Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 4 โชค(Luck)??

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 โชค(Luck)??

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 500

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 โชค(Luck)??
แบบอักษร

ตอนที่ 4 โชค(Luck)??

Xenious’Jeva ศักราช 10031 เดือน กุมภาพันธ์ วันที่ 2

ณ สถาบันการศึกษาXenious’Jeva ที่ ZONE C ห้องเฉพาะส่วนบุคคล

                                 ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในห้องปฏิบัติการในสถาบันวิจัยในห้องส่วนตัวของฉัน ตอนนี้ฉันกำลังทำ โปรเจคการทดลอง ส่วนตัวเกี่ยวกับการวิจัยเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่จะมีพลังงานใหม่มาแทนที่พลังงานแบบเดิมค่ะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้วิทยาการเราพัฒนาและรับกับพลังใหม่ได้จึงได้ทำการปรับแต่ง สร้างและอัพเกรดอุปกรณ์ให้ทนทานขึ้น

และมันก็เป็นผลเนื่องมาจากอิธิพลของเด็กน้อยคนนึง ใช่ค่ะเดากันไม่ผิดหรอกมันมาจาก หลันหลงเอ๋อ เด็กน้อยผมสีม่วงดวงตาสีทองบริสุทธิ์ หน้าตาน่ารัก ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหัวใจฉันก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นว่า ทำไมถึงยังมีคนที่น่ารักขนาดนี้อยู่ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ด้วยนะ ทุกสิ่งที่ หลงเอ๋อแสดงออกมา มันแสดงออกถึงสติปัญญาความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

และแข็งแกร่ง ฉันตกหลุมรัก หลงเอ๋อตั้งแต่แรกเห็น ฉันคิดในใจว่าต้องสนิทและเป็นเพื่อนกับหลงเอ๋อให้ได้ตอนนั้นที่หลงเอ๋อกล่าวกับฟาหลันว่า “ฟาหลันเธอสวยมากเลย ฉันชอบเธอนะ ยินดีที่รู้จัก” มันเป็นคำพูดที่บริสุทธิ์มากหลงเอ๋อไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ทำให้ใครต่อใครหลงรักไปแล้ว ดังนั้นฉันจึงรีบกล่าวทักทายขึ้นขัดเพื่อให้ทุกคนหลุดออกจากอาการเขินอาย ตอนนั้นฉันแนะนำตัวกับหลงเอ๋อและบอกหลงเอ๋อว่าอยากให้เขาชอบฉันเหมือนกันเพื่อลดความเข้าใจผิดของทุกคน ฉันสัญญากับตัวเองในใจว่าจะต้องปกป้องหลงเอ๋อเพราะหลงเอ๋อบริสุทธิ์เกินไปทั้งคำพูด กิริยาการแสดงออก

                หลงเอ๋อช่างเป็นคนที่ไม่ระวังตัวเอาเสียเลย แต่ก็ไม่เห็นเป็นไร ฉันจะปกป้องหลงเอ๋อเอง จากตอนนั้นที่เจอกันที่คฤหาส ของตระกูลหลันในงานเลี้ยง ก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว ฉันเฝ้ามองการเติบโตของหลงเอ๋อ จากเด็กที่น่ารักตอนนี้ หลงเอ๋อกำลังจะ10ขวบแล้ว เขาสูงขึ้นจากตอนนั้น ใบหน้ารูปไข่เริ่มเข้ารูปผมสีม่วงอ่อนตาสีทอง หุ่นอรชร แต่แข็งแกร่ง ผมที่แต่ก่อนสั้นของหลงเอ๋อตอนนี้ยาวประบ่าแล้ว หลงเอ๋อมักจะไม่ใส่เครื่องประดับผมเลยสักอย่าง หลงเอ๋อจะผูกแค่ยางรัดผมรูปผีเสื้อสีเงินที่แม่ของเขาให้เป็นของขวัญเท่านั้น

                จะเห็นได้ว่าหลงเอ๋อเชื่อฟังแม่ของเขามากเป็นพิเศษ ก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะทั้งสองคนมีความผูกพันธ์กันและยังเป็นคนที่ร่วมกันสร้างพลังงานใหม่ที่ยานXenious’Jevaจะนำมาใช้ในอนาคต ถ้าหลงเอ๋อใส่เครื่องประดับมากกว่านี้อีกนิดละก็คงจะสวยมาก แต่ตอนนี้ก็สวยอยู่แล้วทั้งยังดูสะอาดแบบบริสุทธิ์อีก ตอนนี้ฉันสนิทกับหลงเอ๋อมากและมักจะไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มของเราด้วยกันบ่อยๆและปรึกษากันหลายๆอย่างตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตอนที่เราเริ่มคุยกัน เราเริ่มพูดคุยถึงสิ่งที่ฉันถนัด เรื่องของเทคโนโลยีและวิทยาการและการประดิษฐ์อุปกรณ์เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ

                และโปรเจคที่เราจะทำในอนาคต ฉันยอมรับเลยว่าหลงเอ๋อเป็นเด็กที่ฉลาดมาก ความคิดสร้างสรรค์และสิ่งที่ฉันทำ

และสร้างนั้นส่วนมากก็มาจากแนวคิดของหลงเอ๋อทุกสิ่งที่หลงเอ๋อพูดมันเป็นอะไรที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง อย่างเช่น เขาอยากเพิ่มความทนทานของอุปกรณ์การทหารให้เร็วขึ้นจนสามารถบินได้ครั้งแรกที่หลงเอ๋อพูดแบบนั้นฉันได้แต่หัวเราะและขำ ฉันไม่โทษเขาหรอกเพราะเขายังเด็กแต่ฉันก็ได้แต่เออ ออทำมันขึ้นมาเพื่อฆ่าเวลาและสิ่งที่ได้กับมาหลังจากทำการทดสอบคือผลที่เกินคาด อุปกรณ์ที่เรานำมาใช้ทดสอบมีความเร็วมากจนน่าตกใจ จนถึงจุดที่ใกล้จะถึงจุดอิ่มตัวของความเร็ว

