facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 89 : ศูนย์ความเป็นเลิศ

ชื่อตอน : ตอนที่ 89 : ศูนย์ความเป็นเลิศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 65

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 89 : ศูนย์ความเป็นเลิศ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 89 : ศูนย์ความเป็นเลิศ 

“ห้ามเมาแล้วขับ” 

โฟคเอ่ยเสียงเข้มกับเพียวที่ตอนนี้เริ่มงอแงจะขับรถกลับคณะ ทั้งเพียวและอิฐในเวลานี้ต่างก็กินเหล้าไปคนละเล็กน้อยทั้งคู่ ถึงแม้ว่าทั้งสองคนยังดูมีสติสัมปชัญญะดี แต่โฟคก็ไม่อนุญาตเด็ดขาด 

“โฟค ไม่เอาน่า อิฐมันกินไปแก้วเดียวเอง” เพียวเอ่ยปากต่อรอง ในขณะที่อิฐที่ยืนห่างออกไปไม่ได้พูดอะไรออกมา 

“เพียว เราคุยกันเรื่องนี้กี่ทีแล้ว คำว่านิดเดียวของมึงนี่ ถ้าตายไปมันคุ้มกันไหมวะ” โฟคเริ่มหงุดหงิด เพราะเคยตกลงเรื่องนี้กันไปหลายครั้งแล้ว 

“อิฐมันแทบไม่ได้กินเลย มึงจะให้มันทิ้งรถไว้นี่ทำไม เทียวไปเทียวมาวุ่นวายเปล่าๆ” 

เพียวบ่น โฟคเสนอแกมบังคับให้ทั้งอิฐและเพียวกลับคณะด้วยรถแท็กซี่ นั่นหมายถึง พรุ่งนี้เช้าอิฐก็ต้องวนกลับมาเอารถที่โรงแรมอีกรอบ แทนที่จะตรงกลับคอนโดมิเนียมได้เลย 

“กูไม่ยอมเรื่องนี้แน่นอนเพียว มึงไม่ต้องต่อรอง ถ้ามึงยืนยันว่าจะขับ มึงก็ทะเลาะกับกูได้เลย” โฟคพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสงบเท่าไหร่นัก 

“แค่นี้เองโฟค มึงคิดมากไปเปล่า” น้ำเสียงของเพียวเริ่มหงุดหงิดเช่นกัน อิฐที่ยืนห่างออกไปเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงขยับตัวเหมือนจะเข้ามาห้ามทัพ 

“แค่นี้ของมึง แต่ไม่แค่นี้ของกูไง มึงไม่คิดบ้างเหรอเพียวว่าถ้ามึงตาย แล้วกูจะอยู่คนเดียวได้ยังไง มึงไม่ห่วงกูบ้างเหรอวะ” 

โฟคพูดขึ้นมาอย่างกลบความน้อยใจได้ไม่มิด และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นประโยคที่ทำให้เพียวตัดสินใจยอมแพ้ในที่สุด วิศวกรหนุ่มยักไหล่แบบง่ายๆ ก่อนจะยินยอมเดินออกไปเรียกแท็กซี่กับเพื่อนสนิท โฟคยืนมองภาพคนทั้งคู่ขึ้นรถแท็กซี่จนออกไปจากโรงแรมแล้วเรียบร้อย เขาก็ตัดสินใจเดินกลับมาขึ้นรถ และสตาร์ทเครื่องยนต์เตรียมจะเดินทางกลับบ้านที่อยู่คนละฟากเมืองกับมหาวิทยาลัย โฟคขับรถออกมาจากลานจอดรถ ผ่านบริเวณหน้าล็อบบี้ เพื่อที่จะมุ่งตรงสู่ถนนใหญ่ที่เป็นลำดับต่อไป 

“อ้าว ไอ้เจต มาทำไรวะ” 

ขณะที่โฟคกำลังจะขับรถเลี้ยวโค้งออกสู่ถนนใหญ่ เขาก็เจอกับผู้ชายในชุดสูทคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงหัวมุมของทางออก โฟคกดเลื่อนเปิดกระจกชะโงกหน้าออกไปถามอย่างดีใจ เขาคิดว่าเขาน่าจะจำไม่ผิด ผู้ชายคนนี้น่าจะคือไอ้เจต เพื่อนร่วมคณะของไอ้อิฐกับไอ้เพียวตอนปีหนึ่ง เขาเคยเจอไอ้เจตครั้งแรกตอนไปร้านเหล้า ตอนนั้นไอ้เจตทำท่าเหมือนจะจีบเขา แต่หลังจากนั้น มันก็ไม่เคยมีอาการจะเกินเลยอะไรกับเขาอีก สงสัยว่าไอ้เพียวคงไปเคลียร์กับไอ้เจตแล้วมั้ง 

