Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ตอนที่ 1 จุติ(เกิดใหม่)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 จุติ(เกิดใหม่)

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2561 20:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 จุติ(เกิดใหม่)
แบบอักษร

ตอนที่ 1 จุติ(เกิดใหม่)


ผม ซาหลง เด็กหนุ่มวัย 22ปี นักศึกษา ปีสุดท้าย ม.A สถานะ โสด มีอะไรหลายๆอย่างที่อยากทำในชีวิต ที่บ้านฐานะปานกลาง ตอนนี้ทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยเรียนไปด้วย ผมทำงานเป็นพนักงานเสริฟอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ตั้งแต่ 16:00-21:00 เป็นงานที่ดีอย่างนึงเลย เพราะ เพื่อนร่วมงานก็นิสัยดี เป็นกันเอง เจ้าของร้านก็ใจดีสุภาพ บางครั้งถ้าทำงานล่วงเวลา ก็จะชอบห่ออาหารแล้วให้ทิฟเป็นค่าขนมนิดหน่อย เป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกดีอยากกลับมาทำอีกรู้สึกสนุกเวลามาทำงาน


จนเมื่อถึงวันนี้เอง ช่วงค่ำหลังเลิกงานเวลา 22:00 น. ขณะ ที่ผมเดิน เอื่อยเฉื่อยเพราะทำงานล่วงเวลา ผมเดินลากเท้าไปบนถนน จากที่ทำงานด้วยความขี้เกียจ พลางก็เหม่อลอยไปด้วย ผมยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำไหมนะ? อ้อใช่แล้วอยากไปเที่ยวต่างประเทศบ้างจัง อยากซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าดีดีมาใส่ แต่งตัวเท่ ๆ เลี้ยงดูพ่อแม่ แล้วก็ หาแฟนสวยๆสักคน เห้อ!แต่มันก็ยังอีกไกลกว่าจะถึงตอนนั้น อากาศวันนี้ดีมาก สายลมพัดเบาๆ อากาศกำลังเย็นสบาย ปลายเดือนตุลาคม เข้าหน้าหนาว มีฝนตกบางประปราย


ขณะที่ผมเดินทอดน่องชมวิวทิวทัศไปได้สักพักก็มาหยุดอยู่ที่ สวนสาธารณะ ระหว่างทางพร้อมกับคิดถึงตัวเองสมัยเด็กที่เคยวิ่งไล่จับกับเพื่อนๆ “เห้อ คิดถึงตอนนั้นจังมันเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดเลย” ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร แค่เล่นแล้วมีความสุขไป ชิงช้าสีแดง กระดานลื่นรูปปลาหมึก กับไม้กระดกรูปม้าน้ำ ผมยืนอยู่สักพักก็เดินไปเรื่อย ๆ อาจจะเพราะความเหนื่อยล้า หรือ เพราะอากาศกำลังดีน่านอนหลับฝันก็ไม่รู้ พอผมเดินเหม่อไปได้สักพักผมก็เริ่ม เห็นแสงไฟส่องมาที่ผม ผมสงสัยมากว่าแสงไฟมาจากไหน


ณ ตอนนั้นเอง ที่ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าไฟดวงนั้นมันยิ่งสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ผมเริ่มตกใจและทำอะไรไม่ถูก อากาศเริ่มเย็นเฉียบแล้วขาก็ก้าวไม่ออกซะอย่างนั้น ผมคิดว่าแบบนี้แย่แน่เลย แสงไฟนั้น มันเป็นรถบรรทุก ที่มาจากไหนก็ไม่รู้ พอผมรู้ตัวอีกที ตัวผมก็ลอยแล้ว มีความรู้ชาที่แขน ขยับตัวไม่ได้ผมไม่รู้จะเริ่มทำความเข้าใจจากตรงไหนก่อน ตัวผมตอนนี้ที่นอนอยู่บนพื้น พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า นั้นมันอะไรกัน?ฉันเห็นแสงไฟแล้วฉันกำลังอยู่บนพื้นถนน? พร้อมกับไม่รู้สึกอะไร มีแค่ความรู้สึกชา และความอุ่นของเลือด “เลือดหรอ??” ไฟนั้นคือรถบรรทุกและผมถูกชน


ทำไมผมถึงขยับตัวไม่ได้เลยล่ะ? หนาวจัง นี้ผมกำลังจะตาย? แต่ผมยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำนะ! แบบนี้มันไม่เร็วไปหรอ? ที่ผมจะตาย ทุกอย่างค่อย ๆ มืดลงและตัวผมก็เริ่มมองไม่เห็นอะไร ผมจมลงสู่ความมืดลอยไปในห้วงอากาศที่มืดมิดแล้วก็เริ่มรู้สึกว่า อุ่นจังถ้าเป็นแบบนี้ก็ดีนะ ผมไม่รู้ว่าผมอยู่ในที่มืดแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วมันมืดมากแต่ก็รู้สึกอบอุ่นยังไงบอกไม่ถูกแต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอบอุ่นแบบนี้ผมอยากจะหลับแบบนี้จังสบายเหลือเกิน แล้วตอนนั้นเองที่ผมเริ่มเห็น แสงสว่างเล็กๆในความมืด


เอ๋? นั้นมันอะไรน่ะ?แสงนั้นเริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ใน ขณะ ที่ตัวผมก็เริ่มเข้าใกล้แสงนั้นเรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้ แสงนั้นก็เริ่มสว่างมากขึ้น ไม่นะ!ผมไม่อยากออกไปแล้ว!ที่นี่มันทั้งสบายทั้งอบอุ่นผมอยากจะพักผ่อนอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย!นี่ผมยังไม่อยากไป! พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็เห็นแสงไฟที่สว่างจ้าทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ผมพยายามปรับวิสัยทัศน์มองไปรอบ ๆ ที่นี่เหมือนห้องๆนึงเป็นสีขาว เป็นห้องที่ใหญ่มาก มีคนมากมายหลายสิบคนที่แต่งตัวด้วยชุดแปลกๆสีขาวคล้าย หมอกับพยาบาลแต่ว่ามันไม่ใช่เพราะชุดนั้นมีแถบคาดที่เรืองแสงแปลกๆอยู่ ที่นี่ที่ไหน??ทำไมผมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง!!แล้วคนที่เดินไปมาพวกนี้เป็นใครกัน!!ผมถูกจับมาทดลองหรอ??!!