                เหมือนฉันจะเห็นภาพติดตาของอุปกรณ์ก่อนที่มันจะไปหยุดอีกที่ ที่อยู่ห่างจากภาพติดตาของมันประมาณ500เมตร ทุกคนที่อยู่ที่นั้นเริ่มตกตะลึงและมองกันอย่างเหลือเชื่อ การที่อุปกรณ์การทหารนั้นสามารถเพิ่มความเร็วได้และสิ่งสุดท้ายที่จุดสูงสุดในกราฟแสดงออกมามันเหมือนการไฮเปอร์สปีด ของการ JUMP มากแต่ฉันอาจจะคิดมากเกินไปการJUMP

นั้นคือการกระโดดในช่วงเสี้ยววิเวลาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งส่วนมากจะใช้ยานหรือยานบินที่มีขนาดใหญ่ไม่มีทางที่จะใช้มันกับอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กที่ติดตั้งกับคนได้หรอก

                หลังจากทดสอบเสร็จเพื่อความแน่ใจฉันจึงให้เขาอธิบาย สิ่งที่น่าตกใจคือมันเกิดขึ้นจริง ๆ หลงเอ๋อ นำทฤษฎีการJUMP มาใส่ลงในอุปกรณ์การทหาร มันเป็นไปได้หรอ? ฉันตกใจกับสิ่งที่ได้ฟังฉันพยายามถามว่าเราจะสามารถแปรสมการได้ยังไงทั้ง ๆ ที่ ยานหรือยานบินนั้นใหญ่มาก ทั้ง โครงสร้างและแรงเสียดทานต่าง ๆ เขาบอกฉันว่า ก็แค่แปรให้มันเป็นขนาดเท่าเครื่องเคลื่อนย้ายส่วนบุคคลตรงไหนที่ขาดก็เพิ่มมันเข้าไปจนถึงลิมิต ท่าใช้ไม่ได้ก็หาแร่หรือสสารตัวอื่นที่ทนทานมากกว่ามาสร้างอุปกรณ์แทนก็ได้แล้ว

                ฉันต้องตกตะลึงกับแนวคิดของหลงเอ๋อหลังจากนั้นมาทุกอย่างที่เขาพูดและเสนอมาฉันจะนำกลับไปคิดทุกอย่าง

เพราะสิ่งที่หลงเอ๋อ เสนอมามันอาจเป็นไปได้ถ้าการคิดแบบคนทั่วไปคงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดแต่ถ้าเราออกมานอกกรอบและคิดตามสิ่งที่หลงเอ๋อบอก มันก็อาจเป็นไปได้ หลังจากเรื่องนั้นก็ได้มีการประกาศออกไปหลงเอ๋อ เสนอชื่อฉันว่าเป็นคนควบคุมโปรเจคและเขาไม่ขออะไร แต่มันจะได้ยังไงกันฉันจึงใส่ชื่อเขาเป็นผู้ช่วยในการสนับสนุน ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าในอนาคตหลงเอ่อจะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่ออกมาอีกกันแน่ความคิดนอกกรอบที่ไร้จุดสิ้นสุด

                หลังจากการทดลองหลงเอ๋อก็จะมักมานำเสนอสิ่งใหม่ ๆ บางครั้งก็มาพูดคุย ไปเที่ยวหรือถกเถียงเรื่องวิทยาการและสิ่งแปลกๆที่ฉันไม่เข้าใจ บางทีฉันก็คิดว่าฉันอยากจะเป็นกำลังให้กับหลงเอ๋อ และที่ฉันมีชื่อเสียงได้จนถึงตอนนี้ก็มาจากหลงเอ๋อ ฉันอยากอยู่เคียงข้างหลงเอ๋อได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และตอนนี้เหมือนหลงเอ๋อกำลังประดิษฐ์อะไรสักอย่างแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าคืออะไรพอฉันถามหลงเอ๋อก็จะพูดว่าความลับพร้อมกระซิบที่หูฉัน มันเป็นความรู้สึกแปลก ๆ และทำให้ฉันเขินมาก ฉันรู้ว่าถ้าหลงเอ๋อทำมันเสร็จก็จะบอกฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเพราะมันก็ดีเหมือนกัน

                ถ้าหลงเอ๋อจะทำอะไรที่น่าสนใจฉันก็จะคอยดูและช่วยเขาต่อไปเรามักจะพูดคุยกันบ่อย ๆ และ ไปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม มีฉัน หลงเอ๋อ ฟาหลัน อิงเอ๋อ หลิวเอ๋อ และพี่เหม่ย หลงเอ๋อเป็นคนที่มาทำให้ชีวิตของพวกเรานั้นมีความสุขพร้อมกับเสียงหัวเราะ ไม่ว่าพวกเราจะพูดเรื่องอะไรหลงเอ๋อก็มักจะให้ความสนใจด้วยทั้งหมดนอกจากนี้แล้วหลงเอ๋อยังมักไปพบฟาหลัน กับพี่เหม่ยอยู่บ่อยครั้ง พอฉันถามทั้ง2คนว่าหลงเอ๋อกำลังทำอะไรอยู่ช่วงนี้ ฟาหลันบอกว่า หลงเอ๋อมักจะมาให้เธอออกแบบภาพศิลปะเกี่ยวกับTarorix โดยหลงเอ๋อจะเป็นคนกำหนดหัวข้อและให้ฉันออกแบบตามแนวคิดของฉันให้ผสมกลมกลืนกับธรรมชาติถ้ารูปไหนถูกใจหลงเอ๋อก็จะบอกว่าชอบและขอมันไป


