เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

55.4 เจ้าชายอยากเผา เจ้าหญิงอยากหม่ำ

ชื่อตอน : 55.4 เจ้าชายอยากเผา เจ้าหญิงอยากหม่ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 128

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2561 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
55.4 เจ้าชายอยากเผา เจ้าหญิงอยากหม่ำ
แบบอักษร

มีคู่รักผ่านทั้งหมดหนึ่งร้อยคู่ โซฟีและอีซีโอคือหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น เด็กหนุ่มเสียแรงห้าส่วน กระนั้นเขานั่งพักประเดี๋ยวเดียวพลังกายก็ฟื้นคืนครบสิบส่วนดังเดิม เผ่าแห่งความมืดมีลักษณ์และคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา และยังทรงอำนาจเหนือกว่าอมนุษย์สัตว์เสียด้วย อีซีโอแข็งแกร่งในระดับที่ชื่อเขามีลงบันทึกในประวัติศาสตร์บุคคลอันตราย ภายนอกนิ่งขรึมเยาว์วัย กระนั้นภายในหัวใจสีดำนิลกาฬช่างลึกล้ำและยากหยั่งถึงราวก้นมหาสมุทรดาราจักร เขาเคยถูกเรียกว่าเด็กหนุ่มผู้มีคำสาปแห่งฝันร้าย[แซนดรีม] ไร้จุดอ่อนไร้ผู้ต่อกร ทว่ามีคนรู้ไม่กี่คนเท่านั้นว่ายามนี้ผู้คอรงรัตติกาลมีจุดอ่อนหนึ่งที่สามารถใช้เล่นงานและบีบบังคับเขาให้ศิโรราบ

          สาวน้อยนักฆ่าหน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนลูกเสือโคร่ง มิรู้ควรเรียกโซฟีว่าจุดอ่อนของอีซีโอหรือไม่ เพราะหากวัดระดับพลัง บางทีโซฟีอาจร้ายกาจกว่าอีซีโอหลายเท่า ยามใดนางเอาจริงอย่าว่านารีเลย เมรัยก็ยังเอาโซฟีไม่อยู่

          ท่ามกลางเสียงบรรเลงเพลงกระซิบรักสายฝนมีสายลมพิรุณพัดโชยกลิ่นสนหอมชื่นใจ อีซีโอเหม่อมองคู่รักอื่นที่กำลังยืนกอดกัน ช่วยปลอบประโลมและให้กำลังใจว่างานคราวนี้จะเคียงคู่และผ่านมันไปด้วยกัน เด็กหนุ่มอิจฉาพวกเขาสามส่วน กระนั้นเขารู้ว่าสักวันหนึ่ง โซฟีจะพูดกับเขาเหมือนที่สตรีอื่นพูดคุยกับบุรุษอันเป็นที่รัก ด้วยเสียงอ่อนหวานน่าฟัง

          สักวันหนึ่ง อีซีโอหลุบตาซ่อนประกายความเชื่อมั่นสว่างไสว จุดเริ่มต้นของความรักของเขาและนางจะเริ่มขึ้นที่นี้ ภายใต้เสียงไฟแห่งอสุราและดนตรีไพเราะแห่งนครตุ๊กตาหมี ช้าง พังพอน และพญากระรอกหางไฟ   

          “ครั้งนี้จะไม่คลาดสายตาอีกแล้ว..”

          “..”

          ความหลังอันแสนเลือนรางถูกนักเชิดหุ่นน้อยกระตุกดึงสติผู้ครองรัตติกาลคืนสู่โลกแห่งความจริง

          อีซีโอกะพริบตาไล่ความอ่อนแอหนีดุจปล่อยให้หมู่กลุ่มหมอกแห่งอดีตจางหายโดยที่โซฟีมิทันสังเกตเห็น นักเชิดหุ่นน้อยยังมิกล้าพูดกับผู้ครองรัตติกาลเนื่องนางขี้อายและแอบเกรงใจเด็กหนุ่มเจ็ดส่วน “กิจกรรมที่สามเริ่มแล้วหรือ” “อือ” โซฟีชี้นิ้วไปยังลานกว้างที่มีโต๊ะกลมตั้งเรียงรายประหนึ่งโต๊ะจีนในงานมงคล งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ โซฟีชวนอีซีโอไปนั่งโต๊ะดั่งเช่นที่คู่รักอื่นกำลังลากจูงกัน เด็กหนุ่มมือปัดผมพลางพยักหน้ารับคำสั่ง เขาเดินนำนางไปยังโต๊ะใกล้ๆสระน้ำสีน้ำเงิน ยกมือหยุดนางไว้ก่อน ครั้นอีซีโอเดินสำรวจโต๊ะอย่างระมัดระวังปานกลัวมีระเบิดแอบซุกซ่อนไว้

          เก้าอี้ปลอดภัย

          ใต้โต๊ะไม่มีเครื่องดักฟัง

          มุมทิศนี้โล่งกว้าง รอบด้านไม่มีตึงอาคารสูง

          “โต๊ะนี้ไม่มีปัญหา”

          “..”

