ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 16: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หลอกตัวเอง 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 16: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หลอกตัวเอง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2561 22:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 16: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] หลอกตัวเอง 100%
แบบอักษร

​HATE LOVE 16: หลอกตัวเอง

​บ้านจิรวัฒนานนท์...

นับตั้งแต่ปวันและอัญชนาตัดสินใจหย่ากันก็ไม่ทำงานทำการอะไร สินสมรสทำการแบ่งและโอนในวันที่เซ็นใบหย่าในทันที ที่ได้มาก็มากโขอยู่ประมาณหนึ่งซึ่งแต่เดิมอัญชนาเป็นคนใช้เงินเกินตัวอยู่แล้วยิ่งตอนมีก็จะยิ่งใช้จ่ายโดยไม่คิดหน้าพะวงหลังเลยแม้แต่น้อย อัศนัยได้แต่มองดูสองแม่ลูกก็รู้สึกเวทนาอยู่ในใจและถ้าคิดย้อนกลับไปก็คงจะไม่คิดอะไรตื้นๆเพียงแค่ต้องการให้อินทุกรมีครอบครัวที่สมบูรณ์


การปกปิดความลับกับลูกสาวของตัวเองเป็นอะไรที่สร้างความลำบากใจให้แก่เขามากที่สุดแล้ว แต่มันมีสิ่งที่เขาต้องการที่จะค้นหามากกว่า อัศนัยเดินขึ้นมายังห้องทำงานของเขาบนชั้นสองของตัวบ้าน เขานั่งลงตรงหน้าตู้เก็บเอกสารแล้วเปิดลิ้นชักที่อยู่ด้านล่างสุดออกมา รูปภาพในวันแต่งงาน ใบสำคัญการฝากครรภ์ของภรรยาเขาทุกอย่างยังคงถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี เมื่อได้เห็นหัวใจก็ริ่มสั่นไหว...ที่ผ่านมาเหมือนเป็นแค่ความฝันเท่านั้น


"คุณผู้ชายควรจะบอกน้องไออุ่นได้แล้วนะคะ ยิ่งช้าไปกว่านี้จะยิ่งแย่ไปกว่าเดิม" ป้าจิตรที่เดินเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดได้เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเจ้านายของเธอกลับมาอยู่ที่มุมเดิมๆ ซึ่งเธอเห็นแบบนี้ทุกวันจนชชินสายตา


"นั่นสินะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทนต่อไปเพื่ออะไรทั้งๆที่ทุกอย่างก็ส่งผลเสียต่อไออุ่นโดยตรง" อัศนัยมองรูปที่ถืออยู่ในมือแล้วถอนหายใจ "แต่ก็มีบางอย่างที่ผมพยายามค้นหาคำตอบมาจนถึงตอนนี้ เขาเอานิตไปซ่อนไว้ที่ไหน? ถึงแม้ว่าความหวังว่าจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันมันแทบจะไม่เหลืออยู่แล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยๆให้ได้รู้ว่านิตเป็นยังไงก็ได้"


ความรู้สึกเจ็บปวดยังคงตามมาหลอกหลอนเขาแทบทุกวัน ทั้งๆที่รู้ว่าคนที่อยู่ข้างกายในตอนนี้ไม่ใช่ภรรยาตัวจริงแต่หลาายๆครั้งก็พยายามหลอกตัวเองทุกวันว่าใช่ และมันก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย นึกย้อนไปประมาณสิบกว่าปีที่แล้วตอนที่เขากลับบ้านเห็นอินทุกรนั่งกอดตุ๊กตาแล้วร้องไห้คนเดียวอยู่ในห้องนอน เนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้าย แม้จะถามออกไปในตอนนั้น


​"อุ่นซุ่มซ่ามค่ะคุณพ่อ ฮึก ทำสร้อยพี่ชะเอมขาด คุณแม่เลยตีค่ะ"

