โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01-5 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-5 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2561 11:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-5 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

“อ๊ะ”


สมบูรณ์แบบ แต่ทว่า

เสียงร้องสั้นๆ คล้ายกับคำอุทานดังออกมาโดยอัตโนมัติ ตอนนี้เขาเพิ่งจะเดินชนเข้ากับใครบางคนที่กำลังจะเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มเงยหน้ามองชายผิวขาวผู้มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าตัวเขาประมาณนึง ผู้ชายคนนั้นมีสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด และใช้มือปัดๆ ตรงจุดที่ชนกันพลางเดินผ่านเขาไป


“หืม”


แต่เขากลับได้ยินเสียงของชายผู้นั้นอย่างชัดเจน เสียงที่พูดอยู่คนเดียวว่า ‘วันนี้ดวงไม่ดีจริงๆ’

เป็นไปตามที่คิด คนตรงหน้าต้องอยากพูดอะไรที่คล้ายกับ ‘โดนตัวโอเมก้าเนี่ยนะ’ หรือ ‘เปื้อนของโสโครกเข้าแล้วไง’ ไม่ผิดแน่ ชายผิวขาวห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นของอัลฟ่า เฉกเช่นกลิ่นน้ำหอม ที่ดูไม่มีความคิดจะซ่อนเร้นใดๆ ราวกับกำลังโอ้อวดลักษณะทางพันธุกรรมของตัวเอง ไม่ว่าจะทำผิดอะไร ยังไงก็เป็นระดับพรีเมียมงั้นเหรอ ชายหนุ่มบ่นพึมพำในใจ

ช่างเป็นกลิ่นที่รุนแรงจริงๆ  ชายหนุ่มยืนเอียงตัวพิงกำแพงห้องน้ำพร้อมบ่นพึมพำ แล้วมองไปทางด้านหลังของอัลฟ่าผู้นั้นอย่างไม่ละสายตา


 ยังไงเขาเองก็ไม่มีแพลนที่จะกลับมาอีกสักพัก เพราะมัวแต่หัวเราะ เขาเลียมุมปากที่ยกขึ้นแทนแววตาที่คล้อยต่ำลง และกระเดาะลิ้นอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าที่ถืออยู่แล้วหยิบเครื่องมือที่จำเป็นออกมาสองสามอย่าง สิ่งที่เตรียมไว้นั้นเรียบง่าย เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้งกับเทสเตอร์อันเล็กๆ ซึ่งมีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถแยกชนิดของมันได้ 1 อัน

การเตรียมการก็ไม่ยากเช่นกัน เขาจับตามองฉากชายผิวขาวที่ทำธุระเสร็จแล้วหมุนตัวมาล้างมืออย่างตั้งอกตั้งใจ ตบไหล่ของอีกคนสัก 2 ครั้งแล้วก็จบด้วยสิ่งนั้น

อัลฟ่าผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสจากมือ การมองพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายที่บูดเบี้ยวไปด้วยความรู้สึกเสียอารมณ์ผ่านกระจก ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องทำ ก็แค่มองฆ่าเวลาเฉยๆ เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็มองอย่างไม่ละสายตาสักวินาทีเดียว

ยังไงก็เป็นเรื่องน่าสนุกนี่ การเกิดเรื่องที่ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงน่ะ การดำเนินเรื่องโดยที่เหยื่อรู้ตัวว่าจะต้องถูกล่าแล้วกลายเป็นสัตว์ประหลาดน่ะ ก็เป็นหนึ่งในโครงเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายไปเสียแล้วสำหรับตอนนี้


ทันทีที่มือของชายหนุ่มกดเข้าอย่างแรงที่ศีรษะด้านหลัง หน้าผากของชายผิวขาวก็กระแทกเข้ากับกระจกที่อยู่ด้านหน้า ถ้าถามว่ารุนแรงขนาดไหน ก็กระจกแตกกระจายแล้วเลือดก็ไหลย้อยลงมาเลยล่ะ

อีกฝ่ายมึนงงไปชั่วขณะหนึ่งและเริ่มเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์ที่ได้เผชิญเมื่อสักครู่นี้คืออะไร ชายผิวขาวใช้พละกำลังของกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพื่อจะเงยหน้าขึ้นแต่หลังคอที่ถูกกดไว้กลับไม่ขยับเลย เป็นพละกำลังที่มหาศาล และด้วยกลิ่นของโอเมก้าที่ยังคงส่งกลิ่นหอมหวานนั้นยิ่งเป็นพลังที่ยากเกินจะจินตนาการ

