Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 8 ทฤษฎีใหม่ที่บังเอิญ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ทฤษฎีใหม่ที่บังเอิญ

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 304

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2561 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ทฤษฎีใหม่ที่บังเอิญ
แบบอักษร

ตอนที่ 8 ทฤษฎีใหม่ที่บังเอิญ

                ฉันออกมาสำรวจแหล่งน้ำที่อยู่ห่างจากจุดที่จะสร้างบังเกอร์ไม่ไกลนัก ถึงจะพูดว่ามาสำรวจก็เถอะแต่ก็เพราะว่าอารมณ์หงุดหงิดในตอนนี้ละนะ  เหตุผลที่ฉันโมโหนะก็เพราะว่า เด็กคนนั้น หลันหลงเอ๋อ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าเธอจะมีความสามารถขนาดที่จะเอาชนะพี่สาวฉันได้  ถึงสิ่งที่เห็นมันจะเป็นแบบนั้นก็เถอะแต่ก็เพราะว่าเธอมีอุปกรณ์สูทตัวใหม่นั้นต่างหากถึงชนะได้  ความสามารถก็คงไม่เท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่รู้ทำไมทุกคนถึงได้ไปชื่นชมเด็กนั้นนักหนา  ทั้งๆที่รู้ว่าเด็กนั้นชนะพี่ฉันได้ก็เพราะใช้ชุดสูดที่ดีกว่า

                ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอะไรเลยสักนิด พี่ฉันน่ะทั้งเก่งทั้งสวย มากความสามารถ ตั้งแต่จำความได้ฉันก็พึ่งพาพี่มาตลอด เธอเปรียบเหมือนผูกล้าเลยสำหรับฉัน ทั้งปกปกดูแล และสอนฉันให้รู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ พี่มีความสามารถมากถึงขนาดที่ตอนนั้นเธอสอบเข้าเป็นPrimalฝึกหัดด้วยคะแนนที่สูงเป็นอันดับต้น ๆได้ แต่ทำก็ไม่รู้ทั้งๆที่เด็กนั้นไม่เห็นจะเก่งตรงไหนแถมใช้เส้นสาย ของพ่อแม่เพื่อให้ได้เข้ามาร่วมฝึกกับPrimal และทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง จะบอกว่าเด็กนั้นเกิดมาบนกองสมบัติมากกว่า ไม่ได้ใช้ความสามารถตัวเองด้วยซ้ำ

                คงไม่ได้มีความสามารถอะไรมากหรอก แล้วก็อุปกรณ์พวกนั้นใครจะไปรู้เด็กคนนั้นอาจจะแค่คุยโม้ก็ได้ว่าตัวเอง เป็นคนพัฒนาและสร้างขึ้นทั้งที่จริงอาจจะไปแย่งผลงานมาจากคนอื่นก็ได้ใครจะรู้ กินข้าวเองก็ไม่รู้จะเป็นไหมด้วยซ้ำ พวกเกิดมาบนกองสมบัติแบบนั้นจะมาเข้าใจความรู้สึกของฉันที่พยายามด้วยตัวเองได้ยังไง  เพราะว่าฉันหงุดหงิดมาก ถึงตลอดทางเด็กนั้นจะไม่ได้สร้างปัญหาอะไรก็เถอะ นี้ก็ผ่านมาสักพักแล้วตั้งแต่ที่ฉันออกมา ในเมื่อ ออกมาทั้งทีฉันก็ควรจะหาอาหารติดไม้ติดมือไปด้วย กลางคืนคงต้องเฝ้าบงเกอร์ด้วยสิ

                ต้องหาของไว้กินเองตอนดึก  นี้ก็ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบของการมาสำรวจครั้งนี้ คือการฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ  ป่านนี้เด็กนั้นคงจะกำลังขุดดินอยู่กับ หนิงเอ๋อ กับหลิงเอ๋อ ฉันจะแสดงให้ดูว่าความจริงมันโหดร้ายแค่ไหนที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆเด็กแบบนั้นจะเข้ามาเล่นสนุกหรอกนะ ฉันจะสอนเด็กนั้นให้เข้าใจเอง ฉันจะแสดงความเป็นผู้นำให้เด็กนั้นดู ว่าฉันแข็งแกร่งแค่ไหน และ ทำให้เด็กนั้นเสียใจที่กล้ามาทำให้พี่สาวของฉันอับอาย คอยดูเถอะหลันหลงเอ๋อ เราจะมาดูกันว่าเธอจะรอดไปได้สักกี่น้ำ

                ในขณะที่ฉันคิดเรื่องต่างๆมากมายฉันก็หาปลาในแหล่งน้ำนี่ต่อไป และหาพวกเห็ดป่าและผลไม้ที่สามารถทานได้ก่อนที่จะกลับไปที่บังเกอร์  ฉันจะทำให้เด็กนั้นอับอายและมาขอร้องอ้อนวอนฉัน ถ้าเด็กนั้นทิ้งศักดิ์ศรีมาขอร้องฉันเพราะความหิวมันคงเป็นเรื่องที่สะใจไม่น้อยเลย ฮิฮิ หลังจากฉันจับปลาจากแหล่งน้ำได้พอประมาณแล้ว ฉันก็เดินเก็บผลไม้มาตามทางก่อนจะกลับไปที่บังเกอร์ ไม่นานฉันก็เดินมาถึงบังเกอร์เมื่อฉันมาถึงสิ่งที่ ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ฉันคิดว่าพวกเขาจะกำลังขุดดินเพื่อสร้างบังเกอร์มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างบังเกอร์เสร็จได้เร็วขนาดนี้

แถมยังเป็นบังเกอร์ที่แปลกพิสดารนี่อีก ฉันเดินไปที่หลุมบังเกอร์หยุดอยู่ที่หน้าทางเข้า  ข้างในนั้นก็มีเสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน  ทำไมกันมันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ฉันเลิกผ่าที่ปิดทางเข้าบังเกอร์เข้าไปและฉันก็เห็นพวกเขา

กำลังนั่งล้อมรอบกองไฟกำลังย่างอาหารต่าง ๆเหมือนกำลังมาตั้งแคมป์ปิกนิกกัน นี้มันอะไรกันไม่เหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้เลย ทั่วบังเกอร์ถูกปิดด้วยบล็อกที่ทำจากแร่อะไรสักอย่าง คุมไปทั้งบังเกอร์และข้างในนั้นยังมีอุปกรณ์ต่างๆอีกไหนจะตู้แช่ที่มีของอยู่ตรงมุมห้อง แล้วก็ เปล่แขวนนอนนั้นอีก ฉันได้แต่กล้ำกลืนความรู้สึกไว้ในใจ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง

                ฉันมองสำรวจทุกอย่างภายในบังเกอร์ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่เด็กนั้น ฉันโกรธมากแต่ก็พูดมันออกมาไม่ได้เป็นความรู้สึกที่อึดอัดจะคายก็ไม่ได้จะกลืนก็ไม่ได้ ฉันยืนนิ่งมองเด็กนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะมีเสียงเรียกฉันให้ตื่นขึ้น

“พี่อวี้มาแล้ว!พี่อวี้มาเร็ว ไหนออกไปหาอาหารมาด้วยหรอ? พี่คงจะเหนื่อยมากเลยสิ มาๆ มานั่งตรงนี้ มากินขนมด้วยกัน

