Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 เกาเหลาเนื้อ

ชื่อตอน : 5 เกาเหลาเนื้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2561 16:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 เกาเหลาเนื้อ
แบบอักษร

เช้านี้ฉันตื่นตั้งแต่ตีห้าเหมือนทุกวัน เป็นกิจวัตรเดิมๆตั้งแต่ฉันมารับช่วงต่อกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว    .. ที่ไม่เหมือนเดิมคือฉันไม่จำเป็นต้องรีบเปิดร้าน  อันที่จริงฉันยังไม่รู้เลยว่าวันนี้ฉันจะทำอะไรต่อ  

เมื่อสัปดาห์ก่อนฉันยังอยู่ที่โลกเดิมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว รอให้น้องชายกลับมารับช่วงต่อกิจการ รอการใช้ชีวิตอิสระหลังปลดภาระทางบ้าน  แล้วก็ ตูม! เกิดอะไรบางอย่างที่ส่งฉันมาอยู่ที่นี่ เสียตัวให้ตัวผู้รวดเดียวสามตัว ตัวผู้ที่ฉันยังไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองยังใช่มนุษย์อยู่หรือเปล่า 

แต่เท่าที่รู้คือฉันไม่มีเงินสักเหรียญ 


ฟ้าสางแล้วฉันปัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป เรื่องปากท้องต้องมาก่อน ฉันลุกขึ้น ปาดน้ำตาทิ้ง จัดการล้างหน้าทำความสะอาดตัว เตรียมพร้อมรับวันใหม่ในโลกใหม่

บรรพบุรุษของฉันหอบเสื่อผืนหมอนใบ มาสร้างตัวในประเทศใหม่ พวกนั้นยังรอดได้ ฉันก็ต้องรอดสิ! 

สองมือตบหน้าตัวเองแรงๆ ปลุกใจให้สู้ เหยียดยิ้มเตรียมรับขีวิตใหม่ 


แผล่ะ!! 


มีสัตว์สี่ขาตัวเท่าหมีควายนอนหมอบอยู่หน้ากระท่อม มันยืดตัว ลุกขึ้นยืน สะบัดขนงดงามเป็นประกายต้องแสงอาทิตย์ระยิบระยับ เชิดหน้าชูอวดแผงคออันสง่างามปรายตาราวกับผยองในสายเลือดสูงส่งมองสัตว์สองเท้าอันต่ำต้อยอย่างฉัน  ...


ผัวะ!! เอ๊งงงง!!!! 


"มรึงรีบมากลบขี้เลยนะ ไอ้สัตว์!! อิหมาเหรี้ย!!!"     ฉันเขวี้ยงรองเท้าเปื้อนอึเข้าเบ้าหน้าไอ้หมาเวร จิกหนังคอมันลากเข้ามาให้มาดูกองหลักฐานหน้าประตู แม้ว่ามันจะขืนตัว ส่ายหน้าปฎิเสธรัวๆ 

เมื่อวานหลังการพบกันอย่างสุดประทับใจ สี่ขาตัวนี้พยายามเข้ามากระท่อมเกือบทั้งคืน หลังการประลองกำลังกันจนฉันเตะมันลงแม่น้ำได้สำเร็จก็ผ่านเที่ยงคืนไปแล้ว ฉันถึงเหนื่อยจนหลับเป็นตาย 

หรือว่ามันเป็นสัตว์อสูรแบบที่พวกตัวเอกในนิยายต้องทำพันธสัญญาไว้ใช้เป็นลูกน้อง? 

งี๊ดด งี๊ดดดด เอ๋งงงงง เอ๊งงงงงง อั่ก

ฉันยังคงระดมตบมันด้วยรองเท้าเปื้อนอึ พร้อมอบรมขอร้องอย่างสุภาพขอให้ขับถ่ายอย่างเป็นที่เป็นทาง

เฮอะ!!


.....................................................


