kimchan108

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ซูลี่ที่ 1 ถอนหมั้นหมาย

ชื่อตอน : ซูลี่ที่ 1 ถอนหมั้นหมาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2561 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซูลี่ที่ 1 ถอนหมั้นหมาย
แบบอักษร

   หัวใจของข้ามันกำลังเต้นระรัว...

   ข้าก้มมองมือของชายแก่ผู้มีร่องรอยของความชราที่กำลังแตะข้อมือของข้าเพื่อตรวจสอบดูอาการป่วยหลังจากที่ข้า.. ไม่สิร่างนี้หยุดลมหายใจไปอย่างกระทันหันจนเหล่าบ่าวไพร่ต่างวุ่นวายเรียกหมอหลวงมาดูอาการกันเสียยกใหญ่ หนึ่งในคู่หมั้นเจ้าของร่างนี้คงจำใจต้องอดกลั้นฝืนใจเสียเหลือเกินในการอุ้มร่างของนางที่ตอนนี้เป็นข้ามาที่ห้องส่วนตัว

   แต่หลังจากหมอหลวงพึ่งบอกว่าร่างนี้จากไปแล้วตัวข้านั้นที่เข้ามาในร่างนี้แบบงงๆก็ลืมตาโพลงขึ้นมาจนทุกคนตกตะลึง

   เหล่าคู่หมั้นตัวต้นเหตุก็ยื่นกอดอกมองข้าด้วยสายตานิ่งเรียบ..

   ข้าปวดหัวและรู้สึกวิงเวียนไปหมด เนื่องจากความทรงจำของร่างนี้ไหลเวียนเข้ามาในหัวไม่หยุดราวกับว่ามันกำลังฉายหนังเรื่องหนึ่งที่มีความยาวเป็นพิเศษ 

   "ท่านหมอคุณหนูของข้าเป็นเช่นไรบ้างเจ้าค่ะ"ผู้เป็นสาวใช้หน้าตาอ่อนเยาว์วัยสิบห้าเอ่ยถามท่านหมอที่มาดูอาการอยู่นานอย่างเป็นห่วงเป็นใยผู้เป็นนายเช่นข้า

   "คะ..คุณหนูร่างกายอ่อนแอลง.อ่า..คงต้องดูแลอย่างใกล้ชิด"หมอหลวงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเหมือนหวาดกลัวอะไรบ้างอย่าง

   ข้ารู้...

   ท่านหมอหลวงคงเกรงกลัวเจ้าของร่างนี้เป็นอย่างมากถึงแม้ในความทรงจำนางจะเป็นคนดีมากคนหนึ่ง แต่ก็มักมีพวกปากหอยปากปูปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับตัวนางเพราะอิจฉาอยู่เสมอ

   หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องที่นางมักจะใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบใครที่พูดไม่เข้าหูจะถูกสั้งเก็บอย่างเลือดเย็น แม้เรื่องทั้งหมดเธอจะไม่ได้ทำหรือไม่ใส่ใจกับความผิดพลาดของบ่าวไพร่เท่าไหร่นักแต่คนเหล่านั้นก็ถูกสั้งเก็บเพราะนาง หลายครั้งนางต้องเก็บตัวอยู่ในห้องและคอยวนเวียนไปวัดเพื่อทำบุญส่งให้คนเหล่านั้น และทนฟังเสียงนินทาจากชาวบ้านที่ด่าทอต่างๆ

   "มารยา!!" อู่ เสวี่ยหลง บุรุษผมเงินเอ่ยเสียงเข้มตวาดลั่น

   "นางคงกินยาพิษเข้าไปเพื่อเรียกร้องความสนใจของข้ามากกว่าท่านหมอ"เสียงนุ่มของ มู่ เฟิงหลง แต่ทว่าเรียบเฉยเอ่ยขึ้นราวกับที่พูดออกมาเป็นคำพูดปกติของคนที่เป็นคู่หมั้นเขาพูดกัน

   ไม่สิ...

   อีกเดี๋ยวก็ไม่ใช่คู่หมั้นกันแล้ว

   "ข้า..คือ..ข้า"ท่านหมอพูดตะกุกตะกักร่างอ้วนท้วมสั่นจนน่าสงสาร ข้าจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปแตะไหล่ของท่านหมอจนเขาสะดุ้งแล้วหันมามองข้าด้วยสายตาหวาดกลัว

   ก่อนข้าจะทำอะไรบางอย่างที่เจ้าของร่างไม่ได้ทำมานาน

   "ไม่เป็นอะไรหรอกท่านหมอ..บอกพวกเขาไปตามความจริงเสียเถอะ"ข้าเอ่ยเสียงหวานและคงเป็นประโยคที่ร่างนี้พูดยาวมากที่สุดที่เหล่าบ่าวไพร่ได้ยิน แน่ล่ะสิ..ร่างนี้เป็นใบ้มาสองปีแล้ว ข้าส่งรอยยิ้มหวานหยดราวกับน้ำผึ้งให้ท่านหมอไปก่อนจะลูบหลังเขาราวกับปลอบประโลม

   "แม่นาง.."

