กระจ่างดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

If you love...21สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวัง

ชื่อตอน : If you love...21สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวัง

คำค้น : กระจ่างดาว,yaoi,jackjae,bnior,markbam,got7,mpreg,แจ็คแจ,บีเนียร์,มาร์คแบม,ท้อง,18+

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2561 15:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
If you love...21สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวัง
แบบอักษร

If you love...21 

-สะใภ้ใหญ่ตระกูลหวัง​-

"ผมว่าผมกลับก่อนดีกว่านะครับ"


ยองแจบอกร่างหนาเมื่อย่างเท้าเข้ามาในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ ตอนที่ยองแจตกลงคบกับแจ็คสันก็ไม่ได้ลืมว่าตัวเองต้องเผชิญหน้ากับใครบ้าง...แต่ไม่รู้ทำไมพอใกล้จะได้เจอกับคุณนายหวังสองเท้าของยองแจกลับเหมือนจะอ่อนแรงขึ้นมาดื้อๆ


"เดี๋ยวสิคะวันนี้พี่หมวยห้ามกลับนะ พี่หมวยต้องอยู่เล่านิทานให้นาบีกับจื่อฟ่านฟังก่อนสิคะ"


...อ่าจริงด้วย...


"ไม่ต้องกลัวขอแค่มีเฮียอยู่ข้างๆไม่ใช่รึไงครับ...เฮียก็อยู่ข้างๆหมวยแล้วนี่ไงครับ"มือหนากระชับมือของอีกคนให้แน่นขึ้นความอบอุ่นจากมือของแจ็คสันค่อยๆบรรเทาอาการตื่นเต้นบวกกับมือที่เย็นเฉียบค่อยๆผ่อนคลายลง


"คุณปู่ทวด/คุณปู่ทวด"


"โอ๊ยๆๆๆ ปู่ทวดแก่แล้วนะยัยหนูเบาๆกันหน่อย"เด็กน้อยทั้งสองคนพากันวิ่งเข้าไปหา...ที่เดินถือถ้วยชาออกมาแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะตั้งท่าเตรียมพร้อมรับแรงจากเด็กๆทั้งสองอยู่แล้วจึงเอาแก้ววางลงกับพื้นพร้อมๆกับแรงจากเด็กน้อยที่วิ่งเข้าไปซุกในอ้อมกอดหนาๆ


"วันนี้สนุกกันมั้ย พวกพี่ๆเค้าพาไปเล่นอะไรกันบ้างล่ะ"


"วันนี้พวกเฮียพาไปปั่นเรือค่ะ...เฮียแจ็คกับพี่หมวยแพ้พวกหนูด้วย วันนี้พี่หมวยเลยต้องอยู่อ่านนิทานให้พวกหนูฟังด้วยค่ะ"


"จริงเรอะยัยหนู"คนสูงวัยกว่าหันมาพูดแซวพลางทำหน้าไม่อยากเชื่อ


"ครับ เฮียแจ็คนั่นแหละครับ"ยองแจพูดงอนๆแต่ร่างหนาก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วยังไม่วายยีหัวเล็กของอีกคนเล่นอีก มือเล็กปัดป่ายมือหนาทิ้งปากคว่ำๆกับหน้าตาอ้อนๆยิ่งเรียกให้แจ็คสันอดจะหมั่นเขี้ยวขึ้นมาไม่ได้


"แล้วพวกพี่เค้าไปไหนกันหมดล่ะหื้มปู่ทวดยังไม่เห็นกันสักคน"ซือจิ้นถามถึงเพื่อนของหลานชายคนโต เมื่อเช้ายังเห็นอยู่กันเต็มบ้านพอตกเย็นกลับไม่เจอสักคน


"มาร์คคงไปหาแฟนมั้งครับเห็นรับมือถือแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองตั้งนาน ยูคยอมกับบีไอก็ไปเฝ้าผับตามเคยครับ"


"แต่ก่อนไปเฮียมาร์คบอกว่าคราวหน้าจะพาไปเที่ยวอีกนะคะ"


"จริงเหรอ...คราวหน้าปู่ทวดไปด้วยดีมั้ยน้า"


"ดีค่ะ...ไปเที่ยวไร่คุณปู่ทวดได้มั้ยคะให้คุณปู่ทวดเลี้ยงขนมเยอะๆเฮียแจ็คบอกว่ามีสตรอเบอรี่เยอะแยะเลยด้วย"เด็กน้อยยิ้มตาหยีเมื่อคิดถึงของโปรด


"เฮียแจ็คบอกว่ามีสตรอเบอรี่ลูกโตๆเยอะเลย หนูอยากไปเที่ยวจังค่ะ"จื่อฟ่านเริ่มอ้อนบ้างจนหวังซือจิ้นอดจะเอ็นดูไม่ได้


"หัดอ้อนเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยเรา...ได้สิ ถ้าไปปู่จะยกสตรอเบอรี่ให้พวกหนูทั้งแปลงเลย...กินให้หมดก็แล้วกัน"


"เย้!!/เย้!!"


