ได้อยู่ถึงจะบังคับยากนิดหน่อย  ผมเริ่มทำตามแผนการต่อไป ผมมองดูเหล่าTarorixข้างล่าง พวกมันกำลังวิ่งผ่านป่ามาใกล้จะถึงบังเกอร์มีพวกที่บินออกมาด้วยแต่ก็คงไม่มีปัญหามาก  ผมส่งกระแสจิตไปที่

อุปกรณ์ม่านพลังและเสาบาเรียที่ถูกติดตั้งในพื้นที่ต่างๆเพื่อเปิดใช้งาน  ทันใดนั้นอุปกรณ์ม่านพลังที่ถูกติดตั้งก็มีแสงสว่างพุ่งออกมา พวกมันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นเสาสีฟ้าใส แล้วก็เริ่มปรากฎกำแพงเหมือนมีแผ่นพลังงานบางๆกางออกมาเป็นเหมือนกำแพงใสเชื่อมไปยังเสาต่างๆ

                ผมหันกลับไปมองที่แคมป์จากจุดที่ผมอยู่มันสามารถมองเห็นแคมป์ได้และก็เหมือนว่าพวกเขาก็เริ่มจะสังเกตุเห็นผมแล้วเหมือนกัน แต่ก็มันยังไม่จบแค่นี้ ถึงม่านพลังจะถูกกางแล้วแต่ก็กั้นพวกมันได้แค่ส่วนหนึ่งยังเหลือพวกมันอีกหลายตัวที่หลุดม่านพลังชั้นแรกเข้ามาได้  ผมสั่งให้กางม่านพลังที่สอง ม่านที่สองเปิดใช้งานขึ้น ทันใดนั้นก็มีเสาแสงอีกสายหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ละอองแสงนี่ที่เกิดจากการปลดปล่อยพลังงานบริสุทธิ์ออกมา เหมือน ม่านกำแพงชั้นแรก เกิดเป็นม่านพลังชั้นที่สองขึ้นขวางกั้นเหล่าTarorixไว้ พวกมันใกล้เข้ามา ผมเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนังอึ้ง และเสียงกระพือปีกร้องคำรามของสัตว์ที่กำลังคลั่ง

                พวกมันที่หลุดรอดมาได้ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ม่านพลังที่สองไม่สามารถกั้นพวกมันได้ทันที เมื่อเปิดม่านพลัง ต้องใช้เวลาในการสร้างม่านพลังเพื่อก่อตัวเป็นกำแพง  ผมคิดว่าแบบนี้คงจะหยุดไม่ได้แน่ มันกำลังจะมาถึงทางออกป่าแล้ว ออกไปอีกไม่ไกลก็เป็นแคมป์  ผมสั่งให้โดรน เปิดม่านพลังอันที่3 ประจุม่านพลังจากอุปกรณ์ที่โดรนติดไว้ เริ่มปล่อยพลังงานออกมาและก่อตัวเหมือนเป็นแห่คอยปิดกันเหล่าTarorixที่กำลังบินมาบนท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง  ผมสั่งเปิดใช้งานกับดักและใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ติดตั้งไปก่อนหน้าที่ทั้งหมดเพื่อทำให้พวกมันหยุดลง

                แต่มันเริ่มจะไม่ได้ผล ชิ!ผมแค่นเสียงในลำคอ ผมจะไม่ยอมมาตายแบบนี้หรอกน่ะ อุส่ามีชีวิตที่2ทั้งทียังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่อยากรู้จะมาหยุดแค่นี้ไม่ได้ดูเหมือนคงตต้องลองใช้ไพ่ใบสุดท้ายแล้วแต่ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม เพราะว่าพลังจิตผมไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แล้วมันก็เพิ่งจะมามีปฏิกิริยาตอนทำสัญญากับหลิงน้อย เอาเถอะลองดูก่อนละกันผมได้แต่หวังว่ามันจะได้ผล  ตัวขยายสัญญานพลังจิตหวังว่าพอขยายพลังแล้วจะสามารถทำให้พวกมันสงบได้บ้าง  ผมส่งพลังเข้าไปในสร้อยเพื่อสั่งการ เปิดโหมดขยายพลังจิต เครื่องขยายพลังเริ่มทำงาน หลอดพลังที่ถูกติดตั้งตามสถานที่ต่างๆเริ่มเดินเครื่อง

