ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คืนรัง 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 30k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คืนรัง 100%
แบบอักษร

​*​เขมมิกาส่งยิ้มอ่อนๆให้กับพนังงานก่อนจะเดินออกไปจากร้านแต่ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นหน้าประตูสติที่มีก็เลือนรางและดับวูบไปเพราะมีมือปริศนาพร้อมผ้าผืนเล็กเข้ามาปิดบังที่จมูกไว้***

รถคันดำหรูค่อยๆเคลื่อนเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังโต ร่างของเขมมิกาถูกนำขึ้นมาไว้ที่ชั้นสอง ดวงตาที่เริ่มกระพริบถี่จากการหลับไปแบบไม่รู้ตัวของหญิงสาวทำให้เธอต้องเร่งรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มีให้รวดเร็วที่สุด ยามเมื่อตื่นขึ้นมา

“ว่าไง ตื่นแล้วหรอหึ” เสียงทุ้มเย็นทักทายคนบนเตียง

 “.......” เขมมิกาไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เธอเห็นเขาอย่างเต็มตาคนที่มันทำให้เธอเจ็บแทบเจียนขาดใจ


 “ฉันถามแล้วทำไมไม่ตอบ ไม่เจอหน้าฉันไม่กี่วันนี่พูดไม่เป็นเลยหรอ” เขายังส่งน้ำเสียงสาดเซาะหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง


 “เขมมิกา ฉันถาม!!!” เริ่มจะหมดความอดทน ตอนแรกก็ว่าจะพูดคุยด้วยดีๆแต่เห็นสิ่งที่หญิงสาวกระทำใส่แล้วมันน่าโมโหนัก


 “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม” เสียงหวานเอ่ยออกไปอยากจะถามว่าพาเธอมาทำไมกัน ในเมื่อเป็นเขาเองไม่ใช่หรอที่ปล่อยเธอทิ้งไว้กลางทางโดยที่ไม่เหลียวแลกลับมา 


ปล่อยทิ้งไว้ให้ต้องหนาวสั่นเดินตากฝน คอยยืนโบกรถเพื่อจะกลับมากรุงเทพ เป็นเขาเองไม่ใช่หรอที่ทิ้งเธอไว้อย่างนั้น ในเมื่อเขาทำแบบนี้แล้วเธอยังจำเป็นต้องกลับมาเหยียบที่นี่อยู่อีกหรือ


“บ้านผัวตัวเองเนี่ยจำไม่ได้แล้วหรอ”


 “ฉันไม่อยากจำแล้วก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฉันจะกลับบ้าน”


 “เธอจะไปไหนไม่ได้”


 “ทำไม!!!”


 “ก็เพราะว่ามันเป็นคำสั่งของฉัน”


 “แต่คุณไม่สามารถจะมาบ่งการชีวิตใครได้ ชีวิตใครชีวิตมัน!” เธอย้อนมองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าสามีแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวหรือก้าวก่ายเพราะเธอเองก็ไม่เคยเขาไปยุ่งเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขากระทำเธอยังจะเรียกเขาว่าสามีได้อยู่อีกหรือทั้งๆที่เขาเองก็ไม่เคยมองว่าเธอคือคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน


 “แต่ฉันมีสิทธิ์ความเป็นผัวให้เธอ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันอย่าความจำสั้น!!!”


“ฉันไม่ได้จำไม่ได้ แต่นี่มันสิทธิและชีวิตฉัน” เธอขึ้นเสียงกับเขาจนลืมมองใบหน้าของชายหนุ่มที่จ้องมองมาด้วยสายตาขึงแข็ง


 “อย่ามาอวดเก่ง ฉันยังทำให้เธอเจ็บไม่มากพอเพราะฉะนั้นจงอยู่ให้ฉันทรมานเล่นซะ เขมมิกา” พูดก่อนจะสะบัดตัวออกไปจากร่างบางแต่ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนไกลเสียงของสาวเจ้าก็ดังขึ้นคัดค้านในสิ่งที่เขาเอ่ย 


“ไม่!!! ฉันจะหย่า!” เพราะความที่อยากเอาชนะมันมีมากโข่จึงพ่นกระแทกคำๆนี้ใส่หน้าเขาโดยไม่คิดหน้าคิดหลังถึงผลที่มันจะตามมาทีหลังเลยแม้แต่นิด เสมือนเส้นทางที่เดินมันมืดแปดด้านมีเพียงแค่ความต้องการเอาชนะเท่านั้นที่มันจะทำให้เธอได้เจอกับแสงสว่างอีกครา


 “เธอพูดว่าอะไรนะ” ถามย้ำด้วยเสียงที่แข็งกว่าเก่า เขาไม่ได้ไม่ได้ยินแต่อยากจะย้ำทวนคำพูดของหญิงสาวอีกรอบว่าสิ่งที่พูดมานั้นแน่ใจนะว่ามันจะเป็นไปได้


  “ฉันจะหย่า!”


  “ไม่มีทาง!!!” เพราะความเจ็บมันยังฝังลึกการให้อภัยคือสิ่งที่ยากเข็ญสำหรับหญิงสาวคนนี้ หรืออาจเป็นเพราะลึกๆในใจเขาอาจจะยังไม่อยากจะปล่อยเธอไปกันแน่?


