miyukao/mini/ชีวาพร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 55

คำค้น : บุปผาเคียงมังกร#บทที่ 55

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2561 21:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 55
แบบอักษร

บทที่ 55

“ท่านเทพ”

เมิ่งอินเทียนขมวดคิ้วจดจ้องชายชุดขาวเบื้องหน้า  แม้ร่างกายของเขาจะเข้าสู่วัยชราจนคิ้วและเส้นผมตลอดจนหนวดเคราขาวโพลน แต่ท่าทางกับยังคงแข็งแรงราวบุรุษวัยฉกรรจ์ 

“เจ้าเป็นใคร”

“ท่านเทพ...จำข้าไม่ได้แล้วหรือไรกัน”

พลันภาพบางอย่างมากมายค่อยๆไหลเข้าในความคิด ดวงตาคมปิดแนบแน่น คิ้วหนาขมวดเป็นปม มือหนายกกุมศรีษะทั้งสองด้าน ร่างกายซวนเซซึมซับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย

เทพผู้นำดวงวิญญาณไป๋หย่งเฮ่า ยกยิ้มจนหนวดกระดิกเมื่อมั่นใจว่าความทรงจำของท่านเทพจูเชว่ที่ผลึกไว้ได้เปิดออกแล้ว จึงทรุดกายลงคำนับ  เมิ่งอินเทียนลืมตาขึ้นดวงตาสีดำแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสด  คิ้วและเส้นผมตลอดจนริมฝีปากก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเช่นกัน 

“ท่านเทพ”

มือหนาตวัดไพล่ไปเบื้องหลังดวงตาคมเย็นชาจนหนาวเหน็บจดจ้องที่ร่างชายชราเบื้องร่างด้วยหางตา

“ลุกขึ้น”

น้ำเสียงนิ่งสงบเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีเช่นนี้ มีเพียงเทพจูเชว่เท่านั้นที่จะเอ่ยได้ เทพผู้นำดวงวิญญาณไป๋หย่งเฮ่า ขยับตัวลุกขึ้นยกยิ้มกว้างตอนนี้เขาช่วยท่านเทพจูเชว่ตามหาดวงจิตที่หลงเหลือของเทพบุปผาเย่วเอ๋อร์พบเจอแล้ว  หวังว่าท่านเทพจูเชว่จะช่วยขอร้ององค์เง็กเซียนลดโทษให้เขาอย่างน้อยสัก 500 ปีก็ยังดี

“นาง...จำข้าได้หรือยัง”

น้ำเสียงเยือกเย็นเป็นนิจสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงนางผู้นั้น ดวงตานิ่งสงบสั่นไหวแฝงความปวดร้าวออกมาก่อนจางหายในพริบตา

“เทพบุปผานางเปิดดวงจิตทั้งหมดได้แล้ว  แต่...ท่านเทพ  นาง....”

“นางคงโกรธข้ามากสินะ”

เทพจูเชว่ยกยิ้มมุมปากดวงตาแดงแฝงความเศร้าใจไว้ชัดเจน หากแต่เลือนหายในพริบตาเช่นเดิม

เป็นเขาเองที่ใจร้ายกับนาง เป็นเขาที่ดึงดันปากแข็งและไม่ยอมรับความรู้สึกที่มีต่อนาง  หากเขาเพียงซื่อตรงต่อความรู้สึก  กล้าหาญยอมรับมันได้สักครึ่งหนึ่งของนางเรื่องราวคงไม่เป็นเช่นนี้

“ข้าจะพาดวงจิตของนางกลับสู่กายทิพย์”

14วันแล้วที่เมิ่งอินเทียนสลบไม่ได้สติ   พิษที่เขาได้รับคือพิษกัดกร่อนวิญญาณ ฤทธิ์ของมันไม่เพียงทำลายอวัยวะภายในแต่ยังทำลายพลังชีวิตด้วย  วิธีการปรุงยารักษาต้องใช้วัตถุดิบล้ำค่าที่ล้วนหามาได้ยากยิ่ง ทำให้ผู้ที่ถูกพิษล้วนมิอาจรอดชีวิตหรือแม้จะสามารถหาวัตถุดิบมาจนปรุงยาถอนพิษได้ แต่กว่าจะสำเร็จพลังชีวิตก็ถูกกลืนกินจนหมด ดังนั้นผู้ที่ถูกพิษไม่เพียงแต่ต้องได้รับยาถอนพิษแต่ต้องได้รับการถ่ายพลังปราณชีวิตอย่างต่อเนื่องระหว่างรั้งรอการผลิตยารักษา  ซึ่งผู้ที่จะถ่ายพลังปราณชีวิตให้ผู้อื่นได้นั้นต้องเป็นผู้มีพลังปราณสายฟื้นฟูขั้นเก้าซึ่งหายากเสียยิ่งกว่าวัตถุดิบในการปรุงยาเสียอีก ทั่วทั้งแผ่นดินแคว้นเหลียนคงมีเพียงโจวอี้หรงเพียงผู้เดียวเท่านั้น

