Tastsu

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6
แบบอักษร

“คุณ..คุณ..ตายหรือยัง”

 

เสียงเรียกและแรงสะกิดทำให้ผมค่อยๆ ปรือตาตื่น พอเห็นคนตรงหน้าก็เผลอผงะหลังจนหัวกระแทกกับเสาและต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ชายตรงหน้าโพกหัว ลักษณะแต่งกายเหมือนชาวบ้านทั่วไป อายุน่าจะเข้าวัยกลางคนแล้ว พอยิ้มก็พบว่าฟันหน้าหายไป1ซี่ ดูแล้วท่าทางเป็นมิตร

 

ผมกระพริบตาถี่ๆ อย่างไม่เข้าใจเหตุการณ์ ยิ่งหัวถูกกระแทกก็ยิ่งมึนไปชั่วขณะ กระทั่งขยับมือและมองไปรอบๆ อีกครั้งความทรงจำที่ถูกจับก็เข้ามาในหัวและรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ผมถูกคุณเอกอนันต์จับตัวมา!

 

“คะ..คุณ..ช่วยผมด้วย…ช่วยแก้มัดผมทีนะครับผมถูกจับตัวมา…”

 

“ไม่ได้ๆ เดี๋ยวเจ้านายจะฆ่าผมเอา”

 

“เจ้านาย…ใครเหรอครับ”

 

“ก็..คุณเอกอนันต์”

 

พออีกฝ่ายเอ่ยปากแบบนี้ความหวังที่จะให้ช่วยหนีคงไม่มีอีกแล้ว “คุณรู้จัก คุณเอกอนันต์ด้วยเหรอ”

 

“รู้สิก็เขาเป็นเจ้านาย”

 

ผมพยักหน้าเข้าใจอย่างอ่อนแรง เขาเห็นผมทำหน้าเหมือนจะตายและร่างกายเริ่มขาดน้ำจึงรีบยื่นขันน้ำมาให้

 

“คุณดื่มน้ำนะ  เดี๋ยวจะตาย”

 

“ช่วยแก้มัดผมได้ไหมครับ”

 

“ไม่ได้ๆ เจ้านายไม่ให้แก้มัด”

 

“แค่แป๊บเดียวเท่านั้น จากนั้นก็มัดมือผมต่อก็ได้”

 

“เอ่อ….”

 

“นะครับ”

 

“ผมก็อยากช่วยนะ แต่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังผมขัดคำสั่งไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยนะคุณ…” เขาทำหน้าลำบากใจจนแทบจะยกมือไหว้ ผมก็รีบห้ามแล้วบอกว่าไม่เป็นไรและยอมดื่มน้ำในขันโดยที่เขาช่วยยกป้อนให้

 

เมื่อได้รับน้ำอย่างเพียงพอผมก็เริ่มจะมีแรงมากขึ้นกว่าเดิมแม้จะแค่เล็กน้อยก็ตามเพราะตอนนี้ท้องว่างจนแทบจะอาเจียน ผมกวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างพิจารณาพบว่าผนังทำด้วยไม้ไผ่แม้จะเก่าแต่ก็น่าจะแข็งแรง

 

“คุณเป็นชาวบ้านแถวนี้เหรอครับ”

 

“จะว่าไงดี” เขานั่งลงขัดสมาธิตรงหน้าแล้วเล่าด้วยสำเนียงที่ค่อนข้างเหน่อ

 

“ผมเป็นชาวบ้านที่อำเภออื่น มาหางานในตัวจังหวัดหอบลูกเมียมาด้วยจนกระทั่งเจอเจ้านาย เจ้านายจึงรับพวกผมมาทำงานที่นี่”

 

“ทำงานอะไรเหรอครับ”

 

“ก็ดูแลบ้านพักและที่ดินของเจ้านาย”

 

ผมมองไปทั่วห้องแล้วมองไปที่ประตูอยากจะเห็นด้านนอก “ที่นี่คือกาญจนบุรีเหรอครับ”

 

“ใช่ แต่ไม่ใช่ในตัวจังหวัดนะ เพราะที่นี่คือในป่า”

 

“ป่า!”

