ข้าวปั้นเเซลม่อน

ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่ทั้งชีวิต และจิตวิญญาณของมึงทั้งหมดนั้นเป็นของกู ใครกันที่ลากมึงออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า ใครกันที่ดูแล และจ่ายค่ารักษายามมึงไม่สบาย แค่อ้าขาให้กูกว้างๆอย่ามาสำออยบอกว่าทำไม่ได้ สึนะ!

กรงนกตอนที่91:ระหว่างคนสองคน

ชื่อตอน : กรงนกตอนที่91:ระหว่างคนสองคน

คำค้น : กรงนก,ฉ20+,ดราม่า,โหดเหี้ยม,โลกสวยกดออกครับ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2561 15:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กรงนกตอนที่91:ระหว่างคนสองคน
แบบอักษร

ผมอยากกลับบ้าน.. ขอร้องล่ะ.. ปล่อยผมกับสึบารุไปเถอะนะ.. ผมเหลือเวลาไม่มากแล้ว ฮึก ได้โปรด..."

“......."

“ผมไม่อยาก.. ให้เวลาสูญเปล่าไปกับเรื่องบ้าๆนี้อีกแล้ว ผมกำลังจะตาย ฮึก ได้ยินมั้ยว่าผมกำลังจะตาย!! ฮือออ"

เด็กหนุ่มยกมือกุมหน้าร้องไห้ตัวโยน ก่อนจะร้องหนักกว่าเดิมเมื่ออาราตะเข้ามาสวมกอดเขาไว้

หลังจากหมอเข้ามาดูอาการและฉีดยาบรรเทาให้เรียบร้อย หมอวัยกลางคนก็ได้บอกข่าวร้ายกับพวกเขา

อวัยวะภายในของสึนะย่ำแย่บวกกับโรคที่เป็นอยุ่นี้ ทำให้โอกาสรอดของเด็กหนุ่มมีน้อยเหลือเกิน และสึนะสามารถยื้อชีวิตต่อได้อีกแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

“ผมยังไม่อยากตาย ฮืออ แต่ร่างกายมันเจ็บไปหมด หัวใจมันเหมือนจะหยุดเต้น ฮืออ ผมยังอยากอยุ่กับลูก ยังอยากดูลูกเติบโตมากกว่านี้ ฮือออ"

“......”

เป็นอีกครั้งที่สึนะร้องไห้จนหลับไป อาราตะค่อยๆปล่อยสึนะให้นอนลงบนที่นอนแล้วห่มผ้าให้เหมือนอย่างทุกๆที

มองใบหน้าที่หลับไปทั้งน้ำตา คำขอของสึนะสำหรับอาราตะมันยากเกินไป

เขาปล่อยสึนะไปไม่ได้ ปล่อยให้คนตัวเล็กต้องตายไปก่อนแบบนี้ไม่ได้

ความรุ้สึกผิดมันจุกเข้าเต็มอก เขาผิดเองที่เป็นคนปล่อยโรคนั้นใส่สึนะ ผิดเองที่ลากสึนะให้กลายเป็นเอดส์เหมือนกันกับเขา..

เพียงเพราะต้องการให้เด็กหนุ่มไม่สามารถไปจากตนได้..

เพียงแค่อยากจะรั้งพันธนาการสึนะไม่ให้จากไปไหน..

หากเป็นแค่โรคนี้และได้รับยามาทานสม่ำเสมอเขาและสึนะคงมีชีวิตต่อไปอีกนาน แต่เพราะผลข้างเคียงของการทำแท้งสึนะในครั้งนั้น เด็กหนุ่มเลยต้องมากลายเป็นแบบนี้ และยิ่งรุ้สึกผิดเมื่อไม่กี่ชม.ก่อนหน้านี้เขาตัดสินใจบอกความจริงทุกอย่าง ความจริงที่พ่อของสึนะคือคนที่ทำร้ายอาราตะเมื่อหลายปีก่อน ส่งผลให้อาราตะแค้นเเละระบายความโกรธความแค้นทุกอย่างลงที่เด็กหนุ่ม คิดไว้แล้วว่าสึนะต้องโกรธเขาแน่ แต่เปล่าเลย คนตัวเล็กเพียงเงียบและยอมรับทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นแล้ว และปล่อยให้มันเป็นแค่อดีต อโหสิกรรมให้ทุกอย่างจนอาราตะไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษออกมา

สึนะขอเขาเพียงแค่ปล่อยตัวเด็กหนุ่มและลูกไป...

