โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

01-5 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-5 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-5 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

“อ๊ะ”


สมบูรณ์แบบ แต่ทว่า...

เสียงร้องสั้นๆ คล้ายกับคำอุทานดังออกมาโดยอัตโนมัติหลังจากเขาเดินชนกับใครบางคนที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มเงยหน้ามองชายผิวขาวผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าตัวเองประมาณนึง ผู้ชายคนนั้นมีสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด พลางใช้มือปัดๆ ตรงจุดที่ชนกันแล้วเดินผ่านไป


“หื้ม?”


แต่เขากลับได้ยินเสียงของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เสียงที่พูดอยู่คนเดียวว่า ‘วันนี้ดวงไม่ดีจริงๆ’

เป็นไปตามที่คิด คนตรงหน้าต้องอยากพูดอะไรที่คล้ายกับ ‘โดนตัวโอเมก้าเนี่ยนะ’ หรือ ‘เปื้อนของโสโครกเข้าแล้วไง’ ไม่ผิดแน่ เพราะชายผิวขาวห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นของอัลฟ่าเฉกเช่นกลิ่นน้ำหอมและดูไม่มีความคิดจะซ่อนเร้นใดๆ ราวกับกำลังโอ้อวดลักษณะทางพันธุกรรมของตัวเอง ไม่ว่าจะทำผิดอะไร ก็คิดว่าตัวเองเป็นระดับพรีเมียมงั้นเหรอ ชายหนุ่มพึมพำในใจ

ช่างเป็นกลิ่นที่รุนแรงจริงๆ  เขายืนเอียงตัวพิงกำแพงห้องน้ำแล้วมองไปทางด้านหลังของอัลฟ่าผู้นั้นอย่างไม่ละสายตา


 ยังไงเขาเองก็ไม่มีแพลนจะกลับมาที่นี่อีกสักพัก ก่อนจะเลียมุมปากที่ยกขึ้นแทนหางตาที่คล้อยต่ำลงและกระเดาะลิ้นอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นชายหนุ่มก็เปิดกระเป๋าที่ถืออยู่แล้วหยิบเครื่องมือจำเป็นออกมาสองสามอย่าง สิ่งที่เตรียมไว้ช่างเรียบง่าย แค่เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้งกับเทสเตอร์อันเล็กๆ ที่มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถแยกชนิดของมันได้หนึ่งอัน

การเตรียมการก็ไม่ยากเช่นกัน หลังจากจับตามองชายผิวขาวทำธุระเสร็จแล้วหมุนตัวมาล้างมืออย่างตั้งอกตั้งใจ เขาก็ตบไหล่ของอีกฝ่ายประมาณสองครั้งแล้วก็จบด้วยสิ่งนั้น

อัลฟ่าผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสจากมือ การมองพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายที่บูดเบี้ยวไปด้วยความรู้สึกเสียอารมณ์ผ่านกระจกไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องทำ ก็แค่มองฆ่าเวลาเฉยๆ เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังมองอย่างไม่ละสายตาสักวินาทีเดียว

ยังไงก็เป็นเรื่องน่าสนุกนี่ การเกิดเรื่องที่คาดไม่ถึงน่ะ การดำเนินเรื่องโดยที่เหยื่อรู้ตัวว่าจะต้องถูกล่าแล้วกลายเป็นสัตว์ประหลาดก็เป็นหนึ่งในโครงเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายไปเสียแล้วสำหรับตอนนี้


ทันทีที่มือของชายหนุ่มกดเข้าอย่างแรงที่ศีรษะด้านหลัง หน้าผากของชายผิวขาวก็กระแทกเข้ากับกระจกที่อยู่ด้านหน้า ถ้าถามว่ารุนแรงขนาดไหน ก็จนกระจกแตกกระจายแล้วเลือดไหลย้อยตามลงมาเลยล่ะ

