Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 3 ผู้แข็งแกร่งที่สุด ​

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ผู้แข็งแกร่งที่สุด ​

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 657

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 02:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ผู้แข็งแกร่งที่สุด ​
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ผู้แข็งแกร่งที่สุด

                หลังจากเกิดเรื่องในแลปวิจัยทดลอง ก็ผ่านไป 2 อาทิตย์แล้ว ภายใน2อาทิตย์นี้ทุกคนดูยุ่งไปหมด ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต่างก็ไปที่ต่าง ๆ และ ปรึกษากับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ยกเว้นผม ตอนนี้ผมกำลังพยายามนั่งทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในแลปทดลองว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากอะไร ตอนนั้นผมแค่สงสัยว่า จะใช้อะไรในการกระตุ้น ปฎิกิริยาของสสาร ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผมพยายามทำความเข้าใจก่อนจะแก้สูตรและคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องอย่างที่บอกไป


                หลายวันมานี้คุณพ่ออยู่แต่ในห้องเห็นได้ชัดว่าเขากำลังเก็บกวาดเรื่องที่ผมเป็นคนก่อไว้ ทุกคนในวันนั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ ถูกสั่งให้เก็บเรื่องที่เห็นเป็นความลับ ส่วนคุณแม่ก็ไปมาระหว่างสถาบันวิจัยและบางครั้งเธอก็พาพวกเหมือนนักวิทยาศาสตร์กลับมาด้วยเพื่อศึกษา แกนพลังงานปฏิกรณ์ใหม่ที่ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดเพราะอะไร และผมก็คิดว่าคงจะดีกว่าผมอธิบายให้พวกเขาทั้งหมดเข้าใจ เพราะผมก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน ตลอด 2 อาทิตย์นี้ ผมถูกห้ามไม่ให้เข้าไปห้องแลป และต้องอยู่ในสายตาของแม่และผู้ดูแลตลอด


                เพราะแม่ไม่วางใจกลัวผมจะไปสร้างเรื่องอะไรอีก ทุกครั้งที่แม่มีเวลาว่างแม่จะมาคุยกับผมและถามผมว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ผมเห็นอะไร ทำอะไร มีคนคอยดูแลรึเปล่า ผมไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรที่แม่ทำ ก็เพราะไม่อยากให้ผมเจอกับเรื่องอันตรายผมเข้าใจดี แม่มักจะคุยกับผมด้วยเสียงอันอ่อนโยนและเป็นห่วง  ทุกครั้งที่ผมมองเธอและได้ยินเธอพูดแบบนั้นผมก็พอเข้าใจได้ว่าผมคงจะทำให้เธอตกใจมาก ดูจากมือเธอที่เป็นแผลจากการทุบกระจกก็พอจะเดาได้ ผมพยายามบอกทุกอย่างเท่าที่จะบอกได้ให้แม่ฟังยกเว้นช่วงที่ผมแอบเข้าเว๊บไซผู้ใหญ่


                มันก็เป็นธรรมดานิถึงตัวผมจะเป็นเด็กแต่ อายุจิตใจผม 26 แล้วนะตอนนี้ ช่วงเวลาว่างผมจะใช้ UI Pad ดูสิ่งต่าง ๆ ตอนนี้ผมกำลังสนใจเกี่ยวกับ การเจริญเติบโตและวิวัฒนาการของ Tarorix ตอนที่ผมบอกแม่ไป เหมือนแม่จะหยุดคิดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ผมจะศึกษามันแค่ถามว่า ผมศึกษามันไปทำไม ผมแค่อยากรู้เรื่องของสัตว์ที่หน้าตาคล้ายกับมังกร มันดูหน้าสนใจดี เพราะในโลกก่อนมังกรเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่อยู่ในนิยายเท่านั้น แต่มาที่นี่ มันมีสิ่งที่คล้ายกันแถมมันยังเชื่องและไม่ดุร้ายอีกแม่บอกว่าเมื่อผมเข้าสถาบันศึกษาจะมีโอกาสได้ศึกษามันถ้าผมสนใจละก็สามารถไปดูTarorix ตัวจริงที่ สวน


Garden EternalZ และแผนกเฉพาะได้และเหมือนผมจะได้ยินแม่พูดว่า มีPrimalบางหน่วยที่ ใช้Tarorix ในการปฏิบัติภารกิจและPrimalบางคนก็เลี้ยงTarorixได้ แต่ก็เฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น พอผมได้ฟังก็มีความคิดว่าอยากจะมีไว้สักตัวเหมือนกัน สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมังกรเป็นอะไรที่เท่ มากๆเลยในความคิดผม นี้สิถึงสมเป็นต่างโลกบนยานลำนี้เต็มไปด้วยวิทยาการต่าง ๆ รวมถึงวิทยาการขนส่ง โดยเฉพาะการเปิดประตูที่เชื่อมต่อรูหนอนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง


                แม้วิทยาการเราจะก้าวไกลแต่การเปิดรูหนอนทีหนึ่งก็จำเป็นต้องมีตัวจ่ายพลังงานเพียงพอ อย่างเช่นถ้าเราจะเปิดรูหนอนไปที่อื่นจากบนยาน Xenious’Jeva หรือฐานที่มั่นต่าง ๆที่ติดตั้ง อุปกรณ์มิติเราสามารถ เทเลพอตตัวเองไปได้โดยการเลือกสถานที่แล้วเดินเข้ารูหนอนไป กลับกัน เมื่อเราอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีตัวจ่ายพลังงานที่เพียงพอ เราจะไม่สามารถเปิดรูหนอนเพื่อเดินทางได้ทำได้เพียงการติดต่อกับยานหรือฐานและบอกพิกัดก่อนที่เราจะไปรอเข้ารูหนอนตามเวลา ผมรู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป


                ถ้าเราสามารถเปิดมันได้จากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องแจ้ง มันน่าจะสะดวกกว่ามากแถมเผื่อไว้ว่าถ้ามีอุบัติเหตุหรือไปช้ากว่าที่กำหนดการเปิดรูหนอนก็เสียเปล่า ตอนนี้วิทยาการเราก้าวหน้าไปไกล และเมื่อไม่นานมานี้ผมก็เพิ่งจะเจอพลังงานใหม่ ว่าง ๆ ผม คงต้องหาเวลาไปศึกษาเกี่ยวกับการเปิดประตูมิติเพิ่มแล้วสิ มันน่าสนใจดีตอนนี้ก็ทำได้แค่ศึกษาอะไรเองไปก่อนเท่าที่จะทำได้ ผมหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีหลังจากที่เรื่องมันสงบลงแล้ว ตอนนี้ เริ่มมีคนมาที่บ้านบ่อยขึ้น ทั้งคนที่เหมือนนักวิทยาศาสตร์ คนที่เหมือนวิศวกร แพทย์ ทหาร