“อ้าว ไอ้โฟคเปล่าเนี่ย เชี่ย ไม่เจอมึงนานมาก” 

ทันทีที่เขาเปิดกระจกทัก อีกฝ่ายก็หันหน้ามามองแล้ววิ่งเข้ามาคุยอย่างดีใจ โฟคจำไม่ผิด ผู้ชายคนนั้นคือไอ้เจตจริงๆ ท่าทางมันจะมางานแต่งของว่านเหมือนกัน 

“ไปไหนวะ เผื่อกูผ่าน” โฟคร้องถาม 

“ไปรถไฟฟ้าหวะ มึงผ่านไหม ไม่งั้นกูขอติดรถไปหน่อย” เจตตอบ 

“เอาดิ ขึ้นมาเลยๆ ผ่านๆ” 

โฟคพูดพร้อมกดปลดล็อครถฝั่งข้างคนขับให้เจตขึ้นมานั่งด้วยกัน เขาไม่ได้เจอเจตนานมาก เจอกันบ่อยๆ ก็ช่วงปีหนึ่ง หลังจากนั้นก็ประปราย ยิ่งหลังปีสามไป เขาแทบไม่มีโอกาสเจอด้วยซ้ำ มาเจอกันอีกทีก็ผ่านชีวิตปีหนึ่งมาเกือบสิบปีแล้ว 

“เป็นไงบ้างวะมึง วันก่อนขับรถผ่านแถวสุขุมวิท เห็นรูปมึงใหญ่เชียว เชี่ย เดี๋ยวนี้ดังใหญ่นะมึง” ไอ้เจตเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงร่าเริง 

“เฮ้ย กูแค่ถ่ายให้ที่ทำงานเฉยๆ ดังอะไรหละ กูแม่งอยากให้เอาลงจะแย่ ตอนแรกกูก็นึกว่าจะทำแค่ขนาดพอดีตัว เห็นอีกทีแม่งทำโคตรใหญ่ กูนี่อายไปเลย ฮ่าฮ่า” โฟคตอบไปด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง 

“แล้วนี่มึงมางานไอ้ว่านเหมือนกันเหรอ” เจตถามขึ้นตรงกับสิ่งที่โฟคคิดจะถามอยู่พอดี 

“เออ กูยังงงเลย คิดว่ามึงน่าจะมางานเหมือนกัน แต่ทำไมกูไม่ได้เจอมึงวะ กูว่ากูก็เดินรอบงานแล้วนะ” โฟคตอบกลับมาแบบสงสัย 

“กูมาช้าหวะ พอดีกูแวะไปเกียร์สัมพันธ์มาก่อนแล้วค่อยมางาน มาถึงแม่งก็จะเลิกแล้ว กูแค่ใส่ซอง ถ่ายรูปกับบ่าวสาวแค่นั้นแหละ รู้งี้มางานก่อนแล้วค่อยกลับคณะดีกว่า ยังไงงานคณะแม่งก็เปิดตึกถึงเช้าอยู่แล้ว” 

คำตอบของเจตช่วยคลายความสงสัยของโฟคได้เป็นอย่างดี เจตน่าจะมาถึงก็ช่วงท้ายของงานที่เขานั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ออกไปสนใจส่วนอื่นของงานแล้ว 

“เออๆ ไอ้อิฐกับไอ้เพียวก็เพิ่งออกไปเกียร์สัมพันธ์เนี่ย มึงจะกลับคณะอีกเปล่า หรือว่ากลับบ้านเลยวะ” โฟคถามต่อขณะที่เลี้ยวออกมาอีกแยกหนึ่ง สถานีรถไฟฟ้าอยู่ในระยะที่มองเห็นแล้ว 

“ไม่หวะ พอดีพรุ่งนี้กูมีงานเช้า ไปเดี๋ยวยาว ปีหน้าค่อยนัดเพื่อนในรุ่นไปกันใหม่” เจตตอบ 

“อะไรวะ พรุ่งนี้วันอาทิตย์ มึงยังทำงานอีกเหรอเนี่ย นี่มึงทำงานอะไรวะ” น้ำเสียงของโฟคไม่ได้เป็นไปในเชิงบ่น แต่ดูจะเอนไปทางความสงสัยเสียมากกว่า 

“กูทำอยู่ศูนย์ความเป็นเลิศ สถาบันนวัตกรรมแห่งชาติหวะ มันก็เป็นเหมือนสถาบันส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่อะไรพวกนั้น คอยส่งเสริมคนที่ทำงานด้านนี้ หลักๆ ก็บริหารเงินไปกระจายให้นักวิทยาศาสตร์ทำงานวิจัย ตัวไหนมีแนวโน้มดี รัฐก็จะผลักดันให้ออกมาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ อะไรประมาณนี้” เจตเล่า 