 

“ครับ คุณคงตกใจ ตอนแรกที่พวกผมมาอยู่ก็ตกใจไม่คาดคิดว่าจะต้องอยู่ในป่า แต่ว่าไม่ถึงขนาดอยู่ในป่าดงดิบขนาดนั้นนะเพราะยังมีบ้านคนแต่ว่าก็ห่างไปหลายกิโล แต่ลูกสาวผมให้อยู่โรงเรียนประจำไม่ได้มาด้วย เจ้านายเป็นคนออกค่าหอให้ครับ”

 

เขาพูดอย่างซาบซึ้งอยากจะร้องไห้ ผมเองก็อยากจะร้องไห้ให้กับโชคชะตาตัวเองเหมือนกัน

 

“นอกจากครอบครัวของคุณยังมีคนอื่นอีกไหมครับ”

 

“มีครับ อีกหลายคนเลย”

 

ผมลอบถอนหายใจ แบบนี้จำนวนยิ่งมาก ยิ่งหนีลำบาก แต่เมื่อนึกถึงคุณเอกอนันต์ต้องขมวดคิ้วเขาไปกี่วันแล้ว

 

“คุณเอกอนันต์เขาไปกี่วันแล้วครับ”

 

“สองวันแล้ว แต่เจ้านายเพิ่งโทรมาบอกว่าให้มาดูคุณว่าตายหรือยัง ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าเจ้านายจับคุณมาด้วย”

 

นี่ผมหลับๆตื่นๆมาสองวันเเล้วงั้นเหรอ ไม่เเปลกที่จะไม่มีเเรง 

 

“แล้วเขาจะกลับมาเมื่อไรครับ”

 

“เย็นนี้”

 

ผมก็พยักหน้า “แล้วพี่ชื่ออะไรครับ ผมชื่อบัว”

 

“พี่ชื่อสะเดา”

 

จากนั้นเขาก็อยู่คุยกับผมเล็กน้อยและออกไปจากห้อง ไม่สิน่าจะเรียกว่ากระท่อมมากกว่า ตอนนี้ร่างกายผมปวดจนแทบอยากจะล้มตัวนอน แต่ว่าทำไม่ได้ ช่างทรมานจริงๆ

 

จะมีใครรู้ไหมว่าผมถูกจับตัวมา พี่เขมจะเป็นยังไงบ้างหวังว่าจะไม่เป็นอะไรเพราะพี่ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน แต่ว่าประโยคที่หลุดออกมาว่าทิ้งยาพิษไปแล้วกลับทำให้ผมรู้สึกสับสน

 

เย็นวันนั้นผมได้ยินเสียงรถยนต์ที่จอดลงข้างๆ กระท่อม และยังมีเสียงพูดคุยกัน เป็นเสียงของคุณเอกอนันต์และเสียงของพี่สะเดา บทสนทนาอาจมีผมเกี่ยวข้องด้วย ประตูของกระท่อมค่อยๆ เปิดออกอีกครั้ง ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงยืนธรรมดา แต่เมื่อมาอยู่ในร่างกายที่สมส่วนจึงทำให้น่ามองไม่แพ้ชุดราคาแพง

 

แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะดูดีแค่ไหนก็คืออสูรร้ายที่จับตัวผมมาอยู่ดี เขาขมวดคิ้วพลางกอดอก ผมก็ก้มต่ำไม่กล้าสบตา คุณเอกอนันต์จึงย่อตัวลงแล้วตบหน้าผมเบาๆ หลายที

 

“ตามองไปทางไหน ไม่เห็นหรือไงว่าฉันอยู่ตรงหน้า”

 

ผมจึงค่อยๆเงยขึ้นสบตา และเมื่อมองใบหน้าของเขาอย่างพิจารณาพบว่าหนวดนั้นเริ่มขึ้นที่คางแล้ว ท่าทางดูน่ากลัวไปอีกขั้น

 