                ทุกคนดูเหมือนจะเป็นคนใหญ่คนโตทั้งนั้นเลย ช่วงนี้ผมคงต้องอยู่คนเดียวไปก่อนให้เรื่องมันสงบลง และก็เป็นอย่างที่คิดว่าหลังจากนั้น 3วันบ้านของผมก็จัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ ถึงจะบอกยังงั้นก็เถอะแต่จุดประสงค์ก็คือการมาประชุมของผู้นำระดับแนวหน้าของยาน Xenious’Jeva ทั้งนั้น และแน่นอนครั้งนี้ผมถูกพาไปยังที่ประชุมด้วย หลังจากงานเลี้ยงเริ่มต้นก็มีรถต่าง ๆ และผู้คนเข้ามาที่บ้านไม่หยุด ถ้านับจาก ใบรายชื่อแขกที่เข้าร่วมแล้วก็น่าจะสัก80คนได้ มีทั้งผู้ใหญ่ คนหนุ่ม เด็กวัยรุ่น คุณนายคุณผู้หญิง และก็พวกลูกหลานที่พามา ซึ่งก็มีบางคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับผมอยู่


                ตอนนี้ผมอยู่ในห้องใต้ดินของบ้าน ผมตกใจมากที่รู้ว่าบ้านที่ผมอาศัยอยู่มีห้องใต้ดินด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนฐานทัพลับเลย ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องประชุม คนที่เข้ามาในห้องนี้จะมีแค่คนที่ มีความเกี่ยวข้องและฐานะสังคมเท่านั้นผมมองไปรอบ ๆ ผมถูกพาตัวมาที่นี่ผ่าน ลิฟต์พิเศษที่ซ่อนอยู่ในห้องทำงานของพ่อ ลิฟต์มี5ตัวบรรจุคนได้ประมาณ20-30คนเป็นลิฟต์ที่ใหญ่มาก มีระบบAIควบคุมและระบบรักษาความปลอดภัยที่สแกนม่านตาและลายนิ้วมือ ตามตัวลิฟต์จะมีหน้าจอต่าง ๆ แสดงออกมาคล้ายจะเป็นแผงควบคุม


                ใช้เวลาไม่นานลิฟต์ก็มาถึงใต้ดินที่ ความลึกประมาณ 30เมตร หลังออกจากลิฟต์ ก็เจอทางเดินทอดยาว ที่มีเส้นแสงไฟนำทางเรืองแสงให้ความรู้สึกไซไฟมาก ๆ พอผมเห็นก็ตกใจมากเพราะใต้ดินนี้ดูเหมือนจะกว้างกว่าที่คิด เดินไปสักพักก็จะเห็นห้องที่ประชุมประตูเป็นประตูพลักเข้าไป บนประตูประดับด้วยรูปของ Tarorixสายพันโบราณต่าง ๆ ให้ความรู้สึกของอำนาจ เปิดเข้าไปในห้องประดับด้วยโคมระย้ากลางห้อง มีพรมขนสสัตว์ปูที่พื้น รอบห้องมีโต๊ะวงรีล้อมรอบโซฟาที่กลางห้องมีแท่นแท่นที่เหมือนแพงควบคุม


                และมีกรอบรูปภาพโฮโลแกรมของTarorix แต่ละสายพันธุ์แสดงออกมา แม่พาผมไปที่โซฟาที่อยู่กลางห้องและนั่งลงกับผม คนอื่น ๆก็ ถยอยกันเข้ามานั่งรอบ ๆโต๊ะ และมีพ่อของผมที่เข้ามายืนอยู่ตรงแท่นแผงควบคุม และหลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็เริ่มอธิบายเหตุผลที่เชิญทุกคนมาที่นี่


“ผมต้องขอโทษทุกท่านที่กรุณาสละเวลาอันมีค่ามาที่นี่ หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าที่ผมเชิญทุกท่านมาในวันนี้เพราะอะไร ผมมีเรื่องที่ต้องชี้แจงหลากหลายประการให้พวกท่านได้ทราบ แต่ประเด็นที่เราจะนำเอามาพูดในวันนี้คือ  ตอนนี้เราสามารถ หาพลังงานใหม่ที่มีเสถียรภาพและค่าความลงตัวไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และ เราค้นพบทฤษฎีใหม่ที่จะนำเราก้าวหน้าไปสู่วิทยาการทางด้าน การแพทย์ และสิ่งต่าง ๆ ในอนาคต” พ่อพูดอย่างกระชับกระเชงไม่ติดขัดอะไรหลังจากที่พ่อพูดออกไปแบบนั้น ทั้งก็ตกอยู่ในความโกลาหล ทุกคนต่างถกเถียงและพูดกันอย่างเสียงดัง ต่างมีคำถามมากมายในใจ


“กรุณาเงียบก่อนครับ ผมรู้ว่าพวกท่านมีคำถามมากมายแต่ทุกอย่าง เราจะพูดกันหลังจากนี้ ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องที่สองทีมวิจัยเทคโนโลยีและพลังงานต่าง ๆ จะทำการค้นคว้าโดยมีผู้นำการทดลองคือ ศาสตราจารย์ หลันเทียนลู่ และบุคคลากรทุกคนต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ มีใครจะคัดค้านหรือไม่” ทั้งห้องตกอยู่ในความสงบ มันเป็นความสงบก่อนที่พายุจะเกิดขึ้น


“ดีงั้นต่อไป เรื่องที่สาม ลูกของผม หลันหลงเอ๋อ จะเข้าร่วมโปรเจคต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดตามแต่เขาสนใจ เขาจะเข้าร่วมการฝึกของPrimal ในกองทัพและแผนกวิจัยต่างๆที่เขาสนใจในอนาคต ผมหวังว่าเขาจะมี อิสระ ไม่ถูกบังคับ ข่มขู่หรือกดดันสิ่งใด ๆ หรือเกิดอันตรายขึ้นกับเขา เมื่อ เขาอายุ 5 ขวบ และสถาบันศึกษาเปิดรับสมัครเขาจะเข้าสอบเทียบโอนเข้าไปมีใครสงสัยอะไรไหมครับ”หลังจากที่พ่อผมพูดไปแบบนั้นทุกคนก็ตกอยู่ในความแตกตื่นและถามคำถามกันแบบไม่ขาดสาย


