Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๒๓

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๒๓

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 64

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2562 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๒๓
แบบอักษร

image



บัวหลงจันทร์ ๒๓



อรุณนี้ที่วังหลวงศศิมณฑลจักมีพิธีรับขวัญเจ้าน้อยพเยีย ทั้งองค์จันทร์ แลเจ้าบัวจึงต้องตื่นบรรทมตั้งแต่รุ่งสาง เจ้าบัวงามที่ปลดผ้าแถบเปลือยท่อนบนประทับอยู่หน้าโต๊ะเครื่องพระสุคนธ์ให้คนสนิทอย่างสายหยุดสางพระเกศานุ่มที่ทิ้งตัวระกฤษฎีบางให้ ในอ้อมพระกรมีร่างน้อยของเจ้าน้อยพเยียนอนซุกอุระมารดานิ่ง หากแต่โอษฐ์จิ้มลิ้มนั้นยังดูดดึงยอดถันของมารดาเสียงดังจุบจับ แม้พระเนตรจักปิดสนิท

"น่าเอ็นดูนักพระเจ้าค่ะ"สายหยุดว่าพลางลูบหลังพระบาทเท่าฝาหอยของเจ้าน้อยแผ่วเบา

"น่าเอ็นดูเช่นนี้ มิอยากมีลูกเป็นของตัวเองบ้างหรือพี่สายหยุด"

"ตรัสกระไรเยี่ยงนั้นเล่าพระเจ้าค่ะ สายหยุดหรือยังมิทันได้ตบแต่งกับพี่เหมตามประเพณีเลยหนาพระเจ้าค่ะ"

"นั่นหนาสิ มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นตั้งมากมาย พี่สายหยุด แลพ่อเหมจึงยังมิได้ตบแต่งกันเสียที...ข้าต้องขอโทษด้วยหนาพี่สายหยุด"

"มิได้พระเจ้าค่ะ"

"เอาฤกษ์เข้าหอก่อน ฤกษ์แต่งเสียดีกระมัง"

"พระชายาบัวงาม"สายหยุดเขินเสียจนหน้าดำหน้าแดง

"คิกๆ...เอาล่ะ พี่สายหยุดอุ้มเจ้าพเยียให้ข้าทีเถิด ข้าจักได้ให้อิ่ม แลนางข้าหลวงแต่งกายให้"

"พระเจ้าค่ะ"

"อยู่กับป้าสายหยุดท่านก่อนหนาลูก"ตรัสพลางจูบเบาๆ ที่หน้าผากนูน

"งึ แอะ"เจ้าพเยียเมื่อถูกเปลี่ยนมือก็ปรือเนตรขึ้น ริมฝีปากเล็กดูดจุบจับเมื่อไม่เจอยอดถันมารดาก็เบะโอษฐ์ ส่งเสียงงอแง

"ชู่ววว ให้สายหยุดอุ้มหนาพระเจ้าค่ะเจ้าน้อย"สายหยุดประคองร่างแน่งน้อยไว้แนบอก พลางเขย่าโยกเบาๆ ขับกล่อมให้เจ้านายตัวน้อยเข้าสู่นิทรารมณ์อีกหน

"อื้อ"เจ้าพเยียส่งเสียง พร้อมกับมุดพักตร์เล็กกับอกสายหยุด ก่อนจักอ้าปากงับยอดถันสายหยุดผ่านผ้าแถบสีหวาน

"อ๊ะ เจ้าน้อย มิได้หนาพระเจ้าค่ะ"สายหยุดสะดุ้งตัวโยน

"คิกๆๆๆ"

"พระชายาพระเจ้าค่ะ"สายหยุดหน้าตื่นร้องเรียกนายเหนือหัวที่หัวร่อตนไม่หยุด

"เจ้าพเยียสายหยุดมิมีน้ำนมให้เจ้าดื่มเหมือนแม่ดอกหนาลูก"

"อือ งึ แอะ"ราวกับฟังรู้ความ เจ้าพเยียหยุดมุดพัตร์งับถันสายหยุด ยอมซบพักตร์กับอกสายหยุดนิ่ง พร้อมเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์

