kimchan108

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ซูลี่ที่ 3 - คุณชายหลิว

ชื่อตอน : ซูลี่ที่ 3 - คุณชายหลิว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2561 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซูลี่ที่ 3 - คุณชายหลิว
แบบอักษร

"คุณชายหลิว...ข้าร้อน..."

"เฮ้อ..."เสียงถอนหายใจยาวจากบุรุษผู้ประคองข้าอยู่รินรนศรีษะของข้าดังแผ่ว เขาถือภาชนะใส่น้ำไว้ในมือก่อนจะวางไว้ข้างเตียง คุณชายหลิวอุ้มข้าแนบอกด้วยสองมือแกร่งและวางลงบนเตียงอย่างเบามือ

"....."ไร้เสียงพูดคุยใดๆเกิดขึ้นคุณชายหลิวยื่นหันหลังให้ข้าที่นอนหายใจติดขัดอยู่บนเตียง แม้เพียงชั่วครู่ข้านั้นก็เห็นว่าแววตาของเขามีความไม่พอใจในตัวข้าอยู่หลายส่วน อาจจะเป็นเพราะข่าวลือหรืออะไรสักอย่างล่ะมั้งที่ทำให้เขาไม่ชมชอบในตัวข้ากระมั้ง

"หากแม่นางคิดจะยั่วยวนข้าก็คงต้องขออภัยแล้ว"

ข้าขมวดคิ้วครุ่นคิดจะหาถ่อยคำใดกล่างโต้ตอบคุณชายหลิวผู้รู้ทันแผนการ

ทำให้ข้านั้นพึ่งคิดได้ว่ข้าคงใช้แผนการที่ดูออกง่ายเกินไป

สำหรับเขาที่มีรูปโฉมหล่อเหลาและจัดว่าดูดีมากผู้หนึ่ง ตระกูลหรือก็ร่ำรวยค้าขายรุงเรืองมีเงินหยิบจับใช้สอยไม่เคยขาดมือ การที่จะมีสตรีหลายนางวางแผนจับเขาด้วยแผนการเมื่อครู่นั้นย่อมมีมาหลายครั้งจนเขาชินชาหรือเรียกง่ายๆว่าสุดจะทน

ดังนั้นนางคงต้องใช้สมองอันฉลาดน้อยของอดีตนางร้ายคิดแผนการเกี้ยวพาราสีเขาเสียใหม่ สงสัยว่างานนี้จะไม่ง่ายเสียแล้ว

"โอ๊ะ.."ข้าอุทานขึ้นเมื่อรู้สึกปวดตุบที่หัว

เหตุใดสมองข้าถึงอยู่ๆก็ปวดราวเหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบเล่นเสียอย่างนั้นเล่า แล้วแบบนี้ข้าจะคิดแผนการใดหลอกล่อคุณชายหลิว อี้ฟาน ผู้นี้ได้กัน

โอ๊ย..คิดแล้วปวดหัวไปหมดแล้ว ขอบตาร้อนผ่าวคล้ายคนจะร้องไห้

แหมะ...แหมะ..

"เอ๊ะ..."

ข้าเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรไหลออกจากจมูก เมื่อมันหยดลงสู่ผ้าปูที่นอนสีขาวปรากฏเป็นเลือดสีข้น มือไม้ของข้าสั่นไปหมดอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือเรียวจึงแตะลงตรงบริเวณจมูกเพื่อยื่นยันว่ามันคือเลือดของข้า

นางหลับตากลั่นหายใจพยายามทำหัวใจที่เต้นอย่างบ้าคลั่งให้สงบ ข้าเปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นช้าๆ...

ก้มมองนิ้วมือของตัวเองที่มีคราบเลือดสีเข้ม

"กรี้ด!!!!!!!!!!"

"แม่นางมี่!!!"เสียงทุ้มของคุณชายหลิวดังขึ้นข้างหูพร้อมแรงกอดกระชับแน่นของอ้อมแขนแกร่ง แต่ข้าหาได้สนใจบุรุษตรงหน้านี้ไม่ มือไม้ของนางปัดป้ายไปตามแขนของตัวเองไปทั่ว ถลกแขนเสื้อขึ้นกรีดเล็บตัวเองเป็นทางยาวจนกลิ่นเลือดคละคลุ้งทั่วห้อง สติของนางกลับไม่รับรู้สิ่งใดยกมือขึ้นขยี้ศรีษะตนเองจนผมเผ้ายุ่งไปหมด สัมผัสได้เพียงมือหนาของใครบ้างคนจับมือข้าไว้แน่นพร้อมลูบหัวแผ่วเบา

