miyukao/mini/ชีวาพร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 54

คำค้น : บุปผาเคียงมังกร#บทที่ 54

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 963

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2561 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 54
แบบอักษร

บทที่ 54

เมิ่งอินเทียนเดินทางกลับหวงจินในทันที  โดยมอบหมายให้ชิงลี่และชิงจินเป็นผู้คุมทัพใหญ่กลับ  ส่วนเขาและชิงหรงเร่งเดินทางล่วงหน้ามาก่อน  

หรงเอ๋อร์รอข้าอีกหน่อยนะ

เมื่อเดินทางมาถึงชายแดนหนานจิงเบื้องหน้ากลับปรากฏร่างของชายชราชุดเทา เส้นผมและคิ้วของเขาล้วนเป็นสีขาวโพลนไปหมดบ่งบอกระยะเวลาที่ผ่านมาในชีวิต  เมิ่งอินเทียนขมวดคิ้วเข้มเขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจากชายชราตรงหน้า ยิ่งสบดวงตาฝ้าฝางนั้นเขายิ่งสัมผัสได้ถึงความแค้นในใจที่ท้นออกมา  ร่างกายเขาเดินพลังปราณพร้อมสำหรับการต่อสู้ในทันที 

“เจ้าเป็นใคร”

เมิ่งอินเทียนเอ่ยถามเสียงเข้ม ชายชราแสยะยิ้มผิวหนังเหี่ยวย่นบนใบหน้าขยับไปตามรอยยิ้มหากแต่กับปรากฏภาพที่ชวนขนลุกมากกว่างดงาม เมิ่งอินเทียนขมวดคิ้วเข้มมองชายชราแปลกหน้าเบื้องหน้าสัญญาณบางอย่างกำลังเตือนเขาว่าคนผู้นี้มิใช่มาอย่างมิตรแน่นอน

“หึ!!!  ข้าเป็นใครอย่างนั้นหรือ  เมิ่งอินเทียน!!เจ้ากล้าถามคำถามนี้กับข้าได้อย่างไร"

ร่างชราค่อยๆก้าวเดินมาที่เขา แม้ร่างกายจะบ่งบอกว่าคนผู้นี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี หากแต่การเคลื่อนไหวกับคล่องแคล่วราวผู้มีวัยเพียง 40 ปี มือเหี่ยวย่นยกขึ้นชี้นิ้วมาที่ด้วยท่าทางสั่นเทา

"เป็นเพราะเจ้าแผนการทั้งหมดที่ข้าสู้อุส่าห์อดทนมาตลอด 15 ปีจึงพังทลาย เป็นเพราะเจ้าหลานชายของข้าที่ควรเป็นฮ่องเต้จึงต้องมาตาย  วันนี้ข้าจะแก้แค้นแทนหลานชายและบุตรสาวที่น่ารักของข้า”

“มู่ชางอี้  อย่างนั้นหรือ”

สนมเย่วเป็นมารดาขององค์ชาย 7 จูชงหยวน   แท้จริงนั้นในอดีตนางเป็นบุตรสาวของมู่ชางอี้  สหายคนสนิทของเย่วตงตง   สกุลเย่วมีเพียงบุตรชายไม่มีบุตรสาว เพื่อที่จะสร้างฐานอำนาจในราชวงค์จึงรับมู่ชิงชิงเข้ามาเป็นบุตรสาวบุญธรรม ให้ใช้แซ่เย่วนับตั้งแต่นางอายุ 10 ปี  เมื่อพ้นนวัยปักปิ่นจึงถวายตัวเป็นพระสนม ใช้เวลาไม่นานก็ตั้งครรภ์โอรสสวรรค์คนแรก 