 “ก็ในเมื่อคุณเกลียดฉันมากเราก็ควรที่จะจบกันเถอะค่ะ อยู่ไปไม่ใช่แค่ฉันที่ทรมาน คุณเองก็ทรมานที่ต้องเห็นคนที่คุณเชื่อว่าเป็นฆาตกรฆ่าคนที่คุณรักเดินลอยหน้าลอยตาอยู่”


 “งั้นเธอก็ไปตายซะสิเขมมิกา” อะไรดลบันดาลให้พูดสิ่งนั้นออกไปไม่รู้ รู้เพียงแค่ว่ามันอยากพูดและอยากจะตอกย้ำความผิดของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


ต่อให้หญิงสาวพยายามจะลบล้างความผิดของตนเท่าไรแต่ใยดวงใจของเขามันกลับไม่อ่อนลงแม้แต่น้อย แต่ทว่าในขณะเดียวกันความรู้สึกแปลกๆบางอย่างมันก็แทรกซึมเข้ามาด้วยโดยมันก็ยากที่จะอธิบายออกว่าสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่


 “.......” เขมมิกาถึงกับเอ่ยอะไรไม่ออกมาเมื่อสิ่งที่เขาพ่นมันออกมาจากริมฝากปากคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ สุดท้ายแล้วเธอต้องแลกมันด้วยชีวิตของเธอหรือ 


นี่คือสิ่งที่เขาต้องการแล้วใช่มั้ย? มันคือสิ่งที่เขาต้องการมันมาตลอดเวลาเลยในระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันมา โดยปราศจากความรักเเค่นี้มันคงยังเจ็บไม่พอใช่มั้ยเธอยังต้องไปตายให้สมใจเขาด้วยใช่มั้ย


 “ไง ทำไมไม่ทำซะล่ะ เธอเองมันก็ไม่กล้าจบชีวิตตัวเองหรอก หึ!”


 “ก็เพราะว่าฉันมันไม่โง่พอที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้”


 “เธอว่าไงนะ ไม่โง่พองั้นหรอ ไม่โง่พอ หึ ถ้างั้นก็คงจะฉลาดมากสินะ งั้นก็แสดงให้ฉันเห็นหน่อยสิว่าเธอฉลาดพอ!!” เขาโยนกระดาษฉบับหนึ่งให้หญิงสาวซึ่งมันคือเอกสารการขยายการส่งออกของสินค้าที่นำเข้าใหม่ซึ่งมันกำลังมีปัญหาอยู่กับผู้ที่ร่วมลงทุนที่ยังไม่ค่อยลงรอยเสียเท่าไร ซึ่งปัญหานี้มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรของเขาเลยสักนิดแต่เพียงแค่อยากจะดัดนิสัยคนอวดเก่งก็เท่านั้น


 “นี่มันอะไร”


 “มีตาก็อ่านเอา คิดซะ ว่าเธอจะแก้ไขมันยังไงเขมมิกา” สายตาไล่มองทุกตัวอักษรในเอกสารที่เขาโยนให้ เรื่องราวมันก็ระบุได้ใจความประมาณว่าผู้ที่จะร่วมลงทุนคนนี้อิดออดไม่ยอมร่วมลงทุนกับสินค้ารอบนี้ง่ายๆเพราะหวังว่าอยากจะถือหุ้นที่มันสูงกว่าเปอร์เซ็นที่ได้ 


ซึ่งเรื่องราวและประวัติของผู้ถือหุ้นคนนี้ถูกพิมพ์ออกมาเป็นหน้าๆทั้งประวัติครอบครัว การศึกษา หรือแม้แต่รสนิยมทางเพศ อันอื่นเธอพอที่จะเข้าใจว่าเอามาเพื่ออะไรแต่อันสุดท้ายนี้ เขาต้องการอะไรกันแน่หรือเป็นเพียงแค่ประวัติของคนๆหนึ่งไม่ได้มีสิ่งใดมากไปกว่าสิ่งที่เธอคิด


 “เพื่ออะไร” เสียงของสาวเจ้าเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


 “ก็เพื่อที่ว่าเธอจะต้องเข้าไปทำยังไงก็ได้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายนี้ร่วมลงทุนกับเราให้ได้”


 “แล้วทำไมต้องเป็นฉัน ในเมื่อคุณเองก็สามารถจัดการมันได้ง่ายๆ” เขาสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วตามวันเวลาที่เขาต้องการ ไม่จำเป็นต้องมาให้คนอย่างเธอมามีส่วนร่วมในการจัดการครั้งนี้หรือครั้งไหนๆเพราะทุกครั้งเธอแทบจะไม่มีเสียงในการตัดสินใจอะไรทั้งนั้นไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่


 “แต่ฉันจะให้เธอทำ!! เธอก็ต้องทำมัน”


 “.......” เสียงแข็งกร้าวที่พ่นดังใส่เธอ จนเขมมิกาที่นั่งอยู่บนเตียงกว้างแทบอยากจะยกมือขึ้นมาปิดหูไว้ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาเธอก็ไม่ต้องการรับรู้ แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถทำได้ดั่งที่ใจต้องการ


 “เข้าใจมั้ยเขมมิกา”


 “.......” ไรเสียงการตอบรับใดๆ มือของเธอก็ยังคงปิดหูค้างไว้เช่นนั้น ไม่ได้ลดมันลงแม้แต่นิด


 “ฉันถามว่าเข้าใจมั้ย” ครั้งนี้ไม่ได้ตะโกนหรือใช้เสียงแข็งแต่อย่างใด แต่ทว่าเขาใช้เสียงทุ้มที่มันต่ำลงสายตาเย็นชาแทนความแข็งกร้าวที่มี จนคนที่นั่งฟังก็ขึ้นหัวลุกขึ้นมานิด มือหนากระชากให้มือของเธอออกจากการกอบกุมหูตัวเองแล้วตะโกนให้หญิงรับรู้ความต้องการของเขาอีกครั้ง 


“เธอเข้าใจมั้ยห๊ะ!!!” ครั้งนี้เขาเดือดและรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เธอไม่ยอมฟังในสิ่งที่เข้าต้องการสนทนาด้วยแถมยังปิดหูตัวเองเพื่อปิดกั้นการรับรู้ 


