star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.30 ความจริง【ทิว❤มิน】

ชื่อตอน : EP.30 ความจริง【ทิว❤มิน】

คำค้น : EP.30 ทิวมิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2561 20:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.30 ความจริง【ทิว❤มิน】
แบบอักษร

Update on 22.10.2018


【EP.30 ​ความจริง​​】​




"ว๊ายยยยย!!"




พรึ่บ!!!




ตุบ!!!





"โอ๊ยยยย!!" 




"เฮ้ย!! ไอ้ปูอย่า" ผมรีบวิ่งเข้าไปคว้ามือไอ้ปูไว้ทัน 



"เฮียใจเย็นก่อน!" ไอ้นันรีบวิ่งเข้ามาช่วยผมอีกแรง 



"ฉิบหาย! ห้องกู"  



"พี่โจๆ ลุกไหวไหมพี่"  



"มึงเอาอะไรให้แฟนกูกินห๊ะ!!"  



"เอ่อคือ... คือ..." 



"คือๆ อะไรล่ะป้า รีบบอกมาดิเดี๋ยวก็โดนตบปากแหกก่อนหรอก"  



"ไอ้ปูมึงใจเย็นๆ ก่อนไอ้ห่า นี่ผู้หญิงนะเว้ย" ผมพยายามพูดเตือนสติให้มันใจเย็นลงบ้าง 



"ผู้หญิงเหี้ยอะไรทำตัวแบบนี้กันห๊ะ!! บอกมามึงเอาอะไรให้แฟนกูกิน บอกมา!!" 



"เฮ้ยไอ้ฟิวเข้ามาช่วยกูจับมันดิ แม่ง!! แรงควายชัดๆ เร็วดิ" 



"เออๆ งั้นไอ้บี้มึงไปช่วยไอ้โจมันใส่เสื้อผ้าดิ" 



"โอเค" 




พลั่ก!! 



ตุบ!! 




"เชี่ย!!" 




พวกผมล้มระเนระนาดกันไปคนละทาง ไอ้ปูแม่งเทกระจาดพวกผมแล้วรีบเข้าไปประคองไอ้โจทันที ไอ้บี้ถอยเองก็รีบถอยห่างออกจากไอ้โจเหมือนกันอารมณ์นี้ใครจะกล้าเข้าไปขวางมันล่ะ ตอนนี้ไอ้ปูมันเดือดยิ่งกว่าหมาบ้าโดนน้ำร้อนเสียอีก 




"มินมาช่วยหน่อยดิ" ไอ้ปูเรียกมินให้เข้าไปช่วย 



มินเป็นคนเดียวที่มันไว้ใจในตอนนี้ คนอื่นห้ามแตะ! 



"ผมว่าพี่อุ้มพี่โจเข้าไปในห้องนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ให้ทิวมันจัดการไปก่อน" 




มินวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนให้ไอ้ปู สภาพแบบนี้ใครดูก็รู้ว่าโดนยา ไอ้ปูพอเห็นสภาพเมียตัวเองโดนผู้หญิงขึ้นคร่อมอยู่บนโซฟาในสภาพที่เสื้อหลุดลุ่ยขนาดนี้ แล้วผู้หญิงยังใส่แค่ชุดชั้นใน มือกำลังปลดเข็มขัดเมียตัวเองจะไม่ให้มันหัวร้อนเป็นไฟได้ไง สภาพไอ้โจตอนนี้แม่งไม่มีแรงต้านแล้วมั้ง แต่มันก็ยังพยายามผลักผู้หญิงออก 



มึงนี่ให้เกียรติผู้หญิงยันวินาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆ ไอ้โจเอ้ย 



ปัง!!! 




"กูว่างานนี้เละทั้งแก๊ง" ไอ้ทีนกุมขมับแน่น 



"ไงล่ะแผนนักล่าห่าเหวของพวกมึง กูบอกแล้วว่าให้เด็กที่ร้านไปลากตัวมาถามก็จบ" 




พรึ่บ!! 




"ใส่เสื้อผ้าซะ" ผมโยนเสื้อผ้าที่เก็บจากพื้นไปให้ เธอหลบหน้าผมทันที 



"ทิว" มินเดินเข้ามาหาผม 



"อืม.. ว่าไง?" 



"ยาปลุก" มินมันเข้ามากระซิบผม 



"เออ รู้แล้ว" 



"เอาไงต่อ จะคุยห้องนี้หรือไปห้องกู" ไอ้ฟิวพูดขึ้น 



"ย้ายไปห้องมึงแล้วกัน ปล่อยให้ไอ้ปูอยู่กับไอ้โจสักพัก" ผมตอบ 



"เออ งั้นตามกูมา" 



