Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่55 “ลงเอย” (The End)

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่55 “ลงเอย” (The End)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2561 13:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่55 “ลงเอย” (The End)
แบบอักษร

...สามปีผ่านไป...

ตอนนี้บุตรชายคนโตของธนาธิปและมนสิชากำลังเข้าสู่วัยเรียนแล้ว ธนาธิปเลือกให้บุตรชายคนโตเรียนโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน เพื่อที่ลูกน้อยของเขาจะได้ไม่ต้องรีบตื่นไปโรงเรียนแต่เช้าเพราะต้องเผชิญกับปัญหารถติดเหมือนเด็กเมืองทั่วๆ ไป ธนาธิปเป็นคุณพ่อที่คิดการณ์ไกล เขามักจะวางแผนในการดำเนินชีวิตเอาไว้ล่วงหน้าเสมอหลังจากที่มีหนูน้อยทั้งสามคนให้ต้องดูแล และยิ่งตอนนี้กำลังจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ทำให้ธนาธิปต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีก

ฝาแฝดทั้งสองคนอยู่ในวัยกำลังโตและเริ่มเรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองมากขึ้น ทำให้คุณแม่แบบมนสิชาห้ามละสายตาไปจากหนูน้อยทั้งสองคนโดยเด็ดขาด เพราะนั่นอาจจะหมายถึงความปลอดภัยของหนูน้อยทั้งสองคนด้วยนั่นเอง ถึงแม้ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอจะมากขึ้นแต่มนสิชาก็เต็มใจและมีความสุขกับการดูแลลูกๆ ทั้งสามคนของเธอด้วยตนเอง


...เช้าวันแรกของการไปโรงเรียน...

เด็กชายนราธิป จารุพิชญา หนือน้องนักรบ ซึ่งเป็นพี่คนโตของบ้านกำลังจะไปโรงเรียนแล้ว วันนี้เด็กชายนราธิปตื่นแต่เช้าโดยไม่ร้องไห้โยเยเลย เด็กชายนราธิปรีบตื่นขึ้นมาอาบน้ำทันทีที่มารดาเข้ามาปลุก มนสิชามีความสุขที่เห็นเด็กชายนราธิปพยายามจะอาบน้ำและแต่งตัวด้วยตนเอง ซึ่งตอนนี้เด็กชายนราธิปอยู่ชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้วกำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กับมารดาเพื่อเตรียมพร้อมที่จะลงไปรับประทานอาหารเช้า

อาจเป็นความโชคดีของมนสิชาที่เธอพยายามให้ลูกน้อยทั้งสามคนของเธอช่วยเหลือตนเองตั้งแต่เด็กๆ รวมถึงฝึกวินัยในเรื่องต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่เธอได้สอนลูกๆ ทั้งสามคนเอาไว้ ตอนนี้ก็เริ่มเห็นผลแล้วสินะ

“ว้าว ลูกชายของแม่เก่งจังเลยครับ ตื่นแต่เช้าดูแลตัวเองเสร็จเรียบร้อย พร้อมที่จะลงไปรับประทานอาหารแล้วใช่มั๊ยครับ” มนสิชาเอ่ยชมบุตรชาย

“ผม-โต-แล้ว-ครับ-คุณ-แม่”

“ผม-เป็น-พี่-ชาย-คน-โต”

“ผม-ต้อง-เป็น-ตัว-อย่าง-ให้-กับ-น้อง-ครับ” เด็กชายนราธิปตอบมารดา

“งั้นเราลงไปหม่ำๆ ข้าวกันนะครับ วันนี้แม่ทำของโปรดของนักรบไว้ให้ด้วยครับ” มนสิชาชวนบุตรชายลงไปรับประทานอาหารเช้าด้านล่าง

“คุณ-แม่-มะ-ปราง-ของ-ผม-น่า-รัก-ที่-สุด-ใน-โลก-เลย-ครับ”

“ไป-ครับ-ผม-หิว-แล้ว-ครับ” เด็กชายนราธิปเอ่ยชวนมารดาลงไปรับประทานอาหารทันทีเมื่อรู้ว่ามารดาเตรียมทำอาหารที่เป็นของโปรดไว้ให้ทาน

“ไปครับคนเก่ง” มนสิชาจูงลูกน้อยเดินลงบันไดไปทันที

อาหารถูกนำมาวางรอที่โต๊ะอาหารก่อนที่เด็กชายนราธิปและมนสิชาจะลงมา เมื่อเด็กชายนราธิปเห็นก็อดที่จะถูกใจไม่ได้ เพราะมื้อเช้ามื้อนี้มีไข่ตุ๋นกุ้งที่เป็นของโปรดของเด็กชายนราธิปวางรอเอาไว้แล้ว

