โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

01-6 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-6 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-6 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาแล้วเดินผ่านแถวที่คนอื่นกำลังเข้าคิวอยู่อย่างมั่นใจ

ถึงแม้ว่าจะเป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกแต่เขาก็เดินไปจนถึงทางขึ้นของเฟิร์สคลาสได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งตรงนั้นมีเหล่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยิ้มอย่างสดใสกำลังรอชายหนุ่มอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คนผิวดำ คนผิวขาว หรือเป็นโอเมก้าก็ตาม คนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านบริการมักจะยิ้มอย่างสดใสจนทำให้เขารู้สึกดีเสมอ

เป็นเวลาห้าปีแล้วที่กฎข้อห้ามเกี่ยวกับการแบ่งแยกโอเมก้าถูกเสนอไปทั่วโลก จุดจบของพวกที่น่ารังเกียจไม่ยอมเข้าใจสถานการณ์ความเป็นไปของโลกก็คือถูกอัดอยู่ในห้องน้ำสนามบินนั่นแหละ ในตอนนี้โอเมก้าก็ได้รับสิทธิการนั่งเฟิร์สคลาสเช่นเดียวกันกับพวกอัลฟ่าแล้ว


“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณไบรท์ตัน”

“สวัสดีครับ”


ชายหนุ่มส่งยิ้มให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยสีหน้าที่สดชื่นกว่าครั้งไหนๆ รอยยิ้มของเขาสุภาพเป็นอย่างมาก บวกกับลักษณะท่าทางที่ไม่จุกจิกและสุขุม จึงสมกับเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกที่สง่างามของกรรมการบริษัท ‘ซีรินจ์’ ที่เรียกได้ว่าเป็นบริษัทผลิตยาที่ดีที่สุด

เขาจองที่นั่งในส่วนเฟิร์สคลาสทั้งหมดของเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปอินชอน ซึ่งจะออกเดินทางในวันนี้ตอนสี่โมง ยี่สิบนาที และหวังว่าจะสบายใจกับการเดินทางจนกว่าจะถึงประเทศของพ่อแม่ที่ได้ไปเยือนเป็นครั้งแรกมากกว่าครั้งไหนๆ


“ได้พบกันเช่นนี้ รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ”

“ทางผมก็เป็นเกียรติเช่นกันครับ เรเชล”


ชายหนุ่มเป็นผู้ชายที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่มารยาทอย่างเดียว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเฉลียวฉลาดด้วย แม้ว่าเขาจะจำตอนที่แนะนำตัวกันก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย แต่เขาก็รู้ชื่อของอีกฝ่ายจากการอ่านป้ายที่ติดอยู่ตรงหน้าอกและสามารถตอบกลับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนขึ้นเครื่องเขาเช็กทุกอย่างหมดแล้ว


“ผมชื่อเอ็ดวิน จะเป็นคนดูแลคุณไบรท์ตันจนกว่าจะถึงเวลานำเครื่องลงจอดครับ”

“ครับ เอ็ดวิน ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะครับ”


สจ๊วตที่ยืนอยู่ด้านข้างรอจนถึงคราวของตัวเองก่อนแล้วค่อยแนะนำตัว เขารู้สึกได้ทุกครั้งเวลาแบบนี้ว่าตัวเองมีดวงสมพงศ์กับระบบทุนนิยมมาก ยิ่งจำนวนเงินสูงมากเท่าไหร่ ประเภทและคุณภาพของการบริการย่อมสูงขึ้นเป็นปกติ สจ๊วตที่เมื่อสักครู่นี้แนะนำตัวเองว่าชื่อเอ็ดวินจะเป็นเหมือนเลขาผู้ติดตามชายหนุ่มเป็นเวลาราวๆ สิบสี่ชั่วโมงด้วยตัวเอง

ชายหนุ่มจึงยื่นกระเป๋าถือส่งไปให้อีกฝ่ายแล้วนั่งลงบนที่นั่งอย่างคุ้นเคย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ว่าจะนั่งตรงไหน ตรงนั้นก็คือที่นั่งของเขานั่นแหละ


“ดูอารมณ์ดีมากๆ เลยนะครับคุณไบรท์ตัน”

“ดูเป็นอย่างงั้นเหรอครับ ถึงจะดีจริงๆ ก็เถอะ”