 สกุลมู่นั้นมีความชำนาญด้านการใช้พิษแม้จะถูกกวาดล้างสกุลไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน หากแต่ยังมีบางส่วนที่มีชีวิตรอดและสืบทอดวิชากันต่อมา  เมิ่งอินเทียนถอนหายใจยาวในเมื่อลงสนามรบแล้วการปล่อยศัตรูไปเท่ากับฆ่าตัวเอง เขาทะยานกายมาเบื้องหน้าประจันหน้ากับชายชุดขาว   เหตุใดการเดินทางของเขาจึงมีอุปสรรคมากมายเพียงนี้  เขาเพียงอยากกลับไปหาหรงเอ๋อร์เท่านั้น คนพวกนี้ใยจึงรังควาญมิเลิกกัน  มือหนาเดินพลังปราณก่อนปล่อยพลังโจมตีคนตรงหน้า  แม้หลบได้อย่างทันท่วงทีหากแต่ด้วยพลังปราณขั้นเก้า มู่ชางอี้จึงบาดเจ็บสาหัส

“พลังปราณขั้นเก้าอย่างนั้นรึ”

มู่ชางอี้เคยได้ยินมาว่าเมิ่งอินเทียน ชินอ๋องแห่งหนิงอันนั้นมีพลังปราณสายพละกำลังขั้นเก้า อีกทั้งเก่งกาจวรยุธ หากแต่เขาเองก็มีพลังปราณสายพละกำลังขั้น 7 สูงส่งไม่น้อยหน้าผู้ใด เพียงแต่ไม่คิดว่าเพียงฝ่ามือเดียวของคนตรงหน้าก็ทำเขาบาดเจ็บสาหัสสเพียงนี้

“ข้ามิชอบรังแกใคร เป็นเจ้าที่รนหาที่”

เมิ่งอินเทียนสะบัดชายเสื้อมองชายชราที่ควรจะใช้ชีวิตบั้นปลายจากไปอย่างสงบแล้วถอนหายใจยาว  มู่ชางอี้ทรุดตัวลงกระอักเลือด  ง่ายดายเพียงนี้เลยหรือเหตุใดเขาจึงมิอาจแม้แต่จะแตะชายเสื้อของคนผู้นั้นกัน  ช่างน่าโมโหนัก  มู่ชางอี้กำหมัดแน่นก่อนใช้แรงเฮือกสุดท้ายทะยายเข้าใส่คนเบื้องหน้า  เมิ่งอิ่นเทียนส่ายหน้าอย่างหน่ายใจเขาเพียงเบี่ยงตัวหลบการโจมตีเล็กน้อยร่างชรานั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้นกระอักเลือดออกมาอีกชุดใหญ่ คราวนี้แม้แต่พยุงตัวนั่งก็ไร้เรี่ยวแรง

“ช่างไม่เจียมตน”

เมิ่งอินเทียนเบื่อหน่ายเต็มทีกับคนตรงหน้า  เขาก้าวเดินหนีไปที่ม้าของตนเพียงแต่เพียงสามก้าวเขากับรู้สึกได้ถึงบางอย่างในร่างกายที่ผิดปกติ

“ชั่วช้า”

เมิ่งอินเทียนเร่งสกัดจุดต่างๆในร่างกาย เสียงหัวเราะแหบแห้งของชายชราที่นอนกระอักเลือดหายใจรวยรินบนพื้นดังขึ้นพร้อมกับชิงหรงที่เร่งรุดมาประคองเขา

“ท่านอ๋อง”

“หึ!!  เมิ่งอินเทียน ต่อให้เจ้ามีพลังปราณขั้นเก้าก็ไร้ประโยชน์ พิษที่เจ้าได้รับไม่มียาแก้   เช่นนี้จึงจะเรียกว่าแก้แค้นสำเร็จ  ข้าจะไปรอเจอเจ้าที่ปรโลก”

เสียงหัวเราะแหบแห้งสุดท้ายดังขึ้นก่อนที่ร่างของชายชราจะแน่นิ่งไปพร้อมลมหายใจของเขา

“ท่านอ๋อง!!!”

