คีตาอักษร

ขอขอบคุณที่ช่วยสนันสนุนนะคะ

บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%

ชื่อตอน : บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 391

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ต.ค. 2561 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%
แบบอักษร

​“ปังงงง!!!!....”

เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงที่โต๊ะทำงานของ จุฑาธช จะมีใครกันล่ะที่ทำอย่างนั้นได้ นอกจากตัวเจ้าของโต๊ะทำงานคนเดียวนั้นแหละ “เธอทำงานประสาอะไรของเธอ ไม่ได้เรื่องเลย ไปทำมาใหม่ และฉันต้องการภายในวันนี้ เข้าใจนะ” และก็ตามมาด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดทรงอำนาจของเจ้าของโต๊ะคนเดิม

ฉันทพิชญา ยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาถือไว้ เลี่ยงเดินออกมาจากห้องนั้นทันที โดยไม่พูดแย้งอะไรออกมา เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปยังไงเปล่าประโยชน์ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของเธอ จะต้องหาเรื่องเธออย่างนี้อย่างแน่นอน และก็เป็นจริงตามที่เธอคิดไว้ซะด้วย 

‘เธอจะต้องรับกับเรื่องพวกนี้ให้ได้นะดาว เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณของครอบครัวนี้ให้ถึงที่สุด ไม่งั้นเธอจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนเนรคุณเอาได้นะ’ ฉันทพิชญา นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ สายตาจ้องมองอยู่ที่แฟ้มเอกสารเจ้าปัญหา ที่เธอถือออกมาจากห้องทำงานของ จุฑาธช สมองก็คิดให้กำลังใจตัวเองไป เพื่อไม่ให้ตนเองท้อและถอดใจไปแต่เนิ่นๆ

ฉันทพิชญา เปิดแฟ้มเอกสารเจ้าปัญหานั้นออก นั่งอ่านรายงานการประชุมที่เธอถอดคำพูดออกมาจากไฟล์เสียง ที่เธอได้อัดไว้ด้วยเครื่องอัดเสียง ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่ไม่โอเคสักคำ แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเขาอยากให้เธอทำใหม่ เธอก็จะทำให้ใหม่ ฉันทพิชญา เปิดลิ้นชักออก หยิบเอาสายหูฟังออกมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเปิดไฟล์เสียงรายงานการประชุมฟังใหม่อีกรอบ ซึ่งไฟล์เสียงรายงานการประชุมดังกล่าว เธอได้นำมาจัดเก็บลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว

ฉันทพิชญา นั่งฟังและเรียบเรียงคำพูดของผู้ที่เข้าร่วมประชุม เป็นภาษาเขียนแบบเป็นทางการ จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม การแก้ไขรายงานการประชุมดังกล่าวก็เสร็จสิ้นลง ฉันทพิชญา ทำการกดปริ้นรายงานการประชุมออกมา จัดใส่แฟ้มเอกสาร ถือไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของ จุฑาธช ซึ่ง ณ เวลานั้น จุฑาธช ได้ออกจากบริษัทเป็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฉันทพิชญา วางแฟ้มเอกสารลงไว้บนโต๊ะทำงานของ จุฑาธช แล้ว ก็ออกมาเก็บอุปกรณ์สำนักงานให้เข้าที่เข้าทาง ปิดคอมพิวเตอร์ หยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากลิ้นชัก แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิฟต์ เพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างของตึก และพอประตูลิฟต์เปิดออก ฉันทพิชญา ก็รีบจ้ำเดินออกไปที่หน้าตึก ไปโดยสารรถเมล์กลับไปยังบ้านนราเกรียงไกรโดยเร็วไว

:

ฉันทพิชญา มาถึงบ้านนราเกรียงไกร ก็เป็นเวลาเกือบจะสามทุ่ม “งานเยอะเหรอหนูดาว หรือว่าไอ้ธชมันกลั่งแกล้งอะไรเราหรือเปล่า?” เอกราช ที่เดินลงมาจากชั้นบน เห็น ฉันทพิชญา เดินเข้ามาในบ้านพอดี ก็ร้องถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “คุณยชไม่ได้แกล้งหรอกค่ะ งานเยอะนะคะ ดาวไม่อยากให้คั่งค้าง ก็เลยทำให้เสร็จทีเดียวเลยน่ะค่ะ”  ฉันทพิชญา ไม่อยากให้ จุฑาธช โดนตำหนิ จึงได้พูดแก้ไปอีกทาง

“อืม!! แล้วนี้กินอะไรมาหรือยังล่ะ?” เอกราช พยักหน้าเข้าใจ ถามขึ้นอีกด้วยความเป็นห่วง เพราะ เอกราช เห็น ฉันทพิชญา เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นแค่ลูกของลูกน้องคนสนิทก็เถอะ แต่ เอกราช ก็รักและเอ็นดู 

“ยังค่ะ แต่เดี๋ยวดาวไปทานค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง คุณราชลงมาต้องการอะไรหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวดาวไปเอาให้” ฉันทพิชญา ตอบไปตามความเป็นจริง ก็เธอยังไม่ได้หาอะไรใส่ท้องจริงๆ นี้น่า แต่ก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร เพราะแค่ไข่เจียวเธอก็อิ่มแล้วล่ะ “โอ้ย! ไม่เป็นไรฉันไปเอาเองได้ หนูดาวไปหาอะไรกินแล้วไปพักผ่อนเถอะ” เอกราช โบกไม้โบกมือห้ามอย่างเร็วไว ไม่อยากให้ ฉันทพิชญา ต้องมาเหนื่อยด้วย จึงได้ไล่ให้ไปพักผ่อน ก่อนจะเดินเลย ฉันทพิชญา ไปยังห้องทำงาน

ฉันทพิชญา จึงเดินไปห้องนอนของเธอ เพื่อเก็บกระเป๋าสะพาย และค่อยออกมาจากห้องนอน ไปยังห้องครัว ซึ่งในห้องครัวนั้น ฉันทพิชญา เห็นว่ามีอาหารวางไว้ที่โต๊ะอาหาร โดยมีฝาชีครอบเอาไว้ ซึ่งนั้นแสดงว่า อาหารนั้นได้เก็บไว้สำหรับให้เธอกลับมารับประทานนั้นเอง ฉันทพิชญา รู้สึกตื้นตันใจผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอ หลังจากบิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว 

ฉันทพิชญา จึงนั่งลงทานข้าวปลาอาหาร ที่วางอยู่บนโต๊ะจนอิ่ม แล้วจึงทำการเก็บล้างทำความสะอาด เก็บจานชามให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ เพื่อทำการพักผ่อนเอาแรง เพื่อว่าวันพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแต่เช้า เพื่อเริ่มต้นในการทำงานใหม่อีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น