"..."สายหยุดถึงกับลอบถอนหายใจเบา ท่ามกลางรอยยิ้มขบขันของเจ้าบัวงาม แลนางข้าหลวง

"เอาผ้าชุบน้ำให้ข้าทีเถิด"ตรัสรับสั่งนางข้าหลวง

"เพคะ"หมอบกราบรับพระบัญชาก่อนจักยกอ่างไม้ลอยกลีบดอกไม้หลากชนิด มีผ้าสีขาวสะอาดตาพาดตรงขอบอ่างถวายพระชายา

"ขอบใจ"

"มิได้เพคะ"


เจ้าบัวงามรับผ้าชุบน้ำกรุ่นกลิ่นดอกไม้ขึ้นเช็ดรอบยอดถันตนทั้งสองข้าง ล้างคราบเหนียวจากน้ำนม ก่อนจักปล่อยให้นางข้าหลวงแต่งองค์ให้ นัยน์ตากวางก็เหลือบมองสายหยุด แลลูกน้อยเป็นระยะ


แอ๊ดดด


เสียงเปิดพระทวารเรียกสายตาของเหล่าข้าหลวงสาว แลสายพระเนตรของพระชายาบัวงามให้หันมอง ใครหนาจักกล้าบังอาจเข้ามาในห้องบรรทมยามที่พระชายากำลังแต่งองค์ หากมิใช่เจ้าหลวงผู้เป็นภัสดา แลพ่อของลูก

"ฝ่าบาท"เจ้าบัวงามยกหัตถ์เล็กปิดอุระเปลือยให้พ้นสายพระเนตรคมเฉี่ยว

"ยังมิแล้วอีกหรือ จักแต่งกระไรมากมาย แค่นี้ก็งามจนข้าโงหัวมิขึ้นแล้วหนา"มิตรัสเปล่า โน้มพระวรกายกดพระโอษฐ์ที่ปรางนวล

"ฮื้อ ฝ่าบาท...หม่อมฉันเพิ่งจักให้นมลูกแล้วพระเจ้าค่ะ จึงยังมิได้แต่งองค์"

"หึหึหึ...มาสายหยุด ข้าขออุ้มเจ้าพเยียสักหน่อยเถิด"ดำเนินไปรับลูกน้อยจากคนสนิทเมีย

"พระเจ้าค่ะ"ประคองพระวรกายเล็กส่งให้นายเหนือหัว

"อึ แอะ แอะ"เจ้าพเยียขมวดคิ้ว ใบหน้าเล็กยับย่น โอษฐ์จิ้มลิ้มอ้าออกเตรียมแผดเสียงร้อง นอนมิทันได้ฝันก็ถูกปลุกขึ้นจนใคร่อยากจักอาละวาดให้วังหลวงแตก

"ชู่ววว ลูกจ๋าขอพ่ออุ้มหน่อยหนาคนดี"ตรัสปลอบ พระนาสิกแตะลงบนปรางนุ่มของลูกน้อย หากแต่นั่นกลับเป็นการกวนใจให้เจ้าพเยียแผดเสียงร้องจ้าจนลั่นห้องบรรทม

"แอะ แงงงงง~"องค์จันทร์พระพักตร์เลิกลั่ก พระเนตรจับจ้องคนเป็นเมียอย่างขอความช่วยเหลือ

"ทรงปลอบลูกด้วยพระองค์เองหนาพระเจ้าค่ะ"เจ้าบัวว่าพลางสรวลคิกคัก

"โธ่ เจ้าบัวงาม...โอ๋~ พเยียลูกรักหยุดไห้หนาลูก ขอพ่อหอมให้ชื่นใจสักน้อยมิได้หรือเจ้า ชู่วๆ คนดี นิ่งเสีย"อุ้มลูกพาดำเนินรอบห้องบรรทมจนเสียงแหลมเล็กเงียบลง เหลือเพียงเสียงสะอื้นฮั่กๆ เท่านั้น

"ฮึก แอะ แอ้ อึก"นัยน์ตาคมเฉี่ยวที่ถอดแบบมาจากพระบิดาปรือปรอย แพขนตาหนาชุ่มน้ำดูน่าสงสาร

"ชู่ววว นิ่งเสียลูกรัก"พระอังคุฐปาดน้ำตาที่เปรอะปรางลูกน้อยแผ่วเบาราวกับกลัวผิวเนื้ออ่อนๆ นั่นจักช้ำเอาได้

"ฮึก แอะ แอะ"กำปั้นน้อยขยี้กรรณขยี้เนตรองค์เอง เมื่อถูกโอบประคอง เขย่าโยกแผ่วเบาก็ยอมเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครา

"คิกๆ เป็นเยี่ยงไรพระเจ้าค่ะ"เจ้าบัวงามสรวลคิกคัก ตรัสถามพระภัสดา

"โธ่ เจ้าบัวงาม"ได้แต่กระซิบตรัส เนื่องด้วยกลัวลูกน้อยที่เพิ่งจักหลับเนตรพริ้มจักตื่นขึ้นมาไห้อีก


.


