Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 6 เหตุบังเอิญ

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เหตุบังเอิญ

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 553

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เหตุบังเอิญ
แบบอักษร

ตอนที่ 6 เหตุบังเอิญ

                เมื่อทุกคนเปิดดูกล่องของขวัญที่ผมให้ แล้วมองสำรวจของในกล่องทุกคนก็ทำหน้าสงสัย ‘เหมือนกำลังจะบอกว่า เครื่องประดับธรรมดา??’ จินเซียงได้ยางรัดผม ฟาฟาได้จี้ห้อยคอ เหม่ยเหม่ย ได้ต่างหู อิงเอ๋อได้เข็มกลัด หลิวเอ๋อได้นาฬิกาข้อมือ เมื่อทุกคนมองดูแล้วก็หันสายตามาทางผมเหมือนจะถามนี่ของขวัญใช่ไหม มันมีอะไรแปลกๆหรือเปล่า? ผมเลยต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ


                ของจินเซียง คือยางรัดรัดผมสีเงินมีสวนผสมของแร่ต่างๆเพื่อให้มีความยืดหยุนเหนียวและทนทาน เสริมด้วยแร่CryRactan ที่นำไปแปรสภาพทำเป็นเส้นใยเสริมและถักทอผสมลงในยางมัดผม ที่ตรงกลางยางมัดผมเป็นรูปTarorixสายพันธุ์มีปีก มันคล้าย มังกรผสมผีเสื้อ มีอัญมณีสีฟ้าน้ำทะเลตามตัวเกล็ดของมัน แน่นอนว่าผมใส่ความสามารถควบคุมเหมือนกับสร้อยคอของผม เมื่อส่งกระแสจิตเข้าไปยังสร้อย และสั่งการทำงาน มันสามารถแสดงผลออกมาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรียกชุดเปลี่ยน ทำความสะอาดตัวเอง ใช้แทนกระป๋าเก็บของที่สามารถใส่ของเข้าไปได้เท่ากับโกดังใหญ่ๆเลยไม่รู้ว่ามันใหญ่แค่ไหนแต่ก็สามารถยัดของที่ใหญ่พอๆกับโรงจอดยาน20โรงได้แบบสบายๆ


                ข้างในนั้น ผมยังยัดของที่ผมคิดว่าจำเป็นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เตนท์ที่ผมสร้างเอง หรือพวกอุปกรณ์คลายเครียดสิ่งบันเทิง เครื่องดนตรีต่างๆ ตู้เย็น เสบียง อุปกรณ์การทหารแบบใหม่ที่ออกแบบหลังได้ถามเรื่องคำปรึกษาจากหลิวเอ๋ออุปกรณ์การแพทย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อีกมากมาย


                ของฟาฟา ได้จี้ห้อยคอเส้นเล็กๆเหมาะสำหรับผู้หญิงใส่ ตรงกลางจี้เป็นรูปTarorix คล้ายกับของจินเซียงแต่เป็นอีกสายพันธุ์ของปีก เหมือนมังกรผสมกันกับนก ขนปีกของมันไล่สีเหลืองไปจนสุดปลายปีก ที่ปลายปีกมีสีชมพูอ่อนคล้ายผมของฟาฟา ตัวสร้อยถักจากแร่ชนิดเดียวกันกับยางรัดผม แต่สีตามเกล็ดของมันมีสีเหลือง และชมพูอ่อน ปะปนตามขน เป็นจี้เส้นเล็กๆแต่รายละเอียดเยอะมาก และตอนสร้างก็ลำบากนิดหน่อยเพราะต้อง เอาลงเครื่องแกะลายเกล็ด2ครั้งเพื่อใส่แร่ให้มีสีออกมาอย่างที่เห็น แต่ก็คุ้มค่าเพราะมันออกมาสวยอย่างที่หวัง


                ของเหม่ยเหม่ย เป็นต่างหู เล็กๆรูป Tarorixสายพันสัตว์น้ำคล้ายมังกรทะเลสีน้ำเงินตามเกล็ดจะมีร่างคล้ายอัญมณีสีน้ำเงินปนอยู่ที่ปากคาบลูกแก้วสีน้ำเงินในลูกแก้วที่ปากจะมีลูกบาศก์นาโน อยู่ข้างใน เมื่อใช้งานหรือส่งกระแสจิตเข้าไปตัวอัญมณีจะเรืองแสง เพราะว่าสีแดงมันไม่เข้ากับเหม่ยเหม่ย จึงทำให้อัญมณีเป็นสีน้ำเงินแทน


                ของอิงเอ๋อเป็นเข็มกลัดTarorixกลางปีกหางยาวคล้ายงูมีปีก เกล็ดตามตัวเป็นสีเงินขาวมีสีชมพูของดอกซากุระปนอยู่ ปลายหางม้วนพันกล่องอัญมณีทรง4เหลี่ยมสีชมพูไว้


                ของหลิวเอ๋อต้องพูดว่าเป็นอะไรที่ออกแบบยากมาก เพราะจะทำให้ออกมาเด่นก็กลัวจะสะดุดตาเกินไปหรือทำออกมาปกติก็ดูจะธรรมดาเกินไปตัดสินใจยากมากที่จะออกแบบ แต่สุดท้ายก็ได้แบบที่พอจะลงตัวอยู่บ้าง เป็นอะไรที่คิดนานมากกว่าจะได้แบบที่ถูกใจ ตามสายรัดทำจากแร่เหมือนเครื่องประดับอื่นๆ แต่ตรงรอบฐาน4เหลี่ยมของหน้าจอนาฬิกามีTarorix สายพันต่าง ๆที่อยู่ในภูเขาคล้ายมังกรธาตุไฟที่อาบลาวา มีทั้งหมด4ตัว ให้ความรู้สึกมีพลังและความแข็งแกร่ง ของมังกรไฟ


                เมื่อผมอธิบายให้ทุกคนเข้าใจแล้ว ทุกคนก็ยิ้มแห้งๆ เหมือนจะพูดว่า ‘นั้นสินะของที่ได้จากหลงเอ๋อจะเป็นพวกของปกติได้ยังไง’ ผมบอกให้ทุกคนส่งพลังจิตเข้าไปเพื่อยืนยันตัวตนความเป็นเจ้าของ ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อกันไม่ให้คนอื่นเอาไปใช้ได้ถึงแม้จะถูกขโมยไปมันก็จะกลายเป็นแค่เครื่องประดับธรรมดาเท่านั้น


