Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 7 ความโชคดี(บังเกอร์สุดล้ำ)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ความโชคดี(บังเกอร์สุดล้ำ)

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 18:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ความโชคดี(บังเกอร์สุดล้ำ)
แบบอักษร

ตอนที่ 7 ความโชคดี(บังเกอร์สุดล้ำ)

                หลังจากที่หลิวเอ๋อสาธิตการใช้อุปกรณ์ชุดสูทแล้วก็พยายามอธิบายจุดเด่นและจุดด้อยต่าง ๆ ของอุปกรณ์ และด้วยเพราะมีบางคนที่สังเกตเห็นข้อแตกต่างของชุดสูทที่พวกเขาใช้กับของพวกผม หลิวเอ๋อก็กล่าวสิ่งที่ตนสวมใส่อยู่นี้คือตัวต้นแบบ เป็นสูทรุ่นใหม่ที่เพิ่งพัฒนาออกมาแต่ยังไม่สมบูรณ์ มีแค่ สนับแขนและเกราะเท้าเท่านั้นและเพราะมีคนถามคำถามและข้อสงสัยเยอะ บางเรื่องหลิวเอ๋อก็ไม่ทราบข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดอะไรที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดผมจึงช่วยหลิวเอ๋อกล่าวอธิบายชุดสูทที่พวกเราสวมใส่


                เพื่อให้ทุกคนที่ยังสงสัยเข้าใจ ผมจึงค่อยๆอธิบายทุกอย่างแบบละเอียด เริ่มจากชุดสูทนี้พัฒนามาจากชุดสูทที่กองทัพใช้กัน แต่ใช้ฐานพลังงานใหม่เป็นตัวจ่ายกำลัง เพราะฉะนั้น เพื่อให้อุปกรณ์สามารถทนรับพลังงานใหม่ และความเสียหายได้ จึงได้ค้นคว้าและใช้แร่ต่าง ๆ นำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพแล้วนำมาสร้าง และเขียนโปรแกรมค่าพลังงาน และทักษะการใช้งานใหม่  เพิ่มเข้าไป อุปกรณ์พวกนี้สะดวกสบายกว่ามาก ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนเครื่องรุ่นเก่าที่ต้องใช้เวลาสวมใส่


                เพราะว่าสูทที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่มีฟังก์ชั่น เก็บรักษาในตัว เมื่อเราเก็บอุปกรณ์จะถูกแปรสภาพและนำไปเก็บไว้ที่ตัวควบคุมอุปกรณ์และสามารถเรียกใช้ออกมาได้มันจะสวมใส่กับตัวผู้ใช้ทันที “ในกรณีของหลิวเอ๋อตัวควบคุมจะเป็นนาฬิกาข้อมือของเขา ส่วนผมจะเป็นสร้อยนี่”ผมอธิบายพลางก็แสดงตัวควบคุมให้ดู เมื่อทุกคนเห็นก็มีเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งและมีคำถาม ถามมาไม่หยุดผมจึงบอกว่าให้ทุกคนเงียบลงก่อนและอธิบายต่อไปว่า นอกจากนี้แล้วตัวควบคุมอุปกรณ์แบบเก่าเป็นได้แค่สายรัดข้อมือสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อเราต้องสวมชุดสูทเท่านั้น


                แต่สำหรับตัวควบคุมอุปกรณ์อันใหม่นี้ สามารถใช้ควบคุมสิ่งต่าง ๆได้และมีหลายฟังก์ชั่นทั้งยังใช้เป็นกระเป๋าเก็บของได้ด้วย มันจะดีกว่าถ้าตัวควบคุมมีประโยชน์มากกว่าแค่ใช้กับสูท เราจะเห็นได้ชัดว่าประสิทธิภาพการทำงานและระบบต่าง ๆมีความก้าวหน้ามากกว่ารุ่นเก่ามาก แต่มันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาอยู่ เมื่อผมอธิบายเสร็จทุกคนตกอยู่ในความเงียบแต่มันเป็นความเงียบก่อนที่จะมีพายุ และก็มีเด็กสาวในกลุ่มPrimal คนนึงถามคำถามขึ้นมาว่า


“อุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นต่าง ๆที่เราเห็นในค่ายนี้ตั้งแต่ประตูที่เราใช้เดินทางมายังสวน Garden EternalZ นี้ทีมวิจัยไหนเป็นคนเป็นคนรวบรวมและสร้างคะ??”  เมื่อคำถามนี้ถูกกล่าวขึ้นมาความเงียบก็เข้าปกคลุม ผมแอบชำเลืองไปที่พ่อของผม เพื่อเป็นการขอคำอนุญาต และพ่อก็พยักหน้าเล็กน้อยผมจึงเบนสายตากลับมาก่อนจะตอบไปว่า “ทีมวิจัยไม่มีครับ สิ่งต่าง ๆเป็นสิ่งที่ตกผลึกจาก คลาสSSSของพวกเราที่ทำการศึกษาข้อมูลรวบรวมและสร้างมันขึ้นมา” พอผมกล่าวออกไปทุกคนก็มีอาการตกใจกันมากขึ้น บางคนแสดงสีหน้าตกใจสุดขีดอย่างไม่อยากจะเชื่อ


                ก็พอเข้าใจความรู้สึกอะนะถึงจะถูกบอกว่าเป็นคลาสเรียนอัจฉริยะ แต่ที่สร้างสิ่งต่าง ๆได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายอยู่ดี หลังจากนั้นก็มีคำถามอีกโดยเป็นคนเดิมกับที่ถามผมเมื่อครู่ “แล้วใช่เวลานานแค่ไหนในการสร้างอุปกรณ์เพื่อการนำเสนอวิทยาการของกิจกรรมครั้งนี้ค่ะ??”


              ทุกเสียงเงียบลงอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะนิ่งคิดสักพักว่า ทุกสิ่งที่ผมทำใช้เวลาเท่าไหร่ เมื่อคิดได้แล้วผมจึงตอบไปว่า“ถ้ารวมทุกอย่างจนถึงตอนนี้ที่มี นับเวลาการค้นคว้าและการสร้างรวมแล้วก็ใช้เวลา 3ปี ครับ” ตึง เหมือนทุกคนจะตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน มันเป็นคำตอบที่เข้าใจง่ายแต่ก็เป็นเหมือนทุ่นระเบิดขนาดใหญ่ที่หย่อนลงกลางเมือง อันที่จริงถ้าแค่ประตูมิติที่ผมสร้างก็แค่6เดือนเท่านั้นแหละ แต่รวมๆบอกแบบนี้ก็ได้แหละมั้ง หลังจากนั้นก็เกิดเสียงขึ้นดังไปทั่วแคมป์


                แต่เพราะยังไงมันก็มาถึงขนาดนี้แล้ว และเหมือนเธอคนที่ถามคำถามคนเมื่อกี้จะยังมีคำถามที่ยังไม่ได้ถามออกมาผมอีก ตัดสินใจทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายเพื่อเป็นการตัดคำถาม “และก็ในอนาคตจะมีสิ่งต่าง ๆที่ใช้ฐานของพลังงานใหม่เป็นแกนพลังงาน และเราก็กำลังพัฒนาอยู่ เพราะงั้นผมขอจบการอธิบายเท่านี้ครับ” ความเงียบเกิดขึ้นฉับพลันทุกสายตาจ้องมองมาที่ผม ผมทำเป็นไม่สนใจสายตาเหล่านั้นก่อนจะเดินไปหาพ่อเพื่อฟังตารางนัดหมายของช่วงบ่ายและภาคค่ำของวันนี้เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วผมกับหลิวเอ๋อก็ทำความเคารพและขอตัวกลับเต็นท์ของเรา


                ก่อนจะกลับไปยังเต็นท์ที่พวกสาวๆกำลังทำกับข้าวไว้รอต้อนรับ เราใช้เวลาอธิบายสิ่งต่าง ๆ จนตอนนี้ก็ 12:10น.แล้วเพราะว่าเรายังเป็นเด็กอยู่จึงไม่ควรอดอาหารเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ หลังจากกลับมาถึงเต็นท์เราใช้เวลาเดินจากแคมป์ของPrimalมาจนถึงแคมป์ของสถาบันวิจัยใช้เวลาประมาณ10นาที ระหว่างทางผมถามหลิวเอ๋อว่า รู้จักเด็กผู้หญิงที่ถามคำถามเรารึเปล่า หลิวเอ๋อก็บอกว่ารู้จัก “เธอ อายุเท่าพวกเรา เป็นน้องของครูฝึกจินตี้ จง ชื่อจินตี้ อวี้


เธอเป็นคนเก่ง ถ้าเรื่องการต่อสู้ละก็เธอเก่งกว่าฉันอีกแต่ก็ชนะหลงเอ๋อไม่ได้หรอก แล้วก็เธอมีครูฝึกเป็นเหมือนฮีโร่ในดวงใจน่ะ มันเลยเป็นเหตุให้เธอมองหลงเอ๋อด้วยสายตาแบบนั้น เพราะหลงเอ๋อชนะในการสาธิตชุดสูทของการต่อสู้กับพี่สาวเธอ เธอเลยเหมือนจะไม่ค่อยยอมรับว่า หลงเอ๋อชนะพี่เธอได้”


                เมื่อผมได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจได้บ้าง “ไม่น่าละก่อนจะออกมาตอนที่แอบชำเลืองดูเธอเหมือนว่าเธอจะทำสีหน้าไม่พอใจนิดหน่อยด้วยเพราะผมเผลอไปทำร้ายคนที่เธอยึดเป็นแบบอย่างนี่เนอะ” ผมพูดพลางหันไปเลิกคิ้วให้หลิวเอ๋อ


“แต่เธอก็ไม่ได้ไม่ดีอะไรหรอกนะ แค่บางครั้งที่หัวดื้อกับเอาแต่ใจไปบ้างก็เท่านั้นแหละ ลึกๆแล้วเธอเป็นคนเสียสละน่ะเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ” หลิวเอ๋อพูดพลันทำท่ามือหยักไหล่


ไม่นานเราก็มาถึง เมื่อเราเดินมาที่เต็นท์ก็เจอ เหม่ยเหม่ย มารอหน้าทางเข้า “มาช้ากันจริงนี้เที่ยงแล้วนะมัวแต่ไปเล่นกันละสิ”เหม่ยเหม่ยกล่าวแล้วยิ้มมุมปากน้ำเสียงปนหยอกล้อ


“เอาหน่าพี่เหม่ยเราไม่ได้เล่นซะหน่อยต้องไปสาธิต อุปกรณ์ต่าง ๆแล้วไหนจะต้องอธิบายอีก เลยนานน่ะ ช่างเถอะตอนนี้พวกเราหิวแล้ว”หลิวเอ๋อกล่าวพร้อมทำท่าลูบท้อง


                “มาทานกันเถอะทุกคนรอนานแล้ว” เหม่ยเหม่ย กล่าวออกมาพลางก็เดินนำพวกเราเข้าไปในเต็นท์ เมื่อเราเข้ามาในเต็นท์ ที่โต๊ะโซฟา ก็มีอาหารถูกจัดไว้อยู่บนโต๊ะแล้ว เมื่อเราเข้ามาในเต็นท์ได้แล้วข้างในอบอุ่นมากไม่หนาวหรือร้อน อุณหภูมิข้างในอบอุณมากกว่าอุณภูมิข้างนอก ไม่ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายแค่ไหน แต่อุณหภูมิในเต็นท์ก็จะปรับสภาพตามความเป็นอยู่ให้พวกเราอาศัยอยู่ได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องความ หนาวเย็น หรือ ร้อนเลย เป็นผลมาจากเครื่อง ปรับอุณหภูมิที่ถูกติดตั้งภายในเต็นท์


                “มากันสักทีนะค่ะ อาหารเพิ่งจัดเสร็จเมื่อครู่กำลังร้อนๆเลยค่ะ”อิงเอ๋อกล่าวออกมา ขณะที่ กำลังจะนั่งที่ เธอก็ส่งยิ้มและทำหน้าตาใสซื่อ เหมือน พวกสัตว์ตัวน้อย ๆ เลย ผมละอยากจะดึงเธอเข้ามากอดเหลือเกินติดที่ว่าสถานการณ์มันจะแปลกไปและทุกคนอาจจะมองผมเป็นพวก โลลิค่อน ผมจึงได้แค่ยิ้มรับกับสายตาของเธอ


                “มากันสักที ฉันคิดว่าจะมาสายกว่านี้ซะอีก คงจะถูกถามคำถามกับข้อมูลของอุปกรณ์หลายๆชิ้นสินะ เป็นไงบ้างคงจะเหนื่อยแย่เลยข้างนอกก็อากาศร้อนด้วย” จินเซียงกล่าวกับผม ขณะที่มือของเธอกำลังใช้ ซ่อมจิ้มกุ้งชุบแป้งทอดขึ้นมาแทะ