ชายร่างใหญ่ยิ่งดิ้น เศษกระจกก็ยิ่งบาดเข้าไปในหน้าผาก


“นี่เป็นยาที่ยังวิจัยอยู่น่ะ แน่นอนว่าอาจจะไม่ถูกใจก็ได้ มันเป็นยาที่จะลบกลิ่นของอัลฟ่าอันน่าสะอิดสะเอียนของคุณทิ้งไปและทำให้กลิ่นของโอเมก้าฟุ้งออกมาแทน พูดถึงโอเมก้า แม้แต่กลิ่นคุณก็คงจะไม่ชอบแต่ผ่านไปสักพักเดี๋ยวก็ชินเองแหละ”

“นี่ นี่มัน ทำอะไร...!”

“ไม่มียารักษาหรอกเพราะยังไม่ได้คิดค้นเลย ช่วยเข้าใจจุดนี้หน่อยละกัน”


เข็มฉีดยาอันแหลมคมทิ่มเข้าไปที่ลำคอหนา แล้วดันกระบอกสูบฉีดยาเข้าไปอย่างหนักแน่นด้วยท่าทางที่ไร้ซึ่งความลังเล อีกฝ่ายรู้สึกได้ถึงยาที่เข้าไปรวดเดียวโดยชัดเจนจนขนลุกอย่างฉับพลัน

ช่วงนี้แหละที่ดีที่สุด ดวงตาที่เฝ้าดูยาซึ่งกำลังลดน้อยลงเปล่งประกายราวกับเด็กน้อย มุมปากยิ้มอย่างละมุนละไม ต่างกับพละกำลังที่ใช้กดลำคอด้านหลังของชายผิวขาว


“แล้วก็ไม่มีแผนที่จะทำมันในอนาคตด้วย”


หลังจากที่ดึงเข็มฉีดยาออก ชายผิวขาวก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ ร่างกายที่ใหญ่โตแผดเสียงดังลั่นแล้วล้มลงไปที่พื้น ชายหนุ่มซึ่งถอยหลบไปด้านหลังก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว มองดูตาที่ถลนและริมฝีปากที่อ้ากว้างแล้วเริ่มยิ้มกริ่ม

ออกอาการเร็วกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย เขานึกเนื้อหาที่จะเพิ่มเข้าไปในหนังสือวิจัยและโยนเข็มฉีดยาที่ใช้จนหมดแล้วลงไปในถังขยะ ถามว่าเป็นการกระทำที่ไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นทีหลังจะทำยังไง

แน่นอนว่าไม่มีอะไรต้องกังวล ชายหนุ่มมีกำหนดการจะไปจากอเมริกาเร็วๆ นี้อยู่แล้ว


“ไม่ใช่เวลาแบบนี้สินะ จริงๆ เลย”


ลากป้าย ‘กำลังทำความสะอาด’ ที่วางเอียงๆ พิงไว้ข้างประตูมาไว้ตรงทางเข้าห้องน้ำเบาๆ อย่างไร้รอยนิ้วมือ


เขาเดินฮัมเพลงเข้าไปปะปนกับฝูงคนอย่างเป็นธรรมชาติ การเดินที่คล่องแคล่วว่องไวเมื่อยิ่งใกล้กับเกทก็ยิ่งค่อยๆ สงบเยือกเย็น การที่ชายหนุ่มใส่สูทราคาแพงและกระเป๋าถือที่เขาถืออยู่ในตอนนี้นั้น ทำให้รับรู้ได้เลยว่าเป็นของที่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด


“โอ๊ะ”


เสียงอุทานสั้นๆ กับการก้าวเดินของชายหนุ่มที่มุ่งหน้าไปยังที่หมายอย่างไม่ลังเลนั้นหยุดลง เป็นเสียงอุทานที่ช้ากว่าเมื่อครู่นี้ แต่เป็นเสียงที่ออกมาขณะที่ชนกับใครบางคนเช่นเดียวกัน

