ป้าลูกหนึ่ง

ลองแตกแบบวัยรุ่น...ยังไม่รู้จะลอดหรือเปล่า

แขกท่านเจ้าเมือง100%

ชื่อตอน : แขกท่านเจ้าเมือง100%

คำค้น : นิยายวาย กำลังภายใน ย้อนยุค ฮาเร็ม ชาย แฟยตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2561 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แขกท่านเจ้าเมือง100%
แบบอักษร

"นายท่าน ให้ข้าเข้าไปด้วยหรือไม่" 

"ไม่ต้อง..แค่เข้าไปหาท่านเจ้าเมือง..เจ้ากลับไปก่อน อีกหนึ่งชั่วยามค่อยมารับ" 

"แต่...." 

"พ่อบ้านจิวเหลียง...เรื่องนั้นข้ายังไม่ลืมนะ...หรือถ้าไม่พอใจ ท่านก็กลับไปอยู่หุบผาจอมเวทย์" 

จิวเหลียงจำต้องยกมือยอมแพ้..ขี่รถม้ากลับไปรอทีจวนเฟยฮวา แดนดินมองจนรถม้ารับตาไปแล้ว จึงหันมองหน้าประตูบานใหญ่ที่มีทหารเฝ้าอยู่ 

"พี่สาวทั้งสอง ข้ามาขอเข้าพบท่านเจ้าเมืองขอรับ"

สองทหารหญิงมองบุรุษหน้าหวานที่ส่งยิ้มน้อยละลายใจสาวแกร่ง จำได้ว่าเป็นเถ้าแก่เฟิงที่พวกตนเคย ได้ไปทานอาหารที่จวนเฟยฮวา ฝีมือการทำอาหารยอมเยี่ยม

"ขออภัยเถ้าแก่เฟิง..ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองมีแขกอาจจะให้เข้าพบมิได้..ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องสำคัญอันใดรีบด่วนหรือไม่"

"พี่สาว ท่านเจ้าเมืองเป็นคนเรียกข้ามาพบ ที่จวนแต่ ถ้าใต้เท้ามีแขกสำคัญ ข้ามาวันหลังก็ได้พี่สาว"

"เดี๋ยวก่อนเถ้าแก่เฟิง..ข้าจะเข้าไปบอกพ่อบ้านก่อนท่านรอสักครู่"

ทหารสาวนายนั้นวิ่งเข้าไปด้านใน ไม่ถึงห้านาทีก็วิ่งกลับออกมา แจ้งว่าให้เข้าพบได้ แดนดินกล่าวขอบคุณพร้อมแจกคุ๊กกี้เสี่ยงทายที่ทำมา ให้แก่สองสาว ถือเป็นการโปรโหมดร้านอีกทาง 

แดนดินเดินเข้าไปด้านในจวนใหญ่ ที่เป็นจวนของเจ้าเมือง ซึ่งทุกๆสี่ปีจะมีการให้ชาวบ้านในเขตเมืองทำการเลือกตั้งขึ้นมาดำรงค์ตำแหน่ง และตอนนี้เจ้าเมืองที่ได้รับเลือกเป็นสตรีจากแคว้นเย่ว์ซึ่งดำรงค์ต่ำแหน่งมาสองปีแล้ว แดนดินที่มาใหม่ย่อมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนออกจะประหม่าเล็กน้อย

ส่วนที่ต้องมาพบนั้น แดนดินก็ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ในจดหมายเพียงบอกว่ามีเรื่องไหว้วาน ถึงแดนดินจะไม่อยากยุ่งแต่ในเมื่อคนใหญ่คนโตสั่งมา การจะเป็นจระเข้ขวางคลองก็คงไม่ดี การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนนั้น ผู้ใหญ่ย่อมเอ็นดูมากกว่า

"เชิญทางนี้ เถ้าแก่เฟิง..ใต้เท้ากำลังรอท่านอยู่เชียว"