ตะวันลอยสูงแล้วตอนที่ฉันเดินเข้าไปที่อาราม กะจะขออาหารกิน แต่พวกนายชีไม่อยู่ อารามร้างไร้ผู้คน 

ออกไปบิณฑบาตกันเหรอ? พวกนายชีเนี่ยนะ?  

มีข้าวตังกองอยู่สองสามชิ้นกับแอปเปิ้ลหนึ่งผลบนโต๊ะในห้องที่ฉันรักษาตัว ฉันเดินกินแอปเปิ้ลสำรวจรอบๆอาราม   ห้องครัวมีข้าวสารติดก้นถัง  มีผักแห้งและต้นอะไรสักอย่างเหี่ยวๆ หนึ่งหัว สิ่งที่มีค่าที่สุดในอารามคือเกลือกระปุกเล็กๆ หนึ่งกระปุก 

เขวี้ยงแกนแอปเปิ้ลทิ้งนอกหน้าต่าง แบ่งเกลือ ขอยืมตระกร้ากับไต้คบเพลิง คิดว่าวันนี้คงต้องล้มแผนเข้าเมือง เปลี่ยนเป็นสำรวจป่า


..............................................

..............................................


ป่ารอบวัดดูไม่น่ากลัวมากนักในตอนกลางวัน ฉันเงยหน้ามองไปรอบๆ ได้กลิ่นหวานๆของผักผลไม้ลอยจากจุดนั้นจุดนี้  

จมูกของฉันไวขึ้น? หรือนี่เป็นความสามารถพิเศษที่เพิ่มขึ้นเหมือนการหายเจ็บอย่างรวดเร็วผิดปกติและปรากฏการณ์หลุดจากร่างแบบในคืนนั้น?  

ฉันพิสูจน์ด้วยการเดินตามกลิ่นไปจนเจอต้นถั่ว (?) เป็นพุ่มสูงถึงไหล่ มีฝักถั่วแต่เป็นลูกเดี่ยวๆ อ้วนๆ เล็กๆ ที่ดูเหมือนลูกตะขบห่อเปลือก ...พืชในโลกนี้ก็เปลี่ยนไปสินะ 

อืมม ... ถึงเป็นความสามารถที่มีประโยชน์ในการหาอาหาร แต่ดูกระจอกจัง ถ้าเทียบกับตัวละครในนิยายเรื่องอื่น  

เก็บผลไม้กับขุดผักทั้งรากกะว่าจะเอาไปปลูกข้างกระท่อม จนใกล้เต็มตะกร้า ฉันหันกลับจะไปพักเที่ยงที่กระท่อม แต่จมูกได้กลิ่นพืชอีกชนิด

เป็นกลิ่นพืชที่ฉันคุ้นเคย...  

เดินตามกลิ่นไปจนเจอถ้ำ  ฉันวางตะกร้าลง ลองปาก้อนหินเข้าไปในถ้ำ 

.... เงียบ ไม่มีตัวอะไรออกมา คิดว่าถ้ำน่าจะลึกหรืออาจจะยาวติดต่อไปจนถึงใต้ดิน 

จุดคบเพลิง เดินเข้าไปในถ้ำ ไปตามกลิ่นของพืชต้นนั้น  

!!????

หนูตัวเท่าหมาพันธุ์ไทยพุ่งเข้ามาหาฉันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พุ่งเข้ามาเงียบๆ ไม่มีเสียงขู่ ฉันเบี่ยงตัวหลบทันทันทีที่เห็นเงาของมัน ฟาดด้วยด้ามเสียม หนูกระเด็นกระแทกผนังถ้ำ ฉันตามไปทิ่มด้วยปลายเสียม คมทะลุกระโหลก 

มีแสงจ้าจากซากของมัน กับดัก?!!

เลือดหรืออะไรสักอย่างระเบิดออกมาจากซาก ฉันหลบของเหลวทัน แต่จับสัมผัสได้ว่ามีหนูอีกตัวพุ่งเข้ามา  

แง่งงงง!! 

กร๊อบบ!!! 

ไอ้หมา? แอบตามมาด้วย? 

