Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 28 ยินดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 ยินดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 722

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 ยินดี
แบบอักษร

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายได้ล่วงเลยผ่านมาเป็นเวลากว่าเกือบอาทิตย์แล้ว เหตุการณ์ชกต่อยก็ไม่มีคำตอบออกมาจากปากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้เพื่อนๆคนอื่นๆอย่างต้าร์และอลันได้ฟังว่าเพราะอะไรถึงได้ต่อยกัน  หลังจากที่แยกทั้งคู่เสร็จเมซเซจก็เป็นฝ่ายขอตัวกลับบ้านไปในทันทีทิ้งแต่สกายที่ไม่พูดไม่จาอะไรนอกจากจะนอนเท่านั่นทำให้เพื่อนสองคนที่เหลือได้แต่สงสัยจนมาถึงตอนนี้....และแน่นอนว่าคนอย่างต้าร์ไม่มีวันจะอยู่นิ่งแบบนี้ต่อเด็ดขาด!

“มันเรื่องอะไรวะ คาใจจริงๆนะเนี่ย” ต้าร์ได้แต่บ่นอุบอิบออกมาขณะที่สายตาก็มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตัวเองมือก็เกาคางให้คุณซินที่กำลังคำรามออกมาอย่างพอออกพอใจบนตักเขาอยู่ หลังจากนั้นกลุ่มของเขาก็เงียบร้างราวกับว่าไม่มีสมาชิกคนไหนอยู่เขาได้คุยกับอลันว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งอลันก็ตอบออกมาอย่างง่ายดายว่าปล่อยวางทุกอย่างของแบบนี้น่ะ มันยากยิ่งกว่าให้ต้าร์ตัดเล็บคุณซินอีก! (คุณซินไม่ชอบให้ตัดเล็บให้)


ม้าววว ม้าววว


คุณซินส่งเสียงร้องออกมาคล้ายพูดคุยกับเขาด้วยภาษาแมวทาสอย่างต้าร์ที่ได้ยินแล้วก็เงียบลงไปอย่างใช้ความคิด(ในการแปลภาษาที่คุณซินพูด)

“อะไรเหรอคุณซิน?” แน่นอนว่าภาษาแมวใครจะไปเข้าใจ


ฟึ่บ!


“โอ๊ยยยยย” ต้าร์ร้องออกมาเมื่อเล็บแหลมของคุณซินได้ตบเข้าที่มือของเขาอย่างจัง คุณซินสะบัดหางไปมาแล้วกระโดดลงจากบนตักต้าร์อย่างสง่าปล่อยให้ต้าร์ได้แต่น้ำตาคลอน้อยใจคุณซินที่ชอบรุนแรงกับเขาอยู่เรื่อย

“หรือว่า…”จู่ๆความคิดหนึ่งแวบเข้าหัวของต้าร์ ต้าร์ยิ้มกริ่มออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินไปคว้ากุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดงดำของตัวเองขึ้นมาพร้อมหมวกที่ดูเข้ากับรถเพื่อลงไปโรงจอดรถที่อยู่ด้านล่างของคอนโดที่ตัวเองอยู่

จริงสิ ถ้าเขาไม่ไปหาคำตอบจากเจ้าตัวเขาจะไปรู้ได้ไงกัน! ต้าร์เดินฮัมเพลงออกจากห้องตัวเองอย่างอารมณ์ดีเขาตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะไปหาเมซเซจแล้วซักถามมันทุกสิ่งที่อย่างที่เกิดขึ้นให้ได้ ความตื้อระดับพี่สถิตในตัวของเขานั้นก็คือหากไม่ได้คำตอบก็จะไม่กลับบ้านเด็ดขาด!!!




