ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 15: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น, ปวัน ❤ กันตา ] หย่าร้าง...100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 15: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น, ปวัน ❤ กันตา ] หย่าร้าง...100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2561 00:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 15: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น, ปวัน ❤ กันตา ] หย่าร้าง...100%
แบบอักษร


​HATE LOVE 15: หย่าร้าง...


เที่ยงตรงของวันต่อมา...


ปวันค่อยๆขยับตัวด้วยความมึนงง เปลือกตาของเขาเปิดขึ้นแล้วก็ต้องพบกันความประหลาดใจกับสถานที่ที่ตัวเองอยู่ ความปวดแล่นขึ้นสมองเพราะว่าเมื่อคืนนี้ดื่มหนักจนจำอะไรไม่ได้เลย ความเป็นจริงที่ได้รับรู้มาก่อนหน้านี้มันทำให้เขารู้รสชาติของความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เคยเห็นคนทั่วไปว่าถูกคนที่รักทำร้ายสภาพเหมือนคนตายทั้งเป็น เขาเพิ่งจะมาเข้าใจความรู้สึกนั้นก็ต่อเมื่อเจอกับตัวเองนี่แหละ


"ตื่นแล้วหรอจ๊ะ?" เสียงของกานดาทำเขาตื่นจากความคิด "หิวไหม? อยากทานอะไรหรือยัง?"


"ป้าเป็นใครครับ?" ปวันถามทันทีเมื่อหญิงวัยกลางคนยกถาดอาหารมาให้ "แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"


"ป้าชื่อกานดาจ้ะ เป็นแม่ของกันตา หมายถึงยัยกันย์น่ะ...ว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่าคุณรู้จักกับยัยกันย์ลูกสาวป้าได้ยังไง แล้วทำไมมาเดินเมาอยู่แถวนี้ได้ ถ้ายัยกันย์ไม่ไปเจอคนจะโดนกระทืบตายคาป้ายรถเมล์แล้วล่ะ" กานดาพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ ปวันมองหน้าแล้วพิจารณาก็ร้องอ๋อขึ้นในใจ ใบหน้าช่างคล้ายกันทั้งแม่และลูกจริงๆ


"กันตา...กันย์ แล้วกันย์อยู่ไหนหรอครับ?" 


"ไปเรียนตั้งแต่เช้าแล้วล่ะจ้ะ บ่ายๆคงจะกลับ นี่กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์แล้วก็กุญแจรถของคุณยังอยู่ครบทุกอย่างนะ" หญิงวัยกลางคนจัดวางอาหารให้แขกของลูกสาวพร้อมกับคืนทรัพย์สินให้เจ้าของมัน ต้มจืดตำลึงกับข้าวสวยร้อนๆ มองจากการแต่งตัวแล้วคงจะไม่ค่อยถูกปากเขาเสียเท่าไหร่ กานดาดูมีสีหน้ากังวลขึ้นมา "ทานรองท้องไปก่อนนะ บ้านป้าไม่ค่อยมีอะไรมาก มีเท่าที่ทำให้ทานได้ก็แค่นี้แหละ"


ปวันยิ้มรับน้ำใจของเจ้าของบ้าน "ผมทานได้ ขอบคุณนะครับ" ด้วยความหิวปวันจึงทานอาหารที่เจ้าของบ้านจัดมาให้จนหมดด้วยความรวดเร็ว ไม่เคยได้ทานรสชาติแบบนี้มาก่อนเลย...แบบนี้แหละที่เขาต้องการ "ป้าอยู่กับกันย์แค่สองคนหรอครับ? แล้วรายได้หลักได้มายังไง?"


กานดาได้ฟังก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่จู่ๆเขาก็ถามขึ้นมา เธอถอนหายใจช้าๆ "สามีป้าน่ะเสียไปนานแล้ว ป้าก็อยู่กับกันย์แค่สองคนช่วยกันทำงานหาเงินไปเรื่อยๆ โชคดียัยกันย์เขาเรียนเก่งเลยได้ทุนเรียนฟรีแถมยังมี กยศ. เข้ามาช่วย ป้าเองก็ร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกนะ รายได้หลักๆก็มาจากที่ยัยกันย์เขาทำงานพาร์ทไทม์นี่แหละ ว่าแต่คุณถามทำไม?"


