หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ขออนุญาตปรับลดตอนเรื่อง ลิขิตรักข้ามภพ เป็นวันละ 1 ตอน เมื่อเพิ่มตอนแล้วจะแจ้งให้ทราบทันที ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

บทที่ 12 รัชทายาทฉี

ชื่อตอน : บทที่ 12 รัชทายาทฉี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2561 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 รัชทายาทฉี
แบบอักษร

ทุกสิ่งเตรียมพร้อมขาดเพียงลมบูรพา* นางโยนลวดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม แล้ววางกุญแจมือไว้ที่พื้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ค่อยๆ แตะไปที่ประตู พริบตาเดียวก็สะเดาะกลอนประตูได้

ทุกคนที่อยู่ด้านนอกต่างก็ตกอยู่ในห้วงนิทราท่ามกลางความเงียบสงัด

ในห้องพิจารณาคดีที่กว้างขวาง ยังคงมีเสียงกรีดร้องของชายที่ได้รับการทรมานดังออกมา ชายคนนี้ถูกผู้คุมจิตเพี้ยนอย่างผู้คุมเซินทรมานมาแล้วหนึ่งคืน ในขณะนี้ลมหายใจเริ่มรวยริน คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ชิงเซี่ยไม่อาจไปช่วยคนอื่นได้ ร่างกายและมือเท้าของนางขยับราวกับแมวเสือดาว สัมผัสไปที่ประตูเหล็ก แล้วเปิดออกอย่างเงียบเชียบ สำหรับนางแล้วกุญแจของสมัยนี้ก็เป็นเหมือนกับของเล่นของเด็กๆ ไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็สามารถจัดการได้เรียบร้อย

ในวินาทีที่จะเปิดประตู ชิงเซี่ยก็หันไปมองเป็นครั้งสุดท้าย จากวันนี้ไปจวงชิงเซี่ยได้ตายไปแล้ว คนที่มีชีวิตอยู่คือถังเสี่ยวซือ

ในใจของนางมีความสุขตีพุ่งขึ้นมา แล้วมุมปากก็ยกยิ้มทันที ลาล่ะ ฉู่หลี!

“โครม!”

ในขณะที่ชิงเซี่ยกำลังจะไปเปิดประตูคุก กองกำลังจำนวนมากก็กรูกันเข้ามา ประตูเหล็กขนาดใหญ่ถูกเตะเป็นเสียงดัง ร่างกายของชิงเซี่ยชะงักนิ่ง นางรีบหลบอย่างฉับพลันทันที ภายใต้แสงจากโคมไฟ ดวงตาแหลมคมทั้งคู่ของนางยังดูคล่องแคล่วราวกับเสือดาวไม่ปาน

 “พวกเจ้าเป็นใคร? กล้าดีอย่างไรบุกเข้ามาในต้าซือฝู่!” เสียงดังของประตูเหล็กปลุกยามให้ตื่นขึ้น พริบตาต่อมา ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มเข่นฆ่ากัน

ในคุกที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะดังไปทั่ว ชิงเซี่ยได้แต่ยืนหลบอยู่ในมุมอับสายตา ตอนนี้นางยังไม่ถูกพบตัว แต่ในช่วงที่กำลังหลบหนีอยู่กลับถูกคนเข้ามาขัดขวางจนได้ คิ้วของชิงเซี่ยอดที่จะขมวดเข้าหากันไม่ได้ นางไม่รู้ว่าในคุกนี้ขังคนสำคัญคนไหนไว้ แต่พวกเขาคงคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง

“นายท่าน! คนไม่อยู่!” เสียงร้องดังออกมาเสียงหนึ่ง แล้วก็มีคนกระโดดออกมาจากห้องขังของชิงเซี่ย จากนั้นก็ตะโกนเรียกชายชุดดำที่อยู่หน้าประตู

“ไม่อยู่หรือ?” จู่ๆ เสียงแหบของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น ชายชุดดำสวมผ้าปิดหน้า ทำให้เห็นเพียงคิ้วและดวงตาคม เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วร่างกายก็ขยับอย่างรวดเร็ว เขาคว้าเอาผมและคอของนักโทษคนหนึ่งไว้ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม “บอกมา จวงชิงเซี่ยอยู่ที่ไหน?”

ตามหานาง? ชิงเซี่ยเลิกคิ้วขึ้น เป็นมิตรหรือศัตรู เข้ามาช่วยหรือเข้ามาฆ่ากันแน่? จู่ๆ ก็มีชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของชิงเซี่ย หรือว่าจะเป็นตันเฟย?

“นี่! ตรงนี้ยังมีอีกคน!”