"ขึ้นมาไม่ถึงชั่วโมงอะไรจะเร้าร้อนกันขนาดนี้วะ ห้องกู!!" ไอ้เนย์บ่นอุบ 




ไอ้ฟิวกับไอ้เนย์มันชอบซื้อคอนโดที่เดียวกันครับ แต่มันมีหลายที่ไว้รองรับสาวๆ เป็นที่พักชั่วคราวของพวกผม ตอนแรกผมก็ว่าจะซื้อห้องที่นี่เหมือนกันแต่คิดไปคิดมาใช้ห้องไอ้ฟิวกับไอ้เนย์ฟรีแล้วผมจะต้องซื้อทำไมล่ะ 




ตอนนี้พวกผมย้ายมารวมตัวกันที่ห้องไอ้ฟิว ทุกคนกำลังนั่งจ้องมองผู้หญิงคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพวกผมนั่งล้อมรอบ 




"พวก.. พวกคุณเป็นใคร?" เธอพูดขึ้นหลังจากนั่งเงียบมาสักพัก 



"แน่ใจนะว่าไม่รู้จักผม?"  



กึ่ก!! 

เธอสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็รีบส่ายหัวปฏิเสธทันที 



"ไม่รู้จัก.. ฉันจะไปรู้จักพวกคุณได้ยังไงล่ะ" 



"ผมเคยเจอคุณที่ร้านเสื้อ คุณจำผมได้ไหม?" มินถาม 



"ไม่! ฉันไม่เคยเจอคุณ" 



"เจ้อย่าก้มหน้าปฏิเสธดิ ยังไม่ทันจะมองหน้าเพื่อนผมเลยด้วยซ้ำอ่ะ"  



"ก็ฉันไม่รู้จักพวกคุณ!" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง 



"คุณชื่อแคทใช่ไหม?"  เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วก็ละสายตาไปมองทางอื่น  



"ไอ้เนย์เอาหลักฐานให้น้องแคทเขาดูดิ" 



ไอ้เนย์ควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงมันกดเลื่อนไปมาสักพักคลิปที่คอนโดผมก็ถูกเปิดให้ผู้หญิงคนนั้นดู 



"นี่ใช่คุณใช่ไหม?" 



เธอนิ่งครับ ไม่ยอมตอบและไม่ยอมมองหน้าใคร 



"โอเค งั้นฟังสิ่งที่ผมจะพูดให้ดีนะ เด็กที่คุณเอามาทิ้งไว้ที่หน้าห้องผมคืนนั้นไม่ใช่ลูกผมแน่นอน ถ้าคุณอยากได้หลักฐานว่าผมไม่ใช่พ่อของเด็กจริงๆ ผมสามารถเอามาเพื่อยืนยันความจริงได้นะ และที่พวกผมมาเจอคุณวันนี้ผมแค่อยากรู้เหตุผลว่าทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วย ทำไมคุณต้องเอาลูกตัวเองมาทิ้งไว้ให้ผม" 



"ฉันไม่รู้เรื่อง!" "แน่ใจนะว่าไม่รู้เรื่อง" ผมถามเธออีกครั้ง 



"แน่ใจซิ ฉันยังไม่แต่งงานเลยแล้วฉันจะมีลูกได้ยังไง" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง 



"มินเอาจดหมายมาดิ" มินยื่นจดหมายที่เธอทิ้งไว้พร้อมกับไอ้เด็กอ้วนมาให้ผม  



"จดหมายนี่เขียนถึงผม คุณเป็นคนทิ้งไว้พร้อมกับเด็กคนนั้น" ผมยื่นให้เธอดู 



"จดหมายอะไร ฉันเปล่าเขียนสักหน่อย" 



"อะไรของคุณวะ!! หลักฐานขนาดนี้ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ เอาลูกมาทิ้งไว้ทำไมไหนบอกผมดิ ไม่สงสารลูกตัวเองเลยว่างั้น!!" 



"เฮ้ยไอ้มินมึงใจเย็นๆ ก่อน ปล่อยให้เฮียเขาจัดการเถอะ" 



"แม่อะไรวะใจร้ายฉิบหาย"  



"มินเดี๋ยวกูจัดการเอง"  



"อืม..." มินพยักหน้าตอบรับผม 



"ว่าไง!! คุณจะตอบผมได้รึยังว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร!" 




… 




"จะเงียบอีกนานไหม หรืออยากให้ผมลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อที่คุณจะได้ตอบคำถามผมง่ายขึ้น" 




เธอยังคงไม่กล้ามองหน้าผม เธอออกอาการสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่ปริปากพูด 




ปัง!!!! 




"ไอ้เหี้ยทิว! เก้าอี้ตัวโปรดกู"  




กูขอโทษทีว่ะเพื่อน งานนี้กูต้องแกล้งโหดหน่อยเพราะแม่งไม่ยอมตอบคำถามกูสักที 




"ว่าไง!! ตอบมา!!" ผมตะคอกเสียงดังลั่นห้อง อย่าว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นจะตกใจเลยครับพวกไอ้ทีนก็สะดุ้งเหมือนกัน  



"โอ๊ยยย!! แล้วจะให้กูเลี้ยงลูกคนอื่นรึไงไอ้พวกบ้า!!"  




o0!! 




