ขอบคุณสำหรับการติดตาม และคอมเม้นท์ให้กำลังใจของรีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลายด้วยนะขอรับ ทุกคอมเม้นท์ที่ได้อ่านไรต์มีความสุขมาก(ทำให้มีแรงเขียนบทต่อไปเลย) ยังไงก็อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันแบบนะต่อไปเรื่อยๆนะขอรับ 💟

ชื่อตอน : บทที่ 21

คำค้น : จิ้นหยาง,อิงฮวา

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21
แบบอักษร

บทที่ 21

อิงฮวาหันมาประจันหน้ากับร่างสูง เห็นเขาทำหน้าบึ้งตึงก็เข้าใจว่าเขากำลังโกรธนางเรื่องที่เกิดขึ้นที่ตำหนักเจียวเหมยร่างบางเชิดหน้าขึ้นอย่างเย็นชา ท่าทางเหมือนไม่ต้องการจะพูดคุยกับคนตรงหน้าแม้แต่น้อย

“ฝ่าบาทอยากฟังอะไรเพคะ” อิงฮวาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ นางเหนื่อยเกินกว่าจะอธิบายใดๆกับเขา ทั้งยังรู้สึกน้อยใจเขาเรื่องหลิงลู่

“เหตุใดเจ้าจึงมีปากเสียงกับไทเฮา” คิ้วเข้มกดลึกลงที่หัวคิ้ว ไม่พอใจท่าทางของร่างบางที่แสดงออก คล้ายว่ารำคาญและไม่อยากเสวนากับเขา ทำให้เลือดในกายของเขาเริ่มคุกรุ่น ความเครียดที่สะสมกำลังก่อตัวภายใต้ใบหน้าเรียบเย็นชาของเขา ความรู้สึกหึงหวงตีขึ้นทบทวี

“นั่นเป็นเพราะคนในตำหนักเจียวเหมยทำร้ายคนของหม่อมฉัน” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นด้วยอาการถือดี หากคนในตำหนักเจียวเหมยเพียงใช้วาจาพูดคุย มีหรือนางจะลงมือ เขาโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ไม่ใช่ว่าตัดสินใจโยนความผิดทั้งหมดใส่หัวนางแล้วหรอกหรือ ยังจะถามนางไปเพื่ออะไรอีก

“อยู่ๆไทเฮาจะทำร้ายคนได้อย่างไร” ตาเรียวคมหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อได้ฟังคำตอบจากอิงฮวา เมื่อครู่เขาได้ซักถามหมิงลู่ถึงเรื่องราวทั้งหมด นางบอกเพียงว่าเป็นความผิดของนาง แม่นมจิ้นจึงได้ออกปากเล่าเรื่องทั้งหมดแทน ที่เขาจับใจความได้คือ อิงฮวาไม่พอใจที่หมิงลู่จะได้เป็นพระสนมจึงอาละวาดที่ตำหนักเจียวเหมย ทำให้ไทเฮาพิโรธจนประชวร ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการทำร้ายคนของตำหนักเยว่ซินแม้แต่น้อย

“ หึ! นั่นเพราะหม่อมฉันปฏิเสธที่จะจัดพิธีแต่งตั้งสนมเอกให้ฝ่าบาทเพคะ” จิ้นหยางรู้สึกดีขึ้นมาลึกๆ น่าแปลกที่เขาไม่โกรธที่นางหึงหวงเขาจนปฏิเสธที่จะจัดพิธีแต่งตั้งสนม  ซ้ำยังออกจะยินดียิ่งนัก แต่เมื่อมองท่าทางเพิกเฉยของนางก็ใจตกอยู่เหมือนกัน ครั้งนี้นางโกรธเขาจริงๆ เขารับรู้ได้

“เจ้ารู้แล้ว” จิ้นหยางได้แต่อ้อมแอ้ม เขาอยากจะบอกนาง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีความกล้าพอ เขากลัวว่านางจะเกลียดเขา แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เขาก็ได้แต่นึกเสียใจที่ไม่บอกออกไปตรงๆตั้งแต่ทีแรกทำให้เรื่องต่างๆดูยุ่งเหยิงมากขึ้น

