หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ขออนุญาตปรับลดตอนเรื่อง ลิขิตรักข้ามภพ เป็นวันละ 1 ตอน เมื่อเพิ่มตอนแล้วจะแจ้งให้ทราบทันที ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

บทที่ 16 พบรัชทายาทอีกครั้ง

ชื่อตอน : บทที่ 16 พบรัชทายาทอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 16:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 พบรัชทายาทอีกครั้ง
แบบอักษร

ภายในโถงทางเดินสว่างไสว​ยาวไม่ถึงยี่สิบเมตร​ มีทหารสวมชุดราชองครักษ์เดินตรวจตราไปมามากกว่าสิบสี่คน การป้องกันแน่นหนาเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนเลย แม้แต่แมลงวันสักตัวก็ไม่อาจเล็ดลอดเข้าไปได้ วิธีเดียวที่จะเข้าไปได้คือกำจัดคนทั้งสิบสี่คนนี้ไปเสีย ไม่ต้องพูดถึงความสามารถและฝีมือของชิงเซี่ย ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ จะฆ่าคนเหล่านี้อย่างไรไม่ให้ถูกจับได้ 

เวลาค่อยๆ ผ่านไป ในใจของชิงเซี่ยก็เริ่มหมดหวัง ในขณะที่กำลังเร่งจะเข้าไปด้านใน นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ชิงเซี่ยจึงรีบขยับกายซ่อนตัวใต้เงาของแสงไฟพร้อมกับกลั้นลมหายใจ 

คนสองคนด้านหน้าเป็นคนเดียวกับที่ถูกชิงเซี่ยขังไว้ก่อนหน้านี้​กำลังเดินไปคุยไป ด้านหลังของพวกเขายังมีทหารสวมชุดเกราะอีกหกนายเดินตามมา 

 แผนการบ้าบิ่นได้ผุดขึ้นมาในหัวชิงเซี่ย นางหยิบก้อนหินจากกระเป๋าเสื้อออกมาเตรียมไว้สองสามก้อนและเริ่มนับถอยหลัง ทันใดนั้นก็มีเสียงตุบดังขึ้น ชายที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดหกล้มลงกับพื้น แล้วไฟที่อยู่สองข้างทางก็ถูกดับลง ชิงเซี่ยลงมืออย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็เข้าไปอยู่ด้านหลังของคนเหล่านั้น แล้วตัดศีรษะในครั้งเดียว ชายที่เส้นเลือดถูดตัดขาดล้มลงและตายในทันที  

“ใครกัน? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ในความมืดมิดรอบด้าน คนที่อยู่ในโถงสว่างตะโกนถามขึ้น พลางวิ่งเข้ามาหา แล้วถามด้วยเสียงดัง 

ชายคนที่หกล้มก่อนหน้านี้ เอ่ยตอบด้วยเสียงอ่อนว่า “รองหัวหน้าเฉียนให้พวกข้าเอาอาหารมาส่ง แค่หกล้มเท่านั้น ไม่มีอะไร” 

“รหัส!” คนที่เดินมาจากห้องโถงระมัดระวังยิ่ง เขาตะโกนถามเสียงดัง 

“รัชทายาทจงเจริญ” ชายคนนั้นตอบกลับ  

ดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่รู้จักกัน ชิงเซี่ยเห็นเช่นนั้นก็วางใจ นางรีบหยิบเสื้อผ้าของทหารที่ตายขึ้นมาใส่ทับลงไปบนชุดสีดำของตน แม้ว่าจะตัวใหญ่มาก แต่เพราะด้านในมีเสื้อผ้าอีกชั้นจึงใส่ชุดนั้นได้พอดีตัวอย่างยิ่ง ประกอบกับหมวกเหล็กของเขา ทำให้ชิงเซี่ยปลอมตัวเป็นทหารหนุ่มได้อย่างแนบเนียน 

นางลากศพของเขาไปไว้ในที่มืดอับสายตา หากเดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก็จะหาไม่พบ เห็นได้ชัดว่าคนที่นี่เองก็มีความสามารถมากพอตัว แม้ที่แห่งนี้จะอยู่ลึกกว่าร้อยเมตร แต่ก็ยังระบายอากาศได้ดี ด้วยมีอากาศเพียงพอจึงจุดไฟได้ มีเพียงไม่กี่แห่งในนี้ที่แสงไฟส่องไม่ถึง แต่เพื่อคุมขังรัชทายาทฉี โถงทางเดินต่างๆ จึงสว่างไสว และมีการจัดเวรยามไว้มาก เพื่อคุ้มกันอย่างแน่นหนา หากต้องการเข้าไปยังคุกที่คุมขังก็ต้องผ่านทางเส้นนี้  