"ฮือ...ฮึก.."น้ำตาไหลนองหน้าอาบแก้มเนียน ปากแดงเม้มกัดกันแน่นจนห่อเลือด สองมือนางสะบัดมือบุรุษข้างกายอย่างรุนแรงจนมือหนาเหวี่ยงไปชนเสาข้างเตียงเป็นรอยหัก

ดวงหน้าขาวซีดเผือกเลือดไหลออกจมูกไม่ขาดสาย มือขาวกำหมัดแน่นจิกเล็บเข้ามือตนเองคุณชายหลิวเห็นดั่งนั้นก็คว้าเข้าที่มือทั้งสองของนางไว้แน่นทำให้เล็บของนางจิกเข้าที่หลังมือของเขาจนได้เลือด นัยน์ตาหวานบัดนี้ไร้แววตาเหม่อลอย นางกรีดร้องครั้งสุดท้ายก่อนจะสลบไปคาอ้อมอกของคุณชายหลิวที่ยังคงสับสน 

"แม่นางมี่...”คุณชายหลิวลองเขย่าไหล่บาง

เขาเอามือแตะหน้าผากเนียนที่ชื้นเหงื่อเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนดุจเตาไฟของร่างกายนางทำให้ผู้ที่เรียนแพทย์มาอย่างเขารับรู้เป็นอย่างดีว่าอาการที่นางเป็นคือกำลังไข้ขึ้นอย่างหนัก ต้องทำการต้มยาให้ดื่มเพื่อขับพิษไข้

คุณชายหลิวค่อยๆประคองร่างบอบบางให้นอนลงบนเตียงอย่างแผวเบานัยน์ตาคู่คมฉายแววรู้สึกผิด มือหนาเลิกชายเสื้อบริเวณข้อมือจนถึงข้อศอกขึ้นจนเผยให้เห็นแผลที่เกิดจากที่เล็บของนางกรีด มือบางของนางยังกำแน่นจิกเกร็งจนเส้นเลือดขึ้นที่ข้อมือเขาจึงค่อยๆง้างฝ่ามือนางออกแล้วสำรวจแผลเพื่มเติม

เมื่อสำรวจรอยแผลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเขาจึงจัดการนำสมุนไพรห่อเล็กที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมา กำมันไว้ในมือข้างขวาแล้วประกบมือเข้ากับข้างซ้ายถ่ายเทลมปราณใส่สมุนไพรเพื่อเร่งตัวยา แล้วบีบตัวน้ำยาของมันออกมาทาช่วงแขนที่มีรอยกรีดเล็บอย่างถนุถนอมราวกับกลัวแขนเธอจะช้ำหนักไปมากกว่านี้

ในส่วนสมุนไพรที่เหลืออยู่เขาก็นำมันมาทาที่แผลหลังมืออย่างลวกๆ เมื่อจัดการรักษาบาดแผลเบื้องต้นให้นางเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็พึ่งได้รู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป

“เฮ้อ…”

อีกแล้ว

หากเป็นเรื่องของนางเขาควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว

ยามข้าจะตัดใจจากนาง จะมิเรี่ยวแล จะมิใส่ใจ หัวใจก็มิเคยรับฟังเพียงนางหน้าซีดเซียวก็เหมือนที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านั้นมิเคยเกิดขึ้นต้องเป็นห่วงเป็นใยนางทุกครั้งไป

หากข้าตัดใจจากนางครั้งที่ สามสิบ นั้นก็หมายความว่าข้ากำลังจะตกหลุมรักนางครั้งที่ สามสิบเอ็ด

วนเวียนเยี่ยงนี้ไม่จบสิ้น แม้รู้ทั้งรู้ว่านางจะหมั้นหมายกับสี่มังกรข้าผู้รักษาผู้คนมาแล้วแทบทุกโรคภัยไข้เจ็บกับมิอาจรักษาอาการรักของตนเองได้ ตัวข้านี้ช่างน่าสมเพชต่อให้นางหย่าหมั้นกับสี่มังกรก็มิได้หมายความว่า นางจะมองข้า ต่อให้ทำดีไปเพียงใดนางก็มิเห็นอยู่ในสายตา ต่อให้ข้าไปวัดเวลาเดียววันเดียวกับนางทุกวี่ทุกวันนางก็มิเคยสังเกต ต่อให้เป็นข้าที่บังเอิญเดินสวนกันที่ตลาดอยู่หลายครานางก็มิเคยทอดสายตามองมา

