IT'S .

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

​บทนำ - เพราะเมาเป็นเหตุ

ชื่อตอน : ​บทนำ - เพราะเมาเป็นเหตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2561 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทนำ - เพราะเมาเป็นเหตุ
แบบอักษร

​บทนำ

เพราะเมาเป็นเหตุ


“หยุด! พอก่อน! คุณกำลังเมานะ! อื้อ!”


ผมกัดฟันร้องดังลั่นเมื่อกำลังถูกแก่นกายใหญ่สอดใส่เข้ามายังช่องทางด้านหลัง แม้ว่าบุคคลที่ทาบทับอยู่บนตัวผมจะเบิกทางให้อย่างลวกๆ แล้วแต่มันก็เจ็บมากอยู่ดี เจ็บจนน้ำตาไหลออกมา...นี่มันเรื่องบ้าอะไรที่ผมจะต้องมาโดนคนที่ไม่ได้รักสอดใส่เข้ามาในตัวผม


“อยู่นิ่งๆ น่า! อย่าให้ออกแรง!”


เสียงเคร่งขรึมตวาดบอกเมื่อถูกขัดใจ ร่างกายกำยำที่เปลือยทั้งท่อนบนและท่อนล่างกักตัวผมที่เปลือยเปล่าไม่ต่างเอาไว้อยู่ภายใต้ ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญให้ผมยอมร่วมสัมพันธ์กับเขา แม้ว่าผมจะเป็นเกย์แต่ผมก็ไม่ได้ใจง่ายยอมซะทุกคนหรอกนะ!


“อื้อ! เบา! อึก…!”


น้ำตาจากความเจ็บปวดไหลย้อนออกมาจากหางตา ผมกัดฟันเชิดหน้าขึ้นเมื่อชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าดูดีกำลังจ้องมองผมราวกับสัตว์ร้ายจ้องเหยื่อและกระแทกสะโพกเข้ามาไม่ยั้งจนร่างกายผมโยกคลอนไปตามแรงกระทบ แขนทั้งสองของผมถูกจับยึดเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวของเขา ลมหายใจที่มีแต่กลิ่นของแอลกอฮอล์กำลังจะทำให้ผมที่คออ่อนมึนเมาไปด้วย ชายแปลกหน้าที่ผมไม่รู้จักกำลังฟอนเฟ้นริมฝีปากไปทั่วต้นคอผมจนแสบผิวไปหมด สัมผัสจากเขาไม่เบาแรงเลย ทั้งๆ ที่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเคยมีอะไรกับผู้ชายแท้ๆ


“อ่า...อยู่เฉยๆ แล้วจะไม่เจ็บ”


“อ๊ะ!!!”




“แนน!”


“ครับ!!!”


ผมสะดุ้งตัวโยนและรีบพรวดพราดลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูจากพี่ออม รุ่นพี่แผนกเดียวกันในบริษัทแถมยังพ่วงตำแหน่งหัวหน้าทีมของผม เมื่อลืมตามองเห็นสาวสวยที่อายุมากกว่าถึงสิบปีกำลังยืนเท้าเอวมองดุมาผมก็ได้แต่ลนลานเพราะเมื่อครู่แอบหลับคาโต๊ะทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้า อีกทั้งยังฝันถึงเรื่องอัปยศเมื่อคืนอีก อยากจะบ้าตาย จะโดนด่าไหม!


“นี่ ถ้าไม่สบายไปห้องพยาบาลก็ได้นะ ไม่ต้องทนทำงานหรอกเอาจริง” พี่ออมขมวดคิ้วมุ่นและยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากของผม เพราะตอนแรกคิดว่าจะโดนด่าผมเลยทำหน้าเหลอหลามองพี่ออมด้วยความไม่เข้าใจ “เอ้าสงสัยอะไรล่ะ หน้าซีดขนาดนี้ ไปนอนพักห้องพยาบาลก็ได้พี่อนุญาต”


“เอ่อ…ไม่เป็นไรครับพี่ออม ผมไหว”


ผมตอบด้วยความเกรงใจ คงเพราะฤทธิ์จากเมื่อคืนที่ทำให้ผมปวดเมื่อยสะโพกและยังฝืนแบกร่างตัวเองมาทำงานตั้งแต่เช้า กว่าผู้ชายคนนั้นจะปล่อยให้ผมนอนได้ก็เกือบเช้าแล้ว เล่นหลับแล้วตื่นมาทำใหม่จนสะโพกผมระบมไปหมด ใครจะไหวกันล่ะ…


“แน่ใจนะ พี่ก็เห็นแนนหน้าซีดมาตั้งแต่เช้าแล้ว” พี่ภีม รุ่นพี่ในแผนกผละจากงานและหันมาเอ่ยทักผมเช่นกัน เขานั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ผม ก็คงจะสังเกตเห็นตั้งแต่ผมเดินเข้ามาแล้วล่ะ


“แน่ใจครับ พี่ออมกับพี่ภีมไม่ต้องห่วง ผมสบายดีมาก”