ปริ๊นๆ


เสียงบีบแตรรถคนหนึ่งดังขึ้นทำให้แม่บ้านหญิงวัยสี่สิบปลายๆที่กำลังรถน้ำต้นไม้อยู่ต้องหันไปมองอย่างสงสัย มันจะเป็นเจ้านายของเธอไม่ได้เพราะเจ้านายของเธอเพิ่งออกไปทำงานช่วงเช้าและตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงเองเท่านั้น เธอเลยเดินไปดูใกล้ๆผ่านประตูรั้วใหญ่ก็เห็นชายร่างสูงที่สวมหมวกกันน็อคสีดำแดงแบบเดียวกับรถที่ดับเครื่องพร้อมถอดหมวกกันน็อคออก

“อุ๊ย คุณต้าร์?”

 เธอร้องออกมาอย่างประหลาดใจโดยที่ต้าร์เองก็ยิ้มร่าเริงกลับไปให้ทำให้เธอค่อยๆเปิดประตูให้ต้าร์อย่างง่ายดายเพราะเธอเป็นแม่บ้านของครอบครัวเมซเซจและเพราะว่าต้าร์เป็นเพื่อนคนสนิทของเมซเซจนั้นถือว่าแทบเป็นเจ้านายอีกคนเลยก็ว่าได้

“สวัสดีครับป้ามณี คิดถึงป้าจัง”

 ต้าร์ยกมือไหว้แล้วเข็นรถเข้ามาในบ้านของเมซเซจ นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่เขาไม่ได้มาที่นี่เลยครั้งสุดท้ายจำได้ว่าเป็นช่วงม.6เพราะพอมหาลัยเขาก็อยู่ที่หอกับเมซเซจซึ่งมันอยู่ห่างไกลจากบ้านพวกเขาด้วยและเขามาที่นี่ตั้งแต่สมัยมัธยมเลยก็ว่าได้แทบจะเป็นบ้านหลังที่สองของเขาเพราะเขาชอบมาเล่นเกมกับเมซเซจที่นี่บ่อยๆหรือไม่ก็มีการบ้านที่ต้องช่วยกันทำ

“โตขึ้นเป็นกองเลยนะคะคุณต้าร์ ป้าจำแทบไม่ได้” ป้ามณีชมออกมาขณะที่เธอปิดรั้วไปด้วยครั้งที่สุดท้ายที่เธอจำได้อีกฝ่ายยังไม่โตเป็นหนุ่มร่างสูงมาก่อนสำหรับเธอต้าร์เหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งโตเลยด้วยซ้ำไปถ้าหากต้าร์ไม่ถอดหมวกกันน็อคเธอคงคิดว่าคนแปลกหน้าแน่

“ป้ามณีเองก็ยังสวยเหมือนเดิมเลย ต้าร์คิดถึ๊งคิดถึง”

 ต้าร์แซวป้ามณีเล็กน้อยเมื่อจอดรถตรงที่ที่เหมาะแล้วเขาก็เข้าไปกอดป้ามณีอย่างอ้อนๆ ป้ามณีนับเป็นแม่บ้านคนสำคัญของครอบครัวเมซเซจคนหนึ่งเพราะเธอทำงานตั้งแต่เธอยังวัยรุ่นอยู่เลยก็ว่าได้และพอมีเมซเซจเธอก็คอยดูแลตอบแทนเจ้านายอย่างแม่ของเมซเซจที่ยังสาวๆจนกระทั่งแม่ของเมซเซจได้แต่งงานเธอก็คอยมาช่วยเหลือดูแลต่อไป  แม้เธอจะอยู่ในฐานะคนใช้แต่อยู่ในบ้านหลังนี้เธอก็เป็นผู้อาวุโสที่ทุกคนในบ้านยังให้ความเคารพกับเธอมาตลอด

“แหม่ ปากหวานจังเลยนะคะคุณต้าร์ คุณต้าร์มาหาคุณเมซเซจใช่ไหมคะ”

“ครับ” ต้าร์ผละออกมาแล้วพยักหน้ารับเป้าหมายของเขาก็ไม่ค่อยมีอะไรมากหรอกมาหาป้ามณีและมาหา(คำตอบ)เมซเซจที่เขาคาใจจนแทบอยู่ไม่สุขเท่านั้น