มีอาหาร เครื่องดื่มเย็นๆ กับ เสบียงเยอะเลย เดียวฉันช่วยถือนะ” หลิงเอ๋อกล่าวออกมาก่อนจะเดินมาช่วยฉันถือปลาและผลไม้ไปวางที่โต๊ะเล็กๆข้างๆกองไฟ พลางก็พาฉันไปนั่งตรงที่ว่าง

                ฉันไม่เข้าใจเลยสิ่งต่างๆนี่มันแปลกเกินไปแล้ว ทั้งบังเกอร์นี่แล้วไหนจะความสะดวกสบายนี่อีก อาจจะเพราะฉันเอาแต่นิ่งเงียบและทำหน้าตาสงสัย หลิงเอ๋อ กับหนิงเอ๋อ ก็อธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นช่วงที่ฉันไปหาอาหาร ฉันได้แต่อึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง ทุกอย่างมันเกินกว่าที่ฉันจะยอมรับได้ ฉันมองไปที่หลันหลงเอ๋อ ด้วยความโกรธผ่านทางสายแต่ สิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมดและหวังว่าจะได้เห็น เด็กคนนี้มาขอร้องอ้อนวอนฉันมันกลับสลายหายไป สิ่งที่ฉันทำไป มันแทบจะไม่มีความหมายเลยฉันมองไปที่เด็กนั้นก่อนจะกล่าวขึ้นให้ทุกคนได้ยินว่า

                “รีบกินรีบพักผ่อนเดี๋ยวเราจะแบ่งกะกัน หนิงเอ๋อพรุ้งนี้ เธอต้องคอยอธิบายรูปแบบการสร้างบังเกอร์ให้ครูฝึกที่จะมาประเมิณ เธอไปพักเก็บแรงสำหรับการประเมิณพรุ้งนี้เช้า คืนนี้เราจะแบ่ง กะกัน หลิงเอ๋อเธอคู่กะ กับ ฝานโหว หลิว

ส่วนเธอหลันหลงเอ๋อ คู่กับฉัน คืนนี้ฉันจะเฝ้าดูเธอ” พูดจบฉันก็เดินออกไปหน้าบังเกอร์อย่างหงุดหงิด

“รับทราบค่ะ,ทราบคะ”หนิงเอ๋อกับหลิงเอ๋อกล่าวรับคำฉัน

“ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะหลงเอ๋อ ไม่ขัดฉันก็ไม่ว่าอะไรว่าไงละหลงเอ๋อ”ฝานโหวหลิวกล่าวออกมา

“ไม่มีปัญหา ผมยังไงก็ได้แฮะๆ”หลันหลงเอ๋อกล่าวออกมาพลางก็หัวเราะออกมาน้อยๆ

                ไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นอีกที่ได้ยิน เด็กนั้นพูดออกมาแบบนั้นฉันหันไปชำเลืองทางสายตาก่อนจะหันหน้าเดินออกจากบังเกอร์ไปฉันกับเด็กนั้นเป็นกะแรก  ไม่นานหลังจากที่ทุกคนกินอาหารและเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จ เด็กนั้นก็ออกมาพอดี ฉันมองไปที่หน้าของหลันหลงเอ๋อ และเหมือนเธอจะรู้สึกถึงสายตาของฉันได้ เธอก็หันมามองฉันพร้อมกับยิ้มออกมา ไม่รู้เพราะอะไรมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกโมโห เหมือนว่าเธอกำลังยิ้มเยาะฉันอยู่

                ฉันจ้องตามองเธอ นัยน์ตาสีทองนั้นบริสุทธิ์นิ่งสงบมองไม่เห็นความรู้สึกจริงๆเลย จนฉันมีความรู้สึกว่าสิ่งที่หลันหลงเอ๋อแสดงออกมา ทั้งหมดนั้นเป็นการสแสร้ง เพราะความที่ฉันไม่ชอบเด็กนี่อยู่ภายในใจบวกกับความโกรธ ฉันจึงยิ้มและคิดว่าคงต้องทำให้เธอ ขอร้องอ้อนวอนฉันให้ได้ แล้วฉันก็คิดแผนในใจและยิ้มมุมปาก ก่อนจะกล่าวว่า “หลันหลงเอ๋อตามตารางเราต้องเก็บตัวอย่างเคมีของระบบนิเวศที่นี่  เพื่อนำไปวิเคราะห์พรุ้งนี้ แต่ถ้าเราทำเสร็จวันนี้พรุ้งนี้เราก็จะมีเวลาว่างไปทำอยางอื่น เธอคิดว่ายังไงละ หืม ??”ฉันพูดน้ำเสียงราบเรียบละมองประเมิณสีหน้าของหลันหลงเอ๋อ พลางก็คิดว่าฉันจะทำให้เธอร้องไห้เสียใจที่กล้ามาทำให้พี่สาวฉันอับอาย

.

.

.

                ขณะที่ผมเดินออกมาจากบังเกอร์หลังจากทานอาหารเสร็จเพื่อมาอยู่เฝ้าเวรกะแรก เมื่อผมเดินออกมาก็มีความรู้สึกอึดอัดมากมายอยู่ในใจผมรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ ผมไม่คิดว่า จินตี้ อวี้ จะเป็นผู้หญิงที่แค้นฝังใจขนาดนี้ ตั้งแต่ผมออกมาเธอก็เอาแต่จ้องผมปานจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าการจ้องสามารถฆ่าคนได้จริง ผมคงตายภายใต้สายตาของเธอไปเป็นพัน ๆรอบแล้ว

ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่ผมเดาไม่ออกเลย หลังจากที่เธอเล่นจ้องตาผมสักพัก เธอก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆว่าพรุ้งนี้เราต้องเก็บตัวอย่างเคมีระบบนิเวศ แต่ถ้าเราเก็บเสร็จวันนี้พรุ้งนี้เราก็จะว่าง ผมนิ่งอึ้งไปสักพัก รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆไม่ชอบมาพากล

                นี่มันไม่ปกติเลยสักนิดเธอไม่พอใจผมมาทั้งวัน ทั้งยังแสดงออกชัดเจนขนาดนั้น แต่ไหนอยู่ดีดีเธอก็กลับมาพูดดีชวนผมเก็บตัวอย่างเคมีซะงั้น มันไม่ปกติแล้ว ผมแอบชำเลืองมองเธอนิดหน่อย นั้นไงเธอกำลังยิ้มมุมปาก เธอต้องกำลังวางแผนอะไรอยู่แน่! แต่มันอะไรละ? ผมแค่ชนะพี่สาวเธอเองนะ ไม่ได้ทำผิดร้ายแรงซะหน่อย แต่ไหงเธอยิ้มแบบนั้นละ

มันเหมือนร้อยยิ้มของฆาตกรในนิยาย สืบคดีของโลกก่อนเลย เวลาที่คนร้ายลงมือสังหารเหยื่อ ไม่ ไม่! คงไม่ขนาดนั้นหรอก

                เธอคงจะไม่ได้วางแผนฆ่าผมหรอกนะ อึก! แย่แล้วสิผมรู้สึกไม่ดีเลย! ตั้งแต่ที่ผมเจอหน้าเธอผมก็พยายามทำตัวดีดีแล้วนะ พยายามทำตามที่เธอสั่งอย่างไม่เกี่ยงเวลาเธอจ้องผมก็ยิ้มอย่างจริงใจให้ตลอด นี้ยังไม่ทำให้เธอหายโกรธอีกหรอ??