“ไม่!!!” เสียงหวานตะโตนตอกกลับเธอไม่อยากทำในสิ่งที่เขาบังคับอีกแล้ว เธอไม่อยากจะทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้ว


 “ช่วยไม่ได้นะเขมมิกา ในเมื่อเธอไม่อยากทำ แต่ฉันเต็มใจให้เธอทำ! เธอก็ต้องทำ” เขาไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่เขาบังคับเธอ

 “ถ้าอย่างนั้นจะถามให้มันเสียเวลาทำไม เอาฉันไปทำงานบ้าๆของคุณเลยสิ เอาไปฆ่าทิ้งเลยก็ได้ จะทำอะไรก็ทำในเมื่อฉันไม่สามารถคัดค้านหรือเรียกร้องอะไรได้อยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณคนเดียว ชีวิตฉันจะอยู่หรือตายคุณก็กำหนดมันได้นิ” 


ชีวิตเธอแต่เธอไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรได้เลยสักนิดเพราะเขาควบคุมมันทุกอย่าง เสมือนถูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ไม่มีหนทางได้หลีกหนี ต่อให้หนีให้ตายเขาก็จะลากเธอกลับมาทรมาน!!!!

 “แต่ก่อนจะไปทำอะไร ก็ทำให้ฉันก่อนแล้วกันนะ” อัศวินผลักร่างบางให้ล้มนอนลงไป เขมมิกาที่ยังตั้งหลักไม่ทันก็รีบขยับกายตนเพื่อหลีกหนีซาตานร้ายที่มันคืบคลานเข้ามา

 อัศวินย่างสามขุมเข้าก้าวเข้ามาใกล้เขมมิกา มือหนาจับลากข้อเท้าให้หญิงสาวข้ามาอยู่ใต้ร่างของตนเองจากนั้นก็เริ่มบทกามแห่งความพิศวาสขึ้น อัศวินโหมร่างเข้าใสเขมมิกาอย่างป่าเถื่อน ไม่ว่าจะบทกามคาวราคีครั้งไหนๆเขาก็ไม่เคยที่จะอ่อนโยนกับเธอคนนี้เลยแม้แต่น้อย 

อัศวินฉุดกระชากให้ชุดที่หญิงสาวสวมใส่มันอยู่หลุดออกจากกายสาว แล้วเริ่มซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาว ขบเม้มมันตามแรงปรารถนา ไล่เลี่ยลงไปเรื่อยๆจนถึงหน้าท้องแบบราบที่ตอนนี้มันกระตุกเกร็งไปเสียหมด

 “อย่าทำเหมือนไม่เคย” เสียงทุ้มพร่ำบอกกับคนใต้ร่าง เขมมิกาจ้องมองใบหน้าหื่นกระหายของเขาที่มันเต็มไปด้วยแรงแห่งราคะ ความต้องการที่จะปลดปล่อยซึ้งคนที่จะทำให้เขาได้ไปแตะขอบสวรรค์ชั้นฟ้ามันก็คงจะไม่พ้นคนอย่างเธอ ผู้หญิงที่เป็นรองต่อชีวิตเขามาตลอด ผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นฆาตกร!

 อัศวินวกวนอยู่ที่ร่างกายของเขมมิกาจนพอใจเขาก็เริ่มรุกรานเข้าไปส่วนข้างในของหญิงสาวมากขึ้น เขาไม่รีรอให้อะไรมันเข้าที่ แค่ทำตามในสิ่งที่ใจตัวเองปรารถนามันก็เป็นพอ ไม่ต้องสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

 “อึก อ๊ะ!” เสียงหวานร้องลั่นเมื่อเขาเข้าถลำลึกเข้าไปในกลางใจสุดรักสุดหวง ใบหน้านิ่วคิ้วขมวด จุกไปทั้งท้องน้อย

 “เงียบเสียงของเธอ” นี่ก็เป็นเหมือนครั้งไหนๆเขาไม่อยากจะได้ยินเสียงร้องครางอย่างสุขสมของผู้หญิงคนนี้ เพราะมันตอกย้ำให้เขารู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่สามารถทำอะไรให้วิชุดาได้เลย 

เป็นเขาเองที่หลงระเริงอยู่กับหญิงสาวตรงหน้าพยายามกระทำร้ายให้เจ็บปวดใจสารพัดแต่ทว่ามันหนักใจเกือบทุกครั้งไป แต่ก็ต้องทำเป็นเหมือนไม่รู้สึก ทุกวันนี้ได้แต่พร่ำพูดกับตัวเองอยู่ว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้มันก็เพื่อคนที่เขารักอย่างวิชุดา หาได้มีความรู้สึกใดเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น 

เมื่อความคิดเช่นนี้มันผุดขึ้นมาในหัวมันก็ยิ่งทำให้อัศวินโหมร่างเข้าใส่เขมมิการุนแรงขึ้น เขากระแทกกระทั้นจนเขมมิกาแทบจะกลั้นเสียงที่แสนเจ็บปวดไว้ไม่อยู่

 ร่างบางเคลื่อนไหวตามสิ่งที่เขากระทำเข้ามาในตัวของเธอ รู้ทั้งรู้ว่าเขานั้นรุนแรงขนาดไหนแต่เธอก็ไม่เอ่ยปากคัดค้าน สมยอมในบทพิศวาสที่อัศวินกระทำให้แทบทุกครั้ง มันทั้งแสนละอายใจจนที่จะเอื้อนเอ่ยออกไปเป็นคำพูดได้ ได้แต่ทนอยู่เพื่อความสาสมแก่ใจของเขา...เพราะเธอเองก็มีส่วนผิด สุดท้ายเธอก็เก่งได้ไม่นานก็ต้องมาสยบสมยอมต่อแรงกายของเขา ไม่มีหนทางที่จะหลีกหนี มันชั่งน่าละอายใจเหลือเกิน