แม้ว่าไฟในอุโมงค์จะถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คนทั้งหลายต่างรู้สึกมึนงงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นฉับพลันนี้ จึงไม่ได้สนใจว่าทหารที่อยู่ด้านหลังจะเดินตามมาด้วยหรือไม่ 

รหัสผ่านถูกต้อง คนในโถงนั้นไม่ได้คุยอะไรกับคนพวกนี้อีกเลย พวกเขายังคงเดินไปรอบๆ เช่นเดิม ไม่มีวี่แววของการผ่อนกำลังความเข้มงวด ดูเหมือนว่าการเดินแบบนี้จะถูกจัดไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารยามหลับ และป้องกันเล่ห์กลจากศัตรู เพราะหากมีคนหยุดเดินคนหนึ่งก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีคนบุกเข้ามา  

 ชิงเซี่ยเดินตามทหารที่มาส่งอาหารไปอย่างเงียบๆ บรรดาคนที่อยู่ในโถงนั้นไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อย ทางเดินไม่ยาว แต่ฝ่ามือของชิงเซี่ยกลับมีเหงื่อผุดออกมาเต็มไปหมด เป็นเพราะหากถูกคนจับได้ นางก็จะตกอยู่ในวงล้อมทันที ด้วยเหตุนี้นางจึงลอบสำรวจรอบด้าน มุมผนังใกล้กับโคมไฟมีเชือกเล็กเส้นหนึ่งทอดยาวไปยังช่องสีดำที่อยู่ด้านบน ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าใช้ทำอะไร หากมุทะลุบุกเข้ามา ก็จะต้องเจอกับการโจมตีของทหารยามในคุกและทหารจากค่ายที่อยู่ด้านข้าง ตนเองจะเอาตัวรอดหรือไม่ก็ยังไม่อาจรู้ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรัชทายาทฉีอันเลย 

ชิงเซี่ยระมัดระวังผู้คนรอบข้าง นางฉลาดมากที่ไม่เข้าใกล้พวกเขาเกินไป และรักษาระยะห่างเอาไว้ แม้ทหารยามและทหารที่นำเสบียงอาหารมาส่งจะไม่รู้จักกัน แต่สุดท้ายพวกเขาก็สวมเกราะและเสื้อผ้าเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อทหารส่งเสบียงที่อยู่ด้านหน้าหันหน้ากลับมา นางก็จะเดินไปทางซ้ายทีขวาที ทำให้พวกเขาเข้าใจว่านางเป็นทหารยามที่อยู่ในโถงนั้น หากทหารยามมองมา นางก็จะตามคนที่อยู่ด้านหน้าไปเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่านางเป็นทหารส่งเสบียง เช่นนี้แล้วทั้งสองฝ่ายที่ไม่มีบทสนทนาต่อกันก็จะเข้าใจว่านางเป็นคนของอีกฝ่าย และนางก็จะอยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด 

ที่ปลายโถง ชายที่อยู่ด้านหน้าสุดหยิบป้ายคำสั่งออกมา ประตูพลันเปิดออก ด้านหน้าเป็นทางเดินมืดๆ เส้นหนึ่งที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาคน 

ชิงเซี่ยได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมา ทันทีที่ประตูด้านหลังปิดลง นางก็รีบสะบัดตัวหนีทันที นางยื่นมือออกไปปิดปากของชายที่อยู่ด้านหน้าไว้ แล้วใช้มีดสั้นปาดลงบนคอของเขาทันที คนผู้นั้นล้มลงกับพื้นอย่างไร้สุ้มเสียง แล้วชิงเซี่ยก็วางชายคนนี้ลงอย่างเบามือ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปหาอีกคน 

 นางกำจัดทหารยามห้าคนอย่างเงียบเชียบ โดยที่ชายอีกสองคนที่อยู่ด้านหน้าไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย การกระทำเช่นนี้ไม่ได้อาศัยโชคช่วย แน่นอนว่าเมื่อก่อนชิงเซี่ยเคยทำมาเป็นพันๆ ครั้งแล้ว ไม่แปลกที่นางจะทำมันได้อย่างดี สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่กล้าหาญ และความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด  

“ถึงแล้ว เปิดประตูด้านหน้าออก” ชายที่อยู่หน้าสุดเอ่ยขึ้นมา  

“ขอรับ” ชิงเซี่ยตอบไปเสียงหนึ่ง จากนั้นก็เดินขึ้นหน้าไปเปิดประตูใหญ่ที่อยู่ท้ายสุดออก 

“อืม” ชายคนนั้นพยักหน้า เงยหน้าขึ้นมองชิงเซี่ยอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากตอนแรกที่ไม่ได้สนใจ เมื่อเห็นศพที่กองอยู่บนพื้นก็รีบตะโกนถามเสียงดังว่า “เจ้าเป็นใคร?” 