แล้วคราวนี้เธอกลับทำตัวสงบแล้วพูดแบบนี้เธอต้องมีแผนอะไรในใจแน่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร คงได้แต่รับคำเธอไปก่อน ตอนนี้ก็คงต้องระวังตัวแล้วสิ! ผมส่งกระแสจิตเข้าไปที่สร้อยเพื่อสั่งการให้เปิดโหมดฉุกเฉินเมื่อมีอันตราย ForceFieldจะทำงานอัตโนมัติ

                “ได้สิงั้นเราจะไปเก็บตัวอย่างกันที่ไหนละ?”ผมกล่าวออกไปแล้วประเมิณสีหน้าเธอ ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้มากคงต้องรอดูเธอไปก่อน

                “ก็..ไม่ไกลจากตรงนี้มากหรอก เธอไม่ต้องห่วงไม่มีอันตรายอะไรหรอกฉันก็อยู่ด้วยทั้งคนนี่ จริงไหมหลงเอ๋อ?”เธอกล่าวออกมาแล้วยิ้ม

                ไม่หรอก! เธอนั้นแหละที่อันตรายสำหรับผมที่สุด! ดูก็รู้แล้วว่าเธอกำลังวางแผนจะแกล้งผม และเอาแต่เรียกผมว่าเธอตั้งแต่ที่เราพบกันแล้ว หรือว่าเธอจะเป็นพวก Siscon (พวกที่ติดหรือหลงพี่สาว,น้องสาวของตัวเองมาก)หรือเปล่า ?

นี่เธอคงไม่ได้เห็นผมเป็นผู้หญิงที่จะไปแย่งพี่สาวเธอหรอกนะ? ผมได้แต่ตะโกนอยู่ในใจไม่สามารถแสดงออกมาได้ ทำได้เพียงแค่ยิ้มรับและตอบตกลงเธอไป

                “เราจะไปเก็บตัวอย่างกันในภูเขาTarorix ที่นั้นเราอาจเจอTarorixบ้างแต่มันก็ไม่ใช้สัตว์อันตรายอะไร ยกเว้นเราจะไปทำร้ายมันละนะ งั้นเราก็ไปกันเลยดีกว่ารีบไปรีบกลับ ใช้เวลาไม่นานหรอกสัก1ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว ฉันจะนำทางเอง” เธอกล่าวออกมาแล้วส่งยิ้มให้ผม ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาก็ไม่รู้

                “โอเคงั้นเราไปกันเลย ของสำหรับเก็บตัวอย่างอยู่นี่ ไม่ต้องห่วงผมพกมาด้วยแล้ว”ผมได้แต่กล่าวออกมาแบบนั้นและตามเธอไป หวังว่าเธอคงจะไม่ทำร้ายผมจนถึงชีวิตหรอกนะ

                “ตามมาให้ทันฉันละ ฮิฮิ”เธอกล่าวออกมาพลางก็หัวเราะน้อย ๆก่อนจะนำผมออกไปมุ่งหน้าเข้าไปภูเขาที่อยู่ใจกลางป่า Tarorix ผมส่งพลังจิตเรียกสูทออกมาจากสร้อยแล้วตามเธอเข้าไปในป่า

                เราผ่านป่าเข้ามา รอบๆเต็มไปด้วยพืชไม้นานาพันธุ์ สัตว์หลายชนิด เราจะเห็นTarorixสายพันธุ์ต่าง ๆ ตามทางบ้าง

ระหว่างทางผมเห็นสายพันธุ์ หางผลึก มันมีลำตัวที่ใหญ่ สูงประมาณ3เมตร ยาว12เมตร หางของมันมีผลึกสีใส พวกมันอยู่กันเป็นฝูงเล็กๆ กระจัดกระจายกันไป กลิ่นพฤกษาไม้พันธุ์กระจายอยู่ทั่วป่าให้ความรู้สึกหอมเมื่อสูดดม เสียงของสัตว์และธรรมชาติของป่ามีความเงียบสงบ มีเสียงลมพัดผ่าน เสียงของแมลงปีกแข็งร้องยามค่ำคืน ผมตามเธอมาโดยตลอดทางผมจะคอยระวังตัวตลอดเวลาคอยสังเกตรอบๆเพราะไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรกันแน่

                ผมไม่ได้ตามเธอแบบกระชั้นชิดผมเว้นระยะห่างจากเธอประมาณ4เมตร คอยสำรวจเธอ และเหมือนเธอจะหงุดหงิดอะไรสักอย่างเธอกล่าวขึ้นมาว่า “นี่! ทำไมถึงเว้นระยะห่างแบบนั้นกัน!? ถ้าเป็นแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง!”เธอพูดออกมาขณะที่หันหน้ามาทางผม ผมพอจะเดาได้บางอย่าง อาจจะเพราะผมระวังตัวมากเกินไปเธอเลยหงุดหงิดที่หาโอกาสแกล้งผมไม่ได้แต่ก็นะใครเขาอยากจะไปเป็นหมูบนเขียงให้เธอเชือดกันละ ผมได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆแล้วเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิดนึงเพื่อให้ตามเธอทันแต่ก็ยังอยู่ในระยะที่ผมรู้สึกว่าปลอดภัยอยู่ถ้าเกิดเธอจะเล่นลูกไม้อะไรใส่

                ไม่นานเราก็มาถึงภูเขากลางป่าTarorix ที่นี่จะสามารถเห็น สายพันธุ์ที่มีเกราะหนาตามตัวพวกมันจะเป็นชั้นหนังที่เป็นแร่หรือผลึกขึ้นตามตัว มีแรงเยอะ ตัวใหญ่ พวกที่โตเต็มวัยสามารถใช้พลังจิตสร้างกำแพงดินได้  พวกมันกระจัดกระจายอยู่รอบๆพื้นที่ส่วนนี้ เมื่อเรามาถึงจุดหมาย ผมก็มองดูรอบๆ ในใจก็แอบชื่นชมเหล่าTarorixเกราะ ที่มีความสวยงามแข็งแกร่งและองอาจอยู่ในใจอย่างเคลิบเคลิ้ม พลางก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกมันตัวเป็นๆ ผมมองดูมันได้ไม่นานก็มีเสียงขัดขึ้นมา ขณะที่ผมกำลังมองดูพวกมัน

                “มัวแต่เหม่อลอยอะไรอยู่! รีบเอาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างออกมาได้แล้ว! ฉันจะไปเก็บตัวอย่างแร่ในถ้ำตรงนั้น ส่วนเธอไปเก็บตัวอย่างยางไม้ของต้นไม้รอบๆนี่ แล้วค่อยตามฉันเข้าไปเข้าใจรึเปล่าเก็บตัวอย่างให้ครบละ แล้วอย่าให้ฉันรู้ว่าเธอแอบไปอู้ ไม่งั้นเธอโดนดีแน่ ฮึ!” เธอกล่าวสั่งออกมา เร่งผม ในท่าเท้าสะเอวแล้วชี้ไปทางปากถ้ำที่อยู่บริเวณภูเขา

เธอจ้องผมด้วยสายตาเขม่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มออกมา แต่นัยน์ตา เธอไม่ได้ยิ้มด้วยนี่สิ  ผมพอจะเข้าใจว่าเธอวางแผนแกล้งผมอยู่แน่เธอถึงยิ้มออกมาแบบนั้น