"มาครับเดี๋ยวพี่หมวยพาไปอาบน้ำจะได้มากินข้าวอร่อยๆกันนะครับ"ยองแจอาศัยเอาเด็กบังหน้าเพื่อที่จะหลบหน้าคุณนายหวังแต่เหมือนจะมีคนรู้ทันกว่าจึงพูดดักคอเอาไว้


"เดี๋ยวสิยัยหนูแตง เรื่องอาบน้ำน่ะให้เด็กๆเค้าจัดการกันเองดีกว่า...รีบขึ้นไปอาบน้ำจะได้ลงมากินข้าวอร่อยๆนะยัยหนู"


"ค่า/ค่า"เด็กๆรับปากก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดไปกันสองคน


"เดินจับมือกันมาแบบนี้แปลว่าสำเร็จสินะ...นี่ฉันเตรียมอุ้มยัยหนูตัวน้อยได้รึยังล่ะเนี่ย โฮ๊ะๆๆๆ"


คนสูงวัยกว่าเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดีแต่คำพูดนั้นกลับเข้าไปสะกิดความรู้สึกส่วนลึกของยองแจเข้าอย่างจัง นั่นสินะ...นี่คือส่วนที่เค้าลืมคิดไปและดูว่าแจ็คสันเองก็คงไม่ได้คิดเหมือนกันถึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำที่คนสูงวัยกว่าพูดถึง


"ผมขอตัวไปดูเด็กๆก่อนนะครับ..."


"อยู่คุยกันก่อนสิยองแจ"เสียงคุณนายหวังดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกให้ยองแจที่กำลังเตรียมเดินตามเด็กๆทั้งสองคนไปชะงัก


"ครับคุณผู้หญิง..."


"เอ๊ะ! สอนไม่รู้จักจำบอกให้เรียกว่ายังไง หื้ม?"


"...เอ่อ"


คิกคิก


ยองแจเหลือบไปมองคนที่เดินตามคุณนายหวังมาด้านหลัง จินยองที่กำลังกลั้นจำจนตาขึ้นเป็นสองขีดทำให้ยองแจสบายใจได้บ้าง ล่าสุดที่เจอกันมันทำให้ยองแจอดจะไม่สบายใจไปซะหน่อยเพราะอีกคนอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่พอสมควร มาวันนี้ได้เจอกันได้เห็นรอยยิ้มของอีกคนก็ทำให้ยองแจรู้สึกสบายใจขึ้นแต่ก็เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเพราะสีหน้าของอีกคนยังดูเหมือนไม่ได้สบายดีเท่าที่ควรดูจากใบหน้าที่ขาดซีดจนแทบไม่มีเลือดฝาดนั่น ทั้งสองทักทายกันเงียบๆเป็นอันรู้กัน


"แม่...หรือว่าจะเรียกม๊าเหมือนตาแจ็คก็ได้ แต่เรียกม๊าดีกว่าจะได้กลมกลืนกับลูกบ้านนี้"คุณนายหวังเหมือนเถียงกับตัวเองว่าจะให้อีกคนเรียกอะไรก่อนจะได้ข้อสรุปในขณะที่ยองแจยังคงทำตัวไม่ถูก


"...ครับม๊า"ยองแจรับคำเบาๆเพราะยังไม่ชินกับการวางตัวสบายๆของคุณนายหวังเท่าไหร่


"แล้วนี่แกไปทำอะไรน้องรึเปล่าเนี่ยทำไมน้องถึงสีหน้าไม่ค่อยดีเลยล่ะ"


"เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ"


"คงไม่ได้คิดมากเรื่องหลานหรอกนะยัยหนู"หวังซือจิ้นพูดขึ้นตามการคาดเดาของตัวเอง คนแก่น่ะอาบน้ำร้อนมาก่อนคนหนุ่มคนสาวคิดอะไรทำไมเรื่องแค่นี้เค้าจะดูไม่ออก


"ป เปล่าครับ"


ยองแจส่ายหน้ารัวๆเพราะถึงยังไงเค้าก็ไม่อยากให้บรรยากาศในบ้านต้องกร่อยเพราะความคิดฟุ่งซ่านของตัวเอง เค้ารู้ดีอยู่ว่าคนอย่างเค้าควรตั้งความหวังไว้ได้สูงแค่ไหน...เรื่องที่หวังซือจิ้นพูดมันไกลเกินกว่าที่เค้าจะคิดจริงๆ


"เรื่องแค่นั้นเองไม่เห็นต้องคิดมากเลย มานี่มาไปนั่งคุยกันดีๆดีกว่าเดี๋ยวป๊าเค้าก็ตามมาแล้ว"คุณนายหวังอดจะบีบแก้มกลมๆของยองแจอย่างหมั่นเขี้ยวไม่ได้ ก็ท่าทางหงอยๆนั่นสงสัยว่าคงจะคิดมากเรื่องหลานจริงๆ


อย่างนี้แสดงว่ายองแจจริงจังกับตาแจ็คสินะ

คุณนายหวังคิดก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มเพราะหากเป็นอย่างนั้นจริงๆเธอก็ยินดีด้วยเป็นอย่างมาก ก็ยองแจออกจะน่ารักน่าหมั่นเขี้ยวขนาดนี้เธอเองที่คิดว่าจะแสดงบทโหดใส่อีกสักหน่อยยังทำไม่ลงเลย


"ป๊าจะกลับมาเหรอครับ"


"ก็ใช่น่ะสิ เค้าบอกจะกลับมาต้อนรับลูกสะใภ้ไปกันเถอะยองแจ"คุณนายหวังจูงมือลูกคนใหม่เข้าไปห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางดีใจ


"นี่ม๊าเค้าแทบไม่อยากคุยกับผมเลยนะครับ สนใจแต่ยองแจน่ะ"แจ็คสันหันไปตัดพ้อใส่คนสูงวัยกว่าที่ยังคงยืนอยู่ ถึงจะดีใจที่ม๊าเค้าดูเอ็นดูอาหมวยของเค้าในทางกลับกันเค้าดูเหมือนเป็นหมาหัวเน่าไปซะอย่างนั้น


"ก็ดีแล้วนิ ปู่ไปหายัยหนูดีกว่า"คนสูงวัยเอ่ยอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่นติดๆ


"พี่ยองแจ!"