                ตัวหลอดเรืองแสงคล้ายหลอดไฟนีออนสีม่วงอ่อนสว่างไสว ผมลองส่งพลังจิตเข้าไปเพื่อบอกพวกมันว่าให้หยุดการแตกฝูงและการบ้าคลั่ง อึก!แต่ดูเหมือนว่าพลังจิตของผมจะไปไม่ถึง ผมเร่งพลังจิตและให้เครื่องกระตุ้นขยายพลังมากขึ้น นี่มันหนักมาก ผมไม่เคยรับภาระจากพลังจิตมากขนาดนี่มาก่อน ผมพยายามเร่งพลังแล้วตะโกนออกไปหวังว่าพวกมันจะหยุด “เฮ้หยุดได้แล้ว! อ๊ากกก! หยุดสักทีเซ่! เจ้าพวกบ้า!” เมื่อผมเร่งพลังจิตเพื่อให้ตัวขยายสัญญานพลังทำงานมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดพลังที่จะสามารถใช้คลื่นจิตเดียวกันกับพวกมันที่คุ้มคลั่งได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

                ตัวผมเริ่มรับภาระหนักขึ้นจากเครื่องขยายพลัง และ พลังจิตก็เริ่มส่งผลต่อร่างกายของผม “อ๊อก! อ๊ะแค่กๆ เวรเอ่ย!ให้มันได้แบบนี้สิ!” ผมกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งก่อนจะไอเพราะร่างกายสำลักเลือด แล้วสบทออกมา มันยังไม่พอผมจะทำยังไงดี พลังจิตผมยังไม่พอ ตอนนี้ร่างกายผมกำลังได้รับภาระหนักขึ้นเลื่อยๆ ผมฝืนตัวเองอีกครั้งก่อนจะเร่งตัวขยายพลังขึ้นให้ขยายพลังออกไปอีก อ๊อก! หลังจากทำอย่างนั้น ผมก็สำลักเลือดออกมาอีกคำหนึ่ง  ตาผมเริ่มแดงก่ำและมีเลือดซึมออกมา เลือดกำเดาเริ่มไหลออกจากจมูก และมีลิ่มเลือดไหลออกจากริมฝีปาก ผมกัดฟันแน่น แล้วได้แต่สบทออกมา “เวรเอ้ย! เวร!ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้!”

                นี่มันสิ้นหวังมาก ผมพยายามช่วยทุกคนแล้วแต่ผมก็เริ่มทำไม่สำเร็จร่างกายผมอาบไปด้วยเลือดที่เริ่มซึมออกมาจากผิวหนัง  เพราะเป็นผลมาจากการใช้พลังจิตมากเกินขีดจำกัดที่จะรับไหว ประสาทสัมผัสเริ่มด้านชา สติเริ่มไม่มั่นคง รู้สึกอ่อนล้า ‘นี่ผมต้องมาจบชีวิตแบบนี่จริงๆ!? โหดร้ายชะมัด! นี่ผมไม่สามารถหยุดโศกนาฏกรรมที่จะเกิดได้เลยใช่ไหม?

ผมต้องทำยังไง! ต้องทำแบบไหนถึงจะหยุดได้กัน! อึก’ ผมได้แต่พร่ำเพ้ออยู่ภายในขณะที่สติของผมก็เริ่มจะดับลง

ความรู้สึกและเรี่ยวแรงเหมือนถูกสูบออกไปจากตัว ไม่มีแรงที่จะขยับตัวเลย มือที่กุมกอด หลิงน้อยไว้เริ่มคลายออก

จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งดังขึ้นในหัว

                ‘หลงเอ๋อ!  หลงเอ๋อ! หลงเอ๋อ!’ ผมได้แต่ขมวดคิ้วกับเสียงที่เกิดขึ้นเสียงนั้นมันดัง จนผมไม่สามารถหลับตาและหมดสติได้ ‘หนวกหู! เหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ! ให้ฉันตายสบายไม่ได้รึไง!’ หลังจากผมตอบแบบนั้นออกไปเสียงในหัวก็เงียบไปพักนึงก่อนจะตอบกลับมาด้วยเสียงที่แสบแก้วหูกว่าเดิม ‘หนวกหู!!!หลงเอ๋อบ้า! บ้า! ไม่ให้ตาย! ถ้าตายไปแล้วจะไม่มีก้อนกลมๆกินอีก ไม่เอา! ไม่เอา!’ ผมถึงกับสะอึกและต้องพยายามลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะเริ่มรู้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงของ หลิงน้อยผมพยายามสงบใจฝืนลืมตาจากความอ่อนล้าที่ถาโถมเข้ามา ทำให้ผมแทบจะพยุงสติไม่ไหว

                ‘ผมหยุดพวกTarorixไม่ได้ ผมช่วยพวกเขาไม่ได้ ผมพยายามสุดความสามารถแล้ว พวกTarorixใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  อีกไม่นาน ก็กำลังจะถึงแคมป์คงหยุดพวกมันไม่ได้แน่’ ผมบอกกับ หลิงน้อยที่ผมกอดไว้ เมื่อเธอได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป

ก่อนจะตอบกลับมา ‘ช่วย! ช่วย เพื่อนแบ่งกันๆ หลิงหลิงจะช่วย!’