                ว่าแล้วผมก็เอาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างออกมา โดยการส่งกระแสจิตเข้าไปในสร้อยแล้วเรียกเอา กระเป๋าออกมาใบนึงมันเป็นกระเป๋าถือ ผมเปิดกระเป๋าออกแล้วนำอุปกรณ์ออกมา ข้างในประกอบไปด้วย หลอดเก็บตัวอย่างของเหลว เครื่องมือบีบอัดขนาดพกพา ที่กรองแร่ สว่านมือใช้ขุด หน้ากากกันแก๊ส อุปกรณ์บรรจุแร่ตัวอย่าง ผมหยิบของแต่ละอย่างขึ้นมาอธิบายให้เธอฟังถึงประโยชน์และวิธีการใช้  ผมแนะนำเธอว่า ถ้าเธอจะเก็บตัวอย่างแร่ ให้เธอใช้สว่านมือในการเจาะมันจะช่วยได้มากกว่า PickAxe ที่หน่วยPrimalใช้ มีความเร็วในการขุดและสะดวกกว่าในการพกพา

ที่บีบอัดมันจะบีบอัดแร่ที่มีขนาดใหญ่เกินไปแล้วแยกให้เป็นชิ้นส่วนขนาดเก็บตัวอย่างได้  ที่กรองแร่ใช้เมื่อเธอต้องการกรองแร่  ที่มีการผสมของตะกอนหรือดินที่อยู่ในแร่ออกมาเพื่อให้ได้แร่ตัวอย่างที่บริสุทธิ์ เพียงนำมันออกมาตั้งแล้ววางแร่ที่จะกรองบนหน้ากรองทรงกรมคล้ายตาชั่งแบบแขวนแล้วกดปุ่มทำงาน หลอดเก็บตัวอย่างที่ผมเอามาแค่กดลงไปบนปุ่มที่อยู่บนหลอดแล้วเอามันไปแปะไว้ที่ๆเราต้องการจะเก็บตัวอย่าง หลอดจะทำการดูดของเหลวเข้ามาเก็บไว้ในตัว

อุปกรณ์บรรจุแร่ใช้เมื่อเธอได้แร่ที่ต้องการแล้วใส่ลงไปแล้วกดปุ่ม ฝาจะปิดลงมาและทำการดูดความชื้นในหลอดออก

                หน้ากากกันแก๊สใช้เมื่อเธอเข้าไปในสถานที่ๆ มีการระเหยของก๊าซกดที่ปุ่มข้างหน้ากากมันจะทำการกรองอากาศให้สะอาด มีผลใช้ได้2ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์จดบันทึกและเครื่องวัดต่างๆอีกในกระเป๋าผมแนะนำก่อนจะส่งกระเป่าให้เธอ เพราะเธอบอกว่า “ฉันรู้หรอกน่า!รีบๆเอามันมาให้ฉันได้แล้ว!” เหมือนเธอจะไม่ค่อยอยากฟังผมอธิบายเท่าไหร่ เมื่อเธอได้กระเป๋าไปแล้วเธอก็เดินถือมันเข้าไปในถ้ำ ผมมองดูเธอจนเธอหายไปลับสายตา ผมถึงเริ่มเอากระเป๋าเก็บตัวอย่างออกมาอีกใบ แล้วส่งกระแสจิตเข้าไปในสร้อยเพื่อเอาโดรนควบคุมออกมา

                เห้อ! เทคโนโลยีมันดีอย่างนี่เอง ผมเอาโดนออกมาสองตัวก่อนจะใช้พลังจิตสั่งให้สร้อยเปิดโหมดสั่งการ ทันใดนั้นสร้อยคอของผมก็เรืองแสงอัญมณีในแกนพลังงานกระจายไปตามตัวสร้อย ก่อนจะปรากฏภาพหน้าต่างโฮโลแกรม3มิติ ออกมาจากสร้อยที่รอบตัวผม ผมสามารถสั่งการมันได้ด้วยมือเหมือนเครื่องUI Pad เพียงสัมผัสมันที่หน้าต่างโฮโลแกรม โดรนบินออกไปโดยมันหยิบหลอดบรรจุตัวอย่างไปด้วย ผมสั่งให้มันบินไปเก็บตัวอย่างของยางไม้ในป่านี้ โดยให้เก็บ ต้น Hynmyu ลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่ใบไม้จะเรืองแสงเมื่ออยู่ในที่มืด ออกดอกและผลที่มีกลิ่นหอม ผลคล้ายแอปเปิ้ลเรืองแสงที่มีสีฟ้าคล้ายบลูเบอร์รี่ ยางไม้มีสีฟ้าเข้มเรืองแสง

                ผมสั่งให้โดรน2ตัวไปเก็บ2รอบ ได้มา4หลอดใช้เวลาเก็บประมาณ 15นาที หลังจากผมได้ตัวอย่างเคมีของยางต้น Hynmyu มาแล้วผมก็ เก็บหลอดใส่กระเป๋าก่อนจะบังคับโดรนให้บินไปสำรวจที่ถ้ำก่อนผมจะค่อยเดินตามไป  ผมยังไม่คลายการระวังตัวหรอกนะ เพราะว่าผมสัมผัสได้ว่าเธอจะต้องวางกับดักในถ้ำแน่ๆ ผมไม่ได้ปิดโหมดสั่งการ เมื่อผมเดินไปที่ไหนจอโฮโลแกรมก็จะลอยตามผมไปด้วยสะดวกดี เมื่อผมมาถึงถ้ำแล้ว ก็คิดว่ามันใหญ่กว่าที่เห็นในหน้าจอ ปากทางเข้าถ้ำกว้างมากสูงประมาณ15เมตรได้ กว้างพอให้รถบรรทุก3คันขับเรียงกันเข้าไปแบบสบายๆเลย

                ในถ้ำจะมีผลึกและแร่ชนิดต่างๆ ผมยืนรออยู่หน้าถ้ำใน ขณะที่สั่งให้โดรนบินเข้าไปสำรวจภายใน ข้างในจะเห็นแร่อยู่ตามทางประปราย มี Tarorixอาศัยอยู่ ผมไม่ได้กลัวพวกมันหรอกนะ มันเป็นสัตว์รักสงบและเชื่องมาก มันจะไม่ทำอะไรคุณถ้าคุณไม่ไปทำให้มันโกรธหรือเข้าใกล้มันมากเกินไป  นอกจากถ้ำนี้จะมีสายพันธุ์เกราะแล้วเข้าไปในถ้ำยังมีสายพันธุ์ปีก และพันธุ์พิเศษที่อาศัยในลาวาอีกด้วย นอกจากนี้ตามทางผมยังเห็นกับดักอีกด้วยนั้นไง! ผมว่าแล้วเธอต้องวางแผนแกล้งผมแน่

                ผมมองดูกับดักผ่านกล้องสายตาของโดรน  ‘มีสลิงขึงไว้ที่พื้นทางเข้า มีกับดักไม้ซุงที่มุมทางแยก ถัดไปอีก400เมตรเป็นกับดักเชือก เลยไปอีกหน่อยหลังโขดหินมีกับดักหินหลุมพรางด้วย นี่มัน!’ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆนี่กะจะฆ่าผมเลยใช่ไหม ผมได้แต่เสียวสันหลังวาบ ก่อนจะเดินอย่างระมัดระวังผ่านกับดักตามทางที่โดรนบินสำรวจ พลางตลอดทางก็ได้แต่คิดว่า ‘ผู้หญิงนี่ใจจริงยากแท้หยั่งถึงเลย  ผมไปทำให้เธอไม่พอใจขนาดไหนกันนะ ถ้าเกิดการฝึกนี่จบลงละก็ผมกลับไปได้ คงต้องอยู่ให้ห่าง ๆ เธอคงดีกว่า เฮ้อ เด็กผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ เดาใจไม่ออกเลยว่าจะทำอะไร’