“ทฤษฏีใหม่และพลังงานที่ค้นพบพลังงานใหม่ ใช่พลังงานที่โปรเจคเราเคยปิดไปรึเปล่าครับ” หัวหน้าสถาบันวิจัยสสารพลังงานกล่าวถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น


“ใช่ ค่ะ สสารที่ว่าคือ สมการพลังงาน สสารควอตัมใหม่ที่พวกเราเคยวิจัย” แม่ตอบคำถามเขาอย่างสงบ หลังจากที่แม่พูดออกไปแบบนั้นมันทำให้ทุกคน ตื่นตัวกันเต็มที่และเริ่มพูดคุยถึงปัญหาสิ่งต่าง ๆ ที่จะได้รับการทดแทนในอานาคตอย่างตื่นเต้น


“แล้วเราจะสามารถนำพลังงานใหม่มาเริ่มใช้ศึกษาและสร้างสิ่งต่าง ๆวิทยาการเทคโนโลยีได้ตอนไหน ค่ะ”หัวหน้าสถาบันวิจัยเทคโนโลยี กล่าวอย่างรักษาท่าที แต่ดวงตาและรอยยิ้มของเธอแสดงออกให้เห็นเต็มที่ว่าเธอตื่นเต้นมากแค่ไหน


“หากไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เราจะเริ่ม ศึกษาพลังงานใหม่นี้และนำไปใช้กับสิ่งทดลองต่าง ๆเพื่อให้มีความเสถียรมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชากร Xenious’Jeva และถ้ามันเป็นไปได้ด้วยดีเรามีแผนจะเริ่มใช้พลังงานใหม่ภายใน5ปีนี้”แม่อธิบายให้เข้าใจในสิ่งต่าง ๆที่ทุกคนในห้องถาม ก็ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นเข้าไปอีกในห้องอุณภูมิกำลังเพิ่มสูงขึ้นทุกคนต่างตื่นเต้นและแสดงออกมาอย่างกระตือรือล้น


“เงียบก่อนครับ !” หลังจากที่ทุกคนในห้องถกเถียงถึงสิ่งต่าง ๆ กันเสียงดังพ่อก็พูดให้ทุกคนกลับสู่ความสงบก่อนที่เขาจะปล่อยลูกระเบิดลูกสุดท้าย


“ถึงตรงนี้หลายคนคงจะรู้แล้วว่าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด มีผลออกมาจากคน คนเดียวใช่ครับ หลงเอ๋อ เป็นคนค้นพบพลังงานนี้ตอนที่อยู่กับภรรยาผม ผมหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา และสิ่งที่ผมพูดจะมีโทษสูงสุดของ Xenious’Jeva ผมหวังว่าทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้จะเก็บความลับจนกว่าจะถึงวันที่ประกาศออกไปสู่ภายนอกได้ กฎจะเริ่มมีผลใช้หลังจบการประชุม”ทุกคนตกอยู่ในความตึงเครียด ในห้องเงียบกริบทุกคนต่างคิด และตกตะลึงกับสิ่งที่คิดไม่ถึง สมการและพลังงาน


เกิดขึ้นจากการทดลองของ 2 แม่ลูกที่ทำกันเอง และก็กฎสูงสุดที่ประกาศใช้ คือการลบตัวตนให้หายไปจาก Xenious’Jevaแห่งนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการนำชีวิตไปเสี่ยงเลยถ้าพวกเขาไม่ทำตามกฎเพราะทุกคนรู้ว่า สิ่งที่ผู้บัญชาการกองทัพของยานสำรวจมิตะ Xenious’Jevaพูดมา นั้นจะเป็นจริงทุกอย่าง และมันโหดร้ายจนไม่มีใครอยากจะพูดถึงเลย เพราะเคยมีเรื่องคล้ายๆแบบนี้และมีตระกูลหนึ่งไม่ทำตามกฎสิ่งสุดท้ายที่เหลือไว้คือ ชื่อ ของตระกูลนั้นเท่านั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา


                หลังจากความเงียบสงบทุกคนก็จ้องมาที่ผมและแม่ สายตาที่พวกเขามองมีทั้งความชื่นชม ความตื่นเต้น ความดีใจและมีสายตาบางคนที่มองมาที่ผมด้วยความกลัว ผมไม่ได้สนใจอะไรมาก แค่นั่งยิ้มกลับไปให้พวกเขาที่มองผมแบบนั้น แต่ในใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลย มันเป็นบรรยากาศที่อึดอัดที่สุด ผมหันมองและยิ้มไปรอบ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าให้นิ่งครึมแบบที่พ่อทำ การประชุมดำเนินต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะจบการอภิปรายครั้งนี้และแขกทุกคนจะกลับไปมีบางคนพาบุตรหลานมาทำความรู้จักผม  มีทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย


                ขณะ ที่ผมนั่งเล่นอยู่ตรงสวนก็มีกลุ่มเด็ก ประมาณ 5 คนเข้ามาพูดคุยกับผม ในนั้นมีเด็กผู้ชาย 1คนและเด็กผู้หญิง 4คน พวกเขาน่าจะเป็นลูกคนใหญ่คนโตของคนที่ร่วมประชุมที่นี่สินะ ทุกคนเข้ามาหาผมและแนะนำตัวคนแรกที่เข้ามาหาผมคือ เด็กผู้ชายผมดำแดง เขาพูดกับผมด้วยสำเนียงห้วน ๆ แต่ก็เป็นความรู้สึกของเด็กละนะ อาจเอาแต่ใจไปหน่อยแต่พวกเขาก็ยังเป็นเด็ก ผมมองพวกเขาแล้วอายุนะจะประ มา5-6 ขวบ เด็กผู้ชายที่เข้ามาทักผมให้ความรู้สึกเหมือนน้องชายเลยผมมองเขาด้วยรอยยิ้มและคิดว่าอยากแกล้งเขาสักนิดหน่อย