ตอนที่ผมมองไปรอบ ๆ ห้องนั้นก็พบอุปกรณ์กับเครื่องมือที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแปลกประหลาดมากผมไม่รู้ว่าอุปกรณ์พวกนี้ใช้ทำอะไรแต่ว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในหนังไซไฟ ที่ผมเคยดูมาก่อน มีเครื่องที่คล้าย ๆ จอ แสดงผลอะไรสักอย่าง เป็นข้อมูลที่ผมไม่เข้าใจ หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนพวกนั้นกำลังพึมพำอะไรสักอย่างเป็นภาษาที่ผมเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ แล้วก็มีผู้หญิงคนนึงที่นอนอยู่บนเตียงเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนนึงเลยเธอกำลังมองมาที่ผม เอ๋? นี้เธอมองผม? แล้วทำไมถึงทำหน้ากังวลแบบนั้นเหมือนจะร้องไห้ออกมาเลย?


ในตอนนั้นเองผมก็ต้องตกใจเมื่อผมกำลังถูกผู้หญิงในชุดขาวอุ้มขึ้นมาผมตกใจมาก เอ๋? ทำไมเธอถึงอุ้มผมได้ละผมตัวหนักมากนะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะอุ้มผมได้ แล้วดูเหมือนจะอุ้มได้แบบสบายๆอีกต่างหาก ก่อนที่ผมจะทันได้เข้าใจอะไรผมก็ถูกผู้หญิงที่อุ้มผมตีที่ก้น เอ๋?? เฮ้! สาวน้อยเธอไม่ควรมาตีก้นผู้ชายวัย 22 ปีนะรู้ไหมถึงเธอจะสวยก็เถอะแต่แบบนี้มันเกินไปหน่อยนะ! แล้วเธอก็ตีมาอีกทีและแรงกว่าเมื่อกี้เล็กน้อย เฮ้!! หยุดนะสาวน้อยเธอจะทำแบบนี้ไม่ได้มันไม่ควรเป็นแบบนี้ แล้วเธอ ก็ตีมา อีกที และอีกที เธอเพิ่มแรงตีขึ้นเรื่อยๆ


เฮ้!! ผมเจ็บนะ ในขณะนั้นเองผมรู้สึกว่าชักจะทนไม่ไหวแล้วผมก็ตะโกนออกมา “อุแว๊~อุแว๊ แงง” เอ๋??นี้เสียงผม? ทำไมเป็นแบบนี้ละ? ผมก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงอุ้มผมได้ นี่มันใช่อย่างที่เขาพูดกันรึเปล่าที่ว่าการเกิดใหม่ ตอนนี้ผมเป็นเด็กทารกแล้วคนพวกนี้ที่ยืนอยู่รอบ ๆ ผมก็น่าจะเป็นคนทำคลอด และผู้หญิงที่อยู่บนเตียงคนนั้น ก็น่าที่จะเป็นแม่ของผม ผมพยายามมองสำรวจเธอ เธอเป็นผู้หญิงน่าจะอายุประมาณ 20กว่าๆไม่เกิน27หรือ28 เธอเป็นคนที่สวยมาก ผมสีม่วงอ่อนนัยน์ตาสีทอง ริมฝีปากเล็กน่ารัก จมูกโด่งเชิด รับกับใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียน นี่มันนางฟ้าชัดๆ


เธอมองมาที่ผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน และมีน้ำตาซึมเหมือนคนที่กำลังมีความสุขแตกต่างจากเมื่อกี้ เธอพูดอะไรบางอย่างกับผู้หญิงที่ทำคลอดให้ผม แล้วผมก็ถูกส่งตัวให้ผู้หญิงที่น่าจะเป็นแม่ของผม ผมมองไปที่ตาของเธอ มองดูแล้วมันสวยมากตาสีทองของเธอสวยเหมือนพวกภูติที่ผมเคยอ่านในนิยายของโลกก่อนเลย ในตอนนั้นเธอก็จ้องมองผมแล้วเหมือนเธอจะนิ่งไปแปปนึง แล้วยิ้มให้ผมสีหน้าเธออ่อนโยนมากแสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นของคนเป็นแม่ เธออุ้มผมอย่างถนุถนอมในอ้อมแขนมันให้ความรู้สึกนุ่มและสบายมาก เหมือนเธอจะพูดอะไรสักอย่างกับผม แต่ผมก็ไม่เข้าใจที่เธอพูดเลย แล้วผมก็เริ่มง่วงและหลับไป


พอผมตื่นมาอีกทีผมก็อยู่ในอุปกรณ์อะไรสักอย่างที่มีสายอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด มันเหมือนที่นอน ในนี้อากาศบริสุทธิ์มาก มันเหมือนแคปซูลจำศิล ในหนังที่ผมเคยดูเลยแต่ว่ามันมีเหมือนสายที่ใส่อะไรสักอย่างเป็นสีสันสวยสวยและมันก็สะท้อนแสงด้วยคล้ายๆสีแบล็คไลท์ ผมมองออกไปนอกแคปซูลผมเห็นแม่ของผมเธอกำลังยืนมองผมจากอีกห้องนึงที่มีกระจกเหมือนแลป กำลังมองเธอพร้อมอมยิ้ม เธอพึมพำขยับปากเบา ๆ เหมือนพยายามจะปลอบผมว่าไม่เป็นไร มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจและดีใจไปในเวลาเดียวกัน


ข้าง ๆ เธอก็มีผู้ชายอีกคนนึงที่ตัวสูงกว่าเธอใส่ชุดเหมือนข้าราชการเลยมีพู่ห้อยมีเหรียญอะไรต่อมิอะไรแขวนไว้เต็มไปหมด มีตราประดับและสัญลักษณ์ที่เหมือนปีกอะไรสักอย่างประดับอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนทหารแต่ชุดที่ใส่มันดูเท่ มาก ๆ ให้ความรู้สึกของคนมีอำนาจ ชุดเครื่องแบบสีดำ ประดับบ่าซ้ายมีผ้าคุม ผิวขาวสุขภาพดี ตัวสูงโปร่ง ไหล่กว้างนัยน์ตา สีม่วงเข็มออกสีดำให้ความรู้สึกองอาจ ทว่าก็ทำให้รู้สึกสุขุมเยือกเย็น ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปดูสง่างามเหมือนพวกเจ้าชาย ผมยาวสีดำมีแถบสีฟ้ายาวแซมอยู่ มัดผมทรงหางม้าให้ความรู้สึกเหมือนพวกขุนนาง


มือขวาของเขากำลังโอบเอวแม่ของผมอยู่ เอ๋? ทันใดนั้นผมก็รู้สึกว่าไม่ค่อยพอใจผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่ เฮ้! เจ้านี่!เอามือ ออกไปจากแม่ของผมนะอย่ามาแตะต้องแบบนี้ เดี๋ยวปัด!! อยากชกหน้าจริง ๆ เลยเห็นละหงุดหงุด! เขากำลังมองมาที่ผมและกำลังยิ้ม แม่ของผมก็กำลังมองผมอยู่แม่กระซิบข้างหูเจ้าผู้ชายคนนั้นที่กำลังมองมาทางผม แล้วเขาก็หันไปมองแม่ความรู้สึกตอนนั้นทำให้ผมเริ่มแปลกใจ แม่พูดคุยกับเขาอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาก็กำลังมองแม่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนเหมือนมองคนรักของตัวเองมันทำให้ผมเริ่มคิดว่ารึว่าเจ้านี่จะเป็นพ่อของเรา?