เเม้ว่าเวลาจะพร่ำผ่านไปครั้งเเล้วครั้งเล่า เเต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดบทพิศวาสกามนี้ลงเลย อัศวินยังคงโหมรันร่างหนาเขาใส่กระเเทกกระทั้นจนร่างเธอสั่นคลอนไปหมดทั้งตัว

       "คุณวิน ฉันเจ็บ" สุดท้ายเธอไม่อาจจะทนต่อเเรงรับนี้ได้ เสียงใสพร่ำบอกเขา

       "เจ็บก็ต้องทนเพราะฉันยังสะใจไม่พอ" เขายังไม่สาเเก่ใจกับร่างนี้เลย 

       "แต่ฉันเจ็บ!"

     "ก็ฉันบอกว่าเธอต้องทนรองรับอารมณ์ฉันไง เจ็บก็ต้องกัดฟันทน แล้วก็หุบปากไปซะ" ยิ่งพูดอัศวินก้ยิ่งกระเเทกเข้ามาในตัวของสาวเจ้าไม่ยั้ง เเถมมันยังเเรงขึ้น เเรงขึ้น

        "ไม่! คุณมันเลว!"

        "เอ่อ ก็ไอคนเลวนี่ไม่ใช่หรอที่มันกำลังจะเอาเธออยู่"

        "เพลี๊ยะ!!!" มือที่ไร้พันธนาการจับไว้ยกขึ้นมาฟาดลงที่พวงแก้มของอัศวินโดยไม่ลังเล

        "เขมมิกา!"

        "ชอบเเบบซาดิสก์ใช่มั้ยห๊ะ!" ว่าเเล้วเขาก็ใส่เเรงเข้าไปมากกว่าครั้งไหนๆ จนร่างนี้มันเเทบจะทะลุเป็นพรุน น้ำตาเล็ดไหลออกมาอยู่ที่ข้างเเก้มทั้งสองข้าง เเม้ว่าจะบอกให้หยุดก็ไม่เคยฟัง เสียงนี้มันไม่เคยมีความหมายต่อผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ คำวิงวอนร้องขอก็ไม่เคยคิดจะเห็นใจกันสักนิด เขาหาเศษหาเลยกับร่างกายของเธอราวกับว่าเป็นเพียงเเค่ที่ระบายไร้ค่า ไร้ราคาเเถมยังไร้ความรู้สึก

            "อ๊ะ! ระ...เเรงไปแล้ว อ๊ะ!" เขาทำอย่างที่พูดเพียงเเค่ฝ่ามือนี้ฟาดไปกระทบกับใบหน้านั้นเขก้ทำกับเธอได้ขนาดนี้ ความเป็นคนมันยังมีให้กันอยู่บ้างมั้ย

           "อ๊า! มันก็เหมาะกับเธอเเล้วไม่ใช่หรอ" ครั้งนี้เขาเนิบนาบใช้เเก่นกายบิดขยี้ลงที่ปากทางรักของเขมมิกา จนร่างบางสั่นสะท้าน ก่อนที่อัศวินจะเริ่มถูไถไปเรื่อยตามความช่ำชองของตนเอง 

  เขมมิกาได้แต่เก็บกดความเสียวสะท้านที่มันอัดเเน่นจนล้นเปี่ยมจวนจะปะทุออกมา แต่หากปล่อยออกไปมันคงจะเเสนน่าละอายเหลือเกิน จึงได้เเต่กัดฟันตัวเองเเน่น

           "ฉันรู้ว่าเธออยากมันมากแค่ไหน อืมมม!" อัศวินใช้เรียวปากร้อนบดขยี้ลงไปที่ทรวงอกที่มันเด่นชูของเขมมิกาในยามนี้ เเล้วขบกัดงับมันอย่างเอาเเต่ใจ

             "อ๊ะ! คะ...คุณวิน พะ...พอ"

       "ฉันยังไม่เสร็จเลยมันจะพอได้ยังไงล่ะ" เสียงนี้มันเเสนจะน่ากลัวสำหรับเขมมิกายิ่งนัก น้ำเสียงของมันเสมือนเป็นหอกทิ่มเเทงเข้ามาท่ี่กลางใจของเธอครั้งเเล้วครั้งเล่า จะหลบซ้ายหลบขวามันก้ยังติดตามพุ่งเข้าใส่ จนเจ็บพรุนไปหมด

     อัศวินเร่งถาโถมร่างเข้าใส่เขมมิกาไม่มีหยุดหย่อน ไม่รู้ว่าวันนี้เเรงกายที่เขามีมันจะหมดไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้ร่างหนากำลังโอบอุ้มเธอขึ้นเหนือเตียงแก่นกายที่ยังประสานคาติดไว้ก็ไม่ยอมถอดถอนออกไปเสีย อัศวินพาเธอมุ่งตรงไปที่ห้องน้ำกว้าง อยากจะหลีกหนีเเทบตายก็หาทำได้ไม่

       เขาว่างเธอลงให้ยืนด้วยลำเเข้งของตัวเองมือหนาเอื้อมไปเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลรดลงมาที่ตัวของเขมมิกาเเละตัวเขาเองกระเเสน้ำไหลผ่านร่างของเขมมิกาจนอัศวินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก อัศวินทนมองภาพดวงหน้าที่มันเปลี่ยนไปของเขมมิกาไม่ได้อีกต่อไป เขาดันร่างนั้นให้ชิดติดกับกำแพงห้องน้ำอย่างเเรง

         "ปึก!"