"เจียหลาง เจียหลิน"


"อ่าวเฮีย..."แจ็คสันถึงกับหน้างอ แม้กระทั่งน้องสาวทั้งสองคนของเค้าก็ไม่สนใจเค้ากลับวิ่งตามกันเข้าไปหาอาหมวยของเค้าเหมือนกับว่าเค้าไม่มีตัวตนอย่างนั้นแหละ


ปั่ก!!


"ป๊า! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมไม่ได้ยินเสียงรถอ่ะ"


"จะไปรู้แกเรอะ หนูยองแจล่ะ"


"ห้องนั่งเล่นครับ อ อ่าว"อีรอปเดิมเป๊ะ นี่คนบ้านนี้เห็นเค้าเป็นตัวอะไรกันเนี่ย แต่ก็เท่านั้นแหละสุดท้ายเค้าก็ต้องเดินเข้าไปหาอาหมวยของเค้าอยู่ดี 


"นี่ๆเจียหลิน เบาๆหน่อยเดี๋ยวแก้มยองแจช้ำกันพอดี"แจ็คสันออกมาปากทันทีที่เดินเข้ามาถึงในห้องนั่งเล่นก่อนจะเห็นยัยน้องสาวฝาแฝดของตัวเองกำลังบีบแก้มกลมๆของยองแจอยู่


"พี่สะใภ้ยังไม่เห็นจะว่าเลย...หัดเป็นคนหวงของตั้งแต่เมื่อไหร่เฮีย"แหนะ!!!เถียงคำไม่ตกฟาก แต่สรรพนามที่อีกคนเรียกยองแจกลับทำให้แจ็คสันมองข้ามเด็กดื้ออย่างน้องสาวเค้าไป


"หมวยมานี่"แจ็คสันนั่งลงก่อนจะเรียกยองแจให้ไปนั่งด้วยกัน เจ้าตัวทำหน้าเหลอหลาก่อนจะส่งสายตาเหมือนขออนุญาตม๊าของเค้าแล้วค่อยๆเดินมานั่งข้างเค้า


หมับ!


"โอ๊ยเฮียขี้หวง/โอ๊ยเฮียขี้หวง"สองแฝดถึงกับเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันทันทีที่ยองแจเดินมานั่งลงข้างๆแจ็คสันก็ถือโอกาสโอบเอวยองแจทันที


"เฮีย ปล่อยครับพ่อกับแม่ของเฮียก็อยู่นะ คุณปู่ก็ด้วย คนเยอะแยะนะครับ"


ยองแจกระซิบกระซาบพลางเกี่ยวมือหนาออกจากเอวตัวเอง ไม่รู้ว่าเพราะไม่สบายหรือเพราะอาการเขินเป็นหลักกันแน่ที่ทำให้แก้มใสๆของยองแจซับสีขึ้นมาแต่ถึงอย่างนั้นแจ็คสันก็ยังคงไม่ยอมเอามือตัวเองออกแถมยังโอบแน่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เสียงในห้องนั่งเล่นก็ดังมากกว่าเดิมเพราะทุกคนต่างเอ่ยแซวแจ็คสันกับยองแจไม่ขาดปาก


"เปิดตัวเลยมั้ยล่ะเจียเอ่อ"หวังซือจิ้นเอ่ยเปิดประเด็น


"ครับ"ยองแจมองหน้าแจ็คสันอย่างงงๆแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาเพราะกลัวว่าจะเสียมารยาท


"บอกน้องเค้าแล้วเหรอ ยองแจรู้เรื่องรึยังลูก"หวังหยางเจี๋ยเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นว่ายองแจยังคงทำเหมือนไม่ได้รู้เรื่องมาก่อน


"เรื่องอะไรเหรอครับ"ยองแจถามกลับอย่างระมัดระวัง ตอนนี้ยองแจเกร็งไปหมดไม่เหมือนที่ทำใจมาก่อนหน้านั้นสักนิดเดียว


"งานเปิดตัวในวันคล้ายวันเกิดคุณปู่น่ะ"


"...เปิดตัว?


"เปิดตัวสะใภ้ใหญ่ของตระกูลหวังน่ะ"


คุณนายหวังเอ่ยเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวดียังคงไม่ได้บอกอะไรกับยองแจเป็นแน่


"...อ อะไรนะครับ ผม...ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย"ยองแจเบิกตากว้างพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าเรื่องจะดำเนินไปเร็วขนาดนี้เค้าแค่ตกลงคบกับแจ็คสันเท่านั้นแต่...ถ้าคิดเลยไปถึงเรื่องที่จะเปิดตัวจริงจังเค้าไม่เคยคิดมาก่อน


แค่คิดว่าจะได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักก็แค่นั้น...เพราะเค้าไม่ใช่ผู้หญิงอะไรมันอาจไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นก็ได้ ตระกูลใหญ่แบบนี้จะรับเรื่องของเค้าได้เหรอ


"ตระกูลหวังของเราจะมีการเปิดตัวลูกเขยและลูกสะใภ้ในวันคล้ายวันเกิดของผู้ที่อาวุโสที่สุดในบ้าน...ถ้าลูกทั้งสองคนจริงใจต่อกันม๊าว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอ เราจะได้ประกาศให้คนทั่วเกาหลีรู้ว่าตระกูลหวังได้สะใภ้ใหญ่แล้ว"


คุณนายหวังพูดด้วยสีหน้ายินดีไม่ต่างกับซือจิ้นและหยางเจี๋ย ต่างจากยองแจที่มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก นี่สินะวิถีชีวิตของคนในระดับที่ยองแจกลัวมาโดยตลอด


"หมวยมีอะไรรึเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วนะ"


