โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

01-4 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-4 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 14:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-4 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

หลังจากนั้นพวกเขาก็มีลูกด้วยกัน ด้านข้างของจูโฮที่เอาแต่ยิ้มกริ่มทั้งวันมีชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในความกลัดกลุ้มใจคอยยืนดูแลอยู่ เมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ของจูโฮ ฮันโฮที่ปรับตัวได้ไวก็ห้ามทุกคนไม่ให้เข้ามาวุ่นวายบริเวณใกล้ๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่พร้อมกับซ่อนเร้นการมีอยู่ของตัวเองอย่างมิดชิด อย่างน้อยก็จนกระทั่งก่อนเด็กจะเกิด

มีเพียงคนรับใช้ไม่กี่คนและแพทย์ประจำตัวเท่านั้นที่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้ คังยองโฮที่รอคอยหลานที่กำลังจะได้เจอในอีกไม่ช้าก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วยความเต็มใจ


เด็กอยู่ในท้องได้ไม่ถึงสิบเดือนก็คลอด ช่วงเวลาที่คังยองโฮตั้งตารอมาอย่างยาวนานมาถึงอย่างโหดร้ายและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

เด็กที่เกิดจากอัลฟ่าด้วยกันมีอัตราความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นอัลฟ่าเหมือนกัน และแน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดเป็นโอเมก้าก็แทบจะไม่มีเลย ถึงลักษณะยีนด้อยที่ผสมปนเปกันมาตั้งแต่รุ่นก่อนจะยังคงหลงเหลืออยู่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้น ตามกฎของธรรมชาติ ยีนด้อยจะถูกยีนเด่นกลืนกินไปอย่างแน่นอน ระดับของเด็กจากผลลัพธ์ที่เหลืออยู่จึงมีเพียงแค่ ‘ซูเปอร์’ หรือ ‘พรีเมียม’ เท่านั้น


แต่ทว่า เด็กที่เกิดมากลับกลายเป็นโอเมก้าอย่างน่าประหลาดใจ โอเมก้าอันเป็นยีนด้อยที่ไม่น่าจะเป็นไปได้


เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้กลับเกิดขึ้นจริงๆ คังยองโฮเต็มไปด้วยความโกรธเคืองมากกว่าจะตกใจ ความผิดหวังมากพอๆ กับความคาดหวังไว้ เขาเสียใจจนไม่สามารถพูดออกมาได้ คิดแม้กระทั่งจะฆ่าบุตรชายคนที่สองกับคู่รักทิ้งไปซะ เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาตามใบแสดงผลที่คังยองโฮได้รับคือ ‘ไม่สามารถวินิจฉัยระดับ’

แต่ราวกับไม่เคยมีคำสั่งไล่ไปตายมาก่อน เนื่องจากหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ลูกของบุตรชายคนโตกับบุตรสาวของคังบองโฮก็ได้เกิดมาลืมตาดูโลกเช่นกัน ทางด้านนี้เริ่มเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดวันที่คาดการณ์ไว้จนทำเอาทุกคนกังวลกันไปหมด เวลาผ่านไปถึงสิบห้าชั่วโมงสุดท้ายเด็กทารกก็ลืมตาดูโลก....


และเป็นซูเปอร์อัลฟ่าอย่างที่คังยองโฮปรารถนามาโดยตลอด

เมื่อสิ่งที่ต้องการตกมาอยู่ในมือของคังยองโฮแล้ว ฮันโฮที่ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปจึงสามารถพาจูโฮกับลูกหลุดพ้นจากคฤหาสน์หลังนั้นได้ แต่แน่นอนว่าต้องมีเงื่อนไข เงื่อนไขข้อแรกคือต่อจากนี้ห้ามเปิดเผยเรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องภายในตระกูลคังเด็ดขาด ข้อที่สองก็คือการเซ็นชื่อลงในสัญญาเพื่อสละสิทธิ์การรับมรดกทุกอย่างจากทรัพย์สมบัติอันมากมายมหาศาลของพวกเขา


ฮันโฮยินยอมแม้กระทั่งเงื่อนไขที่ว่า ในภายภาคหน้าเขาจะไม่เผยแพร่พันธุกรรมของตระกูลคังออกไปอีกด้วยการทำหมัน