ส่วนพี่เหม่ยตอบว่า หลงเอ๋อพักนี้ชอบมาพูดคุยและถามถึง Tarorixสายพันธุ์ต่างๆ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบางที่ก็เป็นเบื้องลึกของการวิวัฒนาการของพวกTarorixในธรรมชาติต่างๆ บางครั้งเขาก็ทำวิทยานิพนธ์และเขียนโคลงกลอนเกี่ยวกับพวก Tarorixและเปรียบเทียบพวกมัน ตอนที่ฉันอ่าน วิทยานิพนและโครงกลอนของหลงเอ๋อมันทั้งแปลกตาและดูน่าสนใจไม่ว่าจะเป็น คำกลอนโบราณหรือแม้แต่ วิทยาศาสตร์ชีววิทยาที่เขียนขึ้นมาล้วนหน้าสนใจ หลงเอ๋อมักจะนำมันมาให้ฉันและทุกอย่างที่เขานำมาก็หน้าสนใจ แต่ก็ไม่รู้เขากำลังทำอะไรกันแน่ พี่เหม่ย ตอบพลางทำท่าคิด


ณ สถาบันการศึกษาZONE C ห้องส่วนบุคคล แผนกศิลปะจินตภาพการสรรสร้างและการออกแบบ

                ฉันเยี่ยน ฟาหลัน ขณะที่นั่งดืมชาพลางคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาหลังจาก พบกับหลงเอ๋อที่คฤหาสตระกูลหลันทุกอย่างเปลี่ยนไปมากหลังจากที่ฉันพบกับหลงเอ๋อ จากตอนนั้นก็ผ่านมา5ปี เด็กน้อยผมสีม่วงตาสีทองหน้าตาน่ารักคนนั้นตอนนี้กลายเป็นดอกไม้งามแล้ว ฉันยังจำครั้งแรกที่หลงเอ๋อพูดกับฉันได้ “เธอสวยมากเลย ฉันชอบเธอนะ” นั้นคือคำพูดที่ตราตรึงในใจฉันตลอดมาเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านหัวใจฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันรู้สึกเขินอายและสมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูก

              หลงเอ๋อเป็นคนที่เติมเต็มความฝันของฉันปลุกไฟในใจฉันให้สรรสร้างศิลปะที่สง่างามต่าง ๆ ยังไงนะหรอ??ทุกคนอาจจะเห็นเขาเป็นแค่เด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จะมีใครรู้บ้างว่าในความไร้เดียงสานั้นมีอารมณ์อันหลากหลายซ่อนอยู่ หลงเอ๋อเป็นทั้งประกายไฟที่เติมเต็มจิตวิญญาณของฉัน เป็นทั้งครูที่สอนให้ฉันรู้จักกับหลายสิ่งหลายอย่าง เป็นเพื่อนที่คอยถกเถียงและหยอกล้อฉัน คอยปลอบเมื่อฉันเศร้าและท้อ คอยให้กำลังใจฉันเสมอ ฉันยังจำได้วันนั้นที่หลงเอ๋อปลุกจิตวิญญานของจิตกรและพรสวรรค์ของฉันให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงกระซิบอันแผ่วเบา


                เช้าวันนั้นขณะที่ทุกคนกำลังนั่งล้อมวงหลงเอ๋อถามฉันว่าช่วยออกแบบและวาดรูปให้หน่อยได้รึเปล่า หลงเอ๋อพูดตอนที่นั่งข้างๆฉันด้วยเสียงกระซิบฉันหันไปตามเสียงและพยักหน้า เขาบอกว่าหลังพักกลางวันจะไปที่สวนของโรงเรียนก่อนจะขอตัวจากไป  พักเที่ยงฉันไปตามที่นัดในสวนของโรงเรียนเราถกเกียงเรื่องจิปาถะประมาณ5นาทีก่อนจะเข้าหัวข้อหลักหลงเอ๋อถามฉันว่า


“นี่ ฟาฟา เธอยังจำวันที่เราเจอกันได้ไหมที่ว่าถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับภาพและการออกแบบเธอจะช่วยผม”หลงเอ๋อถามฉันพลางก็มองออกไปที่สวน


“จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้ละ หลงเอ๋ออยากได้ภาพอะไร??ฉันจะวาดให้ไม่ว่าจะกี่ภาพ”ฉันตอบแล้วยิ้มพลางหันไปมองหน้าหลงเอ๋อ


“ผมอยากให้ ฟาฟาวาดภาพและออกแบบมันออกมา ผมจะกำหนดหัวข้อให้แต่ ฟาฟาต้องเป็นคน วาดภาพเหล่านั้นออกมาได้รึเปล่า” เขาถามฉันพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนฉันถึงกับเคลิ้มไปกับรอยยิ้มนั้นฉันตอบเขาอย่างไม่ลังเลเลย


“ได้สิ ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ฉันก็จะวาดให้หลงเอ๋อ” ฉันตอบพลางมองหลงเอ๋อที่คิดถึงหัวข้อก่อนจะบอกฉันว่าต้องการภาพอะไรฉันอยากให้เวลาตรงนี้เดินช้า ๆและหยุดฉันมองหลงเอ๋อและเคลิ้มฝันถีงทุกวันที่เราอยู่ด้วยกัน และสิ่งที่เขากล่าวออกมาทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงแห่งความฝัน พร้อมกับความมึนงงที่เข้ากระแทกฉันจนได้สติหลงเอ๋อกล่าวว่า


“ผมอยากได้ภาพเกี่ยวกับTarorix ภาพที่มีTarorixเป็นตัวหลัก และลายละเอียดรองของภาพ คือธรรมชาติ”หลงเอ๋อกล่าวออกมาพลางยิ้มและหัวเราเสียงใส