                ผมเดินผ่านสลิง กับดักไม้ซุงที่ทางแยก  กับดักหลุมพรางหลังโขดหิน มาได้อย่างสบายๆ เพราะมีโดรนที่บินสำรวจทางจากที่สูงมาตลอดผมเลยรอดพ้นจากกับดักมาโดยไร้รอยขีดข่วน  ผมเดินลึกเข้าไปในถ้ำไม่นานผมก็เห็นเธออยู่ที่ขอบบ่อของลาวาผ่านกล้องสายตาของโดรน รอบๆข้างในนี้อุณหภูมิสูงกว่าข้างนอกมาก แต่เพราะว่ามีชุดสูทของPrimalเธอจึงไม่รู้สึกอะไรเพราะมีโหมดทำให้ชุดปรับสภาพตามอุณหภูมิได้ตามแต่ละภูมิประเทศ ถึงจะเป็นชุดฝึกหัดแต่ก็มีดีอยู่เหมือนกันนะ นอกจากนี้ในบ่อและขอบบ่อล้วนมี Tarorixสายพันธุ์พิเศษทีมีความทนทานต่อความร้อนสูง

พวกมันว่ายเล่นในบ่อลาวาเหมือนกำลังว่ายในบ่อน้ำพุร้อนยังไงยังงั้น นอกจากนี้ยังมีพวกที่ดูเหมือนว่าเป็นพวกตัวเล็กๆอยู่ด้วยน่าจะเป็นลูกๆของพวกมัน พวกมันมีเกล็ดสีน้ำตาลออกแดง ขึ้นเป็นชั้นเกราะตามตัวพวกที่โตเต็มวัยและวิวัฒนาการแล้วจะมีปีกที่กว้างและใหญ่ที่มีกำลังพอจะบินได้  ดวงตาเหมือนพวกสัตว์เลื้อยคลาน มีพลังจิตในการควบคุมไฟได้ โดยการเปลี่ยนออกซิเจนในอากาศให้เกิดการเผาไหม้ แล้วสร้างเป็นกำแพงไฟได้ พวกมันสามารถพ้นไฟออกมาได้คล้ายๆกับลมหายใจมังกร

ผมไม่รู้ว่าพลังของพวกมันทำงานยังไงแต่ เท่าที่เคยอ่านเจอ เหมือนว่ามันจะเป็นการใช้พลังจิตบีบอัด ออกซิเจนที่เผาไหม้ในอากาศก่อนจะปล่อยออกมา ผมมองสำรวจพวกมันผ่านโดรนแล้วเดินเลี่ยงพวกมันเพื่อไม่เป็นการรบกวนและทำให้พวกมันไม่พอใจ  ผมเห็นจินตี้ อวี้ที่ตอนนี้เธอกำลังฮัมเพลง พร้อมกับกำลังนำแร่สีม่วงที่มีประจุพลังงานอะไรสักอย่างขึ้นไปวางที่เครื่องกรอง  เธอกำลังยิ้มพลางก็ทำการเก็บตัวอย่างไปด้วย เหมือนเธอจะมีความสุข เวลาเธอยิ้มปกติและไม่คอยทำหน้าบึ้งก็ดูเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักนะ

ผมสั่งให้โดรนบินอยู่บนเพดานของถ้ำทิ้งไว้อย่างนั้น ก่อนจะสั่งปิดหนน้าจอโฮโลแกรม3มิติแล้วเดินเข้าไปหาเธอ

แล้วทักเธอ “ว่าไงมีอะไรให้ผมช่วยไหม?”ผมกล่าวขึ้นให้เธอได้ยิน

“อ๊ะ! อ่า! หลันหลงเอ๋อ ธะ...เธอมาได้ยังไง? แล้วทำไมเธอถึงไม่เป็นไรเลย!?”เธอร้องออกมาเสียงดังอย่างตกใจก่อนเธอจะกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าผมไม่มีรอยขีดข่วนอะไรเลย

“อ้อ ถ้าหมายถึงกับดักพวกนั้น ผมเดินหลบมันมาไม่เป็นไรหรอกนะ ฮะ ฮะ” ผมกล่าวกับเธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆแล้วหัวเราะแห้งๆออกมา

“ชิ! หลันหลงเอ๋อ ฉันจะไม่ทนเธออีกแล้ว บอกไว้ก่อนเลยน่ะ ฉันไม่ชอบขี้หน้าเธอที่สุด! เพราะเธอทำให้พี่สาวฉันต้องอับอายแค่เพราะชนะพี่ฉันได้อย่าได้ใจให้มากนัก! แค่ใช้อุปกรณ์ที่ดีกว่า ไม่ได้ใช้ฝีชนะ ขี้ขลาดจริงๆ!”เธอกล่าวออกมารวดเดียวหมดเลยแล้วก็จ้องสายตาเขม้งมาทางผม

“อ่า?ครับ แฮะๆ”ผมได้แต่ยืนอึ้งกับสิ่งที่เธอกล่าวแล้วทำได้แค่ตอบกลับพร้อมทำสีหน้าเจือนๆแล้วไอออกไปแห้ง ผมว่าแล้วเชี่ยวเธอโกรธอย่างที่คิดไว้จริงด้วยที่ผมชนะพี่สาวเธอผมไม่ได้ปฏิเสธหรอกนะเพราะมันก็เป็นความจริง ซ้ำการจะไปทะเลาะกับเด็กอย่างเธอก็ไม่ใช่เรื่องดี อีกอย่างผมก็โตกว่าเธอด้วย ในฐานะของอายุจิตวิญญาณละนะ ไม่ควรเก็บเรื่องทะเลาะกับเด็กมาใส่ใจหรอก

“หัวเราอะไรกัน! เอาแต่ยิ้มเสแสร้งแบบนั้นตลอด! มันจะหยามกันมากไปแล้ว เหอะ!”เธอกล่าวออกมาอีกครั้ง ผมได้แต่ยืนอึ้งกับคำพูดเธอ ผมนึกคิดตามเธอ นี่ตลอดเวลารอยยิ้มจริงใจของผม ที่มีรอยยิ้มไมตรี เธอมองยังไงกันว่าเป็นรอยยิ้มแบบนั้นละ?ผมได้แต่ยืนมองดูเธอและกระพริบตาปริบๆ

“ผมไม่ได้อยากจะมีเรื่องหรอกน่ะเดี๋ยวผมจะช่วยงานที่เหลือเราจะได้กลับกันเร็วๆ ที่นี่มันร้อน เดี๋ยวผมจะไปเก็บตัวอย่างแร่ที่เหลืออยู่ฝั่งโน้นละกันถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะ”ผมได้แต่กล่าวกับเธอและยิ้มพลางถอนหายใจแล้วเดินออกมา คิดว่าแบบนี้คงดีที่สุดแล้วละ รีบทำรีบจบและกลับไปพักผ่อนต่างคนต่างอยู่ ถึงจะกล่าวออกไปและคิดแบบนี้แต่ก็ยังได้ยินเสียงเธอ ชิ ปากออกมาอย่างเย็นชา ดูท่าผมจะโดนเกลียดจริงๆแล้วสิ