พ่อบ้านที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน เป็นคนนำทางแดนดินไปยังสวนด้านหลัง ที่มีศาลาเก๋งขนาดใหญ่และดูเหมือนท่านเจ้าเมืองและแขกคนสำคัญก็อยู่ที่นั้นด้วย

แดนดินเดินไปตามสะพานหินคดเคี้ยว เพื่อไปยังศาลาเก๋งกลางน้ำ แดนดินหยุดเดินเมื่อใกล้จะถึงจนพ่อบ้านต้องหันมาเร่ง...ในเมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้า ต้องก้าวไปข้างหน้า ไม่พบวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ต้องเจอกันในสักวัน 

ดังที่พี่ตูนกล่าวไว้ว่า..ปัญหามีไว้ให้พุ่งชน..ดังนั้น ขอชนให้กระเด็นตกบ่อปลาเลยได้ไหม..

"คาราวะท่านเจ้าเมือง..ข้าน้อยเฟิงหนิงหลินขอรับ"

แดนดินเลือกที่จะเมินบางคน หันไปทำความเคารพท่านเจ้าเมืองสาว ที่มองแขกสำคัญตาเป็นมันหากนางฉุดเข้าห้องได้คงทำไปแล้ว...ท่านช่วยฉุดคนผู้นี้ไปทีข้าจะสนับสนุนท่านเอง

"อ๊า!!เถ้าแก่เฟิง เชิญ เชิญ คนกันเอง ข้าได้ยินชื่อเสียงท่านมาสักพักแล้ว อาหารเลิศรสและแปลกใหม่ ไม่นึกว่าคนทำก็น่ากินเช่นกัน..ฮะ..ฮะ...ฮะ.."

แดนดินหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อคนงามชมว่าตนน่ากิน ถ้าสวยขนาดนี้ยอมให้กินทั้งตัวเลย

"ใต้เท้าชมเกินไปแล้ว ข้าน้อยเพิ่งจะเริ่มหัดเดินย่อมต้องพัฒนาอีกมาก ข้ามิอาจเอื้อมเยินยอตัวเอง เพียงแค่คนกินมีความสุข ข้าผู้ลงมือทำย่อมมีความสุขเช่นกันขอรับ"

"ฮะ..ฮะ..ฮะ..เถ้าแก่เฟิงช่างถ่อมตัวยิ่ง อ้อ!ข้าเกือบลืม ท่านนี้เป็นแขกของข้าเอง ท่านเสนาบดีไป๋ชุนเค่อจากแคว้นเหิง มาตรวจราชการแถวนี้ นี้เถ้าแก่เฟิงคนดังแห่งจวนเฟยฮวา อาหารที่เค้าทำไม่ว่าอะไรล้วนอร่อยจนยากจะลืมเลือน"

...

แดนดิน ปรายตามองเสนาบดีไป๋ชุนเค่อ ที่วันนี้แต่งตัวด้วยชุดขาว ตัดด้วยสีเขียวใบไผ่ให้ความรู้สึกเย็นตาสบายใจท่าทางสุขุม มาดเสนาใหญ่ ต่างกับในฝันคืนนั้นหน้ามือเป็นหลังเท้า..หึ..พวกสร้างภาพ 

"คาราวะท่านเสนาบดีไป๋ขอรับ ข้าน้อยเฟิงหนิงหลินยินดีที่ได้รู้จัก" 

แดนดินเอ่ยทักทายเหมือนกับว่า ไม่เคยได้พบกันมาก่อน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากพบ ตัวต้นเหตุที่ทำให้ต้องโดนเจ้าสองคนนั่นเปิดบริสุทธ์หรอกนะ 

ไป๋ชุนเค่อวางจอกชาลงแล้วส่งยิ้มการค้า ไอ้ยิ้มจอมปลอมนั้น มาให้

"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเถ้าแก่เฟิง" 

"อ้าว..พวกท่านรู้จักกันมาก่อนเหรอเนี่ย..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ดีเลยที่ ข้าเชิญท่านมาวันนี้อยากจะให้ช่วยทำอาหารเลี้ยงต้อนรับ ท่านเสนาไป๋สักมื้อ..หวังว่าเถ้าแก่คงจะไม่ขัดข้อง ใช่ไหม"

