เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #42

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #42

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2561 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #42
แบบอักษร

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{42}



            ในวันที่คลื่นลมสงบ พายุกำลังจะโถมทำลาย ถึงคราวที่โลกต้องสลาย วิทยาลัยเทคนิคต้องลุกเป็นไฟ


            เมื่อมีข่าวลือที่ว่า…


            ‘ไอ้พอร์ชมีชู้


            “ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งงวู่วามนะครับคุณโซ่” บุญล้อมกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามโซ่ไปแผนกช่างยนต์เตือนสติให้โซ่ใจเย็น เพราะทันทีที่มีผู้หวังดีประสงค์ร้ายคาบข่าวคาวๆของพอร์ชมาบอกถึงในแผนกโซ่ก็เกิดอาการหัวร้อนอย่างที่เห็น

            แต่นอกจากโซ่แล้วใครจะรู้ล่ะว่าอาการร้อนรนกระวนกระวายใจเพราะคนรักหายออกจากบ้านไปตั้งแต่กลางดึกแบบไม่มีบอกกล่าวมันเป็นเช่นไร…ก็แทบคลั่งเลยไง!


            “เด็กมึงโคตรน่าฟัดเลยไอ้พอร์ช!”


            “เออจริง…กูว่าน้องมันแม่งน่าขย้ำกว่าเมียสายโหดของมึงเยอะเลย”


            หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นเรียนขอพอร์ชกัดฟันพูดบอกด้วยความหมั่นเขี้ยว ซึ่งตรงกับจังหวะที่โซ่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องเรียนของพอร์ชพอดี หลังจากนั้นพวกคนที่เหลือก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ด้วยความสนุกปากโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเงาหัวของตนเองกำลังจะหายไปเมื่อยมทูตที่ตกเป็นประเด็นอย่างโซ่กำลังนับหนึ่งยืนฟังอย่างตั้งใจ


            “เมียก็ส่วนเมีย เด็กก็ส่วนเด็กอย่าเอามาเหมารวมกันครับไอ้พวกเชี่ย!” เอื้อมมือออกไปเคาะหัวเพื่อนคนละทีสองทีก่อนที่จะดึงแขนกลับมาวางไว้ที่เดิมบนไหล่บางของคนข้างกายที่ถูกแก๊งช่างยนต์เรียกขานมาพักใหญ่ว่าเป็น ‘เด็กไอ้พอร์ช’


            “โฮ่…” พอได้ยินอย่างนั้นแล้วอสูรช่างไฟก็พากันโฮ่แซวเป็นการใหญ่เพราะดูจากสีหน้าและท่าทางของพอร์ชแล้วไม่มีออกอาการเกรงกลัวในโซ่เหมือนที่ผ่านมา


            หรือว่ามันจะเลิกกันแล้ว…จริงดิ?


            นั่นคือข้อสันนิฐานของเหล่าอสูรช่างยนต์หลายคนที่มีความคิดเห็นตรงกัน แต่ก็ติที่ว่าไม่มีใครกล้าถามออกไปตรงๆ


            จนกระทั่งมีหน่วยหน้ากล้าตายอย่างเป้พูดขึ้นมาว่า…


            “โอ้ย…อะไรของมึงอีกครับไอ้คุณพอร์ชพาเด็กมาเดินโชว์ตัวแล้วเป็นครึ่งค่อนวัน แต่ยังเสือกกลัวเมียไม่เลิก กูว่าป่านนี้เมียมึงเตรียมหอบลูกหนีแล้วม้าง…ถ้าผัวจะเหี้ยขนาดนี้”


            นี่ไม่ได้ด่านะ แค่พูดความจริงตามที่เห็นว่าวันนี้ไอ้พอร์ชมันมีสก๊อยบอยคนใหม่เปลี่ยนจากไอ้โซ่ขาโหดเมียมันมาเป็นเด็กตัวขาวหน้าตาน่ารักแถมยังโคตรน่าฟัดไม่พอ มันยังพากันลากไปโน่นมานี่ตั้งแต่เช้ายันบ่าย ตลอดห้องเรียนไปจนถึงห้องน้ำตัวตัวติดกันไม่เคยห่าง อีกทั้งได้เด็กนี่ยังเอาแต่ไอ้พอร์ชว่า ‘ป๋าจ๋า’ แล้วอย่างนี้จะให้แปลเป็นอื่นได้อย่างไร…ถ้าไม่ใช่กิ๊กมัน