ปวันเหมือนจะมีความคิดอะไรบางอย่างเลยยิ้มตอบผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าไปพร้อมกับยื่นข้อเสนอบางอย่างให้ ชายหนุ่มไม่ได้อยู่รอกันตาจนกลับบ้านเพราะตนเองมีบางอย่างที่จะต้องรีบกลับไปสะสางให้มันจบ เรื่องระหว่างเขาและอัญชนามันควรจะถึงทางออกได้แล้ว ปวันเดินออกมาจนถึงป้ายรถเมล์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายป้ายชื่อของถนนเอาไว้ก่อนจะโบกแท็กซี่เพื่อกลับไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ตรงไนท์คลับที่เขาไปดื่มเมื่อวานนี้


#####


ปวันกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่ได้เข้าบ้านตัวเองเสียทีเดียว เขาตรงไปยังบ้านหลังใหญ่เพราะรู้ว่ามีใครหลายๆคนกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ ทันทีที่ร่างของเข้าก้าวพ้นประตูบ้าน...


"หายไปไหนมาปวัน แม่เป็นห่วงมากรู้ไหม?" คุณหญิงวิภาเดินก้าวเร็วๆเข้ามาสวมกอดและสำรวจใบหน้าของลูกชาย "แล้วหน้าไปโดนอะไรมาหืม? โธ่เอ๊ย เจ็บไหมลูก?"


"ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมทนไหวเพราะมันไม่เท่าแผลในใจผมหรอก" ปวันตอบกลับ


"แล้วจะเอายังไงกับเมียเรา พ่อกับแม่แล้วแต่นะว่าจะตัดสินใจยังไง" ท่านสุธน...อดีต รมต.กระทรวงพาณิชย์แตะไหล่ลูกชายของตนเบาๆ "แต่สำหรับพ่อกับแม่ คนแบบนี้ไม่ควรที่จะเอามาไว้ข้างตัวหรอกนะ"


ปวันก้มหน้ารับความรู้สึกอันหนักอึ้งของตัวเอง ถ้าจะถามว่าความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไงบ้างน่ะหรอ? มันมีแต่ความผิดหวังกับคนที่คิดว่าจะเป็นคู่แท้ในชีวิตของตน ปวันถอนหายใจพร้อมกับเงยหน้ามองพ่อกับแม่ของเขา "ผมตัดสินใจแล้วครับ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนจะดีกว่า ตอนนี้เราต้องหาวิธีที่จะขายคอลเลคชั่นที่เพิ่งผลิตเสร็จให้ได้ก่อน"


ทั้งสามนั่งปรึกษากันอยู่นานกว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับทางออกที่พวกเขาควรจะทำ แม้ว่ามันจะมืดมนก็ตามสุดท้ายก็ต้องพยายามที่จะเอาตัวรอดกันต่อไป 


ปวันกลับมายังบ้านหลังของตนเอง...เขาอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินสวมผ้าขนหนูผืนเดียวลงยังปลายเตียง ตาคมมองบรรยากาศที่เงียบงันด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าไม่นานนักเขาก้เอื้อมตัวไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกในทันที


"ฮัลโหลคุณภาคย์ใช่ไหมครับ พรุ่งนี้เช้าว่างไหมครับ ผมมีเรื่องจะขอให้คุณภาคย์ช่วยอีกสักหน่อย"

ตุบ!!


ปวันทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนที่นอนของตัวเอง ตรงผนังบนหัวเตียงนั้นเป็นรูปถ่ายพรีเว้ดดิ้งระหว่างเขาและอัญชนาชวนให้นึกถึงความรู้สึกตอนที่ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน สรุปแล้วมันเป็นความรักหรือแค่ความหลงใหลในคำหวานของเธอกันแน่ แม้ว่ตอนนี้คำตอบมันจะยังไม่ชัดเจน แต่ว่าสำหรับตอนนี้สิ่งที่เขาควรจะทำนั่นคือสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและคนรอบข้าง


คำตอบมีเพียงแค่อย่างเดียว...


เช้าของวันต่อมา...