คนเป็นพ่อหัวใจแทบสลายที่เห็นลูกสาวของตัวเองถูกทำร้ายแบบนี้ สาเหตุหนึ่งที่เขาส่งอินทุกรไปอยู่ที่อังกฤษก็เพราะแบบนี้นั่นแหละแต่ก็อย่างว่า...หนีเสือปะจระเข้ 


"คุณผู้ชายคะ การตัดสินใจบางอย่างอาจจะผิดพลาดไปแต่เราก็สามารถแก้ไขหรือว่าป้องกันได้นะคะ มันยังไม่สายไปหรอกค่ะ" ป้าจิตรกล่าวให้กำลังใจเขาอีกครั้ง และหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในสักวัน


อัศนัยถอนหายใจช้าๆด้วยสีหน้าเศร้าหมอง "ผมผิดเองแหละที่เอางูเห่าเข้าบ้าน ผมจะต้องหาทางเอามันออกไปให้ได้"


#####


มหาวิทยาลัย....


หลังจากเลิกคาบเรียนแล้วอินทุกรและกันตาก็เดินคู่กันมาจนถึงป้ายรถเมล์ด้านหน้าของมหาวิทยาลัย ในระหว่างที่รอรถเมล์อยู่นั้นต่างคนต่างก็มีสีหน้าราวกับว่าอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา กันตาแกะซองขนมส่งให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ


"ทะเลาะกันคุณภาคย์หรอ? ปกติกันย์จะเห็นคุณภาคย์มารอไออุ่นหน้าตึกทุกวัน"


อินทุกรยิ้ม "ช่วงนี้พี่ภาคย์ยุ่งๆน่ะ อุ่นไม่อยากรบกวน...นั่งรถเมล์ชิลๆไปก็เพลินดี ว่าแต่วันนี้กันย์ไม่ไปทำงานหรอ?"


กันตาก้มหน้าลงเล็กน้อย "ตั้งวันนั้นกันบ์ก็ไม่ค่อยกล้าไปที่นั่นอ่ะ อึดอัดยังไงก็ไม่รู้ บางคนก็คิดว่ากันย์เป็นเด็กเส้นเพราะเป็นแค่พาร์ทไทม์แต่ได้ค่าแรงเท่าพนักงานประจำ"


ในระหว่างที่สองสาวกำลังพูดคุยกันในช่วงที่กำลังรอรถเมล์ ทั้งสองชักชวนกันไปเดินเล่นตามตลาดนัดเพื่อผ่อนคลายสมองเสียบ้าง ผ่านไปสักพักก็มีรถมินิคูเปอร์คันสีดำมาจอดตรงหน้า ทันทีที่กระจกเลื่อนลงมาก็เห็นว่าเจ้าของรถกำลังส่งยิ้มมาให้


"น้องไออุ่น" ภิชญ์ยิ้มจนตาเป็นสระอิพร้อมกับกล่าวทักทาย ช่วงนี้ภาคย์ติดงานหลายอย่างจึงเหมาะนักที่เขาจะเร่งทำคะแนนโดยที่พี่ชายเขาไม่มีโอกาสมาขัดขวาง จริงๆภิชญ์มารอตั้งแต่ก่อนเธอเลิกเรียนแล้วแค่พลาดไปเข้าห้องน้ำ พอกลับออกมาก็เห็นแผ่นหลังของสองสาวเดินมาจนถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว "ขึ้นรถเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง"


"ไม่เป็นไรค่ะพี่ภิชญ์ อุ่นกับกันย์ว่าจะไปเดินเล่นกันที่ตลาดนัดก่อน..."


"เหอะน่า พี่ไปด้วย...ขึ้นรถเถอะเพราะกว่ารถเมล์จะมาก็อีกนานเลยนะ" ข้อเสนอของเขาได้ผลในทันทีเมื่อสองสาวดูทีท่าแล้วยังไม่เห็นว่ารถประจำทางจะโผล่มาเสียที 


สวรรค์เปิดทางให้ภิชญ์แล้วจริงๆน่ะหรือ?


​Arrrr Arrrr

​P'Park Calling....