            “พูดดีๆ หน่อยไอ้เพื่อนเหี้ย เดี๋ยวเมียกูมาได้ยินแล้วจะซวยกันหมด” พอร์ชยังคงพูดเล่นได้อย่างหน้าตาเฉยต่างจากเพื่อนรอบข้างที่กำลังทยอยเดินออกจากห้องไปทีละคนสองคน จนเหลือเป้เป็นคนสุดท้ายที่ทิ้งปริศนาคำพูดไว้ให้พอร์ชได้ฉุกคิดก่อนไปด้วยสีหน้าและแววตาสมน้ำหน้าปนเห็นใจนิดๆ ว่า...


            “มึงได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ไอ้เพื่อนรัก งานนี้คำว่าซวยคงไม่พอ กูบอกเลย…บรรลัยแน่” แล้วเป้ก็หันหลังเดินจากไป ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความสงบเพราะเหลือแค่พอร์ชกับ ‘เด็ก’ ของมัน


            “น้องทำอะไรผิดหรอฮะป๋าจ๋า” เด็กน้อยเอ่ยถามกับพอร์ชด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบทำให้โซ่ที่ยื่นห่างไปทางด้านหลังไม่ได้ยิน แต่ได้เห็นภาพที่ทั้งสองนั่งอิงแอบแนบซบกันอย่างชัดเจนเต็มสองตา


            “ปล่อยพวกมันไปเถอะ เดี๋ยวถึงเวลาก็พากันกลับเข้ามาเอง” ตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าเพื่อนจะพาไปพักดื่มน้ำเข้าห้องน้ำตามประสาเหมือนอย่างทุกทีที่ถึงชั่วโมงว่างแบบนี้


            “คุณพอร์ชครับ!” บุญล้อมเสนอตัวเป็นหน่วยหน้ากล้าตายเดินอ้อมไปเผชิญหน้ากับพอร์ชที่นั่งหันหลังให้กับประตูห้องในตำแหน่งที่โซ่ยื่นกำหมัดแน่น…มองอยู่นานแล้ว


            “อ้าว! มาไงมหา เพื่อนมึงอ่ะ?”

            “โธ่…มันใช่เรื่องที่จะมาใจเย็นไหมครับ? เงาหัวจะหายอยู่แล้ว!”


            กลายเป็นบุญล้อมเสียเองที่ใจร้อนเป็นไฟเพราะไม่อยากให้เพื่อนรักอย่างโซ่กลายเป็นฆาตกรด้วยเหตุผลโง่เง่าว่าแฟนมีชู้ จึงทำใจกล้าหน้าด้านเสนอตัวมาเป็นสื่อกลางเจรจาโดยที่ไม่มีใครขอ เพราะรู้ดีว่าไอ้อาการนิ่งเงียบแต่เส้นเลือดปูดเกร็งไปทั้งตัวแบบนี้คือสัญญาณเตือนของหายนะที่คาดการความรุนแรงไม่ได้ เพราะโซ่เป็นคนที่โมโหร้ายมาก และจะโกรธมากขึ้นไปอีก ถ้าสิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์โมโหนั้นคือการหักหลังไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม


            “อะไรของมึงวะมหา?” ก็แปลกใจอยู่หรอกนะที่จู่ๆ คนที่น่าจะกำลังนั่งเรียนอยู่ในตึกวิทย์ฯ เหมือนกับเมียเขา(จำตารางสอนเมียได้เป๊ะเลยไง/น่ารักป่ะล่ะ?) มาโผล่อยู่ตรงหน้า แต่ก็นั่นแหละอะไรก็เป็นไปได้หลังจากที่มันได้สอยไอ้แวนปากเปราะเพื่อนของเขาไปทำเมีย


            “ก็เรื่องเด็กคนนี้ไงครับ ชาวบ้านเขาลือกันให้แซดว่าคุณพอร์ชมีเมียน้อย ป่านนี้คงได้รับรู้ทั่วกันทั้งวิทยาลัยแล้วมั้งครับ!” ยิ่งพูดยิ่งโมโหเลยยิ่งใส่อารมณ์ประหนึ่งว่าเป็นเมียพอร์ชอีกคน


            “ห๊ะ! กูเนี่ยนะมีเมียน้อย?” พอร์ชละไม่อยากจะเชื่อหู คนบูชาเมียอย่างเขาเนี่ยนะจะมีชู้?