มันกระโดดงับหนูอีกตัวครั้งเดียวคอขาด ฉันมองหน้ามัน มันเหลือบตามองฉันก่อนเข้าโจมตีฝูงหนูที่กรูกันเข้ามา 


..............................................

..............................................


ผ่านไปสองชั่วโมง ฉันกับเจ้าหมาก็จัดการเคลียร์ของหนูจนหมด  


ฉันก้มลงหอบหายใจ ออกกำลังแค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว? บ้าจริง! ถ้าพวกลูกน้องเก่ามันรู้คงหัวเราะเยาะ (คือว่าฉันเคยทำงานอื่นก่อนลาออกมาเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวน่ะ) 

ฉันลุกยืนหันไปมองเจ้าหมา นอกจากเลือดหนูอาบตัวมันแล้ว มันไม่บาดเจ็บอะไร ที่จริงมันดูเหมือนจะไม่เหนื่อยเลยด้วยซ้ำ 

ตอนนี้มันกำลังมองหน้าฉัน

"แกน่ะอยากอยู่กับฉันเหรอ?" 

หางฟูกระดิกนิดๆ มันพยักหน้า 

ฉันยื่นมือให้มัน มันให้ขาหน้า ฉันมองหน้ามัน คิดถึงค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากหากต้องมีปากท้องเป็นภาระให้ดูแลเพิ่ม 

"เอาล่ะ.... ก็ได้" 

หมายิ้มกว้างลิ้นห้อยออกมาข้างปาก หูหรี่ มองฉันตาเยิ้ม 

"แม้ววว แอ้ววว~* อี๊ดดด งี๊ดดด อุ๋งงงง อุ๋งๆ 

“..............” อุ๋งๆ? มรึงเป็นตัวเหรี้ยอะไรวะ? 

ว่าแต่ .... ฉันเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหนนะ? 

ตาขวากระตุก แต่ต้องปัดสังหรณ์ร้ายๆ ทิ้งไป ช่วยไม่ได้ ไม่มีทางเลือกนี้นะ ฉันจำเป็นต้องมีลูกน้องช่วยล่า



เข้าป่าวันแรกฉันได้วัตถุดิบมาเต็มตะกร้าทั้งเนื้อ ถั่ว ผัก ผลไม้ กับพืชวิเศษที่ได้จากถ้ำของหนู  

แต่มันจะกินได้ไหมนะ? 

ฉันจัดการชำแหละซากหนู หนูตัวเท่าหมาหนึ่งตัวได้เนื้อเยอะทีเดียว  จัดการต้มทำซุปในหม้อก๋วยเตี๋ยว (ที่อยู่ๆ ก็กลับมาปรากฏที่กระท่อมแบบไม่รู้สาเหตุ) ใส่เกลือที่ขอยืม (?) มาจากวัด 

เด็ดใบไม้วิเศษลงหม้อหนึ่งใบ...  

พลบค่ำ เนื้อเปื่อยได้ที่ ฉันเดินยิ้มไปที่อาราม พวกนายชีกลับมาแล้ว จัดการถวายซุปเนื้อ บอกพวกนั้นว่าเป็นเนื้อกระต่ายที่ล่าได้ ยิ้มหวานรับคำอนุโมทนาสาธุขอบอกขอบใจ แล้วเดินออกมานั่งรอแถวนั้น 

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกนายชียังไม่ตาย แถมหัวเราะเฮฮาปาร์ตี้มีความสุข .... สรุปว่าเนื้อกินได้ และใบไม้ในโลกนี้เหมือนใบไม้พิเศษของโลกเก่าแถมออกฤทธิ์มากกว่าด้วยสินะ

ฉันเดินยิ้มกลับไปเก็บหม้อซุป และขอยืมพวกเกลือกับเครื่องปรุงอื่นๆ โดยแลกกับการทำซุปเนื้อแบบนี้ให้กินอีก

