ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มันเรื่องอะไรกัน...? 100%

ชื่อตอน : มันเรื่องอะไรกัน...? 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มันเรื่องอะไรกัน...? 100%
แบบอักษร

*“หาเจอมั้ย”* 


เสียงของอัครินที่ดังขึ้นผ่านสายโทรศัพท์ เขาได้ข่าวว่าหลังจากที่พี่ชายเขากลับมาจากพัทยาแล้ว แต่กลับมาเพียงแค่คนเดียว ไม่เห็นเขมมิกาว่าไปไหน จึงเขาไปถาม แต่ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือ


 “ฉันปล่อยทิ้งไว้ข้างทาง” คำพูดที่พ่นออกมาห้วนๆ แสดงความไม่เดือดร้อนสักนิดกลับสิ่งที่กระทำลงไป


 “อะไรนะ พี่ปล่อยทิ้งไว้ ที่ไหน ตรงไหน”


 “ฉันไม่รู้เว้ย ลืม ถ้าอยากรู้ว่าอยู่ไหนก็ไปหาเอาเอง น่าจะยังไม่ทันตายก่อนหรอก”


สิ่งที่อัศวินพูดมันทำให้อัครินถึงกลับเลือดขึ้นหน้าทั้งๆที่ก็เป็นเมียตัวเองแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่มีความใส่ใจอย่างนี้


 “พี่รู้รึเปล่าว่าพูออะไรออกมาคุณเขมเขาเป็นเมียพี่นะเว้ย”


“แล้วไงว่ะ จะให้ฉันรักคนที่แม่งฆ่าเมียตัวเองตายเนี่ยนะ อย่าปัญญาอ่อนไปหน่อยเลยวะไอริน”


 ผลุบ!


มือหนาของอัครินกระทบลงที่ใบหน้าพี่ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หน้าของอัศวินก็เห็นทันทีแต่ทว่าเขาทำกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย


 “เรื่องมันผ่านมาแล้วก็แล้วดิวะ คุณเขมเขาไม่ได้ตั้งใจพี่ก็รู้ อีกอย่างเธอก็เป็นเมียพี่”


 “ผลุบ!”


อัศวินสวนกลับไปที่ใบหน้าของอัคริน ก่อนจะค่อยพูดประโยคออกมา


 “ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ในเมื่อฉันต้องสูญเสียมากที่สุด ฉันก็ต้องได้รับสิทธิ์ในการทำร้ายผู้หญิงคนนั้นมากที่สุด จำไว้ไอรินและฉันไม่มีวันนับผู้หญิงคนนั้นเป็นเมีย จะเป็นได้มากสุดก็แค่อีตัวบำบัดความใคร่”


เสร็จ เขาก็เดินออกจากห้องทำงานที่ตนดำรงตำแหน่งออกไปทันที อัครินก็ได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ก่อนจะตั้งสติได้ เขาไม่คิดว่าพี่ชายเขาจะใจร้ายใจดำกับเมียของตัวเองได้อย่างนี้ มันโหดร้ายไปจริงๆสำหรับเขมมิกา


 “ปานธิดา เขามาพบฉันด่วน” อัครินยกหูโทรศัพท์เรียกหาคนปลายสายที่นั่งประจำหน้าที่อยู่ที่หน้าห้องของเขา


 “เธอรู้ใช่มั้ยว่าเขมมิกาอยู่ไหน” เขาเอ่ยถามสิ่งนี้แก่คนที่ยืนอยู่เพียงหน้าทันที


 “ดิฉันไม่ทราบค่ะ” เธอเลือกที่พูดปดออกไป ในเมื่อเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเขมมิกากับเธอเป็นเพื่อนกัน แล้วทำไมเขาถึงถามเช่นนี้ เลือกที่จะตอบแบบนี้ไปก่อนมันน่าจะดีกว่า


 “เธอแน่ใจหรอปานธิดา” เขาเริ่มลุกออกจากเก้าอี้นั่งสาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวที่ยืนก้มหน้ามองพื้น มือกลุ้มอยู่ด้วยกัน


 “ค่ะ”


 “ฉันให้โอกาสเธออีกรอบ เขมมิกาอยู่ไหน” เขาเน้นเสียงย้ำท่อนท้ายอย่างสุดขีดแต่ทว่าคำตอบที่เขาต้องการมันกลับเป็นเนเดิม


 “ดิฉันไม่ทราบค่ะ ว่าคุณเขมมิกาอยู่ไหน”


 “ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ” อัครินเดินเข้าไปจับที่ข้อมือของหญิงสาวแล้วจับมันด้วยแรงที่มหาศาลเกินกว่าร่างหญิงจะรับไหว


 “โอ๊ย ปล่อยฉันนะคะ”


 “แล้วเธอจะยังบอกเหมือนเดิมอยู่มั้ยห๊ะ!”