            โธ่…ทุกวันนี้นี่ไม่จับขึ้นหิ้งจุดธูปถวายน้ำแดงกราบเช้ากราบเย็นให้ก็บุญหัวแล้วครับพี่น้อง…ทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้


            “ซบกันไม่เกรงใจส้นตีนกูเลยนะ”


            บุญล้อมหุบปากเงียบทันทีเมื่อโซ่ยอมเปิดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคุกรุ่นที่ร้อนรนอยู่เต็มอก


            “โซ่!”


            “เออ…กูเอง!”


            พอร์ชสะดุ้งตกใจเมื่อหันมาเห็นคนรักยืนจ้องอยู่ด้านหลังด้วยสายตาที่น่ากลัว ในขณะที่โซ่เองก็เดินตรงมาที่พอร์ชด้วยท่าทางหงุดหงิดเต็มขั้น


            เขาพร้อมแล้วที่จะสั่งสอนคนไม่รักดีอย่างพอร์ชด้วยกำปั้นของตนเอง ถ้าไม่ติดที่ว่า...


            หมับ!


            “หม่าม๊าจ๋า~”


            “หม่าม๊าจ๋า?!!!!”


            เด็กน้อยหนึ่งเดียวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้ของพอร์ชมาตั้งแต่เช้ายันบ่าย หันกลับมาเรียกโซ่ว่า ‘หม่าม๊าจ๋า’ เสียงดังลั่นก่อนที่จะพุ่งเข้าไปกอดโซ่ท่ามกลางความตื่นตะลึงของโซ่และตัวประกอบกว่ายี่สิบตัวที่แอบสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก


            “จอมซน!”


            “แฮ่…น้องซนเองจ้า…น้องซนกลับมาหาป๋าจ๋ากับหม่าม๊าจ๋าแล้วจ้า~” เจ้าเด็กแสบเงยหน้าขึ้นมายิ้มตาหยีพูดบอกด้วยท่าทางน่ารักจนโซ่อดไม่ได้ที่จะยกสองมือขึ้นมาขยี้ผมสีทองสดใสของหลานชายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในฮู้ดเสื้อคลุมมาทั้งวัน


            พอตั้งสติได้โซ่ก็เริ่มสำรวจมองร่างกายของหลานชายที่ดูเหมือนว่าจะโตขึ้นกว่าเดิมมาก หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนเพราะเรื่องคดีความที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้ง่าย แต่ไหงเจ้าตัวแสบถึงมาโผล่ที่นี่ได้ 


แถมยังเรียกเขาว่า…

            “หม่าม๊า? เมื่อกี้นี้น้องซนเรียกอาว่าหม่าม๊าใช่ไหม?” เพราะมัวแต่ดีใจที่ได้เจอหลานชาย กว่าจะนึกขึ้นได้ก็เกือบจะลืมไปเสียแล้ว


            “อื้อ! เรียกได้…ป๋าจ๋าบอกว่าน้องซนเป็นลูกน้องซนเรียกได้” พยักหน้าตอบออกไปซื่อๆ ตามคำอนุญาตของพอร์ชที่เลื่อนขั้นจากการเป็นอาไปเป็นป๋าจ๋าของน้องซนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            “แต่อาเป็นผู้ชาย” ทดอีกหนึ่ง! กดความรู้สึกอยากตบกบาลคนรักเก็บไว้ในใจ เอาไว้คิดบัญชีกันที่บ้านแล้วอธิบายให้หลานฟัง แต่เหมือนว่าหลานรักจะไม่เข้าใจ ถึงที่เบะปากเรียกน้ำตาออกมากดดันกันแบบนี้


            “อาโซ่ไม่รักน้องซนหรอฮะ ฮึก! น้องซนเสียใจ ฮึก! น้องซนขอป๊าป๋าแล้ว ฮึก! น้องซนจะมาเป็นลูกอาพอร์ชกับอาโซ่… ฮื่อ…” บ่อน้ำตาแตกงอแงเสียงดังจนตัวประกอบข้างนอกแตกตื่น แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเรื่องในครอบครัว แม้แต่บุญล้อมที่สวมบทเพื่อนบ้านมาในตอนแรกก็เฟดตัวเองออกไปเป็นตัวประกอบนอกห้องกับฝูงช่างยนต์เจ้าถิ่นเช่นกัน


