Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ตอนที่ 27 แตกคอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 แตกคอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 885

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 14:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 แตกคอ
แบบอักษร

“อืมม…” สกายค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาหัวของเขามันหนักอึ้งไปหมดนี่เขาเผลอหลับจากฤทธิ์แอลกอฮอล์อีกแล้วสินะ….แต่ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็มีเรื่องให้น่าแปลกใจกว่าคือเขากำลังนอนหนุนตักแสตมป์อยู่นั้นเอง เขาเลยขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่าทุลักทุเล

“ค่อยๆก็ได้นะครับ” แสตมป์อมยิ้มแล้วค่อยๆช่วยประคองให้อีกฝ่ายนั่งดีๆ สกายก็พยักหน้าหงึกหงั่กสิ่งที่เขาจำได้สิ่งสุดท้ายคือเขาโดนต้าร์คะยั้นคะคอให้เขาดื่มแก้วสุดท้ายรวดเดียวจนเขาดื่มหมดก็พิงไหล่ของแสตมป์นอกนั้นเขาก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง

“แสตมป์…”

“อ๋อ ผมผมจับพี่นอนตักสักพักนี่เองครับ ไม่เมื่อยหรอก” แสตมป์ชิงบอกไว้ก่อนเมื่อสกายทำท่าเหมือนจะขอโทษเขาโดยการมองๆมาที่หน้าเขาสลับกับตักทำให้เขาพอเข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายจะสื่อ เวลาสกายเพิ่งตื่นหลังจากเมาก็ดูน่ารักดีในความคิดของแสตมป์ล่ะนะ

“แล้วไป เฮ้อ”

สกายเลยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วลูบใบหน้าของตัวเอง เขาหลับไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่รู้สายตาของเขาเลยกวาดมองดูรอบๆห้องก็พบว่าต้าร์กับอลันเปิดเพลงทิ้งเอาไว้โดยคนเมาทั้งสองหลับคาที่พื้นอย่างหมดสภาพแต่เขาก็ไม่พบเมซเซจที่น่าจะอยู่ด้วยกัน

“ไอ้เมซล่ะ?”

“….อาบน้ำครับ” ตั้งแต่ที่เขากับเมซเซจกลับมาก็ไม่มีบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองคนอีกต่างฝ่ายต่างเงียบไม่พูดอะไรกันทั้งนั้นและเมซเซจกับเขาก็ลืมเรื่องที่จะซื้อกับแกล้มให้ต้าร์ไปเลยด้วยซ้ำแต่ต่อให้ซื้อเขาก็เชื่อว่าต้าร์กับอลันคงหมดสภาพก่อนพวกเขามาอยู่ดี

“พี่ขอโทษนะ พาเรากลับช้าเลย เราจะกลับยังไง” สกายหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วด้วยซ้ำยอมรับเลยว่าตอนนี้เขาอาจจะไม่สามารถขับรถไปส่งแสตมป์ถึงบ้านได้เพราะเขาเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของแสตมป์และตัวเองเช่นกัน

“พี่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ห่วงตัวเองนี่แหละ” แสตมป์เลยบีบจมูกของสกายเบาๆ สกายย่นหน้าเล็กน้อยแล้วดึงมือของคนตัวเล็กออกจากจมูกของตัวเอง

“เป็นห่วงสิ นี่ได้โดนไอ้ต้าร์บังคับดื่มไหมอ่ะ ถ้าโดนจะเดินไปกระทืบมันเลย ไหนขอพิสูจน์หน่อย” สกายพูดอย่างหยอกเล่นแล้วขยับใบหน้าเข้าหาแสตมป์แสตมป์เลยชะงักแล้วค่อยๆขยับใบหน้าตัวเองถอยออกมาอย่างเขินอาย

“ไม่เอาน่า พี่สกาย...”


ปึง!


