โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

01-13 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-13 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-13 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

“มาแล้วเหรอ”


เพียงคนเดียวที่ทักทายชายหนุ่มในที่แห่งนี้ก็คือ คังยองโฮ ชายผู้สร้างความสะสุดตาด้วยการใส่ชุดฮันบกท่ามกลางผู้คนมากมายที่ใส่สูทหรือเดรส ไม่ใช่แค่เพียงการแต่งกาย แต่ลักษณะทางพันธุกรรมที่เขามีก็เรียกสายตาจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี ผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ล้วนเป็นอัลฟ่าที่ ‘ดีใช้ได้’ คังยองโฮกำลังโอ้อวดลักษณะทางพันธุกรรมของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ


“ผมเพิ่งเคยมางานแบบนี้ครั้งแรก ประหม่าเหมือนกันนะครับ”

“ถ้าพูดถ่อมตัวอยู่ล่ะก็เลิกพูดซะ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจคนอื่นหรอก ถึงจะสงสัยเกี่ยวกับตัวนายแค่ไหน ก็พูดแค่ภายในขอบเขตของฉันก็พอ”


ถึงจะทำเป็นพูดเหมือนมีเมตตา แต่คังยองโฮก็ไม่ใช่คนที่จะแบ่งปันอะไรที่เป็นของตัวเองให้ใครอยู่แล้ว แม้แต่แพทย์ประจำตัวของทายาทที่ตัวเองพามาด้วยการจ่ายเงินเป็นจำนวนที่คนอื่นก็ไม่สามารถจินตนาการได้ เพราะฉะนั้นปล่อยให้ไปพูดคุยหรือติดต่อกับอัลฟ่าคนอื่นๆ เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ

ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้า ครั้งนี้เป็นข้อเสนอที่เขาไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ

แม้จะรู้สึกผิด แต่เขาก็ไม่ได้มาเพื่อให้พวกอัลฟ่าธรรมดาผู้หลงตัวเองทั้งหลายตีตราจองด้วยสายตา


“อีกสักพักหลายชายฉันจะมา จริงๆ วันนี้เขาก็ไม่อยากออกมาแต่ฉันบังคับ เอาเถอะ ไม่รู้ว่าทำตัวละเอียดอ่อนอะไรขนาดนั้น นายรออยู่ตรงนี้แล้วกัน หลังจากนั้นค่อยแนะนำตัว”


ชายหนุ่มดูยินดีราวกับพนักงานเสิร์ฟแจ้งว่ากำลังจะเสิร์ฟอาหารจานหลัก เขาพยักหน้าเบาๆ มองไปทางด้านหลังของคังยองโฮที่อยู่ห่างออกไปแล้วหยิบค็อกเทลหนึ่งแก้วจากถาดที่ผ่านหน้า คนที่คอยเฝ้าดูอยู่ข้างๆ มีเพียงการ์ดผู้ติดตามของเขาเท่านั้น


“เคยเจอซูเปอร์อัลฟ่าจริงๆ ไหมครับ”


แม้จะมีสายตาเคลือบแคลงใจมองมาจากทุกทิศทางเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ระยะระหว่างชายหนุ่มกับคนพวกนั้นห่างกันพอสมควร เขามองไปยังทางเข้าและถามคำถามโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับไป


“ถ้าหมายถึงคุณชายยองจีล่ะก็...เคยครับ”

“งั้นเหรอครับ”


ในหัวนึกถึงประวัติโดยย่อของซูเปอร์อัลฟ่าที่เขาเช็กเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมาที่นี่


คังยองจี อายุสามสิบเอ็ดปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเอ็ดเซนติเมตร น้ำหนักเจ็ดสิบสองกิโลกรัม ซูเปอร์อัลฟ่าคือโค้ดของลักษณะทางพันธุกรรมของอีกฝ่าย... แม้จะเป็นข้อมูลที่น่าเบื่อแต่เขาก็จำมันไว้ในหัวอย่างไม่ตกหล่น ถึงจะท่องได้อย่างคล่องแคล่วแต่ในข้อมูลที่เหลือก็มีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่เขายังไม่รู้ คือหน้าตา ชายหนุ่มยังไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของซูเปอร์อัลฟ่าผู้นี้เลย

ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ เพราะความรักหลานของคังยองโฮโด่งดังจนแม้แต่ดินแดนอันแสนห่างไกลอย่างนิวยอร์กก็ยังรับรู้ได้ คุณชายสำเร็จการศึกษาทั้งหมดตั้งแต่ระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลายภายในคฤหาสน์ราวกับซุกซ่อนทรัพย์สมบัติที่มีค่าไว้ หลังจากมีอายุเกินยี่สิิบเอ็ดปีถึงจะสามารถออกสู่โลกภายนอกได้

แล้วตอนนั้นอีกฝ่ายได้รับการศึกษาแบบไหนกัน คุณชายที่ไม่มีแม้กระทั่งการบันทึกการสอบเทียบวุฒิการศึกษาใช้สิทธิ์อะไรกันถึงสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งได้ แต่ขั้นตอนนั้นไม่น่าสงสัยเลยแม้แต่น้อย เพราะข่าวที่ว่าคังยองโฮเป็นเจ้าของที่ดินที่ใช้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ข่าวลืออะไร


“อีกไม่นานผมก็จะได้เห็นสินะครับ”