“คุณเมซเป็นอะไรก็ไม่รู้ตั้งแต่4วันก่อนแล้วค่ะ ไม่ลงมาด้านล่างเลยอาหารก็ให้ยกไปให้ข้างบนอย่างเดียว กับคุณหญิงคุณชายก็ไม่คุยด้วยป้าก็ไม่รู้ว่าแกมีปัญหาอะไรหนักใจรึเปล่า” หญิงตรงหน้าแสดงถึงความเป็นห่วงใยเจ้านายของตัวเองเพราะตั้งแต่วันนั้นเมซเซจก็ไม่ได้เหมือนเดิมที่เธอรู้จักตั้งแต่ตัวเล็กๆดูเงียบขรึมกว่าเดิมหลายเท่าและมีท่าทางที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรแต่รู้เพียงว่ามันดูเศร้าสำหรับเธอ

“จริงเหรอครับป้า?” งี่เง่ากว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว…ต้าร์คิดด่าเพื่อนในใจในกลุ่มก็ไม่ตอนไม่ขานอะไรสักอย่างแม้แต่ในบ้านก็ยังงี่เง่าได้อีก!

“ค่ะ ยังไงก็ฝากคุณต้าร์ด้วยนะคะ เดี๋ยวป้าไปทำนมสดอุ่นมาให้ดื่มนะ”

“ป้าครับ ต้าร์….” ต้าร์กำลังเอ่ยปากปฎิเสธอย่างเกรงอกเกรงใจเพราะเขาเองก็ไม่ได้หิวสักเท่าไหร่อยู่แล้วแถมนมสดอุ่นๆนี่มันสำหรับเด็กน้อยที่เตรียมนอนเลยด้วยซ้ำ!

“คุณต้าร์อย่าดื้อสิคะ ป้าจะทำขนมไปให้ด้วย” แม้จะมีรอยยิ้มประดับอยู่ตรงหน้าแม่บ้านหญิงแต่น้ำเสียงนั่นมันก็เป็นที่รู้กันว่าเธอกำลังบังคับอย่างสุภาพ(?)ให้กับต้าร์ ต้าร์เลยยิ้มแห้งออกมา

“ครับป้า งั้นผมไปหาไอ้เมซก่อนนะ”

“เชิญค่ะ” ป้ามณียิ้มแป้นแล้วผายมือไปทางเข้าบ้านให้กับต้าร์ ต้าร์เลยเดินมุ่งไปทางห้องของเมซเซจที่คุ้นเคยอย่างไวเพื่อนของเขาชักจะทำตัวน่าเป็นห่วงเกิ๊น!


ก๊อกๆ!                                                      


“ป้าครับ ผมไม่หิว”

 คนที่อยู่ในห้องตะโกนออกมาหลังจากที่ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาไม่หิวและไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นนอกจากนอนลงบนเตียงนุ่มๆของตัวเอง เมซเซจนอนหงายขณะที่แขนของเขาก็ก่ายหน้าผากข้างหนึ่งพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเหม่อลอยวันนี้ป้ามณีเคาะประตูให้เขากินมื้อเช้ามาตั้งแต่8โมงแล้วด้วยซ้ำ

“ไม่ใช่ป้ามณีหรอกจ้ะ เพื่อนต้าร์เองลู๊ก”

 น้ำเสียงที่ดัดแหลมอย่างประชดประชันดันขึ้นจากอีกด้านของประตู เมซเซจชะงักไปทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นบวกกับประโยคนั้นมันเสียงต้าร์เพื่อนของเขานี่หว่า แล้วลมอะไรพัดมาให้มาบ้านของเขากันเนี่ยเมซเซจลุกขึ้นนั่งก่อนจะเดินไปประตูแบบแง้มๆมองใบหน้าต้าร์

สภาพเมซเซจสำหรับต้าร์ตอนนี้ดูไม่จืดเลยแม้แต่นิดเดียวใบหน้าที่เคยสดใสตอนนี้ก็ดูหม่นลงบวกกับดวงตาที่ดำคล้ำอาจจะเพราะนอนน้อยหรือนอนดึกเกินไปเรียกได้ว่าหากอยากเจอซอมบี้เมซเซจก็หาได้ที่ห้องนี้และตอนนี้เลยก็ว่าได้!

