มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

10: เสียงเพรียกจากความฝัน (90%)

ชื่อตอน : 10: เสียงเพรียกจากความฝัน (90%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10: เสียงเพรียกจากความฝัน (90%)
แบบอักษร

(ต่อ)



"ขวัญ ขวัญ"

เสียงทุ้มกังวาลอยู่ในภวังค์อันสับสน จนยากจะแยกแยะว่านี่คือความจริงหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน หากจะบอกว่าเป็นเพียงฝัน แต่ลำตัวที่อิงแอบอยู่นี่กลับให้อุ่นไอจนเกิดความร้อนผ่าว อีกทั้งฝ่ามือกร้านที่ลูบแผ่ว ๆ ตรงเรือนผมนี่อีก ...ได้สร้างข้อกังขาขึ้นมาอีกว่า  นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความจริงตัวหล่อนกำลังมีใครบางคุ้มครองอยู่ 

"ไม่เป็นอะไรแล้ว ปลอดภัยแล้ว"

เสียงทุ้มกับนิ้วแกร่งที่พลิ้วพรมอยู่บนเรือนผม ทำให้พะนอขวัญได้หลับตาลงอย่างเป็นสุขและไร้ความกังวลใด ๆ  ซึ่งนานเท่าไหร่แล้วหนอที่หล่อนไม่ได้พานพบความรู้สึกเช่นนี้

"ขวัญ ขวัญ"

หล่อนพยักหน้าที่แนบกับอกแกร่งช้า ๆ  เห็นดวงตาและรอยยิ้มที่คุ้นเคยผุดพรายขึ้นมาในภาพที่มีแต่หมอกสีขาวจาง ๆ ทำให้น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะลงจนได้ หล่อนยิ้มทั้งน้ำตาเรียกเจ้าของอ้อมแขนที่กอดประคองหล่อนเอาไว้ว่า "คุณพ่อขา..."

ดวงตาคู่คมตรงหน้ามองหล่อนด้วยความอบอุ่น ใบหน้าของบุรุษที่คุ้นเคยนั้นดูราบเรียบก็จริง แต่ก็แฝงไว้ซึ่งความรักและความปรารถนาดี พะนอขวัญยิ่งกอดลำตัวที่เหมือนมีชีวิตจิตใจให้แน่นขึ้น ซึมซับอุ่นไอร้อนผ่าว ๆ นี้เอาไว้ พลางพึมพำทั้งน้ำตาอีกทีว่า

"ขวัญคิดถึงคุณพ่อ คิดถึงเหลือเกินค่ะ"

ไม่มีคำพูดใด ๆ โต้ตอบ มีแต่วงแขนแกร่งที่กอดร่างบางให้กระซับขึ้นเท่านั้น

"คุณพ่ออย่าทิ้ง อย่าทิ้งขวัญไปไหนอีกได้มั้ยคะ ขวัญกลัว ขวัญเหนื่อยเหลือเกินแล้ว"

เสียงทุ้มที่นุ่มนวลจึงตอบกลับมาเบา ๆ "ไม่ ไม่เป็นอะไรแล้ว ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครมาทำอะไรขวัญได้ทั้งนั้น"

หล่อนค่อย ๆ ยิ้มออก พลางถาม "คุณพ่อจะอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องขวัญ ใช่มั้ยคะ"

ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงแค่ปลายจมูกโด่งที่กดลงกับหน้าฝากของหล่อนอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา...เท่านั้น

"ได้โปรด อย่าทิ้งขวัญไปไหนอีก" หล่อนเผยสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกออกมา หล่อนต้องการคนเหลียวแลปกป้อง และเจ้าของวงแขนแกร่งนี้ ก็ทำให้หล่อนได้รับไออุ่นที่หล่อนเฝ้าเพรียกหามาหลายปี

"ไม่ทิ้ง อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ทอดทิ้งแน่นอน"

หล่อนรับรู้แล้ว วางใจแล้ว คืนนี้จะเป็นคืนที่หล่อนรู้สึกอบอุ่น มั่นคงที่สุด เพราะมีไออุ่นจากสองแขน และลมหายใจร้อนที่เป่ารดอยู่เหนือศีรษะนี้เพื่ออยู่ดูแลหล่อนตลอดทั้งคืนเลยทีเดียว

.