เด็กผู้หญิงที่น่าจะสูงไม่ถึงต้นขากำลังเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว ผิวสีเข้มและทรงผมที่คิดว่าน่าจะมีช่างฝีมือดีทำให้อย่างพิถีพิถัน ทำให้เดาได้อย่างง่ายดายถึงความจริงที่พ่อแม่ของเด็กสาวก็น่าจะทำผมทรงคล้ายๆ กัน

เด็กหญิงที่ดูแล้วอายุน่าจะยังไม่ถึง 10 ขวบดี แน่นอนว่ายังไม่ถึงช่วงที่รู้ระดับของตัวเอง เพราะเขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเด็กน้อยคนนี้คือเบต้า โอเมก้า หรืออัลฟ่า แต่ตามที่ชายหนุ่มได้ลองคาดเดาดูด้วยความรู้สึกอันยาวนานนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าเด็กคนนี้จะโตไปเป็นโอเมก้า เพราะว่ากลิ่นหอมหวานอันน้อยนิดที่ลอยออกมาจากเด็กน้อยนั่นเอง

เด็กน้อยยังคงทำอะไรไม่ถูก สีหน้าที่อ้ำอึ้งนั้นก็เต็มไปด้วยความลังเล เป็นเพราะความหวาดกลัวสินะ พ่อแม่ของเด็กคงจะพูดให้ฟังเหมือนทุกวันว่าต้องระมัดระวังพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเป็นอัลฟ่าก็ยิ่งต้องระวัง เพราะอาจจะไปเจอเข้ากับสถานการณ์อันตรายเข้าก็ได้


“ขอโทษที ตกใจใช่ไหม”


ชายหนุ่มลงไปนั่งชันเข่าอย่างเต็มใจแล้วสบตากับเด็กน้อย เขากำลังยิ้มอยู่ ด้วยใบหน้าของเขาทำให้คนที่มองรู้สึกอุ่นใจแบบที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำได้เพียงแค่คลายความระแวงลง


“ฉันจะให้นี่แทนคำขอโทษละกัน กินไหม”


เขาหยิบช็อกโกแลตที่ผูกปลายห่อทั้งสองข้างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ถ้าเป็นของหวาน ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของชายหนุ่มผู้น่าหลงใหลมักจะมีช็อกโกแลตหรือลูกกวาดสักอันสองอันใส่ไว้เสมอ ในบรรดาสิ่งของของเขานั้น ของธรรมดาก็มี ที่ไม่ธรรมดาเลยก็มี ครั้งนี้แน่นอนว่าเป็นช็อกโกแลตธรรมดาๆ

เขายื่นช็อกโกแลตให้เด็กน้อยแล้วยิ้มอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนเสียด้วย


“ขะ ขอบคุณค่ะ...”

“ไม่เป็นไร”


ในตอนที่ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอีกครั้ง มีผู้หญิงถือถุงซับเวย์ขนาดใหญ่วิ่งมาจากทางด้านโน้น เธอมีผิวสีเดียวกับเด็กน้อยและทรงผมของทั้งสองแทบจะเหมือนกันตามที่คาดไว้


“ลูกของดิฉันทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่ครับ ไม่ได้ทำอะไรเลย กลับเป็นผมเสียอีกที่เป็นฝ่ายทำ”


ตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่เพียงแค่อ่อนโยนแต่กลับสุภาพมากด้วย ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาอีกครั้ง


“ไม่มีเรื่องที่จะขอโทษเลย เพราะอย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องขอโทษหรอกครับ”


ชายหนุ่มสูดกลิ่นหอมหวานที่ออกมาจากผู้หญิงคนนั้นและพูดออกมา ถึงจะไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด แต่ในบรรดาโอเมก้า มีคนที่มีนิสัยถ่อมตัวเยอะมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบใจเอาเสียเลย เพราะเหมือนเห็นอีกมุมของชีวิตที่ต่ำลงอีกระดับหนึ่ง เขาพยักหน้าเบาๆ แล้วโบกมือให้เด็กน้อย เป็นตอนจบอันแสนอ่อนโยน

จนคิดไม่ออกเลยสักนิดว่าคนคนนี้คือคนเดียวกันกับชายหนุ่มที่เพิ่งทำลายชีวิตของใครบางคนในห้องน้ำไม่นานก่อนหน้านี้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น