Qiān sī xì

ยินดีที่ได้รู้จัก เชวียนซิซี ฝากเนื้อฝากตัวด้วย.. ขอบคุณที่เข้ามาชมงานเขียนของเรา เรามีการเขียนเป็นงานอดิเรก อาจมีผิดพลาดบางประการเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์หรือตอบคำถามข้อสงสัยให้เท่าที่จะตอบได้เกี่ยวกับนิยายของเรานี้ เราจะพยายามนำสิ่งต่างๆมาขัดเกลาตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าชอบก็ติดตามไว้ แต่งให้อ่านเรื่อยๆ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมผลงาน (*/-/*)

ชื่อตอน : Prologue.

คำค้น : ผู้มาจากฟากฟ้า

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 09:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Prologue.
แบบอักษร

Prologue.

เรื่องราวของ Xenious’Jeva มีประวัติความเป็นมายาวนานถ้าจะให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นคงต้องย้อนกลับไปเมื่อหลาย10000ปีก่อนในยุคที่มนุษย์ยังคงไม่มีพลังจิต วิทยาการ และองค์ความรู้มากเท่าปัจจุบัน ความก้าวหน้าและเหลื่อมล้ำยังคงมีมากมายจนเราคล้านจะสนใจ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของเราเต็มไปด้วยไฟสงคราม บรรพบุรุษของเรารบราฆ่าฟันกันมากมายสมรภูมิเกิดขึ้นทุกแห่งหนบนโลก ทุกผืนแผ่นดินดั่งธารโลหิตของขุมนรกไหลนองท่วมท้นไปเต็มผืนดิน กองไว้ด้วยซากศพของหลายเผ่าพันธุ์ กลายเป็นภูเขาเลือดจนสูงเสียดฟ้า เพื่อเติมเต็มความปารถนาและสนองความต้องการของตัวเอง

เราสู้รบกันมากมายก็เพื่อความต้องการของพวกเรา แก่งแย่งฆ่าฟันชีวิตผู้อื่น เพื่อความอยู่รอด ไฟสงครามกัดกร่อนเข้าไปในจิตวิญญาณของพวกเรา เป็นเหมือนหนอนชอนไชในกองซากศพเหม็นเน่าเกินกว่าจะบรรยาย พวกเราทุกคนล้วนอ้างตนเองว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ชอบธรรมในสิ่งต่างๆเราล่าทุกสิ่งอย่างขึ้นไปอยู่บนห่วงโซ่สูงสุดของวัฏจักร ฆ่าฟันสัตว์และสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์โดยไม่สนความเสียใจและเศร้าหมองของผืนแผ่นดินธรรมชาติและโลกที่เราอาศัยอยู่ เราทำลายทุกสิ่งอย่างและสร้างอารยธรรมต่างๆมากมาย

เป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปี สงครามก็ยังคงมีมาอย่างไม่เคยหยุด เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความรุนแรงและการช่วงชิงมันกลายเป็นสันดานดิบของพวกเราไปแล้ว ความโลภในลาภยศ ความอยากในตัณหา การอยากครอบครองของทุกสิ่งของเรามีไม่สิ้นสุดพวกเราสร้างสิ่งต่างๆมากมายให้เจริญขึ้นและเมื่อมันถึงจุดสูงสุดก็เป็นพวกเราเองที่ทำลายมันลง ซ้ำไปซ้ำมาจนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราชินชา เราชินชากับการสูญเสียทำให้เราไร้ความรู้สึก เมื่อเราไร้ความรู้สึก พวกเราก็ไร้ซึ่งจิตสำนึก เรากลายเป็นเหมือนเครื่องจักรสังหารที่ทำเป็นแค่ฆ่าสังหารเท่านั้น

จากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคนผ่านไปสงครามเริ่มไม่ใช่ทางออกสำหรับพวกเราพวกเราสูญเสียชีวิตมากมายและก็เหมือนว่าพวกเราเพิ่งจะตระหนักรู้ได้..แต่มันก็ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น พวกเราเริ่มก่อตั้งอารยธรรมร่วมกันโดยการหันมาจับมือกันสร้างสิ่งที่เราคิดว่าสวยงาม เราใช้สงครามเป็นทางเลือกสุดท้ายและใช้ทหารเพื่อปกป้องพวกเรา เราสร้างกฎมากมายและบัญญัติไว้เพื่อเป็นการเตือนไม่ให้พวกเรากระทำผิดและเพื่อเป็นการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน สิ่งต่างๆมากมายเริ่มพัฒนาขึ้นสร้างความสัมพันธ์ประวัติศาสตร์ใหม่และภูมิปัญญาขึ้น