ในระหว่างที่รถกำลังแล่นไปตามท้องถนน สายเข้าโทรสัพท์ของอินทุกรประมาณหลายสายติดกันได้ เะอรู้แล้วว่าเป็นใครโทรมาแต่จงใจที่จะไม่รับสายเขา ไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอ ไม่อยากคุย หรือว่าไม่อยากจะเห็นหน้าเขาหรอก แต่ตอนนี้เธอแค่รู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดของอัญชนา สำหรับอินทุกรแล้วที่นิ่งอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็นอะไรเลย ทุกสิ่งที่ภาคย์พยายามทำหลายๆอย่างและเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลและมีคนจงใจจะให้เป็นไปแบบนั้น


ตลาดนัด...


ช่วงที่ใกล้ตะวันตกดินแสงไฟสีเหลืองอมส้มจากบรรดาร้านค้าก็เปิดแข่งกันสว่างเจิดจ้าไปทั่วพื้นที่ อินทุกรไม่เคยมาบรรยากาศแบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ผู้คนพลุกพล่านเดินกันเต็มพื้นถนน แถมสินค้า อาหารก็ราคาไม่แพง แถมยังมีงานแฮนด์เมด ดีไอวาย... เยอะแยะไปหมดเลย


ในระหว่างที่สองสาวกำลังสนุกอยู่กับเครปญี่ปุ่นแฟนซีที่เพิ่งปรุงเสร็จนั้น...


"สาวๆ หันมาทางพี่หน่อยสิ"


แชะ !!


"คุณภิชญ์!! ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยนะคะ" กันตาพูดไปพร้อมเคี้ยวอาหารไปด้วย ถ่ายทีเผลอแบบนี้ถ้าไม่ใช่ระดับซุปตาร์แล้วใครจะรอดกันล่ะ


"ฮ่าๆ น่ารักทั้งคู่เลยล่ะครับ ไม่ซีเรียสนะ" ภิชญ์หันตัวอย่ารูปในกล้องให้สองสาวที่มาด้วยได้ดู ฝีมือการจัดองค์ประกอบภาพรวมถึงฉากไฟของเขาดูลงตัวทั้งหมด ทุกรูปจึงออกมาดูดีทั้งหมด "ไหนก็มาแล้ว ถ่ายรูปเอาไว้อัพลงโซเชียลเยอะๆเลยดีกว่า วันนี้พี่ไม่คิดค่าจ้างหรอกนะ"


"ขอบคุณนะคะพี่ภิชญ์ อุตส่าห์ขับรถพามาเที่ยวแล้วยังเป็นตากล้องให้อีก อุ่นเกรงใจจังเลยค่ะ" อินทุกรยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง 


ใบหน้าสวยงามบวกกับรอยยิ้มอันแสนอ่อนหวานของเธอทำใจของภิชญ์ราวๆแปดริกเตอร์ได้ น่ารัก...คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา ไม่มีวันที่จะยอมแพ้พี่ชายตัวเองแน่นอน ภิชญ์จะทำให้ทุกคนได้เห็นว่าตัวเขานี่แหละเป็นผู้ที่เหมาะสมและดูแลเธอได้ดีมากกว่าภาคย์อย่างแน่นอน


"เป็นอะไรคะพี่ภิชญ์!!! อุ่นเรียกตั้งนานแล้วนะคะ" อินทุกรสะกิดไหล่ของตากล้องหนุ่มเบาๆ "เดินกันต่อเถอะค่ะ ตรงนั้นมีของดีไอวายน่ารักมากเลย"


"ไปสิ เดี๋ยวเปลี่ยนไปใช้กล้องเล็กมั่งดีกว่านะ ถ่ายเสร็จแชร์ไฟล์เข้าโทรศัพท์ได้เลย" ภิชญ์พยายามคิดมุกเอาใจเธออยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยๆก็รู้สึกดีที่เธอชอบรูปภาพที่เขาถ่ายให้ แม้ตอนนี้จะสู้คนที่อยู่ในใจเธอไม่ได้ก็เถอะแต่เขาก็ไม่แพ้ง่ายๆนักหรอก


######


อีกด้านหนึ่ง...