แจ็คสันถามด้วยความเป็นห่วงยิ่งเรียกเสียงแซวได้เป็นอย่างดี ท่าทางของแจ็คสันที่น่ารักจนผู้ใหญ่ทั้งสามคนอดจะดีใจไม่ได้เพราะแต่ก่อนแจ็คสันไม่ใช่คนที่จะเป็นหรือว่าแคร์ใครเลยนอกซะจากครอบครัวและเพื่อน ยองแจกลับเป็นคนแรกที่พาหาถึงบ้านแถมยังดูเป็นห่วงเป็นใยซะออกนอกหน้า


"เปล่าครับ ผมขอไปหาเด็กๆได้มั้ยครับ...เย็นแล้วเด็กๆคงจะหิวกันแย่แล้ว"ยองแจหันขออนุญาติผู้สูงวัยกว่าเมื่อได้รับการอนุญาติก็เดินหายไปทางห้องอาหารทันที 


"จินยองออกไปช่วยดูเด็กๆหน่อยนะ"


"ครับ"จินยองที่ยืนเหม่ออยู่นานพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามออกไป


"เจียหลาง เจียหลิน ออกไปเล่นข้างนอกก่อนม๊ามีเรื่องจะคุยกับพี่เค้า"ทั้งสองรับปากอย่างว่าง่าย ไม่นานทั้งห้องก็เหลือแต่ผู้สูงวัยทั้งสามคนกับแจ็คสันที่ดูเหมือนว่าทุกคนมีเรื่องต้องการจะคุยด้วย


"ม๊ามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ"


"ยองแจน่ะ...นิสัยของเด็กคนนั้นมีแค่ลูกคนเดียวเท่านั้นนะที่เข้าใจนิสัยของยองแจ"


"ครับ?"


"ยัยหนูน่ะ กังวลเรื่องหลาน...แกดูไม่ออกรึไง"


"..."


นั้นสินะ ปู่ก็พูดเรื่องหลานไหนม๊าเค้าจะพูดเรื่องสะใภ้อีก...เรื่องต่างฐานะกันที่ยองแจกลัวมาตลอด นี่เค้ากำลังทำให้ยองแจเครียดรึเปล่า ยองแจเพิ่งตอบตกลงคบกับเค้าวันนี้แต่พอตกเย็นกลับพามาคุยเรื่องแต่งงานมันคงจะเร็วเกินไปจริงๆ


"ถ้าผมจะรับเลี้ยงเด็กล่ะครับ ได้รึเปล่า...ผมไม่อยากให้ยองแจต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น"


"ถ้าแกจะรับเลี้ยงเด็กม๊าก็ไม่ได้ว่าหรอกนะ...แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากให้แกรู้ไว้"


"เรื่องอะไรครับ?"


"จินยองน่ะ...ตอนนี้จินยองตั้งครรภ์อยู่..."


!!!???


ไม่ใช่แค่แจ็คสันคนเดียวที่ตกใจกับเรื่องที่ได้ยินเพราะทั้งซือจิ้นและหยางเจี๋ยก็มีท่าทางตกใจกับเรื่องที่ได้ยินมาเหมือนกันและเพราะเห็นว่าผู้ชายทั้งสามคนคงไม่บรรลุง่ายๆคุณนายหวังจึงต้องอธิบายสิ่งที่ตัวเองรับรู้มาตลอดเกือบสองอาทิตย์ให้ทั้งหมดได้รับรู้


"คือวันนั้นที่จินยองมาที่บ้านน่ะค่ะหนูก็พอรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวเค้าไปเจออะไรมาแต่พอถามเค้าก็ไม่ยอมเปิดปากพูดจนหนูต้องไปสืบว่าเรื่องมันเป็นมายังไง จนสืบรู้ว่าเพื่อนของเราน่ะแจ็คสันไปล่วงเกินจินยองเค้าเข้า"


"เพื่อน? อย่าบอกนะครับว่า...เฮียบี"แจ็คสันคิดไปแปบนึงก็พอจะนึกออกว่าใครพอจะมีสิทธิทำเรื่องนี้


"รายนั้นนั่นแหละ...ประมาณอาทิตย์ก่อนม๊าสังเกตว่าจินยองเริ่มมีอาการหน้ามืดแล้วก็อาเจียนเวลาได้กลิ่นอาหาร...แม่น่ะมั่นใจว่าจินยองท้องแน่ๆเพราะยูคยอมก็เคยบอกว่ามีเคสที่ผู้ชายท้องได้ แต่ม๊ายังไม่ได้บอกจินยองเค้าหรอกนะเพราะม๊ากลัวใจจินยองเค้า ม๊ากลัวว่าเค้าโกรธตาเจบีแล้วพลอยไปลงกับเด็กเข้า จินยองเองก็คงยังไม่รู้หรอกและม๊าก็รอให้ตาเจบีกลับมาเคลียร์เรื่องที่ตัวเองทำเอาไว้นั้นแหละ...นี่ก็เกือบเดือนแล้วมั้งที่ตาเจบีไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะ ม๊ากลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานเด็กจะได้รับอันตรายเอาเหตุเพราะตัวจินยองเองที่ไม่รู้ว่าตัวเองท้องนั่นแหละ"


"..."


"..."


"..."


ผู้ชายทั้งสามต่างนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินเรื่องราวจากปากของคุณนายหวัง แจ็คสันตั้งสติก่อนจะนึกไปถึงคืนที่ไปปรึกษาเรื่องของยองแจที่ผับคืนนั้นเด็กนั่นก็บอกเหมือนกันว่ามีเคสที่ผู้ชายสามารถท้องได้แต่ใครจะคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวอย่างจินยองได้ล่ะ


"ที่ม๊าจะบอกก็แค่ ถ้าจินยองท้องได้...ยองแจก็อาจท้องได้เหมือนกัน ม๊าไม่อยากให้ยองแจต้องกลัวหากจะต้องแต่งงานอยู่กินกับแกแล้วต้องมากังวลเรื่องหลานที่อาจมีให้ตระกูลหวังไม่ได้ แกรักยองแจเพราะตัวน้องเค้า ม๊าก็เอ็นดูยองแจเพราะตัวยองแจเองเหมือนกัน"


"ป๊าก็ไม่ได้มีปัญหากับตัวยองแจนะ..."