"หมายความว่ายังไง?" ผมถามด้วยความสงสัย  



"ลูกคนอื่นอะไรวะเจ้ ก็เจ้เอาเด็กมาทิ้งหน้าห้องเฮียผมแล้วจะไม่ใช่ลูกเจ้ได้ไง" ไอ้ทีนถาม 



"ก็บอกว่าไม่ใช่ลูกกูก็ไม่ใช่ซิ!!"  



"นี่เจ้เมายาป่ะเนี้ยะ หน้าตาก็ดีพูดจาหมาไม่แดกเลยนะเจ้" 



"เฮ้ยไอ้บี้หุบปาก!" 



"อ้าว! ก็กูพูดเรื่องจริง" 



"นี่คุณ ถ้าไม่ใช่ลูกคุณแล้วลูกใคร แล้วทำไมต้องโกหกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกผม คุณรู้ไหมว่ามันทำให้แฟนผมเข้าใจผมผิด" 



"ก็... ก็ไอ้เด็กนั้นมันกินเก่งจะตาย ร้องไห้ก็เก่งแค่เลี้ยงไม่ถึงเดือนดีก็จะประสาทแดกตายอยู่แล้ว! ไหนจะค่านมค่านู้นค่านี่อีก เลี้ยงไม่ไหวหรอก!!" เธอโวยวายชุดใหญ่ 



"อะไรวะ ถามอย่างตอบอีกอย่าง วันนี้กูจะรู้เรื่องไหมเนี้ยะ" 



"งั้นคุณก็ยอมรับแล้วซินะว่าคุณเป็นคนเอาเด็กมาทิ้งไว้ แล้วที่ว่าไม่ใช่ลูกคุณนี่หมายความว่ายังไง?" 



"ก็เด็กนั่นไม่ใช่ลูกฉันไง ฉันไม่ได้คลอดมันโว๊ย!!" เธอโวยวาย 



"อะไรวะ เอามาทิ้งไว้เองแต่เสือกบอกไม่ใช่ลูกตัวเองแล้วพี่เอาลูกใครมาทิ้งเนี้ยะ" มินบ่นอุบ  



"ผมให้โอกาสคุณอีกแค่ครั้งเดียวนะ ถ้าคุณไม่ยอมพูดความจริงผมอาจจะทำในสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงก็ได้" ผมพูดเสียงเรียบนิ่ง เธอมองมาที่ผมแล้วเม้มปากเล็กน้อย 



"ฉันไม่ได้ชื่อแคท ฉันชื่อกาน แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ใช่ลูกฉันแต่เป็นลูกนังเหมียวมัน" 



"เดี๋ยวนะ คุณบอกว่าลูกคนชื่อเหมียวงั้นเหรอ แล้วแคทเป็นใครวะ" มินถาม 



"เฮ้ออ... คืออย่างนี้นะ..." 



เธอถอนหายใจเฮื้อกใหญ่ก่อนจะตั้งใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกผมฟัง





เธอเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้พวกผมฟัง เธอเล่าว่าเธอทำงานเป็นเด็กเชียร์เบียร์อยู่ผับแห่งหนึ่ง อาชีพที่เธอไม่เปิดเผยเธอขอไม่พูดถึงแต่พวกผมก็พอรู้ครับว่าเธอทำงานอะไร เธอมีเพื่อนที่ทำอาชีพเดียวกันและเพื่อนคนนั้นก็เช่าห้องอยู่ข้างห้องเธอ เพื่อนคนที่เธอพูดถึงก็คือผู้หญิงที่ชื่อเหมียว 





เหมียวทำงานแบบเดียวกับเธอ ทุกคืนเธอสองคนจะต้องมีลูกค้ากลับมาที่ห้องวันละหนึ่งถึงสองคน เหมียวจะเลือกรับลูกค้าที่ค่อนข้างมีเงิน เธอหน้าตาสวยมากเธอเลยมักจะไปหาลูกค้าที่ผับไฮโซที่คนมีเงินเขาไปเที่ยวกัน เหมียวเคยพาเธอไปผับแห่งหนึ่งซึ่งเป็นร้านที่เหมียวได้ลูกค้าจากร้านนี้ทุกวัน เธอพูดจบก็มองหน้าผม  




"ร้านคุณไง เหมียวหาลูกค้าที่นั่น" 



"อ้าว! ร้านเฮียมีแบบนี้ด้วยเหรอวะกูไม่ยักรู้" ไอ้นันหันไปพูดกับไอ้ทีน 




เธอเล่าต่อว่าเธอไปเที่ยวกับเหมียวคืนนั้นเหมียวไม่ได้ไปหาลูกค้าเหมียวแค่พาเธอไปเที่ยวหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเอง เหมียวเล่าให้เเธอฟังว่าเหมียวแอบชอบเจ้าของร้านนี้มาก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของลูก เหมียวพูดไปก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกอย่างเธอมันคงเป็นแค่ความฝัน ผู้หญิงอย่างเธอจะได้รับโอกาสนั้นได้ยังไง  