ในที่สุดพวกเขาก็สามารถออกมาภายนอกคฤหาสน์ได้ ฮันโฮนำเงินที่แอบสะสมไว้ทีละนิดระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมาพาคนรักที่เอาแต่หัวเราะหรือไม่ก็เอาแต่พรรณนาคำที่ฟังแล้วไม่เข้าใจทั้งวันกับเด็กทารกที่เพิ่งเกิดได้ไม่ถึงสองสัปดาห์มุ่งหน้าไปสหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ ก่อนที่แผลตรงหว่างขาของเขาจะสมานตัวกันเสียอีก

แต่เมื่อถึงอเมริกาแล้วเรื่องราวต่างๆ กลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด การใช้ชีวิตของอัลฟ่าผู้ถูกลิดรอนทั้งเงินและอำนาจยังสู้เบต้าธรรมดาๆ หรืออาจจะแม้แต่โอเมก้าไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งร่วงลงมาจากจุดที่สูงเท่าไหร่ ก็แน่นอนว่าต้องยิ่งลำบากมากเท่านั้น โลกภายนอกคฤหาสน์ สิ่งที่มาอันดับแรกก่อนลักษณะพันธุกรรมอันดีเลิศก็คือ ‘เงิน’

จริงๆ แล้ว สาเหตุที่อัลฟ่าที่มีไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นของประชากรทั้งหมดสามารถแสดงลักษณะทางพันธุกรรมอันแข็งแกร่งเฉพาะตัวได้อย่างน่าพึงพอใจ ก็เพราะสำหรับพวกเขามีอาวุธที่เรียกว่า ฐานะทางสังคมอันสูงส่งและเงินนั่นเอง

ถึงแม้จะเป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกัน แต่ชีวิตของฮันโฮก็ยังคงเป็นชีวิตที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ พวกเขาได้รับอิสรภาพก็จริง แต่สถานกาณ์ภายนอกก็ไม่ได้แตกต่างจากภายในสักเท่าไหร่ บางคนเป็นทั้งผู้ที่กดขี่ห่มเหงคนอื่นแล้วตนเองก็กลับเป็นผู้ถูกกระทำด้วย ลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถเปิดเผยที่ไหนได้จึงไร้ประโยชน์

ถึงกระนั้นก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนรักที่น่าสงสารของเขาและลูกที่ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตที่เลวร้ายกว่าพวกเขาหรือไม่

อาจเป็นเพราะขั้นตอนกระบวนการการให้กำเนิดไม่ราบรื่น ตั้งแต่คลอดออกมาลูกของเขาจึงป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม เจ็บปวดทรมานจนไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตาม จำนวนเงินที่เสียไปกับการรักษาก็ไม่น้อยจนเงินที่เก็บสะสมหมดไปเร็วกว่าที่คาดคิด



ยิ่งย้อนกลับไปก็ยิ่งเป็นเรื่องราวเลวร้าย ถึงแม้จะเกริ่นไว้แล้ว แต่ถ้าลองเปิดหน้าหนังสือข้ามดูยังไงก็ไม่อาจพบส่วนที่เพลิดเพลินหรือส่วนที่มีความสุขได้เลย ตัวแสดงสำคัญของเรื่องคือ หัวหน้าครอบครัวที่ดูแก่เกินอายุเพราะต้องหาเงินกินหาเงินใช้ไปวันๆ กำลังโอบกอดลูกของเขาที่ร้องไห้ด้วยความหิวโหยและความยากลำบาก รวมถึงภรรยาที่เอาแต่ยิ้มอย่างเสียสติ ยิ่งไปกว่านั้นคือการฉีดยาอันตรายที่มีฤทธิ์ร้ายแรงเข้าไปในร่างกายเด็กน้อยด้วยเหตุที่ว่าลูกอ้วกเป็นเลือดเป็นประจำ

ไม่ว่าจะล้างตาแล้วหาดูอย่างไร ก็มองไม่เห็นช่วงที่มีความสุขเลยสักนิดเดียว


“นั่นแหละ”


ถึงจะเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาเกินสามสิบปีแล้ว แต่ทว่า


“นี่ก็เป็นเรื่องราวของฉันล่ะ”