                เมื่อทุกคนส่งพลังจิตเข้าไปเพื่อยืนยันตตัวตน อัญมณีบนเครื่องประดับก็เรืองแสงออกมา มันเป็นภาพที่ตระการตามาก ตามเกล็ดเรืองแสงทรงพลัง เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จแสงก็หายไป ผมบอกให้ทุกคนลองใช้โหมดสื่อสารกัน เป็นเพราะว่าประชากรของXenious’Jevaสามารถใช้เทเลพาธีได้แต่ก็ในระยะที่หน้าผากชนกัน ผมจึงสร้างตัวขยายพลัง เมื่อผมพูดผ่านทางกระแสจิต


‘เทส เทส ทุกคนได้ยินรึเปล่า?’ผมส่งกระแสจิตไปหาทุกคน


‘เอ๊ะ!! ได้ยินแล้ว ,ฉันได้ยิน,ฉันก็เหมือนกัน,พวกเราได้ยินแล้ว’ทุกคนตอบกลับมาทางเทเลพาธี เมื่อผมได้ยินดังนั้นก็บอกให้ทุกคนออกจากโหมดสื่อสาร ถือว่าสำเร็จในการออกแบบ


“เป็นยังไงบ้างของขวัญของผม หวังว่าทุกคนคงจะชอบนะ” ผมถามทุกคนแบบนั้น ขณะที่การแสดงออกของทุกคนคืออาการประหลาดใจ


“นี้มันสุดยอดมาก วิทยาการที่ก้าวล้ำ ตอนนี้ไป 10 ไม่สิ อาจจะร้อยปีเลยก็ได้ หลงเอ๋อสร้างสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ แถมยังสามารถใส่ของหลายๆอย่างเข้าไปได้แล้วยิ่งรูปลักษณ์แบบนี้อีก มันสุดยอดจนไม่มีอะไรจะมาอธิบายได้เลย” จินเซียงซึ่งเป็นคนที่มีความรู้และความชอบเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์และวิทยาการพูดออกมาอย่างตื่นเต้น


“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแต่มันเป็นของขวัญที่วิเศษมากเลยค่ะพี่หลงเอ๋อ”อิงเอ๋อกล่าวเธอยิ้มอย่างดีใจและสัมผัสเข็มกลัดเหมือนสมบัติล้ำค่า


“ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดีเลย ขอบคุณมากนะหลงเอ๋อ”ฟาฟากล่าวออกมาอย่างเขินอายเหมือนเธอจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรแล้วหันไปหัวเราะฮิฮะกับจินเซียง


“ฉันนึกไม่ออกเลยจริงๆ อายุแค่นี้ก็สร้างสิ่งที่สั่นสะเทื่อนหน้าประวัติศาสตร์ขนาดนี้ในอนาคตเดาไม่ออกเลยว่าจะสร้างอะไรออกมาอีก เฮ้อ” เหม่ยเหม่ยกล่าวออกมาพลางยิ้มแล้วส่ายหน้าน้อยๆ “มันสุดยอดมากเลย แต่ว่า มันมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ อีกไหมหลงเอ๋อ? อย่างเช่นอุปกรณ์การฝึกที่ฉันเคยพูดไป” หลิวเอ๋อถามออกมา


“แน่นอนมีสิ ลองเรียก อุปกรณ์สวมใส่เท้ากับแขนออกมาดูสิ”ผมบอกหลิวเอ๋อพลางก็มองดูเขา หลิวเอ๋อแสดงท่าทางดีใจสุดๆ แล้วก็เริ่มทำตามที่ผมบอกไม่นานที่เท้ากับขาของเขาก็ปรากฏปลอกแขน และรองเท้า แต่จะเรียกว่า เกราะเท้ากับเกราะมือน่าจะถูกกว่า ผมอธิบายว่ามันทำงานอย่างไรให้หลิวเอ๋อฟัง แล้วก็เรียกมันออกมาพร้อมกับแสดงให้เขาดู มันเป็นเกราะที่ผมพัฒนาขึ้นจากหลักการพลังงานใหม่เพราะงั้นกำลังและความแข็งแกร่งมันก็สูงตามไปด้วย ทนทานมากขึ้นน้ำหนักเบาลงแน่นอนว่าสามารถลอยตัวได้เป็นอะไรที่สุดยอดมากถึงจะบินเหมือนนกไม่ได้ก็เถอะแต่ในอนาคตต้องทำได้แน่


                คราวนี้ผมก็แสดงผลงานอีกชิ้นให้ทุกคนดูนั้นคือ เกราะพลังงานForceField เมื่อผมเรียกใช้เกราะพลังงานทุกคนก็ถึงกับตกใจมาก แต่คนที่แสดงความตื่นเต้นดีใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นหลิวเอ๋อเพราะเขาคิดว่าเขาสามารถหาของเล่นใหม่ได้แล้ว ผมอธิบายสั้นๆให้ทุกคนเข้าใจพร้อมแสดงให้ดูว่ามันทำงานอย่างไง


“นี้มัน บ้า!! ไปแล้ว พลังงานที่ใช้นี้มันเกินกำลังประมวลผลของคนไปแล้วนะ พลังงานเกือบจะนิรันดร์เลยนะ!! อย่างเก่งที่สุดถ้าสร้างได้ตอนนี้พลังงานก็อาจอยู่ที่3-4ปีก่อนจะหมดไป แต่หลงเอ๋อกลับบอกว่าสิ่งนี้ที่หลงเอ๋อสร้างสามารถอยู่ได้ประมาณ300ปีเลยหรอ ฮ่าฮ่า!!!” จินเซียงเธอกล่าวออกมารวดเดียว จากนั้นก็ทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ พร้อมกับหัวเราะคล้ายคนเสียสติ