แต่สุดท้าย... อาราตะก็ยังจบปัญหานี้ไม่ได้ ได้แต่ยื้อตัวสึนะไว้แบบนี้

“ฉันปล่อยนายไปไม่ได้สึนะ ฉัน.. ฉันเองก็ไม่อยากจากนายไปเหมือนกัน.."

. . .

03:23am

คนตัวเล็กรุ้สึกตัวตื่นในกลางดึก พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตนนั้นกำลังนอนอยุ่กับลูกชายในห้องเดิม

สึนะลุกขึ้นพลางกวาดสายตาหาคนๆนั้น แต่ก็ไร้แม้เงา อาราตะไม่ได้จับตาดูเขาอยุ่ นั่นจึงเป็นโอกาสที่เขาควรจะพาสึบารุหนีออกไป

ในเมื่อขอร้องแล้วยังไม่ยอมให้ไป งั้นเขาจะเป็นคนจากไปเอง

“อึก.. แม่จ๋า?"

“ชู่.. เงียบก่อนนะครับ เราจะกลับบ้านกันเเล้ว"

“บ้าน? ที่นี่ไม่ใช่บ้านของสึบารุเหรอฮับ?”

คำถามนั้นทำให้คนตัวเล็กเม้มปากเเน่น นี่ไม่ใช่บ้านของเขาหรอก บ้านที่ต้องคอยระเเวงคนๆนั้นที่ไม่รุ้จะอาละวาดเมื่อไหร่ ตอนนี้อาจจะดี แต่ภายภาคหน้าไม่รุ้อาราตะจะทำอะไรเขากับสึบารุบ้าง

.

.

.

อีกด้านหนึ่ง...

ชายหนุ่มสูดควันบุหรี่เข้าปอดก่อนจะปล่อยควันขาวออกมาคละคลุ้งไปทั้งห้องทำงาน

ก่อนหน้านี้หลังจากนั่งเฝ้าสึนะและกล่อมสึบารุจนหลับ เขาก็ปลีกตัวออกมานั่งเครียดคนเดียวภายในห้องเล็กๆของตน

เขาจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดี ไม่คิดเลยว่าผลข้างเคียงจะทำให้สึนะต้องเป็นแบบนี้ มันคงจะดีถ้ามันมีวิธีรักษาร่างกายสึนะได้บ้าง เพื่อนที่เอายาทำแท้งนั่นให้เขา ตอนที่ติดต่อไปมันก็เอาแต่บอกว่าต้องถามหมออาวุโสที่อเมริกาต้นทางที่ผลิตยานั่นขึ้นมาก่อน แต่รอเเล้วรอเล่า อาราตะก็ยังไม่ได้คำตอบอะไรมาสักที

ใบหน้าคมขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด หรือเขาควรจะพาสึนะไปรักษาตัวที่อเมริกาดี

พอคิดได้แบบนั้น มือหนาก็รีบหยิบสมาร์ทโฟนของตนต่อสายตรงไปที่เพื่อนตัวเองทันที

“พรุ่งนี้มึงว่างรึเปล่า?"

“ถ้าไม่นับเรื่องที่ต้องสืบเรื่องให้มึง กูก็ว่างนะ มีอะไรเปล่าวะ?”

“กูจะพาสึนะไปอเมริกา และมึงต้องไปด้วย"

“หึ ดูมึงจะห่วงมากเลยนะ ทั้งๆที่ผ่านมามึงไม่แม้แต่จะสนใจเขา”

“มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วไง อะไรที่กูทำเพื่อ‘เขา’ได้ ต่อให้ตาย.. กูก็จะทำ”

. . .