ห้องทำงานของภาคย์ โรงแรม Voruntiana...ปวันและภาคย์นั่งสนทนากันอยู่ตั้งแต่เมื่อได้พบหน้า สองหนุ่มต่างมีสีหน้าเคร่งขรึมราวกับว่าเรื่องที่คุยกันอยู่ในตอนนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาระดับชาติก็ไม่ปาน 


"ทำหน้าอะไรแบบนั้นล่ะครับ" ภาคย์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตามองคนตรงหน้าก็พลันนึกถึงตนเองก่อนหน้านั้น "ผมเข้าใจนะมันยาก ผมก็เคยผ่านมาเหมือนกัน"


"จากที่คุณเล่าจริงๆแล้วผมควรจะรู้สึกผิดมากกว่า" ปวันถอนหายใจออกมา "ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะครับ เครื่องประดับคอลเลคชั่นใหม่ที่ผมกำลังจะวางขายตอนนี้คงทำไม่ได้แล้ว แต่ถ้าไม่หาวิธีระบายสินค้าออกพนักงานกับบริษัทของผมแย่แน่ๆ"


"แล้วที่ติดต่อผมมานี่จะให้ผมรับซื้อทั้งหมดไว้หรอ? ไม่ไหวมั้งครับ"


"เปล่าครับ" ปวันหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้แก่ภาคย์ "ผมจะขอเช่าพื้นที่ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมจัดประมูลเครื่องประดับครับ ในนี้เป็นเอกสารแสดงรายละเอียดการจัดงาน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยี่สิบเปอร์เซ็นผมจะบริจาคให้การกุศล รับพิจารณาด้วยนะครับ"


ภาคย์หยิบซองเอกสารนั้นมาเปิดอ่านคร่าวๆ เขามองคนตรงหน้าอย่างประเมินอีกครั้งก่อนจะวางทุกอย่างลงบนโต๊ะ "ถือว่าฉลาดในการแก้ไขปัญหาดีนะครับ ไม่วู่วาม แล้วถ้าคู่แข่งของคุณมาเห็นเครื่องประดับที่มีดีไซน์เหมือนกันก็ระวังเอาไว้หน่อยนะ"


ปวันพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจและพร้อมจะยอมรับผลที่ตามมา "ผมเข้าใจดี ตอนนี้เตรียมพร้อมรับมือเอาไว้แล้ว อันที่จริงชะเอมเขาก็พลาดไปอย่างหนึ่งนะ...เครื่องประดับที่ผมออกแบบทุกรูปผมจดลิขสิทธิ์ก่อนทุกครั้งที่จะเอาออกมาให้ใครได้เห็น และโชคยังดีว่าแบบที่ถูกขโมยไปผมเองก็จดเอาไว้แล้วเหมือนกัน ผมเหมือนน็อคน้ำเลยนะ...ตอนนั้นคุณภาคย์ก็คงจะเหมือนกับผมตอนนี้ล่ะสิ"


"เรื่องเก่าผมไม่อยากพูดถึง เพราะตอนนี้ผมมีสิ่งที่สำคัญที่สุดเข้ามาในชีวิตของผมแล้ว" ภาคยืพูดความหมายเชิงซับซ้อน แม้ปวันจะประหลาดใจแต่เขาก็พอจะรู้แล้วว่าภาคย์หมายถึงอะไร


#####


เวลายังคงเดินหน้าต่อไปไม่มีวันย้อนกลับ


อินทุกรกับกันตาสวมชุดนักศึกษาเดินเคียงคู่กันมายังหน้าร้านเครื่องประดับของปวัน ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้ยื่นข้อเสนอให้กับกานดาเอาไว้ว่าพร้อมที่จะให้กันตามาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านของเขาโดยที่ค่าแรงและสวัสดิการไม่ต่างอะไรกับพนักงานประจำ วันนี้กันตาได้เข้ามาทดลองงานเป็นวันแรกก็รู้สึกตื่นเต้นมากว่าปกติ


"กันย์กลัวทำร้านเขาพังจริงๆนะ" กันตาหันมาทางเพื่อนสาวของเธอด้วยสีหน้าเป็นกังวล


อินทุกรหัวเราะเบาๆพร้อมจับมือให้กำลังใจ "สู้ๆนะ พี่ปวันน่ะใจดีจะตาย กันย์ไม่ต้องกลัวหรอก"


"ที่กลัวน่ะพี่สาวของไออุ่นต่างหากล่ะ" กันตาที่เพิ่งจะรู้ตัวก็รีบเอามือปิดปากเสียให้สนิท "ขอโทษนะ กันย์ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น"