ดรันกอดหญิงสาวที่กำลังหลับไหลเอาไว้กับหน้าอกแน่น  บางครั้งเขาก็ได้ยินเสียงหล่อนพึมพำถึง 'คุณพ่อขา... ' และหลายคำพูดที่เขาพยายามจะเอียงหูฟังให้ได้มากที่สุด แต่ก็ได้ยินเพียงแค่ว่า อย่าทอดทิ้งหล่อน อย่าปล่อยหล่อนให้อยู่ตามลำพัง และคำพูดเหล่านี้เองที่ได้สร้างความสลดหดหู่ให้กับเขาอยู่ไม่น้อย

.... ชีวิตหล่อนน่าสงสาร ทำไมหล่อนถึงได้มีชีวิต ที่น่าสงสารเช่นนี้ หากเปรียบกันแล้ว ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยสุขสบายอีกทั้งรอบกายก็มีแต่คนรักและคอยปฎิบัติพัดวีให้ แต่กับหล่อน ยังไม่ถึงยี่สิบปีบริบูรณ์ด้วยซ้ำ กลับต้องแบกภาระมากมายเอาไว้บนบ่าบางทั้งสอง อีกทั้งก็อยู่กับแม่และพี่สาวใจร้าย แถมยังมีลุงใจทรามที่เต็มไปด้วยตัณหาราคะคนนั้นอีก!

วันนี้หากเขากลับมาไม่ทัน ป่านนี้พะนอขวัญจะต้องป่นปี้แหลกเหลวด้วยน้ำมือของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าลุงแท้ ๆ ของหล่อนเป็นแน่

ดีที่คำพูดและสีหน้าอันเต็มไปด้วยความกังวลของป้าช้อยคอยเล่นงานเขาอยู่ตลอดทั้งวัน ทำให้หลังจากจัดการกับบางเรื่องกับอาชาแล้ว  เขาก็รีบกลับมารอหล่อนที่บ้านหลังนั้นทันที

แต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นหญิงสาวกลับมาเสียที ทำให้ดรันต้องตัดสินใจออกไปเตร็ดเตร่ดูแถวๆ ปากทางเข้าบ้านหล่อน จึงได้เห็นว่าหญิงสาวกำลังเดินอย่างใจลอยอยู่ไกล ๆ

และขณะนั้นเองก็มีรถเก๋งคันสีฟ้าเข้ามาจอด พะนอขวัญเหมือนคุยกับคนในรถคันนั้นคำสองคำก็เดินขึ้นรถ แล้วรถเก๋งคันนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว  ทำให้เขาต้องรีบกระโดดขึ้นรถตุ๊กตุ๊กที่กำลังขับผ่านมาพอดี จากนั้นก็ออกติดตามหล่อนไปห่าง ๆ

 จนกระทั่งรถเก๋งคันสีฟ้านั้นได้เลี้ยวเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง ซึ่งซอยนี้ก็มากไปด้วยบ้านเรือนของผู้คนทำให้เขาเสียเวลาตระเวนหารถเก๋งคันนั้นอยู่พอสมควร ให้คนขับช่วยวนรถหาเสียจนทั่ว สุดท้ายเขาได้พบรถเก๋งคันนี้จอดเอาไว้ในบ้านร้างหลังนี้  ดังนั้น เขาจึงได้มาช่วยเหลือหญิงสาวให้รอดพ้นจากผู้ชายใจทรามคนนั้นได้ทันเวลาพอดี

และตอนนี้เจ้าหล่อนก็กำลังหลับไหลลงโดยมีอ้อมกอดที่เต็มไปได้ความรัก ความห่วงใยของเขาคอยกอดประคองอยู่

ดรันค่อย ๆ เหลียวมองออกไปทางหน้าต่างห้อง   บ้านร้างหลังนี้ไม่มีไฟ ไม่มีสิ่งใดให้แสงสว่าง มีแต่ประกายสายฟ้าที่สาดแสงแปลบปลาบบนท้องฟ้าเท่านั้นที่สะท้อนสองร่างที่กำลังกอดกันแนบแน่น และเขาขอสัญญาว่าจะเป็นที่พักพิงให้กับหล่อน ตราบเท่าที่ตัวหล่อนจะต้องการเลยทีเดียว

.