"คืนนั้นเหมียวชี้คุณให้ฉันดู" เธอพูดกับผม




เธอเล่าให้ฟังต่อว่า.. เหมียวจะชอบเล่าว่าผมใส่ชุดแบบไหนในแต่ละวัน แอบมองผมทุกครั้งเหมียวที่ไปหาลูกค้าที่นั่น จนมีอยู่วันนึงเหมียวมาเล่าให้เธอฟังว่าผมมีแฟนแล้ว เธอบอกว่าเขาเลือกที่จะมีแฟนเป็นผู้ชายแล้วเขาจะมามองผู้หญิงอย่างฉันได้ไง เหมียวเล่าเหมือนปกติปกติที่เล่าให้เธอฟังทุกวัน โดยที่เหมียวไม่ได้เสียใจอะไร เธอก็แค่แอบชอบและคนที่เธอแอบชอบเขาดันมีแฟนแล้วก็เท่านั้นเอง 




อยู่มาวันหนึ่งเหมียวร้องไห้แล้วมาเคาะประตูห้องเธอ เหมียวบอกเธอว่าเหมียวท้อง เธอทำได้แค่ปลอบใจเท่านั้นเพราะเธอเองคงให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ เธอถามว่ารู้ไหมว่าพ่อของเด็กคือใคร เหมียวไม่ยอมบอกเธอว่าใครคือพ่อของเด็ก แล้วเรื่องก็จบอยู่แค่นั้น




หลังจากเหมียวรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูกเหมียวก็หยุดทำงานอย่างว่าแล้วใช้เงินที่หามาได้ดูแลตัวเองจนคลอดลูกคนนี้ออกมา เธอบอกเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเหมียวถึงเก็บเด็กคนนี้ไว้ ถ้าเหมียวยอมเก็บลูกคนนี้ไว้ก็แสดงว่าเด็กคนนี้ต้องมีความสำคัญกับเหมียวมากเธอคิดแค่นั้น





เหมียวเลี้ยงลูกคนเดียวจนเงินเก็บที่มีเริ่มไม่พอกับค่าใช้จ่าย วันไหนที่เธอหยุดไม่ได้ไปทำงานเหมียวจะขอให้เธอดูแลลูกให้แล้วก็ออกไปทำงาน เหมียวใช้ชีวิตอยู่อย่างนั้นจนวันนึงเหมียวก็ตัดสินใจบอกเธอว่าจะไปหาพ่อของเด็ก เหมียวฝากให้เธอดูแลลูกให้เหมือนทุกครั้ง เหมียวบอกว่าจะรีบกลับมาแต่เหมียวก็ไม่กลับมาอีกเลย ผ่านไปสองอาทิตย์เธอได้ข่าวว่าเหมียวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถแท็กซี่พุ่งชนกับรถกระบะจนเสียหลักตกลงจากสะพาน เหมียวเสียชีวิตคาที่ เธอเลยต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้  




"แม่ไอ้อ้วนตายแล้วเหรอ" มินตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ผมกุมมือมินเอาไว้แล้วมันก็นิ่งไป 



"แล้วคุณก็เลยเอาเด็กมาทิ้งไว้ให้ผม"  



"ฉันไม่รู้จักญาติของเหมียวสักคน รู้แค่พ่อกับแม่ของเหมียวเสียไปนานแล้ว ฉันเลี้ยงเด็กเองไม่ไหวหรอก ก่อนไปเหมียวจะไปหาพ่อของเด็กเหมียวบอกฉันว่าคนที่ขับมาส่งเธอวันนั้นคือพ่อของเด็ก พอเหมียวเล่าให้ฟังฉันก็พอจำได้ว่าคนไหน ฉันก็เคยหน้าเขาแค่ครั้งเดียวตอนเดินสวนกันข้างล่างตึก เหมียวบอกฉันว่าพ่อของเด็กเป็นลูกคนรวย เธอนอนกับผู้ชายคนนี้โดยไม่หวังอะไรเธอแค่รัก แต่ก็นะอาชีพอย่างพวกฉันมันเลือกอะไรมากไม่ได้หรอก ยิ่งหวังจะให้ใครมาขอแต่งงานนี่คงจะเป็นไปไม่ได้เลย หึ! โลกนี้มันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น ชีวิตจริงมันโหดร้ายจะตาย" 



"แล้วคุณรู้ไหมว่าพ่อของเด็กอยู่ไหน?" มินถาม 



"หึ!! มันคงจะอยู่รอเลี้ยงลูกมันมั้ง! ฉันตามหามันอยู่สองอาทิตย์ ไปร้านที่เหมียวเคยไปหาลูกค้า แล้วฉันก็เจอมันก็กำลังมีความสุขอยู่กับผู้หญิงของมัน ฉันตามมันไปจนรู้ว่ามันพักอยู่ที่ไหน หลังจากนั้นฉันก็อุ้มลูกไปหามันบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกเหมียวที่เกิดมัน" 



"แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?" ผมถามต่อ 



"โอ๊ยยย!! จะเหลือเหรอ! ถ้ามันยอมรับง่ายๆ ฉันก็ไม่ต้องเอาลูกไปทิ้งให้คุณหรอก มันเล่นยิงไข่ใส่เพื่อนฉันจนออกมาเป็นคนขนาดนี้มันยังไม่ยอมรับลูกมันเลย" 



"โคตรเหี้ยอ่ะ" ไอ้ทีนพูดขึ้นหลังจากนั่งฟังอยู่นาน 



"ใช่ไง! เหี้ยมากพูดเลย ตอนนี้มันไปทำงานต่างประเทศแล้วด้วย ฉันเลยไม่มีทางเลือกอื่นที่คิดขึ้นได้ก็คุณนี่แหละที่พ่อจะเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ อย่าว่าฉันใจร้ายเลยนะ อาชีพอย่างฉันเลี้ยงเด็กไม่ได้จริงๆ แล้วที่สำคัญฉันกำลังคบกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้วย ฉันเลยต้องทำแบบนี้" ผมนี่ปวดหัวตึบเลยครับ เจอเรื่องแบบนี้เข้าไปก็มึนไปเลย มินนี่นั่งเงียบไม่พูดอะไรสักคำ  



"คุณเข้าใจฉันใช่ป่ะว่าฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ฉันตามดูคุณอยู่สักพักก็เลยหาวิธีที่จะเอาเด็กคนนี้ไปให้คุณเลี้ยงแทน คุณรวยกว่าฉันคุณเลี้ยงได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะแค่เด็กคนเดียวเอง"  



"คุณจะพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วการที่คุณเอาเด็กมาทิ้งไว้ที่ผมมันก็ทำให้ครอบครัวผมเกิดปัญหาในเรื่องที่ผมไม่ได้เป็นคนทำ คุณจะคิดเองเออเองแบบนี้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่คุณทำมันโอเคสำหรับผม" ผมบอกเธอ 



"ก็ฉันคิดอะไรไม่ออกนิ ฉันตามดูคุณกับแฟนคุณแล้วก็ดูเป็นคนดีฉันเลยตัดสินใจเลือกคุณไง เหมียวเองก็แอบชอบคุณมานาน คุณดีทุกอย่างในความคิดเหมียวฉันก็เลยเขียนจดหมายแต่งเรื่องขึ้นมาว่าคุณเป็นพ่อของเด็กแล้วเอาเด็กไปทิ้งไว้ที่คุณ" 



"คุณจะทำอย่างนี้กับเพื่อนผมก็ไม่ถูกนะ เพื่อนผมมันก็มีครอบครัวของมันแล้วคุณไม่คิดเหรอว่าคุณกำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขา" ไอ้เนย์พูดขึ้น 



"แล้วพวกคุณคิดว่าฉันแฮปปี้รึไงล่ะ"  



"แต่คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ คุณพอจะมีข้อมูลของพ่อเด็กคนนี้ไหมล่ะเดี๋ยวพวกผมจะช่วยคุยกับเขาให้ก็ได้นะ" 

มินพูด 



"โหหห... ไอ้มินมึงคิดว่ามันจะรับเป็นพ่อเด็กเหรอวะคนแบบนี้" 



"ฉันไม่มีข้อมูลอะไรหรอก รู้แค่ว่าเขาคืนห้องแล้วไปทำงานที่ต่างประเทศ ที่ทำงานฉันก็ไม่รู้จัก เขาให้เงินฉันมาแค่สองหมื่นวันที่ฉันไปหาเขาแล้วบอกอย่ามายุ่งกับเขาอีก เขาไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้" 



"เด็กแม่งน่าสงสารว่ะ" 




ผมได้ฟังแบบนี้ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ใครก็ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ถ้าแม่ของเด็กยังอยู่เธอก็คงไม่ทิ้งลูกตัวเองแน่นอนเพราะเธอเลือกที่จะคลอดเด็กคนนี้ออกมา 




"เอาไงต่อวะไอ้ทิว?" ไอ้ฟิวหันมาถามผม ผมหันไปมองหน้ามิน 



ตอนนี้ผมคงตอบอะไรไม่ได้จริงๆ แล้วมินก็คงรู้สึกแบบเดียวกับผม 



"เฮ้อออ... ฉันขอโทษที่ฉันสร้างปัญหาให้คุณนะ เอาอย่างนี้แล้วกัน... ฉันขอเวลาสักสองวันฉันขอไปคุยกับแฟนฉันก่อนว่าฉันจะขอเลี้ยงเด็กคนนี้เป็นลูกได้ไหม ระหว่างนี้ฉันฝากเด็กคนนี้ไว้กับคุณก่อนได้ไหมล่ะ ถ้าแฟนฉันตอบตกลงฉันจะเป็นคนเลี้ยงลูกแทนเหมียวเอง" 