"ช่างเหอะ เข้าไปข้างในกันดีกว่า" อินทุกรยิ้มบางๆก่อนจะพาเพื่อนสาวเข้าไปข้างในร้าน แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจมันหลังจากนี้ต่างหาก ภาคย์กับปวันนั่งคุยกันเหมือนกับว่าสนิทกันมาสักหลายปีได้แล้วทั้งๆที่ก่อนหน้าพวกเธอสังเกตเห็นก็คนที่ชอบทำตัวเย็นชาไม่ค่อยจะยอมรับใคร แต่บัดนี้... "พี่ภาคย์ ไหนว่าวันนี้ประชุมไม่ใช่หรอคะ?"


ภาคย์หันมาทางคู่หมั้นสาวแล้วนั่งบนโซฟานิ่มด้วยท่าทีที่แสนจะสบาย "ใช่ ตอนนี้พี่กำลังประชุมอยู่ ใช่ไหมครับคุณปวัน?"


"ครับ" ปวันรับคำก่อนจะลุกขึ้นยืน "ไออุ่นนั่งรอตรงนี้กับคุณภาคย์ก่อนนะ พี่ขอพากันย์ไปเขียนใบสมัครกับบรีฟงานให้ก่อน พรุ่งนี้มาจะได้เริ่มงานได้เลย"


"ค่ะ" อินทุกรเดินไปนั่งด้วยท่าทีที่สำรวมก่อนที่กันตาจะแยกออกไปพร้อมกับปวัน แต่ทว่าสายตาก็ไปสะดุดกับสร้อยห้อยจี้รูปดาวที่รายล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็กๆหลายเม็ดเส้นหนึ่งที่พนักเพิ่งนำมาตั้งไว้ในตู้โชว์ สร้อยเส้นนี้แม้จะไม่มีองค์ประกอบอะไรมากมายแต่ก็ทำให้เธอรู้สึกถูกใจอยู่ไม่น้อย อินทุกรลุกขึ้นอีกครั้งแล้วเดินเข้ามาดูมันใกล้ๆ


สวยจัง...


"อยากได้หรอ?" เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ อินทุกรหันกลับไปก้เห็นว่าภาคย์เข้ามายืบแนบชิดกับเธอเสียแล้ว "พี่ถามไม่ได้ยินหรือยังไง อยากได้หรือเปล่า?"


ร่างเล็กส่ายหัวไปมาช้าๆ "เปล่าค่ะ แค่เห็นว่าสวยดีเลยอยากดูใกล้ๆ" ภาคย์จับไปที่แขนของเธอเชิงบังคับให้หมุนกลับไปยังตู้โชว์เครื่องประดับอีกครั้ง "พี่ภาคย์ทำอะไรคะ? อุ่นไม่ได้อยากได้จริงๆนะคะ"


"ขอซื้อเส้นนี้" ชายหนุ่มบอกแก่พนักงานขายโดยที่ไม่ได้สนใจท่าทีของอินทุกรเลยแม้แต่น้อย เขาส่งบัตรเครดิตให้แก่พนักงานทันทีหลังจากที่ได้สร้อยเส้นนั้นมาและไม่รีรอที่จะสวมมันไว้บนคอของเธอ อินทุกรนิ่งราวกับโดนสตาร์ฟและมองการกระทำของเขาผ่านกระจกตรงหน้า "คราวหน้าถ้าอยากได้อะไรก็บอก เอาแต่ยืนดูและถ้ามันหลุดไปอยู่ที่มีคนอื่นจะเสียดายเอาทีหลัง"


"...." ร่างเล็กไม่ได้ตอบกลับด้วยคำพูด ตอนนี้ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนจะร่างกายจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ พนักงานในร้านมองมาก็คงจะคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักคู่หวานที่น่าอิจฉาแน่ๆ แต่ตัวเธอนั่นแหละที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้าข้างตัวเอง เขาอาจจะกำลังหาเรื่องแกล้งเธออยู่ก็เป็นได้


ในระหว่างนั้น...