ขัดข้องได้ไหมหละ เล่นพูดแบบนี้เหมือนบังคับให้ข้าต้องรับอยู่ดี

"ได้ขอรับใต้เท้า  ไม่ทราบว่าวันไหนขอรับ ข้าจะได้เตรียมของมา"

เห็นเพียงเจ้ากระเรียนเจ้าเลห์แอบยิ้มพอใจหลังถ้วยชา น่าถีบยิ่งนัก

"อืม...วันนี้..ตอนนี้....ท่านไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เพียงแค่เถ้าแก่จดรายการให้พ่อบ้าน ทางเราจะเตรียมของให้ ก็เหลือเพียงท่านปรุงเท่านั้น..เสร็จแล้วท่านก็ค้างที่นี้ซักคืน ค่อยกลับตอนเช้า ตกลงตามนี้นะเถ้าแก่เฟิง"

"เอ่อ!!...ท่านเจ้าเมืองคือว่า ข้าคิดว่าทำเสร็จแล้วจะกลับไปที่จวนเลยไม่อาจค้างได้ เพราะที่จวนก็มีงานที่ต้องสะสาง "

ท่านเจ้าเมืองเริ่มหุบยิ้มลงเรื่อยๆจนใบหน้าเริ่มเรียบเฉย กล่าวเป็นนัยที่ทำให้กังวล

"วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ท่านต้องทำการค้าขาย ท่านช่วยข้า ข้าช่วยท่าน เกื้อกูลกันถึงอยู่ได้นะ เถ้าแก่เพียงคืนเดียวท่านคงไม่ขัด" 

แดนดินโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ ในเมื่อนางจะยังเป็นเจ้าเมืองผู้มีอำนาจอีกสองปี และในอนาคตก็ยังไม่แน่ว่านางจะอยู่ในสมัยต่อๆไปอีกหรือไม่ 

หากหักด้ามพร้าด้วยเข่า จะเป็นจวนเฟยฮวาที่อาจจะต้องเจอเรื่องร้าย  การวางรากฐานที่จะอยู่ที่นี้อาจมีปัญหา 

"ขอรับใต้เท้า ถ้าอย่างนั้นข้าขอส่งจดหมายไปบอกคนที่จวนสักฉบับ ส่วนอาหารท่านต้องการประเภทไหนขอรับ"

เจ้าเมืองมีสีหน้าดีขึ้นกับคำตอบของเถ้าแก่เฟิง..พูดจายิ้มแย้มดังเก่า สองหน้าโดยแท้

"ข้าทานได้ทุกอย่าง ขอแค่อร่อยและแปลกใหม่ แล้วท่านเสนาไป๋ อยากจะทานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่"

หน้าเจ้ากระเรียน ข้ายังไม่อยากจะมอง เพียงแสร้งมองดอกบัวจนจะทะลุ หากไม่เพราะบางคน

"ข้าอยากได้น้ำผึ้งหวาน เหมือนที่เคยได้ลิ้มรสในศาลาหมอกเถ้าแก่เฟิง" 

"อ่ะ!..ท่าน.."

แดนไม่รู้จะสันหาคำไหนมาแอบด่าในใจ..มึงยังมีหน้ามาขอ..

ได้เดี๋ยวจัดให้เอาให้หวานจนน้ำตาลเรียกพี่เลยมึง

"ขอรับท่านเสนา ของกินที่จวนท่านคงจะเค็มๆจืดๆถึงได้ออกมาหาของเคยกินข้างนอกสินะขอรับ"

ไป๋ชุนเค่อเลิกคิ้วขึ้น ก่อนส่งยิ้มร้ายมาให้ จากมุมของแดนดินย่อมเห็นทุกการกระทำของไป๋ชุนเค่อ ที่แลบลิ้นเลียหยดน้ำชาข้างจอก ส่งสายตามีความหมายมาทางแดนดิน ที่ยืนตั่วสั่นด้วยความไม่พอใจ