                “เธอน่ะหลันหลงเอ๋อใช่ไหม ฉันชื่อว่า ฝานโหว หลิว ฝานโหวมาจากแซ่ของฉัน หลิวที่มาจากต้นหลิวที่ให้ความรู้สึกสงบ จำไว้ด้วยละอย่าลืม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งเกร็งเหมือนพวกทหาร ผมคิดว่าเขาน่าจะเป็นลูกชายของพวกนายทหารในกองบัญชาการมันทำให้เขาดูตลกนิดหน่อย แต่ผมก็กลั้นขำไว้ไม่ได้แสดงออกมา อาจจะเพราะเขาถูกเลี้ยงมาให้เข้มแข็งก็ได้ ผมยิ้มและค่อยๆละสายตาของผมจากUI Padที่อยู่ในมือ พลางคิดว่าจะแกล้งเขาแบบไหนดีน่า และคำเรียกที่เขาเรียกผมว่า เธอ?? สงสัยจะเข้าใจผิดอีกแล้วสินะแต่ชั่งเถอะอยากจะแกล้งซะด้วยสิ


                ผมเงยหน้าขึ้นค่อย ๆ ใช้สายตาสีทอง ค่อย ๆมองดูเขาและกระพริบตายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน และค่อย ๆ ยิ้มให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะโปรยสายตาหวานนิดหน่อยและหันไปมองคนอื่น ๆ ผมแอบชำเรือง หลิวเอ๋อ นิดหน่อยเขามองผมด้วยใบหน้าเหม่อลอยก่อนผมจะตอบเขาไปว่า “ยินดีที่ได้รู้จักนะ หลิวเอ๋อ” และหัวเราะ ฮิฮะ


เขาหน้าแดงและตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่หลิวเอ๋อซะหน่อย ฉันชื่อหลิว เรียกฉันว่าคุณชายหลิว ไม่ก็พี่หลิว เหอะ! ให้มันได้แบบนี้สิ” ฝานโหว หลิว เขามีหน้าตาที่คมเข็ม เพราะตอนนี้อาจะยังเด็ก แต่โตไปคงจะหล่ออยู่หรอก ผมดำแดงตัดสั้น สำเนียงการพูดเหมือนเอาแต่ใจ แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร จมูกโด่ง คิ้วหนา ผิวสีแทนให้ความรู้สึกสุขภาพดี แต่ตอนนี้เขาหน้าแดงสุด ๆ ไปเลยมันตลกมากถ้าได้เห็นหน้าเขาตอนนี้


                เขาแนะนำ คนอื่น ๆ “ยัยหัวแดงนี่ น้องสาวฉัน ฝานโหว อิง(ซากุระ)” ผมมองตามเขาไป เธอเป็นสาวน้อยผูกผมทรงทวินเทล กับโบสีขาวและชุดกระโปรง หน้าตาจิ้มลิ้ม และอ่อนโยน จมูกโด่งแต่เล็กปากน้อยหน้ารัก ใบหน้าเรียวผิวขาวตาสีแดงอ่อน เหมือนพลอย ต่างจากพี่ชายของเธอ ถ้าโตไปเธอคงเป็นสาวสวยที่หนุ่มๆตามจีบแน่เลย ผมกล่าวทักทายเธอพร้อมกับยิ้ม


“ยินดีที่รู้จักนะ อิงเอ๋อ เรียกฉันว่า หลงเอ๋อหรือเสี่ยวหลง ก็ได้”เธอจ้องมองผมและตอบกลับมาอย่างดีใจ “ค่ะ พี่หลงเอ๋อ”เธอยิ้มและเขินนิดหน่อย นิสัยแตกต่างจากพี่ชายสุดขั้วเลยสินะ


“ฉันชื่อเยี่ยน ฟาหลัน  ฟาที่มาจากดอกฟาหลัน(ดอกมู่หลาน หรือ แมกโดเลีย) ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมมองตามเสียงไปเห็นเด็กผู้หญิงผมสีทองอ่อนมีสีเทาม่วงแซม เหมือนสีผมไฮไล แต่ดูไปเธอเป็นผู้หญิงที่สวยคนนึง ใบหน้าจิ้มลิ้ม จมูกโด่งเชิด หางคิ้วชี้นิดหน่อย แพรขนตายาว คิ้วสวย ผิวขาวสดใส พูดอย่างสุภาพ ในมือเธอกอดหนังสือภาพ ใส่ชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนขับให้ผิวเธอขาว หน้าตาที่หน้ารัก จมูกโด่งเชิด เหมือนชนชั้นสูงแบบพวก ดัชเชส หุ่นอรชร เธอน่าจะอายุ 6ขวบได้ ผมยิ้มและก็มีความรู้สึกอยากแกล้งเธอเพราะเหมือนเธอจะทำตัวเยือกเย็นผิดกับวัยเด็กที่ควรสนุก ผมจึงแกล้งเธอนิดหน่อยให้เธอยิ้มผมยิ้มและทำดวงตาใสซื่อเป็นประกายและกล่าวว่า

“ยินดีที่ได้รูจัก ฟาหลัน เธอสวยจังเลยฉันชอบเธอจัง” หลังจากที่ผมพูดออกไปแบบนั้น บรรยากาศก็เงียบลงจนได้ยินเสียงลมพัด ทุกคนที่ได้ฟังล้วนหน้าแดงโดยเฉพาะ ฟาหลันที่ผมพูดออกไปแบบนั้นเธอหน้าแดงจนถึงลำคอพร้อมกับพูดไม่ได้ศัพท์ มันเป็นอะไรที่ตลกมากผมพยายามกลั้นขำไว้ แกล้งเกินไปรึเปล่านะ เธอได้แต่เอามือปิดหน้าด้วยความเขินอายและก็มีเสียงใส ๆพูดออกมา


“ฉันชื่อ ฮวา ยู่จินเซียง จินเซียงที่แปลว่า(ทิวลิป) ยินดีที่ได้รู้จักนะหลงเอ๋อ หลงเอ๋อหวังว่าเธอจะชอบฉันเหมือนกันนะ”ผมยิ้มหวานให้และมองไปทางเสียงใสที่กล่าวขึ้น เด็กหญิง ผมสีดำปลายผมมีสีฟ้า นัยน์ตา สีฟ้าท้องทะเล ผิวขาวอมชมพูหน้าที่แดงก่ำขึ้นเลือดฝาดไปจนถึงลำคอ ปากเล็กจิ้มลิ้ม จมูกเล็กน่ารัก คิ้วสวยได้รูปใบหน้าเรียวเล็ก เธออยู่ในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อน ให้ความรู้สึกเหมือนพวกภูติในนิทาน หุ่นบอบบางน่ารัก ผมยิ้มให้เธอและกล่าวทักทาย  “ยินที่ได้รู้จักนะ จินเซียง” ผมกล่าวทักทายพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย


 และมองไปที่เด็กผู้หญิงคนสุดท้ายที่อยู่ในกลุ่มเธอน่าจะอายุประมาณ 7 ขวบได้ เธอมีผิวที่ขาวมากเหมือนตุ๊กตา ผมสีดำยาวมัดรวบไว้ปักเครื่องประดับผมรูปTarorix สีเงินเมื่อโดนแสงจะให้ความรู้สึกเย็น ผมเดาว่ามันคงทำมาจาก แร่พิเศษบางชนิด นัยน์ตา เธอดำสนิทเหมือนออฟซิเดียน เธอใส่ชุด กี่เพ้า สีเงินขาวปักลาย Tarorix และคลื่นทะเลให้ความรู้สึก ลุ่มหลง ปากเล็กบางสีชมพู จมูกโด่ง ผมยาวปลายผมมีสีชมพูอ่อนแซม เธอเหมือนคนฉลาดและเจ้าวางแผน ผมมองเข้าไปนัยน์ตา ของเธอมันเหมือนหลุมดำที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับจะดูดกลืนทุกอย่างด้วยความกระหาย


ให้ความรู้สึกเป็นคนมีพลังน่าค้นหาและลึกลับแบบบอกไม่ถูก และตอนนี้เธอก็มองสำรวจผมด้วยความสนใจและผมก็มองเธอกลับไป ผมคิดว่าถ้าเธออยากจะเล่นมองตากันละก็แม่สาวน้อย ฉันไม่มีทางแพ้เธอแน่นอน ผมจ้องเข้าไปในดวงตานั้นและยิ้มหวานแกล้งเธอเล็กน้อย และไม่นานเธอก็เริ่มรู้สึกตัวและหน้าแดง เธอกล่าวเบาๆ ด้วยเสียงที่ไม่ห่างเหินแต่ก็ไม่ได้สนิทกันเกินไป “ ฉันชื่อ ซางฉง เหม่ยฮวาจะเรียกฉันว่า พี่เหม่ยหรือ พี่เหม่ยฮวาก็ได้ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้พี่สาวคนนี้พร้อมจะแนะนำและสอนเธอทุกอย่างนะหลงเอ๋อ” เหมือนเธอจะรู้สึกไม่ชอบใจที่ผมทำให้เธออายต่อหน้าทุกคน ให้เรียกว่าพี่เหม่ยเหรอ


เหอะน้องสาวไม่รู้ซะแล้วว่าพี่นะเป็นผู้ใหญ่กว่าเธออีกถึงร่างกายจะเป็นแค่เด็กที่กำลังจะอายุ5ขวบก็เถอะ ก็ได้งั้นฉันจะหยอกเธอเยอะกว่าคนอื่นหน่อยละกันชีวิตจะได้มีสีสันไม่หน้าเบื่อ ผมคิดดังนั้น และ หัวเราะฮิฮะเบาๆ พลางผมก็กล่าวพร้อมหัวเราะ “ยินดีที่ได้รู้จักนะ เหม่ยเหม่ย ว่างๆเธอมีเรื่องอะไรก็ปรึกษาฉันได้นะ”หลังพูดไปแบบนั้นผมก็แอบสังเกตเธอ นั้นไงละ เธอโกรธจริง ๆด้วยที่ผมเรียกเธอแบบนั้น แต่ดูแล้วก็น่ารักดีแบบนี้สิถึงจะสนุก ตอนนี้เธอน่าแดงและถลึงตาใส่ผม แต่ผมก็ทำเป็นไม่เห็นยิ้มและหัวเราะพร้อมกับถามพวกเขาว่าตอนนี้พวกเขามีงานอดิเรกอะไร


“ฉันน่ะ ชอบการฝึกร่างกายมากๆเลยแล้วก็พวกศิลปะป้องกันตัวและการเอาตัวรอด และตอนนี้ก็เริ่มใช้พลังจิตเสริมแรงได้แล้วถึงจะมีปฎิกิยาเล็กน้อยตอนแตะเครื่องทดสอบก็เถอะแต่อีก2-3ปีฉันก็สามารถใช้มันได้แน่นอนเป็นไงฉันเก่งใช่ไหมละแล้วพอโตขึ้นฉันก็จะเป็นPrimalที่มีชื่อเสียงละ ฮ่าฮ่าฮ่า” หลิวเอ๋อพูดออกมาอย่างภูมิใจ


“ฉันก็เหมือนกันค่ะ เหมือนพี่หลิว ถึงตอนนี้ จะยังทำได้แค่ดูและฝึกออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อยๆ แต่ฉันก็จะ เป็นPrimalหน่วยแพทย์สนามค่ะ ฮะฮะ” อิงฮวา กล่าวแบบเขินอายและเธอก็ยิ้มจนตาหยีมองดูแล้วน่ากอดเหลือเกิน


“ฉันชอบวาดภาพและออกแบบเสื้อผ้าต่าง ๆ ฉันชอบอ่านหนังสือและวาดภาพมาก ๆ ถ้าเธอชอบหรืออยากได้รูปอะไรหรืออยากให้ฉันช่วยออกแบบอะไรละก็บอกฉันได้นะ” ฟาหลันพูดเสียงเบาจนแผ่วตอนสิ้นประโยค


“ได้สิถ้ามีอะไรที่ฉันจะออกแบบฉันจะปรึกษาเธอคนแรกเลยนะ เสี่ยวฟา” ผมกล่าวพร้อมยิ้มให้เธอ


“ฉันมีความรู้เรื่องพวกเครื่องมือนิดหน่อย และก็เรียนการใช้อุปกรณ์บางอย่างได้ถ้าเธอสนใจฉันสามารถบอกเธอได้นะ”จินเซียงกล่าวและก็พูดอย่างเขินอายเธอคงจะ เขินมากตอนที่ผมทำตาหวานใส่เธอ


“ถ้าฉันจะใช้อุปกรณ์รึอะไรที่เป็นเทคโนโลยีฉันจะคิดถึงเธอคนแรกเลยละ จินเซียง”ผมกล่าวและยิ้ม


“ฉันมีความรู้เรื่องพันธุศาสตร์โดยเฉพาะพวกTarorix ฉันสามารถบอกและสอนเธอเกี่ยวกับพวกมันได้ถ้าเธอพอจะมีความสนใจบ้างละนะ” เหม่ยเหม่ย มองผมและพูดเสียงกดต่ำสายตาที่มองมันช่างเย็นชาและหยิ่งเล็กน้อย ผมคิดว่านี้สิแบบนี้ถึงจะสนุกแต่เธอคงจะไม่เก็บไปโกรธอะไรหรอกนะก็แค่หยอกเธอเล่นเท่านั้นผมฟังเธอและยิ้มตอบ


