มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (100%)

ชื่อตอน : 9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (100%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 : ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม (100%)
แบบอักษร

(ต่อ)

หลังจากเยี่ยมลุงชดที่โรงพยาบาลแล้ว พะนอขวัญก็รีบกลับบ้านทันที เมื่อลงจากรถเมล์ตรงปากทางเข้าบ้าน หญิงสาวก็ไม่ได้ใช้บริการรถรับจ้างใด ๆ อีก นั่นเป็นเพราะความต้องการที่อยากจะเดินแล้วใช้ความคิดเงียบ ๆ ไปด้วยมากกว่า เนื่องจากจิตใจของหล่อนยังยึดติดอยู่กับเรื่อง ๆ หนึ่งมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

เรื่องที่ว่าก็คือ 'ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม' แต่จะประสงค์อย่างอื่นด้วยหรือเปล่า อันนี้หล่อนก็ไม่รู้แน่

ด้วยเพราะหญิงสาวคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอก กับคนที่ไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้ากันมาก่อน แล้วจะสามารถหยิบยื่นเงินก้อนจำนวนเท่านี้มาให้อีกฝ่ายได้ง่าย ๆ 

เขาเป็นใครกันนะ? 

เขาต้องการอะไรกับการช่วยเหลือหล่อนในครั้งนี้ หรือแม้เจตนาจริง ๆ ของเขาจะให้มาด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ตาม ทว่า สิ่งที่บิดาหล่อนมาพร่ำสอนมาเสมอ ๆ ว่า ไม่ควรรับของ ๆ ใครมาโดยปราศจากการตอบแทน หรือหากตอบแทนไม่ได้ การกล่าวขอบคุณ ก็คือสิ่งที่คนเราควรทำต่อความอ่อนโยน ความมีเมตตาของคน ๆ นั้น

นี่ก็คืออีกความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่ในใจหล่อนด้วย

คนใกล้ตัวของหล่อน ก็ไม่มีใครรู้อีกแล้วว่าลุงชดนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล แถมรู้ด้วยว่าถึงคราวคับขันว่าหล่อนไม่มีเงินพอที่จะจ่ายกับค่ารักษาพยาบาลให้กับลุงชดแก ดังนั้น คนที่น่าสงสัยที่สุดในยามนี้ของหล่อนก็มีแค่...นายใบ้คนเดียวเท่านั้น

เพราะนายใบ้ เป็นคน ๆ เดียวที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวหล่อน ความจริงจะว่าไปแล้ว หล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายใบ้คนนี้เลย มากนอกจากการรับรองของลุงชดว่า นายใบ้คือชายที่กินอยู่แต่ในเรือ เร่ร่อนค้าขายไปตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ แถมแว่วเสียงลุงชดที่เคยพูดให้ได้ยินอีกว่า

'ใคร ๆ ก็ร่ำลือว่านายใบ้นี่มันมีเงินเก็บเอาไว้ในเรือเยอะเชียวนา เป็นผลมาจากความขยันหาของค้าขายไปตามแม่น้ำ ตามลำคลองนั่นน่ะ'

นายใบ้จะมีเงินมากมายถึงเพียงนั้นเชียว? 

คำถามมากมายที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ซึ่งพะนอขวัญคิดว่า ถ้าได้พบหน้านายใบ้อีกครั้ง  หล่อนจะถามเขาตรง ๆ ว่าได้เกี่ยวข้องกับผู้ไม่ประสงค์จะออกนามคนนั้นหรือไม่ 

"อ้าว! หลานสาวของลุง..."

พะนอขวัญที่กำลังเดินใช้ความคิดอยู่บนทางเท้าต้องสะดุ้งขึ้นกับเสียงห้าวนี้ หล่อนหันไปตามเสียงนั้นทันที เป็นสุรทินนั่นเองที่กำลังขับรถเก๋งคันเก่า ๆ พร้อมกับมองหล่อนอย่างเลียบ ๆ เคียง ๆ ไปด้วย

จากนั้นอีกฝ่ายก็ยื่นหน้าออกมาจากตัวรถ แล้วตะโกนบอก "ขึ้นรถสิ! ลุงกำลังจะไปบ้านหลานอยู่พอดี "

ไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ สุรทินก็ส่งเสียงสั่งอีก "เร็วสิหลาน!" 

"แต่ว่า..." พะนอขวัญพยายามจะหาเรื่องบ่ายเบี่ยงปฏิเสธ  แต่อีกฝ่ายก็ว่าอย่างดักคอ

"...หรือหลานไม่ไว้ใจลุง"

"เปล่า ๆ ค่ะ!" หล่อนปฏิเสธเร็ว ๆ 

สุรทินจึงแค่นยิ้มอย่างพอใจ แล้วว่ามาอีก "ก็นั่นน่ะซี่ มีอะไรให้ไม่ไว้ใจกัน ก็เรามันเป็นลุงเป็นหลานกันแท้ ๆ เชียวนี่" 

สุรทินใช้คำว่าลุงและหลานแท้ ๆ ขึ้นมาอ้าง คงทำให้หญิงสาวลดความลังเลได้บ้าง อีกทั้งยังมองหญิงสาวด้วยความเรียบเฉย จนพะนอขวัญต้องผ่อนลมหายใจสั้น ๆ เพราะเห็นว่าระยะทางก็อีกไม่ไกลแล้วที่จะถึงบ้าน กลั้นใจนั่งรถไปกับอีกฝ่ายแค่ประเดี๋ยวเดียวเอง คงไม่มีอะไรกระมัง และหากหล่อนไม่ขึ้นรถผู้ที่อยู่ในฐานะลุงคงไม่เลิกตื้อแน่ ๆ 

"ค่ะ" แล้วหญิงสาวก็ตรงไปขึ้นรถเก๋งคันสีฟ้า เมื่อนั่งแล้ว สุรทินก็ขับรถไปปกติ แต่ได้ครึ่งทางเท่านั้น  กลับอุทานออกว่า 

"ตายจริง! ลุงลืมของไว้ที่บ้านเพื่อน ลุงขอกลับไปเอาของหน่อยนะ" 

"งั้น จอดให้ขวัญเดินต่อก็ไปก็ได้ค่ะ!" หล่อนรีบบอก พลางหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาทำท่าพร้อมจะลงจากรถ แต่...

"อื้อ! ไม่ต้องหรอก หลานไปเป็นเพื่อนลุงดีกว่า บ้านเพื่อนลุงก็อยู่ไม่ไกล  ถัดจากนี้ไปไม่กี่ซอยเอง จะเดินเองทำไมให้เหนื่อยเปล่า ๆ" 

พะนอขวัญกำมือแน่น ตัวเริ่มเกร็งขึ้น เมื่อสุริทนได้เพิกเฉยคำพูดของหล่อนเสีย จากนั้นก็รีบขับตรงไปที่ที่ตัวเองอ้างว่าเป็นบ้านเพื่อนแล้วลืมของสำคัญไว้ที่นั่นทันที!

.

จบตอนที่ 9

ขวัญเอ๊ยขวัญ งานงอกแล้ว …หนู --"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น