"ของเคยกินที่ท่านว่า ทั้งหวาน ทั้งมัน กินอีกสักครั้งจะเป็นไรไป "

ก่อนที่แดนดินจะทนไม่ไหว เอาหัวพุ่งชนเจ้าเสนาบ้ากามนั่นให้ตกสระบัว

"พ่อบ้าน นำทางเถ้าแก่ไปเรือนรับรองแล้วถ้าเถ้าแก่เฟิงต้องการสิ่งใดให้จัดหาให้อย่างได้ตกหล่น"

"ขอรับใต้เท้า"

"ขอบคุณใต้เท้า ข้าน้อยขอตัว"

แดนดินเ ดินออกมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่จำต้องทำ เมื่อถึงห้องรับรองจึงเขียนจดหมายให้คนไปส่งที่จวนทันที 

ขอให้คืนนี้รอดปลอดภัยด้วยเถอะ รู้งี้พาเจ้าหลินซานมาด้วยก็ดี ไม่น่าใช้ให้ไปหาพันธุ์ผลไม้แปลกๆที่หุบเขาจอมเวทย์ เพื่อว่ามีเรื่องฉุกเฉินจะได้ช่วยเหลือทัน 

ส่วนจิวเหลียงต้องดูแลจวนแทน เพราะตอนนี้ที่จวนมีแขกกิติมาศักดิ์สี่คน ที่ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแลดีๆจวนเฟยฮวาได้พังราบเป็นแน่ 

จะอาศัยเจ้าสองแสบนั้น คงไม่รอดลำพังดูแลตัวเองไม่ให้โดนแทงประตูยังยากเลย รู้สึกปวดหัว  ..... 

"ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า..ดียิ่งนักอาหารล้วนแปลกตารสชาติก็ล้ำเลิศ..ข้ารู้สึกไม่เสียชาติเกิด..ท่านเสนาคิดว่าอย่างไร"

"อร่อยมาก อย่างท่าว่าท่านเจ้าเมือง" 

"ขอบคุณใต้เท้าทั้งสองที่ชม งั้นข้าขอตัวกลับห้องก่อนนะขอรับ"

แดนดินเตรียมตัวหนี หลังจากที่สั่งให้คนยกอาหารหลากหลายแบบ มาประเคนให้สองใต้เท้าที่นั่งกินเหล้าเคล้าแสงจันทร์ 

"เถ้าแก่เฟิงนั่งก่อนสิ ดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อย "

"ขออภัย ใต้เท้าข้าไม่ดื่มเหล้าขอรับ"

"เอาน่าเหล้านี้ไม่แรง มันถูกหมักจากผลไม้เป็นเหล้าฤทธิ์อ่อนเหมาะสำหรับให้เลือดลมหมุนเวียน มามา นานๆที ข้าจะได้มีสหายดื่มเป็นเพื่อน" 

แดนดินถูกดึงไปนั่งตรงกลางระหว่างสองคนที่ดื่มไปล่วงหน้าหลายไห มือขาวถูกยัดด้วยจอกเหล้าที่ท่านเจ้าเมืองรินเหล้าให้ด้วยตัวเองจนล้น..

.แดนดินมองอย่างชั่งใจ..ไม่ยอมดื่มเสียที่ จนเจ้าเมืองพูดสองสามประโยค แดนดินกลั้นใจดื่มลงไป 

ในปากรับรู้เพียงรสหวานหอมของผลไม้ ไม่มีรสขมหรือความแสบร้อน เหมือนสุราในโลกก่อน มันเหมือนน้ำพันช์รสผลไม้ ที่สาวๆในโรงเรียนดื่มกัน 

ทำให้แดนดินวางใจ เพราะดื่มไปสามจอกก็ยังไม่มีอาการเมาหรือรู้สึกมึน เจ้าเมืองก็ขยับเปย์รินเหล้าใส่จอกแดนดินไม่ขาด