“สนับสนุนให้คนคิดนวัตกรรมใหม่ๆ อะไรประมาณนี้ปะ” โฟคถามทวนความเข้าใจ 

“ประมาณนั้นแหละ อย่างพรุ่งนี้กูก็ต้องไปดูงานประกวดหุ่นยนต์ของนักเรียนมัธยม ถ้าโครงการไหนน่าสนใจ สถาบันก็อาจจะให้ทุนทำวิจัยต่อ ถ้าสำเร็จก็มาต่อยอดใช้เชิงพาณิชย์กันต่อไป” เจตเล่าต่อ 

“แบบนี้ก็ตรงกับสิ่งที่มึงชอบเลยดิ เห็นตอนปีหนึ่งมึงเคยส่งหุ่นยนต์ไปประกวดกับไอ้เพียวนี่ ผลตอนนั้นเป็นไงบ้างวะ” 

โฟคพูดออกมาอย่างตื่นเต้น เขาจำได้ว่าวันที่มาส่งเพียวที่คณะเพื่อทำเรื่องเกี่ยวกับประกวดตอนปีหนึ่งนั้น เจตเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ไอ้เพียวเดินเข้าไปหา และเล่าให้ฟังว่านี่คือกลุ่มที่เข้าร่วมประกวดด้วยกัน 

“ห๊ะ” อีกฝ่ายหันมาถามแบบงงๆ 

“อ้าว มึงเคยส่งหุ่นยนต์ประกวดกับไอ้เพียวไม่ใช่เหรอวะ ตอนปีหนึ่ง” โฟคขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ 

“เฮ้ย กูไม่เคยประกวดอะไรพวกนั้นเลยนะ ไอ้เพียวก็ไม่เคยด้วย ไอ้เพียวมันเรียนปิโตรเลียมนะเว้ย มันเรียนพวกน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ชั้นหิน มันจะไปรู้เรื่องหุ่นยนต์จนถึงขั้นประกวดได้ไงวะ” เจตหันมาตอบ สีหน้าของมันดูจะมั่นใจมากว่าเขาจะจำผิด 

“เหรอวะ” เขาแกล้งตอบไปแบบไม่มั่นใจ 

“เออดิ กูรู้จักไอ้เพียวมาตลอด ไม่เคยเห็นมันประกวดอะไรเลย คนอย่างไอ้เพียวเนี่ยนะ เข้าเรียนยังไม่ค่อยจะเข้าเลย มึงจำผิดคนแล้วหละ” เจตรีบสำทับมาอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจ 

“สงสัยกูคงจำผิดมั้ง แม่งนานแล้ว คงเป็นเพื่อนคนอื่น” โฟคตอบไปแบบง่ายๆ พร้อมกับเบี่ยงรถหลบมุมมาจอดส่งอีกฝ่ายที่บริเวณใกล้ๆ ทางขึ้นรถไฟฟ้า 

“ขอบคุณมากเว้ย กูไปแล้ว ขับรถดีๆ นะมึง ไว้เจอกันใหม่” 

เจตในชุดสูทพูดอย่างสบายๆ และดูไม่มีอะไรติดค้างในใจ มันเปิดประตูออกไปพร้อมยกมืออำลาเขาอย่างอารมณ์ดี ตรงข้ามกับอีกคนที่นั่งอยู่ในรถยนต์เวลานี้ เหมือนโฟคจะจมดิ่งลงไปในห้วงคำนึงมากมายนับไม่ถ้วน สมองของเขาเริ่มรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ยังฉายชัดอยู่ในทุกความทรงจำอย่างแม่นยำ เมื่อเริ่มใช้เหตุการณ์ ตรรกะ และข้อเท็จจริงที่ได้รับใหม่มาเรียบเรียงเข้าด้วยกัน ความรู้สึกของโฟคก็จมดิ่งลงอย่างห้ามปรามไม่ได้ 

โฟครวบรวมสติประคองตัวเองให้ขับรถมาถึงบ้านของตนจนได้ในที่สุด โฟคมองบ้านที่เขาเคยนิยามว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดด้วยความรู้สึกที่เริ่มจะพร่าเลือน หูของเขาได้ยินเสียงเจ้าหมาปอมสามตัวร้องดังออกมาจากในตัวบ้าน ไซน์คอสแทนคงจะได้ยินเสียงรถและรู้ว่าเขากลับมาถึงบ้านแล้ว โฟคจอดรถนิ่งอยู่หน้าบ้านของตนและคนที่รักอย่างรวบรวมกำลังใจ เขาไม่ได้เดินเข้าบ้าน แต่เลือกจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาค้นหาเบอร์โทรใครคนหนึ่งที่อยู่ในเครื่องและกดต่อสายออกไปก่อน ณ ช่วงจังหวะเวลานั้น มือของโฟคสั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้เลย 

