Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 5 เรื่องวุ่น ๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เรื่องวุ่น ๆ

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 355

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เรื่องวุ่น ๆ
แบบอักษร

ตอนที่ 5 เรื่องวุ่น ๆ

                ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา ผมก็ไม่ได้มีงานอดิเรกแค่สร้างประตูวาปที่ทรงพลังกับพลังงานใหม่เฉย ๆ หรอก สิ่งที่ผมคิดว่าจะทำมันในนาคตตอนนี้ก็คงเป็น เกราะป้องกันละนะ ก็แน่นอนว่าผมคิดว่าจสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาเพราะว่าชีวิตที่สองที่ผมได้รับมานี้ ผมต้องการความปลอดภัยเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินถ้ามีสิ่งอะไรผิดแปลกเกิดขึ้นหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่จุดจบชีวิตของผมซึ่งมันไม่น่าสนุกเลยสักนิดถ้าจะต้องมาจบชีวิตเพราะอุบัติเหตุแปลกๆในต่างโลกนี้


                ก็แหม่ที่นี่คือต่างโลกที่มีวิทยาการณ์ล้ำยุคมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์ สัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ และดวงดาวที่ยังไม่ค้นพบในแต่ละจักรวาล เผื่อว่าในอานาคตเราต้องเจอเรื่องไม่คาดฝัน ขึ้นชื่อว่า ยานสำรวจมิติXenious’Jeva ถึงยานจะมีขนาดใหญ่บรรทุกคนได้หลายพันล้านคน แต่ตอนนี้ยาน ก็เดินทางอยู่ในช่องว่างของมิติ หรือ พูดง่าย ๆ ก็รูหนอนนั้นแหละ ถึงเราจะเดินทางแบบนี้ในช่องว่างระหว่างมิติแต่ก็ใช่ว่าเราจะมีแค่ยานแล้วท่องไปในที่ต่างๆอย่างเดียวหรอกนะ เพราะ ที่ๆเราเคยไปตั้งรกรากหรือถิ่นฐานจะถูกทำการจดทะเบียนพิกัดและลงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับดวงดาวและถิ่นฐานนั้น ๆ โดยขณะที่เราท่องยานไปในช่องว่างของมิติ


                เราก็สามารถเข้าหรือออกผ่าน รูหนอนที่บันทึกพิกัดของดาวแต่ละดวงได้ และเราสามารถไปไหนมาไหนก็ได้ภายในดาวเคราะห์ต่าง ๆที่ถูกลงทะเบียนไว้ตอนนี้คือ 432ดาวเคราะห์ที่สามารถอยู่อาศัยและเป็นถิ่นฐาน โดยมีการขนส่งสร้างและผลิตทรัพยากรณ์ทดแทนจากดวงดาวต่างๆส่งเข้ามาในยานหรือส่งออกไปตามดาวต่างๆก็ได้ ขอแค่มีพิกัดที่ระบุแน่ชัดก็จะสามารถทำได้เมื่อเราค้นพบดวงดาวเราจะทำการสำรวจและเก็บข้อมูล เราจะค่อยๆ พัฒนาวิทยาการณ์โดยใช้ เครื่องมือและทรัพยากรณ์ของดาวนั้นๆ เพื่อการปรับปรุงความเข้าใจของผู้ที่อยู่อาศัยในดาวถิ่นฐานต่าง ๆ


                เราจะค่อย ๆ พัฒนาวิทยาการทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่าดาวดวงนั้นหรือมิตินั้นที่เราค้นพบ  ความรู้ด้านวิทยาการก้าวไกลไปถึงไหนแล้วเพื่อไม่ให้ เกิดการเหลื่อมล้ำกันมากเกินไป เราจะพยายามสร้างของที่ได้จากในดาวนั้นเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของดวงดาวหรือพูดง่ายๆคือจะค่อยๆเพิ่มวิทยาการเพื่ออำนวยความสะดวกไปเลื่อย ๆ และสร้างสิ่งทดแทนขึ้นบนดาวดวงนั้น เมื่อเราค้นพบมิติที่สามารถอยู่อาศัยได้ เราจะเริ่มตั้งถิ่นฐานให้มั่นคงและมั่นใจว่าดวงดาวจะสามารถเป็นกำลังและพัฒนาสร้างทรัพยากรณ์ได้ก่อนที่เราจะออกค้นหา มิติอื่นหรือดาวดวงใหม่อีกครั้ง


                การตั้งถิ่นฐานนั้นใช้เวลานานมากเพื่อให้ดาวดวงนั้นสามารถมีความรู้และความเข้าใจวิทยาการณ์ อาจจะใช้เวลา เป็นร้อย ๆ หรือเกือบพันปีเพื่อให้สามารถเดินทางสำรวจต่อไปได้ ตลอดระยะเวลาหลายหมื่นปีที่ผ่านมา Xenious’Jeva พัฒนาวิทยาการณ์ทางด้านเทคโนโลยีอย่างก้าวหน้าและคงไว้ซึ่งหลักการและจริยธรรมบัญญัติและกฎต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฎกรรมขึ้นเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียหลายล้านชีวิต  ซึ่งจากที่ผมกล่าวมาข้างต้นเพื่อเป็นการป้องกันสิ่งต่าง ๆที่จะเกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 2 ปี ผมไม่ได้สร้างแค่ประตูมิติแบบใหม่ละงานศิลป์สวยๆอย่างเดียว