จนกระทั้งท่านเจ้าเมืองเมาพับไปก่อน พ่อบ้านจึงหิ้วปีกกลับเรือน แดนดินที่เห็นสมควรแก่เวลากลับเช่นกัน 

"เจ้าจะรีบไปไหนเฟิงเอ๋อร์ ดื่มเป็นเพื่อนข้าก่อนสิ"

แดนดินอุสาห์ทำเป็นเมินการมีตัวตนของคนผู้นี้ เป็นนานสองนานและดูเหมือนอีกคนก็ไม่ได้สนใจในตัวเขาแล้ว

มึงจะทักกูเพื่อ

"ต้องขออภัยท่านเสนาไป๋ ข้าไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ข้าต้องตื่นแต่เช้ากลับจวน คงจะอยู่ดื่มกับท่านไม่ได้ แต่ข้าว่าพวกนางและพวกเค้าเหล่านั้นคงจะอยู่กับท่านได้ทั้งคืน.."

มือขาวถูกดึงกะทันหัน จนล้มลงบนตักของอีกฝ่าย สองแขนของแดนดินคว้าคอของไป๋ชุนเค่อไว้ตามสัณชาติญาณ หน้าของคนชังอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหาบใจแทบจะใช้ร่วมกัน

"คนแปลกหน้า ถ้าการห่างกันแค่ไม่กี่เดือนเรียกว่าคนแปลกหน้า แล้วเรื่องคืนนั้นเล่า"

"ข้าเพียงคิดซะว่า ให้ทานนกสักครั้งเอาบุญอย่างไรหละ"

"งั้นเจ้าคงต้องทำบุญ ทั้งคืนแล้วเฟิงเอ๋อร์

.....

"เฮ้ย!!"

ปากที่ห่างแค่คืบ ถูกอีกฝ่ายปิดด้วยปากร้อนตึง มือที่คล้องคออีกฝ่ายไว้รีบเปลี่ยนมาดันหน้าอกแกร่งแทน 

แต่อ้อมกอดที่เหมือนดังหินผาที่ไม่มีวันล้มนั้นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ท้ายทอยเล็กถูกตรึงให้แหงนรับปากร้อน บดคลึงกลีบปากแดงที่เม้มแน่นไม่ยอมให้นกกระเรียนได้เข้าสำรวจภายใน 

ในใจของแดนดินร้อนรนยิ่ง คนเยอะเเยะไหนจะข้ารับใช้ของเจ้าเมืองและของชายหนุ่มเอง ยืนกันหน้าสลอนเกือบยี่สิบคน 

แล้วคุณมึงมาจูบโชว์ชาวบ้านกลางลาน...แม่เจ้า!!..

ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตาบางคนที่อยู่ด้านหลังนกกระเรียนหื่น ยิ่งโกรธเจ้าบ้านี้ สายตาดูถูกดูแคลนจากคนของเขาที่ติดตามมา สายตาอิจฉาริษยาจากแม่นางน้อยเหล่านั้น สายตาที่ชมชอบเรื่องสนุกของทั้งสองฝ่าย 

คนอย่างแดนดินไม่ใช่ของเล่นของใครที่กลิ้งอยู่ในอุ้มมือ ไม่ใช่สิ่งที่จะจับยกไปตั้งหิ้งเมื่อต้องการ พอเบื่อหรือมีของใหม่ก็โยนลงพื้นเหยียบย่ำเล่น นึกอยากจะเก็บขึ้นมาใช้ก็ล้างน้ำ 

ตนไม่ใช่เฟิงหนิงหลินที่หลงรักไป๋ชุนเค่ออย่างโงหัวไม่ขึ้น แต่ตนคือแดนดิน วิญญาณจากอนาคตที่มาสิงร่างของเฟิงหนิงหลิน ตามความปรารถนาก่อนตายของเจ้าของร่าง 

ดินไม่ได้มีความรู้สึกใดๆกับอดีตคนรักของเจ้าของร่าง  ยิ่งโดนทำหยาบคายยิ่งไร้ ซึ่งความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น..