ปวันกับกันตาเดินออกมาจากด้านหลังด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม การสมัครงานที่ใหม่ของกันตานั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ค่าแรงนั้นเป็นสิ่งที่หญิงสาวหวังเอาไว้มากเพราะมันจะช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านของเธอได้มากเลยทีเดียว


"ขอบคุณนะคะ กันย์จะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดเลยล่ะค่ะ"


ปวันยิ้มแล้วเอามือวางไว้บนศีรษะของเธอ เขาดูอบอุ่นและจริงใจจนกันตารู้สึกว่าใจของเธอกำลังสั่นแบบหาสาเหตุไม่ได้ "ผมต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ ถ้าคืนนั้นไม่ได้กันย์กับแม่ของกันย์ช่วยเอาไว้ผมคงจะนอนอยู่ไอซียูแล้วก็ได้"


"ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายหรอกนะคะ กันย์แค่...อะ"


กึกๆ


เพียะ !!!


อัญชนาที่เพิ่งมาถึงตรงปรี่เข้าไปตบหน้ากันตาเต็มแรง หญิงสาวสวมชุดเดรสสีแดงสดไม่ได้สนใจเลยว่าภาคย์และอินทุกรอยู่ด้วยหรือว่าสายตาใครจะมองแบบไหน คนถูกตบในชุดนักศึกษาหน้าสะบัดตามแรงเหวี่ยงจนล้มลงไปนอนกับพื้น แววตาใสบัดนี้น้ำตาคลอด้วยความเจ็บแสบและรู้สึกไม่เข้าอะไรหลายๆอย่าง กันตาหันไปมองผู้หญิงสวมชุดเดรสสีแดงสดที่กำลังเกรี้ยวกราดใส่เธอในตอนนี้ก็สั่นไปหมดทั้งตัวด้วยความหวาดหวั่น


สามีกล้าดียังไงที่ส่งยิ้มให้ผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ...


"กันย์!" อินทุกรจะเดินเข้ามาขวางแต่ภาคย์ก็รั้งตัวเธอเอาไว้ เขามองอัญชนาด้วยความรู้สึกสมเพชขึ้นมาในทันที


"อ้าว น้องสาวสุดที่รักก็อยู่ด้วยหรอ? ไหนจะว่าที่น้องเขยอีก พร้อมหน้าพร้อมตากันดีจริงๆ" ร่างเพรียวกอดอกแล้วแสยะยิ้มราวกับคนเสียสติ


"หยุดนะเอม!! เลิกทำตัวเหมือนคนไร้การศึกษาสักทีเถอะ!" ปวันรีบเดินเข้ามาขวางอัญชนาเอาไว้ เขาพยุงร่างของกันตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องราวแบบนี้ สายตาคมตวัดมองภรรยาสาวซึ่งเธอก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก "ผมแค่ชวนกันย์มาทำงานกับผม จะทำอะไรก็ไว้หน้าผมบ้าง!!"


"แหม สามีจะมีเมียน้อยเป็นเด็กนักศึกษา เอมจำเป็นจะต้องไว้หน้าคุณด้วยหรอ? ที่หายหน้าหายตาไปไม่ยอมไปง้อก็เพราะติดเด็กนี่เอง" อัญชนาเชิดหน้ากล่าวโดยไม่ได้สำนึกถึงความผิดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณเลือกจะปกป้องนังเด็กคนนี้ เอมจะฟ้องหย่าคุณ" 


"ทำไมพูดจาเอาดีเข้าตัวเองแบบนั้นล่ะ!!" ปวันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังเต็มประดา เขาดันร่างของกันตาไปหลบอยู่ที่ด้านหลังแล้วหันหน้าสู้กับอัญชนาอีกครั้ง "ไม่ต้องฟ้องหรอก เพราะผมเตรียมทำเรื่องหย่าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว"


บรรยากาศเปลี่ยนไปเป็นความเงียบงันในทันที อัญชนาตัวชาราวกับถูกสาป เขากล้าดียังไงถึงมาพูดกับเธอแบบนี้ คนที่มีสิทธิ์เขี่ยทิ้งก็คือเธอเท่านั้น ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงกล้าที่จะหักหน้าเธอต่อหน้าคนอื่นๆ สายตาโฉบเฉี่ยวชำเลืองหันมาด้านหลัง มือเรียวกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ​ "แบบนี้ก็แสดงว่าคุณเห็นนังเด็กนั่นดีกว่าเอมหรอคะ? หรือว่าโดนใครเป่าหูมาล่ะถึงได้กล้าขอหย่ากับเอมแบบนี้" 