                แต่ผมวางแผนและกำลังจะสร้างเกราะพลังงานที่ได้จากการใช้พลัง PsychoJenesis กระตุ้นพลังงานผ่านสื่อกลางให้กลายเป็นโล่พลังงาน หรือ ForceField ถึงจะพูดว่าสร้างแต่จะเรียกว่าอัพเกรดน่าจะถูกกว่า เพราะForceFieldนั้นมีมาแต่แรกเริ่มอยู่แล้วเพียงแต่ว่า มันถูกใช้กับตัวยานบิน และยานรบที่มีขนาดใหญ่ โดยจะมีเครื่องที่เป็นตัวกลางคอยควบคุมเหมือนตัวกระตุ้นนสร้างพลังPsychoJenesisทำงานตลอดเวลาโดยไม่ต้องพึ่งแรงของเราแต่ใช้เครื่องจักรกลแทน


                และปัญหามันอยู่ที่ตรงว่า การจะแปรพลังงาน ForceField ให้สามารถใช้กับตัวบุคคลนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะ เราไม่สามารถกระตุ้นพลังจิตได้ตลอดเวลาเหมือนเครื่องจักร แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นเพราะถึงคนอื่นจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่จะทำได้ก็ต้องใช้ตัวกระตุ้นที่มาจากเครื่องจักร พลังจิตจากประชากรXenious’Jevaนั้นมีขีดจำกัดสามารถทำให้ของขยับได้หรือยกพวกกล่องหนักๆสัก100กิโลกรัม ก็ถือว่าเก่งสุดๆแล้ว ถ้าปราศจากเครื่องกระตุ้นก็ไม่สามารถสร้าง ForceField ได้หรอกทุกคนจึงคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้


                ผมเห็นด้วยกับการที่ว่าถ้าไม่มีเครื่องจักรหรือตัวขยาย อย่างเก่งก็คงสามารถสร้าง โล่พลังงานเล็ก ๆ ที่สามารถป้องกันด้านหน้าหรือครอบคนหนึ่งคนได้ อย่างเก่งก็ประมาณ ครึ่งชั่วโมงซึ่งจะสร้างภาระให้กับผู้ใช้พลังมากจึงถือว่ามันเป็นภาระหนักเกินไป แต่ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องสร้างให้มันสามารถครอบคลุมและใหญ่เท่ากับยานXenious’Jevaหรอก ผมไม่ได้ต้องการโล่พลังที่ใหญ่ขนาดนั้นแค่ต้องการใช้มันคลุมตัวเองเป็นโล่ป้องกันภัยแค่นั้นเองไม่ต้องใหญ่มากแค่ป้องกันตัวผมได้ก็พอ

           เมื่อผมคิดได้ดังนี้ก็นึกย้อนกลับไปที่สิ่งแรก คนไม่สามารถกระตุ้นพลังได้นานตลอดเวลา หากมีเครื่องจักรก็จะสามรถใช้มันได้ตลอดขอเพียงแค่มีพลังงานเพียงพอ อย่างที่2คือขนาดของ เครื่องสร้าง ForceField ให้ยานขนส่งหรือยานบินมันมีขนาดใหญ่มากเพื่อให้ครอบคลุมตัวยานใหญ่ ๆ ได้อัตราส่วนของเครื่องและการสร้างพลังงานคือ 1:10000 ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าต่างๆก็จะแปรผลันตามแต่วัตถุดิบที่ใช้สร้าง เครื่องขนาดเล็ก จะสามาถสร้างพลังงานใหญ่กว่าตัวมันได้ ถ้างั้นถ้าลองสร้างเครื่อง ForceField ที่มีขนาดเล็กเท่ากับนาโนชิปแล้วใช้ทรัพยากรณ์ที่มีความคงทนและใช้พลังงานใหม่เป็นตัวจ่าย


                มันน่าจะสร้างขึ้นมาได้  ส่วนสมการตัวแปรพลังงานของ ForceField ก็ ใช้ตัวเดียวกันกับของยานขนส่ง อาจจะสามารถสร้าง โล่พลังจิตเคลื่อนที่ได้เท่านี้ก็จะสามารถป้องกันอัตรายได้ตลอดเวลาแล้วไม่ต้องกลัวเจ็บตัวด้วย ว่าแล้วผมก็ได้ไปขอให้แม่ของผมให้วิศวกรณ์ในทีมวิจัยสร้าง ชุดที่คล้าย ชุดเกราะ Ygg’Darsili  แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ชุดเกราะสำหรับทหารที่ใช้ในกองทัพจริงๆหรอกนะผมแค่ให้เข้าสร้างชุดที่คล้ายกันโดยไม่เอาฟังชั่นทางการทหารมาแต่ขอให้ใส่เครื่องที่ช่วยควบคุมพลังจิตกับโหมดแปรสภาพของชุดให้


                เมื่อผมบอกแม่แบบนั้นไป เหมือนเธอจะมีสีหน้ากังวล และถามว่า “หลงเอ๋อลูกต้องการชุดที่คล้ายกับชุดเกราะทางทหารไปทำไม?มันอาจจะไม่มีอาวุธติดก็จริงแต่ถ้าเอามันไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร มันก็จะเป็นชุดเกราะไม่สิ เสื้อสูทธรรมดาที่สามารถเก็บเข้าไปในอุกกรณ์เก็บของเช่นสายรัดข้อมือ มันไม่ต่างอะไรกับกับชุดธรรมดาปกติที่พวกเราใส่กันเลยนะแค่เก็บได้สะดวกกว่าก็แค่นั้น” หลังจากที่แม่ถามผมแบบนั้นผมก็คิดหาคำพูดว่าจะตอบเธอแบบไหนดี  ถ้าผมพูดไปตรงๆว่าจะเอาไปใส่ฟังก์ชันที่สร้างขึ้นเองและโปรแกรมใส่ชุดใหม่ เธอก็คงจะมองว่าผมทำสิ่งอันตรายอีกเพราะงั้นก็ตอบออกไปว่า