หลังจากจองเที่ยวบินเสร็จอาราตะก็ต้องยุ่งยากใจอีกครั้ง เมื่อมีเที่ยวบินว่างในอาทิตย์หน้า เขาต้องรออีกหนึ่งอาทิตย์ถึงจะได้พาสึนะไปรักษาตัวที่อเมริกา

มองนาฬิกาถึงได้รุ้ว่าตอนนี้ตีสามครึ่งแล้ว มือหนายกขึ้นนวดตรงขมับเพื่อผ่อนคลายก่อนจะลุกขึ้นเตรียมอาบน้ำเข้านอน

สายน้ำอุ่นที่ไหลรดศรีษะและร่างกายพอช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้บ้าง ร่างสูงเช็ดตัวจนแห้งก่อนจะใส่ชุดนอนตัวโปรดแล้วเตรียมตัวนอน แต่ในขณะที่จะล้มตัวลงนอนชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นที่บันไดหนีไฟนอกตึก

ความระเเวงเนื่องในอาชีพของตนทำให้อาราตะลุกขึ้นออกจากห้องชะโงกหน้าผ่านบานหน้าต่างกระจกลงไปดูแต่ก็ไม่พบใคร ร่างสูงเดินต่อไปที่ห้องสึนะเขาเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของสึนะเช่นกัน

แกร่ก..

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับความว่างเปล่า สึนะและสึบารุ..ไม่ได้อยุ่ที่นี่แล้ว...

. . .

ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

“สึนะ!!  สึบารุ!! กลับมาเถอะ นายอยุ่ในนึ้ใช่มั้ย สึนะ!!”

เสียงเคาะประตูร้านดังขึ้นพร้อมกับอาราตะที่ยืนตะโกนเรียกหาสึนะเสียงดัง

หลังจากรุ้ว่าสึนะกับสึบารุหายไป อาราตะก็รีบขับรถตามหาสองแม่ลูกทันที กวาดสายตาหาไปทั่วทุกมุมถนน แต่ก็ไม่เจอ ก่อนจะมาจบที่ร้านเบเกอรึ่เเห่งนี้ร้านที่สึนะเป็นเจ้าของ

“กลับไปซะ น้องชายกูไม่มีอะไรจะพูดกับมึงอีกต่อไปแล้ว”

นัตสึที่ทนความรำคาญต่อไปไม่ไหวเดินออกมาเคลียร์แทนสึนะที่กำลังหลบหน้าอาราตะ  คนเป็นพี่หลังจากที่เห็นว่าสึนะกับสึบารุกลับมาที่ร้านก็รีบคาดคั้นเอาความจริงทันที แต่สึนะก็ไม่ยอมบอกอะไรสักคำ นัตสึเองก็อยากคาดคั้นอยุ่หรอก แต่พอเห็นว่าสึนะกับสึบารุไร้รอยขีดข่วนใดๆคนเป็นพี่อย่างเขาก็วางใจและปล่อยให้เรื่องมันจบลง

จนกระทั่ง ตัวต้นเหตุของเรื่องบุกมาถึงที่แต่เช้า

“แต่สึนะเป็นเมียฉัน ถอยไป”

“ไม่ถอย และมึงก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาในบ้านหลังนี้ด้วยถ้ากูไม่อนุญาติ”

นัตสึตอบอย่างยียวน ก่อนจะโชว์ตราตำรวจของโซจิขู่อาราตะไป

พออาราตะเห็นดาวและยศของโซจิว่าที่พี่เขยเมียก็ได้แต่กัดฟันกรอดอย่างขัดใจ หากเป็นอาราตะเมื่อก่อนคงจะยกปืนจ่อกระบาลนัตสึว่าที่พี่เมียไปแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ก่อนจะยอมถอยหลังมาจากรั้วบ้านแต่โดยดี

“กลับไปซะแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ”

“ฉันไม่กลับ จนกว่าสึนะจะยอมมาพบฉันฉันจะรออยุ่ตรงนี้”

สิ้นคำ อาราตะก็นั่งคุกเข่าลงหน้าประตูรั้ว สายตาอันแน่วแน่จับจ้องไปที่สึนะที่ยืนดูเขาอยุ่ตรงหน้าต่างห้องชั้นบน

“เหอะ เชิญมึงนั่งรอไปจนกว่าจะตายไปเลย ”

พูดจบนัตสึก็เดินกลับเข้าบ้านทันที เหลือไว้เพียงอาราตะที่นั่งอยุ่ที่เดิมอย่างนั้นต่อไป...