แต่ผมก็รู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ดี แล้วพวกเขาก็หันมามองผมที่อยู่ในแคปซูลก่อนที่จะมีคนที่คล้ายนักวิทยาศาสตร์เดินมาอยู่หลังพวกเขาแล้วพูดอะไรบางอย่าง ผมรู้สึกใจคอไม่ดีเลยเพราะไม่รู้ว่าเขาพูดคุยอะไรกัน เมื่อผู้ชายที่อาจจะเป็นพ่อของผมพยักหน้า แล้วพวกนักวิทยาศาสตร์พวกนั้นก็เหมือนจะไปประจำที่แผงควบคุมอะไรสักอย่าง ก่อนที่พวกเขาจะกดปุ่มหลายๆปุ่มแล้วทันใดนั้นแคปซูลที่ผมอยู่ก็เริ่มขยับผมสังหรณ์ใจแปลกๆและระแวงมากกว่าเดิมพวกเขาจะทำอะไร แล้วก็เริ่มมีอุปกรณ์ที่เหมือนที่หายใจมาประกบที่หน้าผมแล้วเหมือนจะมีก๊าซอะไรสักอย่างปล่อยเข้ามา


ผมเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาทันทีสารเคมีที่อยู่ข้างแคปซูลของผมมันเริ่มไหลไปตามท่อก่อนที่มันจะเข้ามาในแคปซูลที่ผมอยู่ของเหลวพวกนี้มันอะไรกันสะท้อนแสงด้วยและก่อนที่ผมจะรู้ตัวผมก็ง่วงและภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือแม่ของผมที่ทำสีหน้ากังวลเหมือนจะร้องไห้เกาะขอบกระจกจากห้องอีกด้านและพ่อของผมที่ขมวดคิ้วด้วยความกังวลพยายามปลอบให้แม่ผมสงบลงผมอยากจะบอกพวกเขาเหลือเกินว่าผมไม่เป็นไร แต่ผมบอกไม่ได้ผมพยายามดิ้นแต่ว่าแม้ว่าจะดิ้นแค่ไหนผมก็เอาชนะความง่วงที่ถาโถมเข้ามาไม่ได้ของเหลวเรืองแสงนี่อุ่นจังเหมือนน้ำพุร้อนเลย มันทำให้ผมค่อยๆหลับไป


ฉัน [หลันเที่ยนลู่] ขณะที่ฉันกำลังอยู่ในห้องคลอดของแผนกรักษาพยาบาลของยานเดินทางข้ามมิติที่มีชื่อว่า “Xenious ‘ Jeva” มันคือยานเดินทางข้ามมิติที่ใช้พลังงานสสารที่เราค้นพบเมื่อ10000ปีก่อน และบรรพบุรุษเราหลังจากอพยพจากโลกที่กำลังจะตายเมื่อ10000ปีก่อนมาอยู่บนยานนี้ และข้ามมิติเพื่อหาที่ ๆ เหมาะสมที่จะอยู่และหาทรัพยากรและสิ่งที่จะเพิ่มองค์ความรู้ของเรา แล้วตอนนี้ฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงและกำลังจะคลอด ใช่ฉันกำลังจะเป็นแม่คนเด็กที่อยู่ในท้องฉันคนนี้ที่ฉันเฝ้าถนุถนอมเขามาเขาเกิดจากความรักของฉันและสามี


พวกเราสองคนรักกันมากวันที่เขาขอฉันแต่งงานเป็นวันที่ฉันดีใจมากและ น้ำตาไหลออกมาอย่างยินดี แหม่! ใครจะอดใจไหว เขาเป็นหนุ่มหล่ออย่างที่ สาวๆแบบฉันชอบ เขามีหน้าที่การงาน เป็นถึงนายพลของหัวหน้าหน่วยกองบัญชาการยาน Xenious’Jeva เลยนะ ใครจะคิดว่าเขาจะมาขอฉันแต่งงาน สามีของฉัน [หลันไป๋เหลา] ทั้งฐานะ ชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ ทั้งพ่อของ เขาหรือ ปู่ของเขาก็ล้วนเป็นนายพลของหัวหน้าหน่วยกองบัญชาการยานทั้งนั้น เทียบกับฉันแล้วที่เป็นแค่นักวิทยาศาสตร์เล็ก ๆ ในแลปคนนึงจะมีโอกาสได้มาครองคู่กับเขา ถ้าเทียบกันแล้วเขาก็เปรียบได้เหมือนกับเจ้าชายเลย


ทั้งรูปงาม และมีอำนาจสั่งการบริหาร ฉันหลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ฉันเหมือนเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงไม่คิดว่าเราจะได้เกิดความรักเพราะอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อยๆ ขณะที่ฉันกำลังลูบท้องและคิดถึงความหลังที่แสนหวานอยู่นั้น ทีมแพทย์ก็พากันเข้ามาในห้องที่ฉันพักอยู่ พวกเขาพูดคุยกับฉันให้ฉันหายกังวล และผ่อนคลาย บอกว่าที่นี่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่าง

“คุณผู้หญิงไม่ต้องกลัวนะคะที่นี่มีทีมแพทย์ที่เป็นมืออาชีพมาก และยังมีทักษะที่ดีมากอีกด้วย”


“นอกจากนั้นพวกเรายังมีอุปกรณ์และเครื่องมือนาโนควอที่ล้ำสมัยที่สุดด้วยนะคะ เพราะงั้นหายห่วงได้คะ”


“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ?” ฉันถามพวกเขาว่าควรทำยังไงและพยายามฟังพวกเขา


