IT'S .

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3 - จะขายไม่ขาย

ชื่อตอน : 3 - จะขายไม่ขาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 12:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 - จะขายไม่ขาย
แบบอักษร

3

จะขายไม่ขาย


ผมถูกคุณกันต์ รองประธานที่เพิ่งรู้จักกันได้เพียงวันเดียวลากมาที่โรงพยาบาลด้วยกัน เขาบอกว่ามีเพื่อนทำงานอยู่ที่นี่ เขาต้องการให้เพื่อนตรวจ ภาย ใน ผม!!! ซึ่งใครจะไปยอมล่ะ นี่มันต่างอะไรกับการจับผมตรวจสอบร่างกายกัน!

“นายแพทย์คนนี้ไว้ใจได้ คุณไม่ต้องห่วงว่ามันจะเอาความลับคุณไปทำเรื่องผิดจรรยาบรรณหรือมาหลอกซื้อคุณไปทำวิจัยหรอก” รองประธานเอ่ยหว่านล้อมผมอยู่พักใหญ่แล้วแต่ผมก็ไม่ยอม รั้งตัวจะลงจากรถท่าเดียว

“ผมไม่ตรวจอะไรทั้งนั้น ผมไม่คุยธุรกิจอะไรของคุณ!”

“งั้นก็ได้” คุณกันต์มองหน้าผมนิ่ง ไม่เซ้าซี้อะไรจนผมเริ่มไม่ไว้ใจ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อสูทก่อนจะเปิดอะไรบางอย่างและหันมาให้ผมดู ผมเบิกตากว้างเมื่อมันเป็นคลิปที่ผมมีอะไรกับเขาตอนนั้น โชคดีที่เขาลดเสียงไว้เลยไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดให้คนขับรถได้ยิน แต่ภาพบนนั้นมันก็อุจาดเกินกว่าผมจะรับได้ ผมเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นทันทีแต่รองประธานกลับชักหลบจนผมคว้าได้เพียงแค่อากาศ

“คลิปนี้จะถูกส่งต่อเข้าเมลของพนักงานบริษัททุกคน”

“คุณ!!!”

“ขั้นแรก ผมจะลบคลิปนี้ทิ้งทันทีหลังจากที่คุณยอมเข้าไปตรวจร่างกายแล้วมาคุยเรื่องธุรกิจกับผม”

“...” ผมได้แต่กัดฟันแน่นและมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ คุณกันต์มองมาเรียบนิ่ง สายตาเขากดดันจนผมเผลอกลั้นหายใจไปหลายทีแล้ว “ก็ได้! ผมจะเข้าไปตรวจแล้วมาคุยกับคุณ!”

“ดี งั้นลงไปด้วยกัน”

“แต่คุณต้องลบคลิปจริงๆ ห้ามตุกติกกับผม!”

“ผมพูดคำไหนคำนั้น”

เขาว่าพร้อมกับเปิดประตูฝั่งเขาออกและก้าวลงไปก่อน เขาจับข้อมือและลากผมให้ไปลงฝั่งเขา ไม่ปล่อยโอกาสให้ผมออกอีกฝั่งเพื่อหาทางหนีเลย ผมจำใจเดินเข้าไปในโรงพยาบาลกับเขา เมื่อนัดแนะกับสตาร์ฟหน้าแผนกว่าจะขอพบกับนายแพทย์คนที่เขาอ้างว่าเป็นเพื่อนเรียบร้อยแล้วเราก็เข้ามาในห้องตรวจโดยมีเขาเข้ามาด้วย

“กันต์ ออกไปก่อนไป” รอเพียงไม่นานหมอคนที่ว่าก็เดินเข้ามาและพูดกับรองประธานอย่างสนิทสนม ดูแล้วน่าจะเป็นเพื่อนกันจริงๆ

“ไม่เป็นไร นี่เมียกู ตรวจเลย”

“...!”

ผมที่นอนอยู่บนเตียงสำหรับตรวจภายในถลึงตาใส่คนตัวสูงที่ยืนกอดอกมองอยู่ หมอขมวดคิ้วมองรองประธานก่อนจะถามอย่างนึกแปลกใจ

“เมีย? นี่มึงมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนี่ผู้ชายไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ต้องรู้หรอก ตรวจไป”

“หมอครับ คือผมไม่ใช่…”

“นี่หมอเปรม เพื่อนผม ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสุขภาพให้มาที่โรงพยาบาลนี้แล้วรีเควสขอหมอเปรม” คุณกันต์พูดขัดก่อนที่ผมจะได้แก้ความเข้าใจผิด หมอเปรมหันมาพยักหน้าและยิ้มให้ผม สุดท้ายผมเลยได้แต่พ่นลมหายใจและไม่ได้เอ่ยพูดอะไรอีก

“เอาล่ะครับผมขออนุญาตตรวจหน่อยนะ”

ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าหมอเปรมจะตรวจนั่นตรวจนี่เสร็จ โดยข้างๆ หมอเปรมมีพยาบาลผู้ช่วยกับคุณกันต์ยืนมองอยู่ตลอด ผมได้แต่ตัวเกร็งตลอดการตรวจ เพราะความประหม่าจนทำให้ใจเต้นตุบๆ ผมไม่ได้อยากให้ใครมารู้ความลับผมสักหน่อย พอจะต้องเปิดเผยความลับต่อหน้าหมอแล้วผมก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ลนลานจะเหงื่อแตกพลั่ก หมอเปรมให้ผมกับคุณกันต์ย้ายมานั่งรอฟังผลอีกห้องหนึ่ง แต่ผมน่ะสิเป็นคนถูกตรวจเองแท้ๆ กลับไม่รู้เลยว่าผลที่รอฟังเนี่ยคืออะไร

“จากที่ตรวจมาพบว่าคุณคะแนนมีอวัยวะสืบพันธุ์สองแบบ เขาเป็นผู้ชายที่มีมดลูกสามารถตั้งครรภ์ได้ตามที่มึงบอกกูไว้เป๊ะ”

ผมที่กลับมานั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะตรงข้ามกับหมอชะงักนิ่งและหันไปมองคนข้างกายที่ตอนนี้ไม่ได้มีท่าทีแปลกประหลาดใจใดๆ ผิดจากหมอเปรมที่ค่อนข้างตกใจกับร่างกายของผม

เรื่องนี้เองเหรอที่รองประธานอยากรู้!?

“ขอบใจไอ้หมอ กูอยากรู้แค่นี้ล่ะ”

“อ้าว เดี๋ยวกันต์!!!”

รองประธานไม่รอฟังหมอเปรมพูดอีก เขาดึงข้อมือผมที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์และลากออกมาจากห้องโดยไม่สนใจฟังใครทั้งนั้น เขามันโคตรเอาแต่ใจ! เห็นแก่ตัว! บ้าอำนาจ!

“คุณจะพาผมไปไหนอีกเนี่ย!” ผมท้วงเขาไม่ดังมากนัก เพราะยังเกรงใจสถานที่อยู่ รองประธานเอาแต่ลากผมออกมาโดยไม่ฟังคำทัดทานใดๆ

“ไปคุยธุรกิจต่อไง อยากลบไม่ใช่เหรอคลิปน่ะ”

“...”

ผมได้แต่เดินตามเขาไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก กระทั่งคุณกันต์พาผมกลับมานั่งในรถ เขายัดให้ผมนั่งเบาะด้านหน้าส่วนตัวเองก็เดินอ้อมไปยังฝั่งที่คนขับรถนั่งอยู่และเปิดกระชากประตูออก

“ลงไปจัดการค่าใช้จ่ายในชื่อคุณกวี รวินันท์ที ผมจะกลับก่อน คุณนั่งรถกลับเองแล้วกัน”

“เอ่อ...ได้ครับ” คนขับรถพยักหน้าหงึกหงักรีบลงมาจากตำแหน่งโชเฟอร์ ผมเบิกตากว้าง ตั้งใจจะหันไปเปิดประตูรถลงหนีเมื่อเห็นว่ารองประธานยังไม่ทันขึ้นมาในรถ แต่เสียงเรียบก็ทำให้ผมชะงักก่อน

“ถ้าหนีจะไม่ลบคลิป เพราะคุณยังไม่ได้คุยเรื่องธุรกิจกับผม ไปตอนนี้ผมจะถือว่าข้อตกลงเป็นโมฆะ”

“...”

ผมชะงักนิ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาและนั่งพิงเบาะในที่สุด ผมเอื้อมมือดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดเอาไว้อย่างไม่สบอารมณ์นัก กระทั่งคนจอมบงการขึ้นรถมาและคาดเข็มขัดเรียบร้อยเขาถึงจะออกรถพาผมไปที่ไหนสักที่

“คุณจะพาผมไปไหนกันแน่” ผมถามเมื่อเห็นว่าบรรยากาศในรถมันเงียบเกินไป รองประธานไม่ได้ทำให้ผมมีความรู้สึกกดดันขนาดนั้น แต่ผมก็ไม่ชอบความเงียบอยู่ดี เรื่องทุกอย่างที่เขาทำกับผมมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมชักสับสนไปหมด แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว

“ไปบ้านผม”

“ไปบ้านคุณทำไม”

“คุยเรื่องธุรกิจที่ผมพูดไว้ไง”

หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ถามอะไรเขามากมายแล้วนั่งมองข้างทางอยู่เงียบๆ กระทั่งถึงบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตมากแต่ก็พอรู้ว่ามันเป็นบ้านของคนมีเงิน ครอบครัวเขาคงไม่เยอะ...บ้านที่สร้างเลยขนาดพอดีแต่ก็ทันสมัยใช้ได้เลย เดาว่าบ้านหลังนี้รองประธานเป็นคนคุมการสร้างเองแน่ๆ

“เข้าไปข้างในก่อน ถึงจะคุย”