 “จริงหรอเหม่ยเหม่ย ก็ชอบ Tarorixเหมือนกันสินะงั้น ฉันมีเรื่องที่จะถามหลายอย่างเลยละว่างๆเราหาเวลาคุยกันเรื่องTarorixดีไหม” ผมถามเธอกลับและเพื่อเป็นการแกล้งเธอผมจึงเน้นเสียงคำว่า เหม่ยเหม่ยและเหมือนมันจะได้ผลเธอหน้าแดงและพูดเหมือนเสียงไม่พอใจมากๆพร้อมน้ำตาซึมเหมือนจะโกรธซะแล้วสิสงสัยผมจะแกล้งแรงเกินไปอีกฝ่ายก็แค่7ขวบด้วยถึงจะทำตัวสงบแบบไหนก็ฝืนได้ไม่นานหรอก

“อย่ามาเรียกว่าเหม่ยๆนะ ฉันเป็นพี่เธอตั้ง2ปี พูดให้มันดีดีหน่อยฉันทั้งโตกว่าเธอ เก่งกว่าเธอ และก็น่ารักกว่าเธอด้วย” นั้นไงหลุดออกมาแล้วเหมือนเธอจะน้อยใจจริงๆด้วยเธอเป็นพี่คนโตสุดในกลุ่มทุกคนจะให้ความเคารพเธอและตอนนี้เธอก็กำลังโกรธสุดๆ ผมควรจะเลิกแกล้งเธอได้แล้ว


“อย่าโกรธเลยนะพี่เหม่ย หลงเอ๋อก็แค่อยากสนิทกับพี่ไม่อยากให้พี่ห่างเหินกับหลงเอ๋อ ฮือ”ผมกล่าวพร้อมเสียงสะอื้นและทำท่าว่าจะร้องไห้ และก็เป็นอย่างที่ผมหวัง เธอถูกทุกคนจ้อง และก็เริ่มรนเธอมองหน้าผมและก็รีบกล่าวปลอบผมเพราะกลัวผมจะร้อง นั้นไงติดกับอีกคนละ ใช้มุกนี้ทีไรได้ผลเหมือนพ่อกับแม่ไม่มีผิด หน้าตาเป็นอาวุธจริงๆด้วยสินะเธอดึงผมเข้าไปปลอบและพูดเสียงอ่อนว่า

“ไม่ใช่ซะหน่อยพี่ไม่ได้โกรธซะหน่อย พี่ก็แค่ ก็แค่ ไม่อยากให้เราสนิทเกินไปมันเหมือนเรายังไม่รู้จักกันดีเลย พี่จะอธิบายยังไงดีละ” เธอพยายามอธิบายอย่างลนลาน

“พี่เหม่ยเกลียดหลงเอ๋อ?? ไม่อยากสนิทกับหลงเอ๋อ??”ผมแกล้งถามและมองหน้าเธอพร้อมตีสีหน้าบริสุทธิ์

“เปล่านะพี่ไม่ได้เกลียด พี่ก็อยากสนิทกับหลงเอ๋อเหมือนกัน”เธอกล่าวพร้อมกับปลอบผมไปด้วย

“งั้นหลงเอ๋อเรียกว่าเหม่ยเหม่ยได้ไหม” ผมถามและแอบมองเธอ เธอทำท่าแบบพูดไม่ออกพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“ก็ได้ให้หลงเอ๋อเรียกคนเดียวก็ได้”เธอพูดแบบนั้นพร้อมกับหันไปมองทุกคนว่าถ้าใครกล้าเรียกเธอว่าเหม่ยๆอีกเธอจะ โกรธจริงๆแล้ว หลิวเอ๋อก็ถามว่างั้นเราจะเล่นอะไรกันดีกว่างานเลี้ยงจะจัดเสร็จพ่อแม่เราจะคุยเสร็จก็ดึก เขาจึงพูดว่าเราควรไปหาอะไรเล่นกันดี และเขาก็กล่าวว่า “ตอนที่เราเข้ามาฉันเห็นสนามฝึกซ้อมด้วยไปเล่นกันไหมฝึกการป้องกันตัวกัน”

ผมยิ้มและตอบว่า “ได้สิงั้นเราไปเล่นกันที่สนามละกัน” และผมก็เดินนำไปที่สนามฝึกซ้อม โดยมีบอดี้การ์ดคอยเป็นคนดูแลคนนึงเมื่อมาถึงสนาม ผมก็ถามว่า

“แล้วเราจะเล่นอะไรกันดี”

“มาฝึกศิลปะการต่อสู้กันไหมเดวฉันสอนเธอเอง”หลิวเอ๋อพูดออกมาแบบนั้น

“ได้สิแล้วเราจะเริ่มยังไง?”ผมถามหลิวเอ๋อ

“ก็ง่ายที่สุดคือสู้กันเลยเราจะได้รู้พื้นฐาน”หลิวเอ๋อพูดมาพร้อมกับยิ้มแต่คนอื่นก็เริ่มจ้องเขม็งใส่หลิวเอ๋อและกล่าวห้ามพวกเรา

“พี่หลงเอ๋อไม่ต้องไปสนพี่ชายของหนูหรอกค่ะ เราไปเล่นอย่างอื่นกันเถอะ”อิงเอ๋อกล่าว

“นั้นสิ หลงเอ๋อเราไปเล่นอย่างอื่นกันดีไหม”ฟาหลันกล่าวอย่างเป็นห่วงและจ้อง หลิวเอ๋ออย่างโกรธๆ

“หลงเอ๋อเราไปเล่นเกมกระดานหรือ นั่งฟังเรื่องเล่าจาก พี่เหม่ยฮวา ดีไหม” จินเซียงกล่าว

“ใช่แล้วพี่จะเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟังดีกว่า”เหม่ยเหม่ย กล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้ากังวล

“ไม่เอาน่าแค่เล่นกันนิดหน่อยเอง หลงเอ๋อไม่เป็นไรหรอก เดียวให้บอดี้การ์ดเป็นกรรมการให้ก็ได้จริงไหมหลงเอ๋อฮะฮะ”หลิวเอ๋อกล่าว พร้อมกับพูดกับบอดี้การ์ด เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรคงคิดว่ามันเป็นการเล่นกันของเด็ก ๆ และผมก็คิดแบบนั้นเราเป็นแค่เด็กจะมีอะไรอันตรายกัน นั้นคือสิ่งที่ผมคิดก่อนที่มันจะเกิดเรื่องน่าตกใจขึ้นอีกหลังจากที่สาวๆพากันเข้านั่งประจำที่ตรงขอบสนามฝึกสำหรับคนดู ผมกับหลิวเอ๋อก็เข้าประจำตำแหน่งเตรียมตัวโดยมีคุณบอดี้การ์ดคอยให้สัญญาณ เราใส่อุปกรณ์ฝึกซ้อมและเตรียมตัว