         "โอ๊ย!"

         "คุณวิน ยะ...อย่า"

       "อย่าหยุดใช่มั้ย ฮึ!" อัศวินเร่งจังหวะให้มันรวดเร็วขึ้นตามเเรงปรารถนาของเขา เสียงทุ้มเข้มดังระงมไปทั่วห้องน้ำสีขาว

         "อ๊ะ! จะ...เจ็บ" เขมมิกาก็ทำได้เพียงเเค่โอบรัดลำคอแกร่งไว้เท่านั้นเพราะเเรงที่เขาดันเข้ามามันเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สายน้ำที่รินไหลก็ไม่อาจจะห้ามความร้อนรุ่มที่มันปะทุอยู่ในตัวของอัศวินได้เลย เสียงร้องเเหบพร่าเสียวซ่ายของเขาดังระงมด้วยความสุขสมแต่มันชั่งกลับผิดกับหญิงสาวอีกคน

          ร่างของเขมมิกานอนเจ็บระทมอยู่บนเตียงกว้างหลังจากผ่านศึกหนักจากเขามา อัศวินยังคงนอนหลับใหลทอดกายอยู่ข้างเธอ มือแกร่งดึงรวบเขมมิกาเข้ามาไว้ในอ้อมเเขนเเน่น เเต่ในยามนี้สาวเจ้าไม่อาจจะข่มตาได้ลงอีกแล้ว        เพราะเเสงอาทิตย์ที่ส่องมาพ้นขอบฟ้ากระทบและลอดผ่านเข้ากับผ้าม่านภายในห้อง มือขของเธอพยายามดันเเขนนั้นให้หลุดออกไปแต่ทว่ามันเเสนจะหนักเอาเรื่อง ดึงดันอยู่นานก็เป็นผล จีงรีบสาวเท้าออกมาจากเตียงที่มีซาตานกำลังนอนอยู่ทันที

          "จะไปไหน!" อัศวินลุกขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียง สายตาจ้องมองไปที่เขมมิกาที่กำลังจะเดินออกไปเมื่อจัดเเจงเสื้อผ้าทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          "จะไปไหนก็ได้ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน!" เหลียวตามาค้อนใส่ผู้ชายใจร้าย

          "อย่ามาอวดดีกับฉัน!" เพราะความทะนงตัวของหญิงสาวที่ทุกวันมันเริ่มจะเพิ่มพูนขึ้นเสียทุกทีทำให้เขาอารมณ์เสียได้เป็นที่สุด

             "ฉันไม่เคยอวดดีกับใคร"

             "แล้วที่กำลังทำอยู่มันไม่ใช่หรอ?!"

            "ถ้ามีสมองก็ได้โปรดพิจารณาเองเถอะค่ะ" ขี้เกียจต่อปากต่อคำ เดี๋ยวมันจะพาลให้เรื่องมันหนักขึ้นไปอีก จากนั้นก็รีบก้าวดุ่มๆออกไปจากห้องนั้นทันที ป่านนี้ไม่รู้ว่าป้าสมรจะมาถึงเเล้วหรือยัง เธอควรที่จะลงไปช่วยสาวใหญ่คนนั้นเสียหน่อย เพราะไม่อาจจะอยู่เคียงกับอัศวินได้ ยิ่งอยู่ให้ห่างจากผู้ชายคนนั้นชีวิตเธอยิ่งอันตรายน้อยลง

            "เขมมิกา!"

            "โธ่เว้ย!" ส่วนคนข้างหลังตื่นมาก็ต้องพบกับความหัวเสียนับวันเขมมิกายิ่งปากเก่งขึ้น นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาประสงค์เเม้เเต่น้อย เธอต้องเจ็บ ต้องกลัว ต่อสิ่งที่เขากระทำสิ!!!


 ปานธิดาที่สีหน้าไม่ได้สดใสเหมือนดั่งที่เคยเป็น ดวงหน้าของเธอเศร้าหมอง ตั้งแต่ที่กลับมาจากที่บริษัท ผ่านศึกการโดนอัครินย่ำยีเธอก็ได้แต่เก็บตัวเองอยู่ในห้อง นั่งเสียใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นนึกคำนึงถึงเรื่องที่เขาพูดมันอยู่หลายหนว่าคนที่ชื่อกานต์นั้นเป็นพี่สาวของเธอ ซึ้งมันจะไปเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อเธอคือลูกคนเดียวหาได้มีพี่น้องท้องเดียวคลานตามกันมา จนเธอสาวเจ้าเริ่มนึกสงสัยขึ้นมาในสมอง สิ่งนี้เธอต้องการคำตอบ!

 “มะ...แม่ค่ะ” เดินเข้าไปหามารดาที่นั่งอยู่หน้าบ้าน สายตาที่มองมาเปลี่ยนไปจากแววตาที่ดูสดใสมันกลับหม่นหมอง แสนจะไหววูบเหลือทน

 “อ้าววันนี้ไม่ไปทำงานหรอลูก เดี๋ยวมันจะสายเอานะ” นี่มันก็เจ็ดโมงกว่าแล้วเเต่ยังไม่เห็นลูกสาวจะแต่งตัวเตรียมไปทำงานเลย

 “อ่อ มะ...ไม่จ๊ะ” น้ำเสียงที่สั่นเทาพยายามปรับให้มันอยู่ในระดับปกติมากที่สุด

 “แม่ค่ะ ดามีเรื่องอยากจะถาม”

 “อืมได้สิ จะถามอะไรล่ะ”

 “ดา...พะ...พ่อดาเป็นใครค่ะ?”