"ป๊าแกน่ะชอบยองแจมากกว่าที่ลูกคิดซะอีก"


คุณนายหวังกล่าวเสริมเรื่องที่สามีของตนเคยเล่าให้ฟังว่ายองแจเคยช่วยอะไรตนเอาไว้ คุณปู่ก็เล่าเสริมว่ายองแจก็เคยช่วยตนเองเอาไว้เหมือนกันตอนนั้นแจ็คสันถึงได้กระจ่างว่าทำไมทุกคนถึงได้เอ็นดูยองแจมากขนาดนี้เพราะยองแจเป็นเด็กจิตใจดีแถมยังช่วยคนเอาไว้โดยที่ไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์อีกต่างหาก


'ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ไม่ต้องหรอกครับเป็นใครก็ตามถ้าเห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือจริงมั้ยครับ'

ตอนนั้นแจ็คสันเองยังไม่เชื่อว่าจะมีคนที่ให้ความช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผลตอบแทน แถมยังแอบคิดไม่ดีกับยองแจอีกต่างหากแต่พอมาได้ยินว่ายองแจเคยให้ความช่วยเหลือใครเอาไว้บ้างก็อดจะภูมิใจว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิดไม่ได้


"ที่จริงตอนที่ผมหนีคนของม๊าไป ยองแจเค้าก็ช่วยผมเหมือนกันนะครับ...ผมถึงหนีคนของม๊ารอด เค้าช่วยผมตั้งหลายอย่าง..."


แจ็คสันแชร์ประสบการณ์ที่ยองแจซื้อกับข้าวตอนเช้าเพียงเล็กน้อยมาแบ่งกันกินรวมไปถึงลงทุนซื้อไก่ตุ๋นโสมให้เค้ากินตอนไม่สบายถึงแม้ว่าตัวเองก็เดือดร้อนไม่ได้น้อยไปกว่าแจ็คสันตอนนั้นเลย ตอนนี้แจ็คสันมั่นใจเต็มอกว่าตัวเองเลือกคนไม่ผิดจริงๆ


"อย่างนี้คู่หมั้นที่คุณเคยไปทาบทามเอาไว้ก็ไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง"


"ม๊า!นี่ม๊าแอบไปทำเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย"แจ็คสันมองหน้าแม่ของตัวเองด้วยท่าทางหวาดๆ ที่ม๊าเค้าบอกว่าให้เลือกระหว่างงานกับเมียนี่เอาจริงดิ๊


"เอาน่าม๊าไปคุยเอาไว้ตั้งนานแล้ว ป่านนี้บ้านนั้นคงลืมเรื่องนั้นไปหมดแล้วแหละ...แต่พรุ่งนี้ม๊าจะไปคุยกับทางนั้นให้อีกทีนึงก็แล้วกัน"


"ขอให้สำเร็จนะคุณทางนั้นเป็นถึงผู้ดีเก่าจะคุยกันได้ง่ายๆแน่เหรอ"


"ฉันจัดการได้น่าคุณ"แจ็คสันมองหน้ามารดาบังเกิดเกล้าอย่างไม่ไว้ใจนี่ถ้าเค้าเกิดไม่หนีไปเจอยองแจเค้าก็คงต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ตามที่คนเป็นแม่สั่งสินะ 


เกือบไปแล้วแจ็คสันเอ้ย!!

.


.


.


.


.


Jinyoung ' Part

เพราะอาการคลื่นไส้ที่เป็นมาได้เกือบสองอาทิตย์กลับมาอีกครั้งจินยองจึงขออนุญาติยองแจที่กำลังเตรียมอาหารให้เด็กๆออกมาเดินสูดอากาศข้างนอกเพื่อหวังว่าอากาศบริสุทธิ์คงจะสามารถช่วยให้อาการแปลกๆที่เป็นอยู่หายดีได้ สองเท้าที่กำลังจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นหยุดลงเพราะนึกได้ว่าคุณนายหวังคงกำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่และคนเป็นลูกน้องอย่างเค้าก็ไม่ควรอยู่ฟังเรื่องในครอบครัวของเจ้านาย


"...นี่ก็เกือบเดือนแล้วมั้งที่ตาเจบีไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะ ม๊ากลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานเด็กจะได้รับอันตรายเอาเหตุเพราะตัวจินยองเองที่ไม่รู้ว่าตัวเองท้องนั่นแหละ..."

สองขาที่คิดจะเดินกลับไปทางเก่าชะงักทันทีเมื่อคุณนายหวังพูดถึงคนที่ไม่ได้เจอหน้ามาเกือบเดือนตั้งแต่เกิดเหตุในวันนั้น แต่นั่นก็ไม่เท่ากับประโยคที่จินยองไม่เข้าใจแถมพอได้ยินหูกลับอื้อเอาซะดื้อๆแขนขาก็ชาเหมือนจะหมดแรงอาการคลื่นเหียนก็กลับมาอีกครั้งและดูท่าคราวนี้อาการจะหนักไม่ใช่น้อย สองขาที่คิดจะวิ่งกลับชะงักลงและเปลี่ยนเป็นเดินเร็วๆไปที่ห้องน้ำที่อยู่ห่างไปจากห้องนั่งเล่นแทน


อุ่บ! อ่อกกก! โอ่กกกก!!