“คุณผู้หญิงไม่ต้องกังวลไปแค่ทำตามที่เราแนะนำนะคะ ตอนนี้ก็พยายามปรับลมหายใจไปก่อนแล้วรอเวลาที่เด็กจะออกมา”


“เข้าใจแล้วคะ ฉันจะพยายามทำตามคำแนะนำเท่าที่จะทำได้”


และพวกเขาก็พูดคุยว่าฉันควรทำยังไงเพื่อให้ความร่วมมือในการคลอดเด็กให้ปลอดภัยฉันพยายามจำที่พวกเขาบอกเพื่อให้เด็กคนนี้ได้เกิดมาอย่างแข็งแรงประมาณ15นาทีหลังจากที่ทีมแพทย์ทำให้ฉันผ่อนคลายอารมณ์ฉันก็เริ่มปวดท้อง พยาบาลที่พูดกับฉันเธอคอยแนะนำและพูดกับฉันตลอดเวลาการคลอดว่าอดทนอีกนิดเด็กกำลังจะคลอดมาแล้ว เวลาล่วงไปประมาณ4ชั่วโมงกว่า ตอนนี้เวลา 24:24 น. ฉันก็คลอดลูกออกมาได้สำเร็จแต่ฉันไม่ได้ยินเสียงของเธอในตอนนั้นฉันกลัวมากกลัวว่าเธอจะเป็นไรกลัวเสียเธอไปพยาบาลที่เป็นคนอุ้มเธอพยายามตีก้นเธอหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงเธอ ฉันเริ่มปวดใจขึ้นทุกทีเหมือนมีมีดกรีดกลางหัวใจของฉัน

น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากตาฉันในขณะที่ฉันกำลังจะร้องออกมาฉันถามพยาบาลว่า “ลูกฉันเป็นอะไรรึเปล่าคะ??”


พยาบอาลที่อุ้มลูกของฉันหันมามองฉันแล้วพูดว่า “เด็กไม่ร้องคะแต่ไม่ต้องกังวลนะคะ เด็กอาจรู้สึกตัวช้า”ไม่นะ! ฉันรู้สึกราวกับจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างนั้น ชีวิตน้อย ๆ นี้จะไม่ได้ลืมตาดูโลก?? ไม่นะ!ไม่เอา!ไม่เอานะ!


“โปรดช่วยเธอด้วย !ได้โปรดช่วยลูกของฉันด้วยเถอะคะ!!” ฉันบอกพวกเขาพร้อม ๆกับที่พูดออกมาโดยเสียงสะอื้นแล้วตอนนั้นเอง


ฉันก็ได้ยินเสียงร้อง “อุ~แว๊ อุ~แว๊” หลังจากที่เธอร้องออกมาฉันดีใจมากจนน้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ตอนที่เธอร้องออกมามันเหมือนเสียงระฆังจากสวรรค์ที่บอกว่าฉันกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะฉันพูดขอบคุณพยาบาลหลายต่อหลายครั้งทั้งที่น้ำตายังไหลอยู่ “ขอบคุณค่ะขอบคุณมากจริง ๆ !”


“ฉันขออุ้มลูกฉันหน่อยได้รึเปล่าคะ” ฉันพยายามยืนมือออกไปรับตัวลูกในขณะที่พยาบาลส่งเธอมาในอ้อมอกฉัน


“เด็กปลอดภัยดีค่ะ คุณผู้หญิงไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”แล้วพยาบาลก็ยิ้มให้ฉันพร้อมกับมอบลูกให้ฉัน


ฉันกอดเธออย่างแผ่วเบาประคองเธอไว้เหมือนแก้วที่บอบบาง ดวงตาของเธอเป็นสีทองและไรผมสีม่วงอ่อนเหมือนฉันแต่เธอมีแถบผมสีฟ้าแซมมาทางด้านซ้าย ฉันมองไปที่นัยน์ตาของเธอและฉันก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น ดวงตาที่เธอมองฉันมันเหมือนเธอมองฉันจนทะลุปรุโปร่งมองเข้าไปถึงวิญญาณข้างใน เธอมองฉันเหมือนมองสำรวจสิ่งมีชีวิตชนิดนึง ในตอนนั้นแค่ชั่วเวลานึงฉันมีความคิดที่อยากจะทิ้งเธอไปเธอไม่เหมือนเทวดาเลยแต่เหมือน ทูตแห่งหายนะมากกว่า ขณะที่ฉันกระพริบตา นัยน์ตาของเธอก็กลับใสไร้เดียงสาเหมือนเทวดาตัวน้อย ๆ เสียงที่เธอร้องออกมา ก้องกังวานอยู่ในใจฉันฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่เลวมาก ทั้ง ๆ ที่เธอ บริสุทธิ์ ผุดผ่องขนาดนี้ ฉันดันคิดว่าเธอเป็นตัวหายนะได้ยังไงกัน


ฉันสลัดความคิดที่มีอยู่ในหัว มองหน้าเธอที่ ขาวอมชมพู ไรผมสีม่วงอ่อนแถบสีฟ้า ตัวเล็กในอ้อมกอดดวงตาสีทองที่พริ้มหลับแพรขนตายาวชวนให้หลงไหล ริมฝีปากเล็ก ๆ ได้รูป เธอยิ้มให้ฉันก่อนที่จะเริ่มหลับไป ฉันตัดสินใจได้ในทันทีว่า ชื่อของเธอเป็น “ลูกของฉันจะชื่อว่า หลันหลงเอ๋อ” หลันที่มาจากแซ่ของเธอ หลงที่มาจากมังกร เอ๋อที่มาจากคำวานอบน้อม แสดงให้เห็นถึงความมีพลังจากคำว่าหลง ความนอบน้อมจากความบริสุทธิ์ใบหน้าน่ารัก เป็นเทวดาองค์น้อย ๆ


“เด็กคนนี้จะชื่อ หลันหลงเอ๋อ ลูกสาวฉันต้องมีความสง่าและนอบน้อม”ฉันพูดพลางหัวเราะน้อย ๆพอฉันพูดออกไปแบบนั้น พยาบาลและหมอก็พากันเงียบในทันที


“เอ่อ คุณผู้หญิงคะแต่ว่าลูกของคุณเป็นผู้ชายนะคะ” พยาบาลสาวพยายามบอกฉัน พอฉันได้ยิน “เอ๋? เอ๋!!?? ผู้ชาย?? อือไม่เป็นไรคะ ฮ่าฮ่า~ ชื่อนี้ก็เหมาะกับเขาดี”