“อาราตะซัง..เรากลับกันเถอะครับ ทำแบบนี้ไม่มีทางที่สึนะคุงเขาจะยกโทษให้แน่นอน"

บอดี้การ์ดคนสนิทเดินมาหา ในมือเขาถือร่มเพื่อกันฝนให้กับเจ้านาย ที่ตอนนี้เอาแต่นั่งรอ รอคนรักเดินออกมาคุยกันดีๆ

อาราตะมองไปยังหน้าต่างบ้านชั้นสอง ดวงตาคมสบกันคนตัวเล็กที่อุ้มสึบารุและมองมาที่ตน แต่พอเห็นว่าอาราตะก็มองเขาอยุ่เช่นกันก็รีบเดินหนีออกห่างหน้าต่างบานนั้นทันที

ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืน เซเล็กน้อยแต่บอดี้การ์ดเข้ามาพยุงไว้ได้ทัน จากที่นั่งรอสึนะมานานถึงแปดชม. อาราตะก็ยอมที่จะล่าถอยไปเอง

“แม่จ๋า.. สึ.. สึบารุคิดถึงพ่อจ๋า"

เจ้าตัวเล็กเอ่ยเสียงเศร้า เด็กน้อยได้แต่แอบมองอาราตะอยุ่ตรงนี้ สงสารอาราตะที่ได้แต่นั่่งตากแดดตากฝนอยุ่หน้าประตูรั้วเพราะสึนะและอานัตสึไม่ให้เข้ามา

สึนะที่พอได้ยินดังนั้นก็เอาแต่เงียบ เขาไม่ได้มีเวลามาสงสารอาราตะหรอก สิ่งที่เขาคิดอยุ่ตอนนี้คืออยากรุ้ว่าตนนั้นท้องจริงรึไม่

“สึนะ พี่เตรียมรถพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ"

นัตสึเดินเข้ามาหา วันนี้นัตสึจะพาน้องชายไปตรวจครรถ์ เขาเองก็อยากรุ้เหมือนกันว่าสึนะท้องรึไม่ ก่อนหน้านี้ก็ถามว่าสึนะไปมีอะไรกับใคร แต่สึนะก็ไม่ยอมตอบอะไรตนเลย

รถแวนส์สีดำขนาดกลางขับออกมาจากรั้วร้านเบเกอร์รี่ สึนะนั่งอยุ่ในรถพร้อมกับสึบารุ และมีนัตสึเป็นคนขับรถเอง รถมุ่งหน้าถนนใหญ่ ทั้งรถไม่มีใครกล้าพูดอะไรจนผ่านไปยี่สิบนาทีรถก็มาถึงจุดหมาย

ตึกสองชั้นแห่งนี้คือคลีนิคฝากครรถ์ที่เจ้าของรุ้จักกับโซจิคนรักของนัตสึ นัตสึเลือกที่จะพาสึนะมาที่นี่เพราะไม่อยากให้สึนะกังวลหากต้องไปโรงพยาบาลใหญ่

“ญาติคนไข้รอที่ห้องนั่งเล่นก่อนนะคะ”

ผุ้ช่วยพยาบาลสาวเอ่ยบอกนัตสึเเละสึบารุ ก่อนจะหายเข้าไปในห้องตรวจพร้อมสึนะเเละคุณหมอ

. .

“คุณท้องได้หนึ่งเดือนแล้วครับ นี่คงเป็นท้องที่สองของคุณใช่มั้ย? "

คุณหมอเอ่ยถาม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจากใบรับรองเเพทย์ฉบับเก่าของสึนะใบหน้าของคุณหมอเคร่งเครียดยามที่ตรวจสึนะเสร็จแล้วพบว่าเด็กหนุ่มกำลังท้องได้เพียงเดือนเศษ

สึนะพยักหน้าให้เป็นคำตอบ เขาเองก็รุ้ก่อนหน้านี้เเล้วว่าตนเองท้อง แต่ก็แค่.. ยังยอมรับความจริงไม่ได้

“คุณเป็นผุ้ชาย แต่ท้องสองแล้วแบบนี้มันอันตรายมากนะครับ อีกทั้งยังเป็นโรคประจำตัวที่ร้ายเเรงอีก.."