"พวกผมจะมั่นใจได้ไงว่าเจ้จะไม่หนีไปแล้วทิ้งเด็กไว้อีกอ่ะ" ไอ้บี้ถาม 



"ฉันเป็นคนรักษาคำพูดย่ะ ที่จริงฉันก็รักลูกเหมียวเหมือนลูกตัวเองนั่นแหละแต่เพราะสถานการณ์ตอนนั้นมันบีบให้ฉันต้องเลือกทำแบบนี้ เอาเป็นว่าฉันไม่หนีแน่นอนขอเวลาแค่สองวันแล้วฉันจะกลับมาให้คำตอบ" 



"ง่ายไปป่าววะ" ไอ้ทีนพูด 



"เอาไงมิน?" ผมหันไปถามมิน 



"กูแล้วแต่มึงเลย ตอนนี้กูคิดอะไรไม่ออกว่ะ" 



"ขอปากกากับกระดาษหน่อยซิ" ไอ้ฟิวเดินไปหยิบปากกากับกระดาษแล้วยื่นไปให้เธอ 



"นี่เบอร์โทรกับที่อยู่ของฉัน ส่วนที่ทำงานฉันพวกคุณก็รู้อยู่แล้วนิ" เธอเขียนเบอร์โทรและที่อยู่ของเธอให้ผม 



"ฝากเลี้ยงอีกสองวันนะ"  



"คุณแน่ใจนะว่าถ้าแฟนคุณยอมรับเด็กคนนี้แล้วคุณจะเลี้ยงเขาเหมือนลูกคุณจริงๆ" 



"แน่ใจซิ ฉันติดแค่เรื่องแฟนฉันคนเดียวนี่แหละ ถ้าแฟนฉันโอเคทุกอย่างก็จบ" "ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"  



"ได้ซิ" 



"เด็กคนนี้มีชื่อไหม?" มินถาม 



"เออจริงด้วย! ตั้งแต่เด็กเกิดมาฉันก็เรียกว่าหมูอ้วนๆ ตลอดเลย ไม่เคยถามเหมียวมันสักทีว่าลูกมันชื่ออะไร" 



"แล้วเอกสารที่เกี่ยวกับเด็กล่ะมีไหม?" ไอ้เนย์ถาม 



"ไม่มีหรอก ฉันลองค้นในห้องยัยเหมียวแล้วก็ไม่เจออะไร ไม่รู้ยัยเหมียวพกไปด้วยตอบไปตามหาพ่อเด็กรึเปล่านะ" 



"ทำไมชีวิตมันเศร้าขนาดนี้วะ"  



"ตกลงเอาตามที่ฉันบอกนะ ฉันนั่งเสียเวลากับพวกคุณมานานแล้วเนี้ยะ ลูกค้าก็ไม่ได้ คนหล่อก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็หลุดมือไปซะล่ะ อุตส่าห์งานฟรีคืนนี้ไม่รับเงินด้วย เสียดายอ่ะ"  



"โหหห.. นี่คุณไม่โดนเพื่อนผมกระทืบตายคาห้องก็บุญเท่าไหร่แล้ว" ไอ้ฟิวพูด 




"เสียดายของมาก! เบื่อผู้ชายสมัยนี้จริงๆ เล่นกินกันเองหมดแล้วผู้หญิงพวกฉันจะเหลืออะไรให้กินล่ะ" 



"เจ้ก็แรงเนอะ อยากกินพี่ผมมากถึงขั้นต้องเอายาปลุกให้พี่ผมกินเลยเหรอวะ" ไอ้บี้พูด 



"แรงอะไร ก็มัวแต่ชักช้าอ้างนั่นนู้นนี่อยู่ได้ คนอย่างฉันไม่เคยเสียเวลากับผู้ชายขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ นี่เห็นว่างานดีเกรดพรีเมียมหรอกนะเลยต้องเร่งเครื่องขอพิเศษกันหน่อย" เธอพูดอย่างหน้าตาเฉย 



"โหยย... แร๊งงง" ไอ้บี้ไอ้ทีนพูดขึ้นพร้อมกัน 



"พอๆ เลิกพูดเรื่องนั้นก่อน สรุปว่ามึงเอาไงไอ้ทิว?" ไอ้ฟิวหันมาถามผม 



"อืม... ผมให้โอกาสตามที่คุณขอ อีกสองวันผมจะให้ลูกน้องไปรับคุณที่บ้านแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที"  



"งั้นฉันไปได้แล้วใช่ไหม?" 



