คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%

ชื่อตอน : บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 476

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 07:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%
แบบอักษร

“ปังงงง!!!!....”  

เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงที่โต๊ะทำงานของจุฑาธช จะมีใครกันล่ะที่ทำอย่างนั้นได้ นอกจากตัวเจ้าของโต๊ะทำงานคนเดียวนั้นแหละ  

“เธอทำงานประสาอะไรของเธอ ไม่ได้เรื่องเลย ไปทำมาใหม่ และฉันต้องการภายในวันนี้ เข้าใจนะ!!!!” และก็ตามมาด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดทรงอำนาจของเจ้าของโต๊ะคนเดิม 

ฉันทพิชญายื่นมือเรียวเล็ก ไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้ในมือ เลี่ยงเดินออกมาจากห้องนั้นทันที โดยไม่พูดแย้งอะไรออกมา เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปยังไงเปล่าประโยชน์ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของเธอ จะต้องหาเรื่องเธออย่างนี้อย่างแน่นอน และก็เป็นจริงตามที่เธอคิดไว้ซะด้วย  

‘เธอจะต้องรับกับเรื่องพวกนี้ให้ได้นะดาว เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณของครอบครัวนี้ให้ถึงที่สุด ไม่งั้นเธอจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนเนรคุณเอาได้นะ’ ฉันทพิชญานั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ สายตาจ้องมองอยู่ที่แฟ้มเอกสารเจ้าปัญหา ที่เธอถือออกมาจากห้องทำงานของ จุฑาธช สมองก็คิดให้กำลังใจตัวเองไป เพื่อไม่ให้ตนเองท้อและถอดใจไปแต่เนิ่นๆ 

ฉันทพิชญาเปิดแฟ้มเอกสารเจ้าปัญหานั้นออก นั่งอ่านรายงานการประชุม ที่เธอถอดคำพูดออกมาจากไฟล์เสียง ที่เธอได้อัดไว้ด้วยเครื่องอัดเสียง ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่ไม่โอเคสักคำ แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเขาอยากให้เธอทำใหม่ เธอก็จะทำให้ใหม่  

ฉันทพิชญาเปิดลิ้นชักออก หยิบเอาสายหูฟังออกมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเปิดไฟล์เสียงรายงานการประชุมฟังใหม่อีกรอบ ซึ่งไฟล์เสียงรายงานการประชุมดังกล่าว เธอได้นำมาจัดเก็บลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว 

ฉันทพิชญานั่งฟัง และเรียบเรียงคำพูดของผู้ที่เข้าร่วมประชุม เป็นภาษาเขียนแบบเป็นทางการ จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม การแก้ไขรายงานการประชุมดังกล่าวก็เสร็จสิ้นลง ฉันทพิชญาทำการกดปริ้นรายงานการประชุมออกมา จัดใส่แฟ้มเอกสาร ถือไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช ซึ่ง ณ เวลานั้น จุฑาธชได้ออกจากบริษัทเป็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ฉันทพิชญาวางแฟ้มเอกสารลงไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช  แล้วก็ออกมาเก็บอุปกรณ์สำนักงานให้เข้าที่เข้าทาง ปิดคอมพิวเตอร์ หยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากลิ้นชัก ลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิฟต์ เพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างของตึก และพอประตูลิฟต์เปิดออก ฉันทพิชญาก็รีบจ้ำเดินออกไปที่หน้าตึก ไปโดยสารรถเมล์กลับไปยังบ้านนราเกรียงไกรโดยเร็วไว 

: 

ฉันทพิชญามาถึงบ้านนราเกรียงไกร ก็เป็นเวลาเกือบจะสามทุ่ม  

“งานเยอะเหรอหนูดาว หรือว่าไอ้ธชมันกลั่งแกล้งอะไรเราหรือเปล่า?” เอกราชที่เดินลงมาจากชั้นบน เห็นฉันทพิชญาเดินเข้ามาในบ้านพอดี ก็ร้องถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย  

“คุณยชไม่ได้แกล้งหรอกค่ะ งานเยอะนะคะ ดาวไม่อยากให้คั่งค้าง ก็เลยทำให้เสร็จทีเดียวเลยน่ะค่ะ” ฉันทพิชญาไม่อยากให้จุฑาธช โดนตำหนิ จึงพูดแก้ต่างให้ไปอีกทาง 

“อืม!! แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังล่ะ?” เอกราชพยักหน้าเข้าใจ ถามขึ้นอีกด้วยความเป็นห่วง เพราะเอกราชเห็นฉันทพิชญา เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นแค่ลูกของลูกน้องคนสนิทก็เถอะ แต่เอกราชก็รักและเอ็นดูราวกับลูกหลานของตัวเองก็ไม่ปาน  

“ยังค่ะ แต่เดี๋ยวดาวไปทานค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง คุณราชลงมาต้องการอะไรหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวดาวไปเอาให้” ฉันทพิชญาตอบไปตามความเป็นจริง ก็เธอยังไม่ได้หาอะไรใส่ท้องจริงๆ นี้น่า แต่ก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร เพราะแค่ไข่เจียวเธอก็อิ่มแล้วล่ะ  

“โอ้ย! ไม่เป็นไรฉันไปเอาเองได้ หนูดาวไปหาอะไรกินแล้วไปพักผ่อนเถอะ” เอกราชโบกไม้โบกมือห้ามอย่างเร็วไว ไม่อยากให้ฉันทพิชญาต้องมาเหนื่อยด้วย จึงได้ไล่ให้ไปพักผ่อน ก่อนจะเดินเลยผ่านฉันทพิชญาไปยังห้องทำงาน 

ฉันทพิชญาจึงเดินไปห้องนอนของเธอ เพื่อเก็บกระเป๋าสะพาย และค่อยออกมาจากห้องนอน ไปยังห้องครัว ซึ่งในห้องครัวนั้น ฉันทพิชญาเห็นมีอาหารวางไว้ที่โต๊ะอาหาร โดยมีฝาชีครอบเอาไว้ ซึ่งนั้นแสดงว่า อาหารนั้นได้เก็บไว้สำหรับให้เธอกลับมารับประทานนั้นเอง ฉันทพิชญารู้สึกตื้นตันใจผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอ หลังจากบิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว  

ฉันทพิชญานั่งลงทานข้าวปลาอาหาร ที่วางอยู่บนโต๊ะจนอิ่ม แล้วจึงทำการเก็บล้างทำความสะอาด เก็บจานชามให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ เพื่อทำการพักผ่อนเอาแรง เพื่อว่าวันพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแต่เช้า เพื่อเริ่มต้นในการทำงานใหม่อีกครั้ง 

 

ความคิดเห็น