                ผมเดินตามขอบไปอีกฝั่งนึงของบ่อลาวา ระว่างทางผมก็มองสำรวจพวกTarorixที่อยู่ที่นี่ไปด้วย   พวกมันมีพฤติกรรม ใช้พลังจิตบีบอัดไฟเบาๆแล้วพ้นลงตามผิวของพวกมัน เหมือนเป็นการทำให้ร่างกายอบอุ่นคล้ายๆการซาวน่าเลย

ผมได้แต่ชื่นชมสิ่งมีชีวิตพวกนี้ สายพันธุ์นี้ มีชื่อว่า Fananica เป็นTarorixสายพันธุ์พิเศษที่วิวัฒนาการตามระยะเวลาของมันเอง จากพรรพบุรุษของพวกมันที่เป็นสายพันธุ์เริ่มแรกที่พวกเราชาว Xenious’Jeva เป็นคนสร้าง เมื่อหมื่นปีก่อน พวกมันพัฒนาการมาจนมีสภาพในแบบปัจจุบัน

                ผมชื่นชมพวกมันไปตลอดทางแล้วก็เริ่มเอาอุปกรณ์เก็บแร่ออกมาเพื่อเริ่มเก็บแร่พลางในหัวก็คิดว่าถ้าพวกTarorixสามารถใช้พลังควบคุมสิ่งต่างๆได้ตามแต่ละสายพันธุ์ของมัน งั้นผมก็น่าจะใช้พลังแบบพวกมันได้บ้างเพราะ พื้นฐานพลังจิตของประชากรของXenious’Jeva กับ Tarorix ก็มาจาก พื้นฐานของPhychoJenesisเหมือนกัน อาจจะเป็นไปได้ก็ได้

ผมเก็บแร่ไปด้วยพลางในหัวก็ผุดเรื่องสนุกขึ้นมามากมายถ้าผมสามารถพ่นไฟหรือ สร้างน้ำขึ้นมาจากอากาศได้มันจะเป็นยังไงกันน่า? แค่คิดผมก็ตื่นเต้นแล้ว

                ผมเก็บตัวอย่างพลางก็คิดว่ากลับไปคงต้องหาเวลาไปทำความเข้าใจพลังบ้างแล้ว เผื่อว่าสักวันผมจะสามารถพ่นไฟออกมาได้จริงๆ ผมคิดไปพลางก็หัวเราะไปอย่างมีความสุข โลกนี่ช่างมีอะไรให้ตื่นเต้นได้ตลอดเลยจริงๆ ผมเก็บแร่ไปได้อีกสักพักใหญ่และเหมือนงานใกล้จะเสร็จแล้วทันใดก็มีความรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างมาโดนขาของผม

“ โกว! โกโกว! โกว!”แล้วก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาจากปลายขาของผม ผมหันกลับไปมองก็เจอสัตว์ตัวเล็กๆที่นั่งจังก้าจ้องมองผมดวงตาใสแป๊ว เหมือนมันสงสัยว่า ‘กำลังทำอะไรอยู่หรอ?’ ผมมองดูมันละก็ต้องแปลกใจ เอ๋? นี่มันลูกของTarorix ไม่ใช่หรอ

ปกติมันไม่เข้าใกล้คนนี่ ผมมองดูมันสักพักแล้วก็เห็นท่าทางขี้สงสัยของมัน มันกำลังเอียงคอแล้วร้องเสียงเล็ก โกว! พร้อมทำตาใสมาทางผม มันเหมือนลูกหมาเลย มันสูงราวๆ 20เซนได้ มันคล้ายกับสายพันธุ์ของ Fananicaมากแต่ตัวมันไม่ได้มีสีแดงอย่างลูกTarorixตัวอื่น ดวงตาสัตว์เลื่อยคลานของมันเป็นสีเขียวมรกตแทนที่จะเป็นสีเหลืองอัมพัน เนื้อตัวและเกราะดูจะหนากว่าตัวอื่นเล็กน้อยแต่รูปร่างก็เหมือนกันมาก สีตัวแทนที่จะเป็นน้ำตาลหรือแดง แต่เจ้าตัวนี้กลับเป็นสีออกสีโทนเข้มออกม่วงเข้มและมีสีฟ้าจางๆปนอยู่ตามเกล็ดและปีก  

                ผมมองดูมันอยู่อย่างนั้นพลางก็คิดในหัวว่ามันเป็นสายพันธุ์อะไรกันแน่ Fananica?ก็อาจจะใช่แค่สีผิวดวงตากับเกร็ดที่ขึ้นเป็นชั้นดูท่าจะหนากว่านิดหน่อย สักพักมันก็ทำท่าสูดดมทำจมูก ฟุต! ฟิด! แล้วเอาแต่ร้อง โกโกว! เดินวนรอบตัวผมแล้วมันก็เอาขาหน้าตะกายผม ผมจึงนั่งลงข้างๆมัน ในใจก็รู้สึกตกใจนิดหน่อยแต่ มันก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรแถมมันยังเป็นสัตว์ที่เชื่องด้วย มันร้องออกมาอีกครั้งพลางก็เอาหัวมุดมาที่หลังมือผมเหมือนมันกำลังหาอะไรสักอย่าง  ผมคลำหาของในกระเป๋าแขนเสื้อแล้วก็เอาออกมาดู ลูกอมช็อกโกแลตหรอ?? ผมแกะเปลือกออกแล้วยืนมือออกไป มัน ทำท่าจมูกดม ฟุดฟิดอีกที

                แล้วทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำเอาผมแปลกใจสุดๆ มันเอาลิ้นกวาดช็อกโกแลตในมือผมเข้าปากไปเฉยเลย เอ๋!?นี่มันจะแปลกไปแล้วนะ ปกติTarorixมันกินแค่น้ำกับอาศัยแสงแดดไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมเจ้าตัวเล็กนี่ถึงกินช็อกโกแลตละ? นี่มันพิลึกสุดๆ มันกำลังเคี้ยวช็อกโกแลตแล้วเอาแต่ร้อง โกโกว! ไม่หยุดพลางทำสีหน้ามีความสุขแล้วก็เอาแต่จ้องผมพร้อมส่ายหางไปมา เหมือนลูกหมาที่คอยเจ้านายให้อาหารเลย ผมเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับมัน เห็นพ่อเคยบอกว่า Primal บางหน่วยสามารถเลี้ยงTarorix และใช้พวกมันในการปฏิบัติการได้

                ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเคยอ่านเจอในข้อมูลเห็นบอกว่า Tarorix กับคนจะเชื่อมต่อกันได้ผ่านกระแสจิต ผมก็เลยนั่งหันหน้าเข้าหามันแล้วใช้หน้าผากสัมผัสมันก่อนจะส่งกระแสจิตเข้าไป ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงแต่ก็ลองสื่อสารกับมันดูก่อน ผมส่งกระแสจิตได้ไม่นานก็เหมือนจะได้ยินเสียงใสของเด็กผุ้หญิงประ4-5ขวบ กำลังเอาแต่พูดว่า ‘อาหาร! อาหาร!