"อืม..." ผมตอบ 



"โอเค งั้นฉันขอตัวเลยนะ" พูดจบเธอก็รีบหยิบกระเป๋าของเธอแล้วออกไปทันที 



"อะไรวะ เฮียโคตรใจดีอ่ะ" 



"มิน ทำไมไม่พูดอะไรเลย" 



"ไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะ กูคิดอะไรไม่ออก" มินตอบ 



"เฮ้อ... เรื่องมันโคตรน้ำเน่าเลยวะ ฟังไปกูก็สงสารเด็กฉิบหาย แม่ก็เสือกตายอีก"  



"ข้อมูลอะไรก็ไม่มี ชื่อก็ยังไม่รู้เลยว่าแม่เขาตั้งชื่อว่าอะไร" 



"แล้ววันนี้เราเอาไงต่ออ่ะเฮีย"  



"เออไอ้ทิว มึงจะเอายังไงต่อ?" ไอ้เนย์ถาม 



"ไม่รู้ว่ะ วันนี้แยกย้ายกันก่อนแล้วกัน กูจะพามินกลับไปพักก่อน" 



"ก็ดีเหมือนกัน กูก็อยากกลับบ้านนอนล่ะ" 



"กูเองก็มีเคสผ่าตัดพรุ่งนี้ งั้นกูคงกลับไปโรงบาลดีกว่าว่ะ" 



"หมดเวลาสนุกแล้วซิ" ไอ้บี้พูดขึ้น 



"พวกมึงไปแดกเหล้าต่อที่ร้านกูได้ เดี๋ยวกูโทรบอกเด็กที่ร้านให้" ผมบอกพวกไอ้ทีน 



"ไม่เอาอ่ะเฮียไปแค่นี้ไม่สนุก เดี๋ยวพวกผมกลับบ้านเลยดีกว่า" 



"หึ! วันนี้เสือกอยากเป็นคนดีนะพวกมึง" ไอ้ฟิวพูดกัด 



"แล้วไอ้ปูกับไอ้โจเอาไงวะ" 



"ป่านนี้ไอ้โจคงไม่รอดแล้วมั้ง คืนนี้ก็ให้มันจัดการกันที่ห้องกูนั่นแหละ พรุ่งนี้เดี๋ยวโทรเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดทีเดียว หึหึ"  



"เออตามนั้น... งั้นแยกย้ายเลยแล้วกัน" 



"ขอบใจพวกมึงมาก" 



"เออ!" ไอ้ฟิวกับไอ้เนย์ตบไหล่ผมเบาๆ แล้วพวกเราก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน








ผมขับรถพามินกลับมาที่คอนโด มินนั่งเงียบตลอดทางได้แต่มองออกนอกหน้าต่าง ตอนแรกผมถามว่าจะกลับไปนอนบ้านแม่หรือจะไปนอนคอนโด มันเงียบอยู่สักพักมันก็บอกผมว่าไม่อยากไปบ้านแม่ตอนนี้ ผมเลยต้องขับรถพามันกลับมาที่คอนโดก่อน คืนนี้เราคงต้องมีเรื่องพูดกัน 




"เป็นไรมิน นั่งเงียบไม่พูดไม่จาหื้อ?" 



"เฮ้ออ... ไม่รู้ดิ" มินถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟา 



"หิวไหม อยากออกไปกินข้างนอกไหม" 



"ไม่ไปกูรู้สึกเหนื่อย" 



"งั้นมึงลุกไปอาบน้ำก่อนไป เดี๋ยวกูทำอะไรง่ายๆ ให้กิน" 



"อืม..."




เฮ้ออ... ผมว่าอาการแบบนี้ต้องรักษากันยาว  ดูท่ามันเดินดิ เอ้าๆ นั่นมันห้องทำงานกูมิน ห้องนอนอยู่นู้น... ถึงขั้นกุมขมับเลยกู 




ผมทำมาม่าผัดขี้เมาอาหารง่ายๆ ที่มินชอบรีเควชให้ทำให้กินบ่อยๆ ใส่กุ้งกับปลาหมึกเยอะๆ เอาใจมันหน่อย กลิ่นหอมกำลังดีคงพอทำให้มินอารมณ์ดีขึ้นได้บ้าง 







"ทำอะไรมินทำไมไม่รีบใส่เสื้อผ้า เช็ดผมด้วย" 



"อืม... รู้แล้ว"  ผมถึงกับส่ายหัว 



"กูทำมาม่าผัดขี้เมาให้นะ รีบๆ ใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปกินซะเดี๋ยวเส้นจะอืดซะก่อน" 



"อืม.. เดี๋ยวออกไป" 



"เป่าผมให้แห้งด้วยรู้ไหม" 



"อืม.. รู้แล้ว มึงไปอาบน้ำเถอะ" 



ฟอดดด 



"เลิกคิดได้แล้วไอ้แห้ง" 



"อืม..."




อาการหนักล่ะเมียกู แบบนี้ปล่อยให้อยู่คนเดียวนานไม่ได้เดี๋ยวจะคิดเองเออเองไปกันใหญ่ 





ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก พออาบเสร็จก็รีบใส่เสื้อผ้าแล้วออกมาไปหามิน มินนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ผมเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างมิน สายตาว่างเปล่าเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม 




"นั่งทำอะไร?" 



