miyukao/mini/ชีวาพร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 56 (จบ)

คำค้น : บุปผาเคียงมังกร#บทที่ 56

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2561 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 56 (จบ)
แบบอักษร

บทที่ 56

หลังจากเดินทางกลับมาจากเมืองหนานจิง เมิ่งอินเทียนเร่งรีบให้แม่สื่อเร่งเจรจาสู่ขอหาฤกษ์มงคลในทันที พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นใน 1 เดือนหลังจากนั้น ขบวนเจ้าสาวและสินเดิมยาวตั้งแต่หน้าตำหนักของชินอ๋องจรดจนถึงท้ายจวนสกุลโจว ต้องใช้คนขนเข้าตำหนักอ๋องพิทักษ์ถึงครึ่งวันจึงแล้วเสร็จ สมฐานะพระชายาเอกเพียงหนึ่งเดียวของชินอ๋องแห่งหวงจิน

ภาพเจ้าบ่าวผู้สูงศักดิ์ยืนรอรับเกี้ยวเจ้าสาวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจวบจนเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าจวน มิรั้งรอให้แม่สื่อเป็นผู้จับจูงเจ้าสาวลงเกี้ยวผู้เป็นเจ้าบ่าวก็เข้าไปอุ้มนางถึงหน้าเกี้ยวนั้นตราตรึงใจผู้คนที่มายืนดูการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้

“ท่านอ๋องเพคะ ทรงลืมเตะเกี้ยวเพคะ”

แม่สื่อเอ่ยเตือน ชาวเมืองหวงจินมีความเชื่อว่าในวันแต่งงานหากผู้เป็นสามีเตะเกี้ยวเจ้าสาวสามครั้ง จะเป็นเคล็ดให้ชีวิตหลังการแต่งงานนั้นเจ้าสาวจะอยู่ภายในโอวาสและเชื่อฟังสามี

“ข้าเจ็บขา หรงเอ๋อร์เจ้าช่วยเตะเกี้ยวแทนข้าหน่อยได้หรือไม่”

คำกล่าวน้ำเสียงราบเรียบของเขานั้นส่งผลให้โจวอี้หรงใบหน้าแดงกล่ำแม้ยังคงอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง เขากล่าวเช่นนี้กำลังจะบอกให้นางและผู้คนทั่วไปรับรู้ว่าเขาไม่เพียงไม่คิดกดนางไว้ในโอวาสยังยินดีอย่างยิ่งที่จะอยู่ภายในโอวาสของนาง

เมิ่งอินเทียนไม่เพียงเอ่ยเขายังหมุนร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนเหวี่ยงขาเล็กของนางเตะที่เกี้ยวเบาๆอีกสามครั้ง  การกระทำของชินอ๋องผู้เย็นชาทำเอาผู้คนตกตะลึงมากกว่าภาพที่เขายืนรอรับเจ้าสาว หญิงสาวหลายนางล้วนอิจฉาในความโชคดีของโจวอี้หรงที่ได้สามีที่เพรียกพร้อมทั้งหน้าตา ฐานะ  อีกทั้งยังรักและให้เกีรยตินางถึงเพียงนี้

จะดีพียงใดหากข้าได้อยู่ในอ้อมแขนของพระองค์สักครั้ง

หากทรงยินดี แม้เพียงตำแหน่งสาวใช้อุ่นเตียงข้าก็ยอม

เสียงเล็ดรอดจากโดยรอบของสตรีมากมายกล่าวขึ้นสร้างความขุ่นเคืองในใจให้โจวอี้หรงไม่น้อย  วันนี้เป็นวันแต่งงานของนาง สตรีไร้ยางอายพวกนั้นกลับกล้ามาขอเป็นอนุสามีของนางมันช่างน่าโมโหนัก

“แค่เจ้าคนเดียวข้าก็ปวดหัวจะแย่ เพราะฉะนั้นอย่าฟุ้งซ่านไม่เข้าเรื่อง”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบด้วยอารมณ์เบิกบานเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กในอ้อมแขน  พิธีการผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาโจวอี้หรงก็เข้ามานั่งที่ด้านในห้องหอ รอให้ผู้เป็นเจ้าบ่าวส่งแขกแล้วเข้ามาหานางตามประเพณี  แต่เพราะเมื่อเช้านี้นางเร่งตื่นเช้าไปหน่อยสุดท้ายจึงเผลออิงหลับที่เสาเตียงไปเสียก่อน

ไป๋หลานถอนหายใจยาวมือบางค่อยๆปิดประตูห้องหอลงแล้วออกมายืนที่หน้าห้องหอแทน ตอนนี้ผ่านมา 1 ชั่วยามแล้วที่คุณหนูของนางรั้งรอท่านอ๋อง  อาหารบนโต๊ะนางนำอุ่นถึงสองรอบหากในวันแต่งงานของนางผู้เป็นเจ้าบ่าวปล่อยนางให้รั้งรอนานเช่นนี้นางจะหนีจากห้องหอให้ดู