คนตัวเล็กนั่งเอามือเกาะชักโครกไว้อย่างน่าสงสารไม่ใช่แค่ปากและจมูกที่แดงแต่ทุกส่วนของร่างกายกลับแดงไปหมด อาการขมคอที่ตีกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้จินยองไม่สามารถเดินไปไหนได้ได้แต่ขังตัวเองเอาไว้อยู่ในห้องน้ำทั้งที่ร่างกายแค่จะขยับก็ทำแทบไม่ไหว


ปังๆๆๆๆ


"ใครอยู่ในนั้นครับ พี่จินยองรึเปล่าครับ พี่จินยองใช่มั้ยครับ พี่จินยองเป็นอะไรครับเปิดประตูให้ผมหน่อย"


จินยองมองไปทางประตูห้องน้ำที่จริงเค้าก็อยากไปเปิดให้อยู่หรอกนะแต่เพราะห้องน้ำมันกว้างมากจากตรงนี้ไปถึงประตูเค้าก็ถอดใจซะแล้ว ขอนอนอยู่ในนี้สักพักก็แล้วกัน เปลือกตาสีไข่ค่อยๆปิดลงอย่างอ่อนล้าแต่เพราะประโยคต่อมาของยองแจทำให้จินยองต้องฝืนสังขารของตัวเองเดินไปเปิดประตูให้คนข้างหน้าห้องจนได้


"พี่ไม่เป็นไรไม่ต้องตามใครมาช่วยหรอก"


ร่างบางพูดอย่างอ่อนแรงตอนนี้ในท้องเค้ามันโหวงเหวงไปหมดแค่เพราะกินอะไรเข้าไปก็ไม่ค่อยจะได้ก็แย่อยู่แล้วแต่นี่ยังต้องมาอาเจียนออกไปอีก


"ผมพาไปนั่งสวนข้างหลังบ้านมั้ยครับเพื่อจะได้รู้สึกดีขึ้น"ยองแจเสนอทางที่จินยองสนใจถ้าเดินหน้าบ้านจากทางนี้ก็ไม่ต้องเดินผ่านหน้าห้องนั่งเล่นโดยตรง


"พี่รบกวนหน่อยนะ"


จินยองเอ่ยกับยองแจที่ประคองตนเดินไปสวนด้านหลังบ้านก่อนที่จะเอาน้ำแล้วก็ผ้าเช็ดหน้ามาให้แล้วค่อยเดินกลับเข้าบ้านไปเมื่อตนเองบอกว่าอยู่ได้และให้กลับไปหาเด็กๆได้ ถึงแม้ตอนแรกยองแจจะยังไม่ยอมกลับแต่พอจินยองฝืนยิ้มให้ยองแจถึงได้สบายใจและยอมกลับไปแต่โดยดี


'ม๊ากลัวว่าถ้าปล่อยไว้นานเด็กจะได้รับอันตรายเอาเหตุเพราะตัวจินยองเองที่ไม่รู้ว่าตัวเองท้องนั่นแหละ...'

"ไม่จริงหรอกน่า จะมีหนูอยู่ข้างในนี้ได้ยังไง ฮึก~"


เพียงแค่เอามือบางเรียวลูบลงไปที่หน้าท้องแบนเรียบเท่านั้นแค่คำพูดไม่กี่คำน้ำตาก็เอ่อรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างช่วยไม่ได้แต่พอได้สัมผัสแล้วจินยองก็ถอนมือของตัวเองออกมาไม่ได้ในใจก็เอ่ยทัดทานตัวเองว่าตัวเองเป็นผู้ชายไม่มีทางท้องได้แน่นอนแต่เพราะอาการหลายอย่างในช่วงนี้ที่บ่งบอกว่ามันไม่ปกติทั้งคลื่นไส้เวลาได้กลิ่นอาหารทั้งที่เป็นอาหารที่ชอบไหนจะอาการวิงเวียนศรีษะที่เป็นอยู่บ่อยๆในช่วงที่ผ่านมามันก็อาการพื้นฐานของคนท้องทั้งนั้น


จินยองพยายามทำตัวเองให้เป็นปกติก่อนจะขออนุญาติกลับในเวลาต่อมา รถยนต์คันสวยจอดอยู่หน้าร้านขายยาเป็นเวลานานและอีกไม่นานร้านขายยาก็จะปิดแล้วเพราะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มเป็นเวลาเกือบสามชั่วโมงที่ขอตัวออกมาจากบ้านตระกูลหวังแต่จินยองก็ยังไม่กล้าเดินเข้าไปสักที


"ด เดี๋ยวครับ...ผมมาซื้อของครับ"


ร่างบางรีบลงจากรถแทบจะในทันทีเมื่อเห็นว่าเภสัชกรเดินออกมาเปลี่ยนป้ายจากOPENเป็นCLOSE เภสัชกรที่สังเกตเห็นว่าเป็นคนที่ลงมาจากรถคันที่จอดอยู่หน้าร้านเป็นเวลานานก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในร้าน


"ลูกค้าต้องการซื้ออะไรเหรอคะหรือว่ามีตัวอย่างมาให้หมอดูรึเปล่า"


"ผม เอ่อ...ผมมาซื้อที่ตรวจครรภ์น่ะครับ"จินยองพูดออกไปโดยที่ไม่ได้มองหน้าหมอตรงหน้า


"แบบไหนดีคะ"


"เอ่อ...หมอช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยครับ ผมไม่รู้จักว่ามีแบบไหนบ้าง"ร่างบางใจเต้นระส่ำเพราะคิดว่าต้องตรวจให้แน่ใจก็ออกมาเลยไม่ได้ศึกษามาก่อนว่าเค้าต้องใช้แบบไหน


"ได้ค่ะ ที่ตรวจครรภ์จะมีอยู่สามแบบนะคะ แบบแถบจุ่ม แบบหยดและก็แบบปัสสาวะผ่านนะคะ..."จินยองฟังคนตรงหน้าอธิบายอยู่นานก็พอจะรู้ว่ามีชุดตรวจอยู่สามแบบและแต่ละแบบมีวิธีใช้งานต่างกันไป