แต่ในที่สุดคังยองโฮก็ยอมเปิดตัวหลานชายที่ซ่อนไว้เป็นเวลาเกือบยี่สิบปีออกสู่สายตาคนภายนอกเป็นครั้งแรก นั่นหมายความว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนสำหรับการมอบตำแหน่งของตนให้กับทายาทผู้สืบทอดแล้ว เพราะนอกจากเงินหรืออำนาจแล้วก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่จำเป็นสำหรับการนำพาตระกูลคังก้าวต่อไปในภายภาคหน้า

โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับอัลฟ่าระดับสูงคนอื่นๆ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แม้ว่าจะมีความสามารถมากแค่ไหนก็ไม่สามารถปกครองเพียงคนเดียวได้แน่นอน ถ้าตั้งใจจะปกครองแบบเผด็จการให้สำเร็จก็ต้องมีพรรคพวกที่คอยให้ความคุ้มครอง

เพราะฉะนั้นการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับคังยองจีช่วงหลังอายุยี่สิบจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไรมากมาย แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้บอกให้รู้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นน่ะเหรอ ก็มีคติที่ว่าให้เก็บของอร่อยไว้กินทีหลังสุดยังไงล่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าคังยองจีเป็นอาหารรสเลิศอย่างสุดท้ายที่จะต้องเหลือเอาไว้จนกระทั่งสุดท้ายของสุดท้ายเลยก็ได้

ไม่หรอก ถ้าคิดดูดีๆ นี่ก็ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงแล้ว ช่วงที่เห็นอีกฝ่ายครั้งแรกจะต้องเป็นช่วงที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตเท่านั้น ต้องมีระยะห่างที่สามารถแตะต้องได้เมื่อยื่นมือออกมาก็ต้องได้สัมผัสได้ ชายหนุ่มต้องการจะเห็นตรงหน้าแบบสัมผัสถึงการหายใจเข้าออกได้อย่างชัดเจนเต็มสองมือ ไม่ใช่ผ่านรูปหรืออีกฝั่งของจอคอมพิวเตอร์

บทสรุปของความปรารถนาและการรอคอยขัดแย้งกับจิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นต่อคังยองโฮโดยสิ้นเชิง มันเป็นความอยากรู้อยากเห็นต่อคนอายุเท่ากันที่แม้จะเกิดในสภาพแวดล้อมที่เกือบจะเหมือนกับตน แต่กลับก้าวเดินไปตามทางของโชคชะตาที่ตรงกันข้าม และท้ายที่สุดแล้ว อย่างน้อยมันก็เป็นความอดทนที่เขาจะต้องรักษาไว้ให้แก่คนที่เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือคนสำคัญจนเขาสามารถหลุดพ้นจากคฤหาสน์หลังนี้ได้

มันเป็นลางสังหรณ์ที่เขารู้สึกมานานว่าวันเช่นนี้จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน


“มาทางนั้นแล้วครับ”


จุดหมายปลายทางของคังยองจี ก็คือตัวเขาเอง

ถึงแม้ว่ารอบข้างจะไม่พูดอะไรแต่เขาก็สัมผัสได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเบนสายตามองไปชายผู้ตรงมาจากทางเข้าอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยิ่งกว่านั้น ชัวพริบตาเดียวความสนใจของทุกคนก็จดจ่อไปทางนั้นพร้อมๆ กับ

อีกฝ่ายผูกขาดและดึงดูดสายตาของชายหนุ่มด้วยเส้นผมและดวงตาสีดำสนิทอย่างมีเอกลักษณ์ และพันธุกรรมอันโดดเด่นที่สามารถแยกแยะได้ทันทีแม้จะมองจากไกลๆ เพียงแวบเดียวกำลังเดินตรงมาทางนี้

ตัวสั่นไปหมด ไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ อาการขนลุกเกรียวตั้งแต่ปลายนิ้วครอบงำร่างกายไปทั้งร่างโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ต้องอธิบายสิ่งนี้ว่าอะไรนะ คำขยายความที่ไม่ได้ถูกบันทึกอยู่ในพจนานุกรมของชายหนุ่มสั่นคลอนราวกับจะเจาะทะลุผิวหนังออกมาแล้วทำให้เลือดทั่วทั้งร่างกายเดือดพล่าน

ถูกล้อมรอบด้วยความรู้สึกที่อยากจะแผดเสียงร้องออกมา แต่ในทางตรงกันข้ามก็อยากจะหลบซ่อนให้มิดชิดอยู่ที่ไหนสักแห่ง เขามีทั้งจิตใจที่ต้องการร้องตะโกนออกมาอย่างเต็มที่ว่าตนอยู่ตรงนี้ กับจิตใจที่ต้องการทิ่มแทงดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจนกว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถมองเห็นร่างกายของเขาได้อยู่รวมกัน

แปลกประหลาด แปลกมากๆ นี่มันผิดปกติ เขาบ่นพึมพำในใจพร้อมกับกำหมัดแน่น รู้สึกพะอืดพะอมเหมือนอวัยวะภายในท้องทั้งหมดจะไหลออกมาจากปาก


สุดท้ายก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้แต่ก็ต้องยอมรับมัน ตอนนี้เขารู้สึกสับสนมาก คำขยายความเพียงคำเดียวที่สามารถอธิบายถึงเหยื่อที่ตัวเองรอคอยมาเนิ่นนานก็คือ...

‘งดงาม’

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น