"ก็เมื่อกี้เอมบอกจะฟ้องหย่าผม ผมกลัวว่าเอมจะเสียเงินกับการหาทนายมากไปก็เลยยื่นข้อเสนอให้ เพราะว่าถ้าจะสู้กันศาลจริงๆยังไงเอมก็แพ้" แววตาของปวันแฝงไปด้วยความเศร้าและความเจ็บปวด แต่สิ่งที่เขาต้องเลือกนั่นก็คือความถูกต้อง แม้จะยังมีความรู้สึกรักให้แต่ความผิดหวังในตอนนี้มันมีมากกว่าเสียแล้ว "แบบเครื่องประดับที่เอมเอาไปขายทุกแบบผมจดลิขสิทธิ์ไว้หมดแล้ว อย่าให้ผมต้องแสดงหลักฐานในศาลเลย เพราะสินสมรสที่เอมควรจะได้หลังจากที่เราหย่ากันแล้วอาจจะไม่ได้อะไรไปแม้แต่บาทเดียว ผมจะคืนอิสระให้เอมพร้อมเมื่อไหร่ก็นัดผมมาได้เลยนะหรือว่าจะให้ทางผมจัดการเองก็ได้"


กันตาสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงของคนที่พยายามจะปกป้องเธอในตอนนี้กำลังเป็นทุกข์มากขนาดไหน มือที่คลึงบริเวณแก้มที่ถูกตบนั้นค่อยๆยกมันไปแตะแผ่นหลังของปวันเบาๆ ตัวเขาสั่นเพราะพยายามปิดกั้นความรู้สึกของตัว ดูก็รู้ว่าปวันรักอัญชนามากขนาดไหนถึงได้ยอมได้ทุกอย่าง ครั้งนี้คงเป็นที่สุดแล้วเขาถึงตัดสินใจแยกทางกับเธอ


อินทุกรเดินเข้าไปจับแขนของอัญชนาเอาไว้ "ใจเย็นๆนะคะ กันย์ไม่ได้เป็นชู้กับพี่ปวันแบบที่พี่ชะเอมเข้าใจหรอกนะคะ โอ๊ย!!"


ร่างของอินทุกรถูกผลักจนเซและล้มลงแต่โชคดีที่ภาคย์ขยับเข้ามารับตัวเธอเอาไว้ได้ทันเสียก่อน ตอนนี้น้ำกำลังเชี่ยวไม่ควรที่จะเอาเรือเข้าไปขวางจริงๆ อัญชนาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้ง "สินสมรสตั้งแต่หลังแต่งงานมาเอมตั้งได้ทั้งหมดเจ็ดสิบเปอร์เซ็น ถ้าได้ตามนี้...พรุ่งนี้บ่ายโมงเอมจะไปรอที่หน้าอำเภอเลยค่ะ"


"เอมได้จากผมไปเยอะแล้วนะ ที่ผมจะให้ได้ก็คือห้าสิบไม่ใช่เจ็ดสิบหวังว่าเอมคงจะเข้าใจ" ปวันหันไปจับข้อมือของกันตาแล้วพาเดินผ่านอัญชนาไป "รายละเอียดที่เหลือเอาไว้คุยกันวันหลังนะครับคุณภาคย์ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่างนะครับ"


ภาคย์ยิ้มบางๆ "ได้ครับ จะเข้าไปหาผมตอนไหนก็ได้" แววตาคมมองไปยังผู้หญิงที่กำลังอยู่ในสภาวะเกรี้ยวกราดก็แสยะยิ้มให้ "ยินดีด้วยนะครับคุณปวัน ได้ออกจากกะลาสักที"


แน่นอนว่าใครได้ฟังก็สะอึกไปตามๆกันโดยเฉพาะอัญชนา เธอเดินกำมือตรงไปยังทั้งสี่คนที่อยู่อยู่ไม่ไกล อย่าคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำอะไรอัญชนาได้...พวกเขาก็แค่ผู้ชายหน้าโง่ที่เคยตกเป็นทาสของเธอต่างหากอย่าได้คิดว่าจะฉลาดไปกว่านี้ หญิงสาวมองหน้าภาคย์แล้วแค่นยิ้มออกมาสักพักก่อนจะหันมาอีกทางแล้วยกมือลูบใบหน้าของอินทุกร "กลับบ้านบ้างนะไออุ่น พี่กับแม่คิดถึงมากไหนจะคุณพ่ออีก อ่อ...จริงๆแล้วพี่มีความลับของภาคย์จะเผาให้ฟังเยอะเลยล่ะ"


"..."