                “ นั้นสิค่ะอากาศข้างนอกร้อนมาก ทั้งสองคนกลับมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวฉันไปหยิบเครื่องดื่มเย็นๆมาให้นะค่ะ” ฟาฟา กล่าวกับพวกเราแล้วก็เดินไปหยิบเครื่องดื่มที่ตู้เย็นก่อนจะเดินมาส่งให้ผมกับหลิวเอ๋อ เมื่อผมรับมาและกล่าวขอบคุณ ผมและฟาฟาก็เผลอสบตากัน อีกแล้ว สายตาแบบนี้อีกแล้ว มันเหมือนสายตาของภรรยาที่รอคอยสามีกลับมาบ้าน  ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดหรือคิดเข้าข้างตัวเอง ฟาฟาจะคิดกับผมมากกว่าเพื่อนรึเปล่านะ?? ผมสลัดไล่ความคิดในหัวออกไปก่อนจะยิ้มและเริ่มทานอาหาร


                พวกเรานั่งทานอาหารกันไปและคุยเรื่องจิปาถะทั่วไป ก่อนจะเริ่มพูดถึงหัวข้อตารางนัดหมาย จินเซียงมีนัดหมายตอนบ่านสองโมง ไปเต็นท์วิจัยเทคโนโลยี  ฟาฟาไปเต็นท์ชมรมศิลปะเพื่อ อธิบายมุมมองการวาดภาพวิวทิวทัศ อิงเอ๋อไป เต็นท์ของแพทย์ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เต็นท์แพทย์ก็เหมือนห้องพยาบาลสำหรับคนที่ไม่สบายไปขอยาทานละนะ พวกเธอจะกลับมาตอน 17:00 ส่วนผมกับหลิวเอ๋อมีตารางนัดให้ไปเข้าร่วมการสำรวจภาคค่ำ กับหน่วยPrimal ฝึกหัด วันนี้คงไม่ได้อยู่ที่เต็นท์


                พอพูดออกไปแบบนั้นเหมือนสาว ๆ จะทำสายตาผิดหวังแต่เมื่อผมกระพริบตา มันก็ไม่มีสายตาแบบนั้นอยู่แล้ว ผมอาจจะแค่คิดมากไป ไม่นานเราก็ทานอาหารเสร็จจากนั้นก็เก็บกวาดและทำความสะอาดแล้วจากนั้นสาวๆก็ออกจากเต็นท์ไป เหลือผมกับหลิวเอ๋อสองคนที่อยู่ในเต็นท์


                ผมบอกให้หลิวเอ๋อไปอาบน้ำและพักผ่อนเก็บแรงไปสำรวจภาคค่ำ เราจะเข้าไปในป่าของTarorixกันคืนนี้ เพื่อฝึกการเฝ้าสำรวจสังเกตุการและเก็บข้อมูล ผมบอกให้หลิวเอ๋อใช้ห้องน้ำของชั้นล่าง เต็นท์นี้มีห้องน้ำ2ห้อง ชั้นบนเป็นห้องอาบน้ำใหญ่แต่ไม่เท่าชั้นล่างพอให้คนเข้าไปได้4-5คน  คล้ายห้องอาบน้ำของโรงแรม มีอ่างอาบน้ำ มีแชมพูและผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้ ตัวห้องประดับด้วยไฟสีเหลืองส้มให้ความรู้สึกนุ่มนวลทำให้ผ่อนคล้ายเวลาอาบน้ำ พื้นปูด้วยกระเบื้อง   ที่รอบนอกส่วนข้างในที่ใช้อาบน้ำตรงอ่างจะปูด้วยหินขัดหยาบ เพื่อกันไม่ให้ลื่นล้ม


                ไม่ใช้ระแวงหรอกแต่ผมไม่อยากให้ชีวิตที่สองนี้ต้องมาพบจุดจบโดยการลื่นล้มในห้องน้ำนะเพราะงั้นเรียกว่ารอบคอบไว้จะดีกว่า ในห้องมีเครื่องทำน้ำร้อน และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถใช้คำสั่งเสียงให้AIเปิดน้ำได้ด้วยสะดวกดีใช่ไหมละ ส่วนที่ชั้นร่างจะเหมือนที่อาบน้ำในวังของพวกขุนนางสมัยก่อน ผมออกแบบให้ใหญ่มากคล้ายบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งตัวบ่อและห้องกว้างมาก มีที่ล้างตัว มีฝักบัวน้ำร้อนและกระจก แชมพูและยาสระผมต่าง ๆ ตรงบ่อแช่ตัวจะมีรูปปั้นTarorixสายพันธุ์ที่อาศัยในทะเลพ่นน้ำออกมา


                ส่วนบนกำแพงก็แกะสลักด้วยแร่อย่างเดียวกันกับที่ใช้สร้างประตูมิติ ก็มันเหลืออ่า ถ้าจะให้ทิ้งเฉยๆก็เสียดาย มันเยอะมากเลย  ไม่คิดว่าตอนผมเอาสินแร่มาแกะเป็นบานประตูมิติผมจะใช้แร่เยอะขนาดนี้ แร่ที่เหลือผมเลยเอามาแกะเป็นภาพของTarorix ไว้รอบ ๆของห้องผสมกับพวกหินขัด พื้นปูด้วยแร่หินขัดผสมกับสินแร่ทำให้หยาบนิดหน่อยกันลื้น ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาแช่น้ำกลางพงไพรท่ามกลางเหล่าTarorix ผมเอาหยกขาวกับพวกคริสตัลบางชนิดมาสร้างด้วยละนะเฉพาะบางจุดน่ะ ให้ความรู้สึกว่าฟุ่มเฟื่อยอยู่หรอก แต่ก็เพราะอยากให้มันออกมาถูกใจ ผมก็เลยต้องทำให้ถึงที่สุดละนะ


               มีให้เลือกใช้ก็ควรจะใช้สิถึงจะถูก ถ้าจะถามว่าทำไมถึงได้มีห้องน้ำที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ละก็ไม่ต้องถามถึงเลยก็เพราะว่าใช้มิติเหมือนทางเข้าเต็นท์นี้ยังไงละ เมื่อผมบอกหลิวเอ๋ออย่างนั้นหลิวเอ๋อก็ไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ามันเป็นห้องที่ขั้นระว่างห้องน้ำผุร้อนกับห้องชั้นล่าง เมื่อหลิวเอ๋อเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเราก็คุยกันว่า ถ้าคืนนี้เราเข้าร่วมการสำรวจเราอาจจะเจอTarorixตัวเป็นๆเลย ผมตื่นเต้นมาก ตรงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจะมีตะกร้าผ้า และชั้นไม้เป็นบล็อกไว้ให้วางเสื้อผ้า เนื่องจาก ว่าผมกับหลิวเอ๋อใส่ชุดสูทการถอดชุดก็แค่ส่งกระแสจิตเข้าไปในสร้อยเสื้อสูทก็จะถูกเก็บเข้าไป