ฉันตกอยู่ในภวังค์ จมดิ่งสู่ความงุนงง อาจจะเป็นเพราะฉันไม่เข้าใจเนื้อหาหรือรายละเอียดที่เขาบอก มันกว้างมากเกินไปฉันคิดแทบหัวหมุนและสงสัยก่อนที่ฉันจะทันได้ถามอะไรหลงเอ๋อก็กล่าวกระซิบที่ข้างหูฉันเบาๆว่า “อย่ายึดติดและอยู่แต่ในกรอบลองผ่อนคลายและปล่อยมันไปตามอารมณ์มองออกไปให้กว้างผมไม่อยากได้รูปที่ออกมาแค่ตาเห็นแต่ใช้ใจเห็น”หลงเอ๋อกล่าวแบบนั้นก่อนจะบอกว่าไม่ต้องรีบร้อนไปจำกัดเวลาหนึ่งอาทิตย์ค่อยทำมันออกมา  แล้วเราก็แยกกันฉันกลับมาที่บ้านของฉันและเก็บตัวคิดทบทวนถึงสิ่งที่เขาบอก ฉันอยู่ในห้องวาดรูปของบ้านพลางคิดทุกสิ่งทุกอย่างและเหมือนฉันจะมีอะไรมาสกิดใจ ให้ฉันเริ่มวาดภาพมันเหมือนเปลวไฟที่ลุกขึ้นในใจฉัน


               ฉันเริ่มวาดภาพแล้วภาพเล่ายิ่งวาดยิ่งยากที่จะหยุด ฉันพยายามนึกถึงสิ่งที่หลงเอ๋อบอก “ไม่ใช่แค่ตาเห็นแต่ใจเห็น”ฉันวาดภาพเสร็จหนึ่งภาพและมองมันสักพัก ฉันคิดว่าภาพมันสวยงามแต่มันยังขาดอะไรไปอยู่ ฉันเริ่มวาดใหม่อีกภาพและเมื่อวาดเสร็จมันสวยงามกว่าภาพที่ผ่านมา แต่มันก็ยังเหมือนขาดอะไรไปอยู่ดีฉันวาดภาพแล้วภาพเล่าทุกๆภาพค่อยๆสมบูรณ์ขึ้น ฉันพยามวาดต่อไปเรื่อย ๆ ความคิดและคำพูดที่หลงเอ๋อกล่าว วนเวียนในหัวฉันอยู่ตอลด ภาพทุกภาพล้วนถูกวาดเติมแต่งและสร้างสรรค์ออกมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ฉันวาดภาพไปแล้ว 29 ภาพฉันมองดูพวกมันที่ถูกวาดขึ้นมาและคิดว่ามันขาดอะไรไปกันแน่

                ฉันคิดแล้วก็คิดไม่ออกแต่ฉันก็นึกถึงหัวข้อรองของหลงเอ๋อ ธรรมชาติ ฉับพลันที่ความคิดแล่นเข้ามาในหัวฉันมันก็เหมือนมีข้อมูลหลายอย่างเข้ามาในหัวฉันมากมาย ฉันรู้แล้วว่ารูปภาพของฉันขาดอะไร มันขาดส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้ภาพเหล่านี้สมบูรณ์ส่วนที่จะเชื่อม เหล่าTarorixเข้ากับ ธรรมชาติ ฉันหยิบแปรงขึ้นมาและแต่งแต้มมันลงไปทุกภาพฉันกลับมานั่งมองภาพเหล่านี้อีกครั้งหลังจากลงแปรงสีครั้งสุดท้าย พวกมันสวยงามขึ้น กลมกลืน สง่างาม เหมือนมีชีวิต ธรรมชาติที่แต่งแต้มเหล่าTarorix


                ตั้งแต่ฉันกลับมาถึงคฤหาส ฉันก็หมกตัวอยู่แต่ใน ห้องสตูศิลป์ เพราะความเป็นห่วงว่าฉันเข้ามานานเกินไป แม่ของฉันจึงเข้ามา ฉันนั่งเหม่อมองพวกภาพเหล่านี้ตลอดเวลาราวกับจะชื่นชมพวกมัน หลังจากที่แม่ฉันเข้ามาเห็นภาพเหล่านี้ เธอก็มีอาการที่แสดงออกถึงความตกตะลึ่งพลางก็กล่าวอย่างพยายามรักษาความตื่นเต้นไว้แต่มันก็แสดงออกทางเสียงของเธอ “ฟาฟา ภาพพวกนี้ลูกวาดเองเหรอจ๊ะ แม่ขอดูหน่อยได้ไหม มันเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่แม่เคยเห็นมาเลย ความสง่างามที่ราวกับมีชีวิตของภาพ ฟาเอ๋อ ลูกเป็นอัจฉริยะตัวน้อยจริงๆ” เธอกล่าวพลางชื่นชมฉัน                

ฉันฟังสิ่งที่แม่กล่าวฉันเป็นอัจฉริยะงั้นหรอ?? ฉันนิ่งเงียบสักพักก่อนจะตอบกลับไป “ค่ะรูปพวกนี้หนูเป็นคนวาดมันออกมา แต่ที่มันสมบูรณ์แบบนี้ได้ทั้งหมด เพราะว่าหลงเอ๋อค่ะ หลงเอ๋อเป็นคนบอกหนูสอนหนูให้เข้าใจทุกอย่าง หลงเอ๋อเป็นคนจุดประกายไฟและเข้ามาเติมเต็มให้มันสมบูรณ์ หนูเข้าใจแล้วว่าทุกสิ่งที่หลงเอ๋อพูดหมายถึงอะไรกว่าหนูจะเข้าใจความหมายของภาพพวกนี้ได้ มันไม่ง่ายเลย แต่ถึงเป็นแบบนั้นหลงเอ๋อก็ยังพูดกับหนูและบอกอย่างใจเย็น หนูดีใจดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับหลงเอ๋อ” หลังจากฉันกล่าวแบบนั้น น้ำตาฉันก็เริ่มไหลออกมาด้วยความรู้สึกปิติฉันไม่เคยดีใจกับการวาดรูปขนาดนี้มาก่อนถึงฉันจะวาดรูปเก่ง แต่มันเหมือนเดินมาสุดทางแล้วแต่เพราะหลงเอ๋อทำให้ฉันก้าวข้ามผ่านมันมาได้


                หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของฉันก็จัดการนำภาพที่ฉันวาด ไปจัดแสดง ทุกภาพที่ฉันวาดล้วนมีชื่อเสียงและราคามหาศาล หลายล้านเครดิต ล้วนมีผู้คนมากมายมาวิพากวิจารและชื่นชมไม่หยุด ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อตอบแทนหลงเอ๋อได้บ้างนอกจากภาพที่จะให้ ฉันสัญญากับหลงเอ๋อว่าจะให้ภาพที่เขาต้องการภาพใดก็ได้แต่เขากลับยิ้มและพูดว่าผมขอให้วาดรูปเพื่อเป็นแบบของสิ่งที่ผมจะสร้างในอนาคต ผมได้รับมันแล้วเป็นความทรงจำที่ดี เขาพูดแบบนั้นพลางยิ้มให้ฉันฉันพูดอะไรไม่ออกได้แต่ตอบรับเขา ฉันบอกให้แม่ใส่ชื่อของหลงเอ๋อทุกภาพที่ฉันวาดมันเผื่อมันจะช่วยให้ฉันสบายใจได้‘ผู้ออกแบบภาพ “เยี่ยน ฟาหลัน” แรงบันดาลใจ “หลันหลงเอ๋อ” ศิลปกรรมมีชีวิต’


                ฉัน ซางฉง เหม่ยฮวา ปีนี้ฉันกำลังจะอายุ 12 แล้ว ฉันเป็นลูกสาวของ ซางฉง เหลี่ยนซู และ ซางฉง กัว  พ่อและแม่ของฉัน พวกท่านเป็น นักวิจัยชีววิทยาและนักวิทยานิพนธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่จะเน้นในสถาบันและให้สังคมถือว่าเป็นคนมีชื่อเสียงมาก เพราะพวกท่านไม่ค่อยจะว่าง และเพื่อไม่ให้พวกท่านต้องห่วงฉันถึงต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อไม่ให้พวกท่านต้องคอยกังวลเรื่องฉัน แน่นอนฉันเป็นคุณหนูตระกูลซางฉงค่ะ มันพลอยทำให้ทุกคนคอยจับตามอง ฉันชอบทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับTarorixค่ะ ไม่ว่าจะเรื่อง อะไร ที่เกี่ยวกับมันฉันจะชอบทั้งหมด


                เห็นแบบนี้ฉันก็มีเพื่อนนะค่ะ เพราะในสถาบัน ก็ได้มีการจัดคลาสพิเศษสำหรับพวกหัวกระทิมาอยู่และจะมีห้องแยกสำหรับพวกสถานะทางสังคมมีความสำคัญหรือ เรียกง่ายๆก็ตัวตนพิเศษค่ะ ฉันจัดอยู่1ในนั้น พวกเราเข้ากันได้ดี เพราะฉันโตที่สุดฉันจึงต้องทำตัวเป็นผู้นำทุกคน หลิวเอ๋อ กับอิงเอ๋อ ก็เป็นตัวตนพิเศษค่ะ ถึงหลิวเอ๋อจะซนไปบ้างแต่ก็เชื่อฟังตลอด อิงเอ๋อก็เป็นเด็กน่ารักเรียบร้อยและมีพรสวรรค์ด้านเภสัช ส่วนฟาหลันเธอเป็นจิตกรค่ะถึงจะอายุน้อยแต่เธอวาดภาพได้สวยมาก จินเซียงก็น่ารักเธอเป็นเด็กฉลาดมีความรู้เรื่องอุปกรณ์และวิทยาการไฮเทคต่างๆ


                พวกเราจะชอบมาเล่นกันตอนที่พ่อแม่ของเราไปทำงานค่ะ ฉันเป็นผู้นำพวกเขาจนกระทั่งวันนั้นที่ คฤหาสตระกูลหลัน พวกเราทั้ง 5คนก็ได้พบก็ เด็กน้อยผมสีม่วงอ่อน หลันหลงเอ๋อฉันต้องบอกก่อนว่าครั้งแรกที่ฉันเห็น ฉันรู้สึกว่าเวลาหยุดไปพักนึงหลังจากที่มองตาของหลงเอ๋อ ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น หลงเอ๋อเริ่มเป็นศูนย์กลางของพวกเราเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป อาจจะฟังดูแปลก แต่ทุกครั้งฉันเห็นหลงเอ๋อฉันรู้สึกมีความสุขแต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าเกิดจากอะไรครั้งแรกที่เขาเรียกฉัน “เหม่ย เหม่ย” ฉันรู้สึกอายมากค่ะที่ถูกเรียกแบบนั้นเพราะฉันอายุมากกว่าหลงเอ๋อ


                แถมยังถูกเรียกแบบนั้นต่อหน้าทุกคนฉันอายมากจริงๆ ฉันมองค้อนใส่หลงเอ๋อและบอกให้เรียกฉันว่า พี่เหม่ยพอฉันทำแบบนั้นหลงเอ๋อก็เหมือนจะร้องไห้ออกมาและก็พูดด้วยเสียงสะอื้น ฉันรู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูกไม่คิดว่าจะทำให้หลงเอ๋อร้องไห้ ฉันพยายามปลอบและสุดท้ายก็ให้หลงเอ๋อเรียกฉันว่าเหม่ยเหม่ย หรือบางครั้งก็จะเรียกฉันเหม่ยเอ๋อบ้างบางคราว ทุกครั้งที่หลงเอ๋อพูดแบบนั้นมันจะแฝงไปด้วยความน่ารักและเหย้าแหย่ฉันชินซะแล้วละค่ะ ฉันเริ่มเห็นศักยภาพทุกอย่างของหลงเอ๋อได้ชัดขึ้นและก็ได้เข้าใจในที่สุดว่าหลงเอ๋อ