          โซฟีใบ้รับประทาน ในหัวคิดว่าต้องตรวจสอบขนาดนี้หรือ อือ

          เมื่อเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ ดวงดาวน้อยให้ส่งเสียงประกาศเริ่มกิจกรรมที่สาม “กินเจ้าค่ะ เกมครั้งนี้กติกาง่ายนิดเดียว คือให้จัดการกับอาหารบนโต๊ะของท่านให้หมดชาม คู่รักไหนกินเยอะจนถึงจุดที่กำหนดถือว่าผ่านเจ้าค่ะ แล้วก็”

          ดวงดาวน้อยยิ้มกรุ่มกริ่มอย่างมีนัยแฝง นางประกาศต่อด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์ “จำกัดคู่ที่ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้นยี่สิบคู่เจ้าค่ะ!!!”

          ฉึก---

          เหมือนมีใบมีดล่องหนพุ่งบาดคอผู้เข้าแข่งขันทั่วสนาม นี่จะเลือกแค่หนึ่งในห้าส่วนหรือ ช่างเป็นการตัดจำนวนผู้รอดอย่างไร้ปรานี โหดร้ายยิ่งนัก

          “ไม่ต้องรีบน้าทุกท่าน คู่รักใดกินไม่ไหวก็ถือว่าหมดสิทธิ์ผ่าน และหากว่าเหลือจำนวนคู่รักทั้งหมดยี่สิบคู่ก็ถือว่าเป็นการจบกิจกรรมเจ้าค่ะ”

          หากอยากได้ใบรับประกันว่าผ่านคือต้องกินอาหารให้ถึงจุดที่กำหนด แต่สำหรับคนที่สงวนน้ำหนักอยากหุ่นเพรียวก็มีสิทธิ์ผ่านแบบสบายๆไม่ต้องทานเยอะเช่นกัน นั้นคือทานๆเรื่อยๆรอให้คู่รักอื่นยอมแพ้ ตกรอบ จนในสนามเหลือคู่รักแค่ยี่สิบคู่ อีซีโอหรี่ตากอดอกผึ่งผาย เขาลกวาดตารอบข้างแล้วล้วนพบว่าคู่รักแต่ละคู่ที่ผ่านมาถึงรอบนี้ล้วนเป็นคนตัวโตกันทั้งนั้น ไม่ฝ่ายชายก็ฝ่ายหญิง จะมีคู่รักธรรมดาบ้างประปราย

          กิจกรรมครั้งนี้ไม่จำกัดเวลา ขอเพียงให้มีคู่รักเข้ารอบตามที่กำหนดเท่านั้นก็นับว่าสิ้นสุด

          โซฟีและอีซีโอต้องเป็นหนึ่งในยี่สิบคู่ให้ได้

          คำว่า ทำได้ มีอยู่ในใจทุกคู่รักที่เข้าร่วมงานด้วยใจปรารถนา ทว่ามันกลับแตกสลายเป็นเศษกระจกแพรวพราวเมื่อพนักงานเข่นรถขนมมาที่โต๊ะ

          “ว้าว”

          ประกายดวงดาวส่องระยิบระยับในดวงตาจิ้งจอกสาวเมื่อนางเห็นขนมบนโต๊ะที่มีให้เลือกหลากหลายอย่างวางไว้ให้ทานอย่างมิคิดเงิน ส่วนมากเป็นขนมหวานรูปร่างหน้าตาภูตผีแฝงกลิ่นอายเทศกาลแห่งความมืด ช่างน่าหม่ำยิ่งนัก กระนั้นปัญหาคือจำนวนของมันนี่สิ จะเรียกว่าเยอะแยะก็ได้ เพราะมันเยอะมาก มองแล้วให้สิ้นหวังทั้งหวานชื่นละมุน น้ำตาไหลนอง

          คุกกี้ผีดูดเลือด พายหมาป่า เค้กผีกระสือ โดนัทมัมมี่ มีเครื่องน้ำจากดินแดนท้องทะเลพร้อมด้วย

          สำหรับใครหลายๆคนที่ผ่านมาถึงรอบนี้ได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว เพราะสามารถกินขนมหวานได้อย่างใจปรารถนา เติมได้เรื่อยๆ

          “กินให้ได้สามร้อยชามถือว่าผ่านเจ้าค่ะ”

          !!!!