เมิ่องอินเทียนขบกรามแน่น  ดูเหมือนการสกัดจุดจะไม่สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของพิษได้  ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวถูกไฟเผา  แขนขาอ่อนแรงและชาไปทั้งตัวก่อนที่สติเขาจะดับวูบไป

หรงเอ๋อร์.....ข้าจะไปหาเจ้า

 “ท่านอ๋อง!!”

ชิงหรงรีบลงไปประคองเมิ่งอินเทียนขึ้นหลัง สองเท้าทะยานไปในอากาศในทันที

วังวิหคเหินเมฆาขององค์ชาย11จูชงอวี้ วุ่นวายอีกครั้งเมื่อคนของเมิ่งอินเทียน ชินอ๋องแห่งหวงจินพาร่างที่ที่ไร้สติของเขากลับเข้ามา  เป็นที่รู้กันว่าเมิ่งอินเทียนเป็นผู้มีพลังปราณสายพละกำลังขั้นเก้า อีกทั้งมีวรยุทธสูงส่งการที่มีคนสามารถจู่โจมเขาจนบาดเจ็บสาหัส คนผู้นั้นย่อยไม่ธรรมดา เวรยามในเมืองหนานจิงจึงเข้มงวดเป็นพิเศษสถานการณ์ตึงเครียดราวกับกำลังมีสงครามใหญ่   หมอหลวงและผู้มีพลังปราณสายฟื้นฟูถูกเรียกตัวมาที่วังวิหคเหินเมฆาเพื่อถวายการรักษาให้ชินอ๋องต่างเมือง หากแต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์ ร่างสูงศักดิ์ยังคงนอนนิ่งไร้สติเช่นตอนที่คนสนิทพาเข้ามา

“มีอีกคนที่อาจช่วยท่านอ๋องได้”

ชิงลี่ ชิงจิน หันมามองหน้าชิงหรงด้วยคิดเช่นเดียวกันกับเขา  ในแค้วนเหลียนที่ยิ่งใหญ่นี้จะมีใครที่มีความสามารถเกินนางกัน

“หม่อมฉันจะรีบไปรีบมา  ระหว่างนี้รบกวนองค์ชายให้คนของพระองค์ช่วยถ่ายพลังปราณฟื้นฟูช่วยเหลือท่านอ๋องรอหม่อมฉันกลับมา”

องค์ชาย11จูชงอวี้ พยักหน้ารับแม้ชิงหรงมิเอ่ยปากเขาเองก็เต็มใจช่วยเหลืออยู่แล้ว  ชิงลี่และชิงจินอยู่คอยอารักขาเมิ่งอินเทียนขณะที่ชิงหรงเร่งรุดจากไปยังหวงจิน




 “คุณหนูโจวเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

โจวอี้หรงขมวดคิ้วเรียวมองทหารคนสนิทของเมิ่งอินเทียน เหตุใดเขามาอยู่ที่นี่กันแล้วเมิ่งอินเทียนเล่าเขาไปอยู่ที่ใด

“คุณหนูท่านรีบไปช่วยท่านอ๋องเถิด”

“ช่วย!!...เกิดเรื่องอันใดกัน  ท่านอ๋องเป็นอะไร”

โจวอี้หรงเดิมทียังสับสนในความรู้สึกของตน หากแต่เมื่อรับรู้ว่าเมิ่งอินเทียนอยู่ในอันตรายหัวใจของนางก็สั่นรัวด้วยความหวาดกลัว

แท้จริงแล้วไม่ว่าข้าจะเป็นเทพบุปผาหรือโจวอี้หรงหัวใจของข้าก็มอบให้ท่านจนหมดสิ้น**ข้าช่างเป็นสตรีโง่งม

​.............................................................................................................................................................................................

สวัสดีจร้าาาาาาา......

หายไปนานเลยทีเดียว  ช่วงนี้จะเป็นช่วงชดเชยให้รีดอ่านฟรีไม่ติดเหรียญไม่ติดกุญแจ 

ตั้งแต่ตอนนี้..........จนกว่าเรื่องนี้จะจบ 

คาดว่าอีกไม่เกิน 3  ตอนจร้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น