.


.



เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี พิธีรับขวัญเจ้าน้อยศศิมณฑลก็เริ่มขึ้น บายศรีปากชามหนึ่งคู่ เครื่องเซ่นไหว้ถูกจัดเตรียมอย่างดี ผู้ทำพิธีในพิธีวันนี้ก็เป็นศิษย์ของแม่เฒ่าจากภุมริกาที่องค์ภุมรินมีพระบัญชาให้มาอยู่ที่ศศิมณฑล ตลอดพิธีรับขวัญ เจ้าพเยียน้อยมิร้องงอแงให้เสียงานสักแอะ เป็นที่เอ็นดูแก่พระอัยกะ พระอัยกี แลพระอัยยิกาอย่างพระมารดาศศิธร

"เลี้ยงง่ายจนน่าเอ็นดูนักหลานย่า"พระมารดาศศิมณฑลตรัสกับหลานในอ้อมพระกร

"นั่นสิพระเจ้าค่ะ หลานของเราช่างน่าเกลียดน่าชังนัก"เจ้าชมนาดตรัส หัตถ์เล็กประคองมือน้อยของหลานขึ้นจูบหอม


แลเมื่อหมอทำพิธีป้อนน้ำให้เจ้าน้อยเสวย ๕ ช้อนแล้ว เจ้าพเยียก็เผยรอยสรวลน่ารักน่าชัง กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้งไปทั่วท้องพระโรง ตอกย้ำเรื่องที่เจ้าน้อยประสูติพร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้ให้เหล่าอาคันตุกะที่มาร่วมพิธีประจักษ์ว่าเป็นเรื่องจริง


.


.


.



เมื่อเสร็จสิ้นพิธีรับขวัญเจ้าพเยีย เจ้าบัวงามก็ถูกพระมารดาศศิธร แลมารดาอย่างเจ้าชมนาดพาเข้ากระโจมอยู่ไฟ กลิ่นสมุนไพรคลุ้งไปทั้งตำหนักหลวง

เจ้าบัวงามประทับอยู่ในกระโจมอยู่ไฟ มีข้าหลวงสาวสองนางค่อยบีบนวดให้ ส่วนพระมารดาทั้งสองแคว้นก็ประทับสนทนากันอยู่ที่ตั่งหลังใหญ่ใกล้กระโจม ในเพลานี้เจ้าพเยียกำลังนอนอยู่ในห้องบรรทมหลังเจ้าบัวงามให้นม มีพระอัยกะอย่างองค์ภุมริน แลพระบิดาอย่างองค์จันทร์ประทับเฝ้ามิห่างด้วยความหลงลูก หลงหลาน

"อื้อ แอะ"ร่างน้อยขยับกายบิดเล็กน้อยส่งเสียงอ้อแอ้

"เจ้าพเยีย"องค์จันทร์ปรี่เข้ามาดูลูก หากแต่ก็ถูกขัดด้วยพระสัสสุระ

"หลบไปเสีย ข้าจักอุ้มหลานเอง เจ้าเพิ่งจักเคยมีลูกคงทำมิเป็นดอก ดูข้าไว้ แลจำไปทำตามเสีย"องค์ภุมรินตรัสพลางช้อนร่างน้อยของหลานรักขึ้นพาดพระอังสะ พระหัตถ์ตบก้นกลมเบาๆ ปลอบประโลม แลเหมือนจักเป็นเหตุการณ์ซ้ำรอย เจ้าพเยียหลานรักสะลึมสะลือเงยพักตร์ขึ้นมา แต่คอที่ยังมิแข็งทำให้พักตร์จิ้มลิ้มฟุบกระแทกกับพระอังสะของพระอัยกะ