“โฮ้ว!! หลงเอ๋อ งัดทุกอย่างออกมาเลยนะเดียวฉันจะตั้งรับเอง”หลิวเอ๋อตะโกนมาจากอีกฟากของสนามหลังจากนั้นคุณบอดี้การ์ดก็ส่งสัญญาณว่าให้เริ่มได้ผมคิดว่าจะทำให้ หลิวเอ๋อตกใจโดยการโผล่ไปใกล้ๆเขาด้วยความเร็วของอุปกรณ์ฝึกซ้อม ผมส่งพลังกระตุ้นนิดหน่อยไปยังอุปกรณ์ที่ขาแล้วมันก็พุ้งไปด้วยพลังงานไปโผล่ที่ข้างๆ หลิวเอ๋อ แต่หลิวเอ๋อกลับสามารถพลิกตัวหลบผมแล้วเอามือมากันไว้ได้ ผมตกใจมากที่เขาสามารถตามความเร็วของผมทันผมคิดว่าเขาจะเหมือนเด็กทั่วไปซะอีก แต่พอผมมองตาของเขาตอนนี้สายตาของเขาจริงจังมาก พอผมเห็นดังนั้นก็หายตกใจและยิ้มออกมา คิดว่า สงสัยคงต้องเพิ่มแรงอีกหน่อย


“วิ้ว วี๊ด ตูม!!!” เสียอุปกรณ์เร่งความเร็วที่ขาทำงานเมื่อกระทบกัน พวกเราสองคนพลิกตัวผลัดกันหลบอยู่นานมันน่าแปลกใจมากที่หลิวเอ๋อสามารถทำได้ขนาดนี้ ผมเล่นกับเขาไปเรื่อยๆอย่างสนุกพร้อมกับเพิ่มแรงขึ้นทีละน้อยๆ


“ฟรีส แกสสส!!”เสียงอุปกรณ์ปล่อยอากาศและแรงดันที่ขาออกมาเพื่อรักษาอุณภูมิไม่ให้ร้อนเกินไปถูกปล่อยออกมาเป็นช่วงๆ  ผมและหลิวเอ๋อหยุดพักตัวก่อนจะเริ่มพุ่งเข้าหากันอีก “ฟิ้วปรีด ฟูม!!!”เสียงเคลื่อนตัวของอุปกรณ์เสียดสีกับแรงลมก่อนที่พวกผมจะรู้ตัวสนามก็เริ่มเป็นรอย และก็เริ่มมีแขกมามุงดูกันแล้วแต่ผมก็ยังไม่ได้สนใจยังคงเล่นกับหลิวเอ๋อต่อไป สักพัก ประมาณ15นาทีต่อมา เสียงอุปกรณ์ที่ขาก็ดังขึ้นและปล่อยไอระบายอุณภูมิออกมาเสียงดัง “ฟิ้ว แกสส!!!” ก่อนจะมีเสียงผู้ใหญ่แทรกเข้ามา “แปะ แปะ!!! พอแค่นั้นแหละเด็กๆ เก่งมากๆ ฮะฮะ” เสียงห้ามและหัวเราะเสียงดังของชายวัยกลางคน

“ทำได้ดีมากหลิวเอ๋อ” คนๆนี้ที่พูดกับหลิวเอ๋อน่าจะเป็นพ่อของเขา ฝานโหว จาง คนที่เป็นทหารบัญชาการในกองทัพ

“และก็เธอหลันหลงเอ๋อใช่ไหมเก่งมากเลยไม่คิดเลยว่าจะมีคนเป็นคู่ซ้อมให้หลิวเอ๋อได้ ฮ่าๆๆ” เขาพูดออกมาและหัวเราะเสียงดัง

“พ่อมาตั้งแต่ตอนไหน”หลิวเอ๋อถาม ฝานโหวจาง อย่างตกใจ

“จะไม่ให้พ่อตามมาได้ไง แกเล่นทำเสียงดังขนาดนั้น พ่อก็ต้องมาดูสิเผื่อแกทำให้คนอื่นบาดเจ็บฮ่าๆดูสิสนามเละหมดแล้ว” เขากล่าวพลางมองไปรอบๆ

หลังจากพวกผมหันไปมองตามที่เขาพูดก็ถึงกับตกใจไม่คิดว่าสนามจะพังได้ขนาดนี้มีหลุม และบ่อเต็มไปหมด หลังจากมองดูแล้วก็เข้าใจได้ว่าคงเล่นมากไปหน่อยแต่ถึงยังงั้นหลิวเอ๋อก็ถือว่าเก่งจริงๆที่อยู่เล่นกับผมได้แบบไม่เป็นอะไร

“อ่า ขอโทษครับไม่คิดว่าจะสนุกขนาดนี้ ฮ่าฮ่า”หลิวเอ๋อกล่าวขอโทษพลางหัวเราะ

“เอาละพ่อว่าเล่นกันพอแค่นี้แหละไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยพ่อจะไปรอในงาน  แล้วก็อย่าก่อเรื่องอีกหัดทำตัวสงบให้เหมือน อิงเอ๋อบ้างสิ เฮ้อ”ฝานโหว จางกล่าวออกมาพลางถอนหายใจ

“ครับ งั้นหลงเอ๋อเราค่อยมาเล่นกันใหม่คราวหน้านะ ฮ่าๆ”หลิวเอ๋อกล่าวออกมาทั้งสีหน้ามีความสุขจากการออกกำลัง

“ได้สิ ไว้เรามาเล่นใหม่กันคราวหน้านะฮ่าๆ”ผมตอบรับหลิวเอ๋อ ก็นะค่อยหาเวลามาเล่นกันอีกก็สนุกดีเหมือนกัน