                เป็นตัวตนที่พิเศษที่สุดในกลุ่มของพวกเรา พวกเรา6คน ถูกจัดให้อยู่ใน คลาสเรียน SSS ซึ่งเป็นคลาสที่รวมเอาอัจฉริยะอายุน้อยและมีความสามารถด้านต่างๆมาร่วมกัน พวกเราจะไม่ถูกจำกัดการเรียนรู้และสามารถ เรียนรู้อะไรเองก็ได้โดยไม่มีใครต้องสอนยกเว้น คาบวิชาบังคับ การเรียนจริยธรรมและกฎต่างๆของ Xenious’Jeva ถ้าฉันว่างฉันจะพูดคุยเรื่องTarorixกับหลงเอ๋อ หรือ หาที่สงบและอ่านสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับTarorixชนิดต่าง ๆ และวันหนึ่งหลงเอ๋อก็มาพูดกับฉันว่าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับTarorix ทุกสายพันธ์ในแบบรวบรัดเข้าใจง่าย


                ฉันไม่รู้ว่าหลงเอ๋อจะเอาไปทำไมแต่ฉันแน่ใจว่าหลงเอ๋อก็ชอบTarorixเหมือนกันอาจเป็นเพราะสายตาบริสุทธิ์ของหลงเอ๋อฉันถึงชอบไม่ว่าหลงเอ๋อจะให้ฉันทำอะไรฉันก็จะเห็นดีเห็นงามตามไปหมด เฮ้อตามใจแบบนี้หวังว่า หลงเอ๋อจะไม่เสียคนหรอกนะ ฉันรวบรวมข้อมูลและส่งให้หลงเอ๋อไป และวันต่อ มา หลงเอ๋อก็มาขอ เกี่ยวกับการวิวัฒนาการและการเจริญเติบโตและการอยู่อาศัยในธรรมชาติของแต่ละสายพันธุ์ ฉันไม่เข้าใจว่าหลงเอ๋อจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปทำอะไรแต่ฉันก็ให้ไปโดยที่ไม่ได้ทัดทานอะไร


หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นฉันก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะอยู่ดีดีฉันก็มีชื่อเสียงขึ้นมาพ่อแม่ของฉันดีใจมากและเข้ามาชมฉันยกใหญ่ ฉันได้รับรางวัลต่างๆ ด้านวรรณศิล วิทยานิพนธ์และอื่นๆอีกมาก ต้นเหตุมาจาก หนังสือที่มีชื่อว่า “Tales Tarorix Million Tails” ฉันมารู้เอาตอนก่อนจะขึ้นรับรางวัลว่า หนังสือนี้รวบรวมเอา เรื่องเกี่ยวกับ Tarorix มาเขียนร่ายเป็นโคลงกลอน ให้ความรู้สึกคลาสสิคและแฝงด้วยข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันไว้มากมาย มีภาพออกแบบเคลื่อนไหวของTarorixและการเปลี่ยนแปลงของพวกมันเคลื่อนไหวในE-Bookที่นำเสนอ มันถูกอัพโหลดลงในเครือข่ายของ UI Pad และมีชื่อของฉันเป็นผู้รวบรวม


ฉันนั่งฟังรายละเอียดของข้อมูลก็เริ่มรู้ตัวว่ามันเป็นข้อมูลที่ฉันรวบรวมให้หลงเอ๋อ หลังจากฉันรับรางวัลเสร็จก็พบหลงเอ๋อและทุกคนมาร่วมยินดีกับฉัน ฉันประหลาดใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นฉันมีหลายสิ่งหลายอย่างจะพูดกับหลงเอ๋อแต่มันก็อธิบายอะไรออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ มันมีแต่ความตื้นตันและความสุขฉันพยายามกลั้นน้ำตาให้ไหลย้อนกลับเข้าไปไม่ให้มันไหลออกมา หลงเอ๋อพูดกับฉันว่า อยากให้ฉันมีเวลาอยู่กับพ่อแม่เพราะพวกท่านงานยุ่งตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะความเหงาที่ฉันแสดงออกมาให้สุขุมเพื่อให้พวกท่านไม่ต้องกังวลและมีเวลาทำงาน


หลงเอ๋อเข้าใจว่าฉันรู้สึกแบบไหน แค่อยากให้ฉันมีความสุข แค่คำพูดนั้นฉันกลับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ได้แต่ปล่อยให้มันไหลออกมา ฉันบอกหลงเอ๋อว่าฉันขอต้นฉบับได้ไหมฉันแค่จะเพิ่มเติมอะไรนิดหน่อยแล้วฉันจะอัพโหลดคืนให้ หลังจากฉันได้ต้นฉบับของ ‘Tales  Tarorix Milloin Tails’ ฉันก็ทำการเพิ่มชื่อของทุกคนลงไปให้มีส่วนร่วมกับฉัน

“ ‘ซางฉง เหม่ยฮวา ผู้รวบรวบวิทยานิพนธ์’ ‘ฮวา ยู่จินเซียง,เยี่ยน ฟาหลัน, ฝานโหว อิง,ฝานโหว หลิว เป็นผู้เติมแต่งจิตกรรมภาพ’ และ ‘หลันหลงเอ๋อ ผู้สร้างสรรค์’ ”

หลังจากฉันแก้ไขทุกอย่างเสร็จ ก็ทำการส่งต้นฉบับไปที่ฐานข้อมูลหลักเพื่อใช้เป็นวิทยานิพนธ์ในอนาคต พวกเรามีชื่อเสียงมากมาย เพราะหนังสือที่หลงเอ๋อเป็นคนสร้างขึ้นมา ฉันมีเวลาอยู่กับพ่อแม่มากขึ้นและตอนนี้ฉันไม่เหงาแล้วฉันไม่รู้จะทดแทนสิ่งที่หลงเอ๋อทำให้ฉันได้ยังไง แต่ฉันสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างหลงเอ๋อไม่จากไปไหน

                หลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น พวกเราทุกคนจะหาเวลามาร่วมกันและคิดกิจกรรมและสิ่งต่าง ๆ ว่าจะทำอะไรดีฉันเริ่มใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเมื่ออยู่กับทุกคน พยายามผ่อนคลายไม่ต้องแบกรับทุกสิ่งไว้คนเดียว ในกลุ่มเราทั้งหมด6คน

หลิวเอ๋อเป็นเหมือนบอดี้การ์ด ส่วน อิงเอ๋อก็เหมือนคุณหมอเลยทุกครั้งที่ไปไหนเธอจะพกอุปกรณ์ทำแผลเล็กๆไปด้วยเสมอฉันเข้าใจเพราะว่าพวกเราทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อิงเอ๋อก็อยากจะมีส่วนช่วยเหลือพวกเรา เธอเป็นเด็กน่ารัก เธอเก่งเรื่องเภสัชและการทำแผล

                ฉันเดาว่าในอานาคตเธอคงจะเป็นคุณหมอสาวสวยคนนึงเลยละพวกเราดำเนินชีวิตไปแบบนี้อย่างมีความสุข

Xenious’Jeva ศักราช 10033 เดือน เมษายน วันที่ 26

                ตอนนี้ผมกำลังหมกมุ่นกับกิจกรรมและงานอดิเรกของผม สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ ผลงานชิ้นแรกของผม ผมใช้เวลา ตลอดระยะเวลา2ปีที่ผ่าน มารวบรวมสิ่งต่าง ๆที่จำเป็น ผมได้ความคิดมาจากการเดินทางข้ามรูหนอนที่ต้องใช้การเปิดรูหนอนเพื่อใช้เดินทางข้ามผ่านจาก แหล่งจ่ายพลังงานไปยังจุดหมายปลายทาง การเปิดรูหนอนนั้นแต่ละครั้งสามารถทำได้แต่มันก็ยังช้าและมีข้อเสียแถมพลังงานที่ใช้ก็ยังมีกำลังไม่เพียงพอการเตรียมการจึงนานและข้อผิดพลาดก็มีมากเกินไป

                ผมจึงได้วางแผนและสร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมานั้นคือประตูมิติที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากรูหนอนซึ่งประตูที่ผมสร้างนี้มีความเสถียรมากกว่าและใช้พลังงานใหม่ที่ได้ค้นพบเป็นแหล่งพลังงาน และมันก็จะโผล่ขึ้นมาตามคำสั่งของผมผ่านอุปกรณ์ เคลื่อนย้ายมิติ ประตูจะโผล่ออกมาเมื่อมันได้รับคำสั่งจากผมแทนที่จะ ใช้คำสั่งจากคนที่อยู่บนยานหรือจุดวาปเป็นคนเปิดให้ แต่ผมสามารถ เปิดประตูเองได้โดยไม่ต้องบอกและกำหนดปลายทางเองได้ถึงประตูจะโผล่มาแต่มันจะยังไม่เชื่อมต่อหากไม่ได้รับคำสั่งกำหนดปลายทาง


                ข้อแตกต่างระหว่างรูหนอน และประตูมิติที่ผมสร้าง ต่างกันนิดหน่อย รูหนอนจะเป็นเหมือนอุโมงเมื่อมีคำสั่งกำหนดปลายทางจากสถานที่ของ ยานไปยังปลายทาง แต่ ประตูมิติที่ผมสร้างประกอบไปด้วย ประตูขนาดใหญ่สูง10เมตรยาว14เมตรทำจากแร่ ที่มีความทนทานและสามารถรับพลังงานได้มากบานประตูที่สูงราว10เมตรนี้ ตัวประตูถ้าจะให้มันโล่งไปผมก็รู้สึกเสียดายแร่ต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงาม เลยไปขอ ให้ ฟาหลัน วาดภาพเกี่ยวกับ Tarorixให้ แค่กำหนดหัวข้อให้ฟาหลันก็จะวาดออกมาภาพที่ฟาหลันวาดมันสวยจริงๆ


                ผมเอาภาพเหล่านั้นมาค่อยๆออกแบบประตูตามแต่ละรูปที่ผมได้กำหนดรูปแบบ ผมขอให้ ฟาหลันวาดรูปออกมาเรื่อย ๆ และผมก็เอาภาพพวกนั้นมาเป็นแบบในการสร้างประตูขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณ จินเซียง กับ เหม่ยเหม่ยด้วย เพราะว่าเหม่ยเหม่ยมีส่วนช่วยให้ผมเข้าใจและเลือกแบบของภาพที่จะเอามาสร้างจากภาพทั้งหมดที่ฟาหลันวาดและ จินเซียงที่ให้คำแนะนำผม และสอนผมเกี่ยวกับ เทคนิคการใช้และสร้าง อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ผมใช้เวลา ศึกษาและค้นคว้าไปกับทฤษฎีของรูหนอนและปรับความเข้าใจและเปลี่ยนให้มันเหมาะกับพลังงานใหม่ที่จะใช้ส่งผ่าน เมื่อเรียกประตู


ประตูจะโผล่ขึ้นมา แต่ประตูจะยังไม่เปิด ถ้าผมยังไม่กำหนดปลายทาง ประตูสามารถนำรถบรรทุกของเล็ก ๆผ่านเข้าไปได้  ใจจริงก็อยากจะสร้างให้ใหญ่กว่านี้แต่แร่ที่มีอยู่ในโกดัง มันจะหายไปเยอะเกินคนอื่นจะสงสัยได้ เรียกได้ว่าใช้แร่ได้สิ้นเปลืองมากนี้ไม่รวมแร่ที่ถูกขัดออกไปตอนแกะสลักลายประตู ใจจริงก็เสียดายแต่ก็เก็บไว้ไม่ได้ทิ้งหรอก ถ้า จินเซียงหรือใครมาเห็นว่าใช้สินแร่ในโกดังของสถาบันแบบนี้มีหวังโดนด่าแหงเพราะงั้นใช้แค่นี้ก่อนน่าจะดีกว่า ถึงอย่างนั้นผมก็ใช้เวลาสร้างมันนานมาก ทฤษฏีรูหนอนแค่มาปรับให้เข้ากับประตูมิติใช้เวลาประมาณ ครึ่งปี