เสียงปิดประตูห้องน้ำถูกปิดอย่างดังทำให้ทั้งสองที่อยู่บนโซฟาสะดุ้งพร้อมกันทันทีและนั่นก็เป็นฝีมือของเมซเซจที่มีผ้าขนหนูปิดท่อนล่างผืนเดียวนั่นเอง

“โทษที คิดว่าประตูต้าร์มันฝืด” เมซเซจตอบออกมาหน้าตายแล้วไม่ได้หันไปมองทั้งสองคนว่าใครจะหันมาด่าหรือโวยวายเขาแต่ปรากฎว่ามันก็ไม่มีใครว่าอะไรเมซเซจนั่นแหละไม่นานเมซเซจก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนต้าร์เพื่อไปสวมชุดที่ห้องนอนให้เรียบร้อย

“อะไรของมันหว่า ประตูไอ้ต้าร์ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่” สกายบ่นอุบอิบออกมาเบาๆ เขากำลังได้จังหวะอยู่เลยแท้ๆเชียวแสตมป์เลยยิ้มแห้งๆให้เล็กน้อยแล้วยืดตัวยืนขึ้น

“งั้นผมขอกลับก่อนนะครับ ผมนั่งรถแท็กซี่กลับได้” แสตมป์เอ่ยลากับสกายเพราะตอนนี้กว่าเขาจะถึงบ้านตัวเองก็อาจจะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ววันรุ่งขึ้นของเขาก็ไม่ได้หยุดงานแบบที่ทั้งสี่คนหยุดด้วย เขาหายไปในบริษัทนานเขาเลยตั้งใจทำชดใช้ในเวลาที่เขาหายไปหลายเดือน

“กลับได้แน่นะ แสตมป์”

“อื้ม พี่เห็นผมเป็นเด็กอนุบาลไปได้”

“งั้นกลับแล้วต้องโทรหาพี่ก่อนนะครับ” สกายบอกแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่แสตมป์จะไปไหนมาไหน เขาแค่อยากให้มันมั่นใจเท่านั้นว่าแสตมป์ถึงแล้วจริงๆเกิดมีเหตุฉุกเฉินขึ้นมาก็จะได้ช่วยกันทัน ถูกไหม?

“ครับๆ ไม่ต้องห่วงผมนะ” แสตมป์หัวเราะออกมาเบาๆกับความขี้เป็นห่วงของอีกฝ่ายเพราะตั้งแต่คบกันสกายก็ดูขี้เป็นห่วงเขามากขึ้นเสียจนเขาเหมือนต้องคอยรายงานให้สกายฟังอยู่ตลอด ถามว่าอึดอัดรึเปล่า สำหรับเขามันไม่เลยเพราะเขาก็รู้สึกมันดูมีความน่ารักเล็กๆซ่อนเอาไว้อยู่ แสตมป์ก้มลงไปหอมแก้มสกายฟอดเล็กแต่รอบนี้สกายก็ไม่ยอมให้พลาดโอกาสไปจึงจับแขนของแสตมป์ที่กำลังไปแล้วหอมแก้มแสตมป์คืนฟอดใหญ่

“เดินทางดีๆนะครับ คนดี”สกายยิ้มออกมาทำให้แสตมป์หน้าแดงแปร๊ดด้วยความตกใจและเขินไม่รู้ว่าเป็นเพราะสกายหอมแก้มเขาหรือสกายยิ้มให้เขากันแน่ แสตมป์เลยเดินฉับๆไปหน้าประตูด้วยรอยยิ้มที่หุบลงไม่ได้ก่อนจะโบกมือลาสกายแล้วปิดประตูห้องจากไป

สกายก็เดินไปล้างหน้าล้างตาตัวเองสักนิดหนึ่งให้พอมีสติจริงๆเขาก็อยากจะไปส่งแสตมป์เช่นกันแต่เขาก็ไม่ไหวจริงๆนั้นแหละแถมคืนนี้เขาตั้งใจจะค้างบ้านของต้าร์อยู่แล้วด้วยและปล่อยให้แสตมป์มีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองบ้างไม่อย่างนั้นคงอึดอัดน่าดูและแม้ว่าเขาจะดูจู้จี้แต่บางเรื่องเขาก็ให้เกียรติแสตมป์เสมอไม่ว่าแสตมป์จะตัดสินใจอย่างไรก็ตาม


ซ่า!


พอน้ำเย็นๆถูกเข้าใบหน้าของเขาทำให้สกายรู้สึกสดชื่นออกมาราวกับว่าได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากความมึนงงและหนักอึ้งของตัวเองเขาถือโอกาสอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไปชวนเมซเซจแบกเพื่อนทั้งสองคนของเขากลับเข้ามานอนด้วยกันดีๆ

ใจจริงก็อยากจะปล่อยให้พวกมันนอนพื้นให้”รู้แล้วรู้รอดอยู่หรอกแต่เขาขี้เกียจฟังเสียงโวยวายของพวกมันสองคนมากกว่า สกายใช้เวลาอาบน้ำสักพักหนึ่งก่อนจะออกมาเพื่อแต่งตัวให้เรียบร้อย เมซเซจที่นั่งกดโทรศัพท์มือถือของตัวเองบนที่นอนต้าร์ก็เหลือบมองมาที่สกายเล็กน้อย