ผมยิ้มบอกทั้งสองคนเพื่อให้พวกเขาวางใจ สองคนนี้เป็นคนที่ผมเคารพมากในแผนก เพราะตั้งแต่ที่มาทำงานที่นี่พวกเขาก็คอยดูแลและสอนงานให้เสมอ แม้พี่ออมจะเป็นหัวหน้าที่ดุหน่อยแต่ก็รักลูกน้องทุกคน ส่วนพี่ภีมก็เป็นคนดี เข้ากับคนอื่นๆ ในบริษัทได้ง่าย ผมเองที่เมื่อก่อนไม่ได้ชินกับสังคมที่เจอแต่คนดีๆ จึงได้เรียนรู้อะไรมาจากสองคนนี้มากกว่าใครเพื่อน


เมื่อก่อนครอบครัวผมมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เรียกได้ว่าผมเกิดมาเป็นลูกคุณหนูเลยล่ะ แต่อยู่มาวันหนึ่งผมก็ได้รู้ว่าบริษัทของพ่อล้มละลาย ครอบครัวของเราเป็นหนี้ก้อนโตและไม่มีญาติที่ไหนให้ความช่วยเหลือ พ่อกับแม่จึงตัดสินใจ...จบชีวิตของพวกท่าน ทิ้งให้ผมที่เพิ่งเรียนจบเคว้งคว้างอยู่ลำพัง ผมไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่พักใหญ่กว่าจะทำใจกลับมาใช้ชีวิตอย่างปลงตกได้ ผมเข้าทำงานที่บริษัทนี้ตามที่วาว เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่แนะนำมาให้ ผมถึงได้รู้จักคนดีๆ ที่นี่ บริษัทนี้ให้เรทเงินเดือนพนักงานสูงมาก...ผมก็เลยตัดสินใจทำเพื่อจะหาเงินใช้หนี้ที่เหลืออยู่ของพ่อกับแม่


“อ่ะ ถ้าแนนว่าอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ถ้าไม่ไหวก็ไปพักนะ พี่ไม่ให้ลูกน้องทำงานตอนป่วย” พี่ออมย้ำผมเลยพยักหน้าตอบ


“รับทราบครับพี่ออม”


“งั้นตอนนี้ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องจัดเลี้ยงก่อน วันนี้รองประธานบริษัทจะเข้ามาทำงานที่นี่วันแรก พวกเราต้องเข้าไปต้อนรับท่านรองกันทุกคน”


“รองประธานบริษัท?” คนอื่นๆ ในแผนกรวมถึงผมและพี่ภีมต่างมองหน้าพี่ออมด้วยความสงสัย บริษัทนี้ไร้ตำแหน่งรองประธานมาสักพักหนึ่งแล้ว จู่ๆ จะมีรองประธานแล้วเหรอ


“ใครเป็นรองประธานเหรอครับพี่ออม” พี่ภีมเป็นคนเอ่ยถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัย


“จะใครล่ะ ก็ลูกชายคนเดียวของท่านประธานนั่นแหละ เห็นว่าท่านประธานให้ทำงานตำแหน่งผู้จัดการที่สาขาต่างประเทศตั้งแต่เรียนจบ ตอนนี้เรียกตัวมาให้เป็นรองประธานที่นี่แล้ว”


“ลูกชายท่านประธานเหรอคะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย” พี่เชอร์รี่ หนึ่งในทีมของพี่ออมขมวดคิ้วฉงน ทุกคนเองก็งงไม่ต่างกัน


“พี่เองก็ไม่เคยเจอหรอก ก็จะได้เจอพร้อมกันหมดทุกคนนี่แหละ เอ้า เตรียมตัวกันได้แล้ว”


พอพี่ออมบอกทุกคนก็รีบเตรียมเนื้อเตรียมตัวลงไปที่ห้องจัดเลี้ยงของบริษัท ผมถอนหายใจ หันมาเก็บงานที่ทำค้างอยู่ให้เป็นที่เป็นทางก่อนจะเดินตามๆ คนอื่นในทีมออกมาด้วย พี่ภีมที่เดินตามมาก็เข้ามาสะกิดที่ไหล่ผมเบาๆ


“ไหวไหม ปวดเอวเหรอเดินแปลกๆ”


“เอ่อ...ก็นิดหน่อยครับ ผมตกบันไดน่ะ”


“เดินไม่ระวังเลย ไปหาหมอหรือยัง” พี่ภีมขมวดคิ้วถามด้วยความเป็นห่วง แต่ผมก็ได้แค่ยิ้มแหยกลบเกลื่อน


“ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับพี่ภีมไม่ต้องห่วง”