“ท่านอ๋องต้องส่งเสด็จฝ่าบาทและฮองเฮา แม้อยากมาก็ยังมาไม่ได้”

ไป๋หลานหันไปตามเสียงที่ได้ยิน คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นองครักษ์เจ้าเล่ห์กวนประสาทชิงลี่นั่นเอง  ความยินดีอย่างไร้เหตุผลตีตื้นในอก 

​บ้าจริงข้าดีใจอะไรกัน

“แล้วท่านล่ะ...ว่างมากหรือไรกันถึงแวะเวียนมากวนโมโหข้าเช่นนี้ได้”

ชิงลี่ยกยิ้มยียวน สาวเท้าเข้ามายืนประชิดร่างบางเบื้องหน้าจดจ้องใบหน้าที่ไม่ได้พบหน้ามาหลายเดือน เพราะทั้งเขาชิงจินและชิงหรงได้รับคำสั่งติดตามท่านอ๋องไปที่เมืองหนานจิง  แม้ท่านอ๋องจะมีคำสั่งให้มาสอดส่องและส่งข่าวให้พระชายาบ้างแต่ก็น้อยครั้งที่เขาจะเป็นผู้ได้รับคำสั่ง และนั่นทำให้เขามั่นใจในความรู้สึกของตน

“ไม่ว่างแต่...คิดถึง”

ร่างสูงใหญ่รั้งร่างบางเข้าแนบชิดก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบาง  คราวก่อนเขาเพียงสัมผัสผิวเผินรับรู้เพียงความอ่อนนุ่มของนาง แต่ครั้งนี้เมื่อได้ใกล้ชิดแนบแน่นล้ำลึกเขายิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตน  และไม่คิดหักห้ามใจของตนเองอีกลิ้นสากรุกไล่เข้าช่วงชิงความหอมหวานจากร่างเล็ก แขนแกร่งโอบกอดร่างบางแนบแน่น

ไป๋หลานที่ตกตะลึงจนหลงลืมสติ เผลอตอบรับสัมผัสจากเขาอย่างไม่รู้ตัว หากแต่คล้ายคนตัวโตกว่าจะโลภมากเกินไป มือหนาโอบกอดนางแนบแน่นอีกทั้งบดเบียดริมฝีปากแนบชิดรุนแรงจนนางเริ่มหายใจติดขัด สติที่ขาดหายเริ่มกลับมามือบางยกขึ้นดันอกกว้างออกเต็มแรง ชิงลี่ที่หลงมัวเมากับความหอมหวานที่คะนึงหามิทันระวังตัวจึงเซถลาถอยไป

“ท่าน!!...ทำบ้าอะไร....!!!”

แม้อยากตะโกนจนสุดเสียงให้สมกับความโมโหที่รุกโชนในใจ แต่เพราะมิต้องการรบกวนคนที่พักผ่อนด้านในไป๋หลานจึงได้แต่กัดฟันถามเสียงต่ำ

“ข้าชอบเจ้า...ชอบมากจนคิดว่าตอนนี้น่าจะ......รักไปแล้ว”

ชิงลี่ตอบเสียงเข้มใบหน้าจริงจัง  ดวงตาคมจดจ้องดวงตาหวานที่โหมกระหน่ำด้วยไฟแห่งความโมโห ไป๋หลานคล้ายถูกของแข็งตีที่ท้ายทอย ถ้อยคำที่คนตรงหน้าเอื้อนเอ่ยยังคงดังก้องในหู หากแต่....

จะเป็นไปได้อย่างไรที่องครักษ์สูงส่งเช่นเขาจะชมชอบจน....รัก....สาวใช้ชั้นต่ำเช่นนาง

​"เสร็จจากงานอภิเษกของท่านอ๋องข้าจะทูลขอเจ้าจากพระชายา"

ใป๋หลานหน้าชาในใจเต้นระรัวความรู้สึกหลากหลายประเดเข้ามจนแยกมิออกว่าแท้จริงนางรู้สึกเช่นไร

"ข้า...ข้ามิเคยบอก...ว่าจะแต่งให้ท่าน"

ชิงลี่ยกยิ้มเจาเล่ห์เดินมาประชิดก้มลงกระซิบเสียงแผ่วเบา

"เช่นนั้นก็มิต้องแต่ง..."

ใบหน้าไป๋หลานร้อนผ่าวด้วยความโมโห  มือบางกำหมัดแน่นดวงตาสองข้างร้อนผ่าวอย่างไร้สาเหตุ  แม้เขาจะชอบกวนโมโหนางบ่อยๆ แต่เรื่องเช่นนี้นำมาล้อเล่นก็ออกจะเกินไป

"เข้าหอเลยก็แล้วกัน"

คำพูดต่อมาของเขาทำเอาไป๋หลานเบิกตากว้างหมายความว่าอย่างไรกัน  ยังมิทันได้เอ่ยถามร่างบางก็ถูกเขาช้อนจากไป ทิ้งไว้เพียงสายตาคมสองคู่ที่จ้องมองแล้วถอนหายใจยาว