 “เอ่อคือ...” คำถามของบุตรสาวมันชั่งกล่ำกลืนต่อการตอบเหลือเกิน

 “บอกดามาเถอะนะแม่ ดารับได้ทั้งนั้นต่อให้พ่อจะเป็นใครก็ตาม” เธอทนสงสัยอะไรต่อไปไม่ได้แล้ว

 “พะ...พ่อของดา เอ่อปะ...เป็น” มันรู้สึกจุกไปหมดเมื่อลูกสาวถามหาคนเป็นพ่อ

 ปานธิดาบีบมือของมารดาเน้นเป็นเชิงว่าต่อให้มารดาจะพูดอะไรมาเธอก็พร้อมที่จะยอมรับมันทั้งนั้น ดังนั้นผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจบอกทุกสิ่งที่รู้ให้กับบุตรสาวคนนี้ฟังเพราะยังไงมันก็คงต้องมีสักวันที่สาวเจ้าจะได้รู้เข้าจนได้

 “พ่อของดาเขาเป็นนักธุรกิจ” น้ำเสียงราบเรียบบอกไปให้บุตรสาวได้รับฟัง

 “นักธุรกิจเลยหรอจ๊ะ” ไม่อยากจะเชื่อว่านี้คือสิ่งที่มารดาบอก มารดาก็พยักหน้าช้าๆ

 “แต่ว่าแม่เจอกับพ่อของดาก็ตอนที่พ่อเขามีเจ้าของแล้ว” สิ่งนี้มันแสนจะอัปยศนัก การที่เจอบุคคลที่รักในเวลาที่ไม่สมควรมันแสนจะเจ็บปวดหัวใจจนเกินกว่าจะต้านได้ไหว

 “มะ...หมายความว่ายังไง”

 “แม่ตกลงปรงใจคบกับพ่อของดาทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าพ่อของดาแต่งงานแล้ว แถมยังมีสร้อยทองคล้องใจอยู่อีกหนึ่งคน” ปานธิดาตกใจที่ได้ยินแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นมันก็แสดงว่า...

 “ระ...เราเป็น...”

 “ใช่ลูก แม่เป็นเมียน้อยเขา” แม้เรื่องราวมันจะผ่านมาหลายสิบปีแต่ก็ยังจำไม่เคยลืมถึงแผลมันจะประสานเข้าหากันจนสนิทแล้วแต่มันก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆเสมอเมื่อหวนคำนึงถึง

 “พอแม่รู้เข้าแม่ก็ไม่อยากจะทำให้ใครเขาต้องเจ็บปวดหรือเสียใจ แม่จึงเลือกที่จะถอยออกมาพร้อมกับมีดาอยู่ในท้องตอนนั้น แต่ว่าพอพ่อเขารู้เข้าก็พยายามตามหาแม่จนเจอ แม่เลยบอกเขาว่าแม่ไม่ต้องการอะไรจากเขาอีกแล้ว จบกันแค่นี้เถอะไม่อยากจะถลำลึกไปมากกว่านี้” 

หากจะต้องให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะความความสุขของตัวเองคงจะทนทำไม่ได้จริงๆ เหตุผลเพราะเธอนั้นมาทีหลังเข้าใจในหลายๆสิ่ง ในลูกผู้หญิงด้วยกันเอง เป็นเธอก็คงจะยอมรับสิ่งนั้นไม่ได้เช่นกัน

 “ละ...แล้วพ่อเขาว่ายังไงค่ะ”

 “ในตอนแรกเขาไม่ยอมหรอกแต่แม่ยังยืนหยัดอยู่ พ่อเขาเลยทิ้งสร้อยเส้นนี้ไว้ให้ดาพร้อมบอกอีกว่าจะส่งค่าเลี้ยงดูมาให้ แต่ส่งมาได้ประมาณดาเข้าสองขวบแม่ก็บอกให้เขาเลิกทำแบบนั้นเพราะแม่อยากตัดขาดอย่างเด็ดขาด อีกอย่างแม่ก็พอจะมีปัญญาเลี้ยงดูลูกคนเดียวได้” 

พอมารดาเล่าจบปานธิดาก็แทบจะอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่มันเคยเกิดขึ้น แต่ก็ยังนึกสงสัยว่าทำไมอัครินถึงแน่ใจอย่างแน่ชัดว่าระหว่างเธอกับหญิงสาวที่ชื่อกานต์นั้นมีสายเลือดเดียวกัน หากไม่นับรวมสร้อยเส้นนี้

 “แล้วลูกของพ่ออีกคนเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายจ๊ะ”

 “ถ้าแม่จำไม่ผิดน่าจะเป็นผู้หญิงนะ หน้าตาก็คล้ายๆดาเนี่ยแหละ พ่อเขาเคยส่งรูปมาให้แม่ดูอยู่ครั้งหนึ่ง”ปานธิดาพยักหน้าอย่างเข้าใจชัดเจนทุกอย่าง 

มือสาวเจ้ากำสร้อยที่มันห้อยอยู่ที่คอแน่น แต่เธอไม่เคยพบเจอกับบุคคลเหล่านั้นแท้ๆทำไมต้องมาลงที่เธอด้วย สายตาที่ไม่เข้าใจกับแววตาสงสัยมันปะปนกันเต็มไปหมด

 “ขะ...เขาชื่ออะไรจ๊ะ” ในใจนั้นแสนจะภาวนาว่าอย่าให้เธอคนนั้นมีชื่อดังที่อัครินเรียกหาอยู่บ่อยครั้งเลยเธอจะได้ไม่ต้องทนอยู่เช่นนี้ต่อไป ได้โปรด...

 “กานต์ กานต์นิภา”

 “กะ...กานต์” น้ำตามันแทบจะซึมไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างทำไมเธอต้องมาคอยนั่งรับในสิ่งที่ไม่ได้กระทำอะไรไว้แทนผู้หญิงคนนี้ด้วย คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สาวต่างมารดา มันชั่งไม่สมควรจะเป็นเช่นนี้เลย...