ภาคย์ขับรถมายังบ้านจิรวัฒนานนท์ด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึมอย่างเช่นเคย แต่ตอนนี้ในใจของเขากำลังเกิดความกระวนกระวายเพราะก่อนหน้านี้เขาไปรออินทุกรที่มหาวิทยาลัย รออยู่หน้าตึกอยู่นานพอสมควรจึงได้รู้จากเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอว่าหญิงสาวออกไปกับกันตาแล้ว เมื่อขับรถมาจนถึงป้ายรถเมล์ก็ได้เห็นเธอขึ้นรถไปกับใครบางคนซึ่งเขารู้ดีว่เป็นใคร ตอนนี้คนที่พยายามทำตัวกวนประสาทเขาก็มีแต่เจ้าน้องชายตัวดีอย่างภิชญ์เท่านั้น!!


โทรหาก็ไม่ยอมรับสายเสียอีก...


หงุดหงิดเป็นบ้า!! ทำไมเธอต้องไปกับคนอื่นทั้งๆที่เขาคอยย้ำเตือนถึงสถานะที่ระหว่างตัวเขาและเธอ...


ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อฟังกันนะ!


​Instagram:(รูปภาพ) __ai.aun__

ภาคย์รู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดี ยิ่งตอนนี้เปิดโทรศัพท์เข้าอินตาแกรมของหญิงสาวก็เห็นว่าอินทุกรมีการอัพเดทรูปภาพ สไตล์และการจัดแสงแบบนี้เป็นฝีมือการถ่ายรูปของภิชญ์อย่างแน่นอน ยอดฟอลโล่ของเธอแตะเข้าเจ็ดแสนคนแล้วแถมยังมีพวกผู้ชายมาคอมเม้นท์ใต้รูปเต็มไปหมด... นิ้วโป้งขวากดปุ่มฟอลโล่เธอกลับในทันที!! เขาพยายามทิ้งความรู้สึกของตัวเองเอาไว้เพราะตอนนี้เขามีเรื่องที่สำคัญกว่าจะต้องทำ ชายหนุ่มลงจากรถพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลแล้วมองบรรยากาศโดยรอบแล้วถอยหายใจไปพลางๆก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าบ้านหลังใหญ่ไป ลองถ้าย้อนไปประมาณสิบกว่าปีที่แล้วล่ะก็บ้านหลังนี้มักจะครึกครื้นไปด้วยผู้คน แต่ตอนนี้กลับเงียบเหงาราวกับว่าถูกปล่อยทิ้งให้ร้างเป็นเวลานาน


ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังตัวด้วยด้วยอาการสุขุม แน่นอนเจ้าของบ้านเองก็นั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนกับว่ารอเขาอยู่เช่นกัน ภาคย์ยกมือไหว้ทักทายอัศนัยตามปกติ


"นั่งก่อนนะ เดี๋ยวอาจะให้ป้าจิตรเอาน้ำมาให้"


ภาคย์ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงอีกฝั่ง "ไม่เป็นไรหรอกครับอา ที่ผมมาก็เพราะมีเรื่องคาใจเลยยากจะคุยให้มันจบๆไป"


"...."


ภาคย์มองหน้าอัศนัยด้วยแววตาที่จริงจัง ชายตรงสัมผัสได้ว่าหลังจากนี้จะต้องพูดทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกมาทั้งหมดเท่านั้น "ผมรู้เรื่องจากพ่อมาบางส่วนแล้วล่ะครับ ตอนนี้อยากรู้จากปากของอาจริงๆ อานิตที่อยู่ด้วยในตอนนี้ใช่ตัวจริงหรือเปล่าครับ? ถ้าไม่ใช่อาจะปิดบังไออุ่นไปถึงเมื่อไหร่ครับ"