และต้องเป็นข้าที่เฝ้ามองนางอยู่ฝ่ายเดียว

ถึงจะเป็นเยี่ยงนั้นทันทีที่ได้ยินข่าวว่านางหย่ากับสี่มังกรก็รีบเร่งมาหาโดยอ้างเหตุผลว่าน้องสาวของตนเองกำลังดูใจอยู่กับหนึ่งในสี่มังกร หนิง หยางหลง และนางก็มาด้วยแต่สาวใช้ของซูลี่บังเอิญเดินชนจนอาภรณ์นางเปียกจนต้องไปเปลี่ยนที่เรือนใหญ่ทำให้ข้าต้องนำน้ำเข้ามาให้นางแทน อุส่าทำใจแข็งกับนางได้แล้วเชียว

แต่สุดท้ายเมื่อนางอ่อนแอก็เป็นข้าที่เจ็บปวด

“ข้าขอโทษลี่เอ๋อร์”ข้าว่าพลางลูบหัวของนางแผ่วเบาแล้วหันหลังเดินออกมาหมายจะไปตามสาวรับใช้ให้ไปต้มยา แต่เมื่อเลือนประตูออกไปเม็ดฝนก็สาดกระเด็นเข้ามา ข้าเกรงว่าละอองฝนจะเข้ามาทำให้ร่างบนเตียงป่วยหนักกว่าเดิมจึงเลือกที่จะเลือนประตูปิดลงแล้วเดินไปหลังฉากกั้นมองหาภาชนะรองน้ำที่คนรับใช้มักนำมาวางไว้ในห้องเพื่อให้ผู้เป็นนายล้างหน้า ข้ายกมันมาตั้งไว้ข้างเตียงแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนเองชุบน้ำและบิดหมาดมาเช็ดตามกรอบหน้าและตามแขนนางอย่างแผ่วเบา

อดขบคิดเสียไม่ได้ไม่ว่าผ่านมากี่ปีนางก็งดงามไม่มีเปลี่ยน

ผิวพรรณของนางขาวสะอาดราวกับหิมะบริสุทธิ์เฉกเช่นวันแรกที่เราพบกันที่ท่าจอดเรือ มันช่างตัดกับริมฝีปากที่แดงสดจนตราตรึงใจของข้าตั้งแต่แรกพบ แก้มสีชมพูเปล่งปลั่งที่เสริมรอยยิ้มของนางให้สดใสราวกับโลกทั้งใบมีเพียงความสุขสมหวัง

วันแรกที่ข้ากับลี่เอ๋อร์พบกันคือบริเวณท่าเรือส่งสินค้าที่นางไปซื้อของกับผู้เป็นมารดา ส่วนข้าก็เดินตรวจสอบสินค้าตามปกติ แต่นางกับดึงดูดความสนใจของข้าด้วยการช่วยเหลือหญิงสาวเนื้อตัวสกปรกที่เที่ยวขโมยของจนตามร่างกายมีร่องรอยการถูกทำร้าย นางยื่นผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดตามตัวของสตรีนางนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจก่อนจะรับตัวหญิงสาวไปเป็นคนใช้ข้างกายจนถึงทุกวันนี้

หากจำมิผิดชื่อฟางฟางก็เป็นนางที่ตั้งให้

สตรีที่งดงามทั้งใบหน้าและจิตใจเช่นลี่เอ๋อร์เป็นเรื่องน่าขันยิ่งนักยามได้ยินข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับนางตามท้องตลาดหรือลูกคุณหนูตามโรงน้ำชา ข้าย่อมไม่เชื่อแต่เมื่อตระกูลนางปิดเรือนเงียบไม่ตอบโต้ข่าวใดรวมถึงลี่เอ๋อร์ก็เก็บตัวเงียบอยู่เพียงในเรือนมิยอมออกไปไหนก็ทำให้ข้าเอนเอียง

และถือโอกาสนั้นตัดใจจากนางเสียเลือกเชื่อข่าวลือ

แต่สุดท้ายยามเห็นนางในสภาพนี้แล้ว

ในเมื่อมิมีใครอยู่ข้างนางเลยแม้แต่คนเดียวข้าก็จะเป็นบุรุษผู้นั้นที่คอยเคียงข้างดูแลปกป้องนาง แม้มิอยู่ในสายตาขอเพียงนางอยู่อย่างปลอดภัย

