Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 18 หน้าที่ของคนโปรด (25%)

ชื่อตอน : บทที่ 18 หน้าที่ของคนโปรด (25%)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2561 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 หน้าที่ของคนโปรด (25%)
แบบอักษร

บทที่สิบแปด

หลังจากรออีกเกือบชั่วโมงในที่สุดนายท่านแห่งแอล รอยัล ก็แต่งตัวเสร็จและเดินออกมาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง เมื่อมองเห็นนาฬิกาปลุกสาวซึ่งกำลังนั่งศึกษาเอกสารต่างๆกับผู้ติดตามฝาแฝดทั้งสองนัยน์ตาสีครามพลันลุกโชติช่วงราวกับมีเปลวไฟอยู่ใจกลางก็ไม่ปาน ผู้ถูกมองรู้ตัวว่าอาจจะไม่รอดจนถึงเที่ยงร่างบางจึงกระแซะไปหาที่พึ่งสุดท้ายอย่างฮาฟิซ ซึ่งอีกฝ่ายก็ช่วยเหลือสุดความสามารถด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าเจ้านายของตนยืนจ้องอยู่ ก้มหน้าก้มตาอธิบายเอกสารในมืออย่างตั้งใจ

“แบบนี้ก็แสดงว่าในยุโรปมีหัวหน้าสาขาทั้งหมดสิบแปดคน” หญิงสาวไล่นิ้วตามรายชื่อโรงแรมในเครือทั้งสิบแปดแห่ง ดูตั้งอกตั้งใจเกินความจำเป็น

“มีสิบหกคนครับ โรงแรมในฝรั่งเศสทั้งสองแห่งนายท่านดูแลโดยตรง”

“จริงเหรอคะ! เขาดูไม่น่าทำอะไรแบบนี้เลย” ผู้พูดกระทบกระเทียบแสดงสีหน้าประหลาดใจ มองยังไงก็ดูไม่น่าเชื่อซักนิด

“แต่การตัดสินใจทั้งหมดก็ยังเป็นนายท่านที่มีอำนาจเด็ดขาด จะเรียกว่าครอบคลุมทั้งหมดก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตั้งใจอธิบายแต่ก็ไม่ลืมถือหางผู้เป็นเจ้านายทุกครั้งที่มีโอกาส

ทั้งคู่สนทนากันโดยไม่สละเวลาแม้แต่วินาทีเดียวมาเหลือบแลบุคคลที่ยืนหัวโด่เส้นเลือดเต้นตุบๆอยู่กลางห้อง ขนาดยะตีมที่ดูเหมือนจะภักดีต่อเจ้านายที่สุดยังจิบกาแฟเย็นชืดเปิดเอกสารซ้ำไปซ้ำมาไม่เงยหน้าสบตา 

แน่ละสิ...เสียงตะโกนกึกก้องเหมือนฟ้าผ่าเมื่อชั่วโมงที่แล้วทุกคนต่างได้ยินชัดเจน หญิงสาวผู้ก่อเหตุกลับออกมาด้วยใบหน้าเสแสร้งไร้เดียงสากล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า

‘ฉันเข้าไปปลุกตามคำสั่งคุณแล้วนะคะ แต่เขาไม่ยอมตื่นฉันเลยเอาน้ำราดไปสองแก้ว’

ฮาฟิซกุมท้องหัวเราะร่า นานๆทีจะได้เห็นพี่ชายของตนพลาดท่าเสียที

ยะตีมไม่โทษใคร เพียงแค่ประโยคเดียวกลับโยนความผิดได้อย่างหมดจด...เป็นเขาที่พลาดเอง โทสะของผู้เป็นเจ้านายทุกคนต่างทราบดี ต่อให้ไม่เต็มใจอย่างไรก็ต้องแปรพักตร์ตามเสียงข้างมาก

“ฮาฟิซ! ยะตีม!” เสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยขึ้น 

“ครับนายท่าน” ฝาแฝดทั้งสองขานรับ คนหนึ่งสีหน้าใสซื่ออย่างถึงที่สุด ส่วนอีกคนสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้า

‘เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย!’ มิเกลอยากจะรู้นักว่าหญิงสาวตรงหน้าเอาอะไรมาล่อลวงผู้ติดตามของตน

“พวกแกว่างขนาดมานั่งพล่ามเรื่องไร้สาระกันแล้วเหรอ” เพียงหนึ่งประโยคกลับสามารถทำให้อุณหภูมิอบอุ่นภายในห้องแปรเปลี่ยนไปเป็นติดลบดังเช่นภายนอก

“ฉันพึ่งรู้ว่ากิจการของคุณเป็นเรื่องไร้สาระ” หญิงสาวแย้งขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย บนใบหน้ายังมีร่องรอยของความสะใจเหลืออยู่ แม้แต่น้ำเสียงยังดูอารมณ์ดีไปด้วย

ผู้ฟังถึงกับเส้นเลือดสีเขียวเต้นตุบๆบนขมับ คันไม้คันมืออยากจับคนลอยหน้าลอยตามาฟัดหนักๆ

ยะตีมไม่คิดจะเอาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางสนามรบของสองแม่ทัพ รีบเอ่ยเอาตัวรอดคนแรก

“งั้นผมขอตัวไปคุยกับหัวหน้าสาขาเรื่องนัดหมายการประชุมพรุ่งนี้นะครับ” ถึงแม้ว่าเขาจะจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วก็เถอะ แต่จะอยู่ให้เงาหัวมีอันตรายทำไม