หลังจากที่เขาหลับพยาบาลก็บอกว่าต้องพาเขาไปเข้าเครื่อง “PSEN” ย่อมาจาก “Paralax Sytem Elertro Nano”เป็นเครื่องที่ทุกคนบนยานลำนี้ ต้องเข้าไปเพื่อเสริมสร้างระบบต่าง ๆในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นและทำให้ร่างกายพัฒนาจน สามารถใช้พลัง “PsychoJenasis” ได้ ตั้งแต่ลืมตาดูโลกพวกเราทุกคนที่อยู่ใน Xenious’Jeva นี้สามารณใช้พลังนี้ได้ มันเป็นพลังจิตที่สามารถใช้ได้หลากหลายรูปแบบ และเรายังใช้พลังนี่ร่วมกับเทคโนโลยีของเราในการทำสิ่งต่าง ๆเช่น การแพทย์ การทหารของกองทัพ วิศวกรรมอุสาหกรรม การดำเนินชีวิตประจำวัน และอื่น ๆ อีกมากมาย


หลังจากพยาบาลพาเขาไปที่ห้องแลปเพื่อนำเขาไปวางไว้ที่เครื่อง “PSEN” 4 ชั่วโมงให้หลัง ฉันและสามีก็มาอยู่ที่แลป ในอีกห้องที่เป็นห้องควมคุม เครื่อง PSEN สามีคอยบอกฉันว่าไม่เป็นไรไม่ต้องกังวลคอยกระซิบปลอบฉันที่ข้างหูมันทำให้ฉันยิ้มอย่างโล่งใจได้ ฉันมองลูกฉันที่อยู่ในแคปซูลอีกห้องผ่านกระจกกั้น เขาตื่นแล้วแล้วตอนนี้กำลังมองดูพวกเราที่อยู่อีกห้อง เขามองพ่อของเขาแล้วก็เริ่มมองนานขึ้นเขาดูไม่ตกใจเลยแต่เขาคงจะสงสัยว่าที่นี่ที่ไหนแล้วผู้ชายที่อยู่ข้างฉันเป็นใครฉันกระซิบบอก ไป๋เหลา เบาๆว่า “คุณดูสิหลงเอ๋อของเรากำลังมองคุณอยู่ ลูกต้องสงสัยแน่เลยว่าคุณเป็นใคร”


“เธอสวยเหมือนคุณเลย” ตอนที่สามีฉันพูดแบบนั้นฉันก็หัวเราะเบา ๆแล้วกระซิบเขาว่า“ลูกเราเป็นเด็กผู้ชายนะคะ” พร้อมกับหัวเราะเบา ๆแล้วเขาก็มองฉันแล้วกระซิบ

“อ๊ะ! จริงสิงั้นเขาก็ต้องหล่อแบบผมแล้วละ” แล้วเขาก็มองฉันอย่างอ่อนโยนทันใดนั้นก็มีเสียงเปิดประตู มีคนควบคุมแลปเขามาในห้องประมาณ20คน พวกเขาบอกว่าการเตรียมการพร้อมแล้ว


“สวัสดีครับ นายพลหลัน คุณนายหลัน” เขาทักทายอย่างนอบน้อม


“สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์ยินดีที่ได้พบคะ”


“ยินดีที่ได้พบครับ ศาสตราจารย์”


“ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับ เราเตรียมการพร้อมเรียบร้อยแล้วพวกคุณจะให้เริ่มขั้นตอนพัฒนาการเลยไหม?”ฉันพยักหน้าเล็กน้อยให้สามี แล้วสามีฉันก็ตอบไปว่า

“อืม เริ่มเลยครับ” พวกผู้ช่วยเริ่มเข้าประจำแผงควบคุมแล้วศาสตราจารย์ก็ออกคำสั่ง

“เริ่มขั้นตอนการพัฒนาได้เลย”หลังจากที่เครื่องเริ่มเดิน สสาร Paralax ถูกฉีดเข้าไปในเครื่อง หลันหลงเอ๋อถูกทำให้สลบเพื่อง่ายต่อการพัฒนาเขาแสดงอาการว่าตกใจออกมาให้ได้เห็นเขาพยายามดิ้น ฉัน เกาะขอบกระจกกั้นไว้พยายามพูดปลอบเขาว่ามันไม่เป็นไรในขณะที่ไป๋เหลา ก็คอยปลอบฉันบอกว่า

“เขาไม่เป็นไรแค่ตกใจเท่านั้น ค่าสถานะต่าง ๆ ในแผงควบคุมก็ปกติดี” ฉันพยายามทำใจให้สงบแต่ก็มองดูเขาอย่างปวดใจเขาดิ้นไปมาสักพักก่อนจะหลับไปในที่สุด กระบวนการพัฒนาดำเนินการไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงเลยไป 2 ชั่วโมง การดำเนินการก็เสร็จสิ้น

.

.

.

.

หลังจากที่ผมสลบไปในแคปซูล ผมตื่นขึ้นมาในห้องที่มีสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์แปลกตา ผมมองไปรอบๆตัว ผมอยู่ในเปล มีตุ๊กตากระต่ายอยู่ข้าง ๆ ในห้องตกแต่งด้วยสีโทนอ่อนให้ความรู้สึกสบายตา รอบ ๆ ห้องมีชั้นวางอะไรสักอย่างที่คล้ายๆกับหนังสือ แต่เป็นหนังสือใส ๆบาง ๆมองเห็นข้างในเหมือนคริสตัลใส มีโซฟา มีเครื่องคล้าย ๆ เครื่องอะไรสักอย่างแต่ผมไม่แน่ใจว่าคืออะไรมีโคมไฟที่เพดานมันสวยมาก มีดาวและระบบสรุยิยะ แล้วก็นั้นเหมือนภาพโฮโลแกรมเลย มีปลาหน้าตาแปลกๆว่ายไปมาเต็มไปหมดทุกครั้ง ที่โคมไฟเอนไปทางไหนปลาก็จะว่ายตามไปทางนั้น ในอากาศที่ไม่มีน้ำ มันดูสมจริงมากเลยแล้วทันใดนั้นประตูก็เปิดออก แล้วก็มีผู้หญิง ผมสีม่วงอ่อน ตาสีทองเดินเข้ามาในห้อง ใช่นั้นเธอละ แม่ของผม