 แต่เพราะอยากให้งานอดิเรกของผมออกมาดูดีเลยใช้สินแร่ไปกับการออกแบบเยอะพอดูแล้วไหนจะทำผิดหรือภาพสลักประตูไม่สวยหรือไม่เข้ากับTheme ก็เลยแงะออกมาละเอาสินแร่โปะเข้าไปและแกะใหม่อีกที รวมแล้วจากครึ่งปีที่น่าจะเสร็จก็กินเวลาไป 2 ปีกว่าเลย ก็อยากได้งานที่ดูดีมีพลัง เพราะเป็นงานอดิเรกเลยไม่กล้าบอกใคร ที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมเอาแร่ที่มีค่าไปสร้างอะไรตามใจชอบละนะเฮอะๆ ในที่สุดก็เสร็จแล้ว ผลงานชิ้นแรกของผมเวลา 2ปีที่เสียไปคุ้มค่าจริงๆพอมองดูแบบนี้


ประตูที่สูงใหญ่ตระการตาถูกสลักไปด้วยภาพของเหล่าTarorixหลายหลายสายพัน ให้ความรู้สึกของพลังและสง่างาม เหมือนมีชีวิตจริงๆเลย บวกกับสินแร่พิเศษที่ผมเอามาถลุงเล่นก็ช่วยเพิ่มสีสันและความสวยงามได้มากแถมความทนทานก็ไม่ต้องพูดถึงเลยส่งถ่ายพลังงานได้ดีไม่มีขัดช่างเป็นภาพที่สวยงาม หลังจากทดลอง เรียกประตูไปพิกัดต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ควบคุมที่ผมสร้าง ให้มันพกพาได้ผ่านคำสั่ง ผมสร้างอุปกรณ์ควบคุมประตูและทำให้มันคล้ายนาฬิกาลัดข้อมืออิเล็กรอนิคในโลกก่อน


หลังจากทดลองให้มันโผล่ไปที่พิกัดที่กำหนดได้โดยไม่มีปัญหาผ่านแถบควบคุมสายรัดข้อมือ ผมก็ลองสั่งเดินเครื่องเพื่อเชื่อมต่อปลายทาง เริ่มจากผมลองเชื่อมไปสถานที่ของสวน Garden EternalZ  เพราะไม่อยากให้เป็นที่ส่งสัยเลยเชื่อมไปทีนั้นการปรากฏขึ้นของประตูมิติหลังจากสั่งการเริ่มแรกเมื่อประตูปรากฏขึ้นคล้ายเหมือนมีเวทมนต์ รอบพิกัดที่ส่งคำสั่งให้ประตูปรากฏจะเกิดการบิดผันของมิติเล็กน้อยไม่มีผลกระทบ แร่และสสารต่างๆของประตูมิติจะเคลื่อนจากที่หนึ่งไปยังพิกัดที่ระบุ      

โดยการเปลี่ยนตัวมันเองให้เป็นสสารขนาดเล็กลอยเข้าไปในมิติที่เกิดการบิดผันมันเป็นภาพที่น่าทึ่งมาก แร่จากประตูกระจายตัวออกข้ามผ่านมิติและค่อยๆมาประกอบกันอีกที เมื่อประตูปรากฏ มันเหมือนภาพของ ลมและพายุพัดวนอยู่บริเวณนั้นก่อนจะมีของที่คล้าย เศษฝุ่นและของเหลวไหลมาประกอบกันเมื่อกลายเป็นประตู ตัวแร่จะส่องแสงสีสันต่างๆให้ความรู้สึกไฮเทคโนโลยีแปลกๆ แต่ก็เข้ากับภาพTarorixได้อย่าลงตัว และเมื่อเดินเครื่องประตูจะมีปฎิกิริยาเชื่อมต่อรูหนอนและบานประตูจะเปิดแยกออกจากกันเป็นทางเชื่อมคล้ายรูหนอน แบบแรก แต่จะไม่มีอุโมงแบบรูหนอนแต่เป็นอีกฝากของพิกัดที่เชื่อมต่อเลย


ผมลองเชื่อมต่อและไปเดินเล่นพร้อมสำรวจรอบ ๆประตูมิติสักพัก ก่อนจะเดินเข้าประตูมิติกลับมายังห้องที่ผมสร้างประตู เมื่อทดลองได้สักพักและไม่พบปัญหาใดๆก็เป็นการปิดโปรเจคประตูมิติที่ทำมา2ปีอย่างสบายใจ แต่ค่อยบอกทุกคนเรื่องนี้ทีหลังละกันปล่อยเรื่องนี้ไปอีกสักพัก ส่วนตอนนี้ได้เวลาไปพักผ่อนก่อนยังมีอีกหลายอย่างที่อยากสร้างแฮะจะทำอะไรต่อดีน่า? หลังจากวันนั้นผมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าได้ตัวเองได้เขียนหน้าประวัติศาสตร์ และเป็นคนนำมาซึ่งภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆ

คนอื่นนำสิ่งที่ผมสร้างไปศึกษาต่อแต่มันก็เป็นเรื่องหลังจากนี้อีกสักพักใหญ่ได้ละนะกว่าผมจะรู้ตัวว่าได้สร้างอะไรไปก็ตอนที่ จินเซียงเข้ามาบอก ผมตกใจมากไม่คิดว่าสิ่งที่ผมสร้างจะเป็นอะไรที่ซับซ้อนขนาดนั้นเลย

Xenious’Jeva ศักราช 10033 เดือน พฤษภาคม วันที่ 1

การเปลี่ยนแปลงและสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น