อาหย่อย! เอาอีกเอาอีก!’ ผมต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียง เสียงนี่มัน ตัวเมีย? ดูแทบไม่ออกเลย ผมเลยลองสื่อสารออกไปว่า

‘เธอเป็นผู้หญิง?’แล้วผมก็ได้ยินเสียงตอบกลับมาในหัว ‘ผุ้หญิง! เด็กผุ้หญิง!’ เมื่อผมได้ยินอย่างนั้นจึงถามกลับไป

                ‘แล้วพ่อแม่เธอละ?’ พอผมถามแบบนั้นไม่นานเธอก็ตอบกลับมา

                ‘อยู่ข้างบน! ข้างบน!’ ผมมองตามสายตาของเจ้าตัวน้อยไปทางที่เธอหันหน้า เมื่อผมมองไปข้างบนก็ต้องพบกับความตกใจ นั้นมัน จ่าฝูงไม่ใช่หรอ?นั้น! มันกำลังมองมาทางผมและเจ้าตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าผม ผมได้แต่นั่งตัวแข็ง ขณะที่โดนสายตาของจ่าฝูงจ้องมองมา มันมีเขาที่ใหญ่กว่าตัวอื่นร่างกายและเกราะหนากว่าตัวอื่นตัวมันมีสีแดงเข้มมีปีกใหญ่

ข้างจ่าฝูงน่าจะเป็นคู่ของมัน พ่อแม่ของเจ้าตัวเล็ก มันจ้องมองสำรวจผมสักพักก่อนจะหันกลับไปมองฝูงของมันเหมือนเดิม เห้อ!ดูเหมือนพ่อแม่ของเจ้าตัวเล็กคงคิดว่าผมไม่มีอันตรายอะไรมันจึงละความสนใจไป ผมหันมาให้ความสนใจเจ้าตัวเล็กอีกที แต่มันก็เอาแต่พูดว่า ‘อาหาร!อะย่อย!ก้อนกลม!เอาอีกๆ!’ ผมเลยส่งกระแสจิตเอาช๊อกโกแลตออกมาจากสร้อยแล้วเอาให้มันกิน ไม่นานมันก็เอาแต่ตามติดผมไม่ว่าผมจะเดินไปเก็บแร่ที่ไหน มันก็จะเดินตามผมไปตลอด แล้วร้อง โกว! โกโกว! ไปตลอดทาง

นี่มันไม่ดีไม่ใช่หรอ? พ่อแม่ของเธอ มองมาทางฉันตลอดแล้วนะนอกจากนี่ตัวอื่นๆเริ่มจะมองตามผมด้วยแล้ว

ผมได้แต่เดินเก็บแร่อย่างจำใจโดยมีเจ้าตัวน้อยเดินตาม ไม่นานผมก็เก็บตัวอย่างแร่เสร็จ ผมก็นั่งลงแล้วสัมผัสหน้าผากมันแล้วส่งกระแสจิต บอกมันว่า ‘ผมต้องไปแล้ว’ เจ้าตัวเล็กเลยทำตาละห้อย เหมือนลูกหมาจะร้องไห้ออกมา ‘ไปแล้ว ไปแล้ว จะมาอีกไหม?’ ผมตอบออกไปว่าไม่รู้ แล้วเจ้าตัวเล็กก็เอาแต่บอกว่า ‘งั้นไปด้วย ไปด้วย’ ผมได้แต่ยิ้มเจื่อนๆแล้วถามว่า

‘แล้วพ่อแม่เธอไม่ว่าอะไรเหรอ?’ แล้วเจ้าตัวเล็กก็นิ่งไปสักพักก่อนที่มันจะหันหน้าไปทาง พ่อแม่ของมันแล้วร้อง

“โกว !กาโกว โกว โกว!”อยู่สักพักนึง แล้วทันใดนั้นก็เป็นอะไรที่น่าตกใจมากเหมือนผมจะเห็นจ่าฝูงพยักหน้ายังไงยังงั้น

นี่ผมไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม?ไม่นานเจ้าตัวเล็กก็ส่งกระแสจิตตอบกลับว่า ‘ไปได้!ไปได้ ไปด้วย อยากกินอีก’ ผมได้แต่สายหน้าอย่างจนใจ ถึงจะเป็นลูกของจ่าฝูงก็เถอะแต่เหมือนเธอจะเป็นตัวที่เกิดการวิวัฒนาการหรือกลายพันธุ์ ก็นั้นแหละนะผมก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยสิอีกอย่างก็รู้สึกถูกชะตาด้วย สักพักก็เหมือนเจ้าตัวเล็กจะส่งกระแสจิตเข้ามาที่ตัวผม ‘มาเป็นเพื่อนกัน!เพื่อนกัน!’แล้วทันใดนั้นก็เกิดแสงขึ้นที่หลังมือขวาของผม

                ผมรู้สึกเหมือนหลังมือผมกำลังร้อนขึ้นเหมือนเลือดในตัวผมมันไปรวมอยู่ตรงนั้น สารParalaxที่อยู่ในตัวผมเริ่มทำปฏิกริยามันเคลื่อนไปรวมที่หลังมือผม  ก่อนจะปรากฎเป็นสัญลักษณ์อะไรสักอย่างที่สะท้อนแสงเป็นสีรุ้งอยู่พักนึงแล้วหายไป ผมรู้สึกแปลกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นเร็วมากโดยที่ผมไม่ทันตังตัว แล้วผมก็เริ่มรู้สึกได้ว่า พลังจิตของผมเริ่มขยายตัวขึ้น เหมือนผมได้ยินเสียงของสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น ประสาทสัมผัสเฉียบไวขึ้น  มองภาพต่างๆเหมือนเห็นสิ่งนั้นใกล้เข้ามาเหมือนการใช้กล้องซูมเข้าไปใกล้เลย

                นี่มันอะไรกัน! ‘เพื่อนกัน เป็นเพื่อนกัน แบ่งปัน!’ เมื่อผมได้ยินเจ้าตัวเล็กพูดแบบนี้ผมก็ อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน แล้วเหมือนผมจะไม่ต้องเอาหน้าผากติดกันเพื่อคุยกับเจ้าตัวเล็กแล้วด้วยนี่มันอะไรกัน! ผมพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

เหมือนว่าเมื่อครู่ผม อาจเผลอไปทำสัญญาอะไรสักอย่างกับเธอก็ได้ แล้วมันทำให้พลังจิตของผมขยายใหญ่ขึ้นอาจเป็นเพราะ พลังของเธอ ทันใดนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ถ้าหากว่าพลังจิตผมขยายมากขนาดนี่ ถ้าผมลองใช้พลังนี่สร้างไฟหรือน้ำแบบพวกTarorixบ้างจะได้ไหมนะ

                ผมลองส่งกระแสจิตไปที่ฝ่ามือ แล้วลองจินตนาการถึงออกซิเจนในอากาศมารวมกันแล้วคิดภาพมันติดไฟ ฟุบ!

ทันใดนั้นที่ฝ่ามือของผมก็เกิดเป็นเพลิงขนาดใหญ่สีฟ้า ผมตกใจมากเลยเผลอ ส่งเสียงร้องออกมา “อ๊ะ!!”แต่มันไม่ร้อนเลยไฟมันรู้สึกอุ่นยังไงก็ไม่รู้ นี่มันวิเศษสุดๆ ทฤษฎีที่ผมเคยคิดไว้สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้นี่มันความบังเอิญอะไรกัน!