              มันเป็นอะไรที่ขนลุกนิดหน่อยที่คนที่สวยอย่างจินเซียงก็มีด้านนี้เหมือนกันคล้ายๆพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องเลย เธอหัวเราะออกมาแล้วลงไปนั่งทรุดที่พื้น แล้วก็ทำหน้าไม่อยากเชื่อ จน ฟาฟา กับอิงๆ ต้องไปช่วยประคอง คงจะมีแค่หลิวเอ๋อที่แสดงอารมณ์ตื่นเต้นและดีใจสุดขีด ส่วนเหม่ยเหม่ย กลับเอามือกุมหน้าพากแล้วนั่งลงไปข้างๆจินเซียง คล้ายคนหน้ามืดแล้วพูดปลอบจินเซียงว่า


“จินเซียง ตรรกะทั่วไปใช้ไม่ได้กับ หลงเอ๋อหรอกน่ะ จากสิ่งที่เข้าสร้างออกมา สามัญสำนึกของเราใช้ไม่ได้กับเขาหรอก”

หลังจากผมได้ยิน ผมก็รู้สึกตงิดใจนิดหน่อยอะไรกันไอ้คำปลอบแบบนั้น อย่างกับจะบอกว่า ผมไม่ใช่คนหรอกนะยังไงยังงั้น แต่ผมก็ไม่ได้เก็บมาคิด ผมเลยเรียกเต็นท์ที่ผมสร้างออกมา มันเหมือน เต้นปกติธรรมดา ผมเดินไปปักเสาเต้นเป็นรูป4เหลี่ยมขนาด3x3 เมตร เมื่อผมปักเสาลงไปเสร็จทุกคนก็ทำหน้าสงสัยนี่เสาอะไร??  ผมกดปุ่มตรงเสาผ้าเต็นท์ก็ขยายออกจากเสาออกมาคลุมเป็นเต็นท์ ผมสั่งการผ่านสร้อยคอเมื่อเต็นท์กลางเสร็จให้เปิดระบบมิติภายในเต็นท์ เมื่อดูภายนอกอาจเป็นแค่เต็นท์3x3 แต่เมื่อเข้ามาดูภายใน มันให้ความรู้สึกของ บ้านพักต่างอากาศเลยพื้นที่ข้างในกว้างมากแถมมีบันไดขึ้นชั้น2ด้วย ตรงกลางของเต็นท์เป็น โซฟาล้อมรอบ มีห้องครัวเล็กๆ มีตู้เย็น มีห้องน้ำ มีที่ผิงไฟ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักในภูเขามากกว่าเต็นท์ผ้าใบธรรมดา

 หลังจากที่ทุกคนเห็นก็แสดงความประหลาดใจขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะจินเซียง ที่ตอนนี้หัวเราะเหมือนคนจะขาดสติแล้วเอาแต่พึมพำว่า “ฮ่าๆ นำพื้นที่มิติมาสร้างเต็นท์ ฮ่าๆ!! นำมาสร้างเต็นท์ มาสร้างเต็นท์ฮ่าๆ!!” ผมมองดูเธออย่างอนาจใจ แล้วทุกคนก็มองดูเธออย่างกังวล เฮ้อ ว่างๆผมคงต้องหาเวลาอธิบายและสอนเธอให้เข้าใจแล้วสิพอเห็นเธอเป็นแบบนี้เพราะสิ่งที่ผมสร้างก็รู้สึกผิดขึ้นมาเลย ไม่นานนักทุกคนก็เริ่มชินกับสิ่งที่ผมแสดงออกมาทุกคนเหมือนจะปรับตัวได้ สาวๆ ก็เริ่มทำความคุ้นชินและก็นั่งเล่นอยู่ในบ้านพลางปลอบจินเซียงไปด้วย

    ส่วนผมกับหลิวเอ๋อเราก็ออกมาทดลองวิ่งเล่นกับเครื่องสูทเกราะขากับแขนที่ผมสร้างขึ้น พวกเราสนุกกันมาก ทั้งความเร็วจากตัวเครื่องที่ทำให้เราเคลื่อนที่ได้ และลอยตัวเหมือนกับจะบินได้พักนึงเราออกไปวิ่งเล่นกันพลางสำรวจพื้นที่และดูเหล่าTarorixสายพันธุ์ต่างๆรอบๆพื้นที่ตั้งเต็นท์ เราออกมาสรวจรอบๆและทำความคุ้นชิ้นกับอุปกรณ์ที่เรากำลังใช้อยู่เพราะว่า ความเร็วของสูทที่ผมสร้างขึ้น นั้นเร็วมากกว่าสูทธรรมดาถึง4-5เท่า ขนาดสูทPrimalที่ว่าเป็นเกราะที่ล้ำ สมัยและแข็งแกร่งที่สุดอย่างYgg’Drasili ยังตามสูทที่ผมสร้างไม่ทัน ถึงแม้ว่าสูทที่ผมสร้างจะยังไม่สมบูรณ์เพราะมีแค่แขนกะเท้าเท่านั้นแต่ผมก็แน่ใจว่า

ถ้าเมื่อไหร่ที่สร้างสูทสมบูรณ์ได้ พลังมันคงเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัวเลยละ และก็ไม่แน่ว่าผมจะใส่ฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆเข้าไปอีก แน่นอนที่ทำถึงขนาดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยในการสำรวจหรอกนะผมไม่ได้ใส่อาวุธอะไรลงไปเลยแต่จะว่าอย่างนั้นแร่ที่ใช้สร้างสูทของผมก็ถือได้ว่าแข็งสุดๆถ้าเผลอไปต่อยใครแบบใส่พลังงานลงหมัดละก็รับลองได้ว่า One punchแน่นอน เพราะว่าตอนทดลองทดสอบแล้วก็สามารถต่อยภูเขาลูกเล็กๆหรือขุดอุโมงค์ทำรางรถไฟได้แบบสบายสบาย