แต่ทุกสิ่งที่เราทำมันเป็นแค่การพักรบเท่านั้นและพวกเราก็ทำการลับเขี้ยวเล็บของตัวเองให้แหลมคมและมีชั้นเชิงมากขึ้นเพื่อให้เราสามารถล่าต่อไปได้ พวกเราใส่หน้ากากหันหน้าเข้าหากันใช้สงครามและจิตวิทยา โจมตีทางจิตใจกันและกัน เบื้องหน้าเสแสร้งว่าดีงามแต่ในใจลึกๆแล้วพวกเรารู้ดีว่าเราไม่ได้เปลี่ยนไป ความโหดร้ายทารุณฝังรากลึกเข้าไปในสายเลือดของพวกเรา เราเก็บพลังของเราไว้เพื่อรอโอกาสที่จะปลดปล่อยมันออกมาอีกครั้ง เราเฝ้ารอวันเวลาที่จะได้ทำลายสิ่งที่เราสร้างอีกครั้ง..

พวกเราพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีเริ่มเกิดขึ้น เราสร้างอาวุธเพื่อใช้ในการฆ่าฟัน สร้างความหวังที่ไม่มีวันได้มาจริง ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ที่บิดเบี้ยวไว้ในจิตใจของพวกเราเอง องค์ความรู้ที่เราใช้กลายเป็นอาวุธชั้นดีในการทำลายล้าง เราทำให้ธรรมชาติและสรรพสิ่งกลับมาเป็นเหมือนเดิม พวกเราแบ่งแยกกันไปตามแต่ละความเชื่อและใช้พวกมันเพื่อสร้างความสบายแก่พวกเรา ใช้มันเป็นข้ออ้างต่างๆ ใครต่อต้านเราทำลาย ใครไม่เห็นด้วยเราสังหาร เราโยนความผิดให้ผู้ที่ปฏิเสธพวกเราว่าเป็นพวกกบฎ สร้างสังคมและประเทศของพวกเราเองขึ้นมา

หลายพันปีต่อมา วิทยาการของเราก้าวหน้าไปอีกขั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเราได้มันมา แต่เราก็ยังต้องการมากกว่าที่เรามีความทะเยอทะยานของเราไม่มีที่สิ้นสุดลงได้ พวกเราศึกษาสิ่งต่างๆขัดเกลาวิทยาการและสรรพอาวุธที่เราจะสร้าง เราทำลายผืนแผ่นดินที่เราอยู่โลกที่เราอยู่ ดาวแม่ของเรากำลังจะตายลง ธรรมชาติปนเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรก เมื่อพวกเราเริ่มจะรู้ตัวว่าเราได้ทำลายที่ๆเราอยู่อาศัยบ้านเกิดของพวกเรา มันก็สายไปซะแล้ว ดาวของเรากำลังจะตายลง พวกเราต้องการบ้านหลังใหม่

พวกเราเลยส่งยานสำรวจต่างๆออกไปในอวกาศมากมายเพื่อหาที่ๆเราจะสามารถอยู่อาศัยได้ ตอนนั้นวิทยาการยังไม่ก้าวหน้ามาก เรายังต้องเดินทางหลายล้านปีแสง รอคอยเป็นระยะหลายร้อยปีเพื่อรอข่าวคราวของบ้านหลังใหม่ ในขณะนั้นความหวังใหม่ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ช่วงที่เราเริ่มสร้างยานสำรวจในตอนนั้นมันยังไม่ได้มีหน้าตาแบบทุกวันนี้มันเป็นแค่ยานขนส่งที่มีขนาดใหญ่มากเท่านั้น แต่ก็ต้องพบกับเรื่องหน้าเศร้าเราไม่สามารถพาทุกคนบนโลกไปได้หมด มันจึงก่อให้เกิดสงครามขึ้นจากหลายๆฝ่าย เมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเราได้สร้างยานเดินทางสำเร็จ