                “ผมแค่อยากได้เสื้อที่สะดวกต่อการเก็บฮะ คิดดูสิว่าพกพาสะดวกแถมมระบบทำความสะอาดตัวมันเอง ไม่ต้องมาคอยถอดเข้าถอดออกให้เสียเวลา แม่คิดว่าไม่ดีกว่าเหรอฮะ” หลังจากผมตอบออกไปแบบนั้นผมก็คอยสังเกตดูสีหน้าของเธอเธอก้มหน้าครุ่นคิดสักพักก่อนจะอนุญาตผม และขอร้องวิศวกรให้สร้างชุดที่คล้ายกับชุดของกองทัพ ประมาณ1อาทิตย์หลังจากนั้นผมก็ได้รับชุดมา ผมคิดว่าก็ทำงานเร็วกันดีนะตอนแรกคิดว่าต้องใช้เวลานานกว่านี้ในการเตรียมการสร้างซะอีก 


                ผมกลับไปหมกตัวอยู่ในห้องทดลองคราวนี้ผมกำลังคิดว่าจะใช้แร่ตัวไหนสร้าง ForceField ขนาดพกพาดีหลังจากวิเคราะอยู่นานก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีแร่ที่เหลือจากการแกะสลักประตูมิติ อยู่แล้วแร่พวกนั้นที่ผ่านการขัดเกลาและผ่านกระบวนการทำให้แข็งแกร่งขึ้นก็มีคุณภาพที่ดีในการส่งถ่ายประจุพลังงานทำให้ ForceField มีประสิทธิภาพและใช้งานได้ตลอดเวลา  หลังจากคิดได้ดังนั้นผมก็เริ่มลงมือทำโดยไปถามคำปรึกษากับจินเซียงเรื่องแม่แบบของ เกราะพลังงาน ForceField ของยานขนส่งต่างๆ


                ก่อนจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และป้อนโปรแกรมใส่เครื่องผลิตโดยใส่แปลนเครื่องสร้างพลังงาน ForceFieldให้สร้างออกมาในขนาดเท่า นาโน เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน หลังจากนั้นก็ใส่แร่ที่ได้มาจากการแกะสลักประตูมิติที่ผ่านกระบวนการเสริมแกร่งมาแล้วเข้าไปและสั่งผลิตออกมา กระบวนการผลิตใช้เวลาราวๆ 4ชั่วโมง ในช่วงนี้ผมก็ไม่ได้อยู่เฉยหรอกนะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปเปล่า ๆ ผมได้ไปหาฟาหลันและปรึกษาว่ามีเรื่องอยากให้ช่วยโดยอยากให้เธอออกแบบอะไรสักหลายๆอย่าง


               หลังจากกล่าวทักทายกัน ผมก็บอกจุดประสงค์ให้เธอฟังว่าอยากให้เธอช่วยออกแบบ เธอมีสีหน้ายิ้มแย้มและถามว่าผมต้องการให้ออกแบบอะไร“ผมอยากให้ ฟาฟาออกแบบของให้หน่อยมันไม่ใช่หัวข้อแบบที่ผ่านๆมาหรอก ฮ่าๆ” ผมกล่าวพลางหัวเราะและมองดูเธอ


“ได้สิแต่หลงเอ๋ออยากให้ฉันออกแบบอะไรละ?” เธอถามพลางทำหน้าตาสงสัย ผมมองดูเธอแล้วรู้สึกว่าเป็นภาพที่สวยงามมากจริงๆ 7ปีแล้วที่เรารู้จักกันตอนนี้เธอสวยขึ้นมาก ผมมองเธออย่างเคลิบเคลิ้มก่อนจะตื่นจากเสียงเรียกของเธอ


“หลงเอ๋อ หลงเอ๋อ? เป็นไรหรือเปล่าฉันเห็นเธอใจลอยเหนื่อยหรอ? พักนี้พักผ่อนพอหรือเปล่า?” เธอถามด้วยความเป็นห่วง


“อ่อ! ไม่ ไม่มีอะไร! ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อยนะ”เกือบไปแล้วคนสวยนี้มองยังไงก็ทำให้เคลิ้มได้หมดจริงๆ มีสมาธิก่อนตอนนี้ต้องบอกเธอว่าอยากให้ออกแบบอะไร


“ผมกำลังจะทำเครื่องมือควบคุมพลังนะ ตอนนี้ผมมี สายรัดข้อมือนี้แล้วแต่ผมอยากให้มันเป็นอย่างอื่น จะเป็นเครื่องประดับหรืออะไรก็ได้อยากให้มันออกมาดูมีเอกลักษณ์หน่อยไม่อยากให้เหมือนของคนอื่น อย่างเช่น สร้อยคอต่างหู แหวน กำไล ยางรัดผม ปิ่นปักผม ก็ได้ เมื่อวาดออกมาแล้ว ผมจะเอามันมาสร้างเป็นแม่แบบ  ก่อนจะใส่ฟังชั่นและปรับแต่งพวกมันเป็นอุปกรณ์ควบคุมพลังเหมือนสายรัดข้อมือนี่นะ” ผมอธิบายให้ ฟาฟา ฟังเมื่อเธอได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าผ่อนคลายและยิ้ม


“ได้สิ ฉันจะลองวาดออกมาหลาย ๆแบบให้เลือก หลงเอ๋อมีThemeที่อยากได้เป็นพิเศษไหม??”เธอถามพร้อมส่งรอยยิ้มละมุนมาให้