เรื่องราวประหลาดที่ตัวละครสำคัญบางคนยังคงมีชีวิตอยู่และสะสมสมบัติจนร่ำรวยราวกับทุกอย่างไม่เคยมีอยู่จริง



ชายหนุ่มดันลูกสูบของเข็มฉีดยาจนสุดด้วยความคุ้นเคยจนปมของสายยางเล็กๆ ที่รัดแน่นอยู่บนข้อมือสั่นไหว ไม่ใช่แค่แขนเท่านั้น แต่เขากำลังสั่นไปทั้งตัว ลมหายใจร้อนฟุ้งกระจายอย่างเบาบางเหนือศีรษะที่เอนไปด้านหลังอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ตัว

รู้สึกได้ถึงตัวยาที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปตามเส้นเลือด ความสุขสบายใจ ความลุ่มหลง ความทุกข์ทรมานและความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งต่างหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเข้ามา ดวงตาของชายหนุ่มปิดสนิท ความรู้สึกในช่วงเวลานี้ช่างอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก

ริมฝีปากที่บ่นพึมพำอยู่คนเดียวถูกเม้มอย่างแนบสนิท ก่อนจะดึงเข็มฉีดยาออกอย่างแรงจนหยดเลือดสาดกระจายบนแขนตามรอยเข็มแต่ชายหนุ่มไม่สามารถมองมันได้ หลังจากโยนเข็มฉีดยาทิ้งลงถังขยะในห้องน้ำเขาก็เอาสำลีชุบแอลกอฮอล์ออกมาจากกล่องพลาสติกที่นำออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเช็ดแผลทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่


“ฮ้า…"


ทันทีที่แก้สายยางที่ผูกไว้ออกก็ถอนหายใจช้าๆ ด้วยความสบายใจ  อาการขนลุกด้วยความเสียวซ่านเกิดตามมาหลังจากความเจ็บปวดอย่างไม่ต้องสงสัย  เป็นความสบายใจที่ไม่สามารถรับรู้ได้โดยวิธีปกติ

ชายหนุ่มดื่มด่ำกับความรู้สึกของยาที่แพร่กระจายไปทั่วร่างสักพักหนึ่งก็ลืมตาขึ้น เมื่อสักครู่นี้เขารับรู้ได้ว่าลักษณะทางพันธุกรรมที่เคยเดือดพล่านอยู่ภายในร่างกายค่อยๆ สงบนิ่งลง

จากนั้นจึงโยนสำลีชุบแอลกอฮอล์ทิ้งลงถังขยะ เอาแขนเสื้อลงติดกระดุมอีกครั้งแล้วถือกระเป๋าที่วางไว้บนพื้นก่อนจะเปิดประตูออกไปโดยไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ  แสงสีขาวจนแสบตาและพื้นที่สะอาดสะอ้านไร้ช่องว่างให้เกิดคราบสกปรกของห้องน้ำสนามบินปลอดโปร่งมากกว่าที่คิด การจัดสรรพื้นที่อันกว้างใหญ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ลากกระเป๋าเดินทางไปมาก็ยังถูกใจเขาอีกด้วย

ชายหนุ่มเช็ดมือพลางฮัมเพลงเบาๆ พร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเทียบกับดวงตากลมโตและอ่อนโยนแล้ว มุมปากของเขากลับยกยิ้มอย่างชอบกล เงาที่สะท้อนอย่างชัดเจนอยู่ในกระจกก็กำลังทำสีหน้าแบบเดียวกันอยู่จึงยิ่งดูแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มหัวเราะคิกคักอย่างไร้สาเหตุเพราะฤทธิ์ยาราวกับคนติดยาที่กำลังเมาได้ที่ จากนั้นจึงเช็กสภาพของตนเองด้วยการลูบผมขึ้น

เส้นผมที่เป็นสีทองตั้งแต่โคน ดวงตาสีเขียวภายใต้คอนแทคเลนส์สีกะพริบถี่ๆ

สมบูรณ์แบบ เมื่อพึงพอใจแล้วเขาก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากล่างอย่างติดเป็นนิสัยก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาถืออีกครั้ง ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว ช่างเป็นวันที่สมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งอากาศอันมืดครึ้มที่เห็นระหว่างทาง ชายหนุ่มเลี้ยวตรงหัวมุมด้วยความอิ่มเอมใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น