ความจริงแล้วก็ดีมาก ชายหนุ่มระงับลมหายใจที่ร้อนรุ่มอยู่ข้างใน ข้างนอกดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ข้างในเขากำลังอดกลั้นความเดือดพล่านที่ต้องการแสดงออกมาตอนนี้อย่างลำบาก ทว่าความตื่นตัวกลับไม่ลดลงเลย เขาเลยต้องเพิ่มความเข้มข้นของยาระงับอารมณ์ให้มากกว่าปกติแล้วฉีดเข้าไป

หลังจากสูดลมหายใจช้าๆ ก็หันหน้าไปทางสจ๊วต รอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นนี้ถูกใจเขามาก ถ้าพูดถึงรสนิยมของชายหนุ่มล่ะก็ นี่ก็ตรงตามแบบที่เขาชอบเลย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น...

อีกฝ่ายจะเป็นโอเมก้าไหมนะ  ส่วนมากในอัตราส่วนของผู้ที่ทำงานบริการจำนวนของโอเมก้าก็ยังคงมากกว่าแบบเห็นได้ชัด เพราะมักจะเป็นฝ่ายให้บริการแก่พวกอัลฟ่าที่สูงส่ง ไม่ใช่ฝ่ายที่จะให้คนอื่นมาบริการตนเอง แน่นอนว่าถ้าพูดถึงปัญหาในส่วนของตัวเลข ถึงเบต้าจะมีมากกว่า แต่ในโลกของอัลฟ่ากับโอเมก้าแล้ว บางครั้งเบต้าหายไปก็ราวกับไม่มีตัวตนเช่นกัน

ชายหนุ่มปรับท่าทางการนั่งอย่างช้าๆ เหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่ สักพักหนึ่งก็กลอกตาไปมาแล้วก็หันไปมองสจ๊วตอีกครั้ง


“ในวันแบบนี้ก็ต้องดื่มแชมเปญใช่ไหมล่ะครับ เหมือนผมจะขอไว้กับทางสายการบินล่วงหน้าแล้วด้วย”


เครื่องบินยังคงอยู่บนพื้นดิน แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สจ๊วตจึงเตรียมแชมเปญที่ถูกจัดเตรียมไว้ตามรายการคำสั่งที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ ถึงแม้อีกด้านหนึ่งภายในเครื่องบินลำเดียวกันจะกำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น แต่ที่นี่ก็ยังคงสงบอยู่

อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร


“ผมขอสองแก้วนะครับ”

“…ครับ? สองแก้วเหรอครับ”

“อีกแก้วหนึ่งจะเป็นแก้วของคุณครับ เอ็ดวิน”

“แต่บนเครื่องบิน ห้ามพนักงานต้อนรับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด...”


ห้ามงั้นเหรอ มุมปากยกยิ้มอ่อนโยนราวกับจะถามคำถามต่อไป แต่ก็เหมือนจะบอกว่าการรับฟังความคิดเห็นที่ต่างออกไปช่างยุ่งยากเช่นกัน แน่นอนว่าสายการบินมีข้อสัญญาที่ระบุไว้ว่า ในกรณีที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัทตัวเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ภายในเครื่องจะสามารถไล่ออกได้ทันที แต่ในทางกลับกันการห้ามทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายใจ เป็นกฎระเบียบพื้นฐานที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทุกคนจะต้องรักษาไว้

โดยเฉพาะถ้าเป็นผู็โดยสารระดับวีวีไอพีที่เบื้องบนได้สั่งแยกไว้ต่างหากก็ยิ่งไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งสิ้น สจ๊วตหนุ่มผู้ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร สุดท้ายจึงเตรียมแชมเปญไว้สองแก้วตามคำสั่งของชายหนุ่ม

“ดื่มแค่แก้วเดียวก็ได้ครับ ผมแค่อยากจะดื่มอวยพร พอไม่มีคนชนแก้วด้วยเลยรู้สึกเหงาๆ นิดหน่อย”

“…อืม ถ้าอย่างงั้น... ครับ แก้วเดียวก็ได้”

“ขอให้พวกเราถึงเกาหลีโดยสวัสดิภาพนะครับ”