“ผมอยากได้Themeเกี่ยวกับTarorixเหมือนเดิม เอาเป็นว่า ฟาฟาลองออกแบบมาให้ทีนะ”ผมกล่าวแบบนั้นพร้อมมองดวงตาละมุนของเธอที่มองสบผมมันช่างเป็นดวงตาที่น่าหลงไหลเหลือเกิน


                หลังจากนั้นผมก็กลับมาที่ห้องทดลองส่วนตัวเพื่อมาดูว่าแร่ที่ใช้สร้างเครื่อง ForceField ขนาดนาโนเสร็จหรือยังกระบวนการผลิตใกล้เสร็จสมบูร์แล้ว หลังจากนั้นไม่นานเครื่องผลิตก็ทำการระบายพลังงานส่วนเกินออกก่อนจะเปิดฝาเครื่องผลิตออกมา มีหมอกควันคล้ายๆ ไดไอซ์ออกมา ผมมองดูแร่ที่ถูกสร้างเป็นเครื่อง ForceField ขนาดเล็กผ่านแว่นขยายมันมีรูปทรงเป็นลูกบาศก์คล้ายทำมาจากอัญมณี เมื่อทำการกระตุ้นประพลังงานตัวลูกบาศก์จะเรืองแสงออกมาให้ความรู้สึกเย็นๆ พร้อมกับ โล่พลังจิตรัศมีขนาด4เมตรเป็นทรงกลม


                หลังจากมองดูปฏิกิริยากระตุ้นพลังงานก็ได้ผลว่าสามารถใช้งานได้จริงและเนื่องจากมันมีขนาดเล็กผมคิดว่าถ้าแบบที่ฟาฟาวาดออกมาเสร็จแล้วหลังจากเอาเครื่องควบคุมพลังที่ได้จากการออกแบบมาจะใส่ ลูกบาศก์ ForceField เข้าไปและปรับแต่งเครื่องควบคุมพลังงานอีกหน่อยเพื่อให้สะดวกต่อการพกพา ผมแทบจะอดใจรอดูแบบที่จะออกมาไม่ไหวแล้วนอกจากนี้ชุดที่ผมได้มาจากการไปขอกับคุณแม่ มันคล้ายชุดของกองทัพเพียงแต่ไม่มีฟังก์ชันทางการทหารมันมีแค่ฟังชั่นเก็บรักษา และทำความสะอาดตัวมันเอง ผ่านการสั่งงานด้วยเครื่องควบคุมสายรัดข้อมือแต่ผมจะดัดแปลงมันอีกหน่อย


                ผมพยายามเชื่อมตัวควบคุมเข้ากับกับเสื้อสูทที่ได้มา โดยโหมดเก็บรักษาให้มันเปลี่ยนเป็นพลังงานและกักเก็บไว้ในตัวควบคุมที่เป็นสายรัดข้อมือหลังจากการทดลองผิดถูกอยู่นานสุดท้ายก็สามารถทำให้มันหายเข้าไปอยู่ในสายรัดข้อมือได้และเมื่อส่งพลังจิตเข้าไปสั่งการมันก็จะออกมาปรากฏและสวมใส่บนตัวคนเป็นอะไรที่สะดวกสบายดีจริงๆเลยหลังจากทดรองสำเร็จที่เหลือก็แค่รอแม่แบบจาก ฟาฟา ที่จะวาดออกมา ผมได้แต่ตื่นเต้นและดีใจหวังว่าจะได้เห็นผลงานที่สมบูรณ์แบบเร็วๆ


                หลังจากนั้นไม่กี่วันผมก็ได้แบบวาดของ ฟาฟา ประกอบไปด้วย ภาพปิ่นปักผมสีฟ้าTarorixสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในน้ำ ต่างหูรูปTarorixที่คาบลูกแก้ววงกลมสีแดงสายพันธุ์ที่อาศัยในภูมิอากาศร้อนของภูเขาลาวา ให้ความรู้สึกของพวกมังกรไฟในนิทานเลย หรือจะเป็นสร้อยคอสีเงินที่เป็นรูปTarorixว่ายรอบลำคอตรงกลางของจสร้อยฝังอัญมณีสีเหลืองให้ความรู้สึกมังกรธาตุดิน และกำไลหยกที่มีเอกลักเส้นไม่ใหญ่พันรอบข้อมือเป็นรูปTarorixกำลังว่ายวนรอบห่างตามตัวเป็นเกล็ดสีเขียวคล้ายมีมรกตผสมอยู่รอบกำไลให้ความรู้สึกคล้ายมังกรแห่งขุนเขา


                ผมรับทั้ง4แบบมาจาก ฟาฟา อย่างไม่รอช้าหลังจากผมกล่าวชื่นชมเธอ ผมก็นำแม่แบบทั้งหมดมาใส่ในเครื่องผลิดและป้อนโปรแกรมให้มันสร้างหลังจากนั้นก็เลือกแร่ที่เหลือจากการทำประตูที่มีสีสันต่างๆ เลือกใส่ตามสีของแบบในภาพและทำการใส่โปรแกรมสร้างตัวควบคุมลงไปใน เครื่องประดับเหล่านี้ และ สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ ลูกบาศก์ ForceField ที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ นำมันมาใส่ในอัญมณีของเครื่องประดับและเขียนโปรแกรมใส่เข้าไป รวมถึงชุดสูทที่นำมาทดลองก็ใส่เข้าไปในตัวควบคุมที่เป็นเครื่องประดับ