“เฮ้ยย ไอ้เมซ มึงไปทำไรมาเนี่ย” ต้าร์ทักออกมาอย่างห้ามไม่ได้ มือก็พยายามเปิดประตูห้องออกอย่างถือวิสะเพราะเพื่อนรักของเขาเล่นเปิดให้แค่เห็นหน้านิดเดียวเองมันจะไปคุยอะไรกันรู้เรื่อง

“มึงมาทำไม” เมซเซจยิงคำถามแรกออกมาทันทีอย่างไม่ลีลามือของเขาก็ยังขืนประตูเอาไว้อย่างไม่ให้เปิดเข้ามาได้ง่ายๆ ต้าร์ส่ายหัวเบาๆกับความดื้อรั้นของเมซเซจแล้วยอมแพ้ก่อนจะกอดอกมองใบหน้าเพื่อนของตัวเอง

“มึงเป็นอะไรของมึงวะ กลุ่มก็ไม่ตอบเดี่ยวก็ไม่ตอบแล้วนี้ป้ามณีเขาก็ฟ้องมาเนี่ย”

“กูไม่ได้เป็นอะไร มึงมาแค่นี้ใช่ป่ะ กูจะนอนแล้ว” เมซเซจตัดบทสทนาออกมาแล้วปิดประตูทันทีก่อนที่เพื่อนของเขาจะสู้แรงเขาอีก แม้เขาบอกเขาจะนอนแล้วแต่เขายังไม่ง่วงแม้แต่นิดเดียวเลยด้วยซ้ำ

“เราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้วป่ะไอ้เมซ มึงมีไรมึงก็แค่เล่าให้กูฟัง” ต้าร์ไม่ยอมกลับไปง่ายๆแล้วพูดออกมา ตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันแม้พวกเขาสองคนจะเป็นผู้ชายทั้งคู่อาจจะไม่ได้มีเรื่องเล่าให้ฟังกันมากมายแต่ถ้ามีปัญหาหนักใจมากๆพวกเขาสองคนก็มักปรึกษาสลับไปมาตั้งแต่มัธยม พอมหาลัยก็มีปรึกษากันเองหรือไม่ก็กลุ่มบ้าง

“กูไม่มีไร”

“ไม่มีเหี้ยอะไรอ่ะ มึงบอกมาดิวะเป็นอะไร เล่าให้กูฟังคนเดียวก็ได้ป่ะเพื่อน”

“…”

ไม่มีเสียงตอบรับออกมาจากเมซเซจอีกแล้วต้าร์เลยถอนหายใจออกมาเขายีหัวตัวเองเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับเพื่อนของตัวเองดีสู้ง้อกับสาวๆแล้วเขาว่าการง้อยังจะง่ายกว่าเยอะเลย แต่เพื่อนกับผู้หญิงมันไม่เหมือนกันหรอกในความคิดของเขายิ่งกับคนโง่เง่าอย่างเมซเซจด้วยแล้วยิ่งไม่มีใครเหมือน

“เอาเลย วันนี้กูว่าง กูก็จะอยู่ตรงนี้อ่ะจนกว่าวันนี้มึงจะพร้อมแล้วเปิดปากเล่ามา” ต้าร์พูดอย่างมุ่งมั่นวันนี้เขาจะอยู่ในเมซเซจเบื่อและยอมเล่าให้เขาฟังไปข้างหนึ่งเลย


และทั้งสองก็ต่างคนต่างเงียบกันไปพักหนึ่งเมซเซจไม่ได้เดินไปไหนจากหน้าประตูเลยแม้แต่น้อย เขากำลังลังเลว่าควรจะเล่าให้เพื่อนของตัวเองฟังดีหรือเปล่าเพราะตลอดช่วงมัธยมที่ผ่านมารวมถึงเกมของบอลแล้วเขาไม่เคยเล่าถึงความรู้สึกตัวเองกับแสตมป์เลยแม้แต่นิดเพราะเขากลัวต้าร์รับเขาไม่ได้แต่…ตอนนี้หากเล่าแล้วอาจจะได้สบายใจขึ้นก็ได้ เมซเซจสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆหันหลังกลับไปเปิดประตูให้เพื่อน