พวกนายชีหัวเราะร่าน้ำตาไหล พยักหน้าอนุญาตรัวๆเหมือนไก่จิกเลยล่ะ  


ขากลับจากอารามฉันสังเกตพบคุณสมบัติของตัวเองอีกอย่าง

ต้นแอปเปิ้ลสูงขนาดเท่าครึ่งหน้าแข้งปรากฏจากบริเวณที่ฉันทิ้งแกนแอปเปิ้ลเมื่อเช้านี้  


ดูเหมือนว่าฉันจะต้องทำสวนปลูกผักแล้วละนะ 


คืนนี้ฉันอนุญาตให้ไอ้หมาเข้ามานอนในกระท่อม 

มันไม่ยอมกินเนื้อกับเครื่องในดิบ ฉันเลยต้องแบ่งซุปเนื้อหนูให้มันกิน (เป็นซุปที่ไม่ใส่ใบไม้มหัศจรรย์น่ะ) มันอิ่มแล้วก็มานั่งจ้องหน้าฉัน ฉันมองหน้ามันพยายามคิดว่ามันเป็นตัวอะไร 

“ตกลงแกเป็นหมาหรือเปล่า?” ฉันถามมันตรงๆ 

มันเมินหน้าไปทางอื่นหางเคาะพื้นแรงๆ เหมือนแมวหงุดหงิด 

อะไรวะ?  

“เคืองอะไรล่ะ! ก็แกร้องแบบไม่เป็นภาษาหมาอย่างนั้น แถมหน้าไม่ค่อยเหมือนหมาเลยนะ!” 

มันเดินสะบัดตูดออกไป กระโดดขึ้นไปนอนบนกิ่งไม้นอกบ้าน หางสะบัดพั่บๆแบบหงุดหงิด 

อะไรของมัน? 

ถึงการสนทนาจบลงแบบนั้นแต่กลางดึกคืนนั้น เมื่อไฟมอดลง ฉันเพลียจนลืมตาไม่ขึ้น แต่รู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เบียดเข้ามานอนด้วย 

ช่างแมร่ง ... ยอมสักคืน ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะก่อไฟเพิ่ม หมดแรงจนถีบมันออกจากเตียงไม่ไหว


..............................................

..............................................


เนื้อหนูที่เหลือจากการล่าครั้งแรกถูกแปรรูปเป็นเนื้อแดดเดียว ส่วนผัก ฉันเลือกที่จะปลูกผักที่ให้ผลผลิตเร็วที่สุด ถั่วงอกไงล่ะ ผลผลิตที่ได้เหมือนกับถั่วงอกที่เจอบนโลกเก่า แต่ให้ผลผลิตเป็นถั่วงอกต้นยาวใหญ่กว่าถั่วงอกโลกเดิมซัก 1.5 เท่า และปลูกแค่วันเดียววันรุ่งขึ้นก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว ส่วนใบไม้วิเศษต้นนั้นฉันหาที่ปลูกซ่อนลึกเข้าไปในป่า 

เกาเหลาเนื้อตุ๋นชามแรกของฉันเกิดขึ้นในวันที่สี่ของการเริ่มต้นใหม่ ลูกค้ารายแรก คือพวกนายชี  

"โอ้วววว ... นะ นี่มันอะไรกัน อร่อย อร่อยมาก ฮ่าๆๆๆ" 

"ประโส้กก! ประส๊ก! เอาอะไรมาให้อาตมากิน อร๊อย อร่อยยย จนหยุดไม่ได้ มันเยี่ยมม๊ากกกก ฮ่าๆๆ"

หัวเราะร่วนเสียงสูงเชียวนะหลวงพี่ 

เกาเหลาหม้อนั้นแลกกับการยืมชามช้อน และรถเข็นของวัด 

วันต่อมาฉันเปิดร้านขายเกาเหลาที่ตลาดในหมู่บ้าน ในวันแรกเกาเหลาหมดภายในสองชั่วโมง ประสบความสำเร็จอย่างงดงามท่ามกลางเสียงหัวเราะชื่นบานของลูกค้า 