"อันไหนใช้งานง่ายๆบ้างเหรอครับ"จินยองเลือกแบบง่ายๆเพราะเพิ่งใช้ครั้งแรกแต่การใช้อะไรที่ยุ่งยากมันคงไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างเค้าเท่าไหร่นัก


"ถ้าใช้งานง่ายก็คงเป็นแบบปัสสาวะผ่านนะคะแต่ตัวนี้ราคาจะแพงกว่าอีกสองตัวนี้นะคะ"


"งั้นผมเอาแบบนี้สามอันครับ"ร่างบางสั่งแบบไม่คิดเรื่องเงินน่ะเค้าไม่ได้เป็นกังวลอยู่แล้วเรื่องที่เค้ากังวลคือผลตรวจที่จะออกมามากกว่า


"สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะคะเป็นอะไรรึเปล่า"เภสัชกรถามด้วยความเป็นห่วง


"...เปล่าครับ ผมสบายดี"


"เหรอคะ ตอนแรกฉันนึกว่าคุณจะมาซื้อยาลดไข้หรือว่าอะไรทำนองนั้นซะอีกแต่นี่มาซื้อที่ตรวจครรภ์ อย่าว่าหมออย่างงั้นอย่างี้เลยนะคะ...ถ้าคุณเป็นผู้หญิงหมอคงนึกว่าคุณมาซื้อไปใช้เองซะอีก"


"ป เปล่าครับ...ขอตัวก่อนนะครับ"จินยองรีบขอตัวออกมาทันที พอจะเข้าใจว่าเค้าพูดเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่นั่นไม่ใช่สำหรับจินยอง เค้าอาจกำลังท้องและ...เค้าอาจจะกำลังเป็นแม่คน


พอได้ของที่ต้องการรถยนต์คันสวยก็พุ่งทะยานไปในความมืดทันทีใช้เวลาไม่นานรถของจินยองก็มาถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ต้องคิดอะไรมากร่างบางก็เดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมเครื่องตรวจที่ซื้อมาทันทีด้วยใจที่เต้นไม่เป็นสุข หลังจากจัดการกับเครื่องตรวจครรภ์แล้วก็รอเพียงแค่เวลาเท่านั้น


"ส สองขีด!"


ตากลมโตเบิกกว้างเพียงเวลาไม่นานขีดทั้งสองขีดก็ปรากฏขึ้นมาให้จินยองได้เห็นแต่ขีดที่สองเป็นเพียงแค่ขีดสีแดงจางๆเท่านั้นแต่มันก็ขึ้นสองขีดอย่างเห็นได้ชัด เพื่อความมั่นใจร่างบางที่หน้าผากมนกำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตจึงเลือกรอให้เวลาผ่านไปอีกประมาณห้านาทีตามที่ได้รับคำแนะนำมาว่าหากต้องการความมั่นใจก็ควรรอให้เวลาผ่านไปสามถึงห้านาที หรือตรวจซ้ำอีกครั้งด้วยที่ตรวจอีกอันแต่หากจะให้มั่นใจก็ต้องไปให้หมอตรวจที่โรงพยาบาล


พึ่บ!!!


สองขาของจินยองอ่อนแรงลงทันทีเมื่อขีดสีแดงจางๆพอปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างที่หมอบอกกลับขึ้นเป็นขีดสีแดงชัดเจนและพอใช้เครื่องตรวจอีกสองอันที่เหลือผลที่ออกมาก็เหมือนกันหมดทั้งสามอันคือ...สองขีด


"ฮึก! แม่ครับผมจะทำยังไงดี ฮืออ ผมจะเป็นแม่คนได้ยังไงครับ"


ร่างบางปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างหมดหนทางมือที่ลูบหน้าท้องตัวเองกำลังสั่นเทาเพราะได้รับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆอยู่ในท้องของเค้าตอนนี้แต่เด็กที่กำลังจะได้ลืมตาเกิดมากลับต้องมารับรู้ว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาจากความรัก นั่นเป็นสิ่งที่จินยองเสียใจที่สุด


...End Part...

.


.


.


.


.

"ชู่ว~~เฮียแจ็คเบาๆค่ะ พี่หมวยกำลังหลับอยู่"


เด็กน้อยอย่างนาบีเอานิ้วเล็กๆขึ้นมาทาบกับปากบางก่อนจะเอ่ยบอกร่างหนาเบาๆ


"เฮียแจ็คคะพี่หมวยไม่สบายรึเปล่า ตัวร้อนจี๋เลยนะ"เด็กน้อยถามอีกคนด้วยความเป็นห่วงเพราะหลังจากทานมื้อค่ำยองแจก็พาเด็กๆขึ้นมาด้านบนแล้วเล่านิทานให้ฟังตามที่สัญญาแต่ไม่ทันจะจบเรื่องดีเจ้าตัวก็ชิงหลับไปซะก่อนกลายเป็นเด็กน้อยที่ต้องมานั่งเฝ้าพี่หมวยของพวกเค้าแทน


"แล้วทำไมไม่ไปตามเฮียล่ะครับ...พี่หมวยตัวร้อนมากเลยเนี่ย"


แจ็คสันใช้ฝ่ามือคลำไปทั่วตัวคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ถึงแม้เค้าจะขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงแล้วอีกคนกลับไม่มีท่าทางว่าจะรู้สึกตัวสักนิดจนแจ็คสันเริ่มเป็นห่วง นี่ถ้าเค้าไม่เอะใจว่าทำไมเกือบสามทุ่มแล้วยองแจยังไม่ลงมาสักทีเค้าก็คงไม่ได้ขึ้นมาตาม...เรื่องของเจบีก็หนักเอาการอยู่และเจ้าตัวเองก็ยังไม่มีกำหนดกลับเกาหลีสักที