อธิษฐานแล้วชนแก้วกันดังกริ๊ก จากนั้นก็ยกแก้วขึ้นมาเบาๆ ดื่มแชมเปญจนหมด รสชาติหวานแล้วขมในตอนท้ายสัมผัสที่ลิ้นแล้วไหลผ่านหลอดอาหารลงไป เขาหลับตาลงพลางลิ้มรสรสชาติเพื่อไม่ให้พลาดแชมเปญไปแม้แต่หยดเดียว

เสียงกลืนดังอึกๆ หยุดลงทันทีที่อึกสุดท้ายไหลผ่านลำคอลงไป ชายหนุ่มก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ โดยไม่รู้ตัวแก้วของอีกฝ่ายก็ว่างเปล่าเสียแล้ว


“ขออีกสักแก้วได้ไหมครับ”

“ได้ครับ นี่...”

“ไม่ครับ ไม่ใช่ผมแต่คุณต่างหาก”


ที่เขาพูดว่าแก้วเดียวคือคำโกหกเหรอ แววตาของสจ๊วตหนุ่มสั่นคลอน แม้ว่าชายหนุ่มจะยิ้มอยู่แต่ก็ดูข่มขู่ชอบกล กลิ่นหอมหวานที่ส่งกลิ่นจางๆ ออกมาจากตัวเขามีความน่าเกรงขามที่ยากจะอธิบายได้อยู่ ตามที่ชายหนุ่มคาดเอาไว้สจ๊วตคนนี้เป็นโอเมก้า แค่สาเหตุที่ว่าทำไมร่างกายของโอเมก้าถึงมีปฏิกิริยากับโอเมก้าด้วยกันเองในตอนนี้ ก็เป็นอีกเรื่องที่อธิบายได้ยากเช่นกัน

ระหว่างที่กำลังลังเลก็มีเสียงประกาศแจ้งการนำเครื่องขึ้นดังไปทั่ว สจ๊วตที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็หายตัวไปหลังจากบอกว่าต้องไปจัดรถเข็นเพื่อนำเครื่องขึ้นราวกับจะหลบหนี แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้รั้งหรือกีดกันอะไร ก็ต้องทำงานสิ เขายิ้มเจ้าเล่ห์พลางเปิดนิตยสารดู เป็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเล็กน้อยต่างกับรอยยิ้มอย่างสุภาพเมื่อสักครู่นี้ แต่ก็ไม่มีใครได้เห็น

เพราะอย่างไรก็ตามสุดท้ายอีกฝ่ายก็ต้องกลับมา ไม่ใช่แค่เพราะวันนี้เขาจะเป็นเลขาผู้ติดตามชายหนุ่มเพียงเท่านั้น


“คุณ...ไบรท์ตัน”


แต่เครื่องบินกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าโดยไม่ทันรู้ตัว

และตอนนี้ก็ไม่สามารถหนีไปที่ไหนได้แล้ว


“เอาแชมเปญไปวางไว้ที่ไหนมาครับ เหมือนผมบอกไปว่าขอเพิ่มอีกแก้วนี่นา”

“คือว่า...”


ใบหน้าของสจ๊วตที่เพิ่งกลับมาเป็นสีแดงจัด ริมฝีปากปล่อยลมหายใจแสนกระวนกระวายออกมาอย่างยากลำบาก พูดไม่ชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลังเล และมีสีหน้าที่ไม่ว่าใครก็มองออกว่าไม่สบายตัว

โชคร้ายหรือโชคดีกันนะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะลำบากใจหรืออึดอัด ชายหนุ่มก็รู้ไปหมดทุกอย่าง


“ไปเอามาอีกรอบนะครับ”


ในพื้นที่นี้คำสั่งของชายหนุ่มถือเป็นเด็ดขาด สจ๊วตจึงกัดริมฝีปากของตนแล้วลากขาที่แม้แต่ตัวเองก็ควบคุมได้ยาก เดินกะโผลกกะเผลกหายไป

ทว่าตอนนี้ปลายนิ้วมือของสจ๊วตหนุ่มกลับสั่นระริก ทุกครั้งที่ก้าวเดินหว่างขาจะเจ็บแปลบๆ ช่องทางด้านหลังก็ร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล และอยู่ๆ เข่าก็ไม่มีแรงกะทันหัน


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น