 “ฉันไม่รู่ว่าคุณเขมมิกาอยู่ไหน”


 “เธอแน่ใจหรอปานธิดาห๊ะ! แล้วนี่มันอะไร บ้านเธอไม่ใช่หรอ หรือมันเป็นประตูบ้านหมาที่ไหน” เขาเอารูปในโทรศัพท์ที่มันปรากฏอยู่ที่หน้าจอ ให้หญิงสาวดู


 “ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันไม่รู้จักเธอ” เธอรู้ว่าทำไมเขาถึงถามหาเพื่อนสาวเช่นนี้ เธอว่ามันเป็นเพราะอะไร จึงเลือกแบบนั้นไป มันถูกแล้วใช่มั้ย


 “ตอแหลดีนะ ฉันรู้ว่าเธอกับเขมมิกาเป็นอะไรกัน อย่าคิดว่าฉันโง่ที่จะตามคนอย่างเธอไม่ทัน”


 “คุณรู้”


 “ใช่ฉันรู้ ตั้งแต่วันที่เธอพูดกับพี่ฉันราวกับว่าเจอกันมาชาตินึงแล้ว”


  “สรุปจะบอกได้รึยังว่าคุณเขมอยู่ไหน”


  “ฉันบอกไม่ได้ค่ะ’


  “งั้นฉันจะไปที่บ้านเธอเอง!” เขาปล่อยมือที่จับแขนเล็กไว้ ก่อนจะเห็นเป็นรอยแดงจ้ำๆที่แขนของปานธิดา


   “เขมไม่ได้อยู่ที่นั้นเเล้ว” รีบหันไปพูดปดอย่างรวดเร็ว


  “เธอว่าอะไรนะ”


 “เขมไม่อยู่ที่นั้นแล้ว เท่านี้คุณก็น่าจะรู้นะคะว่าเขมคงยังไม่อยากเจอพี่ชายเลวๆของคุณ” เธอได้ฟังและรู้เรื่องราวมาบ้าง อีกทั้งเธอเองก็ยังเป็นคนปลอมหญิงสาวเองด้วยซ้ำกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

 “เธอว่าใครเลวห๊ะ!”

 “คุณคิดว่ามันสมควรเป็นใครมากกว่ากันล่ะคะ ระหว่างคุณกับพี่ชายคุณหรือจะให้เลวทั้งคู่ฉันก็ไม่ว่านะคะ”

 “ปานธิดา!”

 “ฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาจึงเลือกที่จะเดินออกไป แต่ทว่ามือหนาที่แข้งราวกับเหล็กคีบของอัครินเขามาบีบมือเธอไว้เสียก่อน

 “เธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น บอกฉันมาว่าคุณเขมอยู่ไหน”

 “ฉันไม่บอก ปล่อยนะคะ”

 “ได้ในเมื่อเธอไม่บอกก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไปจากที่นี่”

 “คุณจะทำอะไร คุณริน หยุดนะคะ”

เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เธอ จนร่างบางต้องรีบกรูถอยออกไปจนชิดกำแพง จะหาหนทางหลบหนี้ก็จนมุมซะเหลือเกิน

 “เธอจะบอกฉันได้รึยังห๊ะ ว่าคุณเขมอยู่ไหน”

 “คะ...คุณก็ออกไปก่อนสิค่ะ” เธอบอกให้เข้าที่เริ่มเข้ามาใกล้จดหายใจรดคอกันยังได้ ให้ออกไปเสียก่อน อัครินก็คิดว่าหญิงสาวน่าจะบอกแล้วจึงได้ถอยห่างออก แต่ทว่าปานธิดากลับฉวยโอกาสนี้รีบวิ่งออกจากจุดที่ยืนอยู่ทันที

 “ปานธิดา! เธอกล้ามากนะที่หลอกฉันน่ะห๊ะ!” เขาคว้าแขนเธอได้ทันก่อนจะจับร่างบางเหวี่ยงเข้าหาผนังกำแพงห้องอย่างไม่หยั่งแรงจนเกิดเสียงที่ร่างบางกระทบเขากับกำแพง

 ‘ตุ๊บ!’