"อึก แงงงง~"เสียงเล็กแผดลั่น

"เสด็จพ่อ เจ้าพเยียเป็นกระไรพ่ะย่ะค่ะ"องค์จันทร์ถลาเข้าลูบแผ่นหลังเล็กของลูกน้อยปลอบให้หยุด หากแต่เจ้าพเยียน้อยกลับร้องจ้าเสียจนหน้าดำหน้าแดง

"....."องค์ภุมรินตรัสมิออก เมื่อเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง พยายามเขย่าโยกปลอบหลานน้อยให้หยุดร้อง

"แงงงงงงง~ อึก แงงงงงงง~"

"ขอหม่อมฉันอุ้มลูกหน่อยหนาพ่ะย่ะค่ะ"องค์จันทร์รับลูกมาจากพระสัสสุระ โอบประคองลูกไว้แนบอก

"แงงงงงงง~ อึก ฮึก"โอษฐ์เป็นกระจับเบะสะอื้นฮักๆ

"เสด็จพี่ องค์จันทร์ เกิดกระไรขึ้นพระเจ้าค่ะ"เจ้าชมนาดก้าวบาทเข้ามาในห้องบรรทม ปราดเข้าไปดูหลาน

"เจ้าชมนาด...อีกแล้วเจ้า"

"อีกแล้วกระไรพระเจ้าค่ะ...เอ๊ะ!"เจ้าชมนาดกวาดเนตรสำรวจหลานที่สะอื้นฮักๆ อยู่กับพระอุระบิดา ก่อนจะพบรอยแดงระเรื่อบนหน้าผากเล็ก

"แหะๆๆ"องค์ภุมรินทรงสรวลแห้งๆ เมื่อเมียรักตวัดนัยน์ตากวางใส่

"เสด็จพี่!"

"จ๋าาาา~"


.


.


.


"โถ ลูกแม่...คิกๆ"เจ้าบัวงามประคองลูกน้อยเข้าเต้า ทอดพระเนตรมองรอยแดงระเรื่อบนนลาฎเล็กแล้วสรวลออกมาน้อยๆ เสด็จพ่อถูกเสด็จแม่เอ็ดจนหมดคราบเจ้าหลวง กว่าเจ้าพเยียจักเงียบองค์จันทร์ก็แทบหมดแรง ให้ออกรบ ปราบโจร ถกกับเหล่าขุนนางในท้องพระโรง ยังมิเหนื่อยเท่าปลอบลูกให้หยุดไห้ เจ้าตัวน้อยแก้วตาของทุกคนสะอื้นฮั่กๆ พักตร์เล็กแดงก่ำ

"กว่าจักปลอบให้ลูกหยุดไห้ได้ พี่แทบจักร้องตามแล้วเจ้า"องค์จันทร์ตรัสพลางทอดพระเนตรลูกน้อยที่ดูดยอดถันของเมียอย่างตะกรุมตะกราม จนน้ำนมไหลซึมออกมาตามขอบโอษฐ์จิ้มลิ้ม

"หึหึหึ เจ้าพเยียทำเอาวุ่นไปทั้งวังหลวงเชียวพระเจ้าค่ะ"

"หึหึหึ เห็นเสด็จแม่ชมนาดท่านว่าเสด็จพ่อท่านก็เคยทำเจ้าหน้าผากกระแทกบ่าเช่นกันใช่หรือไม่"

"คิกๆๆ พระเจ้าค่ะ"


.


.


.


วันนี้เจ้าบัวงามต้องเข้ากระโจมสมุนไพรเพื่ออยู่ไฟดังเช่นวันที่ผ่านมา บิดา พี่ชาย แลผัวก็ประทับที่ตำหนักทรงงานหารือเกี่ยวการบ้านการเมือง หน้าที่เลี้ยงดูเจ้าพเยียจึงตกเป็นของย่า ยาย แลเจ้าแสงที่พระมารดาชมนาดหอบหิ้วมาด้วย

"ใคร่อยากอุ้มหลานหรือไม่เจ้าแสง"พระมารดาชมนาดตรัสถามว่าที่สุนิสา

"ได้หรือพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าจักทำเจ้าน้อยระคายเอาได้"เจ้าแสงว่า หากแต่นัยน์ตาหวานกลับจ้องร่างเล็กของทารกน้อยมิวางตา