ขณะที่อีกคนปล้ำจูบร่างบาง คนในอ้อมแขนยกมือตบบ้องหูไป๋ชุนเค่ออย่างแรง จนร่างสูงตกใจในสมองมีแต่เสียงวิ๊งวิ๊ง จำใจต้องปล่อยมือจากร่างของแดนดิน ทำให้ร่างบางกลิ้งตกลงบนพื้นหินแข็ง  

องค์รักษ์ที่ตามท่านเสนาบดีมาต่างพุ่งดาบตรงมาที่แดนดิน ร่างบางไม่ใช่ไก่อ่อนเพียงแต่ไม่ชอบใช้กำลังอย่างน้อย แด๊ดดี้ก็ฝึกสอนการต่อสู้ให้บ้าง 

กระบี่ที่หมายจะพุ่งเสียบร่าง ถูกตวัดเตะไปด้านข้าง แดนดินม้วนตัวตีลังกาลุกขึ้นยืน สองมือตั้งท่ารับอย่างคล่องแคล่ว สายตาสอดส่ายหาอาวุธที่พอจะใช้ได้  เหลือบไปเห็นเหล็กเขี่ยไฟอันหนึ่งวางอยู่จึงคว้ามาเพื่อป้องกันตัว 

เมื่อกระบี่ตวัดมาอีกครั้งหมายชิมเลือด แดนดินใช้แท่งเหล็กรับแรงของกระบี่ที่ฟาดมา  แรงปะทะที่ผสมพลังวัตร ทำเอามือของแดนดินชาไปทั้งแถบ 

แต่แดนดินมีความว่องไวพอสมควร ตวัดกวาดลาน องค์รักษ์ผู้นั้นล้มไปนอนอยู่บนพื้น ปลายเหล็กแหลมจิ้มคอ ท่ามกลางความตะลึงของคนทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนพลาดให้กับอดีตอนุของเจ้านาย ต่างพุ่งมาหมายช่วยเหลือแต่เสียงแข็งกร้าวของนายตนห้ามไว้เสียก่อน

"พวกเจ้าหยุด.."

"แต่นายท่าน"

"ถอยออกมาให้หมด..พวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งข้า"

องค์รักษ์ต่างล่าถอยออกมา 

ไป๋ชุนเค่อที่หายจากอาการมึนงง เพราะโดนตบบ้องหูอย่างแรง เดินตรงเข้ามาหาแดนดิน อย่างไม่เกรงกลัวท่อนเหล็กแหลมในมือแม้แต่น้อย 

มึงเข้ามากูพาดหัวแบะ 

"นั้น!!!ข้างหลัง"

"อะไร..ไม่เห็น..อุบ.."

อยู่ๆ ไป๋ชุนเค่อทำหน้าตกใจกลัวบางอย่าง ส่งเสียงร้องเตือนข้างหลังแดนดิน  ทำให้ร่างบางหันกลับไปมอง สบโอกาสให้ตัวร้ายที่หลอกตน รวบกอดสับมือปลดอาวุธอย่างง่ายดาย สองมือถูกมัดไขว้หลัง 

แต่อย่าคิดว่าคนอย่างแดนดินจะสิ้นฤทธิ์ สองเท้ายังมี กระทืบลงบนเท้าอีกฝ่ายเต็มแรง ไป๋ชุนเค่อถึงกับร้องเสียงดัง เผลอปล่อยร่างบางอีกครั้ง คราวนี้แดนดินไม่รอให้ใครตั้งตัว วิ่งหนีทันทีไม่หันกลับมามอง 

แต่เมื่อวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวร่างกายโซเซสายตาพร่าเลือน 

"ทำไม ทางมีหลายแยกเมื่อตอนมาข้าว่ามันมีทางเดียวนี้นา" 

สองตาของแดนดินมองทางที่แยกเป็นหลายทางทั้งที่ตอนขามามันมีทางเดียว ..แดนดินสะบัดหัวสองสามทีแต่มันก็ยังมีหลายแยกอยู่ดี

"ไม่ใช่..ว่าเราเมาจนตาลาย..อ๊ะ..ชิปหายแล้ว"