 “โอ๊ย!” 

ปานธิดาน้ำตาเล็ดกลับแรงกระแทกที่เพิ่งโดน จนร่างซุดฮวบลงไปที่พื้นความรู้สึกทั้งจุกทั้งเจ็บมันผสมปนเปกันเต็มไปหมด

 “ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสเธอบอกมาดีๆแล้วนะ แต่เธอมันกับอยากเล่นแบบนี้เองก็ไม่มีใครช่วยเธอได้ ลุกมา!” อัครินจับแขนกระชากให้ปานธิดาลุกขึ้นตาม จนคนที่โดนกระชากตั้งตัวไม่ทัน

 “คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยนะคะ” พยายามบิดข้อมือหนี้อย่างสุดกำลังแต่ทว่ามันกลับทำได้ยากยิ่งนัก เขาดึงเธอเข้าไปภายในห้องที่มันอยู่ภายในห้องทำงานของเขาเอง เขาจะทำอะไร ทำไมต้องดึงกระชากเธอมาที่นี่

 “โอ๊ย!”

ร่างบางกระทบลงกับที่เตียงกว้างอย่างแรง อัครินก็ตามมาทับตัวเธอทันที

 “คุณจะทำอะไร ปล่อย ฉันขอร้อง” ร่างบางมีน้ำตาคลอลื่นที่ดวงตาทั้งสอง เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องเผชิญตอนนี้มันจะเป็นอย่างไรแต่ขอแค่เขาปล่อยเธอออกไป เพียงแค่ไม่บอกในสิ่งที่เขาต้องการสิ่งที่ได้ตอบแทนมามันทำไมเจ็บช้ำเช่นนี้เชียวหรือ

 “เธอนี่มันตอแหลได้โล่จริงๆนะ ทั้งเรื่องของคุณเขม ทั้งเรื่องของกานต์ ฉันรู้ว่าเธอรู้ แต่เธอมันปากแข็ง”

 “ใครคือกานต์ฉันไม่รู้จัก ฉันพูดออกไปแล้วหลายครั้งแต่คุณมันไม่ฟังเองต่างหาก!”

 “หรอ แล้วสร้อยเส้นนี้เธอได้มันมาจากไหนห๊ะ ถ้าเธอไม่รู้จัก เธอจะไม่มีวันมีสร้อยเส้นนี้ น้ำหน้าอย่างเธอมันไม่มีวันมีสร้อยเส้นนี้หรอกนอกจากเอาตัวเน่าๆเข้าแลก!” มันคือสร้อยที่กานต์นิภาบอกว่าพ่อของเธอได้มอบมันให้กับน้องสาวของเธอ

 “มันเป็นของพ่อฉัน!!!”

 ‘เพลี๊ยะ!’

เธอโกรธเขามากแล้วจริงๆ จึงไม่ทันควบคุมอารมณ์ของตนเองที่มันเริ่มพลุ่งพล่าน จนเผลอรั้งมือไปตบหน้าของชายหนุ่ม แต่สร้อยเส้นนี้มันจะได้มาจากไหนมันก็คือเรื่องของมันเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินในแค่สิ่งที่ตาเห็นโดยไม่รู้แก่นแท้ของมันแม้แต่น้อย

คนที่โดนตบหน้าก็หันขวับทันที พร้อมทั้งดึงกระชากข้อมือของปานธิดาขึ้นมาอย่างแรง

 “เธอมันกล้ามากที่ตบหน้าฉัน” สียงที่กดเหี้ยมทำให้คนที่สติขาดสะบั้นเมื่อครู่ต้องรีบกรู่กลับมา

 “ฉะ...ฉันขอโทษ”