            “โซ่…” พอร์ชเรียกชื่อคนรักเสียงอ่อย จากที่ตั้งใจว่าจะไปรับหลานมาทำเซอร์ไพร์คนรักทันที เมื่อสายลับอย่างอาม่าส่งข่าวมาว่าเซนได้รับการอนุญาตจากศาลว่าให้น้องซนอยู่ในการดูแลของพ่อผู้ให้กำเนิดชั่วคราวจนกว่าคดีจะสิ้นสุด แต่น้องซนกลับเป็นฝ่ายร้องขอที่จะมาอยู่กับพอร์ชและโซ่แทน ซึ่งพอร์ชเองก็ตอบตกลงไปทันที


            แต่ไหงเรื่องราวที่น่ายินดีเช่นนี้กลับกลายเป็นฉากน้ำเน่าในละครหลังข่าวเพราะนางเอกไม่ยอมรับลูกน้อยหอยสังข์ของตัวเองไปได้ล่ะ?


            “เงียบไปเลยพอร์ช กลับบ้านไปมึงโดนแน่…หยุดร้องก่อนนะน้องซนที่อาไม่ให้เรียกหม่าม๊าก็เพราะว่าอาเป็นผู้ชาย แต่ถ้าน้องซนจะเรียกอาว่า ‘พ่อจ๋า’ แบบพี่มณีอาก็ไม่ขัดข้อง”


            คำตอบของโซ่ทำให้หลานชายที่หมดหวังในคราแรกฉีกยิ้มหวานได้กว้างกว่าเดิม


            “น้องซนรัก ‘พ่อจ๋า’ ที่สุดเลยฮะ…งื้อ!”


            ก่อนหน้านี้เคยแอบคิดไว้เหมือนกันว่าน่าจะรู้สึกดีมากแน่ๆ หากได้เป็นลูกของอาโซ่อีกคน แต่พอได้เป็นจริงๆ ก็อดที่จะเขินไม่ได้ เพราะหัวใจกำลังพองโตและอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่แสนดี


            “ไปรับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ กูเกือบหัวใจวายตายแล้วไหม”


            เด็กน้อยนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียที่เกิดจากการเดินทางไกลมาตั้งแต่เมื่อวาน เหลือไว้แต่สองหนุ่มวัยคะนองที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์นั่งปรับทุกข์สุขหลังจากที่ได้ภาระชิ้นใหญ่มาเป็นของขวัญในวันครบรอบสองปีของเราสองคน


            สองปี = หนึ่งแมว + หนึ่งคน


ภาระที่ต้องการ

ภาระที่สำคัญ

ภาระที่ยินยอมพร้อมใจ*…รับผิดชอบดูแล*

เป็นภาระที่ทั้งพอร์ชและโซ่พร้อมที่จะ*…รัก*

            “ก็อาม่าโทรมาบอกว่ามีเด็กงอแงร้องหาอาโซ่สุดที่รักตั้งแต่กรุงเทพฯถึงชุมแสงมาสี่ชั่วโมงเต็มกูก็เลยสงสารไปรับมาก็แค่นั้น”


            พูดบอกเหมือนไม่ใส่ใจทั้งที่มุมปากกำลังแต้มรอยยิ้มเมื่อคิดย้อนไปตอนที่รักสายอาม่าแล้วได้ยินเด็กงอแงร้องหาอย่างไม่คาดคิดว่า ‘อาพอร์ชจ๋าๆ มารับน้องซนหน่อย น้องซนคิดถึง’  เท่านั้นแหละ พอร์ชก็กระโจนออกจากเตียงไปรับหลานในทันที


            “ทำเป็นพูดดีไปเลี้ยงเด็กมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะเว้ย ถึงจะโตแล้วก็เถอะ”


            โซ่เอ่ยเตือนด้วยความกังวลปนเกรงใจ เพราะจอมซนไม่เกี่ยวอะไรกับพอร์ชเลยด้วยซ้ำ เป็นแค่หลานของเขาเท่านั้น เช่นเดียวกันกับเรื่องของที่บ้านของพ่อแม่เรื่องที่ค่ายมวยโซ่ก็จัดการทุกอย่างด้วยตนเองและพยายามที่จะไม่ให้เดือดร้อนมาถึงพอร์ชกับพ่อแม่ของพอร์ช แม้ว่าทุกคนจะเต็มใจช่วยเหลือเขาก็ตาม บอกตามตรงว่าโคตรเกรงใจ


            “พูดเหมือนเคยมีลูกเลยเนอะ”


            “ไอ้จุกไง…ลูกกู”


            “ห้ะ?”