"ไอ้คิณบอกทั้งหมดแล้วสินะ อา..." คนถูกถามรู้สึกจุกไปชั่วขณะเมื่อพยายามหาคำอธิบาย นั่นสิ! จะทนปิดบังแก้วตาดวงใจของตัวเองไปเพื่ออะไรในเมื่อสักวันอินทุกรก็ต้องรู้อยู่ดี "อารู้ว่าถ้าอธิบายไปแล้วภาคย์ก็คงจะว่าอาเหมือนไอ้คิณ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากให้ไออุ่นถูกมองว่ามีแม่แต่หนีไปกับผู้ชาย อาอยากให้ไออุ่นมีครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้วย อาถึงนยอมรับผู้หญิงสองคนนั้นเข้ามาในบ้าน"


ภาคย์ตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ แต่ไม่นานเขาก็เอ่ยถามคำถามข้อต่อไป "แล้วชะเอมเป็นลูกของอาจริงๆใช่ไหมครับ?"


"อาไม่มั่นใจ ผู้หญิงคนนั้นให้อาตรวจดีเอ็นเอและผลมันก็ออกมาอย่างที่เห็น อายอมรับว่าครั้งพลาดเพราะความเมากับผู้หญิงคนนั้น คนที่เข้ามาตีสนิทกับแม่ของไออุ่นได้ไม่นานก็ทำให้เธอหายไปจากชีวิตของอาโดยที่ตอนนี้อายังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นตายร้ายดียังไง" อัศนัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าก็ยังฝืนยิ้มออกมา "แต่อาก็พยายามคิดว่าทุกวันนี้เขาคือนิต ภรรยาที่แท้จริงของอา"


ปึง !!!!


ภาคย์วางซองเอกสารที่เตรียมมาแรงๆบนโต๊ะตรงหน้า อัศนัยที่เหมือนจะมีอาการเหม่อจึงคืนสติด้วยความตกใจเล็กน้อย สายตาของภาคย์จริงจังเสียจนดูน่ากลัวมองๆไปแล้วเหมือนกับว่าเขากำลังนั่งคุยกับภาคิณอยู่ยังไงก็อย่างนั้น "ผมไม่รู้ว่าอาเอาความรู้สึกแบบนี้มาจากไหนนะครับ แต่ตอนนี้ผมอยากให้อาหยุดหลอกตัวเองได้แล้ว ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ส่งผลเสียต่อไออุ่นมากขนาดไหน"


"อารู้ อารู้แล้ว"


"ถ้าอาทราบจริงๆ ก็น่าจะรู้เหตุผลที่พ่อของผมเสนอให้ไออุ่นแยกออกไปอยู่ด้านนอก เหตุที่ผมกับไออุ่นต้องหมั้นกันและเหตุผลที่ผมต้องเข้ามาบริหารโรงแรมแทนอา ในซองนี้เป็นข้อมูลบัญชีโดยละเอียดว่าทำไมผลประกอบการของโรงแรมถึงแทบจะไม่มีเลยก่อนหน้านี้ หวังว่าอาจะอ่านทั้งหมดโดยละเอียดนะครับ" ร่างสูงยืดแผ่นหลังเล็กน้อย ท่าทีของเขาดูน่าเกรงขามจนอัศนัยเองก็รู้สึกประหม่าอยู่ข้างใน "ที่ผมมาก็มีหลายเรื่องที่จะพูด ถ้าอาตั้งการตรวจดีเอ็นเอกับชะเอมอีกครั้งผมจะจัดการให้ ส่วนเรื่องแม่ของไออุ่น...ตอนนี้ผมกำลังปรึกษากับไอ้นนท์ในการตามหาเบาะแส อาทำใจเผื่อเอาไว้ด้วยนะครับ"


อัศนัยพยักหน้ารับคำช้าๆ "ได้สิ ลำบากภาคย์มากเลยนะที่ต้องเป็นธุระให้อาทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของไออุ่น...อารู้ว่ามันฝืนขนาดไหนแต่ภาคย์ก็ยอมหมั้นกับลูกสาวอา ต้องขอบใจมากจริงๆ"


ภาคย์ก้มหน้าลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา "แต่ก่อนอาจจะใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเพื่อไออุ่น...ผมจะขอให้อาทำทุกอย่างให้มันกระจ่างสักที นอกเหนือจากนั้นอาไม่ต้องเป็นกังวลเพราะผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายไออุ่นเด็ดขาด!!"