 “ฉันไม่รับมัน เอาเก็บไปซะ เพราะแค่คำขอโทษของเธอมันใช่ไม่ได้กับฉัน!!!!!!!” เขาผลักเธอลงไปที่เตียงอย่างแรงตามด้วยแรงของเขาก่อนจะบดขยี้ที่เรียวปากเล็ก

มันเนิ่นนานเกินกว่าร่างกายจะต้องการออกซิเจนเพื่อใช้ในการหายใจ อาการที่ขัดขืนของเธอมันก็ไม่อาจจะทำให้อัครินละออกไปง่าย แต่เฮือกหายใจที่เริ่มอ่อนลงทำให้คนที่รุกหญิงสาวรู้ว่าร่างบางต้องการอากาศแค่ไหนจึงละออกจากริมฝีปากของเธอ

 ‘เพลี๊ยะ!’

มือบางตวัดลงที่ใบหน้าหนา อัครินหันตามแรงฟาดแต่ทว่าเขาก็หันมันกลับมาได้อย่างรวดเร็วราวกับว่ามันไม่มีสิ่งใดที่สามารถกระทบหรือเข้าไปให้รู้สึกได้

 “ตบอีกสิ ถ้าเธอคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้ จากห้องนี้!!!” เสียงกร้าวที่ประกาศดังลั่นทั่วห้องราวกับสายฟ้าฟาดลงมาเพื่อฆ่าหญิงสาว

ร่างบางที่กำลังจะเงื่องมือเพื่อจะกระทบลงกับใบหน้าของเขาอีกครั้งก็ต้องชะงักเพราะแรงบีบมือที่อัครินคว้าไว้ได้ทันท่วงที สายตาเขาตวัดมองร่างบางราวกับจะแบบให้ตายคามือ

 “ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ยห๊ะ!!” เขาผลักเธอลงไปที่เตียงจนร่างบางต้องมีเสียงร้องโอดโอยออกมาบ้างแต่ไม่ดังนัก

 “ปล่อยฉันเถอะนะคะคุณริน ฉันขอร้อง ฮึก”

 “มันน่าจะยากนะ ฉันบอกเธอแล้ว เธอเริ่มมันเองเธอก็ต้องจบมันเอง” อัครินคร่อมร่างบางที่นั่งยกมือไหว้ร้องขอเขาให้ปล่อยไปก่อนจะใช้นิ้วชี้ของตนเองผลักหน้าผากของหญิงสาวให้ล้มตรึง! ลงไปที่นอนอีกครั้งอย่างแรง

 “ฉันไปทำอะไรให้ แค่ฉันไม่รู้ว่าเขมอยู่ที่ไหนทำไมคุณต้องทำอย่างนี้ ทำไม!” เหตุแค่นี้มันต้องไม่กระทำกันเฉกเช่นนี้แน่นอน

 “เพราะเธอคือเลือดเนื้อเชื้อเดียวกับคนที่ฉันเกลียดยังไงล่ะ รู้ไว้ซะ” มันคือเรื่องแน่นอนแน่ชัดแล้วว่าปานธิดาคือน้องสาวของกานต์นิภาผู้หญิงที่ทำกับเขาไว้ได้เจ็บแสบนัก

 “แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณหมายถึงใคร!!!”

 “พี่สาวต่างแม่!!! เธอไง!” เขาตะคอกเสียงกร้าวใส่หน้าคนที่ล้มลงที่เตียงอย่างไม่มีแรงอะไรมาหยุดยั้งได้

 “.......” เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อออกมาดี มันตันไปหมดเธอไม่รู้ว่าตัวเองไปมีพี่สาวตั้งแต่ตอนไหนด้วยซ้ำไป แต่ต่อให้บอกเล่าไปเป็นพันๆครั้งเท่าไรเขาก็ไม่เคยคิดไตร่ตรองในคำพูดของเธอเลยแม้แต่นิด เคยคิดที่จะเอามันไปคิดบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

ในเมื่อปานธิดาไม่พูดอะไรต่อบทลงทัณฑ์ที่เขาจะมอบให้ธอมันก็จะเริ่มขึ้น เขาขี้เกียจฟังคำแก้ตัวของหญิงสาวเต็มทีในเมื่อยังไงมันก็มีหลักฐานที่บ่งบอกได้ชัดอยู่แล้ว