“........”

“ผมอยากให้คุณไปไตร่ตรองให้ดีก่อนนะ การท้องครั้งนี้เกี่ยวพันกับชีวิตคุณ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้อาการคุณอาจทรุดหนัก ถ้าโชคดีคุณอาจคลอดเด็กได้แต่ร่างกายคุณอาจรับไม่ไหวอีกต่อไป"

“นั่นก็.. หมายความว่า"

“ครับ.. คุณมีโอกาสเสียชีวิตหลังคลอดถึงเก้าสิบเปอร์เซ็น คุณมีแค่สองทางเลือกคือเก็บเด็กไว้ กับเลือกที่จะเอาเด็กออกเพื่อรักษาชีวิตของคุณเอง”

สิ้นคำ ทุกอย่างก็ตกอยุ่ในความเงียบ สึนะนั่งเงียบใบหน้าหวานเริ่มซีดเซียว คิดไว้แล้วว่าชีวิตตนต้องเป็นแบบนี้ สุดท้ายเขา.. ก็หนีความตายไปไม่ได้เลย

สุดท้ายคุณหมอก็ยังไม่รับฝากครรถ์ และรอให้สึนะตัดสินใจก่อนในคืนวันนี้ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะเดินออกมาจากห้องตรวจ พอเห็นนัตสึนั่งรออยุ่ก็รีบปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรและเข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อยที่เล่นซนอยุ่ไกล้ๆนัตสึ

“เป็นยังไงบ้าง หมอว่าไงบ้างสึนะ?”

“พรุ่งนี้ให้มาเช็คผลตรวจอีกครั้งครับ .."

สึนะตอบ พลางหอมหน้าผากเนียนของลูกชาย นัตสึยิ้มให้ สำหรับคนเป็นพี่อย่างเขา เขายินดีที่จะอยุ่เคียงข้างและช่วยเหลือสึนะ หลายปีที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลน้องชายสุดท้องเขารุ้สึกระอายใจ แต่ต่อจากนี้ ต่อให้ลำบากกันสักแค่ไหน เขาก็พร้อมที่จะยื่นมือช่วยสึนะเสมอ ร่วมทั้งหลานตัวน้อยในท้องสึนะด้วย

“งั้นเรากลับกันเถอะ"

“ครับ..”

. . .

“สึบารุ ถ้าแม่ไม่อยุ่เเล้ว หนูต้องเข้มแข็งให้ได้นะครับ เป็นเด็กดีของทุกคนแล้วก็...เป็นพี่ชายที่ดีดูแลน้องแทนแม่ด้วยได้มั้ยครับ?"

“แม่จ๋าจะไปไหนเหรอครับ แม่จ๋าไม่อยุ่กับสึบารุ  ฮึก.. ไม่อยุ่กับน้องแล้วเหรอครับ?"

เจ้าตัวเล็กน้ำตาคลอ คืนนี้สึนะดูแปลกไป หลังจากเล่านิทานให้สึบารุฟังจบ สึนะก็เอาแต่เงียบมองออกไปยังนอกหน้าต่างราวกับกำลังคิดอะไรอยุ่  เด็กน้อยยื่นมือป้อมๆไปกุมมือแม่ทั้งน้ำตา ถึงแม่จ๋าจะบอกเสมอว่าเป็นผุ้ชายห้ามร้องไห้ แต่สึบารุเสียใจที่จู่ๆแม่ก็จะจากไปแบบนี้

“แม่คงไม่ได้อยุ่จนสึบารุเติบโต แม่เอง.. ก็ไม่อยากจากสึบารุไปเหมือนกัน แต่.. แต่แม่ทำเพื่อน้อง เพราะฉะนั้น.. ดูแลน้องแทนเเม่นะครับ"

นั่นคือคำพูดที่สึนะได้เอ่ยขอสึบารุเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งที่สึนะได้เลือกในครั้งนี้ คือเจ้าตัวน้อยในท้องหาใช่ชีวิตของตน