          แค่จำนวนชามบนโต๊ะก็มีแล้วห้าสิบชาม ถ้าหากต้องกินให้ครบสามร้อยชาม… ท้องแตกตายกระมัง

          “หุหุ”

          ดวงดาวน้อยแอบขำคิกคัก สุรเสียงชั่วร้ายแอบเล็ดลอดผ่านไมค์ผู้ประกาศ หลายคนฟังแล้วสะพรึงเสียวสันหลัง มันเหมือนกำลังทานขนมบนสวรรค์จริงๆกระนั้นหลายคนรู้สึกเหมือนกำลังโดนแม่มดน้อยลงโทษในขุมนรกมากกว่า กิน กิน กินเข้าไป

          “เริ่มเจ้าค่ะ”

          ไม่มีทางให้หนีแล้ว

          อีซีโอนวดขมับประหนึ่งเจองานหนัก เขามิชอบทานของหวานด้วยสิ เด็กหนุ่มเหลือบมองชามขนมน่าเขมือบ พลางแอบดูสาวน้อยข้างบ่า นางชอบทานขนมหวาน เขารู้ดีแก่ใจ กระนั้นจำนวนมันมากเกินไปหรือไม่ หากเป็นทุกทีที่อีซีโอพาโซฟีไปเลี้ยงขนมกับน้ำชา นางทานขนมไม่เยอะ กระนั้นก็ทานหมดทุกครั้ง เขามิมั่นใจว่านางทานได้มากเท่าใด กระนั้นจำนวนนี้สำหรับเขาคิดว่าเยอะเกิน ต้องมีท้องเท่านาโนเท่านั้นที่สามารทานไว้ งานนี้คงต้องแบกความผิดหวังกลับบ้านเสียแล้ว

          ไม่!!!

          ในช่วงเพลาแห่งความสิ้นหวังมีเสียงน่าเกรงชามหนึ่งดังสนั่นในหัวอีซีโอ บอกให้เขาอย่าพึ่งยอมแพ้ตรงนี้!!!

          เด็กหนุ่มกำหมัด ดวงตาสีนิลกาฬฉายแสงทรงพลัง

          เขารู้แล้วว่าควรทำอย่างไร กติกาบอกให้กำจัดอาหารบนโต๊ะใช่หรือไม่ เช่นนั้นล่ะก็

          “อ อีซีโอจะ..ทำอะไร”

          โซฟีสะดุ้งเฮือกเมื่อเด็กหนุ่มข้างไหล่เผยสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปานเขากำลังจะสังหารใครสักคน

          “เมื่ออับจนหนทาง มีเพียงต้องเผามันทิ้งเท่านั้น”

          น้ำเสียงจริงจังปานกำลังตัดสินชะตากรรมตระกูล โซฟีอ้าปากผงะเหวอสองวินาที กว่าจะเข้าใจเจตนาเด็กหนุ่ม นางก็เห็นเขาเตรียมมาโฮจุดไฟเผาแล้ว

          “ไม่ๆหยุดนะ”

          เผาขนมหวานไม่ได้ น่าสงสารจะตาย!!!

          โซฟีมิใคร่ให้ขนมหวานโดนเผาเป็นจุณ นางกางแขนปกป้องพวกมันปานแม่กระบือปกป้องลูกกระบือ เด็กหนุ่มลำบากใจ เขาเก็บพลังมาโฮพลางคอตกจนปัญญาจะกลายปัญหา โซฟีเห็นอีซีโอซึมก็อึ้งเล็กน้อย นางมองขนมหวานด้วยแววตาสงสารระคนรักถนอม โซฟีแอบมองอีซีโอพลางกัดฟันตัดสินใจบอกความตั้งใจให้เขาฟัง “ปล่อย..ให้จัดการ..”

          ปล่อยให้ข้าจัดการ

          โซฟีอยากพูดเช่นนี้ น่าเสียดายที่เสียงนางเบาหวิวปานใบสน อีซีโอยังอุสาได้ยินและเบิกตามองนางอย่างตกตะลึง เขามองเรืองร่างบอบบางสลับมองถาดขนมหวานที่ดูครั้งเดียวก็รู้ว่าใหญ่กว่าตัว ท้องโซฟีสิบเท่า นางจะ..ไหวหรือ

          “ไหว..”

          โซฟีพยายามพูดให้เสียงไม่สั่น ไม่ใช่เพราะนางกลัวกินไม่หมด แต่กลัวอีซีโอตกใจหากนางกินหมดต่างหาก!!!