      เมื่อผมหยิบผ้าขนหนูและกำลังจะส่งกระแสจิตเพื่อถอดชุดสูทอยู่นั้นหลิวเอ๋อก็ หันมาทางผมก่อนจะถามอย่างตกใจว่า “นี่จะทำอะไรน่ะ!?” ผมหันหน้าไปมองหลิวเอ๋อ เขากำลังแสดงอาการตกใจออกมา


“ก็กำลังจะไปอาบน้ำน่ะสิ มีปัญหาอะไรหรอ??”ผมกล่าวตอบหลิวเอ๋อพลางก็หันหลังไปหยิบผ้าขนหนูก่อนจะส่งกระแสจิตเข้าไปที่สร้อยเพื่อให้เก็บชุดสูท แล้วหลิวเอ๋อก็รีบหันหลังให้ผมแล้วกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า


“มะ..ไม่ได้นะหลงเอ๋อ จะไม่ระวังตัวเกินไปแล้วนะ”เขากล่าวออกมาขณะที่หันหลังให้ผมใบหูของเขาเริ่มแดงขึ้นเพราะความอาย แต่พอผมเห็นแบบนั้นเหมือนผมจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ถึงหลิวเอ๋อจะรู้ว่าผมเป็นผู้ชายก็เถอะแต่เขาก็ปฏิเสธมันมาตลอด พอผมเห็นเขาเป็นแบบนี้มันตลกมากเลยคิดว่าแกล้งเขาสักหน่อยดีกว่า


                อาจจะเพราะผมเป็นแบบนี้อยู่แล้วด้วย ทั้งรูปร่างหน้าตาก็ออกจะเหมือนผู้หญิงจนชวนเข้าใจผิด พอบอกว่าผมเป็นผู้ชายตอนนั้นหลิวเอ๋อก็เหมือนจะไม่เชื่อด้วยสิแถมยังหัวเราะแบบว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เป็นมุขตลกแน่ ๆ พอมาเห็นหลิวเอ๋อเป็นแบบนี้ก็เลยคิดว่าแกล้งสักหน่อยแล้วกัน ขณะที่หลิวเอ๋อ ก้มหน้าอายอยู่นั้น ผมก็เลยหยิบฟองน้ำที่ใช้ถูร่างกายที่มีสัมผัส นุ่มลื่นทรงกลมผ่าครึ่ง 2ชิ้น ผมเอามันมาแนบไว้ที่อกของผมก่อนที่จะเอาผ้าขนหนูพันไว้รอบตัวแล้วเดินไปข้างหลังหลิวเอ๋อ แล้วกอดคอเขา  เหมือนหลิวเอ๋อจะสะดุ้งแล้วตัวแข็งเกร็ง  แผ่นหลังเหยียดตรงพร้อมกับอาการตะกุกตะกักพูดไม่ได้ศัพท์


                พอเห็นปฏิกิริยาของเขาที่ตอบสนองแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกสนุกมันเป็นอะไรที่ตลกมากและผมก็กระซิบข้างหูของหลิวเอ๋อเบาๆพร้อมกับดันฟองน้ำไปที่หลังของหลิวเอ๋อ “อะไรกันหลิวเอ๋อ พวกเราก็ยังเป็นเด็กด้วยกันทั้งคู่นี่น่า อาบน้ำด้วยกันก็ไม่เห็นจะเป็นไร หลิวเอ๋อเนี่ยแก่แดดจังเลยนะ” ผมกล่าวพร้อมกับดันหลิวเอ๋อไปที่บ่อน้ำพุร้อน ผมกอดคอเขาแล้วดันไปที่ฝักบัวล้างตัว  ผมไม่ปล่อยเขาให้หันกลับมาหรอก ถ้าเขาหันมาเห็นตอนนี้คงหมดสนุกกันพอดี


                “จะ..จะทำอะไรน่ะ ละ...หลงเอ๋อ ทำแบบนี้ไม่ได้นะไม่เข้าใจรึไง”หลิวเอ๋อกล่าวออกมาพลันก็ก้มหน้าหลับตาใบหน้าเขาเหมือนกับหัวมันเผาสุกที่แดงจัดจนควันจะออกจากหูอยู่แล้ว


                “ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนิหน่า ถ้างั้นหลิวเอ๋อก็หลับตาไว้ตลอดนะห้ามลืมตาขึ้นมา” ผมกล่าวโดยทำน้ำเสียงกระซิบพลางใช้เสียงออดอ้อน สนุกจริง ๆเวลาที่ได้แกล้งแบบนี้ ทำเอาคิดถึงลูกพี่ลูกน้องที่โลกก่อนเลยสมัยเด็ก ๆ เห้อ อาจะเพราะหลิวเอ๋อโตเกินวัยด้วยแหละความคิดจึงเป็นผู้ใหญ่แต่ว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กละน่ะ


                “ห้ามลืมตานะและก็อยู่นิ่งๆทำตามที่บอกก็พอห้ามหันมามอง” ผมกล่าวพลางเปิดก๊อกฝักบัวล้างตัวแล้วเอาฟองน้ำถูตัวหลิวเอ๋อแล้วล้างตัวก่อนจะอาบน้ำล้างฟองสบู่ แล้วลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนทั้งแบบนั้น เมื่อลงไปแช่แล้วผมก็ใช้ผ้าขนหนูห่อฟองน้ำแล้วคลุมตัวไปแช่อยู่อีกฝังของขอบบ่อ  แล้วบอกให้หลิวเอ๋อลืมตาได้  เมื่อเขามองเห็นผม เข้าก็ก้มลงเอาตัวแช่น้ำพร้อมกับใบหน้าที่แดงมาก ๆบวกกับอุณภูมิของน้ำที่สูง หน้าเขาแดงเหมือน ก้นลิงเลย ผมคิดว่าควรจะหยุดการแกล้งให้พอแค่นี้ก่อนที่มันจะทำให้เขาเป็นลมในห้องน้ำ


                “ถ้าแช่เสร็จแล้วหลิวเอ๋อก็ขึ้นไปก่อนนะ เดี๋ยวอีกสักพักจะตามขึ้นไป”ผมกล่าวพลางยิ้มและแช่ตัวอย่างสบายใจหลิวเอ๋อพยักหน้ารับก่อนที่จะค่อยๆขึ้นจากบ่อไปล้างตัวและออกไปจากห้อง ผมแช่ต่อสักพักก็ตามขึ้นไป เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วผมก็ออกมาจากห้องน้ำชั้นล่าง แล้วก็เห็นหลิวเอ๋อนั่งอยู่ที่โซฟาหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเมื่อเขามองสบตาผม เขาก็มักจะหลบสายตา เฮ้อ เหมือนจะอาการหนักนะ สงสัยจะแกล้งหนักไปแต่ถึงจะอธิบายยังไงก็คงไม่เชื่ออยู่ดีปล่อยให้เข้าใจแบบนี้แหละ เพราะถือว่าผมก็บอกไปแล้วส่วนจะเชื่อไม่เชื่อกผมก็ทำอะไรไม่ได้