 “เอ่อใช่ดาแล้วเขมล่ะ แม่ฝากให้เขมออกไปซื้อของให้ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวาน รอแล้วรอเล่าเมื่อวานก็ไม่เห็นจะกลับมาเสียที แม่เป็นห่วง”

 “อะ...อ้อ เขมโทรมาบอกดาแล้วค่ะ ว่าคุณอัศวินเขามารับไป ฝากดามาขอโทษแม่ด้วยที่ทำให้เป็นห่วง”

 “แม่ก็นึกว่าจะเป็นอะไรไป อยากจะออกไปตามแทบขาดใจก็ทำไม่ได้”

 “เขมบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วจ๊ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” แต่ทว่ามันแสนผิดกับเธอ ทั้งๆที่พร่ำบอกให้มารดาว่าอย่าห่วงเขมิกาเลย แต่ในใจเธอนั้นห่วงแสนห่วงสาวเจ้ากลัวว่าอัศวินจะทำอะไรให้เพื่อนสาวได้เจ็บปวดอีก

 วันนี้เป็นวันที่เขมมิกาต้องมาทำสัญญากับผู้ถือหุ้นตามที่อัศวินสั่ง เธอทำตัวไม่ถูกว่าจะต้องทำเช่นไรแม้ว่าจะเคยทำงานแบบนี้มาบ้าง แต่ทว่าเธอไม่เคยที่จะต้องมายืนหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่บนเรือสำราญลำใหญ่ในตอนนี้ เขมมิกายืนกระสับกระส่ายอยู่ภายในเรือกว้าง สายตาหวานกวาดมองไปรอบๆ เธอรู้สึกประหม่าอย่างเป็นที่สุด

 “เขม!” เสียงจากด้านหลังเรียกสาวเจ้าที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ

 “ดา!” รู้ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเธอเจอเข้ากับเพื่อนสาวแสนรัก รีบก้าวเดินเข้าไปหาอย่างเร่งรีบ

 “ดามาได้ยังไง?”

 “เขมคงจะยังไม่รู้ ดาทำงานที่บริษัทของคุณอัศวินได้หลายอาทิตย์แล้ว” เพราะเธอไม่ได้เจอเพื่อนสาวเลยเลยทำให้ยากที่จะบอกเรื่องนี้ แต่ทว่าพอมาเจอกันสถานการณ์ตรงน้ามันก็ทำให้เธอลืมเรื่องนี้เสียไปสนิท

 “จริงหรอ แล้วดาทำอยู่ตำแหน่งไหน เขมไม่เคยจะรู้เลย” เธอไม่ค่อยได้รู้เรื่องของปานธิดาเลยจริงๆ

 “ดาทำงานเป็นเลขาฯของคุณรินเขานะจ๊ะ” ปานธิดากล่าวถึงผู้ชายที่สั่งให้เธอมาที่นี่

 “แล้วเขมล่ะ มาที่นี่ได้ยังไง”

 “คุณวินเขาสั่งให้เขมมาจัดการเรื่องเอกสารสัญญาที่นี่”

 “ถ้าอย่างนั้น เราก็มาเพราะจุดประสงค์เดียวกันนะ” ในมือของปานธิดาก็ชูซองเอกสารในมือให้กับเขมมิกาดู เขมมิกาก็ยิ้มรับเบาๆ

 “ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะเลยเวลา” เขมมิกาบอกกับปานธิดา

 “จ๊ะ” ว่าแล้วสองสาวก็พากันเดินไปตามเส้นทางที่ผู้คนบนเรือเริ่มจะทยอยขึ้นมากันบ้างแล้ว เขมมิกาและปานธิดาตรงดิ่งเข้าไปภายในห้องที่จัดเตรียมไว้เพื่อการเจรจาการร่วมหุ้นในครั้งนี้ ทั้งเขมมิกาและปานธิดานั่งรอการมาของของคนสำคัญในครั้งนี้ 

เมื่อเวลาผ่านไปสักพักคนที่เฝ้ารอก็เดินทางมาถึง ในคราแรกที่เห็นหน้าเธอคิดว่าบุคคลนี้จะอายุมากกว่าเธอมากเพราะมีปัญหาด้านการลงทุนกันอัศวินแต่ที่ไหนได้จากที่ดูคงไม่ห่างจากเธอทั้งสองมากนัก ทั้งๆที่ก่อนมาเข้าก็ทราบประวัติก่อนมาแล้ว แต่ทำไมเมื่อมาถึงมันกลับไม่ใช่

 “สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ” เขมมิกาและปานธิดายืนขึ้นต้อนรับคนสำคัญที่เพิ่งจะเข้ามาภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมนี้

 “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มรูปร่างภูมิฐานกล่าวสวัสดีสองสามเบื้องหน้า

 “เชิญนั่งครับๆ” มือหนาผายออกบอกให้สาวเจ้าทั้งสองนั่งลงที่โซฟาตัวยาว

 “คุณไม่ใช่...” เขมมิกาโผล่ขึ้นมาเสียก่อน

 “อ้อ พอดีว่าคุณพ่อผมท่านไม่สะดวกน่ะครับ”

 “ถ้าอย่างนั้นคุณก็เป็น”

 “ใช่ครับ ผมเป็นลูกชายคนรองชื่อพิพัฒน์”

 “อ้อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เรามาเริ่มกันดีกว่านะคะ”

 “นี่เป็นเอกสารการร่วมลงทุนหุ้นในครั้งนี้ค่ะ” เขมมิกายื่นเอกสารที่เตรียมไว้ ให้กับบุรุษหน้าหล่อตรงหน้า