“ฉันไม่น่าหลงรูปนายเลยจริงๆ ไม่คิดว่าจะเลวขนาดนี้”

 

ผมก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัยไม่มีแรงจะโต้ตอบแล้ว ขนาดคอยังประคองให้ตั้งตรงแทบไม่ได้ไหนเลยถึงขนาดที่จะเถียงกลับอีก

 

“พี่สาวนายต่อสู้คดี แต่ว่าความจริงก็คือความจริงเพราะดันเผลอพูดแบบนั้นต่อหน้าตำรวจ พี่สาวนายบอกว่าเรื่องทุกอย่างนายเป็นคนวางแผนทั้งหมดตั้งแต่ยุยงให้แต่งงานกับพ่อฉัน”

 

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ รีบส่ายหน้าทันที “ผม…ไม่รู้เรื่อง…”

 

เขาทำหน้าประมาณว่าผมนั้นคือจอมหลอกลวง ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาและเปิดเสียงบางอย่าง

 

‘คุณนายรีบๆ ตายสักทีเถอะครับ เขมจะได้มาแทนที่คุณสักที อยู่เป็นอีแก่แบบนี้มันรกโลกนะครับ รู้ไหมว่า….ผัวคุณนายก็คือผัวของเขมนะครับ… ใช้ผัวร่วมกันแบบนี้คุณทนไหวเหรอครับ…’

 

เสียงนี้มัน…ปากผมสั่นยิ่งตกใจกว่าเดิม ดวงตาสั่นไหว รู้ว่านั่นคือเสียงของตัวเอง ไม่ต้องบอกว่าคุณเอกอนันต์จะปักใจเชื่อขนาดไหน

 

“ทำไม อึ้งไปเลยเหรอที่มีคนรู้สันดานเร็ว”

 

“ผม…ผม…ไม่ใช่ผม”

 

“แล้วนี่เสียงใคร!”

 

“เสียงนั้นเป็นเสียงของผม..แต่ว่าผม..”

 

นี่มันอะไรกันทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ผมไม่มีทางทำเเบบนั้นแน่นอน จริงสิในประโยคไม่ได้เรียกพี่เขม แต่เรียกชื่อเฉยๆ

 

“ผมไม่มีทางเรียกพี่เขมแบบนั้นแน่นอน”

 

“อ้อ นี่เหรอวิธีแก้ตัว เขมนิจบอกว่าลับหลังนายมักเรียกชื่อเธอห้วนๆ”

 

“ไม่มีทาง! ผมจะไปเรียกพี่เขมแบบนั้นได้ยังไง...เเต่เคยเรียกเมื่อตอนเด็ก”

 

“ก็เรียกไปแล้วนี่ไง หลักฐานก็มี”

 

“อะ..อาจมีการปลอมแปลงเสียง”

 

“งั้นนายจะบอกว่าถูกพี่สาวใส่ร้าย”

 

ผมรู้สึกสับสนจนปวดหัว น้ำตาหยดลงกระทบพื้นไม้อย่างจำนน พี่เขมทำไมพี่ถึงได้พูดอะไรแบบนั้นออกไป พี่ไม่ได้รักผมแล้วจริงๆ เหรอ ขณะที่กำลังก้มหน้าหมดหนทาง คุณเอกอนันต์ก็จับแก้มผมแล้วใช้มือบีบ

 

“ทำไมนายถึงทำแบบนี้ ทำไมต้องทำตัวสารเลวทำร้ายจิตใจแม่ฉัน! และยังจะรวมหัวกับพี่ตัวเองเพื่อจะฆ่าพ่อฉันอีก!! ...แต่ว่าเพราะสิ่งที่นายทำก็ทำให้ฉันได้แก้แค้นโดยไม่มีอะไรคาใจอีกแล้ว”

 

ผมนิ่วหน้าเมื่อเล็บของเขาจิกเข้ามาที่แก้ม

 