ข้าก็คงมีความสุขดี

ยามนี้ฝนข้างนอกก็โหมกระหน่ำไม่ขาดสายอากาศรอบกายก็หนาวเย็นจนร่างบอบบางบนเตียงซุกซ่อนตัวลึกลงไปใต้ผ้าห่มผืนบางอย่างหน้าเอ็นดู แต่ข้าเกรงว่าหากอากาศเย็นตัวลงมากไปกว่านี้ไข้ของนางจะขึ้นหนักกว่าเดิมจนอาจต้องนอนป่วยไปเสียหลายวัน

“เดี๋ยวข้ามานะลี่เอ๋อร์”

ข้าลูบหัวนางก่อนจะลุกจากริมเตียงตรงไปที่บานประตูยืนนิ่งชั่วครู่รวบรวมสมาธิแล้วปัดมือไปที่บานประตูจนมันเลือนเปิดออกด้วยแรงลมปราณอย่างเงียบเชียบด้านนอกเม็ดฝนขนาดใหญ่สาดกระทบเข้ากับม่านลมปราณที่ถูกกางขึ้นเพื่อป้องกันละอองฝนเข้าไปในห้อง เป็นสิ่งป้องกันทั้งเม็ดฝนและผู้บุกรุกหากมีใครนอกจากข้าเข้าออกห้องนี้ข้าจะรับรู้ได้ทันที

ข้าก้าวออกจากห้องด้วยฝีเท้าเบาหวิวรอบกายเกิดม่านลมปราณบางเบาคลุมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายและอาภรณ์เปียกปอนจากเม็ดฝนที่สาดเข้ามาบบริเวณทางเดิน ข้าใช้เวลาเกือบสองเค่อในการหาห้องที่เก็บผ้านวมผืนหนาและเดินกลับมาห่มให้นาง

ข่าวเรื่องที่ลี่เอ๋อร์ฟื้นจากความตายดังไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว แม้แต่ตัวข้าที่พยายามปิดหูปิดตาเรื่องข่าวของนางยังได้ยินพ่อค้าแม่ค้าลือกันเสียทั่วไปหมด

หลังจากกลับถึงจวนคงต้องตามสืบให้แน่ชัดว่าข่าวลือมันรั่วมาจากผู้ใด

ร่างกายของนางแต่เดิมก็อ่อนแอจนข้าอดเป็นห่วงมิได้อยู่แล้ว ความตายไม่ใช่เรื่องที่ใครจะฟื้นขึ้นมาได้ง่ายดายเพียงนี้ หากเป็นเช่นนั้นคนตายคงฟื้นกันทั่วบ้านทั่วเมือง

จะให้เดินเหินได้เหมือนสามหรือสี่ปีก่อนคงจะเป็นไปมิได้ ร่างกายนางยังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะกลับมาแข็งแรงดี

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องข้าสะบัดมือหนึ่งคราประตูก็เลือนปิดลงแผ่วเบา ก้าวเดินไปหาร่างบอบบางบนเตียงที่ซีดเซียวห่มผ้านวมให้นางอีกชั้นหนึ่ง แล้วนั่งลงริมเตียงเฝ้ามองใบหน้าโฉมงามของนางยกมือขึ้นแนบหน้าผากและลำคอขาวผ่องของนางเพื่อวัดไข้

ตัวไม่ร้อนมากแล้วแต่ทว่ายังอุ่นๆอยู่

หากฝนซ่าและสาวใช้ของนางกลับมาข้าคงต้องปลีกตัวออกไปเพื่อหายาสมุนไพรมาบำรุงร่างกายและรักษาอาการป่วยของนางมาไว้จำนวนหนึ่งให้สาวใช้ของลี่เอ๋อร์ต้มให้กินทุกวันตอนรุ่งเช้า หากไม่มีเรื่องใดมากระทบจิตใจของนางให้หม่นหมองจนตรอมใจอีกคราก็คงจะหายได้ในเร็ววัน

หวังว่าสี่มังกรจะหมดธุระกับนางไม่มีเหตุจำเป็นอันใดให้ต้องมาพบเจอนางอีก

หากพวกเขาเหล่านั้นยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเรือนของนางอยู่อีกอาการนางคงจะทรุดมากกว่าเดิม และข้าหวังว่าลี่เอ๋อร์จะตัดใจจากสี่มังกรได้เสียที เพราะอย่างไรเสียต่อให้รักพวกเขาต่อไปก็รั้งแต่จะเจ็บปวดหัวใจของตัวนางเอง