“อะไรของมึง” สกายถามออกมาเพราะเพื่อนเขาคล้ายมีอะไรอยากจะพูดกับเขาแต่ไม่พูดสักทีมือของเขาก็สวมเสื้อที่ใช้ไว้นอนให้เรียบร้อยด้วย

“เปล่า...” เมซเซจตอบปฎิเสธแล้วก้มหน้าเล็กโทรศัพท์ของตัวเองต่อสกายเลยยักไหล่นิดๆ ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกเพราะเขารู้ว่าซักถามเพื่อนคนนี้ให้ตายถ้ามันไม่บอกคือจบเลย

“ไอ้เมซ ไปเก็บศพพวกมันกันเดี๋ยวจะป่วยตายห่าทั้งคู่เอา” สกายเอ่ยชวนเมซเซจให้ช่วยเขาแบกอีกสองคนเข้าห้อง เมซเซจก็พยักหน้าให้เขาก่อนจะเดินออกไปก่อนโดยมีสกายสมทบพวกเขาเลือกที่จะช่วยกันหามเพื่อนตัวเองทีละคนโดยเริ่มจากต้าร์ก่อนเพราดูตัวบาง(แต่หนัก)กว่าอลันที่เป็นลูกครึ่งแน่นอน จนกระทั่งถึงเตียงเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็มิวายแกล้งเพื่อนตัวเองจับโยนเตียงแบบไม่ต้องนัดหมาย


ปั่ก!


“โอยย” เสียงร้องโอดโอยดังอยู่ในลำคอคล้ายว่าต้าร์จะตื่นขึ้นมาแต่ก็ไม่เลยเพราะในที่สุดต้าร์ก็หลับลงไปใหม่อย่างง่ายดาย สหายส่ายหัวอย่างหน่ายๆเล็กน้อยแล้วไปช่วยกันลากอลันเข้ามาในห้องด้วยอีกคน คืนนี้เขากับเมซเซจจะนอนข้างเตียงที่เป็นฟูกโดยปล่อยให้ต้าร์กับอลันนอนด้วยกันไปเพราะเตียงแม้จะใหญ่แต่ผู้ชายสี่คนก็ไม่อาจจะนอนด้วยกันได้แค่สองคนมันก็เบียดจนแทบขยับไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

“เฮ้อ” เมซเซจปาดเหงื่อของตัวเองออกเล็กน้อยทั้งๆที่เพิ่งอาบน้ำกันมาแท้ๆตอนนี้ก็มีเรื่องเสียเหงื่อกันจนได้ สกายเลยตบบ่าเพื่อนของตัวเองเบาๆแล้วเดินไปทางระเบียงของห้องที่อยู่ด้านข้าง

สกายมองออกไปด้านนอกก็เห็นตึกอาคารมากมายที่มีแสงสว่างอยู่เป็นบางแห่งรวมถึงท้องถนนที่ตอนนี้แม้จะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วแต่ก็ยังมีแสงสว่างจากท้องถนนเป็นบางเวลาเพราะแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางคืนแล้วแต่ก็ยังมีรถวิ่งเข้าวิ่งออกบนท้องถนนบ้าง

“ไอ้สกาย กูขอถามอะไรอย่างได้เปล่าวะ” เสียงของคนด้านล่างที่ไม่ต้องเดาให้ยากว่าเป็นใครก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่ปิดบานเลื่อนเบาๆพร้อมกับเมซเซจที่กำลังคาบบุหรี่ม้วนหนึ่งขึ้นมาสูบระบายความเครียดของตัวเอง

“อือ”

“ทำไมมึงชอบแสตมป์วะ?”