อีกฝ่ายมึนงงไปชั่วขณะก่อนจะเริ่มเข้าใจว่าสถานการณ์ที่ได้เผชิญเมื่อสักครู่นี้คืออะไร ชายผิวขาวใช้พละกำลังของกล้ามเนื้ออันแข็งแรงเพื่อเงยหน้าขึ้นแต่ทว่าหลังคอที่ถูกกดไว้กลับไม่ขยับเลย เป็นพละกำลังที่มหาศาล และยิ่งมาจากชายผู้มีกลิ่นของโอเมก้าส่งกลิ่นหอมหวานด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นพลังที่ยากเกินจะจินตนาการ

เมื่อชายร่างใหญ่ยิ่งดิ้น เศษกระจกก็ยิ่งบาดเข้าไปในหน้าผาก


“เป็นยาที่ยังวิจัยอยู่น่ะ อาจจะไม่ถูกใจคุณ เพราะมันเป็นยาที่จะลบกลิ่นอัลฟ่าอันน่าสะอิดสะเอียนของคุณทิ้งไปแล้วทำให้กลิ่นโอเมก้าฟุ้งออกมาแทน พูดถึงโอเมก้า แม้แต่กลิ่นคุณก็คงจะไม่ชอบแต่ผ่านไปสักพักเดี๋ยวก็ชินเองแหละ”

“นี่ นี่มัน ทำอะไร...!”

“ไม่มียารักษาหรอกเพราะยังไม่ได้คิดเลย ช่วยเข้าใจจุดนี้หน่อยละกัน”


เข็มฉีดยาอันแหลมคมทิ่มเข้าไปที่ลำคอหนา ตามด้วยการดันกระบอกสูบฉีดยาเข้าไปอย่างหนักแน่นและไร้ซึ่งความลังเล อีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงยาที่เข้าไปรวดเดียวจนขนลุกอย่างฉับพลัน

ช่วงนี้แหละที่ดีที่สุด ดวงตาที่เฝ้าดูปริมาณตัวยากำลังลดน้อยลงเปล่งประกายราวกับเด็กน้อย มุมปากยิ้มอย่างละมุนละไมต่างกับพละกำลังที่ใช้กดลำคอด้านหลังของชายผิวขาว


“แล้วก็ไม่มีแผนที่จะทำในอนาคตด้วย”


หลังจากที่ดึงเข็มฉีดยาออกชายผิวขาวก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ อีกคนแผดเสียงดังลั่นแล้วล้มลงไปที่พื้น ชายหนุ่มที่ถอยหลบไปด้านหลังก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็วมองดูตาที่ถลนและริมฝีปากอ้ากว้างแล้วเริ่มยิ้มกริ่ม

ออกอาการเร็วกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย เขานึกเนื้อหาที่จะเพิ่มเข้าไปในหนังสือวิจัยพลางโยนเข็มฉีดยาที่ใช้จนหมดแล้วลงไปในถังขยะ ถามว่าเป็นการกระทำที่ไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นทีหลังจะทำยังไง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะเขามีกำหนดการจะไปจากอเมริกาเร็วๆ นี้อยู่แล้ว


“ไม่ใช่เวลาแบบนี้สินะ จริงๆ เลย”


จากนั้นก็ลากป้าย ‘กำลังทำความสะอาด’ ที่วางเอียงๆ พิงไว้ข้างประตูมาไว้ตรงทางเข้าห้องน้ำเบาๆ อย่างไร้รอยนิ้วมือ


ชายหนุ่มเดินฮัมเพลงเข้าไปปะปนกับฝูงคนอย่างเป็นธรรมชาติ การเดินที่คล่องแคล่วว่องไวเมื่อยิ่งใกล้ถึงเกทก็ยิ่งค่อยๆ สงบเยือกเย็น สูทราคาแพงและกระเป๋าถือที่เขาถืออยู่ในตอนนี้เป็นของที่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด


“โอ๊ะ”


เสียงอุทานสั้นๆ กับการก้าวเดินที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายอย่างไม่ลังเลหยุดชะงักลง เป็นเสียงอุทานที่ช้ากว่าเมื่อครู่นี้ แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาขณะที่ชนกับใครบางคนเช่นเดียวกัน