และผู้ที่จะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า

คือข้าผู้นี้

แค่นางไม่รักและไม่แลเห็นข้าก็เจ็บมากพออยู่แล้วหากนางต้องเจ็บปวดอีกคราข้าคงต้องเจ็บปวดเช่นกันที่กล่องดวงใจของตนเองรวดร้าวราวกับจะแตกสลาย

แต่ก็เป็นตัวข้าเองที่ทำผิด หากไม่โง่งมคิดเพียงแต่จะตัดใจจากนางเท่านั้นเพราะความรักเป็นไปไม่ได้จนมิได้ตามข่าวนางเฉกเช่นเดิมจนมิทราบว่าร่างกายนางอ่อนแอถึงเพียงนี้ หากรับรู้เร็วกว่านี้นางคงไม่ตรอมใจถึงเพียงนั้นอย่างน้อยร่างกายของนางก็จะมีข้าคอยดูแลจัดหายาและอาหารบำรุงมาให้ไม่ขาด ไม่บอบบางจนเหมือนจะแตกหักตลอดเวลา

หากนางตรอมใจแต่อย่างไรร่างกายนางแข็งแรงคงมิต้องตาย

ถึงตายแล้วนางจะฟื้นขึ้นมาหนึ่งหนมิได้หมายความว่าหากนางตรอมใจอีกครั้งสวรรค์จะยินยอมให้นางฟื้นคืนได้เป็นครั้งที่สอง

และเพราะเป็นเช่นนั้นข้า หลิว อี้ฟาน จะดูแลนางมิยอมให้โรคภัยไข้เจ็บใดเฉียดเข้าใกล้นางอีกหน

แม้จะหวังในส่วนลึกของหัวใจนางจะหันมาเหลียวแลข้าผู้นี้บ้าง แต่หากได้มองนางมีความสุขกับชีวิตไปเรื่อยๆจนกว่านางจะเจอบุรุษผู้เหมาะสม ที่สามารถทำให้นางกลับมามีรอยยิ้มที่สว่างสดใสเฉกเช่นวันวานได้อีกคราข้าคงต้องยอมรับซักทีว่า

ข้าคนนี้คงมิสามารถอยู่ในสายตาของนางได้

แต่ถ้าหากมีสักวันหนึ่งนางหันหลังกลับมามองข้าคนนี้อีกครา ไม่ว่าจะครั้งใดข้าก็จะอยู่ที่เดิมมิยอมไปที่ใดข้าจะอยู่ข้างหลังนางคอยประคองยามนางล้มลงคอยดูแลนางยามป่วยไข้

หากสักวันที่ว่านั้นนางเดินมาหาข้าและยินยอมให้ข้าก้าวเดินไปข้างกัน

วันนั้นข้าขอสาบานว่าจะมิยอมให้นางร้องไห้โดยมีตัวข้านี้เป็นต้นเหตุเฉกเช่นสี่มังกร แต่สักวันที่ว่านั้นจะมาถึงก็ต่อเมื่อข้าแสดงตัวให้นางเห็นเสียทีว่ายังมีข้าอยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน จะอยู่ดูแลนางตลอดไป

สำหรับตอนนี้…

มันเหมาะสมที่สี่มังกรหย่าหมั้นกับนางข้าสามารถแทรกกลางเข้าไปได้ก็จริง

แต่ข้าว่ามันไม่สมควรนางคงต้องการเวลาในการพักหัวใจของนางบ้าง ข้าคงต้องอยู่ห่างนางเท่าเดิมแต่จะค่อยๆ เข้าใกล้นางทีละก้าว และสักวันที่ข้าเห็นว่าสมควรเมื่อนางตัดใจจากสี่มังกรได้อย่างแท้จริงเมื่อนั้นข้าจะพยายามเข้าไปอยู่ในหัวใจของนางให้จงได้

“ข้าจะรอเจ้านะลี่เอ๋อร์”ข้าเผยรอยยิ้มกว้างลูบหัวนางอย่างแผ่วเบา

อาจจะนานเสียหน่อย

ทั้งตัวนางที่ต้องตัดใจจากบุรุษผู้เป็นที่รักมานานหลายปี และข้าที่ต้องรวบรวมความกล้าหาญให้กับหัวใจตัวเองที่จะก้าวเดินตามนางให้ทัน

หวังว่าเมื่อวันที่กล้ามากพอ..

มันจะไม่สายไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น