                เพราะว่าหลิวเอ๋อเอาแต่หลบตาผม ผมก็เลยนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามเขา และก็ถามเกี่ยวกับรายละเอียดของการจะเข้าไปสำรวจป่าTarorixในการฝึกครั้งนี้ เพื่อทำลายบรรยากาศ มาคุ ที่น่าอึดอัด หลังจากพูดคุยกันอยู่นานอาการของหลิวเอ๋อก็เริ่มสงบลงและเริ่มกลับมาคุยได้อย่างปกติแต่ถ้าจ้องตาเขานาน ๆ เขาก็จะหน้าแดงอีกครั้ง เอาเป็นว่าเลิกเล่นจ้องตากันไปก่อน เราพูดคุยเรื่องสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมก่อนจะถึงเวลาเข้าป่าไปสำรวจ ระหว่างที่พูดคุยผมกับหลิวเอ๋อก็เรียกอุปกรณ์ออกมาจากตัวควบคุมแล้วเรียงกันบนโต๊ะ เอาอุปกรณ์ที่คิดว่าน่าจะได้ใช้ในการสำรวจป่าออกมาวาง


                เผื่อไว้ในสถานการณ์คับขันเพราะการเขาป่าครั้งนี้ผมต้องไปร่วมกลุ่มสำรวจกับพวกPrimalฝึกหัด โดยการแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อย และไปสำรวจตามจุดต่าง ๆที่ถูกกำหนดในเป้าหมายการสำรวจ ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างแต่ก็เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของผมและคนอื่น ๆ การรอบคอบก็เป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่จำเป็นหลัก ๆ ก็ กล้องส่องตอนกลางคืน พวกNight Vision ชุดสูท ที่ขุดดินเพราะอาจต้องทำบังเกอร์สำรวจแถว ๆจุดที่ถูกกำหนด พวกกระติกน้ำ เปล่แขวน เสาตั้งบาเรีย อาจจะได้ใช้เอาไปก่อนละกันน่าจะมีประโยชน์ถึงจะไม่รู้ว่าเอาไปใช้กับอะไร


                ถ้าอยู่ในบังเกอร์ ก็คงจะมีแต่ดินกับทรายละสินะ  งั้นลองเอาของประดิษฐ์ใหม่ไปลองใช้หน่อยละกัน จะสร้างบังเกอร์ทั้งที่ ก็ต้องให้มันเสร็จเร็วทันเวลาด้วยสิ แถมการสร้างบังเกอร์ ทางทีมสำรวจก็เป็นคนกำหนดให้อีกต้องดูว่าจะได้แปลนบังเกอร์แบบไหนมา เพราะว่าผมชอบสบายละนะ เอาอุปกรณ์สร้างบังเกอร์สำเร็จรูปไปใช้ละกัน  หลังจากเตรียมของเสร็จก็ได้เวลา17:00 สาวๆก็พากันกลับมาจากกิจกรรมช่วงเย็นแล้ว เมื่อพวกเธอเข้ามาเราก็เตรียมของเสร็จพอดี


“พวกพี่จะไปกันแล้วหรอค่ะ?” อิงเอ๋อกล่าวถามขณะมองพวกเราเตรียมตัวอยู่ที่โต๊ะโซฟา


“โถ่ว!มาไม่ทันทำอาหารเย็นซะแล้ว งั้นเอาเสบียงไปกินระหว่างฝึกหน่อยนะคะ”ฟาฟากล่าวพร้อมกับทำสีหน้าผิดหวังนิดหน่อยที่กลับมาเตรียมอาหารเย็นไม่ทันก่อนพวกเราจะไป


“เอาขนมของว่างไปกินเล่นสิไปสำรวจต้องเข้าเวรด้วยใช่ไหม เอาไปกินเล่นจะได้ไม่แอบหลับไงละ”จินเซียงกล่าวพลางก็เดินไปหยิบขนมและของกินเล่นจากชั้นว่างในครัวมาให้


“เกือบลืมไปแล้วไหมละ ขอบใจมากจินเซียง”หลิวเอ๋อกล่าวขอบคุณ ผมก็พยักหน้ารับ


“ระวังตัวกันด้วยละข้างนอกกลางคืนอันตราย ต้องระวังให้ดี”เหม่ยเหม่ยกล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง เมื่อผมกล่าวขอบคุณและพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะออกมาจากเต้นท์แล้วมุ้งไปจุดตั้งแคมป์ของพวกPrimalไม่นานเราก็เดินมาถึงตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งกับการแพคของก่อนจะเข้าไปสำรวจ ทุกคนกำลังจัดของลงกระเป๋าเป้สะพายหลัง ดูแล้วท่าทางจะหนักน่าดู ขณะที่ผมกับหลิวเอ๋อเดินตัวลอยไม่มีของอะไรต้องพกพายกเว้นของเล็กๆ เช่นพวกกระติกน้ำ มีดพกใช้ตัดไม้ ทุกคนจะใส่ชุดสูทและแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ข้างหลัง แต่พวกผมไม่ได้ถือหรือใส่ชุดสูทเลยเพราะว่าจะเรียกมาจากเครื่องควบคุมตอนไหนก็ได้เป็นอะไรที่สะดวกสบายมาก พอพวกเรามาถึง ทุกคนก็เริ่มมองมาที่ผมกับหลิวเอ๋อ


                พวกเราตกเป็นเป้าสายตาอยู่ครู่นึงก่อนทุกคนจะแพคของกันต่อ ไม่นานครูฝึก จินตี้ จง ก็เดินมาหาพวกเราแล้วมาพูดคุยรายละเอียดเล็กน้อย


“ว่าไงทั้งสองคน รู้สึกยังไงบ้างกับการจะไปสำรวจกับPrimalตอนกลางคืน”ครูฝึก จินตี้ กล่าวกับพวกเราด้วยน้ำเสียง เป็นกันเอง


“อื้อ อยากกลับไปเต็นท์ของหลงเอ๋อเร็วๆแล้วอะฮิฮิ”หลิวเอ๋อพูดออกมาแบบติดตลก แล้วหัวเราะออกมาน้อยๆ


“ถ้าไม่มีอะไรอันตรายเกิดขึ้นก็ดีสิครับ”ผมกล่าวออกไปเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นหรอกนะ