“เข้ามา”

ต้าร์ยิ้มแป้นทันทีที่เพื่อนของตัวเองเปิดประตูให้เขาหลังจากที่ยืนเก้อมานานเสียที ต้าร์เลยเดินเข้าไปในห้องแล้วถือวิสะนั่งลงบนโต๊ะที่มีเอกสารมากมายก่ายกองตรงหน้าแล้วมองใบหน้าเพื่อนของตัวเองอย่าว่าแต่หน้ามันโทรมลงเลยตัวแม้จะไม่ได้โทรมขนาดนั้นแต่ก็พอเห็นบ้างว่ามันไม่ค่อยเหมือนปกติสักเท่าไหร่

“มีไรเล่ามาเลยเพื่อน!”

“กูไม่รู้จะเล่าจากไหน” เมซเซจนั่งลงตรงเตียงของตัวเองแล้วมองใบหน้าเพื่อนของเขาที่พร้อมจะเผือกขึ้นมา

“เออ เล่ามาเถอะ”

“มึง….จำเกมของบอลที่เล่นกับแสตมป์ด้วยได้ป่ะ”

“อืม”

“จริงๆกูชอบแสตมป์นะเว้ย….”

สิ้นหัวเรื่องที่จะคุยกันทำให้ต้าร์เบิกตากว้างราวกับเห็นผี เขาไม่อยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำไปแต่พอมองที่สายตาของเพื่อนตัวเองที่มองเขาอยู่มันไม่มีความล้อเล่นแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อยทำให้ต้าร์ค่อยๆลดความตกใจของตัวเองแล้วถามออกมาต่อ

“ตอนนี้ล่ะ?”

“ก็…ยังรู้สึกอยู่ว่ะ”

“แต่มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอวะ ว่า…” เขากำลังเอ่ยเรื่องที่แสตมป์เองก็เป็นแฟนสกายไปแล้วแถมสกายก็เป็นเพื่อนรักของพวกเขาทั้งสองคนอีกต่างหากแต่เหมือนเมซเซจรู้ว่าเพื่อนจะพูดอะไรเลยยกมือเชิงห้ามแล้วพยักหน้าออกมาเบาๆเพราะเขาเข้าใจดี

“กูรู้ แต่กูไม่รู้จะทำยังไงว่ะมึง” เมซเซจยกมือทั้งสองข้างลูบใบหน้าของตัวเองเล็กน้อยเขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จะแย่งเพื่อนของตัวเองมางั้นเหรอก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำไหนจะเบลล่าอีก…ใช่ เบลล่านี้ปัญหาใหญ่เลยก็ว่าได้

“เบลล่ามึงล่ะ”

“มันไม่เหมือนเดิมแล้วว่ะมึง แต่ก่อนก็คิดว่าเบลล่าแต่กูยังเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยเลย มันเลยอาจจะเบื่อ…แล้วแถมที่บ้านกูกับบ้านเบลล่ารู้จักกันด้วยเขาอยากให้พวกกูหมั้นแล้วแต่งงานกันไวๆ”

“…….” ต้าร์พยักหน้าเบาๆแล้วตบไหล่เพื่อนตัวเองเชิงปลอบใจในหัวของเขาก็เริ่มประมวลทุกๆอย่าง ถ้าอย่างนั้นถ้าเมซเซจชอบแสตมป์แสดงว่าที่ต่อยกับสกายนั่นมีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

“กูไม่อยากหมั้น แต่กูเลื่อนไม่ได้แล้ว” เมซเซจถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า “กูทำร้ายแสตมป์ไปเยอะ กูทำเขาเกลียดกูแต่ความรู้สึกกูที่มีต่อเขาแม่งไม่ได้หายแบบคนอื่นๆเลยว่ะ กูไม่ได้ชอบเบลล่าแล้วด้วยมึง”

“ใจเย็นก่อนดิวะ ค่อยๆคิดทีละอย่างหน่อย” ต้าร์ตบไหล่เพื่อนตัวเองอีกครั้งอย่างหนักแน่นขึ้นเพื่อให้เมซเซจได้ตั้งสติขึ้นมาเพราะเหมือนสติกำลังขาดอีกแล้ว

“มึงก็ต้องคุยกับเบลล่าก่อน…”

“กูไม่รู้จะพูดอะไร”

“งั้นกูถามอย่างหนึ่งได้เปล่าวะ”

“….?”