พะนอขวัญค่อย ๆ ปรือตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแสงสว่างที่แยงตาเข้ามา และสิ่งแรกที่หล่อนได้เห็นก็คือเพดาน จากนั้นจึงค่อย ๆ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะหลุบตาลงยามได้ยินเสียงเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งดังขึ้นไม่ห่างจากตัว

หญิงสาวจึงได้เห็นคนที่นอนกำลังฟุบอยู่ข้างเตียง เขาได้พลิกใบหน้ามาอีกด้าน ซึ่งเป็นด้านที่หล่อนกำลังมองอยู่ และเขาคนนี้ก็กำลังกำมือหล่อนแนบแก้มตัวเองด้วย พะนอขวัญจึงมีโอกาสพิจารณาใบหน้าของชายหนุ่ม หล่อนเห็นจมูกโด่งนั้นเป็นสันน่ามอง และดวงตาทั้งสองที่หลับสนิทนั้นก็ทำให้เห็นชัดขึ้นอีกว่า เขาเป็นชายหนุ่มที่มีขนตาเป็นแพสวยงามขนาดไหน

 "ใบ้..."

หญิงสาวลองเรียก แต่เสียงที่เปล่งออกมาคงแผ่วเบาเกินไป ชายหนุุ่มจึงไม่ได้ยิน  เขายังคงหลับไหลและใช้มือหนากุมมือข้างหนึ่งของหล่อนเอาไว้ แวบหนึ่งพะนอขวัญอยากจะดึงมือออก แต่ก็ไม่ดึงเสีย เมื่อได้นึกถึงยามคับขันแล้วเขาก็เข้ามาช่วยหล่อนเอาไว้ได้ทัน และก็พลอยนึกไปถึงเวลาที่หล่อนรู้สึกโดดเดี่ยวเจ็บปวดแต่ก็มีเขาคนนี้คอยอยู่ด้วยไม่ห่าง

หัวใจหญิงสาวราวกับจะรู้สึกอ่อนไหวขึ้น เมื่อความรู้สึกแปลกใหม่กำลังก่อเกิด…

พะนอขวัญถอนหายใจเล็กน้อย รับรู้ถึงอุ่นไอร้อนบางอย่างกำลังเกาะเกี่ยวหัวใจหล่อนอยู่ อีกทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาหล่อนก็ฝันดี ฝันว่ามีคนคอยกอดประคองพร้อมกับมอบสัมผัสอ่อนโยนและเสียงเพรียกให้สัญญาอย่างนับไม่ถ้วนว่าจะไม่ทอดทิ้งให้หล่อนเดียวดายอีกแล้ว

ใครคนนั้นราวกับมีชีวิต มีอุ่นไอกรุ่นกายให้จับต้องได้  ซึ่งหล่อนก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเขาคนนี้ คนที่กำลังกุมมือหล่อนอย่างแน่นหนาหรือไม่ หรือจริง ๆ หล่อนก็แค่ฝันไป เพราะยามที่ตื่นขึ้นมาก็เห็นเขานั่งหลับฟุบอยู่ข้างเตียง ส่วนตัวหล่อนก็กำลังนอนบนเตียงอยู่อย่างนี้

หญิงสาวผ่อนลมหายใจสั้น ๆ อีกครั้ง เมื่อวานก่อนจะเจอกับเรื่องเลวร้ายนี้ มีอยู่หนึ่งคำถามที่ยังคั่งค้างอยู่ในหัวแล้วอยากจะถามนายใบ้ผู้นี้ว่า เขาคือผู้ไม่ประสงค์จะออกนามคนนั้นหรือไม่ แต่เวลานี้กับมีหลายสิ่งที่หล่อนก็อยากรู้ขึ้นมาอีกว่า เขามาช่วยหล่อนได้ทันอย่างไรกัน