"มิเป็นไรดอก มาเถิด หัดเอาไว้ประเดี๋ยวมีลูกมีเต้าเป็นของตัวเองจักได้คุ้นมือ"

"...พะ พระเจ้าค่ะ"คลานเข่าเข้าไปหาพระมารดาชมนาดที่ประทับอยู่บนตั่งข้างพระมารดาศศิธร

"ขึ้นมานั่งข้างข้านี่"

"..."เจ้าแสงช้อนเนตรมองพระมารดาชมนาด จักให้ขึ้นนั่งบนตั่งตีตนเสมอพระองค์หนาหรือ

"ขึ้นมาเถิด มิเป็นไรดอก ข้ามิถือ"

"...เช่นนั้น หม่อมฉันขอประทานนุญาตหนาพระเจ้าค่ะ"ตรัสแลกราบลงบนพระเพลาเจ้าชมนาด ก่อนจักลุกขึ้นประทับข้างพระวรกายเล็กอย่างสำรวม

"แอ๊ะ แอะ"เจ้าพเยียส่งเสียงอ้อแอ้ นัยน์ตาคมเฉี่ยวที่ถอดแบบองค์จันทร์มากระพริบปริบๆ เจ้าแสงประคองร่างเล็กนุ่มนิ่มของเจ้าพเยียอย่างทะนุถนอมแนบอกตัว เจ้าพเยียน้อยเนตรปรือปรอย โอษฐ์เล็กอ้าหาววอดใหญ่จนผู้ใหญ่เอ็นดู เจ้าแสงแรกอดมิได้ก้มพักตร์แตะปลายพระนาสิกบนนลาฎเล็กแผ่วเบา ครั้นเมื่อปลายนาสิกสัมผัสฉวีบอบบางของทารกน้อย กลิ่นมวลดอกไม้หอมหวานจากเจ้าพเยียก็คลุ้งไปทั้งห้องบรรทม


"ดูท่าเจ้าพเยียจักโปรดเจ้าน้อยแสงแรกหนาพระเจ้าค่ะเจ้าชมนาด"พระมารดาศศิธรตรัสเมื่อหลานตัวน้อยปล่อยกลิ่นดอกไม้หอมหวานคลุ้ง

"นั่นหนาสิพระเจ้าค่ะ เสด็จพี่ศศิ"

"..."เจ้าแสงแรกเงยพักตร์แย้มสรวลให้พระมารดาทั้งสองแคว้น ก่อนจักหันไปแย้มสรวลให้คนสนิททั้งสองที่หมอบอยู่มิไกล ชงโค แลยี่สุ่นยิ้มกว้างตอบนายตน

"เจ้าน้อยพเยียน่าเกลียดน่าชังนักพระเจ้าค่ะพระมารดา"เจ้าแสงตรัส หัตถ์เรียวตบก้นเล็กเบาๆ ขับกล่อมทารกน้อยให้หลับใหล

"...เจ้าน้อยแสงแรกช่างน่าเอ็นดูนักพระเจ้าค่ะ...ผิดกับเชษฐานัก"พระมารดาศศิธรเอนพระวรกายตรัสกระซิบที่ริมกรรณเจ้าชมนาด

"นั่นสิพระเจ้าค่ะ..."

"เสด็จแม่"

"อ้าว เจ้าภุชงค์ หารือแล้วแล้วหรือลูก"เจ้าชมนาดตรัสเมื่อโอรสองค์โตก้าวบาทเข้ามาในห้องบรรทม

"องค์จันทร์ แลเสด็จพ่อท่านยังหารือกันอยู่พ่ะย่ะค่ะ ลูกจึงปลีกตัวออกมาก่อน"

เช่นนั้นดอกหรือ...เยี่ยงนั้นลูกอยู่เลี้ยงหลานเป็นเพื่อนเจ้าแสงทีหนา ประเดี๋ยวแม่ แลพระมารดาศศิธรจักไปยืดเส้นยืดสายที่สวนพฤกษาสักหน่อย"เจ้าชมนาดตรัส

"พ่ะย่ะค่ะ"

"ไปเดินคลายเมื่อยขบกันสักหน่อยเถิดพระเจ้าค่ะ เสด็จพี่ศศิ"

