โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01-6 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-6 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2561 16:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-6 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาแล้วเดินผ่านแถวที่เข้าคิวกันอยู่อย่างมั่นใจ

ถึงแม้ว่าจะเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกแต่ก็ไปจนถึงทางขึ้นเครื่องของเฟิร์สคลาสได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งเหล่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ยิ้มอย่างสดใสก็กำลังรอชายหนุ่มอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คนผิวดำ คนผิวขาว หรือเป็นโอเมก้าก็ตาม คนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านบริการมักจะยิ้มอย่างสดใสและนั่นทำให้เขารู้สึกดีเสมอ

เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่กฎข้อห้ามเกี่ยวกับการแบ่งแยกโอเมก้าถูกเสนอไปทั่วโลก จุดจบของพวกที่น่ารังเกียจซึ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ความเป็นไปของโลก ก็แค่ถูกอัดอยู่ในห้องน้ำสนามบินเท่านั้น ในตอนนี้โอเมก้าเอง ก็ได้รับสิทธิการนั่งเฟิร์สคลาสเช่นเดียวกันกับพวกอัลฟ่าแล้ว


“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณไบรท์ตัน”

“สวัสดีครับ”


ชายหนุ่มส่งยิ้มให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยสีหน้าที่สดชื่นกว่าครั้งไหนๆ รอยยิ้มของเขาสุภาพเป็นอย่างมาก ลักษณะท่าทางที่ไม่จุกจิกและสุขุม สมกับเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกที่สง่างามของกรรมการบริษัทของ ‘ซีรินจ์’ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบริษัทผลิตยาที่ดีที่สุด

เขาจองที่นั่งในส่วนเฟิร์สคลาสทั้งหมดของเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังอินชอน ซึ่งออกเดินทางในวันนี้ตอน 4 โมง 20 นาที เขาหวังว่าจะสบายใจกับการเดินทาง จนกว่าจะถึงประเทศของพ่อแม่ที่ได้ไปเยือนเป็นครั้งแรกมากกว่าครั้งไหนๆ


“ได้พบกันเช่นนี้ รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ”

“ทางผมก็เป็นเกียรติเช่นกันครับ เรเชล”


ชายหนุ่มนั้นเป็นผู้ชายที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่มารยาทอย่างเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเฉลียวฉลาดด้วย แม้ว่าเขาจะจำตอนที่แนะนำตัวกันก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย แต่เขาผู้รู้ชื่อของอีกฝ่ายจากป้ายชื่อที่ติดอยู่ตรงหน้าอกก็สามารถตอบกลับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนขึ้นเครื่องเขาได้เช็คทุกอย่างหมดแล้ว


“ผมชื่อเอ็ดวิน เป็นคนดูแลคุณไบรท์ตันจนกว่าจะถึงเวลาที่นำเครื่องลงจอดครับ”

“ครับ เอ็ดวิน ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะครับ”


สจ๊วตที่ยืนอยู่ด้านข้างรอจนถึงคราวของตัวเองก่อนแล้วค่อยพูดออกมา เขารู้สึกได้ทุกครั้งเวลาแบบนี้ว่าเขามีดวงสมพงศ์กับระบบทุนนิยมมาก ยิ่งจำนวนเงินทั้งหมดสูงมากเท่าไหร่ ประเภทและคุณภาพของการบริการย่อมสูงขึ้นตามธรรมชาติ สจ๊วตที่เมื่อสักครู่นี้แนะนำตัวเองว่าชื่อเอ็ดวินจะเป็นเลขาผู้ติดตามชายหนุ่มเป็นเวลาราวๆ 14 ชั่วโมงด้วยตัวเอง

ชายหนุ่มยื่นกระเป๋าถือส่งไปให้อีกฝ่ายแล้วนั่งลงบนที่นั่งอย่างคุ้นเคย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะนั่งตรงไหน ตรงนั้นก็คือที่นั่งของเขานั่นแหละ


“ดูอารมณ์ดีมากๆ เลยนะครับคุณไบรท์ตัน”

 “ดูเป็นอย่างงั้นเหรอครับ ถึงจะดีจริงๆ ก็เถอะ”