 “เตรียมตัวรับกรรมที่พี่เธอทำไว้ได้เลยปานธิดา”

 “ไม่นะ ไม่” ร่างบางส่ายหน้าทันทีที่ชายหนุ่มคร่อมตัวลงมาที่เธอ เขาไม่รีรอให้เธอได้เอ่ยแก้ตัวใดๆต่อ รีบบดขยี้ริมฝีปากบางดูดดึงมันราวกับว่ามันคือผลพวงของผลไม้สุกรสหวานที่ร่างกายต้องการยิ่งนักในยามนี้ 

เขากัดงับมันเบาๆสร้างความเสี่ยวซ่านให้ร่างบางที่ไม่ประสีประสา ลิ้นหนาก็พยายามรุกล้ำเข้าไปข้างในหมายจะยึดครองแต่ทว่ามันกลับยากยิ่งเมื่อคนใต้ร่างไม่ยอมเปิดให้ลิ้นหนาได้เข้าไปรุกล้ำสร้างความขัดใจให้กำคนที่อารมณ์กำลังขึ้นได้ที่ 

แต่สุดท้ายคนอย่างปานธิดาหรือจะสู้คนอย่างอัครินเขาดันลิ้นหนาเข้าไปรุกล้ำได้สำเร็จมือปลาหมึกก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่ง ข้างหนึ่งก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของหญิงสาวไว้ไม่ให้ขัดขืนอีกข้างก็บีบขยำขยี้ทรวงอกที่อยู่ใต้ร่มผ้า จนทำให้ร่างบางร้องออกมาอย่างเสียวซ่านในทรวงอก

 “อ่ะ..คะ...คุณริน ยะ...หยุด” เมื่อเขาคายโอกาสให้เธอให้ใจก็ต้องรีบร้องประท้วงบอกทันที

 “ร้องให้ตายก็ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก” หันขึ้นมาพูดกับหญิงสาวก่อนจะจมลงที่ลำคอสาวต่อ เขารุกรานร่างกายหญิงสาวเรื่อยๆ ไม่รอให้เธอนั้นได้ทำใจสักนิด 

สายตาคมจ้องมองร่างสาวที่ไร้อาภรณ์ที่เขาเพิ่งจะสลัดมันทิ้งไปเมื่อครู่นี้ คนที่นอนอยู่ได้ร่างก็ได้แต่ปล่อยเสียงร้องไห้สะอื้นรู้สึกอดสู้กับโชคชะตานัก เช่นไรทำไมเขาถึงทำกับเธอเช่นนี้ 

 คนที่เคยคิดว่าคือเทพบุตรไหนใยทำไมกลับร่างกลายเป็นอสูรร้ายเสียได้               

 “มะ...ไม่ คุณริน” สิ่งที่เขาทำกับเธอมันเสียวเกินกว่าร่างกายที่ไร้ประสบการณ์ของเธอจะรับได้ เขาทิ้งร่องรอยสีแดงๆเป็นจ้ำๆไว้ทั่งตัวเธอไม่เว้นแม้แต่ทรวงอกที่เขางับและครอบครองมันจนนับครั้งไม่ได้

 “อะ...กรี๊ด! จะ...เจ็บ” เสียงเธอเขาหาได้สนใจมันไม่ 

ร่างหนายังคงขับเคลื่อนตามแรงปรารถนาใส่แรงกระแทกกระทั้นเต็มที่ร่างบางที่ไหวตามจังหวะของชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าก็ต้องกั้นใจปล่อยให้เขาย่ำยีเพราะร่างกายตอนนี้เธอมันไม่ไหวติงแม้แต่น้อย 

เขาไม่มีคำว่า’ปลอบโยน’ไม่มีคำถามออกมาจากชายหนุ่มถามเธอสักนิดว่าเจ็บรึเปล่ากับแรงที่เขากระทำ!