ทุกฝ่ายเข้าโจมตีเราเพื่อแย่งชิงยานเดินทางที่จะนำไปสู่บ้านหลังใหม่ของพวกเราที่อยู่ในจักรวาลและมิติที่ไกลแสนไกลหลายล้านปีแสง สงครามครั้งนี้ก่อให้เกิดการสูญเสียมากขึ้นกว่าเก่า ความเสียหายที่ไม่อาจประเมิณได้อากาศไม่สามารถใช้หายใจได้อย่างปกติมันปนเปื้อนไปด้วย เชื้อโรค และสิ่งสกปรกมากมาย พวกเราต้องใช้หน้ากากอ๊อกซิเจนตลอดเวลาเมื่อออกไปข้างนอกที่หลบภัย สำรวจและหาเสบียง ประเทศใหญ่ ๆ ล่มสลายลง แตกออกเป็น กลุ่มเล็กๆ มากมายกระจัดกระจายกันไปทุกที่เพื่อเอาชีวิตรอด

ไม่เว้นแม้แต่ประเทศเรา ดาวเคราะห์เริ่มตายลงเรื่อยๆ ในขณะที่เราก็ทำสงครามเพื่อแย่งชิงยานที่จะสามารถช่วยชีวิตเรา จนผ่านไปอีกเกือบร้อยปี แสงแห่งความดีไม่ได้หายไปซะหมด ในความมืดมิดก็ยังคงมีเศษเสี้ยวของความดีหลงเหลืออยู่ถึงแม้จะเล็กน้อยก็ตาม เด็กหนุ่มคนนึงเขาได้รับแสงแห่งความหวังจาก ดาวแม่ที่เขาอยู่มันเป็นพรที่จะส่งต่อให้กับคนที่ถูกเลือกเท่านั้น จิตของเด็กหนุ่มถูกดึงลงสู่ห้วงมิติบิดผลันใจกลางแกนดาวเคราะห์ คนที่ดึงเขาเข้ามาคือ Haa’va แกนกลางของสรรพชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนี้

ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังสับสนกับสิ่งที่ตนเองได้พบเจอ Haa’va ได้บอกกับเขาถึงสิ่งที่จะเกิดในอนาคต ดาวดวงนี้กำลังจะตายข้าเฝ้ามองดูพวกเจ้ามานานแสนนาน ช่วงเวลาที่ตัวข้าถือกำเนิดคือหลายๆล้านปีก่อน ข้าเกิดจากฝุ่นผงธุรีของอวกาศใช้เวลาเนินนานจนพันฒนาเป็นดาวเคราะห์ จนในที่สุดข้าก็มีจิตใจ ข้าเฝ้ามองทุกอย่างของจักรวาลที่กว้างใหญ่ผ่านกลางวันและกลางคืนจนมิอาจนับไหวข้ารู้สึกว่าข้านั้นโดดเดี่ยว มีคำถามมากมายที่ข้าสงสัย จะมี ใครที่เป็นแบบข้าหรือไม่?

ข้าจึงให้กำเนิดสรรพชีวิตบนโลกและคอยเฝ้ามองพวกเจ้าตลอดมา ข้าคือมารดาของพวกเจ้า และพวกเจ้าก็เปรียบเหมือนบุตรของข้า

เป็นเพราะข้ารักพวกเจ้ามากจึงไม่คิดที่จะตำหนิหรือทำอะไรพวกเจ้าเลย ในขณะที่พวกเจ้าทำลายข้าไปเรื่อยๆ ข้าได้แต่เฝ้ามองดูพวกเจ้า และปล่อยให้พวกเจ้าทำในสิ่งที่ผิด เพราะข้ารักพวกเจ้ามากเกินไปจึงไม่อาจหักใจให้ทำร้ายพวกเจ้าได้ลงทั้งๆที่เนื้อร้ายก็ควรต้องกำจัดทิ้ง ทั้งๆที่ข้ารู้แต่ก็ทำได้แค่เฝ้ามองดู ข้าจะไม่ทำผิดเช่นนั้นอีกนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเจ้า

เมื่อเจ้าจากไป ขอให้พวกเจ้าอย่าได้ทำผิดพลาดดั่งเช่นที่เคยทำอีก เจ้าทำร้ายและฆ่าผู้ที่ให้กำเนิดพวกเจ้าขึ้นมา เมื่อพวกเจ้า ไปอยู่ในที่ๆเหมาะสมเจ้าควรจะพึ่งพาอาศัยตอบแทนและไม่ทำร้ายกันจนเกินไป เพราะ ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ อาจไม่ได้ใจดีเหมือนกับข้า

ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าที่ข้าเลือกเจ้าเพราะมองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต เจ้าจะไม่ทำผิดแบบบรรพบุรุษของเจ้าอีก

เราจะมอบคำอวยพรให้กับเจ้า และ แฝงกายเข้าไปในจิตวิญญาณรอผู้ที่เหมาะสมในอนาคตเหล่าลูกหลานของเจ้า ตัวข้าจะคอยเป็นพลังและสนับสนุน เมื่อเวลานั้นมาถึง ตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะแบกรับความหวังของพวกเราแล้ว เด็กหนุ่มเอ๋ย!