แต่จะให้ทำไงได้ เขาไม่อาจบอกความจริงทั้งหมดกับนางได้ตอนนี้จริงๆ ท่าทีของอิงฮวาก็เป็นหนึ่งในแผนการนี้เช่นกัน เขาคงได้แต่ต้องทำให้นางโกรธไปก่อน รอทุกอย่างจบลง เขาจะยอมให้นางลงโทษเขาโดยไม่ปริปากแม้แต่น้อย

“น่าเสียดายที่ไม่ได้รู้จากปากของฝ่าบาทเอง” อิงฮวากัดริมฝีปากของตนอย่างข่มอารมณ์ นางโกรธเขาจริงๆ จนแทบไม่อยากจะมองหน้า

“..........” จิ้นหยางได้แต่พูดไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก แต่ยังคงรักษาท่าทีเย็นชาไว้ดุจเดิม ร่างสูงรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังซุ่มดูเขากับอิงฮวาอยู่ คงจะเป็นคนของอัครเสนาบดีมีหรือเขาจะไม่รู้ จึงจำเป็นต้องแสดงละครให้แนบเนียน

“ความเงียบเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเพคะ ในเมื่อฝ่าบาทมีใจให้หมิงลู่ ไทเฮาเองก็ไม่ชื่นชอบหม่อมฉัน เช่นนี้แล้วเรื่องหมั้นหมายของเราก็ให้เป็นโมฆะไปดีหรือไม่เพคะ” อิงฮวาเห็นท่าทีของคนตรงหน้าเย็นชาเป็นอย่างยิ่งก็ได้แต่กลืนก้อนความน้อยใจลงท้องไป แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ชอบเรื่องยุ่งยากอยู่แล้ว และยิ่งไม่ชอบฝืนใจตนเอง หากอยู่ที่นี่ไม่มีความสุข นางก็จะไม่ทนอยู่ ตอนนี้นางเองก็ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรส การจะกลับไปแคว้นเฉิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก อยากมากนางก็แค่ไม่ออกเรือนตลอดชีวิตเท่านั้น

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เจ้ามาใช้อารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด” จิ้นหยางได้ฟังคำพูดของอิงฮวาก็หน้าตาตื่น แทบจะทนไม่ไหว เอื้อมมือแกร่งมาจับที่ต้นแขนของร่างบางดึงให้เข้ามาในอ้อมกอดของตนทันที

“หม่อมฉันคิดดีแล้ว หม่อมฉันเป็นสตรีขี้หึงอย่างร้ายกาจ ไม่อาจแบ่งสามีกับใครได้ อีกทั้งยังเป็นสตรีโลภมากที่ไม่อาจแบ่งปันความรักกับผู้ใดอีกเช่นกัน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นมารดาแผ่นดินของแคว้นชางเพคะ” อิงฮวากล่าวที่ละประโยคชัดถ้อยชัดคำยิ่ง นางพยายามอย่างยิ่งที่จะคงน้ำเสียงเย็นชาของตนให้ราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาทั้งสิ้น นางจะไม่ให้เขารู้เด็ดขาดว่านางปวดใจเพียงไร

“แต่เจ้าเป็นของข้า” จิ้นหยางกล่าวเสียงอ่อน จนแทบจะกลายเป็นการกระซิบ

“เรื่องนั้น ขอเพียงแค่ทำเป็นลืมๆไปก็ใช้ได้แล้วเพคะ” อิงฮวายังคงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะสะบัดแขนของตนให้หลุดจากการควบคุมของเขา

“เจ้าลืมมันได้จริงๆใช่หรือไม่” จิ้นหยางเอ่ยเสียงเศร้า นางพูดออกมาจากใจใช่หรือไม่ เหตุใดแค่คำพูดของนางไม่กี่คำจึงเหมือนเอามีดมาเฉือนหัวใจของเขาทีละนิดเช่นนี้

“เพคะ...หม่อมฉันทำได้” อิงฮวาเชิดหน้าแล้วกล่าวเสียงเรียบ

“นั่นเป็นเพราะแท้ที่จริงใจเจ้ามีแค่คนผู้นั่นเท่านั้นสินะ ถึงได้พูดว่าลืมเรื่องของข้าลงได้ง่ายๆ” ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความกดดัน และความเครียดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่ทำให้เขาขาดความมั่นใจถึงเพียงนี้