ใต้แสงเย็นเยือก ชิงเซี่ยขยับกายอย่างรวดเร็ว แล้วแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้น จากนั้นเส้นเลือดบนคอของนักโทษผู้นั้นก็ถูกตัดออก ชิงเซี่ยขยับร่างกายอย่างคล่องแคล่ว แล้วนางก็ไปคุกเข่าอยู่บนร่างของชายผู้นั้น จากนั้นก็พลิกมือจับมีดสั้นเอาไว้ หยัดตัวแล้วพุ่งไปถีบหน้าอกของชายชุดดำ จากนั้นก็ม้วนตัวพลางหยิบดาบขึ้นมาสองเล่มแล้ววิ่งหนีไป

“จับนางไว้! อย่าให้หนีไปได้!” ชายชุดดำตะโกนเสียงดัง แต่ก่อนที่คนกลุ่มใหญ่จะวิ่งออกมา ปลายแหลมคล้ายมังกรก็พุ่งเข้ามา ชิงเซี่ยถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า นั่นคือดาบในตำนานอย่างนั้นหรือ? ชิงเซี่ยเชี่ยวชาญในการต่อสู้และการใช้อาวุธ แต่ในยุคที่ใช้ดาบเป็นอาวุธ กลับยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

นางอาศัยความสามารถอันยอดเยี่ยมของตน จึงสามารถหลบหลีกแรงปะทะจากพวกผู้ชายมาได้ ในขณะที่ต่อสู้อยู่นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งก็กวาดมีดออกมาใกล้กับใบหน้าของชิงเซี่ย ผ้าคลุมปิดหน้าของนางจึงหลุดออกไป ด้วยชิงเซี่ยหันหลังให้ชายหนุ่มคนนั้นอยู่ นางจึงถูกดาบยาวของเขาจ่อจากทางด้านหลังจนไม่อาจถอยหนีได้ ทว่าเมื่อเห็นโอกาสจึงรีบโต้กลับทันที ชิงเซี่ยทั้งดุดันและแข็งแกร่ง นางใช้แรงจากเอวหมุนตัวไปโดยไม่คำนึงว่าจะถูกดาบเลยแม้แต่น้อย ช่วงเวลาครู่เดียวมีดสั้นของนางก็จ่อกลับไปหมายเอาชีวิต

“ชิงเซี่ย?” ดวงตาใต้คิ้วงามเบิกกว้าง ชายชุดดำเรียกชื่อนางออกมาครั้งหนึ่ง

ชิงเซี่ยไม่ได้ยิน นางขมวดคิ้วแน่น เห็นเพียงเลือดที่ไหลออกมาเท่านั้น แล้วมีดสั้นในมือก็พุ่งไปที่หน้าอกของชายหนุ่มคนที่นางกำลังสู้อยู่ด้วย!

“นายท่าน!” เสียงนับไม่ถ้วนดังขึ้นมา คนหลายคนเริ่มขยับตัว และมุ่งเป้าไปที่ศีรษะของชิงเซี่ยด้วยความโกรธ ไร้ซึ่งความเมตตา

ใบหน้าของชิงเซี่ยเย็นชา นางดึงมีดออกมาจากอกของชายหนุ่มคนนั้น เลือดพุ่งกระเซ็นออกมาที่หน้าของชิงเซี่ย แต่นางกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย ยังไม่ทันได้หายใจดาบหนักอีกเล่มก็กำลังพุ่งเข้ามา!

“หยุดมือ!” ชายชุดดำตะโกนออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงลูกศรดังขึ้นมา ปักเข้าไปที่หัวใจของชายคนที่ถือมีด คนผู้นั้นเบิกตาโพลง แล้วล้มลงไปกับพื้น

จากนั้นทหารชุดเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนก็บุกเข้ามาในคุกหลวง ชายคนแรกคิ้วคมตาสวย รอยยิ้มเปี่ยมด้วยเสน่หา สวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา หัวเราะเบาๆ พลางเดินออกมา เขามองไปที่ชายชุดดำก่อนจะยิ้มเอ่ย “องค์รัชทายาท ไม่ได้พบกันเสียนาน”

“ฉู่หลี?” ชิงเซี่ยตาเบิกกว้าง แล้วจ้องไปที่ฉู่หลีอย่างเอาเป็นเอาตาย เขา...มาอยู่ในคุกนี่ได้อย่างไร? แล้วความรู้สึกอย่างหนึ่งก็ตีตื้นเข้ามาในใจ

“ชิงเซี่ย เจ้าทำได้ดีมาก” ใต้ศรที่เย็นเยียบ ฉู่หลีดึงชิงเซี่ยเข้ามาข้างกายทันที แล้วแตะไปที่จมูกของชิงเซี่ยอย่างเอ็นดู ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ลำบากเจ้าแล้ว”

“เพราะอะไร?”

เสียงต่ำค่อยๆ ดังขึ้นมา ชายชุดดำดึงเอาผ้าปิดหน้าลง ใบหน้าของเขาซีดขาว แต่ก็ยังคงดูดี ทว่าเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเกลียดชัง เขามองมาที่ชิงเซี่ยด้วยสายตาเย็นชา พลางเอ่ยด้วยเสียงแหบต่ำ แล้วในดวงตาก็ราวกับมีดวงไฟลุกโชนอยู่ในนั้น

“ชิงเซี่ย เจ้ามาอยู่ข้างหลังข้า!”

มุมปากของฉู่หลียกขึ้นอย่างเย้ยหยัน เขาหัวเราะออกมา และเอ่ยด้วยเสียงเย็นว่า “ยิงธนู!”

ทันใดนั้น สีของเลือดก็ปรากฏขึ้น!


*ทุกสิ่งเตรียมพร้อมขาดเพียงลมบูรพา หมายถึงทุกอย่างได้ตระเตรียมไว้ พร้อมแล้ว ขาดเพียงสิ่งสำคัญอย่างเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น