“ถ้ามึงเลิกกับเบลล่าได้มึงจะทำยังไงกับแสตมป์ต่อ”

“…..” และความเงียบนั้นก็เป็นคำตอบให้กับต้าร์ ต้าร์แสดงสีหน้าถึงความหนักใจกับปัญหาของเพื่อนของตัวเองเขาไม่รู้จะแนะนำเพื่อนของตัวเองอย่างไรเพราะในหัวของเขาตอนนี้มีแต่คำว่าสายเช่นเดียวกับแสตมป์

ของบางอย่างที่เราไม่เห็นค่ามันแล้ววันหนึ่งที่เราโหยหามันมันก็ไม่อาจย้อนกลับคืนมาหาเราได้หรอก…

“กูว่านะ ถ้ามึงไม่อยากหมั้นกับเบลล่าแล้วมึงก็ควรพูดกับเขา เลิกกับเขาไปเลย เออโดนที่บ้านมึงโกรธแน่งานนี้แต่มึงจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะเว้ย” ยอมโดนหมัดนิดๆหน่อยๆจากพ่อและฟังจนหูชา(ดับ)ไปข้างหนึ่งมันอาจจะดีกว่าการที่ตัดสินใจผูดมัดกับคนที่เราไม่ได้รักเลยไม่ใช่เหรอ

“อืม” เมซเซจพยักหน้าออกมาเบาๆ มือของเขาก็กำแน่น มันก็จริงอย่างที่เพื่อนของเขาว่าเขาไม่ควรปล่อยให้มันล่วงเลยมามากกว่านี้เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเสียใจไปโดยตลอด

“กูเชื่อเว้ย ว่าเดี๋ยวมันผ่านไปอย่างมากโดนเบลล่าข่วนหน้าแหกกลับมา” เมื่อนึกถึงสีหน้าของหญิงสาวอารมณ์ร้อนแล้วต้าร์ก็พอเดาภาพหน้าของเบลล่าตอนโมโหได้เลยด้วยซ้ำอย่างน้อยๆคงโดนตบหน้าสักสองสามฉาดแหละเพื่อนเอ๊ย

“กูน่าจะตายก่อนแหละ กูอยากคืนดีกับแสตมป์แล้วเริ่มกับเขาใหม่”

“มึงทำไม่ได้หรอกเว้ยไอ้เมซ” ต้าร์ขัดความคิดของเพื่อนตัวเองอย่างไม่เห็นด้วยออกมาทันที ทำให้เมซเซจมองใบหน้าเพื่อนของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

“กูว่ามึงเริ่มใหม่กับแสตมป์ไม่ได้”

“ทำไม…”

“มึงเห็นไอ้สกายไหม?”

“กูรู้…แต่แสตมป์เขาน่าจะรักกูกว่า…”

“กูไม่ได้หมายถึงเรื่องที่แสตมป์รักใครมากกว่า แต่กูอยากให้มึงดูสิ่งที่ไอ้สกายให้กับแสตมป์ มันรุกตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเปล่าวะตรงไปตรงมามันทำอะไรก็ไม่เคยอ้อม” เขามองออกตั้งแต่วันแรกที่พวกสกายเจอกันด้วยซ้ำไปเพราะท่าทางแบบนั้นของสกายมันก็เป็นการบ่งบอกอย่างหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ

“….”