​เมิ่งอินทียนรีบเร่งมาที่ห้องหอทันทีที่ส่งเสด็จองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาเสร็จ  ไม่เคยมีครั้งใดที่เขารู้สึกว่าการเกิดในราชวงค์เป็นเรื่องที่หน้าเบื่อหน่ายเท่าวันนี้มาก่อน   เดิมทีเขาคิดจะตามโจวอี้หรงมาในทันทีที่เสร็จสิ้นพิธีการท้้งหมด แต่หล่าขุนนางน้อยใหญ่ แม้แต่เสาบดีโจวก็ต่างเอ่ยเตือนเขาให้รั้งรอส่งเสร็จองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาก่อนเพื่อมิให้เป็นการเสียมารยาทและผิดกฏราชวงค์  

พี่ชายสูงศักดิ์ของเขาก็ช่างกระไร วันอื่นยังมีเหตุใดต้องมาอยากสนทนากับเขาเอาในวันนี้ มันช่างน่าโมโหยิ่งนัก

เมิ่งอินเทียนเปิดประตูห้องหอ เขาค่อนข้างแปลกใจที่ไม่เห็นสาวใช้คนสนิทของโจวอี้หรง หากแต่ภาพสตรีในชุดสีแดงเอนตัวพิงหลับที่เสาเตียงก็ทำให้เขาหลงลืมทุกสิ่ง ใบหน้าเย็นชาหงุดหงิดเมื่อครู่ยกยิ้มอ่อนโยนปิดประตูห้องหอเสียงเบา เดินไปที่เตียงกว้างทรุดตัวลงเปิดผ้าคลุมหน้านางแผ่วเบา  ใบหน้าหวานที่วาดแต่งงดงามกว่าปกติทำให้เขาตกตะลึงนิ่งไป

จะมีหญิงใดในสามภพที่ทำให้ข้าตกหลุมรักซ้ำไปมาได้เช่นเจ้ากัน

มือหนาค่อยๆดึงเครื่องประดับบนศรีษะนางออกอย่างแผ่วเบา  ใบหน้าหวานยกยิ้มพอใจแม้ดวงตาทั้งสองจะยังคงปิดสนิท เขาค่อยๆคล้ายชุดให้นางแล้วจับตัวนางเอนลงนอนบนเตียงกว้าง มือหนาลูปเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน

วันนี้นางคงเหนื่อยมากจริงๆ

“มีคนกล่าวว่าคืนเข้าหอมีค่าดุจทองคำพันชั่ง”

ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงหวานก่อนค่อยๆเปิดดวงตาหวานขึ้นสบดวงตาคม จดจ้องเขานิ่งงัน

“หากเจ้าเหนื่อย…”

มือบางยกขึ้นแนบแก้มสากยกยิ้มอ่อนละมุนสะกดสายตาคมให้นิ่งงัน

“หม่อมฉันรักพระองค์  แม้ชีวิตของคนเราจะสั้น....แต่ชั่วชีวิตนี้หม่อมฉันจะรักพระองค์…..รักจนชั่วชีวิตนี้”

เมิ่งอินเทียนยกยิ้มกว้างแนบมือสากบนมือบาง  รักจนชั่วชีวิตนี้ ช่างเป็นคำบอกรักที่ซาบซึ้งและเจ็บปวดในคราวเดียวกันหากแต่ไม่ว่าจอย่างไรเขายินดีแลพร้อมยอมรับทุกอย่าง

“ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน”

รักจนกว่าดวงจิตข้าจะแตกดับ

เมิ่งอินเทียนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียน ไล้ลงที่แก้มเนียนผสานลมหายใจอุ่นร้อนเป็นหนึ่งเดียว  ในเมื่อชีวิตของมนุษย์นั้นสั้น เช่นนั้นคงไม่ผิดหากเขาจะขอใช้ช่วงเวลานี้รักนางจนหมดหัวใจ และซึมซับจนจำช่วงเวลานี้ไว้ในใจตลอดไป

แม้ชาติภพใดดวงจิตข้าขอผูกพันธ์รักเจ้ามิเสื่อมคลาย

...................................................................................จบ.............................................................................................

จบแล้วเจ้าคร่าาาาาาา.........

คุยส่งท้าย  ไรท์มีแผนจะเขียนตอนพิเศษ แต่คงเขียนได้ไม่มากดังนั้นจะขอโหวตเลยแล้วกันจร้า

กด 1. ตอนพิเศษของน้องหรงกับเฮียเมิ่ง

กด2. ตอนพิเศษของน้องไป๋หลานกับเฮียลี่

กด3. ตอนพิเศษของเทพธิดาบุปผาเย่วเอ๋อร์กับเทพจูชเว่

โหวตเลยจร้าาาาาาา   หากเรื่องไหนได้เสียงโหวตครบ  20 เสียงก่อนไรท์จะเริ่มเขียนจร้าาาาา 

หากไม่ถึงขออนุญาตไม่เขียนนร้าาา

สุดท้าย ท้ายสุด ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่กันมาจนถึงวันนี้   ขอบคุณมากจริงๆ  พบกันใหม่เรื่องหน้าจร้าาาา

ไรท์

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น