คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 4 เป็นห่วงเป็นใย.. 25% (NC)

ชื่อตอน : บทที่ 4 เป็นห่วงเป็นใย.. 25% (NC)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 562

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2561 17:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เป็นห่วงเป็นใย.. 25% (NC)
แบบอักษร

​ฉันทพิชญา ไม่อาจขัดขืนสู้แรงของคนตัวโตได้เลย ยิ่งร่างกายของเธอปวดระบม ครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างนี้ด้วยแล้ว เรี่ยวแรงของเธอที่มี ก็ยิ่งถดถอยไปกว่าครึ่ง ดังนั้น ฉันทพิชญา จึงจำต้องยินยอมไปกับคนตัวโตแต่โดยดี จุฑาธช ปากก็พรมจูบไปรอบๆ เรียวปากบางนุ่มของคนตัวเล็ก มือใหญ่ก็ดึงเสื้อผ้าของคนตัวเล็กออกไปจนหมด และนั้นก็ทำให้สาวเจ้าไปมีอะไรปกคลุมร่างกายเลยสักชิ้นเดียวในตอนนี้

“ดาว!! ลืมตาขึ้นมามองพี่สิ” จุฑาธช ส่งเสียงร้องบอกคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มลงกว่าเดิม และสรรพนามที่ใช้เรียกขานก็แปรเปลี่ยนไปเป็นเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อน ครั้งที่ยังไม่ได้เกิดความบาดหมางใจกัน ฉันทพิชญา ได้ยินเสียงที่อ่อนนุ่มคุ้นเคย ที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกแล้ว ก็เปิดเปลือกตาขึ้นมามองดูคนตัวโต ตามที่เขาบอก 

จุฑาธช มองสบสายตากันและกันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่คนตัวโตจะผละลุกขึ้นทำการปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากกายแกร่ง โดยมีสายตาของคนตัวเล็ก ที่นอนอยู่บนเตียงจับจ้องมองดูอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเขาได้ถอนบ๊อกเซอร์ชิ้นสุดท้ายหลุดออกไปจากตัว จนเผยให้เห็นแกนกายอันใหญ่โตแข็งขืนโด่ชูชัน ฉันทพิชญา จึงต้องรีบเสหลบพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เพราะความเขินอายเป็นอย่างยิ่ง

จุฑาธช ก้มลงมาหาร่างบางอีกครั้ง พร้อมกับจับขาเรียวเล็กแยกออกจากกัน แล้วค่อยๆ สอดประสานแกนกายอันใหญ่โตแข็งขืนนั้น เข้าไปในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่าง ที่ตอนนี้มีน้ำหวานไหลเยิ้มออกมาหน่อยๆ “อะ อ้า พะ พี่ธช อื้อออ!!....” ฉันทพิชญา เผลอร้องเรียกชื่อ จุฑาธช ออกมาอย่างสนิทชิดเชื้อ เหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อน

จุฑาธช ก้มลงไปประกบปิดปากบางนุ่มนั้นไว้ พร้อมกับสอดแทงแกนกายอันใหญ่โตเข็งขืน เข้าไปในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่างจนสุดทาง “อื้อออ!!...” ฉันทพิชญา ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาจากในลำคอ เมื่อคนตัวโตได้ทำการขยับแกนกายอันใหญ่โตแข็งขืนนั้นเข้าออก จากช้าๆ เป็นเพิ่มความรัวเร็วขึ้น จนห้องทั้งห้องก่อเกิดความร้อน ราวกับมีไฟเสน่หากองใหญ่สุมอยู่กลางห้องก็ไม่ปาน

จุฑาธช โหมกระหน่ำเรี่ยวแรงพายุแห่งอารมณ์ความต้องการเข้าใส่คนตัวเล็กไม่ยั้ง จนกระทั้งตัวเขาได้ปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขสม เข้าใส่ภายในแอ่งน้ำหวานเบื้องล่าง อย่างไม่คิดที่จะกักเก็บแต่อย่างใด และเมื่อได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ถอดถอนแกนกายออกไปนอนหอบหายใจถี่ๆ เหนื่อยๆ เคียงข้างร่างบาง