“มันรักแสตมป์จริงๆ มันให้ความจริงใจของมันซื่อตรงของมันให้กับแสตมป์ ไม่เหมือนกับมึงเลย…”ต้าร์พูดออกมาตามตรงแล้วเว้นเล็กน้อย “มึงคบกับแสตมป์แค่เกมทั้งๆที่แสตมป์รักมึงมากๆ กูไม่รู้นะว่ามึงรักเขาตอนไหนแต่ตอนนั้น…มึงก็ทำร้ายแสตมป์ไปแล้วใช่ไหมเหรอวะ”

เมซเซจเงียบไปในทันทีที่ต้าร์เอ่ยจบเขาไม่เถียงอะไรเพื่อนตัวเองเลยแม้แต่น้อยเพราะนั้นมันคือความจริงทุกสิ่งที่เพื่อนของเขาเอ่ยมาเขาและสกายรักแสตมป์เหมือนกันแต่พวกเขามอบความรักที่ต่างกันให้กับแสตมป์ คนหนึ่งก็ใช้ความจริงใจของตัวเองเป็นบทพิสูจน์ทำทุกอย่างให้ชัดเจนและตรงๆจนมันประสบความสำเร็จกับอีกคนหนึ่งที่แทบไม่ต้องทำอะไรมากอีกฝ่ายก็มารักแถมเจ้าตัวก็ทำเพื่อเกมและก็ทำร้ายจิตใจเขาไปและตีห่างให้เลิกกัน

กว่าจะรู้สึกตัวได้นี่มันสายไปแล้วจริงๆ…

“เมซ กูไม่รู้นะเว้ยว่าแสตมป์จะรักมึงอยู่ไหมแต่กูอยากบอกให้มึงรู้  ต่อให้มึงได้คบกับแสตมป์อีกครั้งหนึ่งมึงก็ไม่อาจทดแทนบาดแผลที่มึงทำได้เลยเขาอาจจะรู้สึกอยู่ก้นบึงของหัวใจ ความรู้สึกมันกลับคืนมาไม่ได้นะเว้ยต่อให้มึงทำดีกี่ครั้งกี่หนแต่ครั้งหนึ่งที่มึงทำพลาดไปเขาจำมันทั้งชีวิตไปแล้ว”

“นั้นหมายความว่าแสตมป์จะไม่ให้อภัยกูเหรอวะ” เมซเซจหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า หัวใจของเขาเหมือนจะหยุดลงอย่างไรอย่างนั้นเมื่อนึกถึงวันที่แสตมป์ไม่อาจให้อภัย

“กูว่าเขาให้อภัยมึงได้ แต่เขาไม่สามารถกลับมาหามึงได้” ต้าร์เผยรอยิ้มออกมาให้เพื่อนเล็กน้อยแม้ว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มของความสะใจหรือยินดีอะไรเลยก็ตามแต่เขายิ้มเพื่อให้เพื่อนของเขาเชื่อมั่น

เขารู้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างในเกมนั้นเขามองเห็นถึงความจริงใจของแสตมป์ที่มีต่อให้กับเมซเซจแต่เมซเซจตอนนั้นไม่อาจแล เขารู้มาจากรุ่นน้องคนหนึ่งและแสตมป์มักจะสังเกตุได้ง่ายด้วยซ้ำ จนกระทั่งบอลเลือกท้าถูกคนทำให้เขาลำบากใจถึงขั้นห้ามเพื่อนทั้งๆที่เกมอื่นไม่เคยห้ามเลยสักครั้งหนึ่งและมันก็เป็นไปแล้วจริงๆด้วย หากเขาค้านและเอ่ยเตือนเพื่อนตั้งแต่วันนั้นจะเป็นยังไงนะ

และเขาไม่มีอารมณ์มาสมน้ำหน้าเพื่อนของตัวเองหรอกเพราะเขารู้แล้วว่าเมซเซจมันกำลังจริงจังและเจ็บปวดที่สุด แม้เมซเซจเป็นฝ่ายผิดแต่พวกเขามันเพื่อนกันก็ไม่ควรซ้ำเติมให้มันแย่กว่าเดิมเลยด้วยซ้ำ