ตึกๆ ตึกๆ


อินทุกรไม่ได้ตอบกลับเสียงกระซิบของอัญชนาเพียงแต่ว่าตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงอีกแล้ว แม้ว่าจะดูออกว่าภาคย์กับผู้หญิงคนนั้นเคยมีความหลังกันมาก่อนแต่พอได้ยินแบบนี้มันก็อดหว่นไหวไม่ได้ อัญชนาโบกมือลาแล้วเดินเชิดจากไปโดยไม่ได้หันกลับมาอีก ทุกอย่างในตอนนี้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ภาคย์สังเกตอาการของอินทุกรแล้วค่อยๆเคลื่อนใบหน้าลงไปใกลๆกับใบหูของเธอ


"ผู้หญิงคนนั้นพูดอะไร? บอกพี่ได้ไหม?"


อินทุกรสะดุ้งออกจากความคิด "เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอก"


"อุ่นก็น่าจะรู้ว่าพี่ไม่ชอบคนโกหก แต่ถ้าไม่อยากพูดก็ตามใจ" ร่างสูงยืดตัวแล้วจับมือเธอเอาไว้ "กลับกันได้แล้ว"


"แต่อุ่นมากับกันย์ เอ่อ...พี่ภาคย์ไปส่งกันย์ที่บ้านได้ไหมคะแล้วเราค่อยกลับ" มากับเพื่อนจะทิ้งแล้วไปกับผู้ชายได้ยังไง หญิงสาวสลัดมือออกจากเขาแล้วหันมาคล้องแขนของกันตาเอาไว้ "ขอโทษทีนะกันย์ พี่ชะเอมแค่เข้าใจผิด"


กันตาก้มหน้าลงเล็กน้อย "คงไม่ใช่หรอก กันย์รู้สึกเหมือนเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องหย่ากันเลย"


"ไม่ใช่หรอกครับ" ปวันแทรกขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน "จริงๆเรื่องของผมกับภรรยามันเป็นปัญหามาตั้งนานแล้ว ผมต่างหากที่ต้องขอโทษทุกคนที่พลอยมารับรู้กับเรื่องบ้าๆพวกนี้ อย่าไปใส่ใจเลยครับ" เขาพยายามฝืนยิ้มออกมาโดยที่ใครๆได้เห็นก็ดูออกในทันที "ผมคงจะดีขึ้นสักวันล่ะ เดินทางกลับบ้านปลอดภัยทุกคนนะครับ"


ปวันส่งแขกทั้งสามที่หน้าร้านของตนจนพวกเขาลับหายไปจากสายตา ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาด้านในด้วยร่างกายที่ไร้ชีวิตจิตใจ มันแทบจะไม่เหลือความหวังแต่ก็ต้องทนผ่านมันไปให้ได้ ทันทีที่พ้นจากสายตาของผู้คนปวันก็นั่งลงที่เก้าอี้ทำงานของตนเองแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาในทันที ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงแต่น้ำใสๆที่เอ่อล้นออกมาจากแววตาคมคู่นั้น นี่คงจะเป็นอย่างที่หลายๆคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าต่อให้รักมากแค่ไหนสุดท้ายเมื่อไปกันไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เป็นไป


สักวันคงจะต้องดีขึ้นอย่างที่ใจหวัง...


_________________________________100%________________________________________________


มาจ้าาาา มาลุ้นกันว่าปวันจะเอายังไงต่อน๊าา

ขอโทษที่มาช้านะคะ 

รักลีดเดอร์ทุกคนจ้าาา

ไรท์มีเรื่องจะบอก...ไรท์จะทำการเปลี่ยนเพจในเฟซบุ๊คนะคะ เพราะของเดิมไรท์จำรหัสเข้าเฟสหลักไม่ได้

เลยไม่ได้เข้าไปอัพเพจเลย TOT

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}