หนุ่มน้อย หลัน ขวงหลงหยู ขอให้เจ้าเป็นผู้แบกรับชะตากรรมของทุกคนไว้ด้วย จำไว้ว่าข้าจะยังมีชีวิตอยู่ในตัวพวกเจ้าตลอดไปตราบใดที่พวกเจ้ายังเชื่อมั่นข้าอยู่ ข้าจักเฝ้ามองดูพวกเจ้าต่อไป จนกว่าจะมีผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลง ประวัติศาสตร์และนำพาพวกเราไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องและไม่ผิดพลาดเหมือนที่ข้าทำกับพวกเจ้า แล้วข้าจะเฝ้ารอ


นอกจากนี้ Haa’va ยังบอกให้หนุ่มน้อยที่เป็นความหวังรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งและสอนเขาทุกอย่างทำให้เขาแข็งแกร่งและมั่นใจว่าจะไม่เดินในเส้นทางที่ผิด เด็กหนุ่มออกเดินทางและมุ่งหน้ารวบรวม ผู้ที่กระจัดกระจายออกไปทั่วทุกพื้นที่ คัดเลือกผู้ที่มีสิทธิ์จะได้เดินทางไปบ้านใหม่ พร้อมกับจิตวิญญาณแห่ง Haa’vaที่คอยช่วยเหลือ นางคอยพร่ำบอกสั่งสอนเขา

จนเมื่อถึงเวลาเดินทางออกจากดาวแม่ ผู้คนที่ถูกคัดเลือกให้มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตในดาวดวงใหม่ แม้ว่ามันจะโหดร้ายไปบ้างสำหรับคนอื่นที่อยู่บนพื้นโลก แต่พวกเขาได้กลายเป็นเนื้อร้ายและไม่สามารถรักษาได้แล้วภายในจิตใจของพวกเขาเน่าเฟะจนไม่อาจแก้ไขสิ่งใดเราทิ้งพวกเขาและออกเดินทางไปสู่บ้านหลังใหม่

หลายชนชาติและหลายเผ่าพันธุ์เดินทางข้ามผ่านกาลเวลา จากยานเดินทางรุ่นสู่รุ่น กาลเวลาผ่านไป เด็กหนุ่มแก่ชราและจากไปส่งต่อความหวังและจิตวิญญานของHaa’vaสู่ลูกหลานของพวกเขา กาลเวลาทำให้แนวคิดคำสอนและการใช้ชีวิตของผู้คนบนยานดีขึ้นเมื่อพวกเขาไปถึงบ้านหลังใหม่ก็เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ที่นั้นทำให้พวกเขาได้รู้ว่าตนเองไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์เดียวบนจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ หลายร้อยปีวิทยาการก้าวไกลพวกเขาใช้ชีวิตและอยู่อาศัยกับเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างจากพวกเขาคอยช่วยเหลือกันและกัน พัฒนาองค์ความรู้และเจตจำนงของHaa’va เพื่อก้าวไปข้างหน้า

แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดีงาม มิใช้สงครามอย่างที่ผ่านมา สงครามจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของพวกเขา การคงอยู่ของเจตจำนงและลูกหลานแห่งHaa’va ยังดำเนินต่อไป เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากมาย นางเฝ้ามองผู้คนจากส่วนลึกของจิตใจเฝ้ามองพวกเขาเดินไปในทางที่ถูกต้อง เพื่อสรรค์สร้างสิ่งดีงามและบัญญัติกฎขึ้น ความเชื่อและศาสนาต่างๆ หลายเผ่าพันธุ์และดวงดาวหลอมรวมกันทุกคนมีอิสระในความเชื่อ ขอแค่มันไม่ทำลายความดีงามและผู้คนยอมรับ พวกเรามีบทเรียนจากบรรพบุรุษและจะไม่ทำผิดพลาดเช่นนั้นอีก