และที่สำคัญ...ก่อนสำนึกสุดท้ายของหล่อนจะหลุดลอยไป หล่อนได้ยินเสียงเขาเรียกชื่อหล่อน  ซึ่งหญิงสาวค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่ฝัน หรือหูแว่วคิดไปเองอย่างแน่นอน

ที่ตรงนี้ ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเขา แล้วเสียงเรียกชื่อที่หล่อนได้ยิน จะเป็นเสียงของใคร  ถ้าไม่ใช่ ชายหนุ่มที่ได้บอกกับหล่อนว่าเป็นคนใบ้ คนนี้!

พะนอขวัญพยายามลุกขึ้น แต่เพราะความเจ็บตรงที่โดนต่อยจึงทำให้หล่อนเผลอชักมืออีกข้างออกจากฝ่ามือทั้งสองของชายหนุ่ม และนั่นก็ทำให้เขาตกใจตื่นขึ้นมาเห็นว่าหล่อนกำลังพยายามลุกนั่ง ชายหนุ่มจึงรีบตะกายขึ้นจากพื้นเพื่อจะช่วยพยุงหล่อนอีกแรง

หญิงสาวเผลอนิ่วหน้าลงเพราะยังเจ็บระบม พร้อมกับมองหน้าเขาด้วยความคลางแคลงใจอย่างล้นปรี่ ก่อนจะตัดสินใจถามเรื่องที่ทำให้หล่อนอยากรู้ที่สุดในตอนนี้ทันที 

"ใบ้…." 

ชายหนุ่มชะงักสบตากับหล่อน

 พะนอขวัญจึงถามอย่างช้า ๆ  "...ก่อนที่ฉันจะหมดสติไป ฉันว่า ฉันได้ยินเสียงคนเรียกชื่อฉัน เสียงนั้นเป็นเสียงของใบ้… หรือเปล่า"

เห็นได้ชัดว่าเขามีอาการตกใจอย่างมาก  แล้วเขายังพยายามซ่อนพิรุธโดยการไม่มองหน้าหล่อน ก่อนจะรีบส่ายหน้าแล้วส่งเสียงปฏิเสธตาม "แบะ! แบะ!..."

"จริงนะ?" พะนอขวัญยังคงคาดคั้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่กะพริบตา แล้วถามย้ำช้า ๆ ชัด ๆ อีกหนหนึ่ง  

"เอาล่ะ ...ฉันจะให้โอกาสใบ้ยืนยันอีกครั้ง ก่อนที่ฉันจะหมดสติไป ใบ้ไม่ได้พูดอะไรออกมาจริง ๆ"

ดรันลอบกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ  ใจที่หายไปกำลังกลับมาเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงอีกแล้ว เมื่อได้นึกถึงคำพูดของหญิงสาวก่อนหน้านั้นว่า

'ฉันเกลียดคนโกหกหลอกลวงที่สุด!' 

ชายหนุ่มค่อย ๆ เบือนดวงตากลับมาสบสายตาคู่ที่ยังจ้องหน้าเขานิ่ง พลางตั้งคำถามถามกับตัวเองว่า เขาพร้อมหรือยังที่จะบอกความจริงให้หล่อนทราบ แล้วยอมแลกกับการถูกหล่อนโกรธและเกลียด 

และด้วยแววตาแรงกล้าของพะนอขวัญที่จับจ้องใบหน้าเขาอยู่อย่างไม่กะพริบ ทำให้ดรันเผลอกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ แล้วจึงตัดสินใจได้ในวินาทีนั้นว่า...


.

ถาม > ตัดจบให้เจ็บกว่านี้มีอีกมั้ย… ?

ตอบ > มี ! มีเจ็บกว่านี้อีก รอรุยยยย


อยากบอกว่า อย่าเพิ่งลืมสุรทินนะ ตัวละครตัวนี้ยังมีความแสบมาทิ้งทวนให้อยู่ ครั้งหน้าจะได้เห็นความแสบของมัน!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น