ถึงจะไม่รุ้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร ถึงจะไม่รุ้ว่าตนเองจะทนได้ถึงวันคลอดหรือไม่ แต่.. เขาก็จะไม่ทำเรื่องโหดร้ายด้วยการทำแท้งเด็กในท้องแน่นอน

น้ำตาใสๆไหลเอ่อคลอเบ้า เขารุ้ดีว่าตนเองกำลังจะตาย และเวลานั้นก็ช่างสั้นเหลือเกิน

คำๆหนึ่งที่สึนะจำได้ดีก็คือ คำพูดของพี่เรย์ที่เคยบอกเขาว่า คนที่มีปานรุปพระจันทร์เสี้ยวจะนำพาความสุขมาให้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไร้วี่แววของคนๆนั้น คนตัวเล็กมองหน้าลูกชายที่ผล็อยหลับไปแล้ว พลางยิ้มขื่น ต่อให้คนๆนั้นจะมาช่วยตอนนี้ ทุกอย่างมันคงจะ...สายเกินไป

.

.

.

เวลาสองเดือนที่เหลืออยุ่นี้ สึนะพยายามปูทางชีวิตให้กับเด็กน้อยทั้งสอง เด็กหนุ่มทำงานส่งสึบารุเข้าเรียนเตรียมอนุบาล เก็บเงินใส่ธนาคารเเละทำประกันให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนไว้ล่วงหน้า

เสื้อผ้าของสึบารุที่เคยใส่ก็ถูกส่งต่อให้เด็กน้อยในท้อง รวมทั้งของเล่นต่างๆด้วย เพราะสึบารุไม่ใช่เด็กซนของเล่นจึงมีสภาพดีแทบทุกชิ้น ไม่เว้นแม้เเต่เสื้อผ้าตัวเล็กๆด้วย

ผ่านไปหนึ่งเดือน ทุกอย่างดูปกติจนสึนะอดแปลกใจไม่ได้ อาราตะไม่มาหาเขาอีกเเล้ว เงียบหายเข้ากลีบเมฆราวกับเลิกหวังที่จะพาสึนะเเละลูกกลับไป อาการทางร่างกายก็ไม่มีให้เห็นซึ่งแบบนี้มันผิดปกติจากที่เคยเป็นมา

“สึนะ มีเอกสารส่งถึงนายน่ะ"

นัตสึที่ออกไปปิดประตูร้านหยิบจดหมายที่เสียบอยุ่ในกล่องจดหมาย และดูเหมือนว่ามันคงจะเพิ่งส่งมาในวันนี้

“งั้นพี่กลับบ้านก่อนนะ อาไปแล้วนะสึบารุฝากดูแลแม่ด้วยนะครับ”

“คร้าบ"

เจ้าตัวเล็กรับคำก่อนจะออกไปส่งนัตสึหน้าประตูห้อง

สึนะยิ้มให้กับความน่ารักของสึบารุเเละนัตสึที่หอมแก้มลากัน ก่อนจะหลุบตาต่ำมองเอกสารฉบับนั้นที่ถูกแกะออกมาจากซอง

เอกสารที่ดิน ที่ครั้งนึงถูกโอนเป็นชื่อสึนะแต่ตอนนี้ เจ้าของร้านเบเกอร์รี่กลับเป็น.. อาราตะ

คิ้วเรียวขมวดยุ่ง เป็นอย่างที่คิดจริงๆในวันนั้นอาราตะเอาเอกสารที่ดินจากห้องเขาไป

อาราตะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร พลันดวงตากลมก็เหลือบเห็นข้อความเล็กๆที่ซ่อนอยุ่ด้านหลัง

‘มาเจอฉันที่ ร.พ xxx พรุ่งนี้บ่าย’

. . .

โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ไม่น่าเชื่อว่าจะตั้งอยุ่ใจกลางป่าแบบนี้ สึนะมาถึงที่นี่ในช่วงบ่าย หลังจากจ่ายค่ารถแท็กซี่เสร็จคนตัวเล็กก็เดินเข้าไปในตึก ดวงตากลมกวาดตามองหาคนที่ทำให้เขามาที่นี่

“สึนะ.. ฉันคิดว่านายจะไม่มาแล้วซะอีก"

เสียงที่คุ้นเคยทำให้สึนะหันกลับไปมองคนที่เดินมาหาเขาจากด้านหลัง

อาราตะยิ้มให้สึนะและมาพร้อมกับนายแพทย์ฝรั่งคนหนึ่ง

“ส่งเอกสารที่ดินตัวจริงมาให้ผม นั่นเป็นร้านที่ไคโดเขามอบให้ผม"

สึนะเลิกที่จะสงสัยก่อนจะรีบทวงสิ่งที่ตนต้องการ

“ฉันไม่คืนให้ นายจะไม่ได้คืนจนกว่าร่างกายจะหายดี”

“ร่างกายผมมันเกินเยียวยาแล้ว ต่อให้คุณจะเอาหมอคนไหนมา คิดเหรอว่าจะรักษาร่างกายผมได้ เป็นคุณเองไม่ใช่เหรอที่ต้องการให้ผมตายตั้งแต่เเรก เป็นคุณเองไม่ใช่เหรอที้ฉีดยานรกนั่นให้ผม!"

“ตอนนี้ฉันถึงต้องการรักษาร่างกายของนายอยุ่นี่ไง”

“เพื่ออะไรล่ะ.. จะให้ผมมีชีวิตต่อเพื่อให้คุณได้ตามมารังควานแบบนี้น่ะเหรอ!"

สิ้นคำ คนตัวเล็กก็รีบหันหลังกลับ เขารุ้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเอาซะเลย แต่เเล้ว .. ใครอีกคนก็เข้าประชิดตัว บอดี้การ์ดคนสนิทของอาราตะที่เเอบซุ่มดูอยุ่ เข้ามาประกบหลังเด็กหนุ่มก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าถูกปิดลงบนจมูกสึนะ จนร่างเล็กสลบไปเพราะฤทธิฺ์ยาในที่สุด

. . .

“แย่แล้ว... เด็กคนนี้กำลังตั้งท้อง เราจะทำการรักษาไม่ได้ถ้าคนไข้ยังท้องอยุ่”

อาราตะเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วครุ่ สึนะกำลังท้องงั้นเหรอ

แล้ว...ท้องกับใคร

“จะเอายังไงต่อ มึงก็รุ้ว่าเด็กนี่เหลือเวลาไม่มาก ถ้าปล่อยให้ท้องต่อไป สึนะมีโอกาสรอดแค่ไม่กี่เปอร์เซ็น และไม่แน่.. อาจจะตายก่อนคลอดด้วยซ้ำ"

เสียงหมอ เพื่อนสนิทของอาราตะเอ่ย เขามาสมทบทีหลัง หลังจากประสานงานเรียกตัวหมอจากอเมริกามาให้อาราตะถึงที่ญี่ปุ่น

ทุกคนในห้องต่างยืนหน้าเครียด หลังจากทำการเอ็กซเรย์และดูอาการช่วงที่สึนะสลบ ผลที่ได้กลับมีแต่ความเสี่ยง

เขา..ควรทำยังไงดี

ระหว่างคนที่รักที่ไกล้จะตายอยุ่ต่อหน้า และอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดออกมา 

“ถ้าเอาเด็กออกตอนนี้... สึนะจะไม่ตายใช่มั้ย? ”









##### ไม่ได้ปล่อยให้ค้างนะครับ ผมแค่ตันน่ะ มันคิดอะไรไม่ออก. ไม่มีอารมณ์จะเเต่งเลย เครียดไปหมดแปดด้าน ฮือออ

ต่อจากตอนนี้ คงต้องรอกันอีกยาวนะ เพราะผมตีบตันมาก ขอโทษทุกคนล่วงหน้าจริงๆ ผมจะกลับมาแต่งต่อแน่นอน แต่ยัง..ไม่ใช่ตอนนี้ รวมทั้งหอคอยสีขาว ภาค2ด้วยนะครับ (ฮืออ)

ระหว่างนั้น จะขอ แต่งนิยายเรื่องสั้นตอนเดียวจบไปพลางๆก่อนนะครับ ขอบคุณและขอโทษทุกกำลังใจที่มีให้ผมเสมอมาครับ ข้าวปั้นแซลม่อน


ความคิดเห็น