 เพราะงั้นหลังจากกลับไปถึงที่ตั้งเต็นท์พวกสาวๆก็เริ่มเอาของที่แช่ในตู้เย็นออกมาเตรียมทำอาหารที่ห้องครัวโดยที่คนที่เป็นคนทำอาหารเป็นเหม่ยเหม่ย กับฟาฟา ส่วนอิงเอ๋อกับจินเซียงนั้น กำลังนำจานและอุปกรณ์ทานอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะโซฟากลางห้องของเต็นท์มิติ หลังจากนั้นไม่นาน ฟาฟากับเหม่ยเหม่ย ก็ช่วยกันยกอาหารมาวางที่โต๊ะทีละอย่าง ผมมองดูทั้งสองคนที่ทำอาหารออกมาแล้ว น่าตาน่าทานมาก ทั้งกุ้งประตูมังกร เป็ดราดน้ำแดง เส้นหมี่หยกลวก หมูกรอบย่างซอส ผัดผักสามสหาย ปลาหิมะย่างเกลือ

 ผมมองดูอาหารทุกอย่างพลางก็เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ  มองดูอาหารแต่ละจานก็น่ากินทั้งนั้นเมื่อลองชิมเป็ดราดน้ำแดงไปคำนึงก็ได้กลิ่นหอมของเป็ดและซอสเครื่องปรุงกินพร้อมกับหมี่หยก แล้วเส้นนุ่มเหนี่ยวผสมเนื้อเป็ดคลุกเคล้ากันในปากแล้วค่อยๆละลายเป็นความอร่อยที่ลงตัว ผมยิ้มพลางมอง เหม่ยเหม่ย กับฟาฟา นอกจากจะสวยแล้วนี่ยังมีเสน่ห์ในการทำครัวด้วย และเหมือนว่าพวกเธอจะรู้สึกถึงสายตาที่ผมมอง เหม่ยเหม่ยจึงยิ้มกลับแล้วพูดว่า


“มองอะไรกินให้หมดอาหารอร่อยตอนกำลังร้อนๆ ถึงจะเห็นแบบนี้แต่พวกเราก็มีฝีมือทำอาหารนะ ฮ่ะฮ่ะ” เหม่ยเหม่ยกล่าวพลางยิ้มแล้วหัวเราะน้อยๆ


“นานๆทีพวกเรามาเที่ยวกันแบบนี้ก็สนุกดีนะ สะดวกดีไว้รอบหน้าเรา มาตั้งแคมป์แบบนี้อีกดีไหม”ฟาฟากล่าวชวนอย่างสนุก


“หนูก็อยากมาเล่นกับทุกคนอีกค่ะ ฮ่าๆ”อิงเอ๋อกล่าวออกมาก่อนจะหัวเราะเสียงใส


“ยังไงก็ได้ ต้องมาแน่อยู่แล้วขอให้หลงเอ๋อบอก พวกเราก็จะมา”หลิวเอ๋อพูดออกมาขณะที่หยิบอาหารเข้าปาก


“พี่อย่ากินไปพูดไปสิเสียมารยาทนะค่ะ”อิงเอ๋อกล่าวเตือน


                พวกเรากินอาหารกันและหลังจากนั้นก็เก็บกวาดทำความสะอาด ผ่านไปประมาณหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่เราเข้าประตูมิติมา  เมื่อเราทำความสะอาดและเก็บเต็นท์และของต่าง ๆ เสร็จเราก็ไปยังประตูมิติที่เปิดทิ้งไว้ และสิ่งที่เราพบก็คือ แม่ของผมที่มองดูพวกเราจากฝั่งตรงข้ามของประตูมิติ ยิ่งเราเดินเข้าไปใกล้ประตู ผมก็ยิ่งเห็นหน้าแม่ชัดขึ้น เธอกำลังยิ้มตาหยีอย่างอ่อนโยนมาทางพวกเราก่อนจะมองมาทางผม


                มันอาจจะเป็นรอยยิ้มที่ดึงดูดใจและอบอุ่นเมื่อคนอื่นมองแต่ไม่ใช้สำหรับผม นี้เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวและขนลุกที่สุดเพราะว่าหลังจากนี้ผมต้องโดนเธอทำโทษอะไรบ้างแค่คิดก็รู้สึกไม่ดีแล้ว อาจจะโดนกักบริเวณหรือให้คนคอยเฝ้าดูตลอดเวลา เพราะเธอยังจำเรื่องที่ผมทำให้เธอตกใจเมื่อตอนอยู่แลปทดลองเมื่อเราเดินผ่านประตูมิติกลับมาแม่ก็กล่าวออกมาว่า “ไหนใครพออธิบายให้น้าฟังหน่อยได้ไหมจ๊ะ? ว่านี้เกิดอะไรขึ้น โดยเฉาะประตูนี้?”


ทุกคนเสียวสันหลังวาบและมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา ทุกคนเริ่มมองมาที่ผมพร้อมกันอย่างกับจะบอกว่า เรื่องพวกนี้เป็นผมที่ทำคนเดียวซะงั้น หลังจากนั้นทุกคนก็เอาแต่ก้มหน้า ผมทำอะไรไม่ได้ จึงถอนหายใจและอธิบายเรื่องทุกอย่างให้แม่ฟังตั้งแต่เรื่องที่เริ่มสร้างประตูมิติ สร้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะอาจนานเกินไปแม่จึงให้ ทุกคนกลับบ้านไปก่อนเพราะนี่ก็เริ่มดึกมากแล้ว ตอนนี้ผมกำลังอธิบายทุกอย่าง ให้แม่ กับ พ่อฟัง ตอนนี้เราอยู่ในห้องทำงานของพ่อ


แม่ถามคำถามมากมายและถามถึงจุดประสงค์ว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ใช้ทำอะไร และบางครั้งพ่อก็ถามมาบ้างเฉพาะรายละเอียดที่สงสัยว่าจะเป็นอุปกรณ์สงคราม หรืออะไรที่จะก่อให้เกิดอันตราย ผมใช้เวลาทั้งหมดอธิบายให้แม่กับพ่อเข้าใจ ก็ใช้เวลาไปประมาณ 2ชั่วโมง ตอนนี้เวล 21:00น. หลังจากอธิบายสิ่งต่างๆที่ผมสร้างไป แม่ก็ปล่อยผมกลับมา เมื่อผมกลับมาที่ห้องก็อาบน้ำทันทีและคิดว่าจะหลับผักผ่อน เมื่ออาบเสร็จ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น