                พอสิ้นเสียงในหัวของผมไป ทันใดนั้นก็เกิดสิ่งที่ผมแทบไม่อยากจะเชื่อ สร้อยคอที่ผมสวมใส่เพื่อใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ กำลังเรืองแสง จากสีเหลืองทอง เริ่มเปล่งประกายจ้าออกมาแสงสีม่วงเริ่มประกายออกมา เปลี่ยนสร้อยคอและอัญมณีจากสีเหลืองค่อยๆกลายเป็นสีม่วงอ่อน และเข้มขึ้นเรื่อยๆ  ตัวของหลิงน้อยที่ผมกอดไว้ตอนนี้ตัวเธอก็เริ่มเปล่งแสงออกมาตามปีกเล็กๆ และเกล็ดหางของเธอ ดวงตาเธอเรืองแสงสีเขียวมรกตดุจดั่งอัญมณีล้ำค่า เมื่อผมเห็นดังนั้น ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที เหมือนผมได้ค้นพบฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตผมได้

                อาจเป็นเพราะผมทำสัญญากับหลิงน้อยเราเลยเชื่อมกระแสจิตเข้าด้วยกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับสร้อยควบคุมพลังของผม เธอส่งกระแสจิตควบคุมสร้อยของผมแล้วเริ่มขยายพลังไปที่เครื่องขยายพลังจิต พลังของTarorixกับ คนนั้น มีความแตกต่างกันมากเรื่องความแข็งแกร่ง คล้ายกับถุงน้ำเทียบกับ แม่น้ำขนาดใหญ่ แต่ของหลิงน้อยไม่ใช่ ถ้าจะให้เทียบ คงเรียกได้ว่า เป็นมหาสมุทรเลยทีเดียว พลังจิตของเธอ ขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเธอก็เรื่องแสงขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าเป็นแบบนี้อาจจะหยุดได้ก็ได้ ผมบอกให้หลิงน้อย หยุด พวกTarorixที่กำลังคลั่งให้สงบ

‘หลิงน้อย หยุดพวกTarorix เหมือนที่ผมทำได้ไหม!?ต้องรีบหยุดพวกTarorixเดี๋ยวนี้เลย!’ เมื่อเธอได้ฟังสิ่งที่ผมบอกไปเธอก็เริ่มสูดลมหายใจเข้าตัว ในขณะที่พลังจิตและอุปกรณ์ขยายก็เร่งพลีงขึ้นไปเรื่อยๆจนเรียกได้ว่าเกินกว่าพลังงานที่ผมใช้ไปมากแล้ว แต่เหมือนพลังของเธอจะมีมากกว่านั้นอีก เครื่องขยายเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพลังจิตที่มหาศาล ทันใดนั้นหลิงน้อยก็ตะโกนคำรามออกมาสุดเสียง ผ่านเครื่องขยายพลังเกิดเป็นเสียงร้องคำรามของสัตว์ร้าย “โกวววววว!!!!!!” เกิดเป็นคลื่นเสียงพลังจิตกระจายออกไปทั่วทิศทาง พื้นดินและอากาศเกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่

หลังจากการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นไม่นานก็เกิดคลื่นช๊อคเวฟตามเสียงคำรามของเธออกมาติดๆ  ทำให้ทุกคนและสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสวน Garden EternalZ ต่างได้ยินเสียงคำรามของเธอ ทุกคนในแคมป์เอามือปิดหูไว้แน่น ในขณะที่ตรงแคมป์ก็เกิดม่านบาเรียทรงกลมครอบคลุมแคมป์ไว้ ผมเดาว่านั้นคงเป็นอุปกรณ์ที่ผมให้กับพวกหลิวเอ๋อ ความคิดนี่น่าจะเป็นของ จินเซียงเธอคงจะเดาได้ว่าจะเกิดคลื่นช๊อคเวฟขึ้น เลยใช้พวกมันสินะ สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะที่เชี่ยวชาเทคโนโลยีXenious’Jeva   ผมที่อยู่กับหลิงน้อยไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก

เหล่าTarorix กลับมาสงบลงหลังจากได้ยินเสียงที่เธอคำราม หยุดการกระทำของพวกมันทั้งหมดและเหมือนจะมีบางตัวที่ สลบล้มลงไปจากผลของช๊อคเวฟพลังจิตของเธอ ผมมองดูทุกอย่างสงบลงพลันในใจก็ยินดีที่สามารถหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นได้  หลังจากนั้นไม่นานตัวผมก็มาถึงขีดจำกัดภาพตรงหน้าเริ่มเบลอและมืดลง ผมกำลังจะหมดสติโล่ForceFieldถูกกางออกมาครอบคลุมผมกับหลิงน้อยก่อนที่ผมจะเริ่มล่วงลงไปสู้พื้นดิน ผมพยายามประครองสติให้ฝืนลงถึงพื้นดินได้อย่างปลอดภัย แต่มันก็ยังล่วงลงมาเร็วมากไม่นานก็กระทบกับพื้นดินเกิดเป็นเสียงตูม!ดังไปทั่วทิศ