"ก็พวกหนูกลัวพี่หมวยตื่นนิคะ เฮียแจ็คช่วยพี่หมวยด้วยนะเช็ดตัวให้พี่หมวยนะคะ"


"ให้พี่หมวยนอนอยู่ที่นี่ก็ได้ค่ะเดี๋ยวพวกหนูไปนอนกับคุณย่าเอง"จื่อฟ่านพูดเสริม


"เดี๋ยวเฮียพาพี่หมวยไปนอนที่ห้องดีกว่า เด็กๆไปเปิดประตูให้เฮียหน่อยเร็ว"


ร่างหนาอุ้มยองแจด้วยท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปยังปีกซ้ายของชั้นสองที่เป็นห้องนอนของเค้าดีที่แม่บ้านยังคงทำความสะอาดให้ไม่อย่างนั้นเป็นเวลาเกือบเดือนฝุ่นคงหนาเป็นนิ้วอย่างแน่นอน


"ม๊าครับถ้าคนไม่สบายต้องทำยังไงบ้างอ่ะ"


"หื้ม?ใครไม่สบาย...นาบีกับจื่อฟ่านเหรอ"


คุณนายหวังที่นั่งอยู่ในห้องทำงานถามขึ้นเมื่อจู่ๆเจ้าลูกชายก็เปิดประตูเข้ามาหาแล้วถามคำถามที่เล่นเอาคนเป็นแม่งงเป็นไก่ตาแตก


"เปล่าครับม๊าบอกผมก่อนเถอะ"


"ก็เช็ดตัวแล้วก็ให้กินยา...แต่นี่ก็มืดแล้วเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเดียวก็น่าจะพอ อ่าว ไอ้ลูกคนนี้นิ!นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป"คุณนายหวังถึงกับบ่นกระปอดกระแปดกับการกระทำของลูกชายตัวเอง


"หมวยครับเฮียเช็ดตัวให้นะ..."แจ็คสันพูดพึมพำกับคนป่วยที่ยังนอนอยู่บนเตียงในห้องของเค้าขนาดอุ้มมาถึงห้องยังไม่ตื่นเลยคิดดู


แจ็คสันจัดการบิดผ้าให้หมาดก่อนจะเช็ดลงไปบนร่างกายของอีกคนอย่างเบามือ ใบหน้าหวานยู่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนความชื้นสัมผัสเข้าที่ร่างกายแต่ก็สงบลงไปแต่โดยดี


"อื้อ~~ผมหนาว..."


คนที่ไม่ได้สติบ่นพึมพำพลางเอาแขนกอดตัวเองเนื่องจากโดนเปลือยกายจนแทบจะล่อนจ้อน ร่างกายที่ขาวอมชมพูสะดุดตาแทบทำให้สติของแจ็คสันแทบจะอดใจไม่อยู่ คนป่วยน่ะไม่ควรจะโดนรังแกทั้งที่คิดแบบนั้นแต่แจ็คสันก็ยังจะแอบตอดเล็กตอดน้อยคนป่วยเข้าจนได้


"ใส่เสื้อก่อนนะแล้วค่อยนอนต่อ"


พอเอาเปรียบคนป่วยจนพอใจแจ็คสันก็จำเป็นต้องสวมเสื้อเพื่อให้ความอบอุ่นกับอีกคนก่อนจะห่มผ้าให้ทับอีกชั้นหนึ่งแล้วพาตัวเองไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วถือวิสาสะขึ้นไปนอนข้างๆคนป่วยที่ยังนอนนิ่งอยู่อย่างเดิม


"กอดด้วยจะได้อุ่นๆเนอะ"พูดเองเออเองก่อนจะดึงอีกคนเข้ามากอดพลางซุกจมูกโด่งลงไปแถวๆซอกคอขาวแล้วซูดกลิ่นหอมอีกคนอย่างเอาแต่ใจ


วันนี้คงเป็นวันที่แจ็คสันนอนหลับด้วยความสบายใจแล้วก็สุขใจมากที่สุดนอกจากเรื่องทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความราบรื่นแล้วคนที่เค้าต้องการให้อยู่ด้วยกันข้างๆก็ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม


"เฮียรักหมวยนะ"


คำพูดแผ่วเบาแต่หนักแน่นเกิดขึ้นพร้อมกับสัมผัสเบาๆที่หน้าผากมนของคนที่เป็นที่รัก

เฮียเปิดตัวหมวยล่ะน้า~~ ≥﹏≤

----

Talk

เอ~~นิยายไรท์มันใสๆเกินไปป่ะเนี่ยขอเติมสีลงไปสักหน่อยเนอะเดี๋ยวจะเบื่อๆกัน อิอิ

ใครรอคู่รองก็จะมาเรื่อยๆนะคะแล้วก็ไรท์ไม่ได้เน้นNCคู่รองเนอะมันก็จะจางๆหน่อย 5555 แต่คู่หลัก...อุ๊บส์ คราวนี้ไม่ได้ลงสปอยเนอะกลัวรีทรอนาน น้อววววว ชะเลียไปอี๊กกก

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นน่ารักๆและการกดไลค์นะ ชื่นใจสุด💚

เหมือนเดิมนะ คอมเม้น+ไลค์ เพิ่มเติมคือช่วยเข้าไปเล่นแท๊ก #รักสุดท้ายจจ ขอพ่วงด้วย #ไรท์กระจ่างดาว ด้วยเน้อรออ่านอยู่ช่วยไปเล่นกับไรท์หน่อยไรท์เหงา💋


กระจ่างดาว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น