“ตื่นแล้วหรอจ๊ะ ลูกรัก” เธอพูดออกมาอย่างอ่อนโยน ผมมองดูเธอแล้วก็ยิ้มออกมาเธอพยายามพูดคุยกับผมเล่นกับผมทำให้ผมหัวเราะผมมีความสุขมากและอบอุ่นมากไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหนแต่มันอาจจะเป็นห้องของเด็กที่นี่สวยงามมาก วิทยาการที่ก้าวล้ำ โลกเก่าของผม สิ่งต่าง ๆ ที่ผมไม่เข้าใจ ผมเริ่มรู้สึกตื่นเต้นแล้วสิแล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อแม่ผม สามารถใช้พลังควบคุมแก้วน้ำให้ลอยมาวางตรงหน้าเธอเพื่อให้เธอดื่มน้ำ ผมตกตะลึงไปชั่วขณะ นี่มันเหมือนเวทย์มนต์เลย พอเธอมองหน้าผมเธอก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย แล้วกล่าวพลางกับยิ้มว่านี้เรียกว่า

“PsychoJenesis จ๊ะ ทุกคนบนXenious’Jeva นี้สามารถใช้ได้ทุกคน และรวมถึงลูกด้วยพอลูกโตขึ้นลูกจะเข้าใจและได้เรียนรู้มันเองจ๊ะ หลงเอ๋อของแม่” หลังจากที่เธอบอกแบบนั้นมันทำให้ผมตื่นเต้นมากกว่าเก่าพร้อมกับยิ้มกว้างให้เธอเห็นและหัวเราะให้เธอได้ยิน ผมรู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสุขเหลือเกินทั้งอบอุ่นทั้งมีความสุขเธอเล่นกับผมสักพัก จนเธอบอกว่า “หลงเอ๋อเล่นจนเหนื่อยแล้วถึงเวลาทานอาหารแล้วนะจ๊ะ” พอผมได้ยินผมก็ตกใจเล็กน้อยและนิ่งคิดสักพัก เอ๋? ทานอาหาร? ฉันยังเป็นเด็กทารกถ้างั้นอาหารก็?? เมื่อผมคิดได้ก็ไม่ทันซะแล้ว เธอแหวกเสื้อข้างไหล่ลงมาจนเห็นอกคู่ใหญ่สีขาวเปล่งประกาย เม็ดอัญมณีสีชมพู ดูสดใส เธอโอบผมให้หน้าของผมอยู่ที่ระดับอกของเธอ


ผมพยายามสงบสติความคิดที่เริ่มเตลิดไปไกล แล้วจ้องมอง ภูเขาสวยคู่นั้น ผมพยายามคิดไปต่าง ๆ นานา ถึงผมจะเป็นทารก แต่อายุของ จิตใจผม มัน 22 แล้วนะแบบนี้นี่มันน่าอายจริง ๆ ให้ทำแบบนั้นหรอ?น่าอายเกินไปแล้ว ผมพยายามหันหน้าหนีแต่ ก็ได้ยินเสียงแม่พูดว่า “เด็กดีดื่มซะนะเชื่อฟังแม่นะจ๊ะอย่าดื้อ” แล้วเธอก็ดันหัวผมเบาๆให้หน้าผมหันกลับมาตรงหน้าอกเธอ แล้วผมก็ได้แต่ทอดถอนใจว่า เห้อต้องทำตามที่เธอบอกแล้ว ไหนๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ ช่วยไม่ได้จริงๆ


“ยังงั้นแหละจะ เด็กดีดื่มเยอะๆ แล้วก็พักผ่อนเถอะนะจ๊ะ”หลังจากที่ผมดื่มนมจากภูเขาคู่โตได้สักพักก็เริ่มจะง่วงแล้ว นี้สินะที่เขาเรียกว่าพอท้องอิ่มคนก็จะเริ่มง่วงผมค่อย ๆหลับตาลงช้า ๆเธอให้นมผมสักพัก ก็พาผมไปที่เตียงแล้วเริ่มร้องเพลงกล่อมผมเบา ๆ เพื่อให้ผมหลับสบายขึ้น


“หลับเถอะนะ หลงเอ๋อของแม่” เธอพูดพลางยิ้มแล้วพาผมไปที่เปล ผมมองดูเธอที่ยิ้มและพูดอย่างอ่อนโยนหลังจากนั้นเธอก็เริ่มร้องเพลงกล่อมผมนอน ผมไม่รู้ว่าผมเข้าใจสิ่งที่เธอพูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ผมเดาว่าน่าจะเป็นตอนที่ผมออกมาจากแคปซูลเธอร้องเพลงกล่อมผม แล้วกระซิบ เบาๆ

“หลับเถอะนะหลงเอ๋อ” เธอพูดเหมือนเสียงกระซิบ แล้วเริ่มร้องเพลง

“หล่นลงจากฟากฟ้า ร่วงโรยโปรยลงมา~”

“แต่งแต้มให้ภูภา..ขาวยิ่งกว่าผืนสำลี~”

“กระท่อมน้อยแห่งหนึ่งที่ซ่อมซ่อ ณ ที่แห่งนี้~” “ในค่ำคืน แห่ง เหมันต์ เราสองเคียงกันภายในอ้อมแขน~”

“เมื่อยามเราพานพบ ดังเช่นในวันนี้ เอ่ยคำถ้อยภาทีแล้วพลันยิ้มออกมา~”

มันเป็นเพลงที่เพราะมากจริง ๆ ให้ความรู้สึกทั้งสง่างามและปลอบโยนไปในเวลาเดียวกัน ผมเริ่มจมลง สู่ห้วงนิทรา ตาเริ่มหนักขึ้นและง่วงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้นไม่นานผมก็หลับ ไหลไปมันเป็นแบบนี้ตลอดเวลา แม่จะมาหาผม พาผมออกไปห้องนั่งเล่นแต่ไม่เคยออกไปไหนจากที่นี่เลย แรก ๆ ผมได้แต่อยู่นิ่ง ๆ ทำอะไรไม่ได้ มันรู้สึกน่าเบื่อมาก พ่อของผมอาทิตย์นึงจะกลับมาหา และถ้าว่าง ๆ เขาก็จะมาเล่นกับผม ด้วยความที่เบื่อด้วยแหละมั้งผมถึงอยู่เล่นกับเขา บางครั้งเขาอุ้มผมแล้วหอมแก้ม ผมก็จะร้องดัง ๆ เพราะว่าผมไม่ชอบ ไรหนวดของพ่อบางทีก็แกล้งร้องไห้ดัง ๆใส่เขาเป็นการแก้เบื่อ พอผมร้องแม่ ก็จะเข้ามาอุ้มผม แล้วก็ว่าพ่อไปพลาง ทำให้พ่อเหวอไปเลย