“มาครับ มานั่งตรงนี้ วันนี้ทานเองอย่าให้หกเลอะเสื้อนักเรียนนะครับ” มนสิชาอุ้มลูกน้อยนั่งประจำที่พร้อมกับเตือนให้ทานอาหารอย่างระมัดระวัง

“ครับ-คุณ-แม่”

“สองคนแม่ลูกทำอะไรกันอยู่ครับ” ธนาธิปที่เป็นบิดาเอ่ยทักเมื่อเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร

“สะ-หวัด-ดี-ครับ-คุณ-พ่อ” เด็กชายนราธิปเอ่ยทักทายบิดา พร้อมกับพนมมือไหว้อย่างสวยงาม

“ผม-กำ-ลัง-ทาน-ข้าว-ครับ” เด็กชายนราธิปตอบบิดา

“คุณ-พ่อ-มา-ทาน-ข้าว-ด้วย-กัน-นะ-ครับ” เด็กชายนราธิปเอ่ยชวนบิดา

“ครับ คุณพ่อกำลังหิวเลย มาครับ ทานเยอะๆ นะครับ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วคุณพ่อจะไปส่งที่โรงเรียนนะครับ” ธนาธิปพูดคุยกับบุตรชายอย่างอารมณ์ดี

“เย้ๆๆ วัน-นี้-คุณ-พ่อ-กับ-คุณ-แม่-จะ-ไป-ส่ง-ผม-ที่-โรง-เรียน” เด็กชายนราธิปส่งเสียงร้องอย่างดีใจ

มนสิชายิ้มเอ็นดูในความน่ารักของบุตรชายที่กำลังพูดคุยโต้ตอบกับบิดา เด็กชายนราธิปยิ่งโตมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเลี้ยงง่ายมากขึ้นเท่านั้น


ธนาธิปทำหน้าที่คุณพ่อที่แสนดีขับรถไปส่งบุตรชายไปโรงเรียนเป็นวันแรก

“คุณ-พ่อ-ครับ-ที่-โรง-เรียน-มี-เพื่อน-เยอะ-มั๊ย-ครับ” เด็กชายนราธิปถามบิดา

“ที่โรงเรียนมีเพื่อนๆ เยอะแยะเลยครับ แต่ว่าลูกต้องไม่เกเรพื่อนนะครับเพื่อนๆถึงจะรักและอยากเป็นเพื่อนกับลูก” ธนาธิปตอบบุตรชาย

“อ่อ-ครับ-ผม-จะ-ไม่-แกล้ง-เพื่อน-ครับ-คุณ-พ่อ” เด็กชายนราธิปรับคำบิดา

“คุณ-แม่-ครับ-คุณ-ครู-ใจ-ดี-มั๊ย-ครับ” เด็กชายนราธิปหันมาถามมารดาบ้าง

“คุณครูใจดีทุกคนครับ แต่ว่าลูกต้องตั้งใจเรียนนะครับคุณครูถึงจะรักและใจดีกับลูก” มนสิชาตอบคำถามบุตรชาย

“ครับ-คุณ-แม่-ผม-จะ-เป็น-เด็ก-ดี-ตั้ง-ใจ-เรียน-ครับ” เด็กชายนราธิปให้สัญญากับมารดา

“คุณ-พ่อ-ครับ-ที่-โรง-เรียน-มี-ของ-เล่น-มั๊ย-ครับ” เด็กชายนราธิปถามบิดาอีกครั้ง

“มีครับ แต่คุณครูจะเป็นคนอนุญาตให้ลูกเล่นนะครับ ลูกห้ามเล่นของเล่นก่อนได้รับอนุญาตจากคุณครูนะครับ” ธนาธิปตอบบุตรชายพร้อมกับสอน

“ครับ-ผม-จะ-ไม่-แอบ-ไป-เล่น-ของ-เล่น-ครับ” เด็กชายนราธิปบอกกับบิดา

เสียงเด็กชายนราธิปถามโน้นนี่นั่นอย่างเจื้อยแจ้วไปตลอดทางจากบ้านจนถึงโรงเรียน พ่อและแม่อย่างธนาธิปและมนสิชาก็ไม่เคยเบื่อที่จะตอบคำถามของบุตรชายเลยสักนิดเดียว ซึ่งช่วงเวลาทองแบบนี้จะอยู่กับพวกเขาอีกแค่ไม่นานเท่านั้น เมื่อลูกๆ โตขึ้น ช่วงเวลาแบบนี้คงเกิดขึ้นได้ยากแล้ว ดังนั้นมีเวลาให้เก็บเกี่ยวเอาความสุขเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ไว้ มีหรือที่ธนาธิปและมนสิชาจะไม่ทำ


