โซซอล
facebook-icon

ซูเปอร์อัลฟ่า ปะทะ ซูเปอร์อัลฟ่า(?) จะเป็นยังไงนะ...

01-3 จุดกำเนิดของชื่อ

ชื่อตอน : 01-3 จุดกำเนิดของชื่อ

คำค้น : กลลวงกลายรัก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 13:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-3 จุดกำเนิดของชื่อ
แบบอักษร

อย่างที่คาดไว้ ยิ่งวันเวลาผ่านไปร่างกายของจูโฮก็ยิ่งเสื่อมถอย นับวันสถิติก็มีแต่ร่วงลง เพราะนอกจากเป็นพิษต่อร่างกายสมกับเป็นยาที่ส่งผลให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้แล้ว ผลข้างเคียงก็ยังร้ายแรงอีกด้วย การเสื่อมลงของสมรรถนะทางร่างกายและโรควิกลจริตที่เกิดจากอาการซึมเศร้าระดับรุนแรงจากการฝืนเปลี่ยนแปลงของร่างกายทำให้อีกคนทุกข์ทรมาน ร่างกายและจิตใจอ่อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นผลที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

พละกำลังของฮันโฮไม่สามารถขัดขวางอะไรคังยองโฮได้ เขาสงสารยูจูโฮจากใจจริงและในขณะเดียวกันก็ทุกข์ใจจากความรู้สึกผิด หลายครั้งที่คิดว่าต้องพูดออกไป แต่พอคิดว่าถ้าบอกไปแล้วในอนาคตก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็เลือกที่จะไม่พูดเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร สำหรับฮันโฮแล้วเขาไม่มีความกล้าหาญเลย


“ฮันโฮ ฮันโฮ... ฮันโฮ อยู่ไหนน่ะ ฮันโฮ...”


และไม่สามารถทำใจจืดใจดำทิ้งจูโฮไปเฉยๆ ได้

ในบรรดาผลข้างเคียงของยา อาการที่เด่นชัดที่สุดคือ ‘ความกังวลกับการแยกจาก’ เป็นอาการของความกระวนกระวายเมื่อแยกตัวออกจากผู้คน ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะคิดหมกมุ่น ไม่อยากให้ใครเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองโดยสัญชาตญาณ  เป็นสภาวะที่รับรู้ได้อย่างรวดเร็ว


“คังฮันโฮ...! อยู่ไหน ถามว่าอยู่ไหนไงเล่า! ออกมาเดี๋ยวนี้...!”


กว่าจูโฮจะตระหนักได้ถึงสภาพที่ผิดปกติของตนเองก็สายไปเสียแล้ว อีกฝ่ายทำลายข้าวของอย่างไม่ไยดีและร้องไห้ตลอดเวลา อยู่ๆ ก็หัวเราะราวกับคนเสียสติแล้วสุดท้ายก็แผดเสียงปลดปล่อยความโกรธออกมา

ถ้าถามว่าฮันโฮทำอะไรได้บ้างก็คงทำได้แค่ปลอบใจเท่านั้น บางครั้งก็โดนทั้งหมัดหนักๆ บางครั้งก็โดนข่วน แต่เขาก็ดึงจูโฮมากอดอย่างไม่ลังเลเพราะสิ่งที่เขาทำได้ก็คงมีแค่นี้

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อัลฟ่าทั้งสองคนจะก้าวข้ามลักษณะทางพันธุกรรมแล้วตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าแรกเริ่มมันเกิดจากความสงสาร หรือความเห็นอกเห็นใจ หรืออาจจะเป็นเพราะความงดงามของยูจูโฮ

ฮันโฮขี้สงสารมากเกินกว่าจะไม่รักจูโฮ

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าอนาคตแบบไหนกำลังรอพวกเขาอยู่ และมันใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว อาการของจูโฮเองก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย จูโฮตบหน้าฮันโฮ ร้องไห้ หัวเราะราวกับคนบ้า ขว้างแจกันดอกไม้ให้แตกแล้วใช้เศษแก้วกรีดข้อมือตัวเอง


ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง เดิมทียูจูโฮเป็นผู้ชายที่แข็งแรงมาก การใช้ชีวิตของเขาระหว่างที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนหน้าที่จะมาอนู่ที่คฤหาสน์ไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น จนจูโฮคิดว่าการที่ตัวเองเตะตาคังยองโฮเข้าเป็นความโชคดีครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม เขาจึงได้แต่อดทนเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด


“ฮันโฮ...”


สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์มีจุดที่ประหลาดอยู่ ขณะที่รู้สึกว่าตายไปเลยน่าจะดีกว่า ก็มักจะถูกก่อกวนจากความคิดที่ฝังแน่นว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่จู่ๆ ก็ชีวิตตกอับจิตใจยับเยินไปหมดแต่ก็ฆ่าตัวตายไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นจูโฮยังต้องอดทนกับขาที่ไม่ยอมขยับตามที่ตั้งใจ รวมถึงอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ หลายสิบครั้งต่อวันทั้งที่พยายามควมคุมมันไว้แล้ว

เพราะความหวังที่ฮันโฮไม่เคยมีมันเกิดขึ้นกับจูโฮ


“ฉันอยากจะวิ่ง... อีกสักครั้ง...”