“ไม่ต้องกลัวฉันไม่ให้นายตายไวแน่ๆ แต่ปากนี้…” เขาใช้นิ้วจับริมฝีปากของผมที่แห้งผากจนแตกออกเป็นขุยๆ เขาลุกยืนแล้วเรียกพี่สะเดาให้เข้ามาข้างใน

 

“นายให้มันดื่มน้ำบ้างหรือเปล่า”

 

“ดื่มครับ”

 

“งั้นเหรอสงสัยมันยังไม่พอ ไปยกถังน้ำมาให้ฉัน”

 

“ครับๆ”

 

ผมมองคุณเอกอนันต์ที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นน่ากลัวมากกว่าเดิม อยากจะหนีแต่ว่าข้อมือถูกมัดรั้งไว้แม้พยายามจะคลายเชือกออกแค่ไหนก็ไม่เป็นผลสักนิดมีเพียงบาดแผลที่เพิ่มมากขึ้นจากการถูกมัดและเสียดสี

 

ถังน้ำขนาดกลางถูกยกเข้ามา ไม่ทันที่พี่สะเดาจะได้ตั้งวางคุณเอกอนันต์ก็ยกสาดเข้าที่ใบหน้าผมอย่างจัง ความรู้สึกเหมือนมีมวลน้ำขนาดใหญ่สาดซัดเข้ามาจนใบหน้าถูกกระแทกจนเจ็บ ปากจมูก ดวงตา แสบเห่อจนต้องไอและลืมตาไม่ขึ้น

 

“แค่กๆ ๆ โอ๊ย!” คุณเอกอนันต์จับกระชากเส้นผมให้เงยหน้า

 

“อยากได้อีกไหม หิวน้ำอีกไหม!”

 

“มะ..ไม่ แค่กๆ ๆ”

 

“สะเดา”

 

“คะ..ครับ”

 

“ไปตักน้ำมาอีก”

 

“เอ่อ…”

 

“ไป!”

 

“ครับๆ”

 

“คุณ…คุณเอก…แค่กๆ ๆ”

 

“ฉันช่วยแล้วนะกลัวจะอดน้ำตาย”

 

ยังไม่ทันที่จะได้ฟื้นตัวจากครั้งแรก น้ำก็สาดซัดเข้าใบหน้าอีกครั้ง ผมสำลักน้ำจนออกจมูก เขาไม่ได้หยุดเพียงสองถังเพราะจากนั้นก็สาดมาเรื่อยๆ จนผมคอตกตัวเปียกโชกหนาวสั่น

 

เขากระชากเส้นผมให้หน้าหงายอีกครั้ง ผมก็ปรือตามองหายใจหอบ

 

“สะเดาไปแก้มัดมัน”

 

“คะ..ครับ”

 

แม้จะถูกแก้มัดแต่ผมก็ไม่ได้ดีใจเลยสักนิด เพราะสุดท้ายก็อยู่ในเงื้อมมือของเขาอยู่ดี ยามที่แขนเป็นอิสระผมรับรู้ว่าอ่อนแรงจนยกแทบไม่ขึ้น ขาก็คงยังไม่มีแรง แต่ว่าเส้นผมกลับถูกกระชากและบังคับให้ลุกยืน

 

“โอ๊ย! เดี๋ยวก่อนผมเจ็บ…”

 

“ก็รีบลุกสิวะ”

 

ผมกัดฟันพยายามลุกยืน ใช้แขนค้ำแต่ว่าแขนก็อ่อนแรงจนทำให้เสียหลักหน้าเกือบจะล้มกระแทกพื้น ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาจับเส้นผมไว้จึงทำให้ไม่ล้มคะมำแต่ก็เพิ่มความเจ็บที่หนังศีรษะแทน

 

เพี๊ยะ!

 

“บอกให้ลุก!”