  ร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตานั่งถักทอไหมพรมอยู่ที่หน้าบ้าน สายตาจ้องมองวิวรอบบ้านของเพื่อนสาวไปทั่ว เวลามันก็ล่วงมาได้ขนาดนี้จากที่เธอนั้นห่างไกลจากเขาผู้ชายที่ใจร้ายกับเธอสารพัด เธอเข้าใจแล้วว่ายามที่ไม่ได้อยู่ใกล้ร่างหนาใจมันก็ยังเฝ้าทวิรคิดถึงหา แต่ทว่าพอได้ใกล้เมื่อใดก็เป็นใจเธออีกแหละที่ต้องเจ็บช้ำอยู่บ่อยๆ

 “เขมลูก” เสียงเรียกของสาววัยกลางคนที่นั่งถักไหมพรมเช่นเดียวกลับเธอ เรียกหาหญิงสาว

 “ค่ะแม่” ยามเมื่อได้ยินก็รีบวางของที่อยู่ในมือแล้วสาวเท้าเข้าไปหา

 “ไหมพรมแม่ใกล้หมดแล้ว วาลเราไปซื้อให้แม่หน่อยได้มั้ย” เครื่องที่เป็นส่วนสำคัญในการทำมาหากินนั้นหมดลงอย่างกะทะนหันกะว่าจะใช้ให้ปานธิดาไปซื้อก็ลืมเสียทุกที

  “คงไม่ได้หรอกค่ะ”

  “อ้าว ทำไมล่ะ มีธุระอะไรรึเปล่าลูก” หญิงสาวคราวลูกออกไปซื้อให้ไม่ได้เพราะมีธุระอะไรรึเปล่า หากว่ามีกะทันหันขึ้นมาเธอจะได้ออกไปซื้อเอง

  “ไม่มีหรอกค่ะ”

  “แล้วทำไมไปไม่ได้หรือเราไม่สบายฮึ”

  “ก็แม่ใช้วาลไปใช้หรอค่ะ เพราะฉะนั้นเขมไม่ใช่วาลเขมก็ไม่ไปนะคะ” หญิงสาวที่ปล่อยมุขแป๊กๆออกมาก็ต้องหัวเราะคิกคัก ไม่รู้ว่าคิดได้ไงกับมุขพื้นๆแบบนี้ ขนาดเด็กอายุสามขวบยังไม่เล่นมุขนี้เลย

  “โธ่เอ๊ย เรานี่นะ” เธอส่งยิ้มทั้งหัวเราะให้กับเขมมิกาที่ก็ยืนอมยิ้มกรุ่มกริ่มไม่แพ้กัน

  “เขมล้อเล่นน่ะค่ะ แม่จะให้ไปซื้อที่ไหนค่ะ” หัวเราะเสียงใสเสร็จก็เอ่ยถามสถานที่ที่จะให้เธอไปซื้อของ

  “เดินไปหน้าปากซอยแล้วเลี้ยวขวาเดินตรงนิดหน่อยก็จะเจอร้านแล้วล่ะลูก” เธอบอกเส้นทางแก่หญิงสาวอย่างคร่าวๆเพราะมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนักแค่เดินตามออกไปตามที่เธอบอกก็เจอ

  “โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวเขมมานะคะ” หญิงสาววัยกลางคนยิ้มรับก่อนที่ร่างบางจะเดินหายลับออกไปจากรั้วประตูบ้าน เพื่อมุ่งตรงไปซื้อของในสิ่งที่หญิงวัยกลางคนต้องการ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออยู่

 “ลุกขึ้นได้แล้วปานธิดา หรืออยากจะต่ออีกสักสองสามรอบห๊ะ!”

 “เลว!” ตวัดสายตาที่แดงก่ำมองคนใจร้ายที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งคนไม่มีทางสู้ แม่แต่เพศผู้เป็นแม่

 “เลวแต่ก็เป็นผัวเธอมั้ยล่ะ เธอน่าจะชอบนะได้ฉันเป็นผัวเนี่ย” ต่างคนต่างไม่ยอมลดคาวลาวาศอก ถกเถียงกันไปมา    

“ฉันว่ามันจะเป็นเสนียดติดตัวฉันมากกว่าต่างหาก!!!” 