ที่ผ่านมาอะไรๆล้วนเป็นเขาที่ควบคุมได้ทั้งสิ้น แม้แต่ชีวิตของผู้ใดหากเขาต้องการไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่สำเร็จ แต่พอเป็นนาง อะไรๆก็ดูเหนือการควบคุมของเขาไปทั้งหมด เขาได้ครอบครองนาง แต่ใจของนางเล่าเป็นของเขาหรือไม่ ความเชื่อมั่นของเขาเมื่อเจอกับนางแล้วช่างเปราะบางเสียยิ่งกว่ากระเบื้องเคลือบที่หากนางบอกว่าไม่รักเขา มันคงจะแตกสลายลงทันที

“.....” อิงฮวาไม่คิดว่าเขาจะพูดเช่นนี้ จึงได้แต่นิ่งฟัง

“เจ้าคิดว่าเมื่อถอนหมั้นกับข้าแล้ว ก็จะกลับไปหาคนรักของเจ้าใช่หรือไม่” ความกลัวที่จะสูญเสียในก้นบึ้งของจิตใจสั่งให้เขาทำทุกอย่างเพื่อครอบครองนาง ใบหน้าคมเข้มเหยียบเย็น น้ำเสียงที่ใช้พูดทรงอำนาจจนแทบจะกลายเป็นกดดัน มันกดดันมากกว่าครั้งไหนๆ

“คนรัก?” อิงฮวาถอนหายใจอย่างนึกขัน นี่คนผู้นี้ยังเข้าใจว่านางกับพี่จินหลานเป็นคนรักกันอีกหรือ ช่างงี่เง่า ช่างงี่เง่าโดยแท้

“เจ้าคิดว่าเขาจะรับได้หรือที่เจ้าไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว” ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้าใกล้ร่างบางอย่างคุกคามจนนางต้องก้าวถอยหลังเพื่อหลีกหนี

“ท่าน!” อิงฮวาขนลุกชันไปทั้งตัว เดิมทีคิดจะต่อยเขาสักมัด แต่กลับต้องตกตะลึงกับใบหน้าหล่อเหล่าที่ดูร้ายกาจของคนตรงหน้า ที่ราวกับสัตว์ร้ายจ้องทำลายเหยื่อของตน

“เจ้าคิดจริงๆสินะ ว่าข้าจะยินยอมให้เจ้าถอนหมั้นง่ายๆ” จิ้นหยางต้อนร่างบางจนกระทั่งจนมุม หลังบอบบางชนเข้ากับต้นไม้ทำให้ไม่สามารถหลบหลีกไปไหนได้อีก หน่ำซ้ำคนตัวสูงตรงหน้ายังใช้แขนข้างหนึ่งของเขาเท้าไว้กับต้นไม้เพื่อป้องกันนางหลบหนี มืออีกของก็คว้าจับเข้าที่เอวของนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังโน้มใบหน้าของตน ลงมาจนใกล้ใบหน้าของนาง ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบเท่านั้น

“ทะ...ท่านจะทำอะไร” อิงฮวาเหมือนจะเห็นประกายไฟลุกโชนในดวงตาของเขา ลมหายใจเริ่มตะกุกตะกัก ละล่ำละลักพูดออกไปเสียงสั่นๆ สัญญาณอันตรายชัดๆ

ก....กรี๊ดดด!!!

ยังไม่ทันที่อิงฮวาจะคิดหาวิธีหลบหนีได้ จิ้นหยางก็รวบร่างบอบบางขึ้นไว้บนบ่า สองเท้าเดินอย่างมั่นคงเข้าไปยังตำหนักเยว่ซิน ไม่สนสายตาตกใจของเหล่านางกำนันขันที  ไม่สนใจอาการประท้วงของคนตัวเล็กที่อยู่บนบ่า ไม่ว่าจะถูกทุบตีเพียงไรร่างสูงก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย ยังคงมุ่งหน้าเข้าไปยังเรือนนอนด้านในด้วยใบหน้าเหยียบเย็น

จิ้นหยางใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่ผลักบานประตูเข้าไปในห้องนอนด้านใน ก่อนจะปิดประตูนั้นลงอีกครั้ง เดินอาดๆไปที่เตียงกว้าง โยนร่างบางลงอย่างไม่คิดปราณี ด้วยในอกทั้งน้อยใจทั้งปวดใจที่นางคิดจะจากเขาไป ถ้อยคำที่ได้ยินเป็นเหมือนมีดกรีดแทงหัวใจเขาให้โชกเลือก ทุกคำพูดของนางตอกย้ำให้เขาเป็นผู้พ่ายแพ้ แม้เขาจะได้ตัวนางมาไว้ในครอบครอง แต่ใจของนางก็ไม่ได้อยู่ที่เขาแม้แต่น้อย ความเป็นห่วงเป็นใย และวันเวลาที่แสนสุขระหว่างเขากับนางกลายเป็นภาพความฝันที่ไม่อาจมีอยู่จริงอีกต่อไป

เขาทั้งเจ็บปวด

เขาทั้งแค้นใจ

แต่เขาก็รักนางเหลือเกิน....