คำพูดและท่าทีที่จริงของภาคย์ทำให้อัศนัยไร้ข้อกังหาใดๆ สิ่งที่ต้องหลังจากนี้คือการที่เขาจะต้องออกมาเผชิยกับความเป็นจริงและทำทุกอย่างให้มันเป็นไปในทางที่ถูกต้องเสียที หากช้าไปกว่านี้ทุกอย่างอาจจะสายเกินแก้ก็ได้ แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นคนที่อยู่ข้างๆเป็นใครแต่ก็พยายามหลอกตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นภรรยาสุดที่รักของตนเอง 

ควรจะพอได้แล้ว...


ทุกอย่างควรจะจบได้แล้ว...


######


หลายๆวันที่ผ่านมาภาคยืมีงานหลายอย่างที่จะต้องทำ เรียกได้ว่าตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเลยทีเดียว วันนี้ก็เช่นกัน... เขามายังบริษัท PK AUTO GROUP เพราะภีมะเกิดปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้เพียงลำพัง งานมอเตอร์โชว์ที่เกิดขึ้นนี้อีกไม่กี่วันนี้เป็นอันต้องหาพรีเซ็นเตอร์และพริตตี้ใหม่ยกเซ็ทเพราะชุดเดิมขอยกเลิกสัญญากระทัน โดยเฉพาะพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทอย่างนางเอกสาว...ลิลียา


ภาคย์นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะประชุมนั้นไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจแต่อย่างใด ชายหนุ่มอ่านเอกสารขอยกเลิกสัญญาแล้ววางมันลงราวกับว่ามันเป็นเศษกระดาษไร้ค่า "ในเมื่อขอยกเลิกสัญญากับบริษัทของฉัน จริงๆเธอก็ไม่ถ่อสังขารมาด้วยตัวเองหรอกนะ แค่บอกกับเลขาฉันตรงๆก็พอ"


ภีมะย่นคิ้วแล้วสะกิดลูกพี่ลูกน้องของเขา "พี่ภาคย์ครับ งานใกล้เข้ามาแล้วนะครับทำไม..."


"แหม พูดแบบนี้ไม่คิดจะง้อลิลีหน่อยหรอคะ? เผื่อว่าจะเปลี่ยนใจยอมทำงานนี้ให้ก่อน" ลิลียาแม้จะหวาดหวั่นอยู่ภายใน แต่ในเมื่อเขาไม่เห็นความสำคัญของเธอแล้วทำไมจะต้องอยู่ต่อ "ลีมไปค่ะ อย่างคุณภาคย์มีตัวเลือกเยอะแยะ...แต่คนจะรู้จักเท่าลิลีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ"


"เธอคิดว่าเป็นเบอร์หนึ่งจนฉันจะต้องง้อเลยหรือยังไง คนที่มีศักยภาพมันไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวหรอกนะ" ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "รักษาระดับของตัวเองดีๆล่ะ ร่วงเมื่อไหร่ก็อย่ามาที่นี่อีกก็แล้วกัน!"


อึก !!


ลิลียาสะอึกจนหาคำพูดมาต่อรองกับเขาไม่ได้ เธอได้แต่เก็บอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจ นอกจากภาคย์จะไม่ใยดีเธอแล้วคำพูดของเขายังเป็นการไล่เธอในทางอ้อมเสียอีก ด้วยความเสียหน้านางเอกสาวจึงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าใบหรูขึ้นมาสะพายในทันที "หึ! ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อย่าลิลีน่ะดาวค้างฟ้า ใครๆก็อยากจะเซ็นสัญญาร่วมงานด้วยอยู่แล้ว"


ร่างงอนงามเดินออกไปเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ไปโดยที่ไม่คิดจะหันกลับมาอีก ที่มาก็หวังว่าภาคย์จะยังคงเสียดายเธอบ้าง แต่ไม่เลย...


ภีมะมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "แล้วจะทำยังไงครับ? ตอนนี้จะใครมาแทนได้ล่ะครับ ไหนจะต้องมานั่งบรีฟงานกันใหม่อีก"


"แกจะเครียดไปทำไม ฉันรู้อยู่แล้วว่าอย่างลิลียาถ้าไม่ฉีกสัญญาตอนนี้พอถึงวันงานจริงก็ไม่มาอยู่ดี" ภาคย์มีสีหน้าผ่อนคลายเสียจนภีมะอดประหลาดใจไม่ได้ "ฉันหาทางออกเอาไว้ให้แล้ว รออีกสักพักเดี๋ยวก็มาถึง" ถ้าจะให้พูดกันตามตรงแม้ว่าภีมะจะสนิทกับภาคย์มาแค่ไหน แต่เขาก็ยังไม่สามารถเดาใจญาติหนุ่มได้ทั้งหมด บางทีภาคย์ก็ดูเป็นคนที่ลึกลับเกินไปจนเขารู้สึกว่าห่างเหินกันมากเลยทีเดียว


ด้านนางเอกสาวที่ลงมาจากชั้นผู้บริหาร พอเดินออกจากลิฟต์มาก็เดินชนกับอินทุกรและภัทธิราที่กำลังสวนทางกันมาพอดี


ตุบ !!


"ขอโทษค่ะ" อินทุกรกล่าวออกมาด้วยความสุภาพ แต่สายตาของอีกคนมองมาดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก 


ลิลียาละสายตาก่อนจะหันไปยิ้มให้กับภัทธิรา "สวัสดีค่ะคุณภัทร ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคะ คอลเลคชั่นใหม่ออกมาขายดีหรือเปล่าคะ?"


ภัทธิราจับปอยผมทัดหูแล้วยิ้มตอบด้วยความอ่อนหวาน "ดีมากเลยล่ะค่ะ แถมพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ก็เหมาะกับคอลเลคชั่นนี้มากด้วย" หญิงสาวหันไปทางอินทุกรเชิงบอกให้อีกคนได้รู้ว่าต่อให้เป้นนางเอกเบอร์หนึ่งก็เถอะ ผู้จ้างก็ไม่จำเป็นจะต้องหมดหนทางในการหาพรีเซ็นเตอร์ใหม่ "ไปกันเถอะจ้ะไออุ่น ภาคย์คงรอนานแล้ว"


"ค่ะ" อินทุกรรับคำก่อนจะเดินตามภัทธิราเข้าลิฟต์ไป ลิลียามองตามแล้วเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้...จืดชืดแบบนี้ภาคย์สนใจไปได้ยังไงกัน


นี่แหละชีวิตมนุษย์ ในเมื่อพยายามจะคว้าในสิ่งที่ตัวเองอยากได้แต่เมื่อไม่ได้ก้พาลโทษนั่นโทษนี่ไปเสียหมด ไม่ได้ย้อนกลับมาดูตัวเองเลยว่าความผิดพลาดนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร ถึงแม้จะเรียกตัวเองว่าดาวค้างฟ้าแต่ก็คงไม่ได้จะค้างแบบนั้นตลอดกาลหรอกนะ เพราะดวงดาวก็อาจจะตกลงมาได้ในสักวัน...


ภายในห้องประชุมใหญ่....