“หา?” พอได้ยินคำถามที่ไม่คาดว่าจะได้ยินมาจากเพื่อนคนนี้ของตัวเองทำให้สกายต้องถึงกับอุทานออกมาแล้วหันไปมองใบหน้าเพื่อนของตัวเองอย่างประหลาดใจซึ่งพอเมซเซจเห็นท่าทางแบบนั้นของเพื่อนเลยตีหน้านิ่งราวกับว่าเขาไม่ได้กำลังแซวหรือหยอกเล่นแม้แต่น้อย

“อืม….กูคิดว่าแสตมป์น่ารักและน่าค้นหาดี” สกายถอนหายใจออกมาแล้วตอบคำถามเพื่อนของตัวเอง สายตาของเขาก็มองใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าด้วย “กูไม่รู้ดิ กูว่าแสตมป์มีอะไรน่าค้นหาแม้ว่ากูจะรู้สึกว่าเขาปิดกั้นตัวเองจากบางอย่างแต่สักวันถ้าแสตมป์สบายใจอาจจะเล่าให้กูฟัง…หรือเมื่อพร้อมแหละ” ไม่ว่าจะนานแค่ไหนเขาก็จะรอเพราะเขาบอกแล้วว่าเขาจะไม่เซ้าซี้ใครเด็ดขาดเลย

และไม่ว่าแสตมป์ไปเจออะไรมาเขาเองก็พร้อมที่จะปลอบแสตมป์เป็นอันแน่นอนอยู่แล้ว…

“เหรอ ถ้ากูมีอะไรบอกมึงจะเชื่อกูป่ะ” เมซเซจถามกลับออกมาแล้วพ่นควันบุหรี่สีเทาของตัวเองออกมา สายตาของเขาก็มองใบหน้าเพื่อนของตัวเองเช่นกัน

“มีไรว่ามาเลยดิ”

“กูเป็นแฟนเก่าแสตมป์”

“……หา?”

สกายถึงกับอึ้งไปอยู่หลายวินาทีแล้วนี่เป็นคำเดียวที่หลุดออกมาจากปากของเขาหมายความว่ายังไงที่บอกว่าเป็นแฟนเก่าของแสตมป์น่ะแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเมื่อเมซเซจพูดต่อออกมาราวกับรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

“เมื่อสมัยมอปลายกูเคยคบกันแต่กูขอเขาเลิก…กูคบเขาตามคำท้าเท่านั้นเอง”

“ทำไมมึงทำแบบนี้วะ?” สิ้นคำพูดของเมซเซจทำให้สกายไม่พอใจจนเผลอลืมตัวขยับไปใกล้เพื่อนของตัวเองแล้วกระชากคอเสื้อเมซเซจ สายตาของเขาที่กำลังมองเพื่อนตัวเองแม้ท่าทางจะดูโกรธแต่มันแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ

“…..กูรู้กูมันเลว กูเคยทำเขาเสียใจมาเยอะแยะมากมายกูไม่เคยหันกลับมาดูเขา…. กูเพิ่งมารู้สึกผิดว่ะ” เมซเซจจะไม่โกรธเพื่อนตัวเองเลยถ้าสกายจะต่อยเขาสักหมัด เพราะที่ผ่านมาเขาก็ทำแสตมป์เสียใจไว้มากมาย เขาทำหลายอย่างหลายเรื่องที่ไม่อาจจะให้อภัยมันง่ายๆ เมซเซจเลยหยีหัวตัวเองคล้ายกำลังไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน

เขาว่ากันว่า ของมีค่าบางอย่างที่อยู่ข้างตัวเราเรามักจะไม่เห็นค่ามันแต่หากวันใดที่ของสิ่งนั้นหายไปจากชีวิตของเราวันนั้นเราจะเป็นฝ่ายเสียใจและไม่สามารถเอามันกลับมาได้เหมือนเดิม

“มึงจะบอกกูทำไมวะ ไอ้เมซ”

“กูอยากให้มึงรู้….”

“งั้นกูขออย่างเดียวได้ไหม?” สกายถามออกมาขณะที่ปล่อยมือที่กำคอเสื้อเมซเซจจนแน่นออก ไม่ใช่ไม่โกรธเคืองแต่เขาพยายามหักห้ามใจของตัวเอง ถึงว่าสิแสตมป์ดูมีบางอย่างกับเรื่องที่จะคบกันเหลือเกินแล้วมักจะดูแปลกถ้าหากอยู่กับเมซเซจแบบนี้เขามันไม่รู้อะไรเลย…

“ถ้ามึงไม่ได้รักเขาแล้ว กูขอได้ไหมล่ะ ไอ้เมซ…เลิกยุ่งกับแสตมป์ให้เขาเสียใจสักที”

นั่นเป็นประโยคขอร้องที่ทำเอาเมซเซจเหมือนโดนตบเข้าให้อีกครั้งหนึ่ง เขาได้แต่ยืนนิ่งเงียบสายตาของเขาตอนนี้ก็ไม่ได้มองไปที่เพื่อนตัวเองอีกแล้วแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับสกายเหมือนกันที่กำมือของตัวเองเอาไว้แน่น แสตมป์ไม่เคยเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟัง…เขาไม่โกรธเลยเพราะมันอาจจะเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจพอควรเช่นเดียวกับหัวใจของเขาตอนนี้ที่ดูบีบรัดมากๆที่เขาปกป้องแสตมป์เอาไว้ไม่ได้เลย…และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งหนึ่งจนสกายทนไม่ไหวเอง

“มึงตอบมาดิวะ…”

“กูว่าแสตมป์ยังชอบกูอยู่”


ผลั่ก!