                ผมทำการเปลี่ยนโค้ดคำสังให้ใช้พลังจิตไปกระตุ้นโดยแค่ผมคิดและส่งกระแสจิตไปตัวควบคุมก็จะแสดงผลออกมาทันที หลังจากปรับแต่งและอัพเกรดเสร็จแล้ว ผมก็นำสร้ายคอ ที่เป็นตัวควบคุมออกมาและสวมใส่มันและทดสอบผมส่งกระแสจิตสั่งให้เปิดใช้งานเสื้อสูทที่เก็บไว้ ทันใดนั้นอัญมณีที่หยกก็เรืองแสงก่อนที่จะมีละอองแสงสีทองค่อยๆครอบคลุมร่างกายหลังจากนั้นก็ปรากฎเสื้อสูทขึ้นบนตัวผม มันให้ความรู้สึกว่าเหมือนผมใช้เวทมนต์เลย เพียงแต่มันเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยก็เท่านั้น


                เมื่อตรวจสอบดูก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหากับ อุปกรณ์ควบคุมพลังแบบใหม่ที่ผมสร้าง ตอนนี้ผมมี อุปกรณ์ควมคุมที่สามารถเรียกสูทหรือชุดต่าง ๆ ออกมาสวมใส่ได้ ว่าง ๆ คงต้องไปขอให้ฟาฟา ออกแบบชุด สักหลาย ๆตัวให้แล้วจะได้มีชุดเปลี่ยน มีเกราะพลังงานที่สามารถต้าน อาวุธและ คลื่นพลังต่าง ๆ ได้ สนามพลังของ ForceField มีความแข็งแรงพอ ๆ กับแร่CryRactan แร่ชนิดพิเศษที่นำมาผ่านกระบวนการเสริมสร้างและแปรสภาพให้มีความคงทน โดยผ่านการเสริมแต่งผ่านการใช้เครื่องควบคุมและเสริมพลังโดยวิศกรผ่านพลังPsychoJenesisและกระบวนการต่างๆ ก่อนจะนำมาสร้างเป็นยาน ที่เราเห็นกันอยู่ทุกที่ของฐานที่มั่นบนดาวเคราะห์หลายๆแห่ง


                ความแข็งแกร่งของสนามพลัง ForceField จะแข็งเท่ากับแร่ชนิดนี้ประมาณคราวๆเท่ากับ 2 สนามฟุตบอลมาตรฐาน แต่แร่ชนิดนี้มีคุณสมที่คงทนมากสามารถกันกระสุนปืนโฟรตรอนที่มีพลังทำลายล้างมากกว่าพวกปืนติดรถถังในโลกก่อน ๆ ได้อย่างสบายๆเลย แค่แร่หนาประมาณ5เซนกระสุนปืนโฟรตรอนก็เจาะไม่เข้าแล้ว เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าจะมีปัญหากับเกราะพลังงาน ForceField ที่มีความหนาเท่าสนามฟุตบอล2สนาม ต่อให้เป็นอะไรที่แรงกว่านี้ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเจาะเข้ามาได้หรอกนะ


                เพราะว่าลูกบาศก์ที่ใช้สร้างเกราะพลังงานมีขนาดเล็ก การใช้พลังงานจึงใช้น้อยมากสามารถอยู่ได้ไปอีกประมาณ300ปีโดยประมาณ และยิ่งใช้พลังงานใหม่ด้วยทำให้สามารถสะสมชาร์ตพลังงานได้เมื่อไม่ได้เปิดใช้ แทบจะเป็นพลังงานนิรันดร์เลยก็ว่าได้ พอคิดถึงจุดนี้ก็แน่ใจได้ว่าจะไม่มีใครเจาะผ่านม่านพลังงาน เข้ามาได้แน่ที่เหลือก็แค่เขียนโปรแกรมให้เฉพาะบางตัวอย่าง ให้เหมาะสมกับสถานะการก็พอ มันอาจจะเหมาะกว่าถ้าหากสามารถนำไปใช้ในหลาย ๆ ทางตอนนี้ ก็คิดว่าอยากจะได้ฟังก์ชันใหม่อะไรดีใส่เข้าไปในตัวควบคุมพลังอีก งั้นก็ใส่เพิ่มเผื่อคิดอะไรใหม่ได้ในอนาคตละกัน


                ตอนนี้ก็ถึงคราวตั้งชื่อแล้ว เพราะมัน เป็นตัวต้นแบบควบคุมพลังแบบใหม่ที่ผมเป็นคนสร้างงั้นก็ Type TR-I ละกัน TRย่อมาจาก Tarorix โดยสร้อยนี้จะเป็นต้นแบบตัวที่ 1 ส่วนต่างหู กำไล ปิ่นปักผม เป็น Type TR-II เอาไว้รอพัฒนาสร้อยไปได้ดีค่อยเอามาปรับปรุงใส่ ตัวต้นแบบที่เหลือละกันตอนนี้เก็บไว้ก่อน  สงสัยต้องไปขอคำปรึกษากับจินเซียงว่าเธอมีแนวคิดอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบ้างไหมนะ อ้อแล้วก็ไปถามความคิดเห็นของหลิวเอ๋อ กับอิงเอ๋อด้วยดีกว่าว่าอยากได้อุปกรณ์ฝึกอะไรบ้าง