มันเป็นอะไรที่ตลกมากถ้าคุณได้เห็นหน้าพ่อของผมตอนที่ถูกแม่ด่า ชีวิตของผมก็วนเวียนไปอย่างนี้ จนกระทั่งเข้าปีที่ 3 ใช่ แปปเดียวก็ผ่านไปแล้ว 3ปี ผมเพิ่งจะเริ่มหัดเดินได้คล่องและเริ่มพูด แม่จะให้ผมเดินไปรอบ ๆ บ้าน แต่ก็ไม่ได้ออกไปไหนอยู่ดี ทุกครั้งที่ผมเดิน แม่จะคอยอยู่กับผมด้วยตลอดเพราะกลัวผมจะเป็นอะไร แม่จะคอยเล่าเรื่องต่าง ๆให้ฟังและทุกครั้งผมจะฟังอย่างตั้งใจและตื่นเต้น เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะว่าทุกอย่างที่แม่กล่าวมันเป็นอะไรที่เกี่ยวกับวิทยาการเทคโนโลยี และยานลำนี้ที่เราอาศัยอยู่


ที่นี่คือยานข้ามมิติ Xenious’Jeva เต็มไปด้วยวิทยาการต่าง ๆ ที่ล้ำสมัยจากเมื่อ10000ปีก่อน หรือเป๊ะๆ คือ 10022 ปีก่อน โลกที่เราอยู่อาศัยกำลังตายจากการที่เราทำลายโลก โดยสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์เป็นคนสร้างในขณะที่วิทยาการก้าวล้ำ ธรรมชาติก็เสื่อมถอย ระบบนิเวศพังลง สัตว์บางชนิดเริ่มสูญพันธุ์ รัฐบาลจึงออกนโยบายสร้างยานเดินทางข้ามมิติจากวิทยาการในตอนนั้นที่ล้ำหน้ามากแล้วโดยใช้โครงการสสารต่าง ๆ ในการค้นคว้าและวิจัย การเดินทางข้ามรูหนอนหรือมิติควอตัม เราค้นพบความจริงว่า โลกไม่ได้มีแค่ที่ ๆ เราอาศัยอยู่ แต่ มีหลาย ๆ มิติ และ จักรวาลต่าง ๆ นับล้านล้าน แห่งที่เราไม่เคยเห็น


หลังจากที่เราค้นพบมิติต่าง ๆ เราก็ปฏิญาณว่าจะไม่ก่อส่งครามโดยไม่จำเป็นรักษาเจตจำนงค์แห่งสันติและพึ่งพาทรัพยากรณ์และตั้งรากฐานบนมิติต่าง ๆ โดย ไม่ทำลายชีวิต ธรรมชาติ และเผ่าพันธุ์พื้นเมือง ตลอดระยะเวลา10000ปี บรรพบุรุษของเราทำการเก็บรวบรวมทรัพยากร ต่าง ๆ องค์ความรู้ทุกแห่งหนมาพัฒนาจนเกิดประโยชน์ และเราก็พบ สสารชนิดนึงที่ทำให้เราพัฒนาการไปได้อีกขั้น ใช่สิ่งนั้นคือ Paralax สารเหลวสะท้อนแสง ที่ไม่มีพิษภัยและเสริมสร้างพัฒนาการของเรา ตั้งแต่ร่างกายจนไปถึงพลังจิต


เมื่อถึงช่วงเวลานึงเราจะสามารถใช้พลังจิตจากการ อาบสะสาร Paralax ได้ คนที่อาบสาร Paralax จะสังเกตได้จากเมื่อ แสงจันทร์ตกกระทบ สีผมจะเรืองแสง สะท้อนออกมาตามสีผม ให้ความรู้สึกว่าเท่ดีอยู่เหมือนกัน และทุกฐานทัพมิติแต่ละแห่งที่เราสำรวจ เราจะลงหลักปักฐาน เราสำรวจแล้วตลอด10000ปีที่ผ่านมา พบ เจอมิติที่อยู่อาศัยได้ทั้งหมด 432 แห่ง มีสัตว์สายพันธ์ชนิดต่าง ๆ มากมาย อยู่หลายล้านสายพันธุ์


นี่ไม่นับรวมถึงสิ่งมีชีวิตพลังจิตที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมจากเทคโนโลยีต่าง ๆ มันคือ Tarorix เป็นเป็นสิ่งมีชีวิตเวทย์มนต์จิตภาพที่ถูกสร้างขึ้นจากการใช้สิ่งที่ผมกล่าวมาต่าง ๆสร้างขึ้น สามารถใช้พลังจิตได้ก็จริงแต่ไม่สามารถควบคุมคนได้หรอกนะ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีนิสัยอ่อนโยนและเชื่องมาก ๆ มันมีรูปร่างคล้าย สัตว์เลื่อยคลานมีเกล็ด มันสามารถพัฒนาการได้ จากไข่ฟักเป็นตัวและค่อยๆเติมโตจนเต็มวัย Tarorix จะอยู่ในส่วนของสวน Garden EternalZ เป็นสวนที่กว้างใหญ่มากเป็นที่อยู่อาศัยของ Tarorix และมีสภาพที่อยู่ตามแต่ละสายพันธุ์


Tarorix มีหลากหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งในน้ำ บนบก พื้นที่อากาศหนาวหิมะตก ความดันต่ำ ไปจนกระทั่ง อากาศร้อน ความกดดันสูง ในภูเขาลาวาเดือด เป็นสถานที่จำลองจากการสรรค์สร้างระบบนิเวศที่ได้จากเทคโนโลยี มาจากบรรพบุรุษเราค้นคว้ามาทั้งสิ้น สวนที่ว่านี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากเทียบได้กับประเทศใหญ่ๆ 3-4ประเทศรวมกันเลย และไอ้สวนGarden EternalZ นี้ ไอ้สวนที่ว่านี่ก็เป็นส่วนนึงของยาน Xenious’Jeva นี้เอง นับเป็นเปอร์เซ็นพื้นที่ของยานก็ราว19% ได้มั้ง พูดมาถึงตรงนี้คงจะรู้แล้วสินะว่า ยานลำนี้ใหญ่แค่ไหน


