Peach Bomb

นิยายลงประมาณ 14.00 น.ของทุกวันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ตอนที่ 3 ความฝันของฉัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ความฝันของฉัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2561 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ความฝันของฉัน
แบบอักษร

หลังจากไปบ้านศิตาอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังไม่คืบหน้าเรื่องพี่ไม้สักที  ฉันเลยต้องมาแอบสืบแอบถามเอากับศิตาโดยตรง  ศิตาเป็นคนชอบเล่าอยู่เป็นทุนเดิม เลยไม่รู้ว่าฉันสืบเรื่องต่างๆของพี่ชายตัวเองอยู่

ศิตาเล่าว่าพี่ไม้เพิ่งเรียนจบเกษตรศาสตร์มาจากมหาลัยที่ดังแห่งหนึ่ง  พี่ไม้เรียนมาเพื่อพัฒนาไร่ในรีสอร์ทของตัวเอง   ที่สำคัญพี่ไม้ยังไม่มีใครในใจ  เพราะพี่ไม้เอาแต่ทำงาน   สิ่งนึงที่อยากถามศิตามากที่สุดเลยก็คือ  พี่ไม้ชอบผู้หญิงแบบไหน  แต่ฉันไม่กล้า ไม่กล้าแม้แต่จะถามออกไป  กลัวว่าศิตาจะรู้ทันขึ้นมา

ตอนนี้เราต้องเริ่มการติวหนังสือเพื่อเตรียมสอบเอ็นแล้ว  ฉันยังไม่มีคณะไหนที่อยากเข้าเป็นพิเศษ  ไม่มีพ่อแม่มาจ้ำจึ้จำไช ว่าต้องเข้าคณะนั้นคณะนี้  ฉันมีอิสระมากเกินไป   พ่อแม่ของฉันให้ได้แค่เงิน  พอฉันอ้าปากจะถามแม่เรื่องการเป็นหมอ  แม่ก็หาว่าฉันตังค์ไม่พอใช้  ให้เงินแล้วเดินหนีไป  ฉันได้แต่ยิ้มแบบขมขื่นอยู่ภายในใจ

ศิตาต่างกับฉันเสมอ  ศิตารู้ว่าอยากทำอะไร และวางแผนในใจเรียบร้อยแล้ว  ศิตาเล่าให้ฉันฟังว่าเธอจะเข้าคณะคหกรรม เพราะชอบทำอาหาร  พอจบแล้วจะไปเรียนทำขนมต่อที่ฝรั่งเศส พ่อแม่ของศิตาเห็นด้วยกับศิตาอย่างเต็มที่ สนับสนุนและส่งเสริมในทุกทางที่ทำได้  

"พิม  จะไปติวหนังสือเตรียมสอบที่ไหนเหรอ คิดไว้ยังอะ"  ศิตาถามขึ้นขณะที้เราเดินไปรอรถที่หน้าโรงเรียน

"ไม่รู้สิ  คงอ่านเอาเองคนเดียว"

"ได้ไงอ่า  มาติวด้วยกันที่บ้านเราสิ"

"ไม่เอาอะเราเกรงใจ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่ไม้เป็นติวให้ ง่ายๆสบายๆ ไม่เข้าใจตรงไหน    พิมก็ถามพี่ไม้ได้ทันทีเลยด้วย  ติวกับคนกันเองแบบนี้ดีจะตาย" 

พี่ไม้เหรอ...

"งั้นตกลง" ฉันตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้มากมาย  

"เยส!!!!!  ดีมาก  ต้องแบบนี้สิเพื่อนฉัน  ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์  แกก็มานอนที่บ้านฉันเลยนะ  จะได้ไม่ต้องไปๆมาๆ"

ฉันพยักหน้าตกลงทันที

ทุกเย็นฉันจะไปที่บ้านศิตาทุกวันเพื่อติวขัอสอบ  พี่ไม้ติวให้เข้าใจง่ายมากจริงๆ

"พิมมีวิชาไหนอยากเน้นเป็นพิเศษมั้ย   พี่จะได้ช่วย"

"เอ่อ   พิมไม่มีวิชาที่เน้นเป็นพิเศษอะค่ะ" ฉันตอบพี่ไม้ไปตรงๆ

"อ้าว  แล้วเราจะเข้าคณะอะไรล่ะ  พี่จะได้ช่วยดูให้" พี่ไม้ถามฉันด้วยความใจดี  ที่มักทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อย

"พิม..ยังไม่มีคณะไหนอยู่ในใจเลย"

"ได้ไงกันพิม  จะเอ็นอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีคณะที่คิดไว้ในใจได้ยังไง"พี่ไม้ถามฉันด้วยความแปลกใจ  จนแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด

"พิมยังไม่มีคณะในใจจริงๆนะพี่ไม้  ศิตาเองก็ยังงงเลย"ศิตาช่วยตอกย้ำความประหลาดของฉันให้พี่ไม้ฟัง

"พิมชอบอะไรล่ะ  อยากทำอะไรในอนาคต"

อยากทำอะไรงั้นเหรอ...ถ้าตอบว่าอยากอยู่กับพี่ไม้ที่นี่ล่ะ  เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันคิดออก 

 ศิตาออกไปเอาขนมมาเพิ่ม  ขณะที่ฉันคิดอยู่

"พี่ไม้คะ  ถ้าอยากช่วยงานพี่ไม้ที่นี่ ต้องเรียนจบอะไรเหรอคะ" อยู่ๆฉันก็ใจกล้าถามพี่ไม้ออกไป

"อืมมมม   ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ต้องเรียนบัญชี  นักบัญชีที่ไร่ลาออกอยู่บ่อยๆ กว่าจะหาคนเป็นงานได้  ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน"

"งั้นพิมจะเรียนบัญชีค่ะ" ฉันตอบด้วยความมุ่งมั่น

"ใจเย็นๆพิม  ต้องเอาสิ่งที่ตัวเองชอบสิ  ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นต้องการ"  พี่ไม้ตอบฉันยิ้มๆ  เพราะคิดว่าที่ฉันเลือกบัญชี เป็นเพราะคิดอะไรไม่ออก

"พิมอยากเรียนบัญชี แล้วจบมาเป็นนักบัญชีที่ไร่จริงๆนะ"ฉันบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังกับพี่ไม้อีกครั้ง

"โอเคๆ นักบัญชีก็นักบัญชีค่ะ" พี่ไม้ตอบรับแบบขำๆ

ฉันต้องเรียนบัญชีให้ได้  ให้พี่ไม้ได้รู้ว่า ฉันคนนี้จริงจังจริงๆ

พอฉันได้เป้าหมายมาแล้ว ก็เริ่มติวหนังสือไม่มีพักผ่อน ทั้งติวด้วยตัวเอง  และติวตอนที่อยู่บ้านของศิตา  ยังไงก็ต้องเข้าบัญชีแล้วจบมาอยู่ที่นี่กับพี่ไม้ให้ได้


วันนี้ฉันมาติวที่บ้านศิตาเป็นวันสุดท้าย เพราะพรุ่งนี้จะสอบแล้ว ก่อนกลับบ้าน  พี่ไม้เดินมาส่งที่รถแล้วบอกฉันว่า

"ตั้งใจสอบนะ  พี่จะรอเรามาเป็นนักบัญชีที่นี่"  พูดจบพี่ไม้ก็เอามือมาลูบหัวของฉัน

หัวใจของฉันพองโต  ด้วยความดีใจ  ยังไงซะฉันต้องเป็นนักบัญชีที่นี่ให้ได้  ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่ไม้รอฉันนานเกินไปหรอก   ฉันจะสอบติด และจะตั้งใจเรียนเพื่อมาเป็นนักบัญชีของพี่ไม้  ความฝันนี้ของฉัน จะไม่ยอมให้มันพังลงมาเป็นอันขาด


ความตั้งใจและความพยายามของฉันสัมฤทธิ์ผลแล้วจริงๆ ผลสอบออกมาแล้ว  และฉันติดบัญชี คนแรกที่ฉันอยากจะบอกก็คือพี่ไม้  ฉันเลยไปหาพี่ไม้ที่ไร่ทันที

ฉันเห็นพี่ไม้ยืนอยู่ในไร่กับคนงาน

"พี่ไม้!!!!  พี่ไม้คะ!!!! หนูสอบติดแล้ว!!!!!"ฉันตะโกนออกไปทั้งที่ยังไม่ทันถึงตัวของพี่ไม้เลย

"พี่ไม้!!!!  หนูสอบติดบัญชีแล้ว!!!!"

พี่ไม้หันมามองฉันแล้วยิ้ม  พวกคนงานในไร่หัวเราะคิกคักกันใหญ่

"พี่ดีใจด้วย"พี่ไม่เดินเข้ามาหา แล้วลูบหัวฉัน "เก่งมากเลยนะเรา"

"หนูจะตั้งใจเรียน แล้วจบมาเป็นนักบัญชีที่นี่  พี่อย่าเพิ่งจ้างใครนะ  หนูจะมาทำแน่ๆ  มาทำที่นี่"

"อืม  พี่จะรอเรามาทำบัญชีที่นี่  รีบเรียนจบล่ะ"

หัวใจฉันพองโตอีกครั้ง  พร้อมกับสัญญากับตัวเองว่า  จะรีบเรียนให้จบเร็วๆ เพื่อจะได้มาอยู่ที่นี่กับพี่ไม้ได้อีกครั้ง  