เมื่อมาถึงที่โรงเรียนธนาธิปนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงเรียนเรียบร้อยแล้วทั้งสามคนจึงเดินจูงมือกันเพื่อเข้าโรงเรียนโดยธนาธิป รับหน้าที่สะพายกระเป๋าเป้ของบุตรชายไว้เอง ภาพพ่อ แม่ ลูก เดินจูงมือกันแบบนี้เป็นที่น่าประทับใจสำหรับคนที่พบเห็นยิ่งนัก

“นักรบครับสวัสดีคุณครูก่อนครับลูก” ธนาธิปเอ่ยบอกบุตรชาย

“สะ-หวัด-ดี-ครับ-คุณ-ครู” เด็กชายนราธิปรีบพนมมือไหว้เพื่อแสดงความเคารพคุณครูตามที่บิดาบอก

“สวัสดีครับน้องนักรบ” คุณครูที่อยู่หน้าประตูโรงเรียนเอ่ยทักทายกลับมาเช่นกัน

จากนั้นธนาธิปและมนสิชาจึงจูงมือเด็กชายนราธิปเพื่อไปส่งยังห้องเรียนของบุตรชาย

“สะ-หวัด-ดี-ครับ-คุณ-ครู” เด็กชายนราธิปทำความเคารพคุณครูด้วยตนเองโดยที่ไม่ต้องให้บิดาบอก

“สวัสดีครับ” คุณครูเอ่ยทักทายกลับมาเช่นกัน

มนสิชาและธนาธิปก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยทักทายคุณครูของบุตรชายเช่นกัน จากนั้นจึงฝากฝังบุตรชายของตนกับคุณครูก่อนที่จะจากไป

เด็กชายนราธิปไม่ร้องไห้โยเยเลยแม้แต่น้อย ทำให้แม่อย่างมนสิชาไม่รู้สึกกังวลใจ เพราะหลายๆ ครอบครัวหลังจากที่ส่งหนูน้อยเข้าห้องเรียนไปแล้วก็ยังคงแอบดูลูกๆ อยู่ด้านนอกห้องเรียนเต็มไปหมด แต่มนสิชาและธนาธิปไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะพวกเขาไม่อยากไปสร้างความกดดันให้กับคุณครูที่จะต้องคอยดูแลเด็กๆ


...สองเดือนต่อมา...

มนสิชาและธนาธิปยังคงทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมในการไปรับและไปส่งเด็กชายนราธิปไปโรงเรียน

ทุกๆ วันเด็กชายนราธิปจะได้รับคำชมจากคุณครูเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน

“วันนี้น้องนักรบช่วยคุณครูดูแลเพื่อนๆ ขณะไปเล่นเครื่องเล่นสนามค่ะผู้ปกครอง น้องนักรบเจอน้องแก้มใสหกล้มและนั่งร้องไห้อยู่ก็รีบช่วยพยุงเพื่อนเดินมาหาคุณครูค่ะ น้องนักรบเป็นเด็กดีมากๆ เลยนะคะ น้องเป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่แสนน่ารักของคุณครูค่ะ” คุณครูพรนภาเอ่ยชมเด็กชายนราธิปให้บิดาและมารดาฟัง

“ขอบคุณคุณครูนะคะที่เอ็นดูน้องนักรบ” มนสิชาเอ่ยขอบคุณคุณครู


กลางดึกคืนนั้นมนสิชารู้สึกเจ็บท้อง เธอรับรู้ได้ว่าคงถึงกำหนดคลอดแล้ว มนสิชารีบบอกกับสามีเพื่อให้พาเธอไปโรงพยาบาลทันที ท้องที่สามนี้ครบกำหนดคลอดเร็วกว่าท้องที่สองที่ผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์

“โอ๊ะ!! พี่จอมทัพค่ะพาปรางไปโรงพยาบาลหน่อยค่ะ ปรางปวดท้องค่ะ” มนสิชาบอกกับสามีที่นอนหลับอยู่ข้างๆ กัน

“มะปรางใจเย็นๆนะครับ สูดลมหายใจลึกๆ นะ เดินไหวมั๊ย” ธนาธิปตกใจไม่แพ้กันแต่ก็พยายามตั้งสติ

“โอ๊ะ!! ไหวค่ะ” มนสิชาตอบ

ธนาธิปโทรจัดการทุกอย่างเรียบร้อยระหว่างที่เดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาล เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่พามนสิชาไปที่ห้องคลอดทันที ธนาธิปเองก็เตรียมตัวที่จะเข้าห้องคลอดเพื่อเป็นกำลังใจให้กับภรรยาด้วย