 

แก้มถูกตบเต็มแรง มึนไปชั่วขณะเหมือนเห็นแสงวิ้งๆ ในหัวจนตั้งหลักยืนไม่ได้ เพราะความช้าเขาคงรำคาญจึงผลักผมจนล้มหงายหลัง

 

“หึ หรือสันดานเริ่มออก รู้ว่าที่นี่ผู้ชายเยอะเลยเริ่มทำตัวปวกเปียกเหมือนผู้หญิงใช่ไหม”

 

ผมไม่สนใจที่จะต่อปากต่อคำ ค่อยๆ ยันตัวลุกยืนอย่างช้าๆ แต่ก็ถูกเขาจับข้อมือแล้วกระชากไปข้างนอกทันที ขาที่ไม่ได้ยืนและเดินมาสองวันรวมทั้งอดอาหารมานานไม่แปลกที่จะอ่อนแรง จนในที่สุดก็ล้มลงแต่เขากลับไม่สนใจยังลากผมไปตามพื้นเหมือนกับเป็นสิ่งของ

 

“คุณเอกอนันต์ผมเจ็บ..หยุดก่อน…โอ๊ย!”

 

เขาไม่หันมาสนใจผมสักนิดยังคงลากต่อไป จนกระทั่งมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้หลายคนโอบเขาจึงยอมหยุด ผมไม่ได้สนใจต้นไม้เท่าบาดแผลตามร่างกายเพราะด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นผืนป่า จึงเต็มไปด้วยหนาม กิ่งไม้ เศษหิน และต้นหญ้าที่ใบแหลมคม ดังนั้นตอนนี้ร่างกายของผมนอกจากแผลเดิมตรงข้อมือที่ถูกเชือกบาดก็มีแผลเพิ่มอีกแล้ว โดยเฉพาะช่วงเอวที่ถูกหินบาดเป็นทางยาว

 

“กล้าสาบานต่อต้นไม้นี้ไหมว่านายไม่ได้ทำ”

 

ผมที่ยังคงกังวลเรื่องบาดแผลจึงไม่ได้ฟังคำที่เขาบอก พอเห็นผมนิ่งเขาจึงผลักผมจนหน้ากระเเทกพื้นดินจนเจ็บ

 

“ไม่กล้าสาบานงั้นเหรอว่าตัวเองไม่ได้ทำเรื่องเลวร้าย!”

 

ผมนิ่วหน้าแล้วค่อยๆ ยกมือไหว้ในสภาพที่ยังนอนอยู่เมื่อรู้ถึงคำถาม

 

“ผมกล้าสาบาน”

 

“ถ้าสิ่งที่นายพูดนั้นโกหกขอให้มีอันเป็นไป”

 

“ครับ ขอให้มีอันเป็นไปและขอให้คนที่ทำร้ายผมเพราะเข้าใจผิดมีอันเป็นไปด้วย”

 

คุณเอกอนันต์จับแขนผมแล้วกระชากให้ลุกนั่ง “ปากดี!”

 

“ก็..ฮึก..ก..ผมพูดความจริง...ผมพูดความจริงทั้งหมดแต่ว่าคุณไม่เคยเปิดใจรับฟังเลย” เราสองคนสบตากันครู่หนึ่งจนผมรับรู้ว่าแววตาของเขาที่โหดร้ายเริ่มอ่อนลงบ้าง

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ…ผมไหว้ล่ะพาผมกลับเถอะ…ผมอยากกลับบ้าน”

 

เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่แววตาจะกลับมาเป็นดังเดิม “บ้านหลังไหนล่ะ บ้านกูเหรอ”

 

ผมส่ายหน้า “ไม่ใช่…บ้านผมเอง...ผมจะกลับบ้านจะไม่ทำให้คุณหงุดหงิดอะไรอีก”

 

“ฮะๆ ๆ ไม่ให้หงุดหงิดงั้นเหรอ มันสายไปแล้ว! ในเมื่อแม่กูตายไปแล้วนั่นก็เพราะมึง!”

 

“ไม่ใช่…ฮืออออ”

 

“ไม่ใช่ห่าอะไร!”

 

ปึก!