จริงๆ แล้วก็ดีมาก ชายหนุ่มระงับลมหายใจที่ร้อนรุ่มอยู่ข้างใน ข้างนอกดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ข้างในนั้นกำลังระงับความเดือดพล่านที่ต้องการแสดงออกมาตอนนี้อย่างยากลำบาก แต่ความตื่นตัวนั้นกลับไม่ลดลงเลย เขาจึงเพิ่มความเข้มข้นของยาระงับอารมณ์ให้มากกว่าปกติและฉีดเข้าไป

เขาสูดลมหายใจช้าๆ แล้วหันหน้าไปทางสจ๊วต รอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นถูกใจเขามาก ถ้าพูดถึงรสนิยมของชายหนุ่มล่ะก็ นี่ก็ตรงตามแบบที่เขาชอบเลย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น

อีกฝ่ายก็เป็นโอเมก้าไหมนะ  ส่วนมากในอัตราส่วนของผู้ที่ทำงานบริการ จำนวนของโอเมก้ายังคงมากกว่าแบบเห็นได้ชัด เพราะเป็นฝ่ายให้บริการแก่พวกอัลฟ่าที่สูงส่ง ไม่ใช่ฝ่ายที่จะให้คนอื่นมาบริการตนเอง แน่นอนว่าถ้าพูดถึงปัญหาในส่วนของตัวเลข ถึงเบต้าจะมีมากกว่า แต่ในโลกของอัลฟ่ากับโอเมก้านั้น บางครั้งเบต้าหายไปก็ราวกับไม่มีตัวตนเช่นกัน

ชายหนุ่มปรับท่าทางการนั่งอย่างช้าๆ เหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่ สักพักหนึ่งก็กลอกตาไปมาแล้วก็หันไปมองสจ๊วตอีกครั้ง


“ในวันแบบนี้ก็ต้องดื่มแชมเปญใช่ไหมล่ะครับ เหมือนผมจะขอไว้กับทางสายการบินล่วงหน้าแล้วด้วย”


เครื่องบินยังคงอยู่บนพื้นดิน แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สจ๊วตเตรียมแชมเปญที่ถูกจัดเตรียมไว้ตามรายการคำสั่งที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ อีกด้านหนึ่งภายในเครื่องบินลำเดียวกันกำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น แต่ที่นี่นั้นยังคงสงบอยู่

อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร


“ผมขอ 2 แก้วนะครับ”

“…ครับ 2 แก้วเหรอครับ”

“อีกแก้วหนึ่งจะเป็นแก้วของคุณครับเอ็ดวิน”

“แต่บนเครื่องบิน ห้ามพนักงานต้อนรับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด...”


ห้ามงั้นเหรอ มุมปากยิ้มอ่อนโยนราวกับจะถามคำถามต่อไป แต่ก็เหมือนบอกว่าการรับฟังความคิดเห็นที่ต่างออกไปนั้นช่างยุ่งยาก แน่นอนว่าสายการบินนั้นมีข้อสัญญาที่ระบุไว้ว่า ในกรณีที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทตัวเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ภายในเครื่อง จะสามารถไล่ออกได้ทันที แต่ในทางกลับกันการห้ามทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายใจนั้น ก็เป็นกฎระเบียบพื้นฐานที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทุกคนจะต้องรักษาไว้เช่นกัน

โดยเฉพาะถ้าเป็น VVIP ที่เบื้องบนได้สั่งแยกไว้ต่างหากนั้น ก็ยิ่งไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งสิ้น สจ๊วตผู้ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็เตรียมแชมเปญไว้ 2 แก้วตามคำสั่งของชายหนุ่ม

“ดื่มแค่แก้วเดียวก็ได้ครับ ผมแค่อยากจะดื่มอวยพร แต่กลับไม่มีคนชนแก้วด้วยเลยรู้สึกเหงาๆ นิดหน่อย”

“…อืม ถ้าอย่างงั้น... ครับ แก้วเดียวก็ได้”

“ขอให้พวกเราถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพนะครับ”