“ฮัลโหล ว่าไงวะโฟค” ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงสดใส 

“อิฐ นี่มึงอยู่กับเพียวหรือเปล่า” โฟคถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นเต็มที่ 

“เปล่าหวะ กูมาภาคโยธา ไอ้เพียวแยกไปปิโตรแล้ว มึงโทรหามันไม่ติดเหรอ” อิฐตอบกลับมาแบบงงๆ 

“เปล่าๆ กูถามไปงั้นแหละ กูมีเรื่องจะคุยกับมึงมากกว่า” โฟคพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบสนิทที่สุด 

“มีอะไรวะ” อิฐถามด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น ราวกับจะรู้สึกถึงความไม่ปรกติเท่าไหร่ของบทสนทนา 

“อิฐ กูมีเรื่องจะถาม และกูขอนะอิฐ ขอให้มึงตอบกูตามตรง” โฟคพูดออกไปอย่างแน่วแน่ หลังจากที่กลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ 

“โฟค มึงเป็นอะไรวะ” อิฐตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ 

“มึงห้ามโกหกกูนะอิฐ” เขาเอ่ยสำทับอีกรอบ 

“โฟค!” 

“ห้ามโกหกกู” โฟคพูดอีกรอบ 

“เออ มึงมีอะไร มึงว่ามาเลย” อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างเสียไม่ได้ 

“ตอนปีหนึ่ง มึงเริ่มจีบไป๋ตั้งแต่ตอนเริ่มประกวดดาวเดือนใช่ไหม มึงเริ่มจีบมันตั้งแต่ก่อนกูเจอไป๋อีกใช่ไหม” โฟคถามคำถามแรกไปอย่างสงบ 

“เออ ใช่ กูชอบไอ้ไป๋มาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว” อีกฝ่ายตอบ 

“แล้วมึงก็รู้ตั้งแต่ต้นใช่ไหมว่าที่กูเข้าหาไป๋ คือกูตั้งใจจีบมัน ไม่ได้แค่อยากสนิทเป็นเพื่อน” เขาถามต่อ 

“อืม ก็พอจะรู้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตอนนี้วะโฟค กูไม่เข้าใจ” อิฐตอบกลับมาด้วยความไม่เข้าใจ 

“แปลว่าตอนนั้นมึงเห็นกูเป็นคู่แข่ง กูพูดถูกไหม” โฟคถามต่ออย่างแกล้งไม่ได้ยินคำถามของอิฐที่ถามกลับมา 

“เออ พูดแบบนั้นก็ไม่ผิด” อิฐเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะตอบกลับแบบยอมรับ 

“ตอนค่ายผู้นำปีหนึ่งที่ไอ้เพียวบอกว่ามันส่งโครงการไปประกวดจนต้องรีบกลับมหาวิทยาลัยและให้กูเป็นคนขับ เหลือให้พวกมึงสองคนค้างอยู่ที่ค่ายต่อกันสองคน เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกใช่ไหม” 

“...” 

“มึงรู้มาตลอดว่ากูชอบไอ้ไป๋ แล้วมึงก็จงใจส่งไอ้โฟคมากันกู เพื่อให้กูจีบไอ้ไป๋ไม่สำเร็จใช่ไหม” 

“...” 

“วันนั้นที่กูหายไปกับไป๋ตอนเย็น มึงกลัวว่ากูจะสารภาพรักกับไอ้ไป๋ มึงเลยรีบกันกูออกก่อน เพราะมึงจะรีบสารภาพรักกับไอ้ไป๋ใช่ไหม” 

“...” 

“เรื่องทั้งหมดที่กูพูด มึงสารภาพกับไอ้ไป๋จนหมด แต่กูเป็นคนเดียวที่ยังไม่รู้ใช่ไหม” 

“...” 

“ไอ้อิฐ” 

“...” 

“เรื่องคืนนั้นทั้งหมดเป็นแผนการของมึงที่จะทำให้กูตัดใจจากไอ้ไป๋ใช่ไหม” 

“โฟค... กูขอโทษ” 

เสียงสั้นๆ ที่ตอบกลับมาจากคนที่เขาเคยเรียกอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเพื่อนนั้นพังทลายโลกใบใหญ่ของเขาจนแหลกเป็นผุยผงอย่างไม่มีชิ้นดี 

นายพินต้า 

ฝากแฟนเพจเฟสบุ๊คกับทวีตเตอร์ นายพินต้า ninepinta ด้วยนะ มาเถอะ มามะ 

ตอนที่แต่งเก็บไว้หมดแล้วนะครับ เพราะไปพักร้อนก็เอาแต่นอนอุตุอย่างเดียว ไม่แม้แต่จะเอาคอมออกจากกระเป๋า ที่เหลือนี่แต่งสดลงสดนะ อยากให้ลงไวไวต้องเมนต์เยอะเยอะนะ จะได้มีแรงแต่ง >///< 

ความคิดเห็น