“ก๊อก !ก๊อก! ก๊อก! หลงเอ๋อหลับรึยังจ๊ะนี่แม่เอง” เป็นแม่ที่มาเคาะประตูห้องผม


“ยังครับมีอะไรเข้ามาคุยข้างในก่อนสิครับ”แล้วแม่ก็เปิดประตูเข้ามานั่งที่ปลายเตียงข้างๆผมมองผมแล้วกล่าวว่า


“หลงเอ๋อแม่รู้ว่าลูกรู้สึกไม่ดีและอึดอัดเพราะว่าแม่เจ้ากี้เจ้าการแต่แม่แค่รู้สึกกังวลและคิดมากไปแม่ต้องขอโทษจริงๆ” เธอกล่าวออกมา เพราะอาจจะเพราะเธอกลัวว่าผมจะไม่ชอบและรู้สึกไม่ดีก็ได้ ผมเข้าใจความรู้สึกเธอเพราะตอนผม4ขวบก็ดันทำให้เธอตกใจซะขนาดนั้น เธอก็คงจะเป็นกังวลไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะฝังใจ ผมเลยเข้าไปกอดและพูดกับเธอว่า


“ผมไม่เป็นไรครับผมเข้าใจว่าแม่เป็นห่วงแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะไม่ทำเรื่องอันตรายหรือทำให้ใครเดือดร้อน”ผมกล่าวกับแม่พลางก็กอดและลูบหลังเธอ เหมือนเธอมีน้ำตาซึมผมรู้สึกว่าไหล่ของผมเปียก ผมเลยปลอบเธอแบบนั้นสักพักนึง


“แม่แค่ไม่อยากเสียลูกไป แม่จะพยายามไม่ทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดนะจ๊ะ”เธอกล่าวพร้อมกับซบที่ไหล่ผม ผมเลยเสนอเธอว่า “ถ้างั้นเราไม่จัดกิจกรรม ทัศนศึกษาและเราก็นำเสนอสิ่งที่ผมประดิษฐ์ต่างๆดูละฮะลองไปขอความคิดเห็นกับคุณพ่อดูด้วยดีไหม?”


                เหมือนว่าเธอจะเข้าใจสิ่งที่ผมบอกเธอพยักหน้าและพูดคุยกับผมอีกสักพักก่อนจะกล่าวว่า “ แม่เข้าใจแล้วเดี๋ยวแม่จะไปปรึกษากับพ่อเรื่องนี้  ฝันดีจ๊ะหลงเอ๋อ”แล้วเธอก็เดินออกจากห้องผมไป แล้วหลังจากวันนั้นประมาณ1เดือนต่อมา แม่และพ่อก็จัดกิจกรรมและส่งเรื่องต่าง ๆ ไปที่สถาบันวิจัย และศูนย์ฝึก Primal ว่าจะมีการไปทัศนะศึกที่ Garden EternalZโดยเราจะไปรวบตัวที่สถาบันการศึกษาที่สนามกีฬา มีผู้คนมากมายมาเข้าแถวและฟังบรรยายการอภิปรายและการกล่าวปราศรัย ดูคร่าวๆก็เยอะอยู่แต่คนที่จะไปในกิจกรรมนี้ มีแค่ 300กว่าคน โดย300กว่าคนนี้ต้องมาลงทะเบียนเข้าร่วมก่อนเพื่อกันไม่ให้มีคนลักลอบเข้ามาใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ผมจะนำมาแสดงในงานนี้


                เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้นแล้วผมซึ่งนั่งฟังการอภิปรายจากประธานในพิธีจบก็ขึ้นไปแสดงตัวต่อหน้าทุกคนหลังจากขึ้นไปบนเวทีปราศรัย ผมก็พูดกล่าวแนะนำตัวสั้นๆ และบอกจุดประสงค์ของวันนี้ว่าเราจะไปกันที่ไหนทุกคนดูเหมือนจะตกใจและสงสัยกันว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงมาอยู่ในงานนี้ได้ลูกของผู้บัญชาการยานมาทำอะไรกันแน่  หลังจากกล่าวจบผมก็เดินลงจากเวทีไปยังพื้นที่ที่ถูกกำหนดไว้ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยPrimal ยืนเฝ้าจุดที่ถูกกำหนดไว้4คน และจะถูกเปลี่ยนเวนยามเฝ้าระวังทุกๆ2ชั่วโมง


คนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ประกอบไปด้วยบุคลากรครูและศาสตราจารย์รวมไปถึงผู้ฝึกสอนPrimal รวมกัน50คน และนักศึกษาวิจัยในสถาบันแต่ละสาขารวมกัน150คน และ Primalฝึกหัดอีก 100 คนรวมเป็น 300คน และมีบุคคลพิเศษที่ได้รับเชิญให้เข้าไปตรวจสอบและประเมิณอีก ประมาณ50คน ในนั้น มีพ่อแม่ผมและนักวิจัยระดับสูง  และผู้บัญชาการกองทัพต่างๆมาสอดแนมด้วย และกลุ่มของผม คลาสพิเศษSSS จำนวน6คน  เมื่อผมเดินมาถึงจุดที่ที่กำหนด ผมก็ส่งกระแสจิตเข้าไปในสร้อย


แล้วก็เริ่มมีการบิดผลันของประตูมิติเกิดขึ้น ทุกคนอึ้งกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมเกิดเสียงฮือฮาและดังไปทั่วพื้นที่ บางคนก็มองดูด้วยความตื่นเต้นบ้างก็มองด้วยความสงสัย บ้างก็มองอย่างมีเล่ห์สนัย ประตูถูกส่งผ่านมิติที่บิดเบือนละมาประกอบกัน หลังจากแสงไหล่มารวมกันจนเป็นประตูแรงลมก็หายไปปรากฏเป็นประตูที่สูงตระงานถูกสลัก ด้วยแร่พิเศษมีสีสันต่างๆสะท้อนออกมา เมื่อต้องแสงดวงอาทิตย์ก็สะท้อนสีสันตระการตา ทุกคนตื่นตะลึงและมองดูประตูที่ปรากฎขึ้นตรงหน้า