 

“โอ๊ย!” เขากำหมัดต่อยใบหน้าผมเต็มแรง ถูกตรงจมูกพอดีกลิ่นคาวบ่งบอกว่าเลือดนั้นไหลออกมาจากจมูก พอจับดูก็พบว่ามีเลือดติดนิ้วจริงๆ เขาทำท่าจะต่อยอีกผมก็รีบใช้แขนสองข้างป้อง

 

“เจ้านายครับพอเถอะครับ คุณคนนั้นจะตายแล้ว”

 

คุณเอกอนันต์ต่อยมาที่มุมปากผมอีกครั้งแล้วกระชากคอเสื้อ “มึงพูดมาได้ยังไงว่าจะไม่ให้กูโกรธอีกในเมื่อแม่กูตายไปแล้ว! รู้ไหมกูอยากจะฆ่ามึงจนตายแต่ว่ามันง่ายไป!”

 

ตุบ

 

เขาผลักผมหัวกระแทกพื้นดินแล้วลุกยืน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกใครทำร้ายขนาดนี้มาก่อน คาดว่าตอนนี้ทั้งปากและจมูกคงมีแต่เลือด

 

“สะเดา”

 

“คะ..คะ..ครับเจ้านาย…”

 

“ไปเอาถังน้ำมา กูจะสาดให้มันเลิกสำออย”

 

“เอ่อ…แต่เขาเจ็บจริงนะครับ”

 

“ไป!”

 

“คะ..ครับจะรีบไปตักน้ำมาเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”

 

ผมค่อยๆ ลุกนั่งพบว่าสติแทบจะเลือนราง กลิ่นคาวเลือดคละคุ้งจนเวียนหัว

 

“อ้อ ลุกได้นึกว่าจะนอนให้คนอื่นเห็นใจ แค่นี้ยังน้อยไปกับสิ่งที่มึงจะต้องเจอ”

 

“ผม…จะทำยังไงคุณถึงยอมเชื่อ”

 

“ไม่มี…ไม่มีอะไรทั้งนั้น ที่ให้มึงมาสาบานก็แค่อยากลองใจและพบว่ามึงอึกอักจนเกือบจะไม่กล้าสาบาน”

 

“ไม่ใช่นะครับ”

 

“มึงจะพูดอะไรก็เรื่องของมึง เพราะกูมีหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงอีกหลายคลิป”

 

ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าคลิปอะไรอีก

 

“มึงอาจจะบอกว่าปลอมเสียงแต่กูให้คนที่เชี่ยวชาญฟังแล้วว่ามันคือคลิปจริง ”

 

ผมเม้มปากรู้สึกสับสนอย่างหนัก

 

“เจ้านายครับ น้ำได้แล้วครับ”

 

“ไปเอาโซ่มา”

 

พี่สะเดาขมวดคิ้วแล้วเกาหัว คงเซ็งเพราะเดี๋ยวใช้ไปหยิบถังน้ำเดี๋ยวใช้ไปหยิบโซ่ แต่คำว่าโซ่ทำให้ผมค่อยๆ ลุกยืนถอยหลัง

 

“จะไปไหน”

 

“คุณ..อึก..จะทำอะไร…” จับเอวที่เลือดซึมจนเสื้อเปียกและเขาเองก็คงเห็นรอยเลือดนั้นแล้วแต่สีหน้าไม่ได้แสดงว่าตกใจอะไร

 

“ยังจะถามอีกเหรอว่าทำอะไร ล่ามไง รู้จักไหม”

 

“คุณจะทำแบบนี้กับผมไมได้นะ ผมไม่ใช่สัตว์”

 

“มึงมันมากกว่าสัตว์ จิตใจมันสกปรก!”

 

ผมส่ายหน้าแล้วหันหลังทำท่าจะวิ่งหนีแต่มีหรือจะทำได้เพราะเพียงแค่คิดจะหันหลังเขาก็วิ่งมาถึงตัวผมแล้วจับกดลงพื้นหน้าทิ่มดินจนหายใจแทบไม่ออก

 

“อื้อ!” มือผมตะเกียกตะกายเพื่อจะหนีแต่เขาก็กดตัวผมตรึงพื้นแน่น

 

“จะไปไหน!”