“โอ๊ะ! ไม่ใช่ว่าจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ” ผู้เป็นน้องชายเอ่ยถามอย่างฉงน

‘ไอ้ตัวดี!’ ผู้เป็นพี่ชายก่นด่าในใจแต่ก็รีบตอบอย่างเป็นการเป็นงาน

“ยังไม่เสร็จ แกก็มาช่วยฉันด้วย” แน่นอนว่าจะปล่อยให้คนที่หน้าตาเหมือนตนเองทุกระเบียบนิ้วอยู่ยั่วโมโหผู้เป็นเจ้านายได้อย่างไร เกิดนายท่านโมโหจนหน้ามืดลงโทษผิดคนก็มีแต่เขาที่พลอยซวยไปด้วย

“ฉันขอไปเรียนรู้งานกับคุณนะคะ” หญิงสาวรีบผสมโรงเอาตัวรอด จะปล่อยให้ยะตีมจอมเจ้าเล่ห์ขโมยเกราะกำบังของเธอหนีไปเช่นนั้นหรือ ไม่มีทางซะหรอก

“ไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะครับ มีฮาฟิซมาช่วยจัดการแป๊ปเดียวก็เสร็จ” แฝดผู้พี่ปฏิเสธทันที

“คุณยะตีมนี่ขยันนะคะ ขนาดเมื่อเช้ายัง...”

“แต่มีเอกสารที่คุณพิมพ์นาราน่าจะจัดการได้ ต้องรบกวนแล้วนะครับ” ยะตีมรีบพลิกลิ้น แน่นอนว่าการเอาตัวรอดเป็นยอดคน จะปล่อยให้หญิงสาวเอาความผิดของตนออกมาพูดสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้

“หน้าที่ของเธอคืออยู่ที่นี่” เสียงมารขัดขึ้น 

“ฉันอยากไปช่วยคุณยะตีมมากกว่า” แน่นอนว่าเธอไม่ยอมแพ้

“ฮาฟิซไม่ได้บอกเหรอว่าเธอมาที่นี่ทำไม หรือต้องให้ฉันย้ำให้ฟังอีกรอบ” นัยน์ตาคมกริบหรี่ลง รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากดูร้ายกาจเหมือนมารร้าย

“พูดสิ ฉันรอฟังอยู่” คิดว่าเธอเลียนแบบไม่เป็นเหรอ ริมฝีปากแดงเรื่อยกยิ้มไม่ต่างกัน

“…” 

“เร็วสิ ไม่งั้นฉันก็จำไม่ได้นะ!”

“พิมพ์นารา” 

“งั้นผมขอตัวนะครับ” ยะตีมผุดลุกขึ้น ไม่ลืมลากน้องชายที่นั่งเหลอหลาไม่รู้เรื่องของตนออกไปด้วย

เธอไม่คิดจะอยู่สู้รบอย่างเดียวดายแน่ รีบทะยานตามไปรวดเร็วดุจเงา

“ฉันไปด้วย เอ๊ะ!” ร่างบางยังวิ่งไปไม่ถึงครึ่งทางก็โดนหยุดด้วยวงแขนแข็งแรงซึ่งรัดมาจากด้านหลัง เพียงออกแรงนิดหน่อยก็ยกเธอลอยวืดกลับมาที่เดิมได้อย่างง่ายดาย

“เดี๋ยวก่อน! รอด้วย!”

กริ๊ก

ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงต่อหน้าต่อตา...

พิมพ์นารารู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ อีกนิดเดียวจะถึงทางออกแต่กลับโดนสกัดขาล้มคว่ำไม่เป็นท่า เสียงมารที่หัวเราะหึๆชวนให้ขนลุกเกรียว ปลุกสติให้รีบหนีเอาตัวรอดจากบ่วงมรณะ

“คุณดูไม่สดชื่นเลย ฉันไปชงกาแฟให้ดีกว่า” หญิงสาวพยายามมุดออกจะอ้อมแขนของคนตรงหน้า แต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งปิดล็อกทุกด้านราวกับขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ 

“เมื่อคืนนอนดึกเหรอ ดูสิใต้ตาคล้ำเชียว” เธอยังไหลต่อไปเรื่อยๆ

“พูดจบรึยัง” เสียงทุ้มขัดขึ้น

“ยังไม่จบ”

“ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันแต่ปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะเลยนะ” 

“นี่คุณหมายถึงเรื่องอะไร ฉันตามไม่ทัน ว้าย!” คำพูดท้ายประโยคขาดหายเนื่องจากอยู่ๆโลกพลันหมุนตลบ ร่างบางถูกยกพาดบ่าเหมือนจับกังแบกกระสอบข้าวสารเดินดุ่มๆไปอีกทางหนึ่งทันที


______________________________________________________________

สวัสดีค่าาาา คิดถึงกันรึเปล่าเอ่ยยยย ^^

เดี๋ยวนี้นารากล้าต่อปากต่อคำขึ้นมาเยอะเลย พอเป็นคนโปรดแล้วจะเอาแต่ใจยังไงก็ได้ 

แต่ถ้าเอาแต่ใจมากก็จะถูกลงโทษนะ มาดูว่าตามิเกลจะหาเรื่องแทะโลมยังไง 555555555

คอมเม้นต์กันเข้ามาได้นะค้าาา

ขอบคุณที่ติดตามนะค่าาา


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น