แต่พอหันไปมองดูคนตัวเล็กที่นอนอยู่เคียงข้างกัน ก็รู้สึกได้ถึงความแน่นิ่งไป “ดาว!! ดาว” จุฑาธช ยื่นมือใหญ่ไปเขย่าแขนร่างบาง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมาให้ได้ยินเลย จึงรู้สึกทั้งตกใจและเป็นห่วงกังวลเป็นอย่างมาก รีบลุกขึ้นมามองดูคนตัวเล็กให้แน่ชัด ซึ่งก็ได้เห็นว่าคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม สลบไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ และยิ่งเมื่อได้สัมผัสเนื้อตัว อันนวลเนียนละเอียดลออนั้น ก็ยิ่งทำให้รู้สึกได้ถึงไอร้อนผ่าว ที่แผ่ออกมาจากร่างบางได้ชัดเจน

“ไอ้ธช ไอ้บ้าเอ้ย!!” จุฑาธช สถบด่าตัวเองออกมา เมื่อรู้แน่แกใจแล้วว่าที่ ฉันทพิชญา ได้พูดบอกว่าไม่สบายนั้นเป็นเรื่องจริง เธอไม่ได้โกหกเลยสักนิด มีแต่เขานี้แหละที่คิดไปเองว่าที่เธอพูดว่าปวดหัวนั้น เป็นเพราะว่าเธอกำลังเรียกร้องความสนใจ จุฑาธช รีบลุกขึ้นจากเตียงนอน ยื่นมือใหญ่ไปล้วงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ที่ได้ถอดกองอยู่บนพื้นห้องขึ้นมากดโทรออกหาเพื่อนที่เป็นหมอทันที

“ฮัลโล!! เอก ฉันต้องการความช่วยเหลือว่ะ เลขาฉันไม่สบายมาก นายช่วยมาดูให้หน่อยสิ ที่คอนโดของฉัน” เมื่อ เอกพล เพื่อนหมอรับสายแล้ว จุฑาธช ก็ร้องขอความช่วยเหลือไปตามสายทันที อย่างไม่คิดจะรอฟังเสียงขานรับจากฝั่งนั้นเลยสักนิด 

“เลขานายไม่สบายก็พาไปหาหมอสิว่ะ เอ๊!! แล้วทำไมเลขาของนายถึงไปอยู่ที่คอนโดนายได้วะ!!?? เอกพล ถามขึ้นอย่างตีรวน และชวนสงสัยไปกับคำพูดของเพื่อน ที่โทรมาขอความช่วยเหลือ เพราะปกติเขาจะไม่พาผู้หญิงคนไหนไปที่คอนโดเลย แต่ทำไมผู้หญิงที่เพื่อนบอกว่าเป็นเลขาคนนี้ถึงได้ให้ไปที่นั้นได้

“อย่าถามเซ้าซี้ได้ไหมวะ? นายจะมาหรือเปล่า? ถ้าไม่มาฉันจะได้โทรไปหาหมออีกคนให้มาช่วยดูให้” จุฑาธช กล่าวเสียงเข้มขึ้น เพราะไม่อยากให้เพื่อนหมอทู้ซี้ถามอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเขาไม่อยากตอบคำถามอะไรทั้งนั้นในตอนนี้  และก็เป็นห่วงเป็นใยคนตัวเล็กที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนนั้นด้วย “เอ่อๆ จะไปดูให้ รอแป๊บแล้วกัน” เอกพล รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเพื่อน จึงไม่คิดจะเซ้าซี้อีก ตอบรับกลับไปแต่โดยดี ก่อนที่จะวางสายกันไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น