"จ้ะ"พระมารดาทั้งสองเสด็จออกจากห้องบรรทมพร้อมคนสนิท เหลือเพียงเจ้าภุชงค์ เจ้าแสง แลบ่าวคนสนิท

"เจ้าพเยียหลับอยู่หรือเจ้าแสง"

"พระเจ้าค่ะ เจ้าน้อยเพิ่งจักบรรทมไปเมื่อครู่เองพระเจ้าค่ะ"เจ้าแสงตรัสตอบ หากแต่ก็มิยอมสบเนตรของเจ้าภุชงค์ นัยน์ตาหวานจับจ้องเพียงดวงพักตร์ของทารกน้อยในอ้อมกอด

"พี่ใคร่อยากอุ้มหลานเสียจริง"

"เจ้าน้อยเพิ่งจักบรรทม หม่อมฉันเกรงว่าหากเปลี่ยนมือจักสะดุ้งตื่นเอาได้พระเจ้าค่ะ"

"เยี่งนั้นหรือ..."

"พระเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้น"เจ้าภุชงค์ขยับพระวรกายไปอยู่ด้านหลังเจ้าแสง พระกรแกร่งโอบร่างน้องน้อยไว้แนบพระอุระ หัตถ์อุ่นประคองซ้อนทับมือบางที่โอบอุ้มร่างเล็กของหลานเอาไว้

"...ฝะ ฝ่าบาท"เจ้าแสงสะดุ้งจนเจ้าพเยียสะดุ้งตาม หากแต่มิได้ตื่นจากฝันหวาน

"เช่นนี้พี่ก็จักได้อุ้มหลาน หลานก็มิต้องตืนขึ้นมาไห้งอแง"...แลยังได้กอดเจ้าอีกด้วย

"....."เจ้าแสงเกร็งมิกล้าขยับวรกาย ไอร้อนจากพระอุระกว้าง แลกลิ่นอายบุรุษเพศทำเอาพักตร์งามแดงระเรื่อ

"เจ้าพเยียน่าเอ็นดูนัก"ตรัสชมหลาน หากแต่เนตรมิได้จับจ้องไปที่หลานเลยแม้แต่น้อย พระเนตรทอดมองดวงพักตร์งามของเจ้าน้อยการเวก

"..."

"งามนัก"ขยับพักตร์กระซิบที่ริมกรรณเล็ก สูดกลิ่นแก้วเข้าเต็มพระปับผาสะ

"จะ เจ้าน้อยพเยียงามได้เสด็จพี่บัวเป็นแน่พระเจ้าค่ะ"เจ้าแสงตรัสตอบ

"มิใช่..."

"..."

"...เจ้าต่างหาก...งามจับใจนัก"มิตรัสเปล่า ไล้ปลายพระนาสิกกับขอบกรรณเจ้าแสง

"...ฝะ ฝ่าบาท"เจ้าแสงก้มพักตร์ พระทัยสั่นระรัวคล้ายจักเป็นลม ประคองสติตนโอบอุ้มทารกน้อยไว้มั่น ความร้อนจากพระกรของคนที่โอบกอดตนทางด้านหลังทำเอาแขนเรียวสั่นน้อยๆ

"หึหึหึ"สรวลน้อยๆ ในพระศอ ทรงวางพระหนุบนลาดอังสะเล็กสูดกลิ่นแก้ว พลางทอดพระเนตรหลาน แลเนินอุระเนียนขาวผ่องที่โผล่พ้นขอบผ้าแถบมาให้ยล


ชงโค แลยี่สุ่นที่หมอบอยู่ริมห้องบรรทมลอบมองหน้ากันเลิกลั่ก องค์รัชทายาทภุชงค์ทรงกกกอดเจ้าน้อยของตน โดยใช้เจ้าน้อยพเยียเป็นข้ออ้าง...


.


.


.


"ฝะ ฝ่าบาท"เจ้าแสงตรัสขึ้นเมื่อถูกองค์รัชทายาทกกกอดมาหลายชั่วครู่

"หืม..."