แล้วก็อธิษฐาน แก้วชนกันดังกริ๊ก ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นมาเบาๆ ก่อนดื่มแชมเปญจนหมด รสชาติหวานแล้วขมในตอนท้ายสัมผัสที่ลิ้นแล้วไหลผ่านหลอดอาหารลงไป ชายหนุ่มหลับตาลงและลิ้มรสรสชาติเพื่อไม่ให้พลาดรสแชมเปญไปแม้แต่หยดเดียว

เสียงกลืนดังอึกๆ ทันทีที่อึกสุดท้ายไหลผ่านลำคอลงไป ชายหนุ่มก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ โดยไม่รู้ตัวแก้วของอีกฝ่ายก็ว่างเสียแล้ว


“ขออีกสักแก้วได้ไหมครับ”

“ครับ นี่...”

“ไม่ครับ ไม่ใช่ผมแต่คุณต่างหาก”


คำพูดที่ว่าแก้วเดียวของชายหนุ่มนั้นโกหกหรอกเหรอ แววตาของสจ๊วตหนุ่มสั่นคลอน แม้ว่าเขาจะยิ้มอยู่แต่ก็ดูขู่เข็ญชอบกล กลิ่นหอมหวานที่ส่งกลิ่นจางๆ ออกมาจากตัวของเขามีความน่าเกรงขามซึ่งยากจะอธิบายได้อยู่ ตามที่ชายหนุ่มคาดเอาไว้ไม่ผิด สจ๊วตคนนี้เป็นโอเมก้า และตอนนี้สาเหตุที่ว่าทำไมร่างกายของโอเมก้ามีปฏิกิริยากับโอเมก้าด้วยกันเองนั้น นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่อธิบายได้ยากเช่นกัน

ระหว่างที่กำลังลังเลอยู่ก็มีเสียงประกาศแจ้งการนำเครื่องขึ้นดังออกมา สจ๊วตผู้ซึ่งกำลังลังเลและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ได้หายตัวไปหลังจากบอกว่าต้องไปจัดรถเข็นเพื่อนำเครื่องขึ้นราวกับจะหลบหนี ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้รั้งหรือกีดกันอะไร ก็ต้องทำงานสิ เขายิ้มอย่างแปลกประหลาดพลางเปิดนิตยสารดู เป็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเล็กน้อยต่างกับรอยยิ้มอย่างสุภาพเมื่อสักครู่นี้ แต่ก็ไม่มีใครได้เห็น

อย่างไรก็ตามสุดท้ายอีกฝ่ายก็กลับมา ไม่ใช่แค่เพราะวันนี้เขาจะเป็นเลขาผู้ติดตามชายหนุ่มเพียงเท่านั้น

“คุณ...ไบรท์ตัน”


แต่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าโดยไม่ทันรู้ตัว

และตอนนี้ก็ไม่สามารถหนีไปที่ไหนได้แล้ว


“เอาแชมเปญไปวางไว้ที่ไหนมาครับ เหมือนผมบอกไปว่าขอเพิ่มอีกแก้วนี่นา”

“คือว่า...”


ใบหน้าของสจ๊วตที่เพิ่งกลับมาเป็นสีแดงจัด ริมฝีปากปล่อยลมหายใจที่แสนกระวนกระวายออกอย่างยากลำบาก พูดอย่างไม่ชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลังเล และมีสีหน้าที่ไม่ว่าใครก็มองออกว่าไม่สบายตัว

โชคร้ายหรือโชคดีกันนะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะลำบากใจหรืออึดอัด ชายหนุ่มก็รู้ไปหมดทุกอย่าง

“ไปเอามาอีกรอบนะครับ”


ในพื้นที่นี้คำสั่งของชายหนุ่มถือเป็นเด็ดขาด สจ๊วตกัดริมฝีปากของตนแล้วลากขาที่แม้แต่ตัวเองก็ควบคุมได้ยาก เดินกะโผลกกะเผลกแล้วหายไป

ตามที่คาดไว้ ตอนนี้ปลายนิ้วมือของเขาสั่นระริก ทุกครั้งที่ก้าวเดินหว่างขาจะเจ็บแปลบๆ ช่องทางด้านหลังก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล และจู่ๆ เข่าก็ไม่มีแรง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น