ช่วงวินาทีแห่งชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะได้ออกมาสู่โลกกว้างใบใหม่ คนที่เป็นพ่อและแม่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ผ่านไปไม่กี่นาทีเท่านั้นสาวน้อยก็ส่งเสียงร้องดังออกมา ทำให้คนเป็นพ่อและแม่น้ำตาไหลด้วยความยินดี

“อื้ออออออออออ” มนสิชาออกแรงเบ่ง

“อุแว้ อุแว้ ๆ ๆ ๆ ๆ” ทารกน้อยร้องเสียงดัง

“ลูกคลอดแล้วมะปราง ขอบใจนะที่ทนลำบากอุ้มท้องเพื่อความสุขของพี่” ธนาธิปก้มจูบลงที่หน้าผากของภรรยาเบาๆ พร้อมกับยกมือเช็ดคราบน้ำตาของความดีใจออกให้ภรรยาด้วย

“ค่ะ” มนสิชาพยักหน้าและยิ้มตอบกลับไป


ตอนนี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วยเพื่อรอพบเด็กหญิงมนฑกานต์ จารุพิชญา หรือน้องแตงไทย ที่เป็นน้องนุชคนสุดท้องของบ้าน

(((...ก๊อกๆ...)))

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับพยาบาลที่นำรถเข็นที่มีหนูน้อยมาให้มารดาเพื่อให้หนูน้อยดื่มน้ำนมครั้งแรก เด็กหญิงมนฑกานต์นอนลืมตาแป๋ว แต่ไม่ได้ส่งเสียงร้อง หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู ปากนิด จมูกหน่อย ผิวขาวราวน้ำนม เส้นผมดำหนา ลูกสาวของมนสิชาและธนาธิปน่าเอ็นดูยิ่งนัก

เมื่อทุกคนในครอบครัวได้เห็นเด็กหญิงมนฑกานต์ครั้งแรกก็ต่างตื่นเต้นและยินดีไม่แพ้กับผู้เป็นพ่อเป็นแม่เลย


...หลายปีต่อมา...

จากเด็กน้อยในวันวานที่ต้องมีพ่อและแม่คอยดูแล ทุกวันนี้เด็กๆ โตกันหมดแล้ว สามรถดูแลตัวเองได้ ธนาธิปและมนสิชาไม่บังคับลูกในเรื่องการเรียน ถ้าเด็กๆมีความชอบและถนัดในเรื่องใดทางครอบครัวจะคอยส่งเสริมเท่านั้น เพราะความสุขของลูกสำคัญกับคนเป็นพ่อและแม่เช่นเขาและเธอ

นายนราธิป จารุพิชญา หรือนักรบ อายุสิบเจ็ดปี กำลังก้าวเข้าสู่การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยของรัฐบาลในคณะวิศวกรรมศาสตร์

นายพลาธิป จารุพิชญา หรือขุนศึก อายุสิบห้าปี กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ สายวิทย์-คณิต

นายธราธิป จารุพิชญา หรือขุนพล อายุสิบห้าปี กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่สีี สายศิลป์-คำนวน

และเด็กหญิงมณฑกานต์ จารุพิชญา หรือน้องแตงไทย อายุสิบสามปี กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง

หลายปีที่อยู่ด้วยกันมา ความรัก ความห่วงใย ความเอาใจใส่จากธนาธิปที่มีต่อมนสิชาไม่เคยลดน้อยลงเลยสักนิดเดียวถึงแม้ตอนนี้ลูกๆ ของเขาและเธอ จะโตเป็นหนุ่ม เป็นสาวกันหมดแล้วก็ตามที แต่ความเสมอต้นเสมอปลายในเรื่องความรักของธนาธิปมนสิชาก็รับรู้ได้เสมอ

...The End...


(((...ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอาจจะไม่ได้เป็นครอบครัวที่เริ่มต้นจากความรักเท่านั้น แต่การที่เรารู้จักเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ก็ทำให้ความรักคงอยู่ต่อไปได้ไม่ยาก...)))

😍นิยายเรื่องที่สามของไรท์จบแล้วนะคะ 🙏🏼ขอบคุณลีดที่เข้ามาอ่าน 🙏🏼ขอบคุณที่กดไลก์ 🙏🏼ขอบคุณทุกคำติชมที่ทำให้ไรท์นำมาพัฒนาตัวเอง/เป็นกำลังใจ❤️

😅ยังคงยืนยันว่าการแต่งนิยายไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดค่ะ 😊 ไว้พบกันใหม่ในเรื่องต่อๆ ไปนะคะ

🙏🏼🙏🏼ขอโทษที่แต่งๆ แล้วหายไปนะคะ เพราะช่วงนี้งานของไรท์เยอะจริงๆ ค่ะ 💕

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น