แล้วต้องใส่ฟังก์ชันการรักษากับอุปกรณ์รักษาพยาบาลฉุกเฉินให้อิง ๆด้วย อ้อละใส่พวกอุปกรณ์พวกอุปกรณ์เดินทาง พวกเต้นอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันด้วยน่าจะดี เตียงด้วยละกันเอาไว้นอน ที่สำคัญขาดไม่ได้ ของอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็น่าจะใส่ไปด้วย เกมกระดาน ต่าง ๆ หนังสืออ่านเล่น อะไรอีกดีละอ้อเครื่องดนตรีด้วยละกัน อืออะไรอีกละทีเนี่ยเสบียงอาหารดีรึเปล่านะ?กับอุปกรณ์ล่าสัตว์ เหมือนคนจะไปตั้งแคมป์เลยตัวผม  ค่อยๆคิดไปใส่ไปก็ได้นี่น่าจริงสิพวกเครื่องเขียนก็ต้องใส่ไปด้วย


Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน มิถุนายน วันที่ 4

                ตอนนี้ ผมก็อายุ 13 แล้วหลังจากที่ผมคิดค้น Typeต้นแบบ หรืออุปกรณ์ควบคุมพลังอเนกประสงค์ตอนนี้ก็พัฒนามันจนถึงในระดับนึงแล้ว และก็ได้ให้ฟาฟาออกแบบอะไรให้อีกหลายอย่าง ก่อนจะไปขอคำปรึกษากับทุกคนและมาสร้างอะไรอีกเยอะแยะ ตอนนี้ ปุกรณ์ควบคุมก็คล้ายกับกระเป๋ามิติเลยละแต่ ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เวลามันก็ยังเดินอยู่อะนะไม่ได้หยุดเวลาแบบในหนังเวทมนต์หรอก แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงก็มีอุปกรณ์ที่รักษาสภาพ เครื่องแช่ ละก็ตู้เย็นอยู่ปัญหาก็เลยตัดไป


                เมื่อดูจากเครื่องประดับที่เหลือ สร้อยคอ ต่างหู ปิ่นปักผม กำไล แล้วผมก็คิดว่าทำให้ทุกคนด้วยน่าจะดีเพราะตอนนี้มันก็เรียกได้ว่าน่าพอใจแล้วสำหรับอุปกรณ์ควบคุมอเนกประสงค์ที่ผมสร้าง คราวนี้ผม ทำเป็นนาฬิการัดข้อมือ เข็มกลัด กิ๊ฟติดผม ยางรัดผม แล้วก็อะไรอื่น ๆ อีกนิดหน่อย คิดว่าจะให้เป็นของขวัญกับทุกคนที่คอยให้คำแนะนำผมมาตลอดจนถึงตอนนี้ แล้วก็อยากจะโชว์ประตูมิติให้ทุกคนเห็น เอาเป็นว่า เดี๋ยวส่งข้อความเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของผมก่อนละกันบอกไปว่ามีของขวัญจะมอบให้


                ผมรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่มาถึงที่นี่คนแรก คือจินเซียง ฟาฟา เหม่ยเหม่ย หลิวเอ๋อและอิงเอ๋อ ตามลำดับพอมาถึงทุกคนก็ถามว่าจะให้ของขวัญอะไรหรอ?ผมจึงตอบไปว่ากำลังจะให้แต่ขอเก็บเป็นความลับก่อนส่วนตอนนี้เราจะไปเที่ยวเล่นกันสักหน่อยผม คุยกับทุกคนไปตลอดทาง


“ผมไม่ได้โกหกนะมีของขวัญจะมอบให้ทุกคน แต่ตอนนี้ผมจะพาทุกคนไปอีกที่หนึ่งก่อน” ผมกล่าวแบบนั้นพลางเดินนำ


“เอ๋? ของขวัญของหลงเอ๋อหรอ? มันเป็นอะไรละคิดไม่ออกเลยว่าหล๋งเอ๋อจะให้อะไรพวกเรา”จินซียงกล่าวพร้อมทำท่าสงสัย


“นั้นนะสิคิดไม่ออกเลยจริงๆ” ฟาหลันกล่าวพร้อมหันไปหาจินเซียง


“หรือจะเป็นหนังสือใหม่ที่หลงเอ๋อสร้างขึ้นมาอีกหรือเปล่า” เหม่ยเหม่ย ถามพลางยิ้มน้อยๆ


“หนูอยากรู้จังเลยค่ะ แต่ไม่ว่าพี่หลงเอ๋อจะให้อะไรหนูกก็จะเก็บรักษามันไว้อย่างดีเลย”อิงเอ๋อกล่าวพลางหัวเราะดีใจ


“นั้นสิหลงเอ๋อให้อะไรฉันก็เอาทั้งนั้นแหละ ว่าแต่ที่บอกว่าเราจะไปเที่ยวกันแต่ตอนนี้เรากำลังไปที่หลังสวนไม่ใช่หรอ?หลงเอ๋อแล้วเราจะไปเที่ยวกันที่ไหนละหรือว่าไปนั่งเล่นกันที่สวน??”หลิวเอ๋อถามด้วยความสงสัยและทำสีหน้าครุ่นคิด


“เดียวพอไปถึงทุกคนก็จะรู้เองแหละ” ผมพูดพลางก็บอกทุกคนไปตลอดทางไม่นานเราก็มาถึง สวนหลังบ้านของผมผมเดินไปหยุดที่พื้นที่ ที่เป็นสนามหญ้าแล้วก็เรียกทุกคนมายืนใกล้ ๆ