แดนดินค่อยๆล้มลงร่างกายเหมือนจะไม่มีแรงสมองมึนงงเหมือนคนดื่มเหล้าอย่างหมัก หัวหนักอึ้ง แต่ก็ยังกระเสือกกระสนคลานไปกับพื้นดินเพื่อหนีกลุ่มคนด้านหลังที่วิ่งมา จนเสื้อผ้าที่สวมเปรอะเปื้อนคราบดิน

"เจ้าคงจะเมา เพราะเหล้าผลไม้นั้น ฤทธิ์อาจจะไม่แรงในทันที แต่สำหรับคนที่คออ่อนแบบเจ้า มันคงทำให้เจ้าเหมือนตกลงไปในถังสุรา เฟิงเอ๋อร์ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนเอง อย่าดื้อนะ"

เสียงกระเรียนเจ้าเลห์ ที่พูดอธิบายอย่างเห็นอกเห็นใจ ไม่ได้ทำให้แดนดินรู้สึกดีสักนิด ร่างบางยิ่งค่อยๆคลานหนีอย่างยากลำบาก อาการมึนหัวและอ่อนแรงเริ่มเล่นงานไม่หยุด 

แดนดินกัดปากตนเองจนเลือดออกไหลมุมปากด้วยความแค้นใจ ในความอ่อนแอของตน 

ทั้งที่คิดว่าตนเองแข็งแรงเข้มแข็งพอ แต่ตอนนี้แม้แต่จะเดินดีๆยังไม่ได้ เจ็บใจจริง เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง คงต้องลองเสี่ยงดู

"เสนาไป๋ ท่านปล่อยข้าไปเถอะ ท่านกับข้าไร้ซึ่งวาสนาต่อกันนานแล้ว ข้าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับท่านอีก ตอนนี้ข้ามีสามีใหม่แล้ว...ท่านคงไม่คิดแย่งเมียของบุรุษอื่น ให้เสียชื่อเสียงอันดีงามของท่าน ท่านเสนาบดี ข้าขอร้อง ท่านปล่อยข้าไปเถอะ"

เสียงหวานที่ขอร้องอย่างอ่อนแรง ไม่อาจทำให้ใจที่ลุ่มร้อนของท่านเสนาบดีลดลงได้แม้แต่น้อย กับยิ่งทวีแล้วบ้าคลั่งเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ามีบุรุษอื่นผูกสัมพันธ์

"เจ้าอย่ามาโกหกข้า เฟิงเอ๋อร์ หากเป็นเช่นนั้นจริงลูกน้องข้าต้องมารายงานให้ข้ารู้  อย่าริโกหก หาไม่ เจ้าจะต้องถูกลงโทษ"

ใบหน้าเอื้ออารีโดนความริษยากระเทาะออกจนแหลกละเอียด

"ข้า..ข้า..พูดความจริง..ข้ามีสามีแล้ว..ท่านปล่อยข้าไปเถอะ.."

แดนดินสติพร่าเลือนเต็มทน มือบางหยิกขาตัวเองจนแดงซ้ำเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา ทำอย่างไรดี...

."ข้าไม่เชื่อ เจ้าต้องพิสูจน์..ตอนนี้.."

"ตอนนี้..ท่าน..จะพิสูจน์อย่างไรกันหรือท่านจะตามไปที่จวน ข้าจะได้แนะนำให้รู้จักสามีของข้า"

แดนดินเริ่มมีหวังเล็กๆแต่มันก็ดับลงทันตา. 

เมื่อถูกช้อนเข้าวงแขนของไป๋ชุนเค่อ ที่ใบหน้าดำทมึน

"ข้าจะพิสูจน์เอง"

แดนดินได้ยินเพียงเท่านั้นก่อนที่จะวูบไปเพราะเมาอย่างหนัก  

จิวเหลียง หลิงซาน  ช่วยด้วย


.....

เราไปต่อด้วยสายนทีกันเถอะเนอะ







แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น