 

“อึก…” ขณะที่กำลังจะขาดอากาศหายใจเขาก็กระชากเส้นผมให้ใบหน้าเงยแล้วก้มกระซิบที่หู

 

“หากอยากจะหนีออกไปจากกูล่ะก็ ก็คงต้องไปแบบวิญญาณเท่านั้น!”

 

“ฮืออออ”

 

“อย่าร้องไห้!”

 

“เจ้านายครับโซ่ได้แล้ว”

 

“เอามา”

 

เขาคว้าโซ่แล้วจับล่ามที่ข้อเท้าของผม ผมก็ซบมือลงใบหน้า ทำใจไม่ได้ที่เท้าตัวเองกำลังถูกพันธนาการอย่างโหดร้าย

 

“ลุก!”

 

เขากระตุกโซ่ออกคำสั่ง ผมจึงลุกตามอย่างช้าๆ และพบว่าโซ่นั้นยาวจนเขาสามารถเดินจูงได้ ทั้งมันยังหนักจนต้องเดินลาก ขนาดพี่สะเดายังมองผมด้วยใบหน้าเวทนา

 

“สะเดาพามันไปให้คนอื่นเห็นหน้า หากมันหนีจะได้จับตัวถูก และก็หากมันหนีไปได้มึงตาย”

 

“คะ..ครับ”

 

พี่สะเดาปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วถือปลายโซ่พาผมเดินอย่างยากลำบากไปอีกทาง ร่างกายโงนเงนแทบจะล้มแต่รับรู้ว่าเขามองตลอดจึงกัดฟันพาร่างเดินต่อไป

 

พี่สะเดาพาผมเดินมาได้ไม่นานก็เจอกับกระท่อมหลายหลัง พอตะโกนเรียกชื่อก็มีคนเดินมาจากที่ต่างๆ เป็นชายฉกรรจ์หลายคนท่าทางภายนอกน่ากลัว คล้ายพวกนักเลง

 

“วิ้ววว ใครวะไอ้สะเดา” ใครคนหนึ่งผิวปากแล้วมองผมด้วยสายตาแปลกๆ

 

“อย่าคิดอะไรเกินเลยนะเว้ยนี่คนของเจ้านาย”

 

“คนของเจ้านายแล้วทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนี้วะ” อีกคนพูดต่อแล้วเดินมาใกล้ หนวดขึ้นครึ้มน่ากลัวจนต้องเดินถอยห่างแต่ติดโซ่จึงทำให้เดินไปไหนไม่ได้

 

“เลือดออกปากจมูกขนาดนี้ ไปทำอะไรมา”

 

“เจ้านายซ้อมน่ะสิ”

 

ทุกคนที่ได้ยินต่างตะลึง

 

“เจ้านายโหดขนาดซ้อมผู้หญิงสวยขนาดนี้เลยเรอะ”

 

“ผู้หญิงที่ไหนนี่ผู้ชาย”

 

ทุกคนอึ้งอีกครั้ง มีคนหนึ่งไม่เชื่อรีบเดินมาพิสูจน์โดยการกอดผมจากด้านหลังแล้วจับที่หน้าอกพร้อมบีบเบาๆ

 

“ไม่มีหน้าอกจริงๆ ด้วย”

 

“จับข้างล่างด้วยสิวะ”

 

“ถอดเลยๆ ๆ ๆ”

 

“ยะ..อย่า!” ผมรีบดิ้นขัดขืนเมื่อหลายคนเข้ามาถอดกางเกง พี่สะเดาก็รีบห้ามแต่ก็ถูกผลักออกไป เท้าของผมปัดป่ายมือก็ตบตีขัดขวาง

 

ปึก!

 

“รำคาญ!”

 

ท้องถูกชกเต็มแรงจนตัวงอ จุกจนทำอะไรไม่ได้

 

 เพราะจิตใจอ่อนแอ ร่างกายอ่อนแรงและบาดเจ็บมากมายผมจึงไม่อาจทนรับไหวอีกต่อไป รู้สึกมึนหัวจนสติเลือนรางและภาพเบื้องหน้าก็หายไป

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}