"อะ...อะไรนะคะ? จะให้อุ่นไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ พริ้ตตี้ เอ็มซีหรอคะ? ไม่ไหวมั้งคะ" พอพามาถึงได้อินทุกรก็ต้องเซอร์ไพร้ซ์เมื่อคู่หมั้นหนุ่มของเธอจัดวางให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัทในงานมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้น 


"ไม่ได้ยากอะไรหรอกครับน้องไออุ่น พี่มีสคริปให้แล้วงานก็แค่สองวันเองครับ" ภีมะอธิบายรายละเอียดคร่าวๆให้กับเธอ


"คือ..." อินทุกรถอนหายออกมาหนักๆ "ก็ได้ค่ะ อุ่นจะพยายาม"


ภีมะก็จัดการให้ 'วาโย' เลขาสาวของเขาชี้แจงรายละเอียดให้กับเธอในทันที ในห้องนั้นอยู่รวมกันหลายคน ภัทธิรานั่งข้างพี่ชายฝาแฝดของตนก็พลอยสังเกตอาการของเขาไปด้วย ก่อนหน้านี้เธอพอจะเดาออกเพราะภาคย์มักจะแสดงความเป็นเจ้าของอินทุกรทุกครั้งที่ภิชญ์อยู่ใกล้เธอ


แต่ในตอนนี้ แม้แต่ภีมะที่รู้นิสัยใจคอกันดีก็จ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้...


"เอาอะไรที่มันถ่วงปาก ถ่วงความรู้สึกออกก่อนไหมภาคย์? จ้องแบบนี้ภีมคงไม่มีสมาธิบรีฟงานให้ไออุ่นกันพอดี" ภัทธิราเขยิบเข้าไปใกล้ๆพร้อมสะกิดให้เขาตื่นจากความรู้สึก


"ภาคย์ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ภัทรคิดมากไปหรือเปล่า?"


"เฮ่อ...เอาตรงๆนะ ภาคย์รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก ภัทรไม่เคยเห็นว่าภาคย์จะแสดงอาการเป็นเจ้าของใครเหมือนกับที่ทำต่อไออุ่นเลยนะ" ภัทธิราแตะไหล่พี่ชายฝาแฝดของเธอเบาๆ รอยยิ้มหวานเผยออกมาเพื่อที่จะให้เขาได้คิดบางอย่างสักนิด "ภัทรรู้ว่าก่อนหน้านี้ภาคย์ยอมเพราะพ่อบังคับ แต่ตอนนี้ภัทรอยากให้คิดใหม่อีกสักนิด...ลองถ้าภาคย์ยังทำเป็นเสือยิ้มยาก เหมือนไม่ใส่ใจแบบนี้ไปเรื่อยๆแล้วถ้าไออุ่นทนไม่ไหวขึ้นมาสักวัน ภัทรพูดในฐานะผู้หญิง...เพราะถ้าจะไปจริงๆจะไม่พูดมากหรอกนะ ไปโดยไม่บอกไม่ลาเลยล่ะ"


ตึกๆ ตึกๆ


ภาคย์รู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจตัวเอง ชายหนุ่มแม้พยายามจะเก็บความรู้สึกของตัวเองผ่านทางสีหน้า แต่แววตาของเขาก็ถูกภัทธิราอ่านออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ทว่าสายตาของเขาในเวลานี้ไม่ได้จับจ้องไปที่ไหนเลยนอกจากอินทุกรเพียงคนเดียว ทุกอย่างมีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้วและเขาพยายามจะทำบางอย่างให้มันชัดเจน


ติดอยู่ที่ว่าการกระทำที่แสดงออกมาบางครั้งมันชอบสวนทางกับความรู้สึกของตัวเอง...


_______________________________________ 100% _________________________________________


ฝากเพจของไรท์ด้วยนะคะ เพจเดิมไรท์เข้าระบบไม่ได้ อันใหม่ฝากติดตามด้วยน๊าาา


มาค่ะ เริ่มเข้าพล็อตหลักทีละนิดแล้วนะคะ

มานิดๆแต่จะพยายามมาบ่อยๆนะคะ 

ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่นะคะ

คอมเม้นติชมกันได้ค่ะ ไรท์จะพัฒนาการเขียนต่อไปเพื่อนักอ่านทุกท่านนะคะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น