 “เธอ! ปากดีจังเลยนะ” เดินเข้าไปกระชากร่างบางที่นั่งอยู่ใต้ผ้าห่มให้ลุกขึ้นมา จนสิ่งที่ไม่อยากจะเปิดเผยมันก็หลุดออกมาให้ชายหนุ่มเห็น จนต้องลนลานดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดมันให้พ้นสายตาของเขา           

“เอาเสื้อผ้าเธอไปใส่ซะ เห็นแล้วมันอุจาดตา” เขาปาเสื้อผ้าที่มันกองอยู่ที่พื้นขึ้นมาให้กับคนที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างแรงแล้วเดินออกไป จนปานธิดาต้องหันหน้าหลบเสื้อผ้าที่พลุ่งตรงมาที่เธอ แล้วร่วงลง มือบางจึงต้องรีบไขว้คว้ามันไว้ เขาเดินออกไปแล้ว อยู่ๆน้ำตาที่มันเพิ่งหยุดก็ไหลออกมาโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักนิดจนเธอต้องปล่อยให้มันไหลออกมาอย่างนั้น ก่อนที่จะเช็ดมันทิ้งอย่างลวกๆ แล้วรีบออกไปเผชิญหน้ากับคนที่มันทำให้เจ็บ

 “ลีล่าจังเลยนะกว่าจะออกมาได้” ออกมาก็ไม่พ้นพ่นคำด่าใส่เธอ จนคนที่ยืนนิ่งต้องก้มหน้าลงพื้นไม่อยากมองหน้าเขา เขาที่พรากสิ่งที่หวงแหนที่สุดไป หญิงสาวหลายๆคนต้องการที่จะเก็บสิ่งนี้ไว้ให้กับคนที่เธอรักและรักเธอได้เชยชมในวันที่ทั้งคู่แต่งงานกันแต่สุดท้ายมันก็ถูกพรากจากไปด้วยน้ำมือของซาตาน!        

  “กลับบ้านเธอได้แล้ว ฉันใจดีให้เธอหยุดไปรักษาตัววันหนึ่งก็แล้วกัน กลัวว่ามันจะระบมจนจะตายไปก่อน” เขาหาได้ใจดีกับเธอแต่กับสมเพชสาวเจ้าที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า 

ปานธิดาเธอไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาเพียงสักคำก้มหน้าก้มตาเดินออกไปจากห้องของเขาอย่างคนไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ใบหน้าที่ก้มงุนนั้นก็เอ่อเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เธอคิดผิดจริงๆที่หลงเชื่อคนอย่างอัครินเพระาเพียงเเค่คำว่า 'เงิน' ที่มันมีน้อยคนนักจะยื่นข้อเสนอเช่นนี้มาให้

 เขมมิกาที่เดินออกมาซื้อไหมพรมให้กับมารดาของเพื่อนกำลังเลือกสรรสิ่งของอย่างสนุกสนานเพราะมันคือสิ่งที่ใครจับต้องก็ต้องมีเพลิดเพลินกันเสียบ้างแหละจนทำให้ลืมเวลาไปบ้างเพราะร้านที่เธอมานั้นมันก็ใช่ว่าจะเป็นร้านค้าเล็กๆ ส่วนคนที่มองหญิงสาวอยู่ด้านนอกร้านก็หงุดหงิดใจไม่รู้ว่าจะประณีตเลือกสรรอะไรนักหนาอันไหนๆมันก็ถักร้อยได้หมดนั้นแหละ

 “ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ” พนักงานสาวเอ่ยขอบคุณหญิงสาวที่มาเลือกซื้อใช้บริการภายในร้านของตน

เขมมิกาส่งยิ้มอ่อนๆให้กับพนักงานก่อนจะเดินออกไปจากร้านแต่ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นหน้าประตูสติที่มีก็เลือนรางและดับวูบไปเพราะมีมือปริศนาพร้อมผ้าผืนเล็กเข้ามาปิดบังที่จมูกไว้

รถคันดำหรูค่อยๆเคลื่อนเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังโต ร่างของเขมมิกาถูกนำขึ้นมาไว้ที่ชั้นสอง ดวงตาที่เริ่มกระพริบถี่จากการหลับไปแบบไม่รู้ตัวของหญิงสาวทำให้เธอต้องเร่งรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มีให้รวดเร็วที่สุด ยามเมื่อตื่นขึ้นมา

 “ว่าไง ตื่นแล้วหรอหึ” เสียงทุ้มเย็นทักทายคนบนเตียง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น