เหล่าTarorixที่ถูกสลักบนประตูราวกับมีชีวิตเป็นภาพที่อลังการและมีพลังอำนาจมาก ผมยิ้มมุมปากน้อย ๆ และมีความสุขที่ได้โชว์ผลงานที่ผมสร้างขึ้นมา มันเป็นผลงานที่ดีและมีประโยชน์มากแต่ผมจะไม่ยอมให้ใครเอางานศิลปะของผมไปใช้ในทางไม่ดีหรอกนะ เมื่อประตูปรากฏขึ้นมาแล้วผมก็สั่งให้ประตูเปิดไปยังจุดหมายปลายทางที่ Garden EternalZในตำแหน่งที่ระบุไว้ เมื่อเริ่มเชื่อมต่อปลายทาง แรงอัดอากาศถูกปล่อยมาจากประตูเหมือนไดไอซ์ประตูเรืองแสงจากการส่งพลังงานเข้าไปแล้วเปิดออก


                ภาพที่เห็นที่อยู่ข้างในประตูคือสวนGarden EternalZ เมื่อปลายทางปรากฏแล้วผมก็เดินนำเข้าไปในประตู ก่อนที่ทุกคนจะได้สติและก็ค่อยๆทยอยเดินเข้ามาในประตู เมื่อข้ามประตูมาหมดแล้ว ประตูจะยังเปิดทิ้งไว้เหมือนเดิมโดย มีคนคอยเฝ้าประตูตลอดเวลา เมื่อมาถึงสวนแล้วทุกคนก็แจกแจงตามหน่วยงานแต่ละสาขาเริ่มขนของมาและตั้งแคมป์กัน ผู้คนเริ่มทำตามตารางงานที่ได้จัดไว้ ผมเดินไปยังจุดตั้งเต็นท์ที่ได้รับก่อนจะเจอกับทุกคนที่นั้น ผมทักทายหลิวเอ๋อ อิงเอ๋อ ฟาฟา จินเซียง เหม่ยเหม่ย ก่อนจะเริ่มเอาเสาเต็นท์แบบพิเศษออกมาแล้วส่งให้หลิวเอ๋อพลางบอกให้เขาไปปักตามจุดที่ผมกำหนด


                ใช้เวลาปักเสาไม่นาน ทุกคนก็เริ่มมามุงดูกลุ่มผมว่ากำลังทำอะไรกันด้วยความสงสัย เพราะพวกเขาเห็นแต่เสาเต็นท์ เมื่อปักเสร็จผมก็ส่งสัญญานให้ หลิวเอ๋อสั่งให้เต็นท์ทำงานผ่านนาฬิกาข้อมือของเขา เมื่อหลิวเอ๋อเริ่มเปิดเครื่อง นาฬิกาของหลิวเอ๋อเรืองแสงสีแดงออกมา  ก่อนที่ตัวเต็นท์จะเริ่มปรากฎผ้าที่ส่องแสงสีเหลืองค่อยๆคลอบคลุมเสาจนกลายเป็นตัวเต็นท์ขนาด 3x3เมตร ก่อนแสงสีเหลืองจะหายไปและกลายเป็นผ้าใบสีเงิน ผ้าพวกนี้ก็ใช้วิทยาเดียวกันกับการถักทอ ยางรัดผมของจินเซียงมีความทนทานมากและป้องกันสิ่งต่างๆได้ดี ไม่ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม


                เมื่อทุกคนเห็นการตั้งเต็นท์ของกลุ่มผมก็พากันตกตะลึงและก็เกิดเสียงฮือฮามากมาย ไม่นาน แม่ของผมก็เดินเข้ามาหาพวกเราโดยที่ทุกคนแหวกทางให้ เมื่อแม่มายืนข้างหน้าผม พร้อมกับ หน่วยวิจัยของแม่ที่เดินตามหลังมา แม่กล่าวกับผมว่า “เดี๋ยวที่นี่แม่จะรับช่วงต่อเอง หลงเอ๋อพาเพื่อนๆไปพักผ่อนในเต็นท์กันก่อนเสร็จแล้วเดี๋ยวแม่จะตามเข้าไป หลังจากนั้นผมกับทุกคนก็เดินเข้าไปรอในเต็นท์และนั่งกันที่โซฟา ครั้นจะนั่งเฉยๆก็น่าเบื่อพวกเราจึงเอา Board Gameมาเล่นแก้เบื่อกัน ผมไม่ได้คิดอะไรมากเพราะว่าเต็นท์ที่ผมสร้างเป็นอะไรที่แปลกใหม่จะมีคนสนใจก็ไม่แปลก


                ในขณะที่ทุกคนยังต้องใช้เต็นท์ธรรมดากันอยู่ถึงจะมีอุปกรณ์ช่วยตั้งเต็นท์แต่ข้างในเต้นก็เป็นแค่ผืนผ้าใบธรรมดาไม่ได้เป็น บ้านไฮเทค ที่เป็นเต็นท์มิติที่ผมสร้าง พวกเราเล่นเกมกันสักพัก แม่ของผมก็เดินเข้ามาพูดคุยกันเล็กน้อย

“หลงเอ๋อทุกคนตื่นเต้นกับ อุปกรณ์ของลูกมากเลยนะ แม่อธิบายให้พวกทีมวิจัยฟังแล้วก็พากันตั้งคำถามบางคนก็พูดว่าจะเอาผลงานของลูกไปใช้ต่อยอด โดยเฉพาะพวกตาแก่เหลี่ยมเยอะพวกนั้น แม่ก็เลยจัดการพวกเขาไปแล้วละ โฮะ! โฮะ!ไม่ต้องห่วงนะหลงเอ๋อเดี๋ยวแม่จะปกป้องพวกลูกและทุกอย่างที่ลูกสร้างไม่ให้ใครเอาไปใช้ประโยชน์ง่ายๆเด็ดขาด”แม่กล่าวแบบนั้นพลางยิ้มตาหยีแล้วหัวเราะเหมือนตัวร้ายในเกมจีบสาวของโลกก่อนเลย ความรู้สึกขนลุกเสียวสันหลังแบบนี้ แม่จะน่ากลัวเกินไปแล้ว หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ขอตัวเพราะว่ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ ถ้ายังไงแม่ให้ผมกับหลิวเอ๋อไปพบพ่อกับบรรดาครูฝึกPrimalก่อนเพื่อสาธิตอุปกรณ์ใหม่ที่ผมสร้าง ผมกล่าวรับคำแม่ก่อนที่แม่จะเดินออกไปผมหันไปหาทุกคนแล้วทุกคนก็ตัวสั่นทำหน้าตากลัวสุดขีด ผมก็เข้าใจความรู้สึกนะ ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะกล่าวว่า