"รอมึง" 



"รอทำไม บอกให้กินก่อนเลย" 



"รอกินพร้อมมึง" 



"เฮ้ออ... มึงเนี้ยะนะ ลุกขึ้นเร็ว" 




มินลุกขึ้นแล้วเดินตามผมเข้ามาในห้องครัว ผมจัดการตักอาหารใส่จาน มินเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำออกมาแล้ววางบนโต๊ะ  




"ไม่ต้องแล้วมินเดี๋ยวกูไปหยิบแก้วเอง" 




มินทำตามอย่างว่าง่าย มันนั่งรอตามที่ผมสั่ง ผมเดินไปหยิบแก้วแล้วเทน้ำใส่แก้วให้เราทั้งสองคน 




"กินได้แล้ว กูอุตส่าห์ทำของโปรดมึงเลยนะ" 



"อืม... มึงก็กินด้วยดิ" 



"รีบๆ กินซะ"  




ระหว่างทานผมก็ชวนมินคุยไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ อารมณ์แบบถามคำตอบคำไม่โต้ตอบอะไรผมมากมายเหมือนทุกครั้ง




เฮ้ออ... จริงๆ แล้วผมไม่อยากคุยแม่ไอ้อ้วนวันนี้เลยให้ตายเหอะแต่ดูสถานการณ์แล้วไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ มินคงคิดอะไรมากมายไปหมดแต่ไม่ยอมพูดออกมา ผมว่ามันก็คงรอให้ผมพูดเหมือนกัน 




"กินให้หมดนะมิน" ผมเริ่มดุ เพราะเห็นมันเขี่ยไปเขี่ยมาหยุดกินมาสักพักล่ะ 



"อิ่มแล้ว" 



"กินให้หมด อย่าให้กูต้องพูดซ้ำอีก" 



"อิ่มแล้วจริงๆ มึงทำเยอะไป" 



"อ้าปาก!" ผมใช้ช้อนตัวเองตักแล้วป้อนใส่ปากแม่งเลย ดื้อฉิบหาย กว่าจะบังคับให้มันกินจนหมดจานก็พูดจนเจ็บคอ  



"เดี๋ยวกูล้างจานให้" มินพูดจบก็ลุกขึ้นเก็บจาน 



"ไม่ต้อง นั่งรอกูตรงนี้แหละเดี๋ยวกูล้างเอง กูขี้เกียจซื้อจานชุดใหญ่" ผมแกล้งพูดหยอกมัน 



"งั้นกูเช็คโต๊ะให้" 



"อืม... ตามนั้น"




ผมลุกขึ้นเก็บจานแล้วยกไปล้างทำความสะอาดที่ซิ้งค์ ส่วนมินก็เดินไปหยิบผ้าแล้วเช็ดทำความสะอาดโต๊ะอาหาร 




"ทิว นี่การ์ดอะไรอ่ะ" มินหยิบซองสีครีมขึ้นมาโชว์ให้ผมดู 



"เออว่ะ เห็นบอกว่าเพื่อนกูเอามาฝากไว้ให้ ไม่รู้เหมือนกันว่าซองงานแต่งหรืองานบวช" ผมหันไปตอบ 



"เพื่อนคนไหนอ่ะ?"  



"ไม่รู้เหมือนกัน มึงลองแกะดูดิ" 



"อืม... งั้นกูแกะเลยนะ" 



"แกะเลย ดูด้วยว่าใครส่งมาเผื่อต้องใส่ซองช่วยงานเขาจะได้รู้ว่าต้องใส่เท่าไหร่" 




มินแกะซองดูตามที่ผมบอก ผมล้างจานเสร็จพอดีเลยรีบล้างมือแล้วเช็ดมือจนแห้งก่อนจะเดินไปหามิน 




"ใครส่งมา?" 




"รูป" มินตอบสั้นๆ 




"อ้าว ไม่ใช่การ์ดงานแต่งเหรอวะ" 




"ไม่ใช่" 




"ไหนดูดิ" 




มินยืนรูปใบนั้นให้ผม ผมมองหน้ามินที่นั่งเงียบแล้วจ้องมองมาที่ผม 





"เฮ้ออ... มินตามกูมานี่" 




คืนนี้เราต้องคุยกันให้เข้าใจ 




TBC.




🙏🏻ขอบคุณสำหรับทุกเม้นและทุกคนที่ติดตามอ่านนิยายนะคะ คืออ่านเม้นแล้วก็หลุดขำ แอบโดนคนอ่านดุว่าอัพช้าตอนละเดือน 5555 เป็นเรื่องจริงที่พูดไม่ออก ขอโทษค่า และขอบคุณที่ยังติดตามอ่านนะคะ เม้นได้เลยน้า อ่านทุกเม้นแค่ไม่ได้ตอบนะคะ ถือว่าเป็นกำลังใจให้กันเนอะ งอแงได้แค่ไม่ด่ากันด้วยความหยาบคายก็พอ ดีใจที่ได้อ่านเม้นนะคะ ถ้าไม่เม้นแสดงว่าไม่สนุกไม่น่าอ่าน ถ้าเม้นแสดงว่ามีคนรออ่านและชอบนิยายเราเนอะ เฮ้ออ... สบายใจล่ะ แล้วเจอกันตอนต่อไปนะคะ ^^




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}