หมัดหนักๆถูกปล่อยลงเข้าที่แก้วด้านซ้ายของเมซเซจเข้าเต็มๆ เมซเซจหันไปตามแรงต่อยแล้วเขาสัมผัสได้ถึงรสชาติฝืดๆที่ปากของตัวเองซึ่งไม่นานมันก็มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากมุมปากจริงๆ เห็นแบบนี้สกายหมัดหนักใช่เล่นด้วยซ้ำไป

“มึงเลิกพูดแบบนี้เถอะ ไอ้เมซ มึงคบเขาด้วยเกมปัญญาอ่อนของมึง มึงไม่เคยคิดที่จะสนใจเขาว่าเขารู้สึกยังไงบ้างแล้วนี่มึงยังมีหน้าบอกเขายังจะชอบมึงเหรอวะไอ้เมซ...มึงบ้ารึเปล่า? ทำร้ายจิตใจเขาไปขนาดนั้นยังมีหน้ามาพูดแบบนี้เหรอวะ”

“เพราะกูก็รักแสตมป์เหมือนกันไง!” ประโยคนั้นทำให้สกายเงียบปากของตัวเองทันทีสกายนิ่งไปนานพอควรก่อนจะบรรเลงเข้าที่หมัดที่สองโดยตั้งใจใส่แรงทั้งหมดของตัวเอง


หมับ!


รอบนี้เมซเซจใช้มือของตัวเองรับทันก่อนที่หมัดหนักๆนั้นจะปะทะโดยที่ใบหน้าของเขาอีกครั้งหนึ่ง สายตาของเขาตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่าที่แสดงให้เห็นอยู่เท่านั้น

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะที่เขาอยู่กับมึงกูรู้สึกไม่พอใจทุกครั้งกูรู้ว่ากูมีเบลล่าเว้ย!! แต่มันไม่เหมือนกันเปล่าวะ? ”

“มึงมันเห็นแก่ตัวที่สุดเลยว่ะ!”


พลั่ก!


ตุบ!


ตั่บ!


"เฮ้ย พวกมึงหยุดนะเว้ย!!!"

ก่อนที่สนามมวยจะบานปลายอีกครั้งต้าร์และอลันที่ตื่นจากเสียงที่โวยวายของเพื่อนรักของตัวเองทั้งสองคนรีบกุลีกุจอเข้ามาดึงห้ามทั้งสองคนเอาไว้ทันโดยสกายโดนต้าร์ดึงไว้ส่วนเมซเซจก็โดนอลันดึงเอาไว้โดยทั้งคู่ต่างเริ่มฮึดฮักกันโดยมีการแลกกันแล้วคนละหมัดสองหมัดเท่านั้น

“พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรวะ!” ต้าร์ถามออกมาอย่างตกใจเพราะปกติสกายกับเมซเซจนั้นแทบไม่เคยทะเลาะกันจริงๆจังๆเลยสักครั้งหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ถกเถียงกันเป็นเรื่องใหญ่แถมมีการชกต่อยกันอีกต่างหาก

“……”

“พวกเราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย เป็นอะไรกัน! บอกกูดิ๊ ไอ้สกาย ไอ้เมซ!”

ไม่มีใครตอบอะไรใครออกมาทำให้อลันขมวดคิ้วแน่นเข้าหากันแล้วมองหน้าต้าร์ ตอนนี้จะถามใครก็ไม่มีประโยชน์ทั้งคู่อีกคนหนึ่งก็พูดยากพูดเย็นอีกคนหนึ่งก็ดูช่างน่ากลัวเวลาโกรธ…

เพราะเรื่องอะไรกันทำให้กลุ่มเพื่อนรักของพวกเขาทั้งสี่คนแตกคอกันอย่างงี้….

_______________________________________________________________________________________________________________________________________


ความคิดเห็น