          นักเชิดหุ่นน้อยไม่เคยกินข้าวหรือขนมเยอะๆต่อหน้าใครมาก่อน นางจึงอายมากหากเขารู้ว่านางตะกละและทานเยอะเพียงใด โซฟีเหมือนเช่นสาวน้อยธรรมดาที่ไม่อยากเสียภาพลักษณ์ภายนอก นางอยากรักษาชื่อเสียงและความน่ารักของตนเองไว้ อยากปิดบังเรื่องที่นางทานเยอะ เยอะมาก เอาจริงๆโซฟีบอกเลยนางทานเยอะกว่าเมรัยด้วยซ้ำ!!!

          เมรัยอาจทานข้าวเก่งกว่าก็จริง กระนั้นเรื่องขนม โซฟีที่หนึ่งจ้า

          “ฮึบ”

          เมื่อเตรียมใจพร้อมแล้ว โซฟีขยับเก้าอี้และวางแคนดี้บนโต๊ะ นางทำเหมือนอีซีโอไม่มีตัวตน เป็นแค่อากาศธาตุ ตอนนี้นางกำลังนั่งกินในห้องคนเดียวเพียงลำพัก เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวใครจะเห็น ใช่ นางไม่ต้องอายหรือเกรงกลัวสายตาใครทั้งนั้น

          งับ

          หมดหนึ่งชาม

          งับ งับ

          หมดสองชาม

          งับๆๆ

          หมดสามชาม

          โซฟีพยายามกินช้าๆเพื่อรักษามารยาทดีงาม กระนั้นไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่เสียงรอบด้านค่อยๆเบาลดระดับลง กระทั่งเงียบกริบปานป่าช้า โซฟีเผยดวงตาสีแดงทับทิมและดวงตาสีฟ้าคราม เมื่อสองดวงตาเปิดเผยพลังแท้จริงของนางพลันเปิดเผยเช่นกัน งับๆ งับๆ  

          “ฟู่..”

          โซฟีปาดเหงื่อ ท้องป่องๆหน่อย กระนั้นนางยังทานได้อีก ลำบากอีซีโอมาสองกิจกรรมแล้ว ให้โซฟีทำงานบ้าง

          “ย ยังจะทานหรือ”

          แว่วเสียงสะพรึงครั่นคร้ามสะกิดใบหูจิ๋ว โซฟีเบิกตาเล็กน้อยพลางเหลียวมองพนักงานที่ยืนหน้าซีดเผือก สาวน้อยสะอึกพลางหันขวับมองทั่วแปดทิศด้วยความตระหนกหวาดหวั่น ปรากฏว่าทุกคนที่อยู่ในงานและนอกงานต่างจับจ้องมองโซฟีเป็นตาเดียว ปานนางเป็นจุดศูนย์ร่วมความสนใจที่หนึ่งไม่มีที่สอง นักเชิดหุ่นน้อยตัวสั่นเทิ้มด้วยกลัวสายตาคนรอบข้าง นางคว้าตุ๊กตาแมวมากอดซุกอกพลางปิดตาหาที่มุด กระนั้นนางยังเดินไม่ไปไหนได้

          อีซีโอที่อยู่ใกล้ๆจึงแอบประชิดใกล้โซฟีอย่างแนบเนียน

          เขาขยับเก้าอี้มาใกล้ๆนางพลางโอบแขนปกป้องเหมือนผู้คุ้มกัน พลางสาดสายตาเย็นยะเยือกไล่ทุกผู้

          ใครกล้าจ้องว่าที่ภรรยาในอนาคตเขา เขาจะเอานิ้วจิ้มตามัน

          “ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเอง”

          อีซีโอเอ่ยเสียงอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก เขารู้นางกลัวเป็นที่สนใจ

          ทว่าอย่างน้อย เวลาอยู่กับเขา ขอให้นางวางใจว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆเสมอ ตราบใดที่เขารักนาง เขาจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายนาง

          “..”

          โซฟีช้อนตาละห้อยมองอีซีโอ พลางเหลือบมองรอบด้านอีกครั้งพบว่าสายตาที่มองนางนั้นมีทั้งสายตาชื่นชม ประหลาดใจ ตื่นตะลึง กระนั้นไม่มีสายตาใดแฝงเจตนาร้าย ไม่มีสายตาทิ่มแทงหรือดูถูกแต่อย่างใด “พวกเราผ่านเข้ารอบ..” อีซีโอเบือนหน้าหนีไม่อยากนางรู้ว่าตอนนี้เขาเขินหน้าแดง ปากพร่ำบอกสาวน้อย “ชนะที่หนึ่งด้วย”

          คู่โซฟีผ่านเข้ารอบด้วยทานครบจำนวนสามร้อยชาม และยังมีใจทานต่อกระทั่งทะลุยอดเป็น

          “ห้าร้อย..”