สี่สัปดาห์ผ่านไป กิจการขายเกาเหลาของฉันเป็นไปได้ดีมาก ฉันมีเงินเช่าที่เปิดร้าน ซื้อพวกเครื่องปรุงกับเนื้อสัตว์ และเจอเส้นก๋วยเตี๋ยวของโลกใหม่แล้ว (ที่นี่มีเส้นก๋วยเตี๋ยวเพียงอย่างเดียวเป็นท่อนเล็กๆสั้นๆ เหมือนเส้นของเกี้ยมอี๋ ฉันคิดว่าถ้ามีเงินมากกว่านี้คงทำเส้นแบบอื่นมาขายด้วยล่ะนะ)  

ฉันแก้ปัญหาด้านแรงงานด้วยการต่อรองกับนายชี พวกนั้นโวยวายต่อต้าน อ้างว่าผู้ทรงศีลไม่ควรไปค้าขายยุ่งเกี่ยวกับทางโลก  

“ไม่ช่วยก็อดซุปเนื้อนะเจ้าคะ”  

"................." พวกนั้นตกลง  

เราแก้ปัญหาด้วยการใช้หมวกกับวิกผมและเสื้อผ้าแบบฆารวาส


ปัญหาเรื่องปากท้องของทั้งวัดหมดไป แต่ปัญหาใหญ่ของฉันเริ่มตอนขึ้นเดือนที่สอง 

ประจำเดือนของฉันไม่มา ฉันคิดว่าตัวเองท้อง


ย้อนกลับไปในวันแรกที่ฉันเข้ามาขายของในตลาด หลังปิดร้าน ฉันเดินหาร้านขายยาหรือโรงหมอเพื่อถามหายาคุมกำเนิดหรือยาอะไรก็ได้ที่จะระงับการตั้งครรภ์ พวกซินแสมองหน้าฉันเหมือนฉันเป็นตัวประหลาด แทบจะสาดน้ำไล่ออกมาเมื่อฉันเซ้าซี้หนัก  เป็นแบบนี้ทุกร้าน

ปัญหาด้านศีลธรรมหรือไม่ก็โลกนี้ไม่มียาคุมสินะ 

สัปดาห์ต่อมาฉันเริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยง่ายกว่าเดิม หลังกลับจากการขายเกาเหลา ฉันมักหลับแบบไร้สติ เหมือนตายไปแล้ว แถมตอนเช้าตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายอิดโรยมีน้ำแปลกๆ ไหลจากหว่างขา .... น้ำตกขาว? หรือเปล่า? 

“...............” ฉันมองหน้าอีหมา ตัวผู้ตัวเดียวที่อยู่ใกล้ฉันมากที่สุด ช่วงนี้มันนอนห้องกับฉันทุกคืน 

"................." มันส่งสายตาไร้เดียงสาแบบลูกหมามองตอบ

"................." ระแวงเกินไปหรือเปล่า? คงไม่ใช่มั้ง?


เอาเถอะ ถึงชีวิตจะยังลำบาก ถึงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะคลอดออกมาเป็นสายพันธุ์อะไร (ก็ตัวผู้พวกนั้นดูจะไม่ใช่คนนี่นะ)  แต่ว่านะ ... นี่ลูกของฉัน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ 


กลางดึกในคืนวันเพ็ญสัปดาห์ที่ห้าในโลกใหม่ ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา มีร่างของผู้ชายอยู่เหนือร่างฉัน 

... กำลังเยิ้บตัวฉันรัวๆ

มันหยุดชะงัก รีบจับสองมือฉันกดกับเตียงตอนที่ฉันเริ่มตื่นเต็มตา ตาสองสีของมันสะท้อนแสงจันทร์เหมือนตาสัตว์ ยิ้มแหยส่งมา  แต่สะโพกยังกระตุกเคลื่อนไหวต่อเนื่อง


“อ่า ... เมียจ๋า ข้ามีลูกในท้องแล้วนะ”


ฉันคิดว่าฉันรู้ต้นกำเนิดของน้ำตกขาวแล้วล่ะ



__________________________________________








ความคิดเห็น