“ท่านจะทำอะไร ถอยออกไปนะ” อิงฮวาเริ่มตกใจ ไม่เคยมีครั้งไหนที่แววตาของเขาน่ากลัวถึงเพียงนี้ จิ้นหยางค่อยๆปลดเสื้อคลุมตัวนอกออกอย่างช้าๆ สายตายังคงจ้องอยู่ที่ร่างบางไม่คลาดไปไหน

อิงฮวาจ้องตาร่างสูงไม่กระพริบ ราวกับกำลังจ้องตากับสัตว์ร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยว ไม่อาจละสายตา เพราะกลัวว่าหากนางขยับแม้เพียงนิดเดียว เขาจะกลายเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขยี้นางให้ตายลงในชั่วพริบตา

จิ้งหยางถอดเสื้อผ้าจนเปลือยอกท่อนบน ให้เห็นหน้าท้องที่เต็มไปด้วยลอนกล้ามแข็งแรงอย่างคนฝึกยุทธ์ ร่างกายกำยำของบุรุษเพศช่างดูแข็งแกร่ง แม้อิงฮวาจะได้เห็นมาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่น่าตนกเท่าครั้งนี้ จิ้นหยางไม่มีท่าทางอ่อนโยนให้เห็นแม้แต่น้อยจนนางเริ่มกลัวจนลนลาน ค่อยๆขยับตัวเองจนชิดผนังด้านในของเตียง

“ข้าไม่ใช่บุรุษที่ดีอะไร และยิ่งไม่ใช่คนที่มีเมตตานัก” เสียงเข้มกดลงจนแตกพร่า มันดูอันตรายและน่ากลัวยิ่งในความคิดของอิงฮวา

“.....”   อิงฮวาจ้องร่างสูงที่ค่อยๆเคลื่อนกายกำยำเข้าหานางด้วยใบหน้าซีดขาว

“และข้าไม่ยอมยกของที่เป็นของข้าให้ผู้ใด แม้จะเป็นของที่ข้าไม่ต้องการแล้วก็ตาม”

มือแกร่งจับที่ข้อเท้าเล็กออกแรงกระชากแรงๆทำให้ร่างบางโดนลากให้เข้ามาอยู่ในอาณัตของร่างสูง มืออีกข้างเลื่อนมาที่ใบหน้าหวานคว้าเข้าที่ปลายคาง มือหนาราวกับคีบเหล็กบีบแน่นจนนางต้องเงยหน้ามามองเขาอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง

“จงจำไว้องค์หญิง ต่อให้เจิ้นไม่ต้องการเจ้าแล้ว เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จากไป” ใบหน้าคมเข้มก้มลงใช้ริมฝีปากของตนบดกลีบปากนุ่มของร่างบาง ระบายโทสะที่สุมอยู่ในอกของตนออกมา เขาเพียงต้องการให้นางได้เจ็บปวดอย่างที่เขารู้สึก

อิงฮวาทั้งตกใจและหวาดกลัวในจุมพิตที่ดุดัน เอาแต่ใจและวางอำนาจของร่างสูง คำพูดโหดร้ายของเขาทำให้นางมีโทสะ และเจ็บปวดไม่น้อย แม้มือของนางจะถูกพันธนาการด้วยมือหนาของเขา และใบหน้าของนางก็ยังถูกตรึงไว้ด้วยมืออีกข้างของเขา แต่ร่างบางก็ไม่ได้ยอมแพ้ พยายามจะดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากการควบคุม แม้ว่าจะทำได้ยากก็ตามที