ผมเริ่มจะไม่ไหวแล้วเหมือนว่าจะลงมาบนพื้นได้อย่างปลอดภัยดี ผมสัมผัสได้ถึงเสียงลมหายใจอุ่นๆที่มาจากอ้อมกอดดูเหมือนหลิงน้อยจะเหนื่อยและหลับไปแล้ว ผมก็เริ่มไม่ไหวแล้วสิของีบสักพักละกันเหนื่อยมาทั้งววันแล้วด้วยวันนี้ ผมหลับลงสู่ห้วงนิทรา จากภาระของพลังจิตและความอ่อนล้าของร่างกาย

Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน กรกฎาคม วันที่ 21 เวลา 02**:00****น.**

เหตุการณ์ Tarorix คลั่งในสวนGarden EternalZสงบลง หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการส่งกำลังคนออกไปตามหาหลันหลงเอ๋อ

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างสิ่งสะเทือนใจและความตื่นตะลึงไปทั่วเกี่ยวกับสิ่งที่หลงเอ๋อได้กระทำ นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์รวมถึงผู้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาวุธที่ถูกกล่าวขานกันว่าเป็นแค่อาวุธในอุดมคติเท่านั้นกำลังวิพาหวิจารย์กันไม่หยุด ใช่แล้วสิ่งที่หลงเอ๋อทำด้วยความบังเอิญคือการสร้างแรงระเบิดของคลื่นพลังจิตช๊อคเวฟขนาดใหญ่ที่หยุดเหล่าTarorixทั้งฝูงได้ ทุกคนกำลังถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่ได้พบเห็นกับเหตุการณ์นี้ว่า หลงเอ๋อทำได้ยังไง มนุษย์ไม่สามารถทนรับพลังจิตขนาดนั้นได้หรอก เพราะถ้าเป็นแบบนั้น มนุษย์ก็จะกลายเป็นเศษเนื้อบดในพริบตาเพราะภาระของพลังจิตมหาศาล และที่สคัญคือคลื่นพลังจิตช๊อคเวฟที่ถูกปล่อยออกมามันเป็นแค่สมมุติฐานของอาวุธในจิตนาการหรืออุดมคติเท่านั้น  ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็จะเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์แล้วเป็น1ในวีริกรรมของเด็กที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะ หลันหลงเอ๋อไปอีกหลายปี แต่มันก็เป็นเรื่องในอนาคตต่อจากนี้...

*คนที่เห็นหลงเอ๋อครั้งแรกจะเข้าใจว่าหลงเอ๋อ เป็นเด็กผู้หญิงจากรูปลักษณ์และน้ำเสียง ที่ชอบพูดคำแทนตัวว่าผม เนื่องจากอิทธิพลของพ่อที่เป็นผู้บัญชาการ****Xenious’Jeva ทำให้หลายคนคิดว่า หลงเอ๋อพยายามจะทำตัวให้เข้มแข็งเหมือนพ่อของเขาและเรียกคำแทนตัวหลงเอ๋อว่าผม และทุกคนมักจะเรียกคำแทนตัวหลงเอ๋อว่า เธอ หรือ สาวน้อย เป็นต้น

**ไม่มีคนคิดว่าหลงเอ๋อเป็นเด็กผู้ชายเลย ส่วนหนึ่งมาจากรูปร่างหน้าตาของเขาเอง สองมาจากแม่ของเขาที่ชอบทำให้ทุกคนเข้าใจผิด เช่นบอกให้หลงเอ๋อไว้ผมยาว จับหลงเอ๋อมาแต่งตัวแทนตุ๊กตา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยที่หลงเอ๋อก็ไม่ได้ขัดสิ่งที่แม่เขาทำเพราะคิดว่า  เธออาจจะเครียดเพราะงานและหาทางระบายออกโดยการทำแบบนี้

และเพราะว่า ไป๋เหล๋ากับเที่ยนลู่ ไม่เคยบอกเพศที่แน่ชัดของหลงเอ๋อออกไป จะมีก็แต่หมอที่ทำคลอดให้เขาเท่านั้น

*** ทุกคนในกลุ่มคิดว่าหลงเอ๋อเป็นผู้หญิงเสมอ  แม้ว่าหลงเอ๋อจะบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชายแต่ทุกคนก็จะขำกันจนท้องแข็งและคิดว่าหลงเอ๋อกำลังเล่นมุขตลก และไม่มีใครปักใจเชื่อ และหลงเอ๋อก็ขี้เกียจอธิบายด้วยเพราะรู้ว่ายังไงทุกคนก็คงไม่เชื่ออยู่ดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น