ฉันกลับมาจากรีสอร์ทด้วยหัวใจที่พองโต  แต่มันก็แฟบลงอีกครั้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน วันนี้พ่อกับแม่ไม่ได้ทะเลาะกันเสียงดัง  เพราะมีผู้หญิงแปลกหน้านั่งอยู่ในบ้านข้างๆพ่อของฉัน  แม่ของฉันนั่งนิ่งๆเหมือนไร้ชีวิตจิตใจ

พอแม่เห็นฉัน  ท่านเรียกฉันเข้าไปนั่งใกล้ๆ พร้อมบอกกับฉันว่า

"แม่กับพ่อ  กำลังจะหย่ากัน  พ่อแกมีเมียใหม่ ผู้หญิงคนนั้นท้อง  พ่อแกเลยจะหย่ากับแม่  แกคิดว่ายังไง"  แม่ถามฉันด้วยเสียงแหบแห้ง  แววตาไร้ชีวิตชีวา   ฉันมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น   ผู้หญิงคนนี้ที่เป็นเมียใหม่พอยังเด็กอยู่เลย  ดูแก่กว่าฉันไม่กี่ปีด้วยซ้ำ  

"หย่าเถอะค่ะ" ฉันบอกพร้อมจับมือแม่   แม่มองฉันด้วยสายตาที่สั่นไหว

"แก..."  แม่พูดไม่ออก ฉันรู้ดีแก่ใจ

"อย่าทำเพื่อหนูอีกเลย  หย่ากับเค้าเถอะค่ะ  หนูไม่เคยต้องการเค้าอยู่แล้ว"   พอฉันพูดจบ  น้ำตาของแม่ก็ไหลออกมา  พร้อมพยักหน้าให้ฉัน  แม่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี  ถึงจะยิ้มทั้งน้ำตา  แต่แม่ก็ยิ้มแล้ว

"งั้นผมจะจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด  บ้านหลังนี้ผมยกให้คุณ  ผมไม่ต้องการ  ส่วนค่าใช้จ่ายของลูกทั้งหมดผมจะเป็นคนออกให้เอง เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง"พ่อบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  ไม่มีร่องรอยของความเสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว

แม่ทำท่าจะพูดอะไร  แต่ฉันบีบมือแม่ไว้ แล้วส่ายหน้า  ฉันรู้ดีว่าแม่ต้องปฏิเสธเงินของพ่อแน่ๆ ด้วยศักศรีที่มีของแม่  แต่ถ้าทำแบบนั้นผู้ชายคนนี้จะสบายเกินไป  ฉันรับสิ่งนั้นไม่ได้  ฉันจะให้เค้าจ่ายค่าตอบแทนที่เค้าสัญญาจะให้ฉันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และจะผลาญเงินของเค้า ก่อนที่เมียใหม่ของเค้าจะได้ทันแตะต้องเงินของพ่อด้วยซ้ำ


การหย่าเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว  เพราะความเป็นทนายของพ่อ  พ่อให้บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินกับฉันมา 1 ใบ  และรถราคาหลายล้านอีก 1 คัน ฉันคิดว่าที่เค้ากล้าให้บัตรเครดิตใบนี้กับฉัน  เป็นเพราะเค้าคิดว่าฉันไม่กล้าผลาญเงินของเค้าแน่ๆ  เพราะเมื่อก่อนฉันเป็นแบบนั้น   แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว

แม่ของฉันทำเรื่องย้ายมาเป็นหมอผ่าตัดที่กรุงเทพ  เพราะฉันสอบติดที่นี่ แม่ดูมีความสุข และเริ่มยิ้มแย้มมากกว่าเดิม   แม่และฉันซื้อบ้านหลังเล็กๆใกล้โรงพยาบาลที่แม่ทำงาน  แม่เริ่มร้องเพลง ที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ก็ร้องเป็น

เราทานอาหารเย็นด้วยกันครั้งแรกในรอบหลายปีที่บ้านหลังเล็กๆนี้  ฉันชอบบ้านหลังนี้มาก   เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของความทรงจำของฉันกับแม่  ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่พ่อยกให้แม่   แม่ก็ยกมันต่อให้ฉันในทันที  แม่บอกว่าแม่ไม่อยากได้บ้านหลังนั้น  ไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นแม้แต่วินาทีเดียว

ฉันจึงให้ช่างไปปรับปรุงและรีโนเวทบ้านใหม่ด้วยเงินของพ่อทันที เพื่อหวังจะลบกลิ่นอายไม่ดีในบ้านหลังนั้นทิ้งไปซะ

พ่อไม่เคยโทรมาหาฉัน   ไม่เคยมาวุ่นวายอะไรกับแม่อีก   พ่อแค่หายไปแล้วมีความสุขกับครอบครัวใหม่ของตัวเอง









แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น