                เมื่อทุกคนมายืนตรงที่ผมอยู่ก็พากันทำหน้าตาสงสัยแล้วถามผมว่าไหนละ?? ผมรอสักพักก่อนจะหันไปกล่าวกับทุกคน “เอาละผมจะเริ่มพาทุกคนไปเที่ยวละนะ สิ่งที่จะเห็นนี้คือ งานอดิเรกของผมที่ทำมาตลอด3ปีที่ทุกคนมักถามว่าผมทำอะไรอยู่ ตอนนี้ก็จะได้รู้แล้ว” พอผมพูดแบบนั้น ผมก็เรียกประตูมิติที่ผมสร้างออกมา ผ่านการส่งกระแสจิตไปที่สร้อยคอทันใดนั้นก็เกิดการบิดผลันของมิติและมีลมและเศษฝุ่นพัดขึ้นและมีละอองแสงและสสารต่างๆลอยออกมาจากมิติที่เกิดการบิดผลันก่อนจะเริ่มประกอบกันเป็นรูปเป็นร่างของประตูบานขนาดใหญ่


                มีรูปสลักของ Tarorixและธรรมชาติต่างๆมากมายหลายภาพแสดงถึงอารมณ์ของพวกมันออกมาได้และราวกับว่าภาพที่สลักลงไปในประตูมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เมื่อประตูสิ้นสุดลงแรงลมรอบๆประตูก็หายไป การปรากฏขึ้นของประตูทำทุกคนเกิดอาการตกใจมากและทำอะไรไม่ถูก แต่คนแรกที่ตื่นเต้นและถามผมนั้นคือจินเซียง เพราะเธอน่าจะเข้าใจอะไรจากสิ่งที่ผมเคยขอคำปรึกษาจากเธอเรื่องเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่าง ๆ


“นี้อย่าบอกนะว่าเป็นประตูมิติที่ใช้แกนพลังงานใหม่เป็นหลักนะ นี้มันจะก้าวล้ำไปมากแล้วนะหลงเอ๋อ พลังงานใหม่เพิ่งถูกค้นพบก็ใช้เวลาศึกษา2ปี ทุกคนในหน่วยวิจัย พยายามสร้างและทำของทุกอย่างที่สามารถรองรับพลังงานใหม่ได้ แต่ก็ ยากมากกว่าจะสร้างของสักอย่างที่สามารถใช้มันได้ แต่ว่ากับสิ่งนี้หลงเอ๋อ จะบอกว่าใช้เวลาแค่3ปีในการสร้างมันได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็ดันเป็นประตูมิติอีก ทั้ง ๆที่ตลอด5ปีที่ผ่านมา พวกเราแค่ยังสามารถสร้างได้แค่เครื่องจักรธรรมดาเองนะแต่ประตูมิติที่รับกับพลังใหม่ได้ มันจะข้ามขั้นเกินไปแล้ว!!”


เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันทำสีหน้าตกใจสุดขีดแล้วก็พลางมองสำรวจประตู และดูมันอย่างแปลกใจก่อนที่ฟาหลันจะพูดว่า “นี้มันภาพที่สลักลงบนประตูพวกนี้?” แล้วหันมาทางผม


ผมได้แค่ยิ้มแล้วตอบไปว่า “ใช่แล้วรูปที่ฟาฟาวาดให้ผมไงผมใช้มันอย่างคุ้มค่า มันเป็นสิ่งที่สวยงามเป็นของขวัญที่ฟาฟาให้ผมเลยนะ ฮะ ฮะ” ผมกล่าวแล้วหันไปยิ้มพร้อมหัวเราะเล็กน้อย ออกมาให้ฟาฟา


“ฉันจับมันได้ไหม”ฟาฟาถามผม ผมจึงพยักหน้า เมื่อเธอเข้าไปใกล้จึงเห็นประตูชัดขึ้นเหล่าTarorixบนประตู เป็นภาพสลักนูนออกมา มีประกายของแร่ต่างๆที่ใช้สร้างประตู สวยงามมากเธอสัมผัสมันค่อยๆลูบไล้ผ่านปลายนิ้วมองดูมันอย่างเหม่อลอยและยิ้ม ราวกับว่ามันเป็นสิ่งสำคัญของเธอ เธอมองมันแล้วเหมือนจะมีน้ำตาคลอ เธอพยักหน้าแล้วหัวเราะเสียงใสพร้อมกับหันมาถามผมว่า “มันทำมาจากอะไรหรอประตูบานนี้??”


เมื่อผมอธิบายให้ฟังว่ามันทำมาจากอะไร ทุกคนก็พากันอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนที่เหม่ยเหม่ยจะกล่าวออกมาพลางถอนหายใจ “พูดได้เต็มปากเลยว่าหลงเอ๋อคงเป็นอัจฉริยะโดยไม่ต้องสงสัยเลย สามัญสำนึกทั่วไปใช้กับหลงเอ๋อไม่ได้จริงๆ เฮ้อ”


หลังจากนั้น อิงเอ๋อก็กล่าวชมผม “เป็นผลงานที่สุดยอดมากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะตอนที่บอกว่าใช้แร่พิเศษสร้างประตูขึ้นมา จะต้องใช้พลังแค่ไหนในการแกะสลักแร่ที่แข็งขนาดนี้กันนะค่ะ??ว่าไหมฮะ ฮะ”อิงเอ๋อกล่าวพร้อมหัวเราะเสียงใส


“นั้นนะสิใช้แร่พิเศษสร้างประตูที่ใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมา จะว่าอัจฉริยะก็อัจฉริยะอยู่หรอก แต่จะว่าบ้าก็ไม่ผิดเลยนะ ฮ่า ฮ่า” หลิวเอ๋อพูดออกมาพร้อมหัวเราะเสียงดัง