ดูเหมือนยิ่งนางต่อต้าน จิ้นหยางก็จะยิ่งมีโทสะมากขึ้น เขาใช้ร่างแกร่งของเขากดทับที่ตัวของร่างบาง ไม่สนว่านางจะเจ็บหรือไม่ ปล่อยมือจากปลายคางของอีกฝ่าย เปิดโอกาสให้นางได้หายใจ ในจังหวะที่อิงฮวายังไม่ทันได้ตั้งตัว จิ้นหยางก็ใช้สายรัดเอวที่ดึงออกมาจากร่างบางรัดมือของนางเอาไว้ ก่อนจะหันมาสารวนกับการลอกคราบของนางแทน

“ไม่นะ...จิ้นหยาง หยุดเดี๋ยวนี้!” อิงฮวาสะดุ้งเฮือกเมื่อคนป่าเถื่อนกระชากชุดออกจากตัวนางอย่างรุนแรงจนมันขาดวิ่นบาดผิวของนางให้รู้สึกเจ็บแสบ

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอิงฮวา” จิ้นหยางก้มหน้าลงฝังจมูกลงที่ต้นคอขาวผ่อง สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆที่เขาหลงใหล ช่วงอกของนางเคลื่อนไหวขึ้นลงราวกับคนที่ออกกำลังกายมาอย่างหนัก ร่างเล็กๆสั่นสะท้านจนน่าสงสาร

ไม่ ! เขาจะใจดีกับนางไม่ได้ เขาต้องทำให้นางเข้าใจสถานะของตัวเอง และไม่คิดจะจากเขาไปอีก

อิงฮวาต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อจิ้นหยางก้มลงใช้ปากครอบครองยอดอกของนางอย่างเอาแต่ใจ หน่ำซ้ำยังใช้ฟันของเขาขบมันเบาๆราวกับต้องการให้นางทรมาน  และก็เป็นเช่นนั้นจริง ใบหน้าหวานบัดนี้เดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงสลับกันไปมาอย่างน่าเวทนา นางบิดตัวไปมาด้วยความทรมานจากความเสียวซ่านที่ได้รับ

“ได้โปรด หยุดเถอะ  พอสักที” ร่างบางเอ่ยด้วยเสียงหายใจที่ขาดห้วง เขาทรมานนางเหลือเกิน

แม้เสียงหวานจะขอร้องอ้อนวอนเขาให้หยุด แต่จิ้นหยางกับเลือกที่จะเพิกเฉยและเริ่มต้นทรมานนางต่อไป เขาใช้ฝ่ามือหนาร้อนของตนเคล้นคลึงไปที่อกอิ่มของร่างบางเบาสลับแรง เรียกเสียงครางจากผู้ถูกกระทำได้เป็นระยะๆ ริมฝีปากยังคงทำหน้าที่ขบเม้มไปทั่วร่างกายขาวนวล ทุกๆที่ ที่เขาใช้เรียวปากลากผ่านจะปรากฎเป็นรอยแดงเข้มราวกับเป็นเครื่องหมายย้ำเตือนความเป็นเจ้าของแก่นาง

อิงฮวาถูกกระตุ้นจนไม่อาจจะทานทน ใบหน้าหวานสะบัดขึ้นอย่างอดทนอดกลั้น ทุกๆที่ ที่เขาสัมผัสผ่านนางจะร้อนวูบวาบราวกับถูกเผาด้วยไฟ เมื่อเขาผละจากไปราวกับร่างทั้งร่างของนางถูกโยนลงหน้าผาสูงชันและตกลงไปในธารน้ำเย็นจัด ร่างกายราวกับนึกคิดได้เอง ร่างบางแอ่นกายขึ้นหมายจะให้เขาทำได้อย่างถนัดถนี่ทั้งที่สมองพยายามจะขัดขืน แต่ร่างกายของนางกลับทรยศ อิงฮวาได้แต่กัดฟันแน่น พยายามไม่ส่งเสียงครางออกมา แต่ดูเหมือนคนตัวสูงจะไม่พอใจ ยิ่งนางพยายามอดกลั้นเสียงมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงในการสัมผัสนางมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อจิ้นหยางเห็นว่าร่างบางเริ่มจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขายกเอวบางให้ลอยขึ้นสูงจากเตียงเล็กน้อย ให้ได้เห็นช่องทางต้องห้ามอย่างถนัดถนี่ กายแกร่งที่ขนาดใหญ่โตเคลื่อนตัวเข้าไปสำรวจเส้นทางนั้นอย่างรวดเร็วและดุดัน