ความหวังของจูโฮจุดไฟให้แก่ความสิ้นหวังของฮันโฮ พอนึกถึงช่วงเวลาที่ปลายเท้าถีบลงบนพื้นดินอย่างแรงแล้วพุ่งตัวออกไป ยังจำช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเคลื่อนไหวอย่างมีพลังและมีชีวิตชีวาได้ ช่างงดงามและแข็งแรง แต่เขาย้อนกลับไปตอนนั้นอีกไม่ได้แล้ว

บางครั้งจูโฮจับปกเสื้อของฮันโฮไว้แล้วน้ำตาไหล ตอนนี้มันถึงขีดจำกัดจนฮันโฮเองก็อดทนต่อไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว


‘จะต้องออกไปจากคฤหาสน์ของพวกสติไม่ดีหลังนี้’

แม้จะต้องตายก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ทั้งสองจึงตัดสินใจจะหลบหนีไป


ถ้าจะพูดบทสรุปเลยก็คือ การหลบหนีของพวกเขาไม่สำเร็จ คังยองโฮดูจะยินยอมอย่างง่ายดายงั้นเหรอ ไม่เลย ชายชราผิดหวังและโกรธเคืองเป็นอย่างมากกับความจริงที่ว่า พ่อพันธุ์ที่เก็บพันธุกรรมของเขาไว้กับคนอุ้มท้องที่พินิจพิเคราะห์เลือกมาอย่างดีตั้งใจจะหนีไปจากเขา

พวกเขาต้องได้รับโทษที่เหมาะสมกับการกระทำที่ทำลงไป ในคฤหาสน์หลังนี้ ‘การหลบหนี’ เป็นสิ่งต้องห้ามและเป็นความผิดที่ร้ายแรงมากที่สุด ดังนั้นการลงโทษอย่างรุนแรงให้เป็นตัวอย่างแก่คนรอบข้างย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอน

น่าเสียดายมากกับความจริงที่คังยองโฮเป็นคนสติไม่ดี แต่ก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ และถึงจะปฏิเสธยังไงความจริงที่ว่าเขามีพลังที่แข็งแกร่งก็ไม่เปลี่ยนแปลง ยองโฮเป็นผู้นิยมลัทธิเลือดบริสุทธิ์อย่างสุดโต่งมีความทะนงตัวและการยึดมั่นเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนไม่สามารถนับจำนวนการกระทำเลวร้ายต่างๆ ที่เขาได้ทำลงไปได้ในกระบวนการนั้น


คืนนั้น จูโฮถูกลากไปที่ห้องผ่าตัดเพื่อใส่มดลูกเข้าไป


ยูจูโฮเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรง ความจริงแล้วจากความโชคร้ายทั้งหมดที่เคยเผชิญมา ครั้งนี้คือเรื่องที่เลวร้ายที่สุด การผ่าตัดใส่มดลูกมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็น คนที่เข้ารับการผ่าตัดที่แสนอันตรายนี้เสียชีวิตลงเก้าในสิบเลยทีเดียว


และสุดท้ายยูจูโฮก็เป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งคนนั้น

นี่มันบ้าสุดๆ ไปเลย ในที่สุดการเตรียมการทั้งหมดก็เสร็จสิ้นแล้ว


“จูโฮ ยูจูโฮ...”


เซ็กซ์ครั้งแรกของทั้งคู่ไม่ได้น่าเคลิบเคลิ้มเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าจะกำลังกอดคนที่ตัวเองรักแต่ฮันโฮกลับน้ำตาไหลไม่หยุด ตอนนี้คนที่ส่งยิ้มให้เขาเป็นเพียงคนรักที่เสียสติไปแล้ว ช่องคลอดที่ถูกทำขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ กับคนรักที่กางแขนทั้งสองข้างออกพร้อมกับยิ้มให้กับตนเองล้วนแต่เป็นอะไรที่ไม่มีอยู่ในความเป็นจริง บสะโพกที่สัมผัสกับเตียงอยู่ มีเพียงแต่เขาเท่านั้น


“ขอโทษนะ ฉัน ฉัน...”


ช่วงผสมพันธุ์เริ่มต้นขึ้นพอดี เมื่อฤดูผสมพันธุ์มาถึง ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้น ช่วงเวลาเช่นนั้นทำให้ฮันโฮรู้สึกตื่นตัว แม้จะไม่ต้องการแต่กลับถูกดึงดูดจนกระทั่งเกิดการร่วมรักพร้อมกับพูดซ้ำๆ ไม่หยุด จูโฮ ขอโทษนะ ยูจูโฮ ฉันผิดเอง

เขาสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปจนสุดในช่องทางตรงหว่างขาของคนรักที่ด้านบนยังเป็นชายแต่ด้านล่างถูกผ่าตัดจนกลายเป็นอวัยวะเพศหญิงอย่างชัดเจน นี่เป็นครั้งแรกที่ฮันโฮมีความคิดว่าอยากตาย

ทว่าตอนนี้แม้จะตายก็ตายไม่ได้ เขาตระหนักได้ในขณะที่ปลดปล่อยน้ำกามเป็นครั้งที่ห้าภายในช่องทางของคนรัก ตอนนี้ฮันโฮรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น