ผมหันไปหัวเราะแห้ง ๆ ให้กลับทุกคนก่อนจะบอกว่า “เอาละงั้นเรามาเริ่มไปเที่ยวกันเถอะ ผมจะเริ่มเปิดประตูเพื่อเชื่อมต่อปลายทางแล้ว ที่ที่พวกเราจะไปคือที่อยู่ของพวก Tarorix ในสวน Garden EternalZ เอาละนะ”เมื่อกล่าวจบผมก็สั่งเชื่อมต่อปลายทางโดยส่งกระแสจิตไปที่สร้อย ประตูเริ่มทำงาน เหล่าTarorixที่อยู่บนประตูเริ่มเรืองแสงเป็นสีต่างๆตามแต่ละชนิดของแร่ที่สลักลงไป มันเริ่มสะท้อนแสงเมื่อทำปฎิกิริยากับพลังงานใหม่และปล่อยแรงอัดอากาศออกมา


“ฟีซ!!ซูบบบ! คลื่น!” เสียงแรงอัดอากาศและประตูมิติค่อยๆเลื่อนออกคล้ายประตูเลื่อนแบบญี่ปุ่นที่มีลวดลายของTarorix เป็นภาพที่ตระการตามาก เมื่อมองเข้าไปในประตูก็จะเห็นทุ้งหญ้าที่กว้างใหญ่และเหล่าTarorixมากมายอยู่ที่ทุ้งกว้าง เป็นภาพที่อัศจรรย์มาก ประตูนี้สามารถเปิดค้างทิ้งไว้ได้โดยที่ไม่สั่งปิดซึ่งถือเป็นข้อแตกต่างของรูหนอนที่เมื่อเปิดแล้วจะมีเวลาคงอยู่และหายไป แตกต่างจากประตูมิตินี้ที่ผมสร้างขึ้นมันจะหายไปก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากผมนอกจนี้ยังต้องได้รับอนุญาติจากผมด้วยเพราะเซนเซอร์ที่อยู่บนประตู


จะคอยกันไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านประตูไปหรือผ่านออกมา เมื่อประตูเปิดผมก็เดินนำทุกคนเข้าไปในประตู ทุกคนตื่นเต้นมากเมื่อได้เจอกับเหล่า Tarorix อยู่ทุกที่บนทุ้งกว้าง ส่วนพวกผมอยู่บนเนินมองพวกมันจากที่ไกลๆ ทุกคนกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น ชมภาพตรงหน้าและต่างก็พูดกับผมว่าขอบคุณมากเป็นการเปิดประสบการณ์เที่ยวที่สุดยอดเท่าที่เคยเที่ยวมาเลยพร้อมกลับ หัวเราะออกมา


“สมเป็นหลงเอ๋อละนะ ฮ่าฮ่า ทำอะไรที่สุดยอดได้ตลอดจริงๆ”หลิวเอ๋อกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง


“เห็นด้วยเลยค่ะ” จินเซียงกับฟาฟา กล่าวรับกันออกมาแล้วยิ้มให้กัน มองดูแล้วเหมือนคู่หูที่ชอบแกล้งในมังงะ ของโลกก่อนเลย


“นั้นสินะแบบนี้แหละถึงจะ สมเป็นหลงเอ๋อ ฮิฮิ” เหม่ยเหม่ยกล่าวสมทบ ทุกคนพากันหัวเราะและกล่าวหยอกล้อกันสักพักหลังจากนั้นผมก็กล่าวกับทุกคนว่า คราวนี้ผมก็จะมอบของขวัญให้ทุกคนเพื่อเป็นการขอบคุณทุกคนของที่ผมจะให้คือสิ่งที่ผมใช้เวลาสร้างเป็นงานอดิเรกและเป็นผลงานที่ผมตั้งใจทำมากๆเลยละผมกล่าวออกไปแบบนั้นหลังจากนั้นทุกคนก็ทำหน้าสงสัย และกล่าวว่านี้ไม่ใช่ว่าของขวัญที่ว่าแค่พาเรามาเที่ยวผ่านทางประตูมิติหรอ? ผมส่ายหัวให้กับทุกคนแล้วกล่าวว่า


“ไม่ใช่ซะหน่อย ประตูมิติแค่เป็นของที่ผมเอามาแสดงให้ดูว่าผมสามารถพาทุกคนไปเที่ยวหรือไปหาทุกคนตอนไหนก็ได้ ส่วนของขวัญที่จะมอบให้ก็หลังจากนี้ต่างหากละ” ผมกล่าวอธิบายให้ทุกคนฟังพลางก็มองไปที่ทุกคน ทุกคนก็ทำหน้าตกใจแล้วก็สงสัยว่าของขวัญแบบไหนกันที่ผมจะมอบให้พวกเขา   ผมมองทุกคนพลางสำรวจสีหน้าของทุกคน แล้วก็ยิ้มอย่างพอใจกับอาการตื่นเต้นของพวกเขาแล้วผมก็เอามันออกมาโดยส่งพลังจิตไปที่สร้อยคอ หลังจากนั้นไม่นานก็ปรากฎโต๊ะขนาดเล็กต่อหน้าผมเป็นโต๊ะทรงกลมธรรมดา บนโต๊ะ มีกล่องของขวัญขึ้นมาแล้วผมก็ส่งมันให้กับทุกคน ทุกคนสงสัยว่าในกล่องมีอะไร เมื่อผมพยักหน้าให้ทุกคนก็พากันเปิดกล่องของขวัญทันที


Xenious’Jeva ศักราช 10034 เดือน มิถุนายน วันที่ 4 เวลา 14:14 น.

การมอบของขวัญที่จะถูกจดบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของXenious’Jevaและเป็นตำนานที่จะถูกเล่าต่อจากนี้ต่อไปในภายภาคหน้า ของขวัญแด่เพื่อนพ้องคนสำคัญ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น