“กูเจ็บว่ะ” เสียงเมซเซจสั่นอย่างที่ไม่ได้พบเห็นกันง่ายๆต้าร์ลุกขึ้นไปหาเพื่อนของตัวเองแล้วสวมกอดเพื่อนตัวเองเชิงปลอบและเมซเซจก็ไม่ได้ปฎิเสธเลยแม้แต่น้อยซ้ำยังกอดเขากลับแน่นอีกต่างหาก ไม่บ่อยนักหรอกที่พวกเขาจะมากอดกันเองเนี่ย

“โอ๋ๆนะมึง มึงไปขอโทษเขากูเชื่อว่าทุกอย่างอาจจะดี อย่างน้อยพวกมึงก็ไม่มีอะไรเคืองโกรธกันอีก”

“อืม”

“มึงปล่อยให้พวกเขามีความสุขไปเถอะ เมซ มึงควรยินดีกับพวกเขานะ”

 แม้เราจะไม่ได้คบกับเขาก็ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้…เราเพียงแค่ถอยให้คนที่เรารักเขามีความสุขกับคนที่รักเขาเท่านั้นเอง

_________________________________________________________________________________________________________________________________

สุดท้ายนี้ ไรท์จะมาบอกว่าแม้เมซเซจจะไม่ใช่คนที่คู่ควรกับแสตมป์แต่เมซเซจยังไงก็คือพระเอกของเรื่องนะคะ คนที่ยอมถอยให้เพื่อนและคนที่รักของตัวเองได้มีความสุขอยู่ด้วยกัน :) 

บางคนอาจจะสงสัยว่า เอ้า ทำไมพลิกเรื่องแบบนี้? แรกๆไรท์ตั้งใจจะเขียนให้เมซเซจกับแสตมป์คู่กันตั้งแต่แรกโดยแสตมป์ให้อภัยและกลับมาแต่ไรท์ก็ใส่หัวใจของตัวละครทุกตัวไปไรท์ก็พบว่า ถ้าหากเรากลับเป็นแสตมป์แล้วเราก็คงไม่อาจกลับไปหาที่ทำร้ายเราหรอกใช่ไหมละคะทุกคน? สกายเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะด้านการแสดงความรักสกายก็กินขาดไรท์เลยพลิกแพลงเรื่องให้แสตมป์คู่กับสกายค่ะโดยทิ้งท้ายตาเมซเอาไว้ (แอบเสียดายนิดหนึ่งนะคะที่ไรท์อุสาห์วางแพลนของสกายเรื่องหน้าไปแล้ว ค่อยต้องลบแล้วสิ)

ความรักมันไม่จำเป็นต้องที่คู่กันหรอกค่ะ หากเรารักใครคนหนึ่งแม้เราไม่ใช่คนที่คู่ควรกับเขาแต่เขาได้ปล่อยให้เขามีความสุขกับคนที่เขารักและรักเขามากกว่าเรานั้นก็นับว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งไปแล้วค่ะ หากเพื่อนๆรักใครมากๆสักคนหนึ่งควรทำให้เขามีความสุขมากๆนะคะหากไม่อยากเสียไปแล้วมาเสียใจทีหลังแบบตาเมซของเรา หวังอย่างมากว่าเรื่องนี้อาจจะช่วยอะไรพวกคุณได้บ้างยังไงก็คอมเม้นมาได้นะคะหากคิดเห็นอย่างไร  

ไรท์ขอขอบคุณการสนับสนุนทุกๆอย่างของเรื่องนี้รวมทั้งคอมเม้นท์มากมายที่กระตุ้นให้ไรท์ได้คิดทบทวนเรื่องนี้เยอะๆนะคะ หลังจากจบเรื่องไรท์จะแก้ทุกตอน(แก้คำผิดค่ะแล้วบางประโยคที่ดูมึนๆจะรีบแก้ให้แต่โครงเรื่องไม่เปลี่ยนไปนะคะ) อีกสองพาร์ทไรท์จะขอจบเรื่องนี้ ติดตาม สนับสนุนกันเยอะๆนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

ความคิดเห็น