ทว่าไม่ทันที่เขาจะได้เริ่มลงมือ มือขวาของชิงเซี่ยก็ยื่นไปคว้าคอของเขาไว้ จากนั้นเสียงกระดูหักก็ดังขึ้น ชายคนนั้นตาเบิกโพลงและล้มลงไปบนพื้น 

“มีคน...” คำว่าบุกรุกสองคำยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา เสียงของชายคนนั้นก็เงียบไป ชิงเซี่ยเดินไปที่ร่างของเขา พร้อมใช้มีดแทงไปที่คอเขาทันที หลังจากเช็ดมีดบนเสื้อผ้าของเขาสองครั้ง นางก็คว้ากุญแจและถาดอาหารขึ้นมา ก่อนเดินตรงไปยังที่คุมขัง 

   คุกของที่นี่แตกต่างจากคุกที่ชิงเซี่ยเคยเห็นมาอย่างสิ้นเชิง น่าเสียดายที่ชิงเซี่ยไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมสิ่งใด ห้องโถงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านั้น ด้านในมีเครื่องทรมานต่างๆ มากมายสะท้อนอยู่ในตาของชิงเซี่ย ที่นี่มีรอยเลือดมากมายอยู่บนพื้น และเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด  

 ชิงเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่นี่เป็นคุกลับที่สร้างขึ้นมาเพื่อคุมขังรัชทายาทฉีอันเพียงคนเดียว เหตุใดต้องมีเครื่องทรมานเหล่านั้นด้วย หรือฉู่หลีคิดจะทรมานรัชทายาทฉีอันโดยไม่สนใจคนทั่วทั้งใต้หล้ากัน? คิดถึงตรงนี้ ก็มีเสียงคนดังขึ้นมาจากห้องที่อยู่ด้านข้าง ชิงเซี่ยขมวดคิ้วมุ่น ด้วยหลักเหตุผลแล้วที่นี่ไม่ควรจะมีคนเฝ้ายามอยู่ ประการแรกเพราะทหารยามด้านนอกเข้มงวดมากพอแล้ว สองคือรัชทายาทฉีอันเป็นคนพิเศษ ผู้ที่จะเข้ามาต้องมีป้ายชื่อแสดงตน หรือว่าคนที่อยู่ด้านในคือรัชทายาทฉีอัน 

นางค่อยๆ เข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง ประตูไม่ได้ถูกลงกลอนไว้ คงไม่ใช่รัชทายาทฉี ชิงเซี่ยค่อยๆ ผลักประตูออกอย่างระมัดระวัง เห็นเพียงร่างของคนคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงไม้ นั่นคือชายชราเคราแดงนอนอ้าปากอยู่  เดิมทีชายประหลาดคนนี้ก็เป็นคนโหดร้าย หากเขาอยู่ในคุกนี้ นางเองก็จำเป็นต้องจัดการ ชิงเซี่ยค่อยๆ เข้าไปใกล้ ก่อนยกมีดในมือฟันลงไป ศีรษะของเขาจึงพลันตกลงไปที่พื้น 

เมื่อนึกถึงความโหดร้ายของชายชราผู้นี้ จิตใจของชิงเซี่ยก็เริ่มกระวนกระวาย รีบวิ่งตรงไปยังห้องขังของรัชทายาทฉี 

เมื่อไขกุญแจเข้าไป ร่างที่อยู่บนเตียงได้ยินเสียงเหล็กกระทบกับพื้นก็​เริ่มขยับ บนร่างนั้นมีรอยเลือดจากการถูกทรมานปรากฏให้เห็น เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองมาที่ชิงเซี่ย 

ชิงเซี่ยพ่นลมหายใจครั้งหนึ่ง ในใจพลันรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา ฉู่หลีไม่ได้คำนึงถึงสิ่งใดและไร้ศีลธรรม แม้นเขาตัดสินใจจะเจรจากับรัชทายาทฉีอัน แต่ก็ยังคงทำร้ายฉีอันอยู่ดี สายตาของนางพลันเย็นเยียบขึ้น ชิงเซี่ยถอดหมวกเหล็กออกแล้ววางไว้ที่พื้น ก่อนมองไปยังร่างของรัชทายาทฉีอัน 

“ข้าเอง”  

เสียงนุ่มๆ ดังตอบกลับมาเบาๆ ทำให้ดวงตาของรัชทายาทฉีอันพลันเบิกกว้าง มองไปที่ชิงเซี่ยซึ่งสวมชุดทหารอย่างมิอยากเชื่อ รูปลักษณ์ที่ดูซับซ้อนหายวับไป เหลือเพียงความตกตะลึงและยากจะเชื่อ รัชทายาทฉีที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ชิงเซี่ย?”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น