มันจะโชคดีเกินไปแล้ว ผมตื่นเต้นมากแล้วได้แต่หัวเราะออกมา แล้วก็ถามเธอว่า “เธอชื่ออะไร มีชื่อรึเปล่า?”ผมถามเธออกไปเพราะรู้ว่าเธอสามารถเข้าใจคำพูดของคนได้

                ‘ไม่มี ไม่มีชื่อ’เธอตอบกลับมาทางกระแสจิต ผมเลยคิดชื่อให้เธอ ผมมองดูเธอ เธอคล้ายมังกรมากที่หลังเธอมีปีกเล็กๆ งอกออกมาคล้ายปีกนก ตามตัวเธอเกร็ดออกสีม่วงสีน้ำเงินและสีฟ้าปนกัน ตาเธอคล้ายตาของงูแต่มีสีมรกต ผมเลยคิดว่าเธอควรจะชื่อ ผมนิ่งคิดสักพักนึงก่อนจะพูดออกมา “งั้นเรียกเธอว่า หลิงหลิงน้อยไหม? หลิงที่คล้ายๆเสียงกระดิ่งกรุ่งกิ่งเหมือนเสียงเธอไง”

‘หลิงหลิง ชื่อหลิงหลิง!’ เหมือนเธอจะชอบชื่อนี่แฮะวันนี้ผมโชคดีมากที่ออกมาเก็บตัวอย่างตอนกลางคืนมันก็ไม่ได้แย่หรอกนะ เห้อ! กลับไปคงต้องไปลองใช้พลังที่ได้มาจากหลิงหลิงแล้วสิ

                ผมมองสำรวจเธอก่อนที่จะอุ้มเธอขึ้นมา พลางผมก็กล่าวกับเธอว่าไปกันเถอะ ‘ไปกันไปกัน!’ แล้วผมก็เดินวนกลับมาตามขอบของบ่อลาวาที่นี่ร้อนมากถ้าไม่ได้เสื้อสูทผมคงอยู่ที่นี่ไม่ไหวแน่ เมื่อผมเดินมาถึงอีกฝั่งนึง จินตี้ อวี้เธอก็ไม่อยู่แล้วผมคิดว่าเธอคงกลับไปแล้วละมั้ง ผมคิดว่างั้นออกไปเลยละกัน พลางก็เดินออกไป แต่เมื่อผมก้าวไปได้2ก้าวทันใดนั้นก็มีเสียง “ตูม!! ตู้มม!!” มันเป็นเสียงระเบิดดังขึ้นมาแถวๆบ่อลาวา แย่แล้ว ผมคิดว่านี่มันแย่สุดๆ จินตี้อวี้นี่เธอเล่นกันแรงเกินไปแล้วพวกTarorixเป็นสัตว์ที่เชื่องและไม่อันตรายก็จริง แต่ถ้าพวกมันถูกก่อกวนแล้วคลั่ง จนตกใจ

                มันถือเป็นหายนะได้เลยนะถ้าเกิดว่าฝูงTarorixแตกตื่นและวิ่งไปทางที่ๆพวกเราอยู่ทั้ง หลิวเอ๋อที่อยู่ในบังเกอร์หรือพวก จินเซียง เหม่ยเอ๋อ และ อิงเอ๋อกับทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย นี่มันมากไปแล้วนะ ถ้าแค่ผมยังพอเข้าใจได้แต่นี่

ทุกคนอาจตกอยู่ในอันตรายไปด้วย ผมอุ้มหลิงหลิงมากอดให้แน่นแล้วใช้สูทพุ่งออกไปจากถ้ำด้วยความเร็ว ไม่นานเหล่าTarorixก็เกิดอาการตกใจและเริ่มแตกตื่นกันขึ้นมาพวกมันเริ่มออกวิ่งกันไปพลางก็ร้องคำรามกันออกมา ทุกตัวเริ่มแตกฝูงแล้ววิ่งออกไปหาฝูงอื่นๆ ทำให้เกิดการแตกตื่นแบบหยุดไม่อยู่เป็นระลอกไปยังฝูงอื่นๆ

                นี่มันแย่มากผมรีบพุ่งหลบกับดักที่จินตี้ อวี้วางไว้แล้วมุ่งหน้าไปที่บังเกอร์โดยเร็วที่สุด พลางตลอดทางก็คิดวิธีที่จะหยุดเหล่าTarorixยังไงดี ถ้าเกิดผมหยุดไม่ทันทุกคนอาจต้องพบเจอกับอันตรายถึงชีวิตแน่ ผมเร่งพลังของสูทที่เท้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้วอุ้มหลิงหลิงมาด้วย เหมือนว่าเธอจะตกใจจากเสียงระเบิดอยู่บ้าง  ผมได้แต่คิดว่าเธออาจจะตกใจกลัวเสียงระเบิดเมื่อกี้ ‘ยัยเด็กแสบจินตี้ อวี้คอยดูเถอะ ทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ แบบนี้เอาชีวิตคนอื่นไปเสี่ยงด้วยมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด ถ้าหลังจากจบเรื่องนี้เมื่อไหร่ฉันจะจับเธอมาฟาดก้นซะให้เข็ด!! ดูสิว่าจะกล้าทำอีกไหม’

Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน กรกฎาคม วันที่ 20 เวลา 21**:15****น.**

เกิดเหตุการณ์ระเบิดออกมาจากภูเขาใจกลางป่าTarorixดังไปทั่วทั้งภูเขา ทุกคนที่อยู่ในแคมป์ต่างได้ยินเสียง ทุกคนล้วนแตกตื่นกับเสียงที่ได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นในภูเขากันแน่**!**

หลันหลงเอ๋อกำลังมุ่งหน้าไปที่บังเกอร์พลางก็ติดต่อสื่อสารกับหลิวเอ๋อผ่านโหมดสื่อสารของสร้อยคอแล้วอธิบายแผนให้ฟัง และขอความร่วมมือกับทุกคน

ในขณะที่จินตี้ อวี้กลับมาถึงบังเกอร์ก็เห็นทุกคนกำลังแบกแท่งพลังงานอะไรสักอย่างที่ฝานโหวหลิวเอาออกมาให้แล้วบอกให้เสี่ยวหลิง กับเสี่ยวหนิงไปแจกให้คนอื่นและให้นำไปวางไว้ในที่ๆกำหนด พลางทุกคนก็แยกย้ายกันไป ฝานโหวหลิวจ้องมองมายัง จินตี้อวี้ด้วยสายตาเขม่งดวงตาเยือกเย็น ก่อนจะเดินผ่านจินตี้ อวี้ และมุ่งหน้าออกไป ปล่อยให้เธอยืนมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

หลงเอ๋อได้พลังใหม่และได้ทำพันธะสัญญากับหลิงหลิงลูกTarorixที่กลายพันธุ์ แล้วยังได้พบทฤษฎีพลังโดยบังเอิญ เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำจะสร้างชื่อเสียงให้เขาในอนาคตอันใกล้นี้ แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องเล่าขานถึงตัวเขาไปอีกนาน...

*ตอนนี้จินตี้ อวี้ ไม่รู้ว่าหลงเอ๋อเป็นผู้ชาย คำแทนตัวหลงเอ๋อที่จินตี้อวี้ใช้เรียกหลงเอ๋อจึงเป็น เธอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น