   "ว่าอย่างไรเล่าท่านหมอ อาการของจอมมารยาเช่นข้านั้นเป็นเช่นไร"ข้าจงใจเน้นคำว่าจอมมารยาให้กระแทกหูพวกคู่หมั้นหน้าตายที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นเสียบ้าง

   แต่พวกเขาก็ต่างยืนนิ่งเช่นเดิม

   นั้นสินะ..พวกเขาคงไม่เอ็นดูร่างนี้เสียแล้วเพราะถึงขั้นจะถอนหมั้นกับข้าจนร่างเล็กร้องไห้ไม่เป็นภาษาอ้อนวอนขอร้องกราบแทบเท้าพวกเขาก็ยังยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งเช่นเดิม จนท้ายที่สุดร่างนี้ก็ตรอมใจตายต่อหน้าต่อตา

   และเป็นข้าที่เข้ามาแทน

   "อ่า..คือ แม่นางซูลี่นั้นมีร่างกายแข็งแรงดีอย่างน่าอัศจรรย์ขอรับ"ท่านหมอเอ่ยเสียงเบานิดหน่อยแล้วมองหน้าข้าสลับกับพวกคู่หมั้นที่กำลังกลายเป็นอดีตของข้าราวกับว่ากลัว แต่ข้านั้นก็ยังคงยิ้มหวานให้ท่านหมออยู่เช่นเดิม

   "ขอบคุณท่านหมอที่มาดูอาการของข้า..."ข้าเลื่อนมือไปกอบกุมมือที่มีรอยเหี่ยวของเขามาแล้วลูบแผ่วเบาพร้อมยกยิ้มให้อย่างสดใส ก่อนจะหันไปหาสาวใช้ใกล้ตัว"ฟางฟางส่งท่านหมอ"

   "ห่ะ..เอ่อ..เจ้าค่ะ"สาวใช้รีบกุลีกุจอพาตัวท่านหมอออกไปข้างนอกจนในห้องหลงเหลือแต่ข้ากับคู่หมั้นหน้าตายทั้งสี่คน

   "เฮ้อ...พวกท่านมีอันใดจะคุยกับข้าอีกหรือไม่?"ข้าถอนหายใจแล้วหันไปมองสี่มังกรแห่งแผ่นดินด้วยสายตาเรียบเฉยไม่ต่างกับพวกเขาที่มองข้า 

   "เจ้าก็คงจะรู้ดีคุณหนูมี่"จาง จินหลง เอ่ยด้วยเสียงเรียบ โอ้! ข้าควรดีใจใช่หรือไม่? ที่เห็นเขาพูดกับข้าตั้งหนึ่งประโยคหากจำไม่ผิดเขานั้นไม่ค่อยพูดจาเหมือนกลัวดอกไม้จะหล่นออกจากปากตนเอง

   "ข้ามิทราบว่าหยกสลักของหมั้นที่พวกท่านให้ข้านั้นหะ-"

   "เจ้าต้องรู้!!!"หนิง หยางหลงตวาดลั่นจนตัวข้านั้นสะดุ้งโหย่ง

   "หากของหมั้นหาย..."เสวี่ยหลงเอ่ยเสียงเย็นชา"เจ้าก็คงมีความจำเป็นที่จะถอนหมั้นกับพวกข้า"

   "......."ข้าเม้มปากแน่นและขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

   "หากเจ้าโวยวายหรืออาละ-"

   "ไหนเล่าใบหย่าของข้า"ข้าเอ่ยเสียงนิ่งแล้วยืนขึ้นเต็มตัวก่อนจะมองหน้าพวกเขาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

   แค่หยกสลักชื่อของหมั้นหมายที่ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่นักถึงกับขอหย่าจนร่างงามนี้ต้องตรอมใจตาย ได้! อยากหย่านักข้าก็จะหย่าให้รู้แล้วรู้รอดไป ข้าจะแบกชีวิตนกๆของ มี่ ซูลี่คนนี้ไปควงบุรุษรูปงามอื่นแทนพวกเจ้า!

   จินหลงไม่พูดไม่จาแต่ยื่นใบหย่าพร้อมลายนิ้วมือของพวกเขาทั้งสี่คนมาให้ข้า แต่ตัวข้านั้นไม่มีหมึกหรือของที่ใช้ในการแต้มโป้งได้ในห้อง

   "!!!!!!"

   ข้าจึงกัดนิ้วโป้งให้คมเขี้ยวกดลึกลงไปจนเลือดไหลและแปะโป้งลงบนใบหย่าต่อหน้าต่อตาพวกเขาที่ทำท่าตกอกตกใจกันอย่างน่าขันสิ้นดี

   "เอาไปสิใบหย่านั้นนะ"




คำอธิบาย ที่ใชคำว่าหย่าหมั้นเพราะมีการจดทะเบียนหมั้นเหมือนทะเบียนสมรส

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น