อิงฮวาเผลอหวีดร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ต่อให้นางเคยร่วมอภิรมย์กับเขามาแล้ว แต่ด้วยความดุดันของเขาที่เพิ่มเติมความป่าเถื่อนเข้ามาทำให้นางรับไม่ไหว น้ำใสๆเอ่อคลอที่ดวงตา กำมือที่ถูกมัดของตัวเองแน่นจนเล็บจิกลึกลงไปในเนื้อเรียกเลือกให้ซึมออกมา กระนั้นร่างบางก็พยายามไม่สนใจการกระแทกกระทั้นที่ได้รับจากคนตัวสูง แม้มันจะแรงและหนักหน่วงแค่ไหนก็ตาม

“เรียกชื่อข้า” เสียงเข้มเอ่ยที่ข้างหูอย่างออกคำสั่ง เขาต้องการตอกย้ำให้นางรู้ว่านางเป็นของเขา

“ข้าเกลียดท่าน” อิงฮวาพยามเก็บเสียงครางของตน กัดฟันแล้วตอบกลับไปเสียงแผ่ว

จิ้นหยางตาวาวโรจน์ด้วยแรงโทสะทันที เขาจับที่เอวอรชรของร่างบางบดเบียดส่วนล่างให้ทำหน้าที่มากขึ้น ทั้งรุนแรงและดุดันมากขึ้น หากเขาไม่จับนางไว้ นางคงได้ไถลไปกับเตียงเพราะแรงที่เขากระทำเป็นแน่ กระนั้นอิงฮวาก็ยังกัดฟันกลั้นเสียงครางของตนอย่างไม่ยอมแพ้

เสียงครางที่พยายามจะกักเก็บ เริ่มกักไม่อยู่ เมื่อเจอกับความบ้าคลั้งของเขา อิงฮวาสะบัดหน้าอย่างเจ็บปวด ความดุดันของเขานางเพิ่งเคยประสบพบเจอ อีกด้านที่เป็นเหมือนปีศาจร้าย อีกด้านที่นางไม่เคยได้พบเห็นของเขาทำให้นางจวบเจียนจะขาดใจ

เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่เขาได้ปลดปล่อยไปแล้วครั้งหนึ่ง อิงฮวาคิดว่าทุกอย่างมันจะจบลง และนางจะได้เป็นอิสระ แต่เปล่าเลย จิ้นหยางยังคงใช้อำนาจบาตรใหญ่ของตน จับนางพลิกให้คว่ำหน้าลงไปกับเตียงยกเอวของนางขึ้นให้นางอยู่ในท่าหมอบ แล้วทะยานเข้ามาในร่างกายของนางจากทางด้านหลัง ทำให้นางสะท้านไปทั้งร่างกาย ร่างกายเล็กที่ราวกับว่าเหนื่อยล้าเกินจะท้านทน แต่ยังต้องรองรับพายุอารมณ์ของปีศาจร้ายเอาแต่ใจอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับจะแตกสลายในไม่ช้า เจ็บปวดเกินกว่าจะเอ่ยคำใด นางได้แต่กัดผ้านวมเพื่อระบายความเจ็บปวดครั้งนี้

จิ้นหยางจูบไล้แผ่นหลังบางไปทั่ว ก่อนจะเร่งความเร็วเข้าออกในช่องทางรักที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ยังไม่เคยพอสำหรับเขารุนแรงขึ้น ปลดปล่อยความต้องการของเขา หว่านเมล็ดพันธุ์เขาสู่ตัวนางอย่างอิ่มเอม แต่ดูเหมือนเขาจะยังกระหายหิวไม่หยุดหย่อน และยังคงตักตวงความสุขจากร่างของนางโดยไม่สนใจว่านางจะเจ็บปวดหรือไม่ เขาช่างใจร้ายนัก ! น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคู่งามราวกับสร้อยไข่มุกที่ขาด จนเปียกชื้นลงบนผ้านวมอย่างเงียบงัน

ทำไมกันนะ แม้เขาจะทำให้นางเจ็บช้ำถึงเพียงนี้ ต่อให้ปากจะบอกเขาว่าเกลียดเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่ใจของนางกลับเกลียดเขาไม่ลง หรือแท้ที่จริงแล้วคนที่นางควรจะเกลียดอาจเป็นใจของนางเอง ร่างบางหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลช้าๆ ซึบซับความเจ็บปวดภายในใจ และสติก็พลอยดับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

ความคิดเห็น