          ห้าร้อยชามนี้เรียกว่าหมดร้านขนมหวานเลยกระมัง

          โซฟีตกกะใจท้องตนเอง นางยังไม่อิ่มเลยนะ

          “เจ้าคงจุกกระมัง นั่งพักสักหน่อยเถิด”

          อีซีโอพยายามไม่มองพุงโซฟีที่แอบโผล่ใต้เสื้อและเหนือขอบกระโปรง เขาคิดว่าทานได้เท่านี้ถือว่าสุดยอดแล้ว หึๆ ภรรยาเขาทานเก่ง คราวหลังเขาต้องสำรวจและมองนางให้ลึกกว่านี้เสียแล้ว บางทีเขาควรเปิดร้านขนมเพื่อนางด้วย  

          เห็นอีซีโออมยิ้มอบอุ่น โซฟีไม่เข้าใจเหตุเขายิ้มเช่นนี้ กระนั้นช่างเป็นรอยยิ้มที่ชวนมองยิ่งนัก น่าแปลกจัง..เขายิ้มเป็นด้วยหรือ

          เพราะโซฟีหลบหน้าอีซีโอตลอด เด็กหนุ่มย่อมเศร้าและผิดหวัง เขาไม่เคยยิ้มต่อหน้านางเลยสักครั้ง นางเองก็ไม่เคยยิ้มต่อหน้าเขาเช่นกัน

          หัวใจน้อยพลันกระตุกไหว ลมหายใจชะงัก

          “..”

          โซฟีหลับตา ในบรรดาความทรงจำมากมาย รอยยิ้มที่นางรู้จักมีเพียงรอยยิ้มของอาจารย์ และเมรัยเท่านั้น ทว่าวันนี้นางได้เห็นรอยยิ้มของอีซีโอ ยิ้มน้อยๆกระนั้นอบอุ่นเหมือนกัน

          “อีซีโอ..”

          นางเรียกชื่อเขา ครั้งแรกที่นางตั้งใจเรียก

          “มีอันใดหรือ”

          เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงราบเรียบ เพราะใจจดจ่อเรื่องอนาคตของพวกเขา คิดว่าจะเตรียมอะไรไว้ให้นางบ้าง ร้านขนม บ้านตุ๊กตา อะไรที่นางต้องการ เขาสามารถหามาให้ได้ทุกอย่าง

          “อ้าม”

          กลิ่นหอมมะลิโชยแตะจมูก อีซีโอก้มหน้ามองช้อนสีเงินที่ตักเค้กกลิ่นมะลิมาจ่อใกล้ “..” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วตกใจสองส่วน กระนั้นเมื่อคืนสติเขาพบว่าโซฟีกำลังพยายามป้อนเค้กเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ นางเอนร่างเล็กน้อย โน้มเข้าหาเขาจนเขาได้กลิ่นหอมน่ารับประทาน เรือนผมสีทองไหลเคลื่อนขยับ ดวงตาสีฟ้าครามจับจ้องพลางกะพริบสาดละอองแสงแตกประกาย ช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน

          เด็กหนุ่มปิดตาพลางอ้าปากรับเค้กมะลิ สัมผัสรสหวานสีขาวโพลนที่แล่นสู่หัวใจ

          “เป็นเช่นไรหรือ”

          โซฟีเขินนิดๆที่ทำเช่นนี้ กระนั้นคิดว่าอีซีโอหิว เพราะเขาใช้แรงเยอะแล้ว

          “หวาน..”

          เด็กหนุ่มสีหน้าเย็นชาคล้ายไม่เข้าใจว่าควรตอบรับเช่นไร กระนั้นเขารู้สึกหวานเหลือเกิน ราวมีทุ้งดอกไม้เบ่งบานเต็มอก

          โซฟีเอียงคอมุมปากคงวาเป็นเส้นตรงพลางตักเค้กป้อนอีซีโออีก กระทั่งเสียงประกาศกิจกรรมที่สามสิ้นสุด

          ความรักประหนึ่งดอกลิลลี่ของพวกนางก็ยังดำเนินต่อไปท่ามกลางสายตาอิจฉารอบทิศ…เสมือนหลุดไปอยู่ในสรวงสวรรค์กันสองหนอ คนอื่นเป็นเช่นไร พวกนางหาสนใจไม่

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น