“ทั้งสองคนไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เราไปสำรวจตั้งบังเกอร์ ที่บริเวณรอบนอกของป่าและสำรวจรอบ ๆเท่านั้นแหละไม่ต้องกังวล ทุกคนจะได้รับแปลนการสร้างบังเกอร์ตามแต่ละจุดที่กำหนดไม่เหมือนกัน อาจจะเหนื่อยนิดหน่อยแหละตอนขุดดิน แล้วก็แบ่งกลุ่ม 5 คน เพราะงั้นเดี๋ยวฉันจะหาสมาชิกอีก3คนให้ เพราะว่า มีPrimalฝึกหัด2คนต้องอยู่แคมป์พยาบาล แล้วนี่อุปกรณ์พวกเธอมีแค่นี้หรอ??”ครูฝึกจินตี้ กล่าวออกมาพลางก็มองสำรวจพวกเรา


“ของทั้งหมดอยู่ในตัวควบคุมของพวกเรา2คนครับ”ผมกล่าวตอบพลางก็ขยับตัวควบคุมให้ดู


“ใช่แล้ว”หลิวเอ๋อตอบกลับพลางพยักหน้า หงึกๆไปด้วย


“สะดวกดีจังชักเริ่มอยากได้บ้างแล้วสิ ฮ่าฮ่า”ครูฝึกสาว จินตี้ กล่าวพลางหัวเราะออกมา เธอเป็นสาวที่มีลุคสบายๆไม่ถือตัวเลย มีกลิ่นอายของความเป็นคนรักอิสระออกมาจากตัวเธอ


หลังจากนั้นไม่นาน ครูฝึกและผู้บังคับบัญชาก็มาอธิบาย แบ่งกลุ่ม และแจกแปลนให้พวกเราตามแต่ละจุดของบังเกอร์เมื่อพวกเราเข้าไปในป่าเมื่อถึงจุดที่กำหนดก็ให้สำรวจและทำการสร้างบังเกอร์โดย เมื่อถึงรุ่งเช้าจะส่งเหล่าครูฝึกไปสำรวจความเรียบร้อยของบังเกอร์ต่าง ๆ ทุกคนแบ่งกลุ่มกันแล้ว กลุ่มของผม มีผมกับหลิวเอ๋อและสมาชิกอีก3คนที่ครูฝึกสาวพามาด้วย คือ จินตี้ อวี้ น้องสาวของครูฝึก ซาโหว หนิง และ เหมี่ยว หลิง ทั้งสองเป็นเพื่อนของ จินตี้ อวี้ และทั้ง3คนจะอยู่กลุ่มกับเรา ครูฝึกสาวแนะนำพวกเธอให้รู้จัก พวกเธอ ทักทายเล็กน้อย ไม่สนิทแต่ก็ไม่ได้เย็นชา


แต่ว่าเหมือนผมจะโดนน้องสาวของครูฝึก จ้องตลอดเลย เธอยังไม่หายโกรธเรื่องที่ผมชนะครูฝึกในการสาธิตเมื่อช่วงเช้าอีกหรอ?ดูท่าจะไม่ปล่อยผมไปง่ายๆสินะเนี่ย เฮ้อผมทำได้แค่หัวเราะและยิ้มเจื่อนๆแล้วทำเป็นมองไม่เห็นบรรยากาศ ที่เธอส่งออกมาทางสายตา หลังจากแบ่งกลุ่มและรับแปลนมาแล้ว ก็เริ่มการสำรวจทันที  ตลอดระยะทาง จินตี้ อวี้จะเป็นคนนำของกลุ่มตลอดโดยที่พวกผมจะทำตามและให้ความร่วมมืออย่างดี พวกเรามุ่งหน้าเข้าป่าตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ในแผน


                ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราไม่อยากให้มีปัญหากันละนะ เราเดินผ่านป่าเข้ามาประมาณ2กิโลผ่านแม่น้ำมา จนถึงจุดที่เราจะสร้างบังเกอร์ ตลอดทางเราไม่ได้พูดอะไรกันมาก แค่ฟังคำสั่งที่เธอบอกและปฏิบัติตามเท่านั้นเมื่อมาถึงเราก็ทำการสำรวจรอบ ๆ ก่อนจะมาพูดคุยกันเรื่องสร้างบังเกอร์


“สำรวจเรียบร้อยไม่มีปัญหา,ทางนี้ก็เคลียเรียบร้อย” ซาโหว หนิง กับ เหมี่ยว หลิงรายงานการสำรวจพื้นที่รอบๆ


“ไม่มีอะไรผิดสังเกตุ,ไม่มีสัตว์อะไรในบริเวณรอบๆนี้”ผมกับหลิวเอ๋อกล่าวเสริม


“อืมงั้นเราเริ่มลงมือ สร้างบังเกอร์ได้แล้วต้องทำให้เสร็จก่อนพรุ้งงนี้เช้า”จินตี้ อวี้ เธอกล่าวออกมาพลางก็กลางแปลนออกมาให้พวกเราดู เนื่องจากมันเริ่มมืดเราจึงเริ่มก่อไฟขึ้นเพื่อกันไม่ให้มีสัตว์มีพิษเข้ามาใกล้ หลังจากเราปรึกษาแผนที่กันสักพักพวกเธอก็นำพลั่วที่จะใช้ขุดดินออกมาจากเป้สะพายหลัง เมื่อพวกผมเห็นดั่งนั้น ก็รีบบอกพวกเธอว่าให้หยุดก่อนพวกเธอหันมามองผมสองคน


“มีอะไร!!ต้องรีบทำให้เสร็จนะ!!จะมัวชักช้าอะไรอีก!”จินตี้ อวี้ กล่าวออกมา พร้อมกับ จ้องมาทางผมด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างเห็นได้ชัด พวกผมจึงทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆแล้วบอกให้เธอใจเย็นลงก่อน ก็ไม่อยากมีเรื่องด้วยหรอกนะ ดูท่าเธอจะเป็นคนมีความมั่นใจเยอะด้วย


“ถ้าไม่รีบสร้างมันจะเสร็จไม่ทันนะค่ะ ถ้าไม่เสร็จเราคงต้องนอนในที่โล่ง” ซาโหวหนิงกล่าวออกมาพลางก็บอกจินตี้ อวี้ให้ใจเย็นๆ


“ไม่เอาน่า!!ไม่อยากนอนในที่โล่งมันหนาวนะค่ะ” เหมี่ยวหลิงกล่าวเสียงยาว


“เปล่า เราแค่จะช่วยสร้างบังเกอร์น่ะ ถ้าไม่ว่ายังไง ขอดูแปลนเมื่อกี้อีกรอบได้ไหม??”ผมกล่าวขอเธอดูแบบแปลนพลางก็ทำสีหน้ายิ้มเคารพนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้