7วันก่อน องค์ชาย11จูชงอวี้ และคนของเมิ่งอินเทียนสามารถหาวัตถุดิบมาผลิตยาถอนพิษได้  นางถ่ายพลังปราณชีวิตให้เขาอยู่ 3 ชั่วยาม หากแต่แม้ร่างกายเขาเป็นปกติ แต่เขากลับมิยอมลืมตาตื่นคล้ายกำลังนอนหลับลึกอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านอ๋องข้าไม่อนุญาตให้ท่านตายได้ยินหรือไม่”

โจวอี้หรงเอ่ยเสียงสั่นเครือ ดวงตาหวานแดงกล่ำใบหน้าอิดโรยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ 7 วันมานี้นางต้องถ่ายพลังชีวิตให้เขาในทุก 1 ชั่วยาม  เพื่อมิให้ร่างกายของเขาทรุดลงไปอีก   เทพจูเชว่จดจ้องใบหน้าหวานเบื้องหน้าด้วยดวงใจที่ปวดร้าว  หากเขาจะเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้จะได้หรือไม่ช่วงเวลาที่ไม่มีเทพจูเชว่ ไม่มีเทพบุปผาน้อย  มีเพียงชินอ๋องแห่งหนิงอัน และโจวอี้หรงเท่านั้น

“ชีวิตของมนุษย์แสนสั้นนักนะท่านเทพ”

เทพผู้นำดวงวิญญาณไป๋หย่งเฮ่า พอจะคาดเดาความคิดของท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่เบื้องหน้าได้ เขาเองก็รู้สึกเห็นใจคนทั้งคู่มิน้อย เพียงแต่เรื่องที่ท่านเทพลงมาจุติเพื่อตามหาดวงจิตของเทพบุปผานั้นหากองค์เง็กเซียนทรงรู้เข้าเขาอาจลำบากเช่นกัน

“แต่...ช่วงนี้บนสวรรค์ก็สงบดี  ท่านจะนอนพักในเรือนสักสามสี่วันคงไม่มีใครกล้าว่าอะไร”

พูดจบก็อยากตบปากตนเองยิ่งนัก ไป๋หย่งเฮ่า เจ้าอยากเป็นเพียงเทพผู้นำดวงวิญญาณไปจนดวงจิตดับสูญเลยหรือไรกัน  ช่างน่าโมโหยิ่งนัก

ดวงตาหวานเปล่งประกายด้วยความยินดีเมื่อเปลือกตาหนาขยับไปมาคล้ายพยายามจะลืมตาตื่น  มือบางเอื้อมไปกำมือหนามาแนบแก้มเนียน ดวงตาหวานเอ่อคลอด้วยน้ำตาจดจ้องไปที่ใบหน้าคม 

“ท่านอ๋องลืมตาสิเพคะ”

เสียงหวานใสคุ้นเคยดังขึ้นด้านข้าง ความเปียกชื้นที่สัมผัสได้บนมือหนาทำให้เมิ่งอินเทียนค่อยๆลืมตาตื่น  ภาพใบหน้าที่คุ้นเคยค่อยๆฉายชัด

“เยว่....หรงเอ๋อร์”

น้ำเสียงแหบพร่าจนฟังไม่ได้ศัพท์นั้นไม่ได้ทำให้ความยินดีบนใบหน้างามลดลงเลยแม้สักนิดเดียว  โจวอี้หรงน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความยินดีนางโผเข้าดอบกอดร่างหนาบนเตียง  เมิ่งอินเทียนค่อยๆยกมือลูปแผ่นหลังที่สั่นสะท้านตามแรงสะอื้นของนางอย่างปลอบโยน

“เหตุใดจึงกลายเป็นสตรีเจ้าน้ำตา”

โจวอี้หรงยกยิ้มทั้งน้ำตา นางไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นใครในอดีตเวลานี้เขาคือเมิ่งอินเทียน คือชินอ๋องของนาง  คือบุรุษเพียงผู้เดียวที่นางยินดีมอบหัวใจให้เขา

“หม่อมฉันมารับพระองค์กลับเพคะ  เหตุใดปล่อยหม่อมฉันให้รอนานนักเพคะ”

“ข้าขอโทษ  ข้าสัญญาว่าทันทีที่ถึงหนิงอันข้าจะเกี้ยวไปรับเจ้าถึงหน้าสกุลโจวเลยในทันที”

โจวอี้หรงยกยิ้มกว้างโอบกอดเขาแนบแน่นมากยิ่งขึ้น  เมิ่งอินเทียนโอบกอดร่างบางตอบแนบแน่นเช่นกัน

แม้รู้ว่าในอนาคตต้องเจ็บปวด  หากแต่เวลานี้ข้าขอโอบกอดเจ้าไว้ซึมซับความรักที่เจ้ามีให้ แม้จะในฐานะเมิ่งอินเทียนก็ตาม

​...........................................................................................................................................................................................

ตอนหน้าเขาจะแต่งงานกันแล้วววววว

น้องหรงกับเฮียเมิ่งฝากแจกการ์ดด้วยนะจ้ะ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น