ผมไม่บอกเด็ดขาดเลยว่าที่ปวดเอวไม่ใช่เพราะตกบันได แต่โดนผู้ชายที่ไหนไม่รู้กระทำชำเรามา...เมื่อคืนผมตั้งใจจะไปหาวาวที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่กลับเจอผู้ชายแต่งตัวมีฐานะกำลังยืนโงนเงนจะล้มอยู่รอมร่อเลยเข้าไปช่วยเอาไว้ เขาบอกน้ำเสียงแบบคนเมาว่าช่วยไปส่งที่ห้องหน่อยผมก็เลยยอมตามๆ เขาไป ไม่คิดว่าไอ้ที่บอกให้ตามไปที่ห้องเนี่ยคือเขาต้องการเด็กมานอนด้วยคนหนึ่ง เขาคิดว่าผมเป็นคนที่จะมาปรนเปรอให้เขาก็เลยใช้กำลังเข้าบังคับ แต่เพราะผมเป็นผู้ชายตัวแห้งๆ ที่ไม่ได้มีกล้ามเนื้อแข็งแรงเหมือนเขาเลยถูกเขาใช้กำลังข่มเหงจนสภาพเป็นอย่างที่เห็น ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากหนีเขาหรอกนะแต่เพราะมันทำไม่ได้ อีกอย่างเรื่องมันก็ขึ้นไปแล้ว ผมคงไม่มานั่งร้องไห้คร่ำครวญหรอก ผู้ชายคนนั้นก็หน้าตาดีไม่เบาเลย ถือว่าเปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับเขาก็แล้วกัน…


ทีมของพี่ออมและพนักงานอีกหลายคนในแผนกมารวมตัวกันอยู่ในห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ซึ่งถูกเปิดไฟสีนวลเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่ได้จัดเตรียมอะไรตกแต่งเพื่อเป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการเลย คงจะแค่เรียกพนักงานให้มารู้จักหน้าค่าตาเท่านั้น


นานๆ ทีทุกคนจะได้เห็นว่าจำนวนพนักงานในบริษัทนั้นมีเยอะแค่ไหน นี่แค่ในบริษัทนะ...ยังไม่รวมกับตำแหน่งที่ระดับน้อยกว่านี้ด้วย ทุกคนดูตื่นเต้นที่จะได้เจอรองประธานบริษัทเพราะเห็นว่ายังเป็นคนหนุ่มแน่น โดยเฉพาะสาวๆ น่ะคาดหวังกันใหญ่ เพราะแม้ว่าท่านประธานจะมีอายุแล้วแต่ท่านก็ดูดีหล่อเหลาในแบบผู้ใหญ่ พ่อยังหล่อขนาดนั้นแล้วคนลูกจะหล่อขนาดไหน...สินะ


“เอาล่ะครับทุกท่าน ผมขอแจ้งให้พนักงานทุกท่านทราบถึงข่าวดีในวันนี้ คือวันที่รองประธานจะเข้ามาบริหารที่บริษัทเป็นวันแรก” เสียงของผู้จัดการตำแหน่งใหญ่เอ่ยพูดพร้อมรอยยิ้มบนเวทีที่ไม่สูงมากนัก ก่อนเขาจะผายมือเชิญให้บุคคลที่ยืนอยู่ตรงบันไดใกล้กับเวทีขึ้นมา “ขอเสียงประมือให้กับคุณกันต์ รองประธานคนใหม่ของเกรซกรุ๊ปครับ”


เสียงปรบมือดังเกรียวกราวก่อนร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงสีเทาเข้มจะก้าวขาขึ้นไปบนเวที ใบหน้าดูดีราวกับดารานายแบบรับกับผมสีดำที่ถูกเซ็ตทรงที่เรียบร้อยแต่ไม่ถึงกับทางการมากนัก ทุกย่างก้าวของเขาสะกดสายตาทุกคนเอาไว้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะสาวๆ ที่หลุดส่งเสียงออกมาเมื่อได้มองหน้าเขา พนักงานชายเองก็เบิกตาโตตกใจกับความดูดีนั้น ยกเว้นผมเพียงคนเดียวที่เบิกตากว้างเพราะตกใจอย่างอื่นมากกว่า แม้ว่าเขาจะแต่งตัวเรียบร้อยขนาดไหนแต่ผมก็จำเขาได้


ผู้ชายเมื่อคืนนี้…


เจ้าของใบหน้าที่ไม่ได้แสดงความยินดียินร้ายนั้นกำลังกวาดตาไปรอบๆ ราวกับกำลังสำรวจหน้าตาของพนักงานในบริษัท ผิดกับผมที่เลิ่กลั่กจนไม่รู้จะพูดยังไง ผมจำเขาได้ เขาต้องเป็นคนคนนั้นแน่ๆ...ผมจำใบหน้าที่อยู่ใกล้ชิดกันเมื่อคืนได้ เสียงปรบมือค่อยๆ ซาลงก่อนความเงียบจะเข้าแทนที่ ผู้ชายผู้ดีคนนั้นกวาดตามองจนพอใจก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขามจนผมยังสะดุ้ง


“สวัสดีครับ ผมกันต์ เพิ่งย้ายมาจากอังกฤษ นับตั้งแต่วันนี้จะเข้ารับตำแหน่งรองประธานที่เกรซกรุ๊ป ขอฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ”


________

ฝากคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจค่ะ <3

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}