            ตอนแรกว่าจะแหย่คนขี้กังวลเล่นให้หายเครียดแต่กลายเป็นตนเองเสียเปล่าที่ต้องตกใจเมื่อคนรักพูดบอกออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่ามีเด็กหัวโก๊ะ(ที่ถูกไถเกรียนไปแล้ว)เป็นลูก


            “มึงคิดบ้าบออะไรของมึงอีกห้ะพอร์ช? ไอ้จุกกับกูอายุต่างกันแค่ห้าปี ถ้ากูเป็นพ่อมันจริงๆ ป่านนี้กูคงได้ไปเป็นเซียนอยู่สวรรค์แล้ว ทำสาวตอนอายุห้าขวบเนี่ย”


            “อ่าว…ก็มึงพูดแบบนั้นกูก็ต้องตกใจไว้ก่อนสิ มึงก็รู้ว่ากูเชื่อคนง่าย”


            “แถวบ้านกูเรียกโง่ ก็เคยบอกอยู่ว่ากูเป็นคนเลี้ยงมันมา ป้อนข้าว ป้อนนม ซักผ้าอ้อม อาบน้ำเช็ดตัว ล้างก้น กูทำมาหมดแล้ว กูถึงรู้ว่ากูชอบเด็ก แต่ก็ใช่ว่าจะรักได้ทุกคน เพราะเด็กบางคนก็เกินที่จะรับไหว”


            “แต่จำไว้เลยนะพอร์ชอะไรที่กูผูกจิตหรือให้ใจไปแล้วกูจะไม่มีวันจะรับคืน ขอแค่อย่าหลักหลังหรือทำให้กูเกลียดก็พอ เพราะกูไม่อยากฆ่าคนที่รักอีกแล้ว”


            ฆ่าในที่นี้โซ่ไม่ได้หมายถึงการลงมือฆาตกรรมให้ถึงแก่ความตาย แต่โซ่กำลังพูดถึงการฆ่าตัวตนคนสำคัญในชีวิตจิตใจของตนเองเหมือนอย่างที่เคยทำกับคนเป็นพ่อเป็นแม่มาแล้วต่างหากล่ะ ไม่ใช่ไม่รัก ไม่ใช่ไม่ห่วง แต่ความห่วงใยที่ส่งผ่านความรักบริสุทธิ์โดนทำร้ายกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันก็ถึงเวลาที่โซ่จะต้องทำลายจิตบริสุทธิ์นั้นทิ้งไปเพื่อรักษาหัวใจตัวเอง


            กริ๊ง!


            “จะไปไหน?” พอร์ชแทบจะคว้าตัวคนรักเอาไว้ไม่ทันเมื่อโซ่ก็ทำท่าว่าจะลุกออกไป


            “กูยังเหลืออังกฤษสื่อสารอีกสองชั่วโมง ส่วนมึง…ถ้าน้องซนตื่นแล้วก็กรุณาพาลูกกลับบ้านนะครับป๋าจ๋า~”


            ยกนิ้วขึ้นมาลูบไล้ไปตามโครงหน้าของพอร์ชอย่างหยอกล้อ ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป แต่ก็ไม่วายที่จะย้อนกลับมาดีดริมฝีปากอวบอิ่มจนห้อยย้อยของพอร์ชที่กำลังเคลิ้มเสียเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้


            ไม่ใช่เพราะไอ้ปากห้อยๆนี่รึไงที่คอยเอาเปรียบให้เขาเจ็บตัวด้วยความเต็มใจอยู่เรื่อย*!*



TBC.

"น้องซนคัมแบคแล้วนะฮะพี่สาว"


           แรกเริ่มมีคนเตือนก็ไม่เคยเชื่อ แถมยังว่าเขาอีกว่างมงาย แต่ตอนนี้เชื่อหมดใจแล้วว่าเบญจเพจมันแรงจริง กว่าจะได้กลับมาเจอกันแทบลากเลือด เดี๋ยวแมวป่วย เดี๋ยวคนป่วยดูแลกันไป นี่เพิ่งสร่างไข้ก็มาลงให้เลย

#ขอโทษที่ให้รอ #ขอบคุณที่ยังรอ #รักนะคะคิดถึงมากด้วย #ปาดน้ำตาเบาๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น