เขาบอกแค่นั้นและลงจากรถนำร่องไปก่อน ผมได้แต่ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแล้วเดินตามลงไปบ้าง คุณกันต์เดินนำหน้าผมเข้ามาในบ้าน เขาสแกนนิ้วมือเปิดประตูบ้านก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป เอื้อมมือไปกดรีโมตขนาดกะทัดรัดที่อยู่บนตู้เล็กๆ ไม่ไกลจากประตูนักและกดเปิดไฟทำให้ทั้งบ้านสว่างขึ้นมาทันที

บ้านของรองประธานสวยมาก...แถมยังดูไฮเทคตั้งแต่ประตูรั้วแล้ว ดูเหมือนบ้านนี้ท่านประธานก็อาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะมีรูปครอบครัวใส่กรอบประดับอยู่เยอะพอสมควร ผมเอาแต่มองไปรอบๆ โดยไม่ทันมองด้านหน้าจนกระทั่งเดินชนหลังของคุณกันต์

“โอ๊ย!”

“มองทางด้วย” เขาหันมาบอกผมเสียงเบาก่อนจะนำหน้าพามายังห้องห้องหนึ่ง ผมเดาว่าเป็นห้องรับแขก เขาผายมือไปที่โซฟาให้ผมนั่งลงผมเลยทำตามที่เขาสั่งอย่างเสียไม่ได้ คุณกันต์ถอดเสื้อสูทออก ปลดเนกไทให้หลวมนิดหน่อยก่อนจะพาดสูทไว้บนพนักโซฟาและทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ผม

“เอาล่ะ เข้าเรื่องเลย”

“ว่ามา รีบพูดรีบจบ ผมจะได้กลับซะที” ผมพูดตอบ มองอีกฝ่ายที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนๆ ดูอะไรบางอย่าง ผมแอบชะโงกดูก็เห็นว่ามันเป็นคลิปที่ผมกับเขามีอะไรกัน มันไม่ได้มีแค่คลิปเดียว...ให้ตายเถอะ เขาแอบตั้งกล้องถ่ายเอาไว้เมื่อไหร่ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย

“พ่อแม่คุณเป็นหนี้อยู่เกือบสี่สิบล้าน พวกเขาล้มละลาย หาเงินมาใช้ไม่ทันเลยตัดสินใจฆ่าตัวตายในบ้านหลังที่คุณอยู่ปัจจุบัน ใช่ไหม”

“...!!!” ผมเบิกตาและจ้องเขาเขม็ง เขาแอบสืบเรื่องนี้ด้วยงั้นเหรอ! “คุณคิดจะทำอะไร สืบเรื่องนี้ทำไม!”

“ผมได้ยินว่าเขาจะยึดบ้านคุณถ้าคุณจ่ายหนี้ไม่ทันกำหนด” เขาไม่แม้แต่จะตอบคำถามของผม สายตานิ่งเฉยปรายตามองแบบติดรำคาญเสียด้วยซ้ำ “เกือบสี่สิบล้าน...คุณได้เงินเดือนจากบริษัทผมไปเยอะก็จริงแต่ยังไงก็หาไม่ทันหรอก คงต้องให้โดนยึดบ้านไปนั่นล่ะ”

“ผมจะทำอะไรสักอย่างเอง!” ผมกัดฟันบอก

“ไม่ต้อง ผมจ่ายหนี้ให้คุณทั้งหมดแล้ว”

“อะไร...นะ…!?”

ผมเบิกตากว้าง มองใบหน้าของเขาด้วยความตกใจ เขาพูดบ้าอะไรกัน เงินตั้งเกือบสี่สิบล้านอยู่ๆ จะมาจ่ายให้คนแปลกหน้าอย่างผมทำไม!

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ!”

“...”

รองประธานไม่ตอบแต่ตวัดสายตาไปที่แฟ้มบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ด้านหน้าโซฟา เขาพยักพเยิดหน้าให้ผมหยิบมันขึ้นมาดู ผมขมวดคิ้วแน่นค่อยๆ เอื้อมมือหยิบมันมาเปิด...มันเป็นหลักฐานการชำระหนี้ทั้งหมดของครอบครัวผม...ลงวันที่ไว้ว่าเป็นวันนี้เมื่อช่วงกลางวัน…และคนที่ชำระหนี้ทั้งหมดลงชื่อกันต์ ธนัตถากุล...

“คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่” ผมเอ่ยถามเสียงแข็ง เขาทำแบบนี้...จงใจบีบบังคับให้ผมยอมขายตัวให้เขาหรือไง

“ผมขอพูดตรงๆ ผมไม่ได้คิดว่าการมานั่งแบล็กเมล์คุณที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรกับผมมันจะสนุกขนาดนั้นหรอกนะ ผมแค่ต้องการร่างกายของคุณ”

“แปลว่าอะไร!”

“คุณพ่อผมอยากให้ผมมีทายาท แล้วผมก็เลือกคุณให้คลอดทายาทของผม”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}