"หม่อมฉันว่าทรงเอาเจ้าน้อยพเยียลงเปลเถิดพระเจ้าค่ะ อุ้มไว้เยี่ยงนี้จักบรรทมได้มินาน"

"ก็ได้เจ้า"จำพระทัยปล่อยร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่น แม้จักเสียดายเหลือแสน ประคองเจ้าแสงที่โอบอุ้มหลานไปส่งที่เปล เจ้าแสงค่อยๆ วางทารกน้อยลงในเปล ก่อนจักไกวเบาๆ ขับกล่อมเจ้าพเยียให้หลับใหลต่อเนื่อง

"..."เจ้าแสงส่งให้ข้าหลวงไกวเปลต่อ แลดำเนินมายังตั่งที่ตนประทับตอนแรก

"อุ้มเจ้าพเยียไว้นานเช่นนี้ แขนเจ้าคงจักเมื่อยขบ"ดำเนินมาประทับข้างกายแนบชิดเจ้าแสง จนคนน้องต้องกระถดกายออกห่าง

"มิได้พระเจ้าค่ะ"

"ส่งแขนมาเถิด พี่จักนวดให้"

"มิได้พระเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวหม่อมฉันให้ชงโค แลยี่สุ่นนวดให้พระเจ้าค่ะ"

"มาเถิดเจ้าแสง ให้พี่ทำเถิดหนา"มิตรัสเปล่า คว้าแขนเรียวขึ้นวางบนพระเพลา พระหัตถ์แนบลงบนผิวนุ่มขาวผ่องออกแรงลูบไล้ บีบนวดเบาๆ จนเจ้าแสงหน้าม้าน

"ฝะ ฝ่าบาท พะ พอแล้วพระเจ้าค่ะ"

"ชู่ว นิ่งเสีย...เจ้าสองคน"ตรัสปรามน้องน้อยพระสุรเสียงอ่อนโยน ก่อนจักหันไปสั่งงานชงโค แลยี่สุ่น

"พระเจ้าค่ะ"

"พระเจ้าค่ะ"หมอบกราบรับพระบัญชา

"ไปห้องเครื่องนำของว่าง แลน้ำชาถวายนายเจ้าทีเถิด"

"พระเจ้าค่ะ เยี่ยงนั้นชงโคจักไปห้องเครื่องนำพระกายาหารว่างถวาย"

"ประเดี๋ยวยี่สุ่นจักอยู่รับใช้เจ้าน้อ..."

"มิต้องดอก...ไปทั้งคู่นั่นแล"เจ้าภุชงค์ตรัสพลางทอดพระเนตรจดจ้องบ่าวสองคนเขม็ง

"เอ่อ พระเจ้าค่ะ"หมอบกราบก่อนจักคลานเข่าออกไป ภายในห้องบรรทมเหลือเพียงเจ้านายทั้งสอง เจ้าพเยียที่กำลังหลับใหล แลข้าหลวงสาวที่ก้มหน้าไกวเปลเจ้าน้อยอยู่คนละฝากห้อง

"เจ้าแสง"

"พระเจ้าค่ะ"

"ฝะ ฝ่าบาท"เจ้าแสงช้อนตามองพระพักตร์งามคมคล้ามขององค์รัชทายาท เจ้าภุชงค์เชยหนุมนของน้องขึ้น โน้มพักตร์เข้าใกล้ เจ้าแสงหลุบเนตรหลบ กลั้นหายใจเมื่อพระโอษฐ์อุ่นแนบคลึงลงบนกลีบโอษฐ์นุ่มหยุ่นของตน เจ้าภุชงค์ทำเพียงคลึงเคล้าโอษฐ์น้องมิลุกล้ำ ก่อนจักถอนออก กดจูบที่นลาฎขาว เจ้าแสงรีบผละออกจากพระวรกายเจ้าภุชงค์ราวกับต้องของร้อน

"คิดถึง ตั้งแต่มาศศิมณฑล พี่ก็หาได้จูบหอมเจ้าได้ไม่"

"หมะ หม่อมฉัน...หม่อมฉัน..."เจ้าแสงก้มพักตร์หนุชิดอก ตรัสอึกๆ อักๆ

"ทูลฝ่าบาทพระกายาหารว่างมาแล้วพระเจ้าค่ะ"

"...กินขนมสักหน่อยหนาเจ้าแสง"

"พะ พระเจ้าค่ะ"





มาแล้ววว ขออภัยที่ทิ้งช่วงนาน //กราบบบบบ ขอบคุณมากๆ ค่ะที่ยังติดตามรออ่านผลงานของเรา ขอบคุณจริงๆ

ความคิดเห็น