                “ผมจะไปหาสาธิตอุปกรณ์ฝึกให้พ่อกับPrimalฝึกหัดดู มีใครจะไปด้วยไหม??” ผมกล่าวถามทุกคนแต่ก็มีแค่หลิวเอ๋อกับผมที่จะไปส่วนสาวๆบอกว่าจะอยู่ที่นี้และเตรียมอาหารเที่ยงรอ


“งั้นเราไปกันเถอะหลงเอ๋อ ฉันอยากจะโชว์ สูทที่นายสร้างเต็มที่ละรับรองว่า Primalฝึกหัดพวกนั้นต้องอิจฉาแน่ๆฮ่าๆ”หลิวเอ๋อกล่าวกับผมพลันพวกเราก็เดินออกจากเป็น


“รีบไปรีบกลับน่าเดี๋ยวพวกเราจะทำอาหารรอต้อนรับ”เสียงของสาวๆดังขึ้นมาตามหลังพวกเรา ผมกับหลิวเอ๋อเดินผ่านแคมป์ของหน่วยวิจัยต่าง ๆ ก่อนจะเดินไปถึงจุด ตั้งแคมป์ของพวกครูฝึกกับPrimalฝึกหัดที่ตั้งอยู่ข้างๆกัน ใช้เวลาไม่นานผมกับหลิวเอ๋อก็เดินมาถึง เมื่อพวกเรามาถึงพวกเราก็ไปทักทาย พ่อของผมกับผู้บัญชาการคนอื่นและครูฝึกที่อยู่ที่นี่ เทียบกับโซนของนักเรียนในสถาบันวิจัยแล้วใน จุดพักของPrimal เหมือนจะเข้มงวดนิดหน่อย ก็นะเป็นPrimalนี่น่า เป็นธรรมดาที่จะมีระเบียบ


                เมื่อผมทักทายเสร็จพ่อก็บอกให้ผมเตรียมตัวรอสาธิต พ่อของผมเดินไปหน้าแถวของPrimalฝึกหัดพลันทุกคนก็ทำความเคารพ เมื่อทำความเคารพเสร็จพ่อผมก็กล่าวอธิบายจุดประสงค์ของการมาฝึกครั้งนี้ โดยเรามาตั้งแคมป์ที่สวนGarden EnternalZนี้เป็นเวลา 3วัน เพื่อฝึกฝนทักษะและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่าง ๆ วันนี้จะเป็นการฝึกสอน การใช้ปุกรณ์ฝึกPrimal และสาธิตวิธีการต่อสู้และป้องกันตัว มีหลายคนในแถวprimalฝึกหัดเริ่มสังเกตเห็นผมแล้ว ขณะที่พ่อของผมกำลังอธิบายให้Primal ฝึกหัดฟัง


                พ่อของหลิวเอ๋อผู้บัญชาการฝานโหว จาง และคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาพูดคุยกับผมและหลิวเอ๋อ เขาแนะนำทุกคนให้ผมรู้จัก นี้ผู้บัญชาการ ซีหม่า เหลียง บัญชาการหน่วยทางทะเล ผู้บัญชาการ ซวนเต๋อ หยาง บัญชาการทางบก ผู้บัญชาการโจวไห่ เปา บัญชาการทัพทางอากาศ และหัวหน้าครูฝึกPrimal จินตี้ จง  ผู้บัญชาการทั้ง3คน และ หัวหน้าครูฝึกหญิงคน นึงผมทักนายและแนะนำตัว เราคุยกันเล็กน้อยก่อนจะไปเตรียมตัวใส่อุปกรณ์การฝึกโดย การสาธิตจะให้ผมเป็นคน แสดงร่วมกับ ครูฝึกสาวจินตี้ จง เธอเป็นครูฝึกสาวที่สวยมาก หุ่นดินระเบิดนั้น ผมสีบรอนแดง ดวงตาระหงสีแดงคิวโก่งดังคันสร เมื่อมองนัยตาคล้ายเหยี่ยวสาวเจ้าเสน่ห์


                หน้าตาสะสวยได้รูปเป็นหญิงแกร่งคล้ายวีรสตรีหญิงในกวี ปากเล็กน่าสัมผัส จมูกโด่ง ผิวขาวสุขภาพดีเป็นลอยแดดเผาสีเหลืองอาจจะเพราะตากแดดบ่อย ทำให้ส่วนที่ถูกแดดมีสีแทนอ่อนๆ ผมเปลี่ยนไปใส่เสื้อที่ใช้สำหรับฝึก เป็นเสื้อสูทคล้ายเสื้อนักว่ายน้ำขาสั้นแขนกุด และสวมร้องเท้าสูทคล้ายร้องเท้ากีฬา ส่วนหลิวเอ๋อก็ใส่เสื้อกล้ามของกลองทัพกับกางเกงสูทของกองทัพ ส่วนครูฝึกสาวก็ใส่ สูทของกองทัพเหมือนกัน แต่นั้นไงผมแทบจะเบนสายตาหนีออกจากเธอไม่ได้เลยหุ่นดินระเบิด และภูเขาสองลูกนั้น บอกได้เลยว่าเธอเป็นสาวฮอตที่เซ็กซี่มาก


                เมื่อเราเตรียมตัวเสร็จผมก็มายืนประจำตำแหน่งกับทุกคน ตอนนี้ผมใส่ชุดสูทเพื่อความสะดวกจึงรวบผมไว้ด้านบนและปล่อยส่วนหลังลงมาเมื่อพ่อของผมกล่าวกับทุกคนว่า ผมและครูฝึกจินตี้ จะสาธิต ก็เรียกเสียงฮือฮาของทุกคนได้สายตาของPrimalฝึกหัดล้วนมองมาทางผมอย่างสำรวจบางคนก็มองแล้วพูดกระซิบต่อกัน บ้างมองด้วยสายตาแปลกๆบางคนก็มีสายตาดูถูกว่าจะสาธิตอะไรให้ดูได้ แต่ก็เอาไว้หลังจากที่ผมสาธิตละกันดูสิว่าจะยังกล้ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นรึเปล่า


               เมื่อผมเข้าประจำที่เพื่อเตรียมตัว ครูฝึกสาวก็บอกว่า “แสดงฝีมือให้เต็มที่เลย เดี๋ยวฉันจะตั้งรับเอง”เธอกล่าวพลาง ยิ้มมาให้และรอสัญญานเมื่อพวกเราเข้าประจำตำแหน่งแล้ว ก็มีสัญญานนับถอยหลังขึ้น “ติ๊ด!! 3! 2! 1! Start!!”