หลังจากนั้นทุกคนที่มาดูก็พากันตกใจ มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะว่าการใช้อุปกรณ์ฝึกนั้นจำเป็นต้องมีการฝึกมาก่อนยิ่งต้องใช้พลังจิตในการกระตุ้นถึงจะเป็นแบบที่ให้เด็กฝึกใช้กันก็เถอะ แต่การใช้พลังกระตุ้นอุปกรณ์ให้ทำงานได้ขนาดนี้ทั้งๆที่มันเป็นแค่เครื่องฝึกของเด็กให้บอกไปใครก็ไม่เชื่อ ว่าพวกเขาเป็นแค่เด็กอายุ กำลังจะ5ขวบ กับ6ขวบ แต่ถึงอย่างงั้นก็ต้องเชื่อเพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันชัดเจนมากทั้งการหลบ การควบคุมอุปกรณ์การใช้งานพลัง ล้วนทำได้แบบPrimalเลย

เด็กสองคนนี้นี่อะไรกัน จะ แข็งแกร่งเกินไปแล้ว ทุกคนที่นั้นตกตะลึงแม้คนที่จะสงบที่สุดอย่างฝานโหว จาง ก็ตกตะลึงเพียงแต่เขาเก็บงำความตื่นเต้นไว้ในใจ

                ครั้งนี้ที่ได้มา คฤหาสของตระกูลหลัน ตัวผม  ก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับเชิญไปที่ คฤหาสของผู้บัญชาการยานXenious’Jeva และยิ่งตกใจมากกับสิ่งที่ได้ฟังจากรายงาน และเด็กคนนั้น หลันหลงเอ๋อลูกของ ผู้บัญชาการหลัน ไป๋เหลา และภรรยาสามารถค้นพบพลังงานใหม่ได้นั้นหมายความว่าอะไร หมายความว่าพวกเขาสามารถแก้ไขความหมายและความเข้าใจของวิทยาการได้รวมถึงเทคโนโลยีและวิทยาการทางทหารของกองทัพให้ก้าวไปอีก โดยเฉพาะ หลันหลงเอ๋อ เด็กน้อยผมสีม่วงอ่อนแถบฟ้า นัยน์ตาสีทองดวงหน้าน่ารักนั้นมีส่วนร่วมในการสร้างทฤษฎี ต้องเป็นเด็กที่ฉลาดแค่ไหนกันถึงจะทำได้

                และหลังจากประชุมเสร็จผมก็มีโอกาสได้พูดคุยเรื่องต่างๆกับคนที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงก่อนจะได้ยินเสียงดังและเห็นควันรอยมาจากสนามฝึกของคฤหาส ผมจึงรีบไปดูด้วยความร้อนใจกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะพวกเด็ก ๆ ออกไปเล่นข้างนอก

และสิ่งที่ผมพบเมื่อไปถึงคือ หลันหลงเอ๋อกับหลิวเอ๋อที่สู้กันด้วยอุปกรณ์ควบคุมฝึกของPrimal สำหรับหลิวเอ๋อผมไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เขามีพรสวรรค์ที่จะเป็นPrimalในอนาคตและเขาก็มีความสามารถและสักยภาพในการต่อสู้และศิลปะของPrimal แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หลันหลงเอ๋อที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ให้หลิวเอ๋อได้

                นี้มันแข็งแกร่งเกินไปแล้วเด็กคนนี้อายุน่าจะกำลัง5ขวบแต่กลับมีความสามารถมากขนาดนี้และเหมือนว่าหลิวเอ๋อจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้ง ๆที่ดูเหมือนหลันหลงเอ๋อจะยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ จะแข็งแกร่งเกินไปแล้วผมดีใจที่เด็กคนอื่นไม่เป็นไรและคอยดูกันที่ข้างสนามทุกคนเดินมาตามเสียงและมาเห็นภาพตรงหน้าก็พากันยืนดูด้วยความตะลึงหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าการใช้เครื่องควบคุมฝึกยากแค่ไหนแต่สำหรับคนที่เป็นPrimalแล้วมันยากมากที่จะทำได้ขนาดนี้ ครั้งแรกที่ผมเห็นหลิวเอ๋อมีพรสวรรค์ผมคิดว่าลูกชายผม แข็งแกร่ง และผมต้องตื่นตะลึงแล้วกับพรสวรรค์ของเขา

                แต่พอผมมาเจอหลัน หลงเอ๋อมันกลับทำให้ผมต้องกลับคำพูด หลิวเอ๋ออาจจะแข็งแกร่ง แต่เด็กคนนี้หลันหลงแอ๋อ แข็งแกร่งที่สุด ทั้งความฉลาด และทักษะการใช้อุปกรณ์ยุทธวิธีและศิลปะการสู้ ล้วนโดดเด่นทุกด้าน โดยเฉพาะจังหวะสุดท้ายที่ใช้อุปกรณ์จนถึงขีดสุดของทั้งสอง ผมก็ได้สติและบอกให้พวกเขาหยุดเป็นการคลี่คลายสถานการณ์ ของทุกสายตา

ผมบอกให้พวกเขาไปเปลี่ยนเสื้อและบอกให้พวกเขาไปเล่นอย่างอื่นกันก่อนที่ผมจะเดินไปพูดคุยกับ ท่านผู้บัญชาการ หลันไป๋เหลาที่มายืนดูสถานการด้วย

                ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ นั้นเป็นการยืนยันได้ว่าเขารู้อยู่แล้วหว่าลูกของเขาแข็งแกร่ง?? ในตอนนี้ผมมีคำถามมากมายที่อยากปรึกษาเขา และหวังว่าในอานาคตผมจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกของผู้บัญชาการด้วย ผมคงต้องให้หลิวเอ๋อไปทำความสนิทกับหลงเอ๋อไว้แล้วสิ เหมือนว่าเด็กทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันถ้ามันเป็นไปได้ด้วยดีความสัมพันธ์ครั้งนี้คงนำมาซึ่งประโยชน์มากมายของกองทัพ ไม่ว่าจะสติปัญญาของหลันหลงเอ๋อ ความสามารถด้านการเป็นPrimalหรือ ด้านพลังจิตที่ควบคุมอุปกรณ์ นี้ยังไม่รวมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่แน่หลงเอ๋อจะมีความสามารถอะไรแอบแฝงอีกก็เป็นได้

                ผมคิดแล้วก็ได้แต่เก็บความตื่นเต้นไว้ในใจ ดาวดวงใหม่และคลื่นลูกใหม่กำลังจะเปิดทางสู้การก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ต่อไปอะไรกันนะที่รออยู่ชักอดใจไม่ได้แล้วสิ ฮึ ฮึ

Xenious’Jeva ศักราช 10026 เดือนที่ 8 วันที่ 3

เด็กที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์Xenious’Jeva…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น