เด็กผู้หญิงที่น่าจะสูงไม่ถึงต้นขากำลังเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว ผิวสีเข้มและทรงผมที่คิดว่าน่าจะมีช่างฝีมือดีทำให้อย่างพิถีพิถันจนคาดเดาถึงความจริงได้อย่างง่ายดายว่าพ่อแม่ของเด็กสาวก็น่าจะทำผมทรงคล้ายๆ กัน

ดูแล้วอายุน่าจะยังไม่ถึงสิบขวบดี แน่นอนว่าคงยังไม่ถึงช่วงที่รู้ระดับของตัวเอง เพราะเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเด็กน้อยคนนี้คือเบต้า โอเมก้า หรืออัลฟ่า แต่ตามที่ชายหนุ่มได้ลองคาดเดาดูด้วยความรู้สึกก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเด็กคนนี้จะโตไปเป็นโอเมก้า เพราะว่ากลิ่นหอมหวานอันน้อยนิดที่ลอยออกมานั่นเอง

เด็กน้อยยังคงทำอะไรไม่ถูกและสีหน้าที่อ้ำอึ้งก็เต็มไปด้วยความลังเล กำลังหวาดกลัวสินะ พ่อแม่ของเด็กคงจะพูดให้ฟังเหมือนทุกวันว่าต้องระมัดระวังพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเป็นอัลฟ่าก็ยิ่งต้องระวัง เพราะอาจจะไปเจอเข้ากับสถานการณ์อันตรายเข้าก็ได้


“ขอโทษที ตกใจใช่ไหม”


ชายหนุ่มลงไปนั่งชันเข่าอย่างเต็มใจแล้วสบตากับเด็กน้อย เขากำลังยิ้มอยู่ด้วยใบหน้าที่ทำให้คนมองรู้สึกอุ่นและปลอดภัยขึ้นอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำได้เพียงแค่คลายความระแวงลง


“ฉันจะให้นี่แทนคำขอโทษละกัน กินไหม”


จากนั้นก็หยิบช็อกโกแลตที่ผูกปลายห่อทั้งสองข้างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ถ้าเป็นของหวานแล้วล่ะก็ ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของชายหนุ่มผู้น่าหลงใหลมักจะมีช็อกโกแลตหรือลูกอมสักอันสองอันใส่ไว้เสมอ และในสิ่งเหล่านั้น ของธรรมดาก็มี ของที่ไม่ธรรมดาเลยก็มี ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เป็นช็อกโกแลตธรรมดาๆ

เขายื่นช็อกโกแลตให้เด็กน้อยแล้วยิ้มอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนเสียด้วย


“ขะ ขอบคุณค่ะ...”

“ไม่เป็นไร”


ขณะที่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก็มีผู้หญิงถือถุงซับเวย์ขนาดใหญ่วิ่งมาจากทางด้านโน้น เธอมีผิวสีเดียวกับเด็กน้อยและทรงผมของทั้งสองแทบจะเหมือนกันตามที่คาดไว้


“ลูกของดิฉันทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่ครับ ไม่ได้ทำอะไรเลย กลับเป็นผมเสียอีกที่เป็นฝ่ายทำ”


หลังจากตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่เพียงแค่อ่อนโยนแต่กลับสุภาพมากด้วย ชายหนุ่มก็หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาอีกครั้ง


“ไม่มีเรื่องที่ต้องขอโทษเลย ไม่มีความจำเป็นที่ต้องขอโทษหรอกครับ”


เขาพูดพร้อมกับสูดกลิ่นหอมหวานที่ออกมาจากผู้หญิงคนนั้น ถึงจะไม่ได้เป็นแบบนี้ทั้งหมด แต่ในบรรดาโอเมก้าน่ะ มีคนที่มีนิสัยถ่อมตัวเยอะมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย เพราะเหมือนเห็นอีกมุมของชีวิตที่ต่ำลงอีกระดับหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ แล้วโบกมือให้เด็กน้อย เป็นตอนจบอันแสนอ่อนโยน

จนคิดไม่ออกเลยสักนิดว่าคนคนนี้คือคนๆ เดียวกับชายหนุ่มที่เพิ่งทำลายชีวิตของใครบางคนในห้องน้ำเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น