                เมื่อสัญญานเริ่มขึ้นผมก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วเต็มสปีดของเสื้อสูทที่ผมพัฒนา “วี้ด!! บูม!! ฟิ้ว!!ตูม!!”ผมพุ่งไปแล้วเสียงเครื่องจักรที่เท้าอัดอากาศก่อนจะปล่อยแรงดันมหาศาลออกมาแล้วทำให้ผมเคลื่อนตัวมาโผล่ด้านหลังของเธอ เสียงแหวกอากาศดังตามเส้นทางที่ผมพุ่งมา ก่อนที่เธอจะรู้ตัวผมก็ไปปรากฏตัวที่ข้างหลังเธอแล้ว ทุกคนที่เห็นภาพต่างตกใจอ้าปากค้างยกเว้นก็แต่ หลิวเอ๋อ ที่ดูเหมือนจะชินกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน เหมือนเธอจะ ไหวตัวทันหายจากอาการตกใจแล้วพุ่งตัวหลบไปข้างหน้า “ตูม! บูม!! ฟีส!ชี!”  พื้นดินที่แต่เดิมครูสาวยืนอยู่ตอนนี้เป็นหลุมลึกลงไปมากกว่า1เมตร


                เสียงปล่อยอากาศออกมาจากอุปกรณ์สนับมือที่ผมใส่ ครูฝึกสาวหันมามองจุดที่ตัวเองเคยอยู่แล้วก็มีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผากเธอยิ้มเกร็งๆออกมาก่อนแววตาของเธอจะเริ่มคมกล้าขึ้นบ่งบอกว่าเธอจะเริ่มเอาจริงแล้วเมื่อครู่เธอแค่ประมาทไปเท่านั้น  แล้วครูฝึกสาวก็พุ่งเข้ามาหาผมแต่ความเร็วของเธอก็ช้ากว่าผมนิดหน่อย ผมหลบการโจมตีของเธอพลางก็ถอยหลังไปด้วย ตามทางที่เธอโจมตีเต็มไปด้วยหลุมและบ่อ “ตูม ฟีส ชิ้ง แกร๊กๆ!”เสียงหินตามพื้นแตกกระจายจากสนับมือของครูสาว ก่อนที่เสียงลมแหวกอากาศจะตามมาพร้อมกับการระบายอากาศจากแรงอัดของสนับมือ


                ผมกับครูฝึกสาวเราผลัดกันตั้งรับและโจมตีกันไปมา  ไม่นานนักเครื่องสูทของเธอก็เหมือนจะมาถึงจุดสูงสุดของโอเวอร์ฮีต เสียงอัดอากาศระบายแรงดันออกมาจากสนับขา ช่วงที่สูตของเธอโอเวอร์ฮีตผมก็ตั้งรับแรงดันอากาศที่ปล่อยออกมาแล้วเบี่ยงตัวหลบออกมาพลางก็เข้าไปประชิดตัวเธอข้างหลัง แล้วการสาธิตก็สิ้นลง ผมถอยออกมาห่างเธอนิดหน่อย ก่อนเธอจะกล่าวว่า “เก่งมาก เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในการเป็นPrimalจริงๆ ฉันแพ้เธอแล้วถ้าฉันอายุเท่าเธอคงหมดทางสู้ตั้งนานแล้วจริง ฮะฮะ”เธอกล่าวชมผมแล้วก็หัวเราะออกมา


                “ไม่หรอกครับเป็นเพราะว่าบังเอิญมากกว่า  สูทที่ผมสวมใส่และพัฒนาขึ้นมามีพลังมากกว่าสูททั่วไปประมาณ 5 เท่าได้ คุณเป็นคนที่สุดยอดมากครับที่ตามความเร็วของสูทตัวนี้ทันผมยอมรับในความสามารถจริงๆ” ผมกล่าวพร้อม กล่าวชื่นชมเธอและทำความเคารพ หลังจากนั้นก็มีเสียงฮือฮา ตลอดทาง เหล่าคนที่เคย กระซิบกระซาบนินทาแล้วดูแคลนผมตอนแรกก็พากันอ้าปากค้างตกตะลึ่งกับการสาธิตที่เกิดขึ้น เป็นแบบนี้ก็ดีนะผมรู้สึกผ่อนคลายลงหน่อย คราวนี้ก็ไม่มีคนมองผมแบบดูแคลนแล้วแต่กลับเป็นสายตาชื่นชมและหลงใหลแทน โดยเฉพาะเหล่า Primalสาวฝึกหัด ก็มองมาที่ผมพร้อมส่งสายตาวิ้งๆ


แต่ก็มีบางคนส่งสายตาริษยามาทางผมเหมือนกันแต่ช่างเถอะผมไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอก ต่อไปก็เป็นการสาธิตการควบคุมเครื่อง โดยหลิวเอ๋อเป็นคนสาธิตการใช้เครื่อง


Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน กรกฎาคม วันที่ 20

กิจกรรมการทัศนศึกษาของสถาบันวิจัยร่วมกับPrimalของกองทัพ การสาธิตอุปกรณ์ของกองทัพPrimalที่มีพลังงานใหม่เป็นแหล่งพลังงานเป็นการก้าวล้ำวิทยาการเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด และเป็นอีกวันที่หลงเอ๋อแสดงสักยภาพของตัวเองออกมา

กิจกรรมตั้งแคมป์วันที่ 1 จบการ สาธิตอุปกรณ์****Primal และวิทยาการเบื้องต้น....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น