 “ส่วนนี้เป็นข้อตกลงในสัญญาค่ะ” ปานธิดาสมทบบ้าง

 “หากว่ามีส่วนไหนไม่เข้าใจสามารถสอบถามดิฉันได้เลยนะคะ” ปานธิดาเอ่ยขึ้นเมื่อบุรุษตรงหน้าเอื้อมมาหยิบเอกสารที่มันวางอยู่บนโต๊ะขึ้นไปอ่านรายละเอียด

 “คุณอัศวินไม่ได้บอกคุณหรือว่าทำไมทางผมถึงยังไม่ตัดสินใจลงทุน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆถามหญิงสาวทั้งสองคน

 “ขอโทษด้วยค่ะ คุณอัศวินไม่ได้บอกดิฉันไว้ รบกวนคุณพิพัฒน์พิจารณาเอกสารนี้อีกรอบนะคะหากคุณแน่ใจว่ามีส่วนที่คุณไม่พอใจทางเราจะพิจารณาให้นะคะ” อัศวินไม่ได้บอกสิ่งใดกับเธอมาเลยสักคำเกี่ยวกับปัญหาของผู้ร่วมลงทุนหุ้นในครั้งนี้ มีแต่คำบังคับที่บอกให้เธอมาให้ชายคนนี้เซ็นสัญญาให้ได้

 “ตามจริงแล้ว เรื่องสัญญาผมไม่ได้มีปัญหาหรอกครับ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มเริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้นจนเขมมิกาและปานธิดาสัมผัสได้ สองสาวเจ้าหันหน้ามาสบตากัน

 “แล้วเรื่องอะไรที่คุณไม่ชอบใจตรงไหนค่ะ” ปานธิดาเป็นฝ่ายถามออกไป

 แต่ทว่าสิ่งที่จะได้แทนที่จะเป็นคำตอบแต่เขากลับส่งสายตาโลมเลียมาให้เธอทั้งสอง ปานธิดาและเขมมิกานึกขยาดต่อสิ่งตรงหน้ามองหาหนทางที่จะออกไปได้ แต่ทว่ามันกลับแทบไม่มี ในเมื่อจุดๆนี้มันมีคนของชายคนนี้อยู่เต็มไปหมด

 “เหมือนว่าพวกคุณจะรู้เลยนะครับว่าสิ่งที่ผมต้องการคืออะไร” ร่างหนาเริ่มลุกเดินและรุกรานเข้าไปใกล้หญิงสาวทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวลีบอยู่ติดกัน มือหนาค่อยๆช้อนหน้าของเขมมิกาและปานธิดาขึ้นทีละคน

 “พะ...พวกฉันไม่ทราบหรอกค่ะว่าคุณต้องการอะไร แต่รบกวนคุณหยุดพฤติกรรมนี้เถอะนะคะ ฉันว่ามันไม่เหมาะสม” เขมมิกาสะบัดใบหน้าให้หลุดออกจากมือหนาสากที่มันจับเนื้อตัวเธออย่างจาบจ้วง

 “ทำไมมันจะไม่เหมาะสมล่ะครับคุณเขมมิกา” น้ำเสียงของพิพัฒน์เริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะจับเข้าที่ใบหน้าของเขมมิกาอีกครั้ง ปานธิดาที่เห็นก็รีบยกมือตัวเองขึ้นมาปัดป้องให้เพื่อนสาวทันที จนมือนั้นกระเด็นออกจากใบหน้าสาวเจ้าไปไกล

 “กรุณาอย่ามาทำกิริยาแบบนี้นะคะ” ปานธิดาลุกกรานขึ้นเมื่อทนกับพฤติกรรมนี้ไม่ได้

 “ผมว่าคุณนั่งลงดีกว่านะครับ” จับกดดันให้ไหล่ของปานธิดาให้นั่งลงที่โซฟาสีขาวตัวยาวก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปชิดข้างแก้มของหญิงสาว แล้วเอ่ยกระซิบบอกเสียงแสบพร่า

 “ถ้าพวกคุณยังอยากได้สัญญาจากผมอยู่” จากนั้นแล้วเขาก็ฉกเข้าที่ข้างแก้มของปานธิดาเบาๆอย่างจาบจ้วง แต่ทว่าปานธิดาสามารถที่จะขดตัวหลบการรุกรานนั้นได้ทัน

 “ถ้าคุณต้องการทำสัญญาด้วยสิ่งนี้ ทางเราก็คงต้องพิจารณาที่จะให้คุณร่วมลงทุนใหม่แล้วล่ะค่ะ” เขมมิกาโผขึ้นพูดอย่างไม่เกรงกลัวอะไร เธอตัดสินใจเองทั้งหมดไม่สนใจว่าชายผู้นี้จะไปมีอำนาจบาตรใหญ่มาจากไหน หากมีการกระทำที่รุกรานเช่นนี้มันก็คงจบสิ้นกัน

 “ใจกล้าดีนิคุณเขมมิกา ไม่กลัวว่าสามีคุณจะเสียหายบ้างหรอ?” เขาพูดอย่างมีชั้นเชิง

 “คงจะมีบุคคลอื่นที่ต้องการร่วมลงทุนกับบริษัทเราค่ะ หากว่าขาดคนอย่างคุณไปสักคนมันก็คงจะไม่เสียหายอะไรใช่มั้ยล่ะค่ะ”

 “หึ ปากเก่งเหมือนอย่างที่ไอวินมันพูดไว้จริงๆ” ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

 “.....?” เขมมิกาไม่เข้าใจ จึงโผขึ้นว่า 

“ขอความกรุณาพูดถึงดิฉันใหม่ด้วยนะคะ ฉันไม่เคยปากเก่งใส่ใคร!”




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น