หลายต่อหลายรุ่นจากยานเดินทาง เทคโนโลยีได้วิวัฒนาการตัวมันเองสร้างเป็นEliseSiumขนาดใหญ่ มีธรรมชาติจำลอง และที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ การก้าวหน้าของดวงดาวเราเดินทาง ผ่านช่องว่างมิติเพื่อค้นหาดาวดวงอื่นเพื่อเจตจำนงและองค์ความรู้แบ่งปันสิ่งที่ดีให้กับเพื่อนร่วมจักรวาล ใช้เวลานานเป็นหลายหมื่นล้านปี ลูกหลานของ หลัน ขวงหลงหยู สารต่อเจตจำนงของเขาต่อไปเรื่อยๆ โดยใช้ชีวิตอย่างปกติและผาสุข และจิตวิญญาณแห่งHaa’vaก็เฝ้ามองพวกเขาเสมอมารอคอยผู้ที่จะมาเปลี่ยนแปลงและนำทางทุกสิ่งให้ก้าวไปในเส้นทางที่จะช่วยเหลือได้ทุกเผ่าพันธุ์

เมื่อEliseSiumถูกสร้างศักราชใหม่ก็ถูกนับมันเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับอนาคต Xenious’Jevaถูกนับศักราชขึ้นครั้งแรก เพื่อระลึกถึงHaa’va พวกเขาไม่เคยลืมสิ่งที่บรรพบุรุษทำและจำมันไว้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสิ่งเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น เมื่อเริ่มเดินทางเราค้นพบทฤษฎีใหม่ๆและความเป็นไปได้ใหม่ๆ เราพัฒนาการเดินทางข้ามมิติให้มีความเร็วในการเดินทางและเข้าถึง ที่ๆไกลแสนไกลสุดขอบจักรวาลได้แต่ยังไงซะถึงจะพูดแบบนั้นแต่เราก็ยังต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุคนในการหยั่งรากลึกและตั้งถิ่นฐานของแต่ละดวงดาว ดาวทุกดวงเป็นเหมือนบ้าน เราสร้างสิ่งทดแทนและตอบแทนดวงดาวเสมอ เรารักที่ๆเปรียบเสมือนบ้านของพวกเราและจะไม่ทำผิดซ้ำอีก

ผ่านยุคสมัยหมื่นปีXenious’Jeva ศักราชถูกนับมาบรรจบอีกครั้ง ถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่แล้ว จิตวิญญาณที่ถูกสืบทอดมาของHaa’vaยังคงเฝ้ามองอยู่ นางไม่เคยทอดทิ้งพวกเราไปไหนเพียงแค่คอยช่วยพวกเราอยู่เบื้องลึกเท่านั้น ตระกูล หลัน สืบทอดเจตจำนงเรื่อยมาจนถึง ยุคสมัยใหม่ หลัน หลงเอ๋อ คือผู้ที่Haa’va ให้ความสนใจนางสัมผัสได้ว่าเจตจำนงของนางจะได้รับการตอบรับอีกครั้ง ‘กาลเวลาเลยผ่านวันเวลาก้าวต่อไปมิอาจหวนคืน ข้าเฝ้ามองพวกเจ้ายาวนานแสนนาน ผู้ที่ข้าเลือกคือเจ้า จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ ข้าจะขอฝากความหวังของข้าไว้ที่เจ้า นะ เด็กน้อย ขอเจ้าจงทำตามเจตจำนงต่อไป บุตรของข้า’**

ตลอดระยะเวลายาวนานผ่านไปหมื่นปี Xenious’Jeva ศักราชที่ 10022 จิตวิญญาณบริสุทธิ์ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง EliseSium กลายเป็นXenious’Jeva ยานเดินทางและบ้านของพวกเรา ตลอดระยะเวลาหมื่นปี เราค้นพบบ้าน432 หลัง คือดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตสามารถอยู่อาศัยได้และเราได้ทำการหยั่งรากลึกลงไป สร้างการขนส่งทางมิติเพื่อให้เราสามารถเดินทางไปกลับบ้านทุกแห่งของพวกเราตลอดเวลา โดยมีXenious’Jeva เป็นศูนย์กลางข้าขออวยพรบุตรแห่งข้า เมื่อเจ้าปารถนาสิ่งใดจงทำมัน เมื่อเจ้าท้อแท้หรือสิ้นหวัง ข้าจะคอยอยู่ข้างๆเจ้าเฝ้ามองเจ้าเสมอ

เพื่อที่เจ้าจะสามารถก้าวไปข้างหน้าและดำรงเจตจำนงของข้าสืบไป...

เรื่องราวทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้น....

*********Xenious'Jeva (อ่านว่า  ซิ-นี-อัส  จี-ว่า)

**********Haa'va (อ่านว่า ฮา-อะ-วา)

***********EliseSium (****อ่านว่า อี-ลีส-เซียม)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น