กลับมาที่ Tarorix จะว่าไปมันเหมือนมังกรมาก ๆ เลย หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งสีสันฉูดฉาด สง่างาม น่าเกรงขาม แล้วก็เจ้า พวกนี้นอกจากน้ำ และอากาศแล้ว ก็จะมีแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ที่มันชอบ อยู่ได้โดยไม่เป็นอะไรอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอุณภูมิบ้างแล้วแต่สายพันธุ์ ไม่จำเป็นต้องกินอะไร ขอแค่มีน้ำ และแสงก็อยู่ได้ เป็นสิ่งมีชีวิตเวทย์วิทยาการล้ำยุคดีไหมละน่าอัศจรรย์มากเลยพอผมฟังเรื่องราวจากสิ่งที่แม่เล่ามาผมก็มีความรู้ศึกว่าอยากออกไปสำรวจนอกบ้านตอนนี้แล้ว แต่พอผมพูดไปอย่างนั้นให้แม่ฟังว่าอยากออกไปดูแม่ก็บอกว่า

“ลูกยังเด็กอยู่ รอให้ลูกโตขึ้นกว่านี่อีกสักนิดแล้วแม่จะพาไปดูสิ่งต่าง ๆบนยานลำนี้”


“แม่สัญญาแล้วนะฮะ ว่าต้องพาผมไปเที่ยวถ้าผมโตขึ้น”หลังจากพูดแบบนั้นก็จริงอย่างที่แม่บอกเพราะผมเพิ่งจะ3 ขวบเอง 

“จ๊ะแม่สัญญา”เธอพูดพลางหัวเราะเสียงใส

หลังจากที่เธอให้สัญญา เธอก็ถามผมว่า “งั้นวันนี้ลูกอยากทำอะไรอีกจ๊ะ” ผมคิดสักพักนึงก่อนจะตอบ “ ผมอยากฝึกใช้พลังจิต PsychoJenesis กับฟังเรื่องสัตว์ชีวะวิทยา ฮะ”


“ได้จ๊ะงั้น เราจะเลือกอันไหนก่อนดีละ”เธอถามพลางยิ้มให้ผม ผมตอบไปว่า

“ผมอยากฝึกใช้พลังจิตก่อนฮะ”

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มสอนผมใช้พลัง เริ่มจากควบคุมสิ่งของให้ลอยจากสิ่งที่เบาที่สุด ขนนก กระดาษ ปากกา ไล่ไปเลื่อยจนถึงของที่หนักที่สุดอย่างเก้าอี้ ตอนนี้ผมคงยกได้แค่นี้แหละเพราะหลังจากใช้พลังไปได้สักพักผมก็เริ่มจะเหนื่อยแล้วผมสามารถใช้เทเลพาธีได้แต่ก็ต้องในระยะที่หน้าชนกันเลย ก็จริงที่เราสามารถใช้การสื่อสารแบบนี้ได้แต่ก็ทำได้ในระยะที่บอกเท่านั้น ถ้าไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ช่วย ขยายพลังให้กว้างขึ้นมันก็ไม่มีความหมาย


แล้วหลังจากที่ผมเหนื่อยผมก็ฟังเรื่องสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จากแม่ และ กินข้าว อาบน้ำเล่น แล้วนอน บางวัน พ่อของผมก็จะกลับมาและมาพูดคุยกับผมเขาจะชอบทำหน้าภูมิใจให้ผมดูเวลาที่เขาเล่าเรื่องให้ผมฟัง ซึ่งมันก็ทำให้ผมตื่นเต้นมากเพราะตำแหน่งที่พ่อทำอยู่และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ คุณคิดดูสิอุปกรณ์ล้ำยุคที่ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยิน เสื้อเกราะ Type Ygg’Drasili ชื่อนี้มาจากต้นไม้โลกในตำนานของเทพนอร์ธ เป็นเกราะอเนกปรกสงค์ มีตั้งแต่บาเรียพลังจิตที่ขยายออกมาจากชุดควบคุมตามพลังจิตของเราเป็นอะไรที่สุดยอดมาก มันเป็นความฝันของลูกผู้ชายเลย


พ่อยังบอกอีกว่ามันมีระบบต่าง ๆ มากมาย และสามารถเปลี่ยนแปลงสสารเป็นรูปแบบต่างๆได้อีกเช่นเปลี่ยนสีหรือหักเหแสงการสะท้อนแสงหรือคลื่นพลังงาน การเปลี่ยนรูปร่างของเสื้อเกราะ และระบบทำความสะอาดมันสามารถทำความสะอาดตัวเองได้และที่สุดยอดไปกว่านั้นคือมันมีควบคุมผ่านแถบสายรัดข้อมือ และที่สุดยอดไปกว่านั้นอีกคือมันชาร์จพลังงานจากแสงอาทิตย์ พอผมฟังถึงตรงนี้ก็รู้สึกสุดยอดสุดๆไปเลยที่พ่อพูดมาทั้งหมดทำให้ผมอยากได้มันมาก พอผมบอกพ่อไปแบบนั้นว่า

“ผมอยากได้สักอันจัง” พ่อก็ตอบมาพร้อมหัวเราะเสียงดังว่า

“ไว้ลูกโตขึ้นมากกว่านี้ก่อนแล้วเข้าศึกษาเป็น Primal ลูกก็จะมีเอง”

“แล้ว Primal คือ อะไรฮะ ??”หลังจากผมถามแบบนั้น พ่อก็ตอบว่า

“Primal เป็นทหารในการสำรวจและตรวจสอบมิติต่าง ๆรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ตามแต่ละหน่วยของกองทัพ”

“ว้าว มันสุดยอดจังเลยผมอยากเป็นเร็ว ๆจัง” ใช่แล้วผมอยากเป็นPrimalแล้วออกผจญภัยเร็วๆแล้ว พอพ่อฟังแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างภูมิใจแล้วพูดว่า

“ฮ่า ฮ่า ดีมากลูกพ่อต้องอย่างนี้สิ แต่สำหรับตอนนี้ได้เวลาเขานอนแล้วคนเก่ง”

“ก็ได้ฮะ” ที่ผมยอมตกลงง่ายๆก็เพราะว่าวันนี้ได้ฟังเรื่องดีดีเยอะ เลยเชื่อฟังหรอกนะ และก็ยอมเป็นเด็กดีก็เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วงหรอกกลัวแม่จะเศร้าเพราะแม่ก็ต้องทำงานเหมือนกัน ทุกวันจะผ่านไปแบบนี้เสมอจนกระทั่งตัวผมเองก้าวเขาปีที่ 4


Xenious’Jeva ศักราช 10026 เดือน มกราคม วันที่ 1 เริ่มวันแรกปีใหม่

หลันหลงเอ๋อ อายุ 4 ขวบ เริ่มออกจากบ้านครั้งแรก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น