“ก็ได้!มีแผนจะทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันจะไปสำรวจดูแหล่งน้ำใกล้ๆ”เธอส่งแปลนให้พวกผมด้วยสายตาที่ไม่ค่อยวางใจและก็เดินผ่านพุ่มไม้ไปหาแหล่งน้ำ


“ต้องขอโทษแทนพี่ อวี้ ด้วยนะค่ะ ปกติเธอไม่ใจร้อนแบบนี้  เรียกฉันว่าหนิงหนิงก็ได้ค่ะ”ซาโหวหนิง กล่าวออกมาพร้อมยิ้ม


“ฉันด้วยเรียกฉันว่า เสี่ยวหลิงก็ได้ ฮ่าๆ”เหมี่ยวหลิง กล่าวพลางหัวเราะออกมา


“งั้นเราจะเริ่มขุดบังเกอร์ตามแปลนเลยละกันส่วนการขุดนั้นให้เราใช้สิ่งนี้แทน”ผมกล่าวแบบนั้น พลางก็ส่งกระแสจิตเข้าไปที่สร้อย แล้วเอาอุปกรณ์สร้างบังเกอร์ขึ้นมา มันมีรูปร่างคล้ายเสาของเต็นท์ แตกต่างกันแค่ที่มันมีขนาดหนากว่านิดหน่อย ผมเอาเสาออกมาและอธิบายให้กับทุกคนฟังว่า เสานี้ทำงานยังไง มันจะทำการ สร้างบังเกอร์ตามแปลนที่เราได้รับ โดยเราจะใส่ค่าลงไปในอุปกรณ์พวกนี้ผ่านตัวควบคุม เมื่อผมนำเสาออกมาแล้วก็แจกให้กับทุกคนแล้วให้พวกเขานำไปปักลงในจุดที่ผมกำหนดหลังจากปักเสร็จ ผมก็บอกให้หลิวเอ๋อสั่งให้อุปกรณ์ทำงาน


“ว้าว!อุปกรณ์พวกนี้เก็บไว้ในตัวควบคุมหรอค่ะ?สะดวกดีจังไม่ต้องทนแบกของหนักๆตลอดด้วย”เสี่ยวหลิงกล่าวชมพลางก็มองดูเสาอุปกรณ์ที่อยู่ตรงหน้า


อุปกรณ์เริ่มทำงานเสาเริ่มเรืองแสงและสร้างม่านพลังเหมือนบาเรียเชื่อมไปยังเสาต้นต่าง ๆ แล้วเจาะลงไปในดินไม่นานม่านพลังที่เชื่อมกันเป็นทรง4หเลี่ยม ขนาด4x4m ลึก2.5m ก็ยกดินขึ้นมาจากพื้นมากองไว้ที่ปากหลุม เมื่อหลุมถูกขุดพอที่จะเป็นบังเกอร์แล้ว ผมก็สั่งให้อุปกรณ์จากเสาทำการปูพื้นกำแพงและเพดาน โดยเสาเริ่มปล่อยบล๊อคกำแพงออกมาเพื่อเชื่อมไปยังเสาต้นรอบๆ “กึ่ง! กึ่ง! ซีส!” เสียงบล็อกถูกกางออก ก่อนที่จะมีเสียงลมอัดอากาศเบาๆ ออกมาจากบล๊อคเพื่ออัดบล๊อคให้สนิทกับกำแพงม่านพลัง เมื่อบล็อกถูกกางจนเสร็จ พวกผมก็เข้าไปสำรวจในบังเกอร์ ทางเข้าไม่มีประตูแต่เป็นม่านผ้าใบแขวนไว้ที่ทางเข้า


“ว้าว! นี้มันบังเกอร์หรอ!?มันดีกว่าภาพที่ฉันเคยจินตนาการไว้อีก!”เสี่ยวหลิง เธอมองดูไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น


“นี้มันเกินคำว่าบังเกอร์ไปแล้วนะค่ะ!! นี้มันฐานที่มั่นมากกว่าแถมเวลาการสร้างก็เร็วมากด้วย อุปกรณ์นี้ถ้าถูกนำมาใช้ในกองทัพเชื่อว่าจะมีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอถามได้ไหมค่ะว่าตัว บล๊อคที่ถูกปูออกมาจากเสาทำมาจากอะไร??”


หนิงหนิงกล่าวออกมาอย่างตกใจเธอแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยกับสิ่งที่สร้างบังเกอร์ไม่สิ ฐานที่มั่นขึ้นมาด้วยความเร็วแบบนี้มันก้าวล้ำจากวิทยาการณ์ของกองทัพในตอนนี้ไปมาก


“UnOrctanium น่ะเพราะมันเบาแล้วก็แข็งแรงมากเลยคิดว่ามันน่าจะใช้ได้ดีกับการสร้างกำแพงหรือทำเป็นโล่”ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นก็เถอะแต่ที่จริงมันเป็นแร่ที่เหลือจากการเอามาหลอมและผสมสร้าง พื้นห้องน้ำ ถ้าจะปล่อยทิ้งให้เสียของก็คงไม่ดี เพราะงั้นเอามาทำบล็อก ของอุปกรณ์สร้างบังเกอร์ ถือว่าไม่เสียเปล่า


“อะ !UnOrctanium!! เมื่อกี้พูดว่า UnOrctanium แร่ที่ถูกใช้สร้าง ประตูเข้าของฐานที่มั่นในดาวเคราะห์  Garix หรอค่ะ!!นี้มันบ้ามาก !คุณรู้หรือเปล่าว่า มันมีค่ามากแค่ไหน!!!”หนิงหนิงเธอกล่าวออกมาอย่างตกใจหลังจากที่ได้ฟังว่ามันสร้างมาจากอะไร


“อะ UnOrctanium ฮะฮ่ะฮ่า! นี้มัน!! ไม่ใช้บังเกอร์แล้วนี้มันฐานที่มั่นกันขีปนาวุธมากกว่า!!!” เสี่ยวหลิง กล่าวออกมาทั้งอย่างนั้นและเธอก็ยิ้มกระตุกที่มุมปาก ละก็ทรุดเข่าไปนั่งพับเพียบ เธอเอาแต่พึมพาว่า “นี้ฝันใช่ไหม ฝันไป ฉันฝันไป” เอาเถอะถึงยังไงสำหรับผมมันก็ยังเป็นแค่บังเกอร์สำเร็จรูปละนะเพราะขนาดมันก็เล็กแค่นี้เองจะเป็นอย่างที่เสี่ยวหลิงบอกได้ไงเขาเรียกว่าปลอดภัยไว้ก่อนไม่เสียหาย


“เอาน่าเดี๋ยวอีกสักพักก็ชินแหละแรกๆ ก็เป็นกันแบบนี้ แฮะๆ” หลิวเอ๋อกล่าวออกมาแล้วก็หัวเราะเจื่อนๆ พร้อมกับทำหน้าถอนหายใจและก็ปลอบทั้งสองคน แล้วผมก็เอาตู้แช่เย็นที่มีของกินและเสบียงแช่ไว้มาวางที่มุมห้อง แล้วก็เอาเปล่แขวน ออกมาแจกทุกคน เปล่ถูกออกแบบมาพิเศษให้มันยึดเพดานไว้ ทั้ง4ด้านของเปล่ ทำมาจากขนของนกยักในดาวเคราะห์ Garagos ผสมกับเส้นใยที่สังเคราะขึ้นมา ทำให้มีความรู้สึกนุ่มสบาย ถึงจะพูดว่าเปล่แต่หลังจากแขวนแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเตียงลอยมากกว่า ผมเอาเปล่ให้แขวนครบตามจำนวนคน แล้วไปที่กลางห้องแล้วส่งกระแสจิตไปที่สร้อยเพื่อควบคุมให้บล๊อคที่อยู่กลางห้องเปิดออกให้เป็น4เหลี่ยมด้านละ0.5m เพื่อใช้เป็นที่ก่อกองไฟใช้ย่างของกิน


“ทำอะไรหรอคะ?”หนิงหนิงถามออกมาพลางก็มองมาที่บล็อกที่ถูกเปิดออกบนพื้นอย่างสงสัย


“อ้อจะใช้เป็นที่ก่อกองไฟย่างอาหารน่ะเพราะว่าในตู้แช่ที่พวกเราเอามาด้วยมีเสบียงเต็มตูเลยถ้าอยากได้อะไรก็หยิบมาย่างได้เลยนะ ของกินเล่นก็มี แฮะๆ”ผมกล่าวบอกเธอไปพลางหัวเราะแห้งๆออกมา ถึงจะบอกว่ามาสำรวจแต่สิ่งที่ผมทำเรียกว่ามาปิกนิคก็น่าจะถูกกว่าละนะ พวกเราเริ่มออกเดินทางจากแคมป์มาจุดสำรวจใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงตอนนี้ก็เวลา 19:00แล้ว ปกติถ้าสร้างบังเกอร์ด้วยพลั่วคงไม่มีทางเสร็จเร็วแบบนี้แล้วก็มีที่พักดีขนาดนี้


“เหมือนมาปิกนิกเลยนะค่ะ พูดอะไรไม่ออกเลยละค่ะ เป็นคนที่สุดยอดเหมือนที่ใครหลายๆคนกล่าวจริงๆด้วยนะค่ะ หลงเอ๋อเนี่ย เฮ้อ”หนิงหนิงกล่าวออกมาพลางส่ายหน้าน้อยๆแล้วก็ถอนหายใจ


“ช่ายเลย! ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเราต้องขุดดินจนถึงเที่ยงคืนซะอีก ถ้าเป็นแบบนั้นเที่ยงคืนก็ไม่รู้จะเสร็จไหมแถมนี่ยังดีกว่าตั้งเยอะมีตู้แช่กับเสบียงอีก พวกเราโชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่กับพวกหลงเอ๋อ เย้!เสบียง ฮ่าฮ่า”เสี่ยวหลิงกล่าวออกมาอย่างดีใจแล้วก็หัวเราะพลางเปิดตู้แช่แล้วหยิบขนมมันฝรั่งมาแกะห่อก่อนจะกินเข้าไปด้วยท่าทางดีใจใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข


“งั้นเดียวพวกเราก็รอพี่อวี้ กลับมาจากสำรวจแม่น้ำแล้วค่อยแบ่งเวรกันนะอีกสักพักก็คงมาแล้วละ งั้น พอจะมีอะไรจะทำอาหารได้ไหมเดี๋ยวจะทำได้เอามาย่าง” หนิงหนิงกล่าวออกมาพลางก็เดินไปที่ตู้แช่เพื่อดูว่าจะนำอาไรมาทำอาหารได้บ้าง  แต่ในตูแช่ก็มีแทบทุกอย่างแหละ เนื้อ ผัก ผลไม้ เครื่องดื่ม ขนม เต็มไปหมด


“ฉันช่วยค่า ฉันช่วยทำด้วย ฮ่าๆ”เสี่ยวหลิง กล่าวออกมาพลางก็กินขนมไปด้วยและเดินไปอยู่ข้างๆหนิงหนิง


“งั้นเดียวพวกเราช่วยด้วยแล้วกันจะได้ทำอาหารรอ หัวหน้าอวี้กลับมา”หลิวเอ๋อกล่าวออกมาพลางก็เดินไปช่วยยกของที่ใช้ทำอาหารออกมาจากตู้และนำมาวางข้างๆบล๊อคที่เปิดออก ส่วนผมก็เริ่มก่อกองไฟแล้วเพราะเมื่อตกดึกอากาศในป่ากลางคืนจะหนาวขึ้นอีกทั้งบังเกอร์ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ เหมือนเต้นท์มิติที่ผมสร้างอีกด้วยเพื่อรอ สาวน้อย จินตี้อวี้ กลับมา


Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน กรกฎาคม วันที่ 20 เวลา 19:05น.

ขณะที่กลุ่มสำรวจอื่นเพิ่งจะเริ่มขุดดินสร้างบังเกอร์อย่างทุลักทุเล กลุ่มของหลงเอ๋อกำลังอยู่ในบังเกอร์ที่คล้ายบ้านอเนกประสงค์ โดยที่หลงเอ๋อ หลิวเอ๋อ หนิงหนิงและเสี่ยวหลิง กำลังทำอาหารพลางพูดคุยสับเพเหระเรื่องต่าง ๆ

เพื่อเพิ่มความสนิท ส่วน จินตี้ อวี้ ที่ออกไปสำรวจ แหล่งน้ำใกล้ๆที่ห่างจาก บังเกอร์ไม่เกิน200m กำลังว่ายน้ำเพื่อจับปลามาเป็นอาหารให้สมาชิกในกลุ่มอย่างขมักเขม่นจริงจังเธอพยายามหาปลาให้ได้เยอะๆ เพื่อเป็นของว่างยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ

โดยไม่รู้เลยว่า ที่บังเกอร์ของเธอกำลังทำอาหารมากมายรอเธอกลับมาอยู่...

จบการสร้างบังเกอร